วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

เปิดอาคารเฟรนด์ลี่ดีไซน์ สนง.มูลนิธิอารยสถาปัตย์ฯ รวมพลคนจิตอาสาเพื่อสังคม


เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2566 ได้มีพิธึเปิดอาคารเฟรนด์ลี่ดีไซน์ สำนักงานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล (ย่านลาซาล-บางนา)  โดยมี อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์เหรียญกริ่ง



หนุมานอารยสถาปัตย์ และ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธี พร้อมผู้นำองค์กรต่างๆเข้าร่วมแสดงความยินดี เช่น ผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) รร.นานาชาติเวลลิงตัน สวนนงนุชพัทยา เครือเซนทารา สยามนิชชิน เอ็นอาร์ออโต้ซีท ดาวใจโอเปร่าเฮ้าส์ ฯลฯ 



ทั้งนี้ มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล มีภารกิจในการรณรงค์และขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ ด้วยหลักคิดการออกแบบที่เป็นมิตรกับคนทั้งมวล (Friendly Design) ร่วมกันขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม รองรับสังคมผู้สูงวัย ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียมของผู้พิการ รวมพลังขับเคลื่อนเมืองอารยสถาปัตย์ 

เมืองไมซ์ฟอร์ออล และเมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  (Sustainable Development)


“SACIT Brand” ต่อยอด เชิดชู สร้างมูลค่าเพิ่ม 34 ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตกรรมไทยสู่สากล

SACIT จัดงาน " Crafts Bangkok 2023 " งานแสดงสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยและงานคราฟต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนและสร้างความแข็งแกร่งให้งานศิลปหัตถกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากลพร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางงานศิลปหัตถกรรมในระดับภูมิภาคอาเซียน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่มีรูปแบบที่ร่วมสมัย ตอบโจทย์ตลาดสากล  โดยได้รับเกียรติจาก นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา






โดยภายในงาน สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดการแถลงข่าวและพิธีมอบรางวัลเกียรติบัตรตราสัญลักษณ์ “ตราศักดิ์สิทธิ์” (SACIT Brand) เพื่อเชิดชู สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยสู่การยอมรับในระดับสากล


นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย

นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT เผยว่า สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)  มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและสนับสนุนศิลปหัตถกรรมไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รางวัลเกียรติบัตรตราสัญลักษณ์ “ตราศักดิ์สิทธิ์” หรือ SACIT Brand  ได้เกิดขึ้นเพื่อมอบให้กับผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่มีคุณภาพผ่านการประเมินคุณค่าตามหลักเกณฑ์ของ SACIT Brand  ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 5 หมวด ดังนี้

SACIT Globalize กลุ่ม ตราศักดิ์สิทธิ์ ที่โด่งดังไปทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความงามในรูปแบบประยุกต์ศิลป์มีประโยชน์ใช้สอยได้อย่างมีคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับในสากล 

SACIT Excellence กลุ่ม ตราศักดิ์สิทธิ์ ประณีตศิลป์ที่อนุรักษ์เชิดชู ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปะกระบวนช่างไทย มีความวิจิตรบรรจงงดงามอย่างยอดเยี่ยม

SACIT Masterpiece กลุ่ม ตราศักดิ์สิทธิ์ ทรงคุณค่างานศิลป์ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความงาม ทรงคุณค่าในสุนทรียศิลป์ มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว มีกระบวนการผลิตเชิงช่างที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

SACIT Trend ตราศักดิ์สิทธิ์ สมัยนิยม ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นมีรูปแบบสมัยนิยมสร้าง Soft power ให้มีส่วนร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย

SACIT Dream กลุ่ม ตรา สานต่อศักดิ์สิทธิ์ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ เกิดจากผลงานของเยาวชน สถาบันการศึกษาที่สืบสาน สร้างความจงรักภักดีใน SACIT เกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์กรที่สนับสนุนให้เกิด การต่อยอดเชิงพาณิชย์ ขยายผลสร้างชื่อเสียงให้กับ SACIT

ซึ่งผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่มีคุณภาพผ่านการประเมินคุณค่าตามหลักเกณฑ์ของ SACIT Brand จากเกณฑ์การคัดเลือกชิ้นงานโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ  และ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 ท่าน ได้แก่

1.ผู้ ช่วยศาสตราจารย์เอกพงษ์ ตรีตรง คณะกรรมการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย

2. รองศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ อินทรชูโต ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม 

3. นางสุพัตรา ศรีสุข  อดีตผู้อำนวยการศูนย์บริการงานออกแบบ กรมส่งเสริมการส่งออก 

4. นางนิศาบุษป์ วีรบุตร  ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริม การค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

5. ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง  ศิลปินแห่งชาติ

6. ดร.สิริกร มณีรินทร์   อดีตรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน

7 .นางสาวภัทรา คุณวัฒน์   กรรมการผู้จัดการสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย 

8 .นางทองใบ เวชพันธ์    นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ (รษก.ผอ.กสร) รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

9. นายอุทัย เจียรศิริ     นายกสมาคมครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย

10.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดุจหทัย วงษ์กะพันธ์ หัวหน้าภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

11.นางสาวศศิวิมล มีจรูญสม   ผู้อำนวยการกองบริหารมาตรฐานผลิตภัณฑ์

และ ตัดสินโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ ผู้มากความสามารถด้านการออกแบบ จำนวน  5 ท่าน ดังนี้

1. นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

2. ศาสตราจารย์วิบูลย์ ลี้สุวรรณ ศิลปินสาขาจิตรกรรม ศาสตราจารย์สาขาทัศนศิลป์ ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

3. นางสุพัตรา ศรีสุข อดีตผู้อำนวยการศูนย์บริการงานออกแบบ กรมส่งเสริมการส่งออก

4. ดร.สิริกร มณีรินทร์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน

5. มล,คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ

6. คุณณฐมน ตันเกยูร นักออกแบบ

โดยในปีนี้ มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลเกียรติบัตรตราสัญลักษณ์ “ตราศักดิ์สิทธิ์” ทั้งหมด 34 ผลงานแต่ละชิ้นงานล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความงาม และอัตลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างชัดเจน และนำมาจัดแสดงภายในงาน Crafts Bangkok 2023 ระหว่างวันที่ 26 – 30 กรกฎาคม 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค ฮอล 98- 99


SACIT พัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ต่อยอดงาน“วิจัย”สู่เชิงพาณิชย์

26 กรกฎาคม 2566: สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดการตัดสินรอบชิงชนะเลิศและพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ  International Craft Creation Concept Award 2023 (I.CCA.)  พร้อมโชว์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในงาน Crafts Bangkok 2023




นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตกรรมไทย เปิดเผยว่า การประกวด International Craft Creation Concept Award 2023 (I.CCA.) ถือได้ว่าเป็นการจัดการประกวด เพื่อสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้มีเวทีแสดงความสามารถในการออกแบบ โดยนำงานหัตถกรรมดั้งเดิม มาประยุกต์ปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย เป็นผลงานนวัตศิลป์ที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังแสดงอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทย ให้ก้าวไกลในระดับสากล และเป็นการต่อยอดจากการประกวดที่นักออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทยต่างให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้นนั่นคือเป็นการจัดประกวดออกแบบในระดับนานาชาติ ซึ่งนักออกแบบต้องนำเสนอแนวความคิด และออกแบบผลงาน ตาม แนวคิด “หลอมรวมรากทางศิลปะอันล้ำค่า : Heritage Fusion” โดยผลงานจากแนวคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบเชิงนวัตกรรม ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินชิงชนะเลิศ จะได้นำไปการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดต่างประเทศ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบชั้นแนวหน้าของประเทศ อาทิ ม.ล.ภาวินี สันติศิริ  คุณกมล ทัศนาญชลี คุณนิธิ สถาปิตานนท์ คุณวุฒิชัย หาญพานิช และ Mr.Ito Kish  คัดเลือกให้เหลือเพียง 8 ผลงานสุดท้าย และนำไปผลิตเป็นชิ้นงาน Prototype สำหรับรอบการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ 

โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 คณะกรรมการ และผู้เชี่ยวชาญได้เข้าร่วมตัดสินผลการประกวดจากงานต้นแบบ ในภายในงาน Crafts Bangkok 2023 เพื่อคัดเลือกสุดยอดผลงานการออกแบบ
จนเหลือเพียง 2ผลงานสุดท้าย ชิงรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ โดยผลงานที่ได้รางวัลมีดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานที่ชื่อว่า Genesis Collection โดย นางสาวฐิตาภา ตันสกุล และ
นางสาวลูเซีย เปราโก รับเงินรางวัลมูลค่า 150,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ผลงานที่ชื่อว่า Forest for Rest  โดย คุณปัทวี เข็มทอง รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ 




และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประกวด เราจึงได้จัดกิจกรรมโหวตรางวัล Popular Vote ขึ้นภายในงาน โดยท่านสามารถลงทะเบียนและรับสติกเกอร์เพื่อนำไปติดโหวตผลงานที่ชื่นชอบ ได้จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 


วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

พม. โดย กรม ผส. ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2566 เวลา 19.00 น. นางสาว แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ  ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 


นำโดย นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล





#พมช่วย24ชม #ช่วย24ชม #พม24ชม #กรมกิจการผู้สูงอายุ #ผู้สูงอายุ #ผู้สูงอายุที่รัก

นานาชาติมั่นใจตลาดค้าปลีกไทยยังเติบโต ผนึกกำลังเตรียมจัดงาน VEND ASEAN 2023

 

(27 กรกฎาคม 2566) เชื่อมั่นอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยปี 2566 ยังคงเติบโต สมาคมอาเซียน แปซิฟิก เวนดิ้ง ร่วมกับ บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป และบริษัท คอมพาส เอ็กซิบิชั่น จำกัด เตรียมจัดงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องอำนวยความสะดวกและเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวมแบรนด์ชั้นนำเพื่อธุรกิจค้าปลีกจาก 20 ประเทศกว่า 750 บูธมาไว้ในงานเดียว ตอบโจทย์ความครบครันในยุคดิจิทัลที่ลูกค้าเน้นความสะดวกรวดเร็ว โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี คาดผลตอบรับมีผู้ร่วมเจรจาธุรกิจจากทั่วภูมิภาคกว่าหมื่นราย   


นายเจาหยุน หวัง ประธานบริหาร บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป และตัวแทนสมาคมอาเซียน แปซิฟิก เวนดิ้ง กล่าวว่า ประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนที่อุตสาหกรรมค้าปลีกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการท่องเที่ยวผลักดันอุตสาหกรรมค้าปลีกให้เกิดการพัฒนาและขยายตัว ดังจะเห็นในทุกหัวเมืองท่องเที่ยวของไทยมีการลงทุนเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้า รวมถึงศูนย์การค้าชุมชนขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจปี 2020 มีมากถึง 2,000 แห่ง และจากปัจจัยบวกหลังวิกฤตโควิด-19 การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว ส่งผลถึงความมั่นใจให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกขยายการลงทุน 




วัตถุประสงค์การจัดงานนอกจากตอบรับตลาดค้าปลีกไทยที่ขยายตัวแล้ว ยังมีเป้าหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมค้าปลีกในอาเซียนให้เติบโตควบคู่กัน โดยได้เชิญกลุ่มผู้ซื้อจากประเทศต่างๆ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย กัมพูชา พม่า เวียดนาม ได้เข้าร่วมชมสินค้าและเจรจาธุรกิจกับกลุ่มผู้ประกอบการเวนดิ้งมากกว่า 200 แบรนด์จาก 20 ประเทศ รวมแล้วถึง 750 บูธ ที่จะมาร่วมในงาน Vend ASEAN 2023 เช่น Fuji Electric, ICT/FMT, Donggu Electronics, Easy Touch  & Jetinno จากประเทศจีน, Tattoo จากประเทศออสเตรเลีย, Elyctis จากประเทศฝรั่งเศส, Multipas จากประเทศอาร์เมเนีย, Silkron จากประเทศมาเลเซีย เป็นต้น โดยสัดส่วนของสินค้าและบริการที่นำมาจัดแสดงในงาน 48% เป็นตู้จำหน่ายสินค้าประเภทหยอดเหรียญ ตามลงมา 20% เป็นกลุ่มเครื่องอำนวยความสะดวก และอีก 18% เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกด้วยตัวเอง  


การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ที่มีการเพิ่มขึ้นของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มรีเทล ต่อยอดถึงความต้องการเวนดิ้ง (Vending Machine) หรือเครื่องอำนวยความสะดวกและเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบอัตโนมัติ ทางสมาคมอาเซียน แปซิฟิก เวนดิ้ง จึงร่วมกับ บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป และบริษัท คอมพาส เอ็กซิบิชั่น จำกัด เตรียมจัดงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องอำนวยความสะดวกและเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแห่งอาเซียน (กรุงเทพฯ) ในชื่อ  Vend ASEAN (Bangkok) Vending Machine & Self-Service Facility Expo 2023 หรือ Vend ASEAN 2023 นำเสนอสินค้า นวัตกรรม บริการเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่องกับเวนดิ้ง โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี  

นางสาวศศินิภา เพตรายน ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป และ ผู้จัดการโครงการ บริษัท คอมพาส เอ็กซิบิชั่น จำกัด กล่าวเสริมว่า ในยุคดิจิทัลที่ผู้บริโภคต้องการความรวดเร็วในการซื้อขายและการจ่ายเงินออนไลน์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมค้าปลีกมีการปรับตัว ห้างสรรพสินค้าหลายๆ แห่ง รวมถึงสถานบริการ โรงเรียน โรงงาน ออฟฟิศ มีการติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ลูกค้าผู้ใช้บริการทั่วไป กลุ่มของพนักงาน นักเรียนของตัวเอง ได้เลือกซื้อสินค้าได้สะดวก รวดเร็ว ด้วยเครื่องอัตโนมัติเหล่านั้น เช่น ตู้จำหน่ายเครื่องดื่ม ขนม ตู้จำหน่ายอุปกรณ์มือถือ หน้ากากอนามัย ตู้ซักผ้า และอื่นๆ ซึ่งสามารถตั้งได้ในทุกพื้นที่ บริการตลอด 24 ชม. ทั้งมีให้เลือกเป็นแบบหยอดเหรียญ และใช้การแสกนจ่ายเงินจะยิ่งเพิ่มความสะดวก ความนิยมของลูกค้าได้ดี   



สำหรับ Vend ASEAN 2023 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก ผู้ประกอบการรีเทลจากนานาชาติ และการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ถือเป็นงานเดียวที่รวมสินค้านวัตกรรม บริการ เทคโนโลยีเวนดิ้งที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดในอาเซียน ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มที่ดีในการนำเสนอสินค้าและบริการ นอกจากนี้ ในงานยังมีการจัดประชุมสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติหลากหลายหัวข้อน่าสนใจ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเวนดิ้ง หรือ เครื่องอำนวยความสะดวก เครื่องจำหน่ายสินค้าแบบอัตโนมัติ ที่เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันและอนาคต โดยมีกูรูตัวแทนองค์กร จากประเทศอิตาลี, เยอรมนี, โปแลนด์, อเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น ฯลฯ ร่วมนำเสนอตลอด 3 วันของการจัดงาน 

อย่างไรก็ตาม แม้เป็นการกลับมาจัดงานอีกครั้งในรอบ 3 ปี หลังจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ยังคงมั่นใจในปีนี้จะได้ผลตอบรับที่ดี คาดว่ามีนักลงทุนกลุ่มธุรกิจค้าปลีกจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมชมงานและเจรจาธุรกิจมากกว่า 10,000 ราย ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด หรือลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์  www.vendasean.com

ททท. ร่วมกับ สำนักทรัพย์สินจุฬาฯ และลิโด้ จัดงาน “วาร์ป Fest มันส์ ดี ต่อใจ”

กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้คึกคัก ชวนเจนใหม่มาออกเดินทาง เปิดประสบการณ์แบบอะเมซิ่ง ระหว่างวันที่ 28  – 30 ก.ค. นี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สำนักทรัพย์สินจุฬาฯ และลิโด้ เดินหน้าฟื้นฟู ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชู  Soft Power  ส่งมอบคุณค่าและความหมายของการท่องเที่ยวไทยด้วยการจัดกิจกรรม “วาร์ป Fest มันส์ ดี ต่อใจ”  ที่เนรมิตใจกลางเมืองสร้างสรรค์รูปแบบกิจกรรมกระตุ้นกลุ่มเป้าหมาย คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เกิดการอยากเดินทางออกไปกิน ไปเที่ยว ภายในงานพบกับโซนกิจกรรมชวนวาร์ปที่ให้ได้ออกไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยให้รู้สึกดีต่อใจ พร้อมกิจกรรม Craft Workshop คลาสสอนงานศิลปะแบบไทยๆ อร่อย หวาน สดชื่นไปกับโซนผลไม้ ขนมของดี ของกินเล่น 4 ภาค และพบความมันส์ไปกับ 5 วงศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมนักแสดงวัยรุ่นสุดฮอต เฟิร์ส-ข้าวตัง ที่จะมาใกล้ชิดมอบโมเมนต์ประทับใจ พร้อมกิจกรรมแจกของรางวัลที่ระลึกอีกมากมาย ตลอด 3 วันเต็ม 
ระหว่างวันที่  28 – 30 กรกฎาคม 2566   เริ่มเวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ณ Lido Connect สยามสแควร์




พิเศษสำหรับผู้ที่ร่วมสนุกภายในงานครบทุกกิจกรรมจะมีสิทธิ์ได้ลุ้นรับรางวัลที่พัก 3 วัน 2 คืน และลุ้นได้สิทธิ์ที่นั่ง VIP Seat ติดเวทีใกล้ชิดกับนักแสดง  

สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ Facebook: Lido Connect
และ Tiktok: วาร์ป Fest #วาร์ปfest #มันส์ดีต่อใจ

ร้านชาบูผาซ่อนแก้ว วิวหลักล้านราคาหลักร้อย


ไม่ว่าจะฤดูไหน หากว่าอยากจะดูทะเลหมอก เชื่อว่า เขาค้อ เป็นที่เที่ยวในดวงใจพอได้ไปเที่ยวแล้ว ของอร่อยก็ต้องตามมาพาไปเช็คอินกันกับร้านชาบูผาซ่อนแก้ว เขาค้อ เพชรบูรณ์ ทานชา พร้อมวิวสวย ใครมีแพลนจะไปเที่ยวเขาค้อ รีบมาตามไปปักหมุดเช็คอินกันเลย!






ร้านชาบูผาซ่อนแก้ว  ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงท่ามกลางวิวภูเขา ร้านตั้งติดกับวัด ผาซ่อนแก้ว  ให้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอกเลยทีเดียวที่ได้วิวสวยจากภูเขาที่เขาค้อ รายล้อมรอบร้าน บอกเลยว่าเป็นร้านอาหารที่วิวค่อนข้างดี อากาศถ่ายเทสะดวกมาก รายล้อมไปด้วยวิวสวย ภูเขายาวไกลสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่คุณภาพจัดเต็ม




แถมอีกหนึ่งทีเด็ดของ ชาบูสุดอร่อย นอกจากจะเป็นวิวแล้ว จุดเด่นของร้านชาบูผาซ่อนแก้ว  เป็นร้านเปิดใหม่ที่ค่อนข้างลึกลับ  ทำเลร้านมีภูเขาล้อมรอบคำนึงถึงการเสพความเป็นธรรมชาติของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมทัศนียภาพของวัดผาซ่อนแก้ว วัดเด่น วัดดัง ประจำจังหวังเพชรบูรณ์ และวิวภูเขาทางด้านหลังของวัด นอกจากนั้นรสชาติอาหารที่ทุกคนไม่ควรพลาด คือความสะอาดสว่างเสิร์ฟอาหารรวดเร็วทันใจ รองรับลูกค้าได้ตั้งแต่คนเดียวยกหม้อนั่งหน้าเคาน์เตอร์ ทานได้สบายใจแบบไม่ต้องแคร์สายตาคนอื่น มากับคู่รักหรือครอบครัว-เพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ ได้หลากหลาย วัตถุดิบที่ใช้สดใหม่ เกรดอนามัยพร้อมน้ำจิ้มชาบูอีก 3 สูตรน้ำซุปพิเศษ ชาบู ได้ทานวัตถุดิบคุณภาพล้นหม้อ ซุปสุกี้ยากี้รสชาติกลมกล่อม ทั้งวัตถุดิบของสด ทานได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ มาซดน้ำซุปร้อนๆ กลิ่นหอมไปพร้อมกับบรรยากาศสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติ อยากให้ทุกท่านได้สัมผัส แถมราคาหลักร้อยกับวิวหลักล้านแบบนี้ จะไม่มาลองจริงๆ เหรอค่ะ  

ที่มาของน้ำจิ้ม  ชาบูผาซ่อนแก้ว ทางร้านคิดค้นขึ้นมาใหม่ ให้ได้สูตรที่ไม่ซ้ำใคร และถูกปากถูกใจคนไทยมากที่สุด แต่ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น


แบบที่ 1 น้ำจิ้มหวาน หอมกลิ่นงา และโชยุแบบน้ำจิ้มงาญี่ปุ่น แต่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย ผสานกันอย่างลงตัวเพื่อให้เข้าลิ้นคนไทย

แบบที่ 2 น้ำจิ้มเปรี้ยว มีรสชาติจัดจ้านแบบที่สายแซ่บ ถูกใจแน่นอน 

แบบที่ 3 อร่อยสุด คือเอาน้ำจิ้มแบบที่ 1 กับ แบบที่ 2 มาผสมกันอย่าละครึ่ง อร่อยลืมร้านอื่นไปเลย

นอกจากนี้ ร้านชาบูผาซ่อนแก้ว แหล่งรวมอาหารหลากหลายอย่าง ให้ทุกคนได้เลือกทาน  นอกจากนี้บรรยากาศร้านยังสบายๆ เป็นกันเอง

🥘 ชาบู 🥢หมูกระทะ 🍜 ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 🍲 หม้อไฟ และเมนูเพิ่มเติมแต่ละเทศกาลอีกเพียบ

ชาบูผาซ่อนแก้ว ร้านชาบูเปิดใหม่ โซนหลังวัดผาซ่อนแก้ว ที่บรรยากาศดีในเขาค้อ  ร้านอาหารอร่อยที่เสิร์ฟอาหารไทยหลากหลาย ชาบู หมูกระทะ บุเดชิเก ข้าวหน้าต่างๆ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ร้านชาบูผาซ่อนแก้ว เปิดทุกวัน 11:00 - 20:30 น. เอาเป็นว่าจบด้วยมื้อเย็นเป็นชาบู ด้วยสไตล์ความอร่อยถ้าได้ทานคงจะฟินหนักมาก

อากาศแบบนี้....ชาบูร้อนๆ  ชมวิวของผาซ่อนแก้วได้แบบพาโนรามา อิ่มอร่อยกับ ชาบู มาเที่ยวเขาค้อ ไหว้พระธาตุผาซ่อนแก้ว แวะกิน ชาบู หมูกระทะ เย็นตาโฟหม้อไฟ เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ราคาจับต้องได้ที่ร้านชาบูผาซ่อนแก้ว ถือว่าเป็นอีกร้านที่รสชาติยอดเยี่ยม กินไป ชมวิว  อาหารอร่อย "ราคาหลักร้อย วิวหลักล้านนนน"  เรียกได้ว่านอกจากจะอิ่มท้องแล้ว ยังได้อิ่มเอมกับวิวสวยๆ ของเขาค้ออีกด้วย




Facebook : facebook.com/shabuphasornkaew

Location ชาบูผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ลานจอดรถด้านล่างเซเว่น หลังวัดผาซ่อนแก้ว

Tel : 094-046-7889

#ที่เที่ยวเพชรบูรณ์ #เพชรบูรณ์ #ร้านอาหารเพชรบูรณ์ 

#เขาค้อเพชรบูรณ์ #เขาค้อ #ร้านอาหารเขาค้อเพชรบูรณ์

#ชาบูเขาค้อ #ชาบูผาซ่อนแก้ว #ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเขาค้อ 

#เย็นตาโฟเขาค้อ #ร้านชาบูบุฟเฟ่ต์สุดลับอยู่ในผาซ่อนแก้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ ครั้งที่ 1 (2567)

คอนเสิร์ตการกุศลแห่ง “การให้ที่ยิ่งใหญ่” อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น...

โวยวายดอทคอม