วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566

พม. จัดงานย้อนยุค มหกรรมวันผู้สูงอายุสากล ปี 2566 หนุนคนต่างวัยสร้างพื้นที่แห่งความสุขร่วมกัน

วันนี้ (29 ก.ย. 66) เวลา 16.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมวันผู้สูงอายุสากล ประจำปี พ.ศ. 2566 (International Day of Older Persons 2023) ภายใต้แนวคิด “ชาญชาลา : คนต่างวัย หัวใจเดียวกัน Across Generations” โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน Ms. Gita Sabharwal UN Resident Coordinator คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง)


นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้สูงอายุกว่า 12 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 19.77 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าในอนาคตประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดัยสุดยอด ดังนั้น การสร้างความเข้าใจระหว่างคนต่างวัย ให้รับรู้ถึงความแตกต่างและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขนั้น นับเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเราจึงจำเป็นต้องร่วมกันสร้าง “พื้นที่แห่งความสุข”และร่วมกันส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็น “พฤฒิพลัง” หรือ Active Aging เพื่อดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม โดยไม่มีอายุเป็นข้อจำกัด ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้จัดงานมหกรรมวันผู้สูงอายุสากล ประจำปี พ.ศ. 2566 ภายใต้แนวคิด “ชาญชาลา : คนต่างวัย หัวใจเดียวกัน Across Generations” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดวันผู้สูงอายุสากล ปี พ.ศ. 2566 “Fulfilling the Promises of the Universal Declaration of Human Rights for Older Persons: Across Generations” คือ “บรรลุคำมั่นสัญญาแห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้สูงอายุและคนต่างรุ่นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน และขจัดปัญหาความแตกต่างระหว่างคนต่างวัย รวมถึงการไม่เลือกปฏิบัติและการส่งเสริมความเสมอภาคของทุกคน”


นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า งานมหกรรมฯ ครั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจในบรรยากาศวันวานย้อนยุค ประกอบด้วย 1) การประกาศเจตนารมณ์วันผู้สูงอายุสากล 2) การแสดงนิทรรศการวิชาการ 3) ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผู้สูงอายุ เช่น น้ำตาลสด ไอศกรีมข้าวลูกชิ้นเห็ดภูฐาน ข้าวเหนียวหมู และขนมไทยโบราณ เป็นต้น 4) การถ่ายทอดภูมิปัญญาผู้สูงอายุกับคนต่างวัย เช่น โมบายรังผึ้งและสานปลาตะเพียน 5) การแสดงดนตรี โดยวงดุริยางค์ทหารบก 6) รำวงย้อนยุค และ 7) การแสดงชุดพิเศษ Across Generations เพลง "ฟังข่าวทิดแก้ว" เพื่อเป็นการสื่อสารสร้างการรับรู้ให้สังคมได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยการเคารพและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขของคนต่างวัยที่มีหัวใจเดียวกัน การสร้างสัมพันธภาพที่ดีงาม และการมีส่วนร่วมของคนต่างวัยในการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงได้ยึดโยงให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ




นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ เป็นวันผู้สูงอายุสากลที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้น และประเทศไทยได้สานต่อ ซึ่งต้องเรียนว่า ต่อจากนี้ไป ผู้สูงอายุทุกท่านจะเป็นพลังสำคัญ ท่านไม่เป็นภาระหรือผู้ไม่มีศักยภาพ เพราะทุกท่านผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมาย ล้วนมีศักยภาพที่พร้อมจะเป็นทรัพยากรที่สำคัญของสังคมไทย ดังนั้น เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล กระทรวง พม. จึงร่วมเฉลิมฉลอง และจากนี้ไป จะเสริมสร้างศักยภาพของผู้สูงอายุในประเทศไทยให้เป็นกลุ่มคนที่เป็นกำลังหลักคอยสนับสนุนคนรุ่นต่างๆ ในสังคมไทย ซึ่งคนทุกๆ กลุ่ม จะต้องเดินไปด้วยกัน ทั้งนี้ ตนขอเป็นกำลังใจให้ผู้สูงอายุทุกท่านได้ใช้ชีวิตสูงวัยได้อย่างมีความสุข และกระทรวง พม. จะขับเคลื่อนนโยบายด้านผู้สูงอายุ ด้วยศูนย์บริบารผู้สูงอายุในชุมชนที่ตั้งเป้าจะให้ลูกหลานกลับมาดูแลคนในชุมชนของตนเอง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผู้สูงอายุหลายๆ ท่าน มีความสบายใจ และจะเป็นกำลังสำคัญในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อีกทั้งทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขทั้งสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง และเติบโตไปด้วยกันกับทุกช่วงวัย 



“วันนี้เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมาก ได้เห็นความสนุกสนาน พลังแห่งความสร้างสรรค์ ถึงแม้ว่าจะสูงวัย แต่ไม่ได้อ่อนแรง ซึ่งรู้สึกภาคภูมิใจที่เห็นทุกท่านแข็งแรง และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ รวมทั้งเป็นเข็มทิศให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป” นายวราวุธ กล่าวในตอนท้าย 


#ช่วย24ชั่วโมง #พม24ชม #ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #กระทรวงพม #รมวพม #รับฟังทำจริง

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566

พาลาทีน และผลิตภัณฑ์ในเครือ ร่วมออกงาน Fi Asia Thailand 2023


ดร.จุฑามาศ อรุณานนท์ชัย กรรมการบริหารสายพัฒนาธุรกิจบริษัท บริษัท อีทเวลล์ จำกัดนำผลิตภัณฑ์น้ำตาลเพื่อสุขภาพค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ภายใต้แบรนด์พาลาทีน และผลิตภัณฑ์ในเครือ ร่วมออกงาน Fi Asia Thailand 2023 งานแสดงสินค้าที่ครอบคลุมอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ส่วนผสมอาหาร เครื่องดื่มแห่งเอเชีย ตอกย้ำการเป็นเบอร์ 1 แห่งเอเชีย  ที่กลุ่มผู้ประกอบการต้องมาเพื่ออัพเดตเทรนด์แห่งอาหารโลก พร้อมมุ่งเป้าในการเพิ่มศักยภาพ และเพิ่มมูลค่าผู้ประกอบการวัตถุดิบและเครื่องดื่มท้องถิ่นสู่เวทีระดับโลก





ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ โดยมี วิโรจน์ กมลสัมฤทธิชัยภั คธินันท์ พงศ์ธนันท์ภาส ปัญญโชติ เวชสมุทรวารี นันทิชา บุรี วชิรวิทย์ อาจทวีกุล และศศิธร เพชรภักดี นักโภชนาการ ร่วมงานด้วย

The Oasis Spa Thailand คว้า 2รางวัล Thailand Tourism Award ประจำปี 2566


โอเอซิส สปา เข้าพระราชทานสองรางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Gold Awards) ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมื่อวันพุธ ที่ 27 กันยายน 2566 ซึ่งเป็นวันท่องเที่ยวโลก ณ สยามมิตรทาวน์ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร นำมาด้วยความภาคภูมิใจให้กับทีมงานโอเอซิสสปาทุกท่าน และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการต้อนรับและมอบประสบการณ์ที่ดี ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทยระดับยอดเยี่ยมของโอเอซิสสปา ประเทศไทย
|

โดยมี ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับ  โอเอซิส สปา ประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานโดย โทบี้ อัลเลน (Toby Allen) และ ภาคิน พลอยภิชา ที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Award) ประจำปี 2566 และขอให้รักษามาตรฐาน  คุณภาพเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก 



Thailand Tourism Award คือรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นรางวัลที่รับรองคุณภาพสินค้า
และบริการทางการท่องเที่ยว ด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism) เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการ ยกระดับสินค้าให้มีคุณภาพ และบริการที่ดี เพื่อ ยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยว ที่ได้มาตรฐาน ที่มีทั้งความสะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าของสินค้าทางการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล

วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566

ตัวแม่มามุง! ทำความรู้จัก BELOTERO ฟิลเลอร์แบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์

ที่มาพร้อมนวัตกรรมฟิลเลอร์เนื้อละเอียดเนียนกลืนกับผิว พร้อมเตรียมตัวพบกับ BELOTERO Lips ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะช่วยปรับรูปปากให้เหมาะกับบุคลิกของคุณ

หากพูดถึงทางลัดความสวยที่มาแรงไม่เคยแผ่ว ต้องยกให้กับการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ความนิยมของสาวๆ ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก ในการช่วยเติมความมั่นใจให้เต็มกว่าที่เคยเป็นมา ทำให้หลายๆ คนหันมาศึกษาและมองหาฟิลเลอร์ที่ใช่ ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้อย่างตรงจุด อาทิ สร้างความเรียบเนียนให้ผิวหน้า เติมเต็มความอ่อนเยาว์ หรือเพิ่มมิติให้กับใบหน้า เป็นต้น 

แต่การเฟ้นหาฟิลเลอร์ที่ตรงใจ คุณภาพดี และปลอดภัย จำเป็นต้องพิจารณาหลายๆ องค์ประกอบในการตัดสินใจ ยิ่งในปัจจุบันมีฟิลเลอร์ให้เลือกหลายประเภทหลากรูปแบบ ฉะนั้นการเลือกฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะและตรงกับวัตถุประสงค์ความต้องการ จะมอบผลลัพธ์ที่ใช่ที่สุด Merz Aesthetics Thailand (เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย) บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายนวัตกรรมความงามระดับโลก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสารเติมเต็มฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมส่งตัวช่วยเสริมความสวยให้ใครหลายๆ คน ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ BELOTERO Filler ฟิลเลอร์เนื้อเนียนละเอียดเนียนกลืนกับผิว อิมพอร์ตตรงจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันด้วยผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ อาทิ คืนความฉ่ำวาวให้ผิวหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความสดใสให้ดวงตาและดูเรียบเนียน เติมเต็มความกระชับไม่ให้หย่อนคล้อยตามวันเวลา สร้างมิติให้กับจุดสำคัญบนใบหน้า ช่วยให้รูปหน้าดูสมส่วนมากขึ้น หรือฟื้นฟูสภาพผิวที่มีปัญหาในระยะเริ่มแรกจากการถูกทำลายโดยแสงแดดและมลภาวะต่างๆ เป็นต้น

ล่าสุด เตรียมตัวพบกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ BELOTERO Lips ฟิลเลอร์สำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะ กล่องสีแดง 2 รุ่น ที่ออกแบบให้ใช้ควบคู่กัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Perfect Duo for Perfect Lips” อย่าง BELOTERO Lips - Shape ที่ช่วยเติมเต็มปากให้อวบอิ่มดูเป็นทรง และ BELOTERO Lips - Contour ตัดขอบปากให้สวย คมชัดกว่าที่เคย ตอบรับเทรนด์ปรับรูปปากที่กำลังมาแรง เหมาะกับความต้องการและสร้างบุคลิกที่แตกต่างเฉพาะตัว เพื่อเสริมความมั่นใจให้ปังกว่าใครด้วยรูปปากที่โดดเด่น รับรองว่าสวยเริ่ดไม่โป๊ะอย่างแน่นอน 

เพราะความสวยไม่เคยรอใคร มาเติมความสวย มั่นใจในผลลัพธ์ที่ใช่ ด้วย BELOTERO Filler ฟิลเลอร์เนื้อละเอียดจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการได้แล้ววันนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.merzaesthetics.co.th/
และสามารถอัปเดตข่าวสาร BELOTERO Filler ได้ที่ Facebook: Merz Aesthetics Thailand

#BeloteroLips #MerzAesthetics 


มิวสิคเฟสติวัลที่ "โรแมนติก" ที่สุด.. ของคนยุค 90‘s


ปลายปีนี้ Atimeshowbiz ชวนมาฟัง "เสียงของภูเขา" กับ "Soundเพลงเก่า"
ที่คิดถึง ใน
"Soundabout Mountain Fest" มิวสิคเฟสติวัลที่ "โรแมนติก" ที่สุด..
ของคนยุค 90‘s  พบกับ

▪️แอม เสาวลักษณ์

▪️ใหม่ เจริญปุระ

▪️มาช่า วัฒนพานิช

▪️ก้อง สหรัถ

▪️ป๊อด ธนชัย

▪️บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

▪️ดา เอ็นโดรฟิน

จัดขึ้นในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ @Midwinter เขาใหญ่

📍ขายบัตร 25 ก.ย. ที่ Thaiticketmajor

📍บัตรราคาพิเศษ Early Bird 2,200 บาท

(จากราคาเต็ม 2,800 บาท) ราคานี้ 25 ก.ย. - 5 ต.ค. เท่านั้น

📌 ซื้อบัตร : https://bit.ly/soundabout

#SoundAboutMountainFest

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566

เที่ยวชิลชิล กับ รถไฟ “คิฮะ 183” ทริปอิ่มบุญ ปันรอยยิ้ม @ ฉะเชิงเทรา

ทริปท่องเที่ยวสุดชิล  โดยการร่วมขบวนรถไฟท่องเที่ยวหน้าตาน่ารักที่ชื่อ คิฮะ (KIHA 183)  การเดินทางไปท่องเที่ยวยัง จังหวัดฉะเชิงเทรา รถไฟ คิฮะ 183 นี้ เป็นรถไฟดีเซลรางที่เคยให้บริการอยู่กับ Hokkaido Railway Company หรือ JR Hokkaido ก่อนจะถูกตกแต่งปรับโฉมมาให้บริการนำเที่ยวในประเทศไทย โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย 



ถือครั้งแรกของเราสำหรับการรถไฟเปิดโปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวกับขบวนรถไฟคิฮะ 183 รอบเดือนกันยายน 2566 รถไฟนำเที่ยวสไตล์ญี่ปุ่น "KIHA 183" รถไฟดีเซลรางปรับอากาศ รุ่น KIHA 183 ที่การรถไฟฯ ได้รับมอบจากบริษัท JR HOKKAIDO ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเดินรถของประเทศญี่ปุ่น จำนวน 17 คัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย รถดีเซลรางปรับอากาศ แบบมีห้องขับสูง (High Cab) 40 ที่นั่ง จำนวน 8 คัน รถดีเซลรางปรับอากาศ แบบไม่มีห้องขับ 68 ที่นั่ง จำนวน 8 คัน และรถดีเซลรางปรับอากาศ แบบมีห้องขับต่ำ (Low Cab)  52 ที่นั่ง จำนวน 1 คัน การรถไฟฯ ได้มีการปรับขนาดความกว้างของล้อจาก 1.067 เมตร ให้เป็นขนาด 1 เมตร ตามมาตรฐานทางรถไฟไทย โดยช่างของฝ่ายการช่างกล โรงงานมักกะสัน ที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญของเฉพาะด้าน รวมทั้ง ได้นำตู้โดยสารมาปรับปรุงภายนอกตัวรถ มีการดัดแปลง และปรับปรุงนำโคมไฟส่องทางด้านบนของตัวรถออก เนื่องจากเกินเขตโครงสร้างของรถ (Loading Gauge) และได้ย้ายไฟมาติดตั้งที่หน้ารถแทน บริเวณซ้ายและขวาจำนวน 2 ดวง ตลอดจนดัดแปลงบันไดให้สามารถขึ้น-ลงได้กับชานชาลาต่ำได้ รวมถึงปรับสภาพผิวตัวรถภายนอกโดยได้ขัดทำสีใหม่ ด้วยการใช้น้ำยาลอกสีแทนการใช้ความร้อน เพื่อไม่ให้เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงใช้เฉดสีเดิมควบคู่กับการรักษาเอกลักษณ์กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นความร่วมมือ ระหว่างการรถไฟฯ และบริษัทในเครือ JR ที่มีมาอย่างยาวนาน



การเดินทางวันเดย์ทริป เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา “นั่งรถไฟอิ่มบุญ ปันรอยยิ้ม @ ฉะเชิงเทรา” เป็นการบูรณาการร่วมกันเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี การรถไฟแห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา วัดโสธรราขวรวิหาร วัดปิตุลาราชรังสฤษฏ์ โรงเรียนวัดบางตลาด สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำคณะนักท่องเที่ยวกว่าสองร้อยชีวิตร่วมโบกี้ที่แสนสบายจากกรุงเทพฯ ไปยังแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา แบบไปเช้าเย็นกลับ 


.... การเดินทางเริ่มขึ้นในช่วงเช้าตรู่ โดยเจ้าหน้าที่นัดหมายกันที่ชานชาลา 5 สถานีรถไฟหัวลำโพง คณะทัวร์เริ่มทยอยกันมายังบริเวณจุดลงทะเบียน เพื่อแสดงตัวและรับบัตรต่างๆ โดยทางผู้จัดจัดเตรียมกาแฟ โกโก้ ขนมนมเนยเอาไว้รองท้องในมื้อเช้ากันก่อน ต้องบอกว่า การที่จะได้ร่วมสัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางโดยรถไฟ “คิฮะ” ถือเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่หลายคนตั้งตารอ เพราะปัจจุบันมีนักเดินทางให้ความสนใจมากขึ้น จนยอดการจองไหลลื่น เต็มทุกเที่ยว ด้วยเพราะจำนวนที่นั่งที่จำกัด ไม่เกินสองร้อยคน จัดทริปท่องเที่ยวเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เท่านั้น  และเพราะความสะดวกสบาย แอร์เย็นฉ่ำ วิ่งเร็วปรื๊ด เพียงชั่วโมงเศษ ก็ถึงแล้ว แถมยังนำไปแวะจุดชมวิวที่ไม่สามารถทำได้โดยพาหนะอื่นๆ จึงไม่แปลกใจเลยที่การท่องเที่ยวด้วยรถไฟขณะนี้ฮอตฮิตเอามากๆ   “เราเริ่มออกเดินทางกัน 7 .45 นะคร้าบบบ ทุกท่านทยอยขึ้นรถได้เลย” เจ้าหน้าที่กล่าวผ่านไมค์ให้นักท่องเที่ยวเริ่มเตรียมตัว หลังจากทานเบรกช่วงเช้า และแล้วรถไฟก็เริ่มเคลื่อนขบวน ไม่นานนักเราก็มาถึงจุดแรก เป็นจุดชมวิวบริเวณกลางสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงสัมผัสกับบรรยากาศของแม่น้ำบางปะกงได้อย่างเต็มอิ่ม



เพียงเวลาไม่นานนัก รถไฟ “คิฮะ” ก็นำคณะลงกันที่สถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา เพื่อนั่งรถบัสขนาดใหญ่ท่องเที่ยวกันภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวรารามวรวิหาร ปักหมุด สถานที่แรกคือไปสักการะ “หลวงพ่อโสธร” วัดโสธรวรารามวรวิหาร ภายในโบสถ์ใหม่สีขาวสวยงาม ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมเอาไว้อย่างพร้อมสรรพ โดยเปิดให้คณะได้ร่วมทำบุญถวายสังฆทานแก่วัด ครั้งนี้ท่านรองเจ้าอาวาส ฯ ได้ให้ศีลให้พร ประพรมน้ำมนต์พร้อมกับวัตถุมงคลมอบเหรียญหลวงพ่อโสธรไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คณะ 




หลังจากนั้น ได้พาคณะกว่าสองร้อยชีวิต ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ ร้าน “เดอะริเวอร์ บาร์น” ร้านอาหารริมน้ำที่มีการจัดการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก อาหารทยอยลำเลียงแต่ละโต๊ะ แต่ละโต๊ะ เสียงคุยเซ็งแซ่ บางคนมากันเป็นกลุ่มหลายคน ขณะที่บางคนมาเพียงสองคน บางคนมาคนเดียว แต่หลายคนเริ่มคุ้นชิน... เริ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงจุดชมวิวที่เพิ่งไปเยือน เริ่มสนทนากันถึงการร่วมทำบุญกับวัดหลวงพ่อโสธรฯ และไม่นานหลังจากอิ่มท้อง ก็เริ่มเดิน ... เดินช้อปปิ้ง เที่ยวชม ตลาดโบราณ 100 ปี  ตลาดโบราณ 100 ปี


ทีมงานเคยแวะเวียนมาตลาด ในช่วงโควิด เห็นสภาพของตลาดแล้วใจหาย แต่ในวันนี้ ทุกสิ่งเริ่มกลับสู่สภาพปกติแถมยังดีกว่าเดิมด้วยเพราะกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยว เริ่มกลับมาแล้ว โดยเฉพาะกับคณะใหญ่กว่าสองร้อยชีวิตที่มีศักยภาพ มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย สร้างรอยยิ้มกันถ้วนหน้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หลังจากนั้นก็ไปปันรอยยิ้มกันที่โรงเรียนวัดบางตลาด (ยอดสวัสดิ์ประชาสรรค์) โรงเรียนที่เป็นเลิศด้านวิชาการและการดนตรีไทย วันนี้ครูใหญ่จัดน้อง ๆ นักเรียนแสดงดนตรีไทยเป็นการต้อนรับ นอกเหนือจากอาหาร ขนม ต่างๆ ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้ปกครอง อาจารย์ และนักเรียน ซึ่งทำมานำเสนอจำหน่ายเพื่อเป็นทุนการศึกษา 




พี่แต๊ก - กันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย

โดยพี่แต๊ก - กันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย  เอ่ย ขอบคุณคณะที่ร่วมสมทบทุนอุปกรณ์การศึกษาให้กับน้อง ๆ ของโรงเรียน และเชิญชวนคณะร่วมอุดหนุนขนม นั่นทำให้ความโกลาหลก็บังเกิดเมื่อเหล่า คุณแม่ คุณพ่อ คุณพี่ คณะทัวร์เข้าไปอุดหนุนน้อง ๆ กันจนเก็บเงิน... ทอนเงิน... โอนเงินกันแทบไม่ทัน ทำให้เพียงแค่ชั่วพริบตา ขนมด้านหน้าก็อันตรธานหายไปเกลี้ยง !! ท่ามกลางรอยยิ้มของน้อง ๆ คุณครู และผู้จัด




วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ หรือวัดเมืองหลังปันรอยยิ้มให้น้องๆ คณะเดินทางกันต่อไปยัง วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ หรือวัดเมือง วัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง วัดเก่าแก่ที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน เคยเป็นสถานที่ประหารชีวิตอั้งยี่ในสมัยรัชกาลที่ 3 เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดเมือง ต่อมารัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสพระราชทานนามวัดนี้ใหม่ หมายถึงวัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง โดยมีต้นจันในตำนานอายุร้อยกว่าปี ถือเป็นรุกขมรดกของแผ่นดิน ที่ยังคงมั่นคงสูงตระหง่านอวดโฉมให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมเคียงข้างโบสถ์ 











สวนมะพร้าวน้ำหอม COCO COWBOY Farm ไม่ไกลกันนัก เราก็เดินทางต่อไปยัง สวนมะพร้าวน้ำหอม COCO COWBOY Farm เพื่อทำกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งขนมบ้าบิ่นและขนมต้มใบเตย พร้อมกับชิมมะพร้าวน้ำหอมจากสวน ก่อนจะเดินทางกลับมายังสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดย “คิฮะ” 183 ก่อนถึงกรุงเทพฯ นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เล่าถึงการท่องเที่ยวโดยรถไฟ คิฮะ 183 .......


การรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทยมาทำเส้นทางการท่องเที่ยวกับรถไฟขบวน KIHA 183 ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา การตอบรับดีมาก นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ ที่สำคัญที่สุดคือการทำงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งถึงผลกำไร การทำงานเพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเดินได้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเป็นตลาดบน มีกำลังจับจ่ายใช้สอยมาก ไปที่ไหนก็สามารถช่วยเหลือชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ 

บวร บ้าน วัด โรงเรียน เราก็ให้การส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเข้ามา มีก็สำรวจความพึงพอใจ อันดับแรกคือ เรื่องของความพร้อมในเชิงพื้นที่ ได้แก่การบริการในเรื่องสุขอนามัย ด้านกายภาพ สถาปัตยกรรมใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรม เราก็มุ่งเน้นเรื่องนี้  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้เป็นตลาดใหญ่ขึ้นทุกวัน เป็นการเติบโตขยายมากขึ้นในเรื่องของความนิยมในการนั่งรถไฟ KIHA เพิ่มขึ้น เริ่มตีขึ้นมาแทนตลาดหลักที่เดินทางโดยรถบัสหรือรถตู้ 

ในขณะเดียวกัน โครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็เล็งเห็นถึงความสำคัญว่า ทางสมาคม ฯ เป็นหลักอยู่แล้วในการให้การบริการแก่นักท่องเที่ยวครบวงจร ล้อ ราง เรือ บิน มีทุกภาคขนส่งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ไหนมีแหล่งน้ำเราก็นำไปท่องเที่ยวทางน้ำ หรือสนามบินที่จังหวัดไหนมีเราก็ไปทำให้ครบ 77 จังหวัดมีสนามบินประมาณ 20 กว่าจังหวัด ที่เหลือยังไม่มีเราก็นำเรื่องท่องเที่ยวทางรถมาแทน ทางเรือมาแทน หรือเอาล้อมาแทน 

วันนี้เรามารถไฟ แล้วมาต่อรถบัส งานนี้มีเรื่อง ซีเอสอาร์ จึงไม่ได้มีล่องเรือ ซึ่งปกติเรามีล่องเรือที่บางคล้า แถวปลายน้ำ แถวหลวงพ่อโสธร สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือว่าประสบความสำเร็จ การรถไฟแห่งประเทศไทยปัจจุบันได้มาจับงานทางนี้ถือว่าสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งทางอ้อมและทางตรง ทราบว่าจะมีการขยายไปหลายๆ เส้นทาง ความพร้อมของรถ การบริการก็ดี เรื่องมิติอาหารการกิน เราใส่ใจในเรื่องนี้ นักท่องเที่ยวมาไม่มีคำว่าหิว เลี้ยงทั้งวัน บางวันหกมื้อ มีเบรคแต่เบรคที่แทนข้าวได้เลย 


ในโอกาสต่อ ๆ ไป น่าจะพัฒนาเป็นสองวันหนึ่งคืน หรือสามวันสองคืน ซึ่งตอนนี้เอาคนที่รอให้จบก่อนในเรื่องของการจอง และเรื่องการขยายวันเวลาต่างๆ ต้องสอดคล้องกับเรื่องของพื้นที่ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารพร้อมหรือไม่ นักท่องเที่ยว 200 คนต้องดูความพร้อมมากกว่านี้และเรื่องของสุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด นักท่องเที่ยวที่มาแม้กระทั่งการใช้กระดาษทิชชูที่ใช้ในห้องน้ำ นำมาวางในโต๊ะอาหารยังมีอยู่ ก็ถือว่าต้องมีการควบคุม ในทุกเส้นทางที่ไปและยังไม่ได้ไป เราต้องการยกมาตรฐานในทุกๆ พื้นที่ที่เข้าไป ไม่ว่าจะภูมิภาคไหน ก็ให้เกิดกระแสความรับผิดชอบในด้านสิ่งแวดล้อม เรื่องของสังคม และสำคัญที่สุดคือ เมื่อลงมือทำการท่องเที่ยวแล้ว คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่นั้นต้องดีด้วย เป็นนโยบายที่สมาคมฯ ได้หารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและสามารถทำตามนโยบายของการรถไฟได้จนถึงปัจจุบัน ก็ถือว่าสำเร็จก็หวังว่าในไตรมาสสุดท้าย คงได้มีโอกาสสร้างเส้นทางใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยว ในอนาคตต่อไป” 

... นั่นทำให้เราได้เห็นรอยยิ้ม ใบหน้าที่อิ่มเอมของคณะทัวร์ที่ร่วมเดินทางกัน กับประสบการณ์ของการนั่งรถไฟ คิฮะ ท่องเที่ยวเมืองแปดริ้ว ภายใต้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบของสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย เชื่อเหลือเกินว่า ยังมีนักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่อยากเข้ามาสัมผัสหากมีโอกาส... เพราะการเดินทางที่เพียบพร้อมทั้งการอิ่มบุญและอิ่มใจ ลองสักครั้งแล้วคุณจะติดใจ

ข่าวประชาสัมพันธ์

กรรมการทึ่ง!!! นักออกแบบทั่วโลก ร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวด สูงถึง 890 ผลงาน

ร่วมประชันศักยภาพภายใต้โจทย์ที่ Enchanted Hues - Unlocking the Secrets of Primary Colors Theory กรุงเทพ 11 มิถุนายน 2567: โครงการประกวดอออกแ...

โวยวายดอทคอม