วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567

กรรมการทึ่ง!!! นักออกแบบทั่วโลก ร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวด สูงถึง 890 ผลงาน

ร่วมประชันศักยภาพภายใต้โจทย์ที่ Enchanted Hues - Unlocking the Secrets of Primary Colors Theory


กรุงเทพ 11 มิถุนายน 2567: โครงการประกวดอออกแบบเครื่องประดับ ปีที่ 18  (GIT’s 18th World Jewelry Design Awards 2024) ภายใต้แนวคิด " Enchanted Hues - Unlocking the Secrets of Primary Colors Theory ในปีนี้ มีนักออกแบบจากทั่วโลกส่งผลงานเข้าประกวดรวม 890 ผลงาน จาก 27 ประเทศ โดยมีนักออกแบบต่างชาติส่งชิ้นงานมาร่วมประกวดเป็นจำนวนมากถึง 572 ผลงาน และจากประเทศไทย 318 ผลงาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่พร้อมเผยความคิดสร้างสรรค์ ผ่านผลงานเครื่องประดับอันล้ำค่า ตอบโจทย์การยกระดับศักยภาพนักออกแบบสู่เวทีโลก ลุ้นสุดยอด 4 ผลงานสุดท้ายในรอบตัดสินชิงชนะเลิศ 28 สิงหาคม 2567 ณ Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน



นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT เปิดเผยหลังการตัดสินผลการประกวดรอบคัดเลือกแบบวาด ว่า “โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ในปีนี้ได้การตอบรับจากนักออกแบบและบุคคลที่สนใจทั้งในและต่างประเทศมากขึ้นจากปีที่แล้ว ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปีก่อนหน้ามีผลงานที่เข้าร่วมประกวดเป็นจำนวน 770 ผลงาน และเป็นผลงานที่มีความน่าสนใจ และหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง  สร้างความหนักใจให้กับคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมตัดสิน 

โดยเป็นการตัดสินจากแบบวาดทั้งหมด ผ่านทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการในต่างประเทศ และคัดเลือกผลงานทั้งหมดจนเหลือเพียง 30 แบบวาดสุดท้าย และ 4 ผลงานที่ได้คะแนนสูงสุด จะถูกนำไปผลิตเป็นเครื่องประดับจริง โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรของสถาบัน เพื่อใช้ตัดสินในรอบสุดท้าย และการแสดงแฟชั่นโชว์ ในนิทรรศการผลงานการออกแบบเครื่องประดับ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาศักยภาพของนักออกแบบ และผลักดันขยายความสามารถและช่องทางในการจัดจำหน่ายผลงานนักออกแบบที่เข้าร่วมโครงการออกแบบเครื่องประดับของ GIT ผ่านการแสดงผลงานนิทรรศการงานออกแบบเครื่องประดับ ในวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน


“มาร่วมลุ้นว่าใครจะเป็นผู้คว้ารางวัลทรงเกียรติจากโครงการ GIT’s 18th World Jewelry Design Awards 2024 รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 7,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ และผู้ชนะเลิศจะได้รับ โล่พระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี อีกด้วย


และคุณยังสามารถโหวตผลงานที่ชื่นชอบ ผ่านช่องทาง www.gitwjda.com ได้ตั้งแต่ 20 มิถุนายน – เวลา 23.59 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2567 และลุ้นรับรางวัลพิเศษให้กับผู้โชคดีที่เข้าร่วมโหวตคะแนนให้กับ 30 ผลงานสุดท้ายโดยการสุ่มรายชื่อภายในงาน แล้วพบกันในวันที่ 28 สิงหาคม 2567 ณ Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน” ผู้อำนวยการ กล่าวปิดท้าย


ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คณะนักท่องเที่ยวจีนเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยพร้อมสุนัขตัวโปรด


ททท.สำนักงานเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับบริษัท Pet Travel (爱宠游 Ai Chong You) จัดกิจกรรมนำคณะนักท่องเที่ยวจีนเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยพร้อมสุนัขตัวโปรด เจาะกลุ่ม Dog Lover จำนวน 19 ตัว เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยพร้อมเจ้าของ จำนวน 41 คน โดยสารเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) สายการบิน Juneyao  คณะดังกล่าวมีกำหนดเดินทางมาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในคืนวันที่ 6 มิถุนายน 2567 มีกำหนดการท่องเที่ยวในเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา ระหว่างวันที่ 6-13 มิถุนายน 2567 



เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 67 นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ในนามผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เดินทางต้อนรับ พบปะคณะผู้ดูแลและสุนัขจากเซี่ยงไฮ้มาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ณ โรงแรม Shama ถ.เย็นอากาศ จ.กรุงเทพฯ โดยคณะและน้องหมาได้พักผ่อน ท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ บางส่วนได้เดินทางไปท่องเที่ยว ณ วัดปากน้ำ ในช่วงเช้า และต่อด้วย Pet-friendly Cafe อาทิ Craft Cafe (ณ โรงแรม Kimpton Malai), The Common เป็นต้น ก่อนจะเดินทางกลับเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 จากการสอบถาม Feedback ของคณะในการเดินทางครั้งนี้ ผู้เดินทางมีความประทับใจเป็นอย่างมากในการต้อนรับอันอบอุ่นของชาวไทย อย่างไรก็ตาม ทางคณะได้มีความเห็นเพิ่มเติมโดยต้องการให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น Pet-friendly destinations มีแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านการเดินทางที่คำนึงถึงกลุ่มเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงมากยิ่งขึ้น การเดินทางของคณะนักท่องเที่ยวพร้อมสัตว์เลี้ยงในครั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก รวมถึงเป็นการเดินทางมายังประเทศไทยเป็นประเทศแรกและเป็นครั้งแรกในการเช่าเหมาลำ นอกจากนี้ ททท.ส่วนกลาง ได้มีการประสานงานไปยัง ททท. สำนักงานพัทยา จ.ชลบุรี ในเรื่องการเข้าพื้นที่และได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาในการอำนวยความสะดวก ตลอดจนการดูแลรักษาความปลอดภัยภายให้แก่คณะ 




ทั้งนี้ กลุ่มคนที่เดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับสัตว์เลี้ยงในประเทศจีน เป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในจีน เนื่องจากคนจีนในปัจจุบันแต่งงานและไม่นิยมมีลูก โดยนิยมเลี้ยงสัตว์ ดังนั้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยและนำเสนอขายสถานที่ใหม่ ๆ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายในการเป็น Pet-friendly destinations จึงได้มีการประสานงาน และร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่คณะดังกล่าว 


สอดรับกับแผนการตลาด ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ในปี 2568 เปิดเกมส์รุกกับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และเส้นทางท่องเที่ยวในภาคตะวันออก “เที่ยวกับสุดที่รัก-สัตว์เลี้ยง” เป็นการเปิดตลาดท่องเที่ยวใหม่ที่มีศักยภาพในภาคตะวันออกต่อไป

กรมควบคุมโรค และ กทม. ร่วมด้วยพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น “เดงกี่ ฮีโร่”

 กรมควบคุมโรค และ กทม. ร่วมด้วยพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น “เดงกี่ ฮีโร่” รณรงค์ลดป่วย ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก ปีนี้คาดอาจพบผู้ป่วยพุ่งสูงและเสียชีวิตมากกว่า 200 ราย 


          กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร ผนึกกำลัง บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรต่างๆ อาทิ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)     และพันธมิตรจากความร่วมมือ Dengue Zero ในงาน วันไข้เลือดออกอาเซียน 2567 หรือ ASEAN Dengue Day 2024 ภายใต้แนวคิด “Dengue Hero towards Zero Death” ณ ห้องประชุมบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดงเพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนถึงอันตรายของไข้เลือดออกที่ใกล้ตัวและวิธีการป้องกันจากโรคไข้เลือดออก พร้อมชวนทุกคนมาเป็น “ฮีโร่” ช่วยกันส่งต่อแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกให้คนรอบตัว เพื่อลดอัตราการระบาดและทำให้ผู้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกเป็นศูนย์ต่อไป ขานรับนโยบายขององค์การอนามัยโลกที่อัตราการเสียชีวิตจากไข้เลือดออกจะต้องหมดไปภายในปี 2573 


          วันนี้ (14 มิถุนายน 2567) นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “ยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศไทยอาจพุ่งสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณของยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 5 มิ.ย. 67 พบผู้ป่วยจำนวน 30,353 ราย ผู้เสียชีวิต 36 ราย และคาดการณ์ว่าอาจเสียชีวิตมากกว่า 200 รายในปีนี้ ซึ่งเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี สำหรับแนวทางการป้องกัน กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้กำหนดมาตรการ 4 เน้น 4 เดือน เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออกระหว่างเดือน มิ.ย.- ก.ย. 2567 ได้แก่ 1) ด้านการเฝ้าระวังโรคและยุงพาหะ โดยการสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายให้มีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายน้อยกว่า 5 2) ด้านการตอบโต้และควบคุมยุงพาหะ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควบคุมโรคไข้เลือดออกตามแนวทางมาตรฐาน 3) ด้านการวินิจฉัยและรักษา ให้สถานบริการในพื้นที่ตรวจผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไข้เลือดออกทุกรายด้วยชุดตรวจเร็วสำหรับไข้เลือดออก (NS1) และ4) ด้านการสื่อสารความเสี่ยง เน้นประชาสัมพันธ์ให้ร้านขายยาและสถานบริการทางการแพทย์งดจ่ายยา NSAID ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การร่วมมือกันในทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนประชาชนให้มีสุขภาพดีไปด้วยกันด้วยการร่วมเป็นฮีโร่ในการป้องกันไข้เลือดออก ช่วยกันบอกต่อแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกให้กับคนใกล้ตัว เพื่อเป็นการกระจายความรู้ออกไปเป็นวงกว้าง





          นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากสภาพภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่หลากหลาย เอื้อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก กทม. จึงดำเนินการเชิงรุกในพื้นที่ชุมชน โรงเรียน และศาสนสถาน โดยการเฝ้าระวังการเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย       การสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ชุมชน การปรับภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อม จัดทำ Big Cleaning Day ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง และย้ำเตือนแก่ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขทั้ง 50 เขต ซึ่งเป็นเส้นเลือดฝอยในการที่ช่วยกระจายความรู้ ร่วมกับการย้ำเตือนถึงวิธีลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายด้วยมาตรการ 5ป. 1ข.  3 เก็บ ได้แก่ 5ป. ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับปรุง ปฏิบัติ เพื่อปราบยุงลาย 1ข. ขัดทำความสะอาดภาชนะบรรจุน้ำ และ 3 เก็บ เก็บขยะ เก็บบ้าน เก็บน้ำ พร้อมทั้งใช้แอปพลิเคชัน Line ในการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนทราบถึงภัยของไข้เลือดออกและแนวทางในการป้องกันตนเองที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว นอกจากการป้องกันแบบบูรณาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจะลดลงได้ตามเป้า หากเราทุกคนมาร่วมกันเป็น เดงกี่ ฮีโร่ นำพาชุมชนไปสู่สังคมปลอดไข้เลือดออกด้วยกัน

          นายยูจิ ชิมิซึ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คาโอดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย และได้ตระหนักถึงภัยร้ายของโรคไข้เลือดออก โดยได้ดำเนินโครงการ “GUARD OUR FUTURE” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อปกป้องให้ผู้คนให้ห่างไกลและปลอดภัยจากยุง ซึ่งในส่วนแรกของโครงการเรามุ่งเน้นในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันศึกษา โดยในปีนี้คาโอได้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาฟีเจอร์ “Mosquito Bite Crowdsourcing” ในแอปพลิเคชัน “รู้ทัน” หรือแอปแจ้งเตือนภัยสุขภาพที่อยู่รอบตัว ซึ่งดำเนินการโดย เนคเทค สวทช. และกรมควบคุมโรค เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประชาชนเข้ามาร่วมช่วยกันรายงานสถานการณ์ของยุงตรงพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ จากการทำงาน หรือทำกิจกรรมใดๆ ได้จากทั่วประเทศ โดยข้อมูลการรายงานนี้ จะนำมาช่วยเสริมการตรวจจับการระบาดในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกต่อไป อีกทั้งคาโอยังให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดระดับประเทศ ได้ทำการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงให้ทางกรมควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการแพร่ระบาดจากโรคไข้เลือดออกในวงกว้าง และในส่วนที่ 2 ของโครงการ คาโอมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อปกป้องผู้คนให้ห่างไกลจากยุง ซึ่งล่าสุดในปีนี้คาโอได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่นด้านความปลอดภัย สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงได้และไม่รบกวนกิจวัตรประจำวันอีกด้วย

          นายปีเตอร์ สไตรเบิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทาเคดามุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมปลอดไข้เลือดออกผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในหลากหลายมิติ เพื่อช่วยลดภาระทางด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม โดยเน้นการสื่อสารที่ให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออกและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร คุณครูและนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ อีกทั้งได้มีการยกระดับการรายงานข้อมูลไข้เลือดออกของประเทศให้มีความรวดเร็วและถูกต้อง จัดทำแผนแม่แบบระบบ และกระบวนการการดำเนินการประสานความร่วมมือของพันธมิตร การเปิดตัว ‘อิงมา’ Dengue Virtual Human หรือมนุษย์ที่สร้างขึ้นแบบเสมือนจริงเพื่อเป็นตัวแทนของผู้ป่วยไข้เลือดออกในไทยจำนวน 1,237,467 คนในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้ของโรคไข้เลือดออกตามสื่อต่างๆ สำหรับปีนี้แคมเปญ “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ภายใต้ความร่วมมือ Dengue-zero นำโดย กรมควบคุมโรค และ กรุงเทพมหานครจะยกระดับการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความอันตรายของโรคโดย วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ศิลปินดาวรุ่งระดับอินเตอร์อาสาเป็นหนึ่งใน “เดงกี่ ฮีโร่” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันไข้เลือดออกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องตนเองและคนใกล้ตัวให้ห่างไกลจากไข้เลือดออก และจะเดินหน้าประสาน ทุกความร่วมมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการระบาด การเจ็บป่วย และการสูญเสียให้เป็นศูนย์ในไทยให้ได้

ข้อมูลจาก : กองโรคติดต่อนำโดยแมลง/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 14 มิถุนายน 2567

นักวิจัย สจล. คว้ารางวัลนวัตกรรม ระดับนานาชาติ ผลงานเม็ดดินคุณสมบัติพิเศษเสริมธาตุอาหาร เพิ่มความชุ่มชื้นพืช ตอบโจทย์การปลูกพืชแบบยั่งยืน

นักวิจัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) คว้ารางวัล Silver Medal จาก INTARG 2024 และ Special Award จาก WIIPA (World Invention Intellectual Property associations) จากผลงาน  CeraGrow: Porous Planting Pellets with NPK (เซราโกรว: เม็ดดินรูพรุนเสริมธาตุอาหารพืช) ในงาน “The 17th International Invention and Innovation Show: INTARG 2024” เมื่อวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2567 ณ MCK Katowice, International Congress Centre เมืองคาโตไวซ์ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดยเป็นผลงานของ ผศ. ดร.เมตยา กิติวรรณ  ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ และผศ. ดร.พชรพล ตัณฑวิรุฬห์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. 

ผศ. ดร.เมตยา กิติวรรณ  ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ สจล. กล่าวว่า สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล เป็นนวัตกรรมเม็ดดินที่ตอบโจทย์การปลูกพืชแบบยั่งยืน เม็ดดินมีรูพรุนที่ช่วยคงความชุ่มชื้นแก่พืช ทำให้รากพืชระบายอากาศได้ดี และประกอบด้วยธาตุอาหาร NPK ที่จำเป็นต่อพืชโดยมีอัตราการปล่อยปุ๋ยอย่างช้าๆ ใช้ปลูกพืชได้หลากหลายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ ทำให้การปลูกพืชง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ใช้วัตุดิบหลักจากของเสียจากอุตสาหกรรมเซรามิกส์ ผลิตด้วยกระบวนการไมโครเวฟที่ประหยัดพลังงาน เซราโกรว จึงช่วยลดของเสียและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับการปลูกพืชด้วย "เซราโกรว" ซึ่งนวัตกรรมและความยั่งยืนมารวมกันเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ 

โดยจุดเด่นของผลงาน อยู่ที่เม็ดดิน "เซราโกรว" มีความพรุนตัวสูง ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดิน มีการเสริมธาตุอาหารหลัก NPK ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช จึงมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าเม็ดดินที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เม็ดดินผลิตจากวัตถุดิบหลักที่เป็นของเสียจากอุตสาหกรรมเซรามิกส์ และเผาขึ้นรูปด้วยเตาไมโครเวฟ จึงทำให้มีต้นทุนต่ำ ประหยัดพลังงานการผลิต และเป็น Zero waste product ที่ทั้งวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 


ผศ. ดร.พชรพล ตัณฑวิรุฬห์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวเสริมว่า สำหรับประโยชน์ของผลงานเหมาะกับผู้ใช้งานทุกระดับเนื่องจากใช้งานได้ง่าย สามารถใช้ผสมดินเพื่อปลูกพืชในกระถางต้นไม้ และใช้โรยปิดหน้ากระถางพืชไม้ประดับเพื่อความสวยงาม และการต่อยอดธุรกิจได้มีการยื่นจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว พร้อมสำหรับถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ “เซราโกรว” ที่สามารถผลิตจากดินทั่วไปซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ราคาถูก กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนทุกประเภท เช่น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) วิสาหกิจชุมชน (SMCE) วิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และผู้ประกอบการรายย่อย เป็นต้น รวมถึงพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ชุมชนที่มีการผลิตเครื่องปั้นดินเผาหรืออิฐมอญที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ สจล. เป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสร้างสรรค์งานวิจัย และนวัตกรรมสู่สังคมโลก “The World Master of Innovation” โดยผ่านการสำรวจ วิจัย วิเคราะห์ เข้าสู่กระบวนการวางแผนดำเนินการ ลงมือปฏิบัติ และติดตามประเมินผล ซึ่งที่ผ่านมาได้สร้างนักวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม และสร้างเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง นำไปใช้ได้จริง เกิดประโยชน์กับประเทศมากมาย รวมทั้งด้านความยั่งยืน (Sustainable University) ที่ สจล. มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สร้างพื้นที่สีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีแนวทางลดการใช้พลังงานอย่างชัดเจน ทำให้สามารถประหยัดพลังงาน และลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่บุคลากร นักศึกษา และสังคม โดยตั้งเป้าหมายในปี 2028 สจล. จะ ‘ลดปริมาณคาร์บอน’ ลงร้อยละ 50 และจะมุ่งสู่เป้า ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ สำหรับประเทศไทย (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ภายใต้บริบทของสจล.ในการเป็น ‘ต้นแบบด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อก้าวสู่โลกอนาคต บนคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ 


สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 023298000-99 เว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th หรือ www.kmitl.ac.th www.kmitl.ac.th Facebook: KMITL Official

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รู้จักโรงแรม “แอทพิงค์นคร เชียงใหม่” จากแรงบันดาลใจของ “สุนทรี ดอนท้าวไพร”


 “แอดมินอยู่ที่ ...โรงแรมในอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เห็นวิวตัวเมือง ภูเขามีแต่คนต่างถิ่นเข้ามาเป็นเจ้าของ จึงอยากสร้างโรงแรมที่เป็นของคนเชียงใหม่จริงๆ ซึ่งมีเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง” แอทพิงค์นครเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่
โรงแรม แอทพิงค์นครริเวอร์ไซด์ 
ตั้งอยู่เลขที่ 381 ถนนเจริญราษฎร์ ฟ้าฮ่าม ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 
At Pingnakorn Huaykaew Chiang Mai
At Pingnakorn Hotel Nimman
AtPingnakorn Riverside



... เชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก เมืองขนาดใหญ่ที่สุด มีวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคเหนือ เป็นส่วนผสมความงดงามระหว่างศิลปะวัฒนธรรมล้านนาและธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์จากศิลปะร่วมสมัย การคงอยู่ของชุมชนเก่าผสานชุมชนใหม่อย่างลงตัว ที่นี่จึงถือเป็นเมืองหมุดหมายที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเยือนกันอย่างไม่เคยห่างหาย เทศกาลงานเมืองสำคัญๆ ยังคงถูกกล่าวถึงในปฏิทินท่องเที่ยวระดับโลก ที่ต่างกล่าวกันว่า สักครั้ง... ต้องมาเยือน เมืองล้านนา .. เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้วัฒนธรรมและศิลปะล้านนา 


เรื่องราวความเป็นมาของโรงแรมแอทพิงค์นครริเวอร์ไซด์ โดยได้รับเกียรติจาก  คุณสุนทรี ดอนท้าวไพร ประธานกรรมการบริหาร (เจ้าของโรงแรม) ผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารงาน โรงแรมแอทพิงค์นครเชียงใหม่ At Pingnakorn Hotel Nimman โรงแรมแอทพิงค์นครห้วยแก้ว At Pingnakorn Huaykaew Chiang Mai (บริษัท แอทพิงค์นคร จำกัด ) โรงแรมแอทพิงค์นครริเวอร์ไซด์  AtPingnakorn Riverside( บริษัท แอทพิงค์นครริเวอร์ไซด์ จำกัด) และห้างหุ้นส่วนจำกัดพิงค์นครก่อสร้าง ภายใต้การบริหารของ คุณสุนทรี ดอนท้าวไพร 

การเล่ารวมร้อยเรียงสิ่งที่เกิดขึ้น หนึ่งในผู้ร่วมสร้างโรงแรมดาราเทวี  โรงแรมแห่งนี้ เคยเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ ต้อนรับบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายจากทั่วโลก  ด้วยประสบการณ์การการทำธุรกิจ ได้มีโอกาสออกก่อสร้างโรงแรมใหญ่ ๆ คุณสุนทรี ดอนท้าวไพร ผู้บริหารโรงแรมแอทพิงค์นครเชียงใหม่ นิมมาน , โรงแรมแอทพิงค์นครห้วยแก้ว ,โรงแรมแอทพิงค์นครริเวอร์ไซด์ และห้างหุ้นส่วนจำกัดพิงค์นครก่อสร้าง และได้รับพระราชทานปริญญาบัตร มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา



... หลังจากเดินดูความเรียบร้อยภายในห้องอาหารของโรงแรม พี่สุน – คุณสุนทรี เปิดโอกาสให้เราได้คุยตามเวลานัดหมาย 

“พี่เป็นคนเชียงใหม่ ไม่ได้มีมรดกอะไร ทุกอย่างสร้างขึ้นมาใหม่ โชคดีเกิดมาจนทำให้เป็นคนขยัน” 
พี่สุน - สุนทรี เล่ายิ้มๆ ให้ฟังเมื่อเราถามถึงที่มาของการเข้าสู่วงการโรงแรม 

ก่อนจะเริ่มเล่าต่อว่า “... พี่จบอาชีวะเชียงใหม่ ด้านบัญชี ส่วนสามีจบสถาปนิก พี่จบออกมาเริ่มทำงานออฟฟิศก่อน ส่วนสามีทำงานเขียนแบบก็จะรับเหมาก่อสร้าง จนออกจากงานมาเพื่อช่วยบัญชีทำ สามีรับเหมาดูแลหน้างาน สถาปนิกเขาจะไม่ค่อยละเอียดเรื่องบัญชี เรื่องซื้อของ เราก็ออกมาช่วยกัน จังหวะช่วงนั้นงานก่อสร้างกำลังบูมมากๆ  

พี่ดูแลบัญชี พนักงาน เซฟทุกอย่าง ลุยกัน มีกู้แบงค์มาหมุน จังหวะพี่เจอเจ้าของดีดีหลายคนที่จ้างทำงาน”อ  ต่อมา บริษัทพิงค์นครก่อสร้าง การออกแบบต้องตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ได้เข้ารับเหมาก่อสร้าง โรงแรมดาราเทวี โรงแรมระดับหกดาวที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น ซึ่งบริษัทฯของเธอเป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่เข้ามารับงาน ใช้เวลาในการทำงานถึงห้าปี   

“โชคดีมีโอกาสไปก่อสร้างโรงแรมดาราเทวี ทำให้ได้เห็นการทำงานโรงแรมทุกอย่าง ช่วงนั้นเป็นช่วงยุคเฟื่องฟู มีหลายผู้รับเหมา ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อสร้างโรงแรม หลังจากนั้นก็ไปก่อสร้างโรงแรมอีกหลายแห่งในเชียงใหม่”

... เกือบยี่สิบปีก่อนระหว่างทำโรงแรมดาราเทวี ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างอยู่เกือบ 5 ปีจึงแล้วเสร็จ ระหว่างนั้นทางพิงค์นครก่อสร้าง ก็ได้เริ่มทำโรงแรมของตนเองที่ถนนนิมมานเหมินทร์เป็นที่แรกประมาณ ปี 2549 ทั้งหมดมี 46 ห้อง โดยแรกเริ่มทำเป็นอพาร์ทเมนท์ ต่อมาเมื่อปี 2550 ย่านนิมมานเหมินทร์ บูมมาก ทางโรงแรมจึงรีโนเวทปรับโฉมใหม่เพื่อดำเนินกิจการโรงแรม 




สร้างโรงแรมแอทพิงค์นครด้วยใจรัก
ด้วยความเป็นคนเชียงใหม่ การออกแบบและก่อสร้างอาคาร และมาตรฐาน รับเหมาก่อสร้างโรงแรมหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ การทำธุรกิจโรงแรม ก่อนอื่นจะต้องเริ่มคิดและมองในมุมมองของลูกค้าซะก่อน ว่าลูกค้าชอบอะไรและมีความต้องการประมาณไหน หรืออาจจะสังเกตจากเวลาที่เราไปเที่ยว จึงทำให้เกิดความคิดที่จะทำโรงแรมขึ้นที่สามารถบอกได้ว่าการบริหารงาน การออกแบบ และการต้อนรับตามแบบฉบับคนเชียงใหม่แท้ๆ นำเสนอเรื่องราวที่เชื่อมโยงไปกับการออกแบบและการตกแต่งของโรงแรมในจุดต่างๆซึ่งในปัจจุบันโรงแรมในเชียงใหม่ มีคนพื้นที่เป็นเจ้าของเหลือเพียงไม่ถึง 10 % นอกนั้นเป็นคนต่างถิ่นเข้ามาเทคโอเวอร์บ้าง สร้างขึ้นมาใหม่บ้าง 




เชียงใหม่มีโรงแรมที่เป็นของคนเชียงใหม่จริงๆ  นำเสนอภูมิปัญญาด้านสมุนไพรและวิถีชีวิตของชาวล้านนาโบราณ ในแบบบุคลิกของคนเชียงใหม่  มีการต้อนรับขับสู้ผู้เข้าพักในสไตล์คนล้านนาดั้งเดิม ใช้บุคลิกของคนล้านนาในการให้บริการ การดูแลแขก ดูแลอาหารและห้องที่สะดวก เพราะการไปรับเหมาก่อสร้างก็เดินทางไปหลายที่ หลายประเทศ ได้เห็นสถานที่ต่าง ๆ เมื่อจะสร้างโรงแรมของตนเองจึงออกแบบและบริหารเอง เน้นเรื่องความปลอดภัย” เพื่อสนับสนุนเชียงใหม่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

โรงแรมของคุณสุนทรี  เปิดให้บริการทั้งสามแห่ง มีการออกแบบตกแต่งที่สวยงาม การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามคลาสสิค จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงและได้รับความชื่นชมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก  คุณสุนทรีเล่าต่อว่า “ ความที่เป็นคนชื่นชอบของเก่า พอมีโจทย์ว่าจะทำโรงแรม ก็เริ่มหาเฟอร์นิเจอร์เก่า ของเก่าเพื่อนำมาแต่ง มาปรับปรุงใหม่ โดยเริ่มหาของเก่าพวกนี้ก่อน ก็จะดูเองว่าเมื่อนำมาแต่งแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นจังหวะที่เดินทางไปรับเหมายังที่ต่างๆ รวมถึงได้มีโอกาสไปเห็นการออกแบบของสถานที่อื่น ๆ
อีกหลายแห่ง ก็เก็บเล็กผสมน้อยมาดีไซน์ให้กับโรงแรมของเรา”

ด้วยศักยภาพของการออกแบบตกแต่งแล้ว ผู้บริหารแอทพิงค์นคร ยังสนับสนุนคนเชียงใหม่ที่จบการศึกษาให้เข้าทำงาน แม้ไม่ได้ตรงกับสาขาด้านการโรงแรม รวมถึงการเก็บรักษาคุณค่าความเป็นอาหารเหนือในรสชาติดั้งเดิม 



“...อาหารเช้าจะทำเป็นอาหารเหนือ ที่ยังคงความเป็นเชียงใหม่ไว้ รสชาติเป็นเชียงใหม่แท้ โดยเชฟที่มีประจำทั้งสามแห่งเป็นคนเหนือ เพราะฉะนั้นคุณภาพ รสชาติของอาหารเหนือจะเหมือนกันทั้งสามแห่ง เด็กที่อยู่ด้วยเราจะสอนการให้ มีสูตรของโรงแรมที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว





นักเรียน นักศึกษาที่เรียนจบใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้เรียนตรงกับสาขาด้านการโรงแรม ทางโรงแรมมีนโยบายเปิดโอกาสให้อาชีพทุกคนที่มาฝึกทำงานที่โรงแรม โดยฝึกให้เด็กทำเป็นทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่ห้องครัว ปูผ้า เรียนรู้เสมือนเราเป็นเจ้าของโรงแรมเองเด็กต้องทำเป็นทุกน้าที่ความรับผืดชอบ  เด็กฝึกงานพนักงานทุกคนต้องช่วยกันเหมือนคนในครอบครัว เพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว

โดยเด็กฝึกงานหรือพนักบางท่านมีโอกาสไปเติบโต ไปมีครอบครัวที่ดี พอถึงที่วันดำหัว หลายท่านก็กลับมาเยี่ยมเยือน  ที่นี่เหมือนกับเป็นมหาวิทยาลัย หลายคนสามารถจบออกไปทำงานในโรงแรมได้ ส่วนของการดูแลโรงแรมทั้ง 3 โรง ภายหลังจากสถานการณ์โควิด ความที่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง มีช่างฝีมืออยู่ในมือ ทำให้โรงแรมทั้งสามได้รับการดูแลอย่างดี 


“พี่มีช่างอยู่ในมืออยู่แล้ว เพราะเป็นผู้รับเหมา เราจะดูแลอย่างดี ช่วงหลังจากผ่านสถานการณ์โควิด จึงไม่ได้มีการลงทุนอะไรมาก ตอนนี้รักษาลูกน้องไว้ก่อน 

“อยากให้สนับสนุนคนเชียงใหม่ที่เป็นเจ้าของ  ที่แอทพิงค์นครริเวอร์ไซด์ อยู่ริมแม่น้ำปิง จะมีบริเวณ มีพื้นที่สำหรับการจัดงาน สถานที่ตรงนี้เคยจัดงานลอยกระทงที่เป็นสไตล์ล้านนา เรายังคงความเป็นล้านนา ซึ่งนอกจากนี้ก็รับจัดงานแต่งงาน งานเลี้ยงต่างๆ ที่ผู้เข้ามาใช้บริการต้องการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ การจัดโปร แพคเกจพิเศษสำหรับผู้เข้าพักเป็นต้น ” คุณสุนทรี กล่าว 







เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ทำให้คนในจังหวัดตัวเอง มีความรู้สึกว่าอยากกลับมาอยู่เสมอ โลเกชั่นและการตกแต่งของแอทพิงค์นคร จะอยู่ในระดับแถวหน้าของโรงแรมในเชียงใหม่ แต่ราคากลับไม่ได้สูงดังเช่นโรงแรมเชนต่าง ๆ  “เรื่องราคาเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราคิดทำโรงแรมขึ้น เพราะอยากให้คนแตะต้องได้ในราคานี้ พี่เป็นคนเชียงใหม่ พื้นฐานเรารู้ว่าคนเชียงใหม่ใช้จ่ายเงินประมาณไหน จะมาใช้บริการได้หรือไม่ และนักท่องเที่ยวคนไทยสามารถเข้ามาสัมผัสโรงแรมแบบนี้ในราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม อยากคงความเป็นเชียงใหม่ไว้เพื่อส่งต่อความสุขให้คนไทยมีโอกาสเข้ามาพัก  มาทานอาหารมาทานข้าวซอย ที่เป็นรสชาติเชียงใหม่ต้นตำรับ ในราคาที่จับต้องได้” 

และเมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะเปิดสาขาเพิ่มหรือไม่ ?
คุณสุนทรี  เล่าต่อ.....ถึงบรรยกาศการสนทนาในวันนั้น  “จากวันนั้นถึงวันนี้  ถือว่าโรงงแรมแอทพิงค์นคร มาไกลแล้วทั้งสามแห่ง อยากให้คงอยู่และเติบโตไป ไม่มีความคิดที่จะเพิ่มสาขา แต่อยากปรับปรุงทั้งสามแห่งให้ดีขึ้น ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น อยากทำอะไรอีกเยอะ เชียงเป็นหมุดหมายของการมาเยือนเชียงใหม่ จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงและได้รับความชื่นชมจากนักท่องเที่ยว เรื่องความรื่นรมย์จากการใช้ชีวิตในโรงแรม ที่ให้ความรู้สึกเหมือนพักผ่อนอยู่บ้าน จนไม่อยากออกไปไหน แต่ตอนนี้ต้องพยุงให้อยู่ให้ได้ในเวลาที่เศรษฐกิจที่ยังไม่ดี”  เป็นโรงแรมล้านนาโคโลเนียลในเชียงใหม่  ได้เห็นความเป็นศิลปะเชียงใหม่ตั้งแต่ที่ล็อบบี้  เปิดให้บริการทั้งสามแห่ง พราะเชียงใหม่มีอะไร เก๋ ๆ เยอะ การออกแบบตกแต่งที่สวยงามบรรยากาศภายในจึงคล้ายกับบ้านเก่าในยุโรป มากกว่าให้ความรู้สึกเหมือนห้องพักในโรงแรม การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่คลาสสิคทุกมิติของการออกแบบ


... วันนี้...  โรงแรมแอทพิงค์นครทั้งสามแห่ง ทั้งที่ริเวอร์ไซด์ ริมแม่น้ำปิง ที่ถนนห้วยแก้ว และถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 12  นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเริ่มกลับมาเยือนอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยงามของงานดีไซน์สถานที่ ไม่ใช่เพียงเพราะราคาที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงเพราะมีอาหารแสนอร่อยเสริฟ ... แต่ด้วยเพราะ ... การบริการด้วยหัวใจในแบบล้านนาของเธอ สุนทรี ดอนท้าวไพร แอทพิงค์นคร 






โรงแรม แอทพิงค์นครริเวอร์ไซด์ 
ตั้งอยู่เลขที่ 381 ถนนเจริญราษฎร์ ฟ้าฮ่าม ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่
โทร. 053  249  222
โทร. 093 - 130 -1382

Line Official Account: 0931301382



#โรงแรมเชียงใหม่ #ที่พักเชียงใหม่ #เที่ยวเชียงใหม่ #ที่พักเชียงใหม่2023 #รีวิวเชียงใหม่ #แอ่วเชียงใหม่ #เมืองเชียงใหม่  #เชียงใหม่ #เที่ยว #chiangmai #travel #reviewchiangmai #lovechiangmai #hotelchiangmai #hotelcnx  #hotel #thailand #แต่งงานเชียงใหม่ #สถานที่แต่งงานเชียงใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์

กรรมการทึ่ง!!! นักออกแบบทั่วโลก ร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวด สูงถึง 890 ผลงาน

ร่วมประชันศักยภาพภายใต้โจทย์ที่ Enchanted Hues - Unlocking the Secrets of Primary Colors Theory กรุงเทพ 11 มิถุนายน 2567: โครงการประกวดอออกแ...

โวยวายดอทคอม