แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ม.หัวเฉียวฯ ในงาน HCU Open House 2026: from BANI to beyond

HCU Open House 2026 เมื่อโลกภายนอกมันไม่แน่นอน ม.หัวเฉียวฯ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้น้อง ๆ รับมือกับโลกที่คาดเดาไม่ได้ ขอเชิญน้อง ๆ มาออกแบบอนาคตที่ ม.หัวเฉียวฯ ในงาน HCU Open House 2026: from BANI to beyond วันที่ 11-12 กันยายนนี้

ลงทะเบียนออนไลน์ร่วมสร้างอนาคต
ม.หัวเฉียวฯ ร่วมออกแบบอนาคตน้อง ๆ ด้วย BANI
B : Brave and Build น้องเชื่อ พี่สร้าง
น้องเชื่อมั่นในความฝันพี่พร้อมสร้างฐานความรู้และทักษะแบบแน่นปึกด้วยห้องแล็บที่มาตรฐานลงมือทำในปีแรก
A : Aspire and Assure น้องพุ่งชน พี่การันตี
น้องมีใจมุ่งมั่นพร้อมชน พี่ขอการันตีความพร้อมของหลักสูตรและ
เครือข่ายระดับสากล
N : Navigate and Nurture น้องค้นหา พี่ดูแล
น้องค้นหาเส้นทางชีวิต พี่พร้อมเป็นบ้านหลังที่สองและเป็นเข็มทิศ
นำทางคอยบ่มเพาะและดูแล
l : Ignite and Impact น้องจุดประกาย พี่ส่งเสริม
เมื่อไฟในตัวน้องจุดประกายขึ้น พี่ส่งเสริมเปลี่ยนความรู้และ Passion ให้เป็นพลังช่วยเหลือสังคม

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เรียนบัญชีที่ ม.หัวเฉียวฯ ทางเลือกใหม่...สู่สายงานบัญชีมืออาชีพด้วยหลักสูตรที่เชื่อมต่อโลกธุรกิจจริง

​ทำไมต้องเรียนบัญชี? บัญชีสำคัญอย่างไร? หนึ่งในวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ก็คือ นักบัญชี ในยุคที่ข้อมูลทางการเงินมีบทบาทสำคัญต่อทุกองค์กร นักบัญชีจึงเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างต่อเนื่อง


หลักสูตรบัญชีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีประสบการณ์การสอนและผลิตบัณฑิตมากว่า 23 ปี ปัจจุบันได้สร้างความโดดเด่นด้วยการร่วมมือกับ ดีลอยท์ ประเทศไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 บริษัทที่ปรึกษาและตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลก (Big 4) ร่วมพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลผ่านรายวิชาที่ทันสมัย อาทิ การควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง ระบบสารสนเทศทางการบัญชี รายงานการเงินและการวิเคราะห์ การควบคุมและตรวจสอบระบบสารสนเทศ การวางแผนและควบคุมงบประมาณ การบัญชีเพื่อความยั่งยืน (ESG) และการกำกับองค์กรและจริยธรรมวิชาชีพ เป็นต้น




หากต้องการเป็นนักบัญชี ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน นักวิเคราะห์การเงิน ที่ปรึกษาด้านภาษี เจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงินในองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึงต่อยอดสู่การสอบใบอนุญาตและคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากลในอนาคต มาเรียนบัญชีที่ ม.หัวเฉียวฯ เรียนกับมืออาชีพจากดีลอยท์เน้นทั้งความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์จริง เป็นทางเลือกใหม่เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงานจริง และมีโอกาสฝึกงานกับองค์กรระดับสากล นอกจากนี้ยังได้เรียนเสริมทักษะการสื่อสารภาษาจีนซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมหาวิทยาลัย สมัครเรียนวันนี้ที่ https://admission.hcu.ac.th

สอบถามพูดคุยที่ โทร. 02 7138100 ต่อ 1223 หรือ 1484

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ช่อง 7HD เปิดบ้านต้อนรับคณะนักวิจัยฯ เข้าชมการบริหารจัดการสื่อแลกเปลี่ยนความรู้

ช่อง 7HD เปิดบ้านต้อนรับคณะวิจัยโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการใช้ประโยชน์จากจดหมายเหตุ อววน. เข้าเยี่ยมชมการบริหารจัดการสื่อของสถานีฯ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาและต่อยอดงานวิจัยต่อไป

ประสบความสำเร็จกับการจัดเก็บคลังข้อมูลด้านสื่อโทรทัศน์มาอย่างยาวนาน ช่อง 7HD จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ขอเข้าศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คุณชญาณ์ณิศ ศรีสินธวารักษ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรสื่อ พร้อมคณะทำงาน ช่อง 7HD เปิดบ้านให้การต้อนรับคณะนักวิจัยจากโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการใช้ประโยชน์จากจดหมายเหตุ การอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) โดยทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร. น้ำทิพย์ วิภาวิน หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย ดร.มารุต บูรณรัช นักวิจัยอาวุโสกลุ่มวิจัยวิทยาการข้อมูลการวิเคราะห์ของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และคุณมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมคณะนักวิจัยที่ตั้งทีมวิจัยจากหลากหลายสถาบัน และคณะจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เข้าเยี่ยมชมการบริหารจัดการสื่อ Video Archive ของสถานีฯ และเปิดโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บทบาท หน้าที่ การบริหารจัดการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสามารถนำคลังข้อมูลต่าง ๆ  ไปต่อยอดการทำงานด้านการวิจัยต่อไป



บรรยากาศการเยี่ยมชมได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากคณะนักวิจัย  โดย ช่อง 7HD แลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งเชิงปฏิบัติการและเชิงวิชาการในช่องทางสำคัญ ๆ เปิดให้ชมคลังภาพข่าว 7HD Stock คลังภาพข่าวดิจิทัลที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญของคนไทยตั้งแต่อดีต ปี 2511 จนถึงปัจจุบัน  มีข้อมูลทั้งเนื้อหาและคลิปภาพข่าวประวัติศาสตร์  ที่สถานีฯ บันทึกรวบรวมและเรียบเรียงมาตลอดกว่า 58 ปี ที่พร้อมให้บริการสืบค้นข้อมูลและจำหน่ายภาพข่าวอย่างเต็มรูปแบบ  ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ช่วยสร้างความเข้าใจในเหตุการณ์สำคัญ ทั้งการเมือง การศึกษา เศรษฐกิจ วัฒนธรรม วิถีชีวิต  ที่สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น การผลิตสารคดี รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และเป็นแหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วงปี 2511 ถึงปัจจุบัน   ซึ่งช่อง 7HD มีความพร้อมให้บริการ และเผยแพร่ โดยเข้าถึงได้ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยในระบบ Media Asset Management  

พร้อมกันนี้ คณะนักวิจัยฯ ยังได้เข้าร่วมเยี่ยมชม 7HD MUSEUM แหล่งรวมความรู้ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ความเป็นมาของสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของประเทศไทย รวมถึงการนำเสนอคุณค่าการอนุรักษ์ภาพข่าวประวัติศาสตร์ที่คนไทยเป็นเจ้าของ สู่ความรับผิดชอบของสังคม และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริการสื่อสารสนเทศด้านข่าว

ช่อง 7HD พร้อมจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อสร้างสังคมแห่งความรู้และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน หน่วยงานที่สนใจด้านลิขสิทธิ์ภาพข่าว สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 7HD Stock  โทร 02-4957777 ต่อ 545 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.ch7.com/7hdstock

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ
เว็บไซต์  www.ch7.com

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568

สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จับมือ THACCA และ OFOS ยกระดับนักเขียนบทไทยจัดเวิร์คช็อปการเขียนบทแบบเจาะลึก


สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จับมือ THACCA และ OFOS เดินหน้ายกระดับนักเขียนบทไทยจัดเวิร์คช็อปการเขียนบทแบบเจาะลึกเพื่อการพัฒนา “พลังแห่งตัวละคร” ถอดรหัสความสำเร็จจาก 4 นักเขียนมืออาชีพครบทุกแพลตฟอร์ม ทั้งละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ และละครเวที


สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ (TSA) ร่วมกับ สำนักงานสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย (THACCA) และ One Family One Soft Power (OFOS) โดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการ “พลังของตัวละคร” (The Power of Characters) การอบรมนักเขียนบทหลักสูตรขั้นสูงสำหรับมืออาชีพ เพื่อขยายศักยภาพของนักเขียนบทไทยผ่านการพัฒนาตัวละคร 

ครั้งแรกกับเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจากนักเขียนบทระดับสุดยอดฝีมือของไทย จากอุตสาหกรรมบันเทิง 4 สาขา รวมเอาไว้ในโครงการเดียว ทั้งละครโทรทัศน์ ซีรีส์ ภาพยนตร์ และละครเวที ได้แก่ 

• คุณทิพย์ธิดา ศรัทธาทิพย์ (ปราณประมูล) นักเขียนบทละครโทรทัศน์
(ปลายจวัก, ทุ่งเสน่หา, บุษบาลุยไฟ)

• คุณอภิรักษ์ ชัยปัญหา นักเขียนบทซีรีส์ (ตะวันตกดิน, เกมรักทรยศ, The Rebound เกมนี้เพื่อนาย)

• คุณนนทรีย์ นิมิบุตร นักเขียนบทภาพยนตร์ (จันดารา (2544), โอเคเบตง, มนต์รักนักพากย์)  

• คุณนิกร แซ่ตั้ง นักเขียนบทละครเวที (ทารกจกเปรต, พระเจ้าเซ็ง, ไร้พำนัก)

ซึ่งจะมาถ่ายทอดเทคนิคการสร้างสรรค์ตัวละครจากประสบการณ์ตรงที่จะช่วยให้นักเขียนบทพัฒนาตัวละครซึ่งเป็นหัวใจหลักของเรื่องให้มีความแข็งแรงและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างมิติให้กับตัวละครจนสามารถเข้าไปจับใจคนดูให้เอาใจช่วยและติดตามเรื่องราวต่อไปจนจบ ซึ่งตัวละครที่ดีจะสามารถเข้าไปอยู่ในสื่อได้ในทุกแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ถึงข้อแตกต่าง ข้อจำกัด ข้อได้เปรียบและธรรมชาติของสื่อแต่ละประเภท ที่จะช่วยเพิ่มพูนทักษะและโอกาสทางวิชาชีพให้กับนักเขียนบทและรองรับการเติบโตอุตสาหกรรมบันเทิงในอนาคต


การเติบโตของแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของพฤติกรรมการรับชมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคดิจิทัล คนทำงานเบื้องหลังซึ่งรวมถึงนักเขียนบทจึงมีความจำเป็นจะต้องมีการปรับตัวตามเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่มีทางเลือกอันหลากหลาย ซึ่งการพัฒนาทักษะของนักเขียนบทให้มีความชำนาญพร้อมต่อการทำงานได้ในทุกแพลตฟอร์ม ย่อมเป็นการสร้างจุดแข็งให้กับบุคลากรของวงการบันเทิงไทยในการผลิตผลงานส่งออกซอฟท์พาวเวอร์สู่เวทีโลกเพื่อสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

“พลังของตัวละคร” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะของสมาคมฯ ที่นอกจากจะช่วยทั้ง Upskill และ Reskill ให้กับสมาชิกนักเขียนบทของสมาคมฯ ยังเปิดกว้างให้กับผู้ที่ทำงานอยู่ในแวดวงบันเทิง รวมทั้งนักเขียนนิยายที่มีความสนใจมาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักเขียนบทในอนาคตได้อีกด้วย โดยกิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 23-24 และ 30-31 สิงหาคม 2568 สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ไปไม่ต้องเสียใจ ทางสมาคมฯ จัดทำบทความให้ความรู้จากบทเรียนของวิทยากรในแต่ละสาขาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เฟสบุกแฟนเพจสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ https://www.facebook.com/TVdramascriptwritersAssociationOfficialpage

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

SACIT ยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืนตามแนวคิด ESG

มอบใบประกาศเจตนารมณ์แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน

SACIT ขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืนตามแนวคิด ESG ผู้อำนวยการ สศท. มอบใบประกาศเจตนารมณ์แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน     

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เป็นประธานมอบ “ใบประกาศเจตนารมณ์การร่วมเป็นผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน” แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมแบ่งปันองค์ความรู้การนำแนวคิด ESG มาใช้ในการผลิตผลงานศิลปหัตถกรรม “การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวคิด ESG” ณ ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร ชั้น 1 อาคารพระมิ่งมงคล

โดยผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 ราย ได้นำเสนอแนวทางการปรับใช้ ESG Business Canvas ในกระบวนการผลิตผลงานศิลปหัตถกรรมของตนต่อคณะกรรมการ โดยการคัดเลือกได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านศิลปหัตถกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่

     1. คุณแสงระวี สิงหวิบูลย์ (ประธานกรรมการ) รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

     2. คุณวันวรรษา ชุนจำรัส (กรรมการ) ผู้อำนวยการสำนักพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

     3. คุณชาญชัย ฉิมพาลี (กรรมการ) ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และความยั่งยืน สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

     4. รศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง (กรรมการ) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการสิ่งแวดล้อม (VGREEN) คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

     5. คุณทศพล ศุภเมธีกูลวัฒน์ (กรรมการ) ผู้ก่อตั้ง Blue Pine Ventures Ltd.

โดยคณะกรรมการได้ใช้เกณฑ์ ESG (Environmental, Social, Governance) ในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ ทั้งในด้านการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การจ้างงานและมีส่วนร่วมของชุมชน, การถ่ายทอดองค์ความรู้, การจัดการธรรมาภิบาล และการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน จากการคัดเลือกผู้เข้าร่วมทั้งหมด 20 ราย สู่เวทีการนำเสนอ (Pitching) ในช่วงอบรมเชิงปฏิบัติการ มีผู้ผลิตจำนวน 5 ราย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ต้นแบบผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน” ซึ่งจะได้รับการติดตาม ลงพื้นที่ประเมินจริง และร่วมการถอดบทเรียน และเรียบเรียงข้อมูลองค์ความรู้เพื่อเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ของประเทศ ได้แก่

     1. นางสาว จุฑาทิพ ไชยสุระ แบรนด์ JUTATIP – จังหวัดขอนแก่น ผู้พัฒนางานผ้าย้อมสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่นที่ย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

     2. นางสาว สิริปตี พุ่มจันทร์ แบรนด์ YaiSiRi – จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มผู้หญิงผู้สร้างงานหัตถกรรมจากผ้าฝ้ายทอมือ ถ่ายทอดภูมิปัญญาและสร้างรายได้ให้ชุมชน

     3. นาย อนิรุทธิ์ รัศมีศรีตระกูล แบรนด์ HOMRAK (ห่มรัก) – จังหวัดนนทบุรีผู้นำการเขียนครามด้วยมือผสานนวัตกรรมและเทคนิคดั้งเดิม

     4. นาย มนัทพงค์ เซ่งฮวด แบรนด์ Varnicraft – จังหวัดพัทลุง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จาก “กระจูด” วัสดุพื้นบ้านที่สามารถปลูกทดแทนได้และย่อยสลายตามธรรมชาติ

     5. นาย พงษ์พันธุ์ ไชยนิล แบรนด์ PANCHANIL (พันชนิล), MUTTIKAN (มัตติกาญ) – จังหวัดนนทบุรี งานหัตถกรรมร่วมสมัยจากดินเกาะเกร็ด ยกระดับงานปั้นสู่ตลาดสากล

SACIT และผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม-ติดตาม-ถอดบทเรียนจากภาคสนาม เพื่อให้แนวคิด ESG ถูกนำไปใช้จริงในกระบวนการผลิต SACIT จึงจัดกิจกรรม ลงพื้นที่ตรวจประเมินผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 5 ราย โดยมีคณะผู้เชี่ยวชาญร่วมสังเกตการณ์ ประเมิน และสัมภาษณ์เชิงลึก พร้อมรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อนำไปถอดบทเรียนและพัฒนาเป็นองค์ความรู้ต้นแบบ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ SACIT ให้ความสำคัญกับ 3 หัวใจหลักของ ESG ได้แก่

    E: Environment (สิ่งแวดล้อม) เช่น การใช้วัสดุธรรมชาติ วัสดุหมุนเวียน การลดของเสียในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานสะอาด

    S: Social (สังคม) เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน การส่งเสริมงานแก่ผู้หญิงและผู้สูงอายุ การสืบทอดภูมิปัญญา

    G: Governance (ธรรมาภิบาล) เช่น ความโปร่งใส การตั้งราคายุติธรรม การควบคุมคุณภาพ

     กิจกรรมภาคสนามมีการใช้เครื่องมือหลายรูปแบบ ได้แก่

การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview), การสังเกตพื้นที่จริง (Observation), การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน (Document Review), การทดลองใช้ หรือชมกระบวนการผลิตจริง (Live Demo)

งานศิลปหัตถกรรมไทยต้อง “สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม” สู่ความยั่งยืน การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แนวคิด ESG ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมในชุมชน แต่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง และกลายเป็นแนวทางการพัฒนาที่ "สืบสาน" ภูมิปัญญา, "สร้างสรรค์" การออกแบบที่ตอบโจทย์ตลาด, และ "ส่งเสริม" เศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญพบว่าทั้ง 5 ชุมชนมีความเข้าใจและมีการลงมือปฏิบัติแล้วในหลายด้าน เช่น การเลือกใช้วัสดุในท้องถิ่น การคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรม

ESG กับ SDGs: เชื่อมพลังชุมชนสู่เป้าหมายระดับโลก

แนวคิด ESG ที่ SACIT นำมาใช้ในกิจกรรมนี้ มีความสอดคล้องโดยตรงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะ:

     SDG 1: ขจัดความยากจน – ด้วยการสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านงานหัตถกรรม

     SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ – การส่งเสริมบทบาทสตรีและกลุ่มเปราะบางในงานผลิต

     SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ – การสร้างงานและธุรกิจท้องถิ่น

     SDG 12: การบริโภคและผลิตอย่างยั่งยืน – การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ลดของเสียในกระบวนการผลิต

     SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ – ด้วยการลดการปล่อยคาร์บอน
จากกระบวนการผลิต

     SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน – ผ่านเครือข่ายระหว่างรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และชุมชน

จากต้นแบบ 5 ราย สู่แนวทางระดับประเทศ SACIT เตรียมจัดทำ E-BOOK และเรียบเรียงเป็นองค์ความรู้ต้นแบบ เพื่อถ่ายทอดแนวทางการนำ ESG ไปใช้กับการผลิตงานศิลปหัตถกรรมทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้ ชุมชนไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สร้างสรรค์ และยั่งยืน ทั้งในระดับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนฐานรากวัฒนธรรมที่แข็งแรงของไทย

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

SACIT ร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน”

สืบสานหัตถศิลป์ถิ่นสีสันชุมชน” SACIT ร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยผ่านงานกกและเสื่อจันทบูร  สู่ผลงานสร้างสรรค์ร่วมสมัย

จันทบุรี 24 กรกฎาคม 2568: งาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จันทบุรี จัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากครูช่างศิลป์และคนรุ่นใหม่ พร้อมเสวนาสุดเข้มข้นที่จะทำให้มองเห็นอนาคตใหม่ของงานหัตถกรรมไทย และส่งเสริมการเยี่ยมชมแหล่งผลิตเสื่อกกและผลิตภัณฑ์จากกก แหล่งเพาะปลูกกก และศูนย์หัตถกรรม จัดโดย สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT





ภายในงาน  “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสเบื้องหลังความงามของงานศิลปหัตถกรรมไทย และเรื่องราวของการทอเสื่อกกอันเป็นเอกลักษณ์ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากเส้นกกที่ผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและการออกแบบสมัยใหม่ พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปผ่านการสาธิตจริงจากช่างฝีมือท้องถิ่นที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเองไฮไลต์กิจกรรมภายในงาน วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้แก่ การสาธิตการทอเสื่อกกแบบดั้งเดิม โดยช่างฝีมือท้องถิ่น, เวิร์กชอปเรียนรู้การออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานจากกก, นิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกจันทบูร ทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย และการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์และช่างฝีมือท้องถิ่นในหัวข้อ “ต้นน้ำที่กำลังจะสูญหาย” และ “โอกาสของกกในมิติต่างๆ” ที่จะทำให้มองเห็นศักยภาพและอนาคตใหม่ของงานหัตถกรรมไทย โดยครูจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 และคุณอิสระ ชูภักดี คนรุ่นใหม่ New Young Craft 2567   

นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า SACIT มุ่งเน้นที่จะสร้างความยั่งยืน และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทย จึงได้มีการส่งเสริมงานช่างฝีมือดั้งเดิมให้มีการประกอบอาชีพ และพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมไทย ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ในทุกประเภทของงานหัตถกรรม และทั่วทุกภาคของประเทศ โครงการ “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี นี้ จึง
จัดขึ้นเพื่อต่อยอดและส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชน สนับสนุนการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ สืบสานภูมิปัญญาการทอเสื่อกกของชุมชนจันทบุรี และสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมายาวนาน รวมทั้งการต่อยอดงานหัตถศิลป์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วม และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นได้ในระยะยาว  เสน่ห์ “กก” และ “เสื่อจันทบูร” หัตถศิลป์ทรงคุณค่าคู่ชุมชนจันทบุรี





“กก” คือพืชท้องถิ่นที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านนำมาผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยว ตากแห้ง จัดเส้น และย้อมสีอย่างประณีต ก่อนนำมาทอเป็นเสื่อและของใช้ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน

จุดเด่นของ “เสื่อจันทบูร” อยู่ที่ความละเอียดในการทอ ลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และสีสันที่สดใสไม่ซ้ำใคร โดยฝีมือช่างผู้มีประสบการณ์ ประกอบกับคุณสมบัติของต้นกกในพื้นที่จันทบุรีที่มีลักษณะเฉพาะ มีความแข็งแรง คงทน ทำให้เสื่อมีความทนทาน มันวาว เหมาะสำหรับการใช้งานจริง และยังเป็นงานศิลป์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและอัตลักษณ์ของชุมชนจากสิ่งของที่เป็นเพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน วันนี้เสื่อจันทบูรถูกพัฒนาต่อยอดเป็นของตกแต่ง ของที่ระลึก และสินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย อาทิ กระเป๋า พรม ปลอกหมอน และของประดับบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอีกด้วย

งาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ที่ต้องการส่งเสริม สืบสานงานหัตถศิลป์ไทยร่วมกับชุมชน และนำไปสู่การร่วมกำหนดทิศทางและการดำเนินการร่วมกันในทุกภาคส่วน  เพื่อให้การเชื่อมโยงงานศิลปหัตถกรรมเข้ากับมิติต่างๆ ของสังคม และการท่องเที่ยว โดยมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน "ครูศิลป์ของแผ่นดิน และครูช่างศิลปหัตถกรรม"  และมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น  มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้กับเครือข่ายต่างๆ ให้ได้ร่วมคิด ร่วมทำ เกิดความคิดและทางเลือกใหม่ ๆ เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็งจากฐานราก  มีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมในพื้นที่ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม วิถีชุมชน กับการท่องเที่ยวได้อย่างสมดุล ซึ่งช่วยให้ชุมชนสามารถพัฒนาสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศิลปหัตถกรรมไทย ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ประกาศผลรางวัลสุดยอดเยาวชน “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8”

ประกาศผลรางวัลสุดยอดเยาวชน “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8”  เยาวชนไทยห่างไกลการพนันคว้าโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิงและชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท 


วันที่ 9 ธันวาคม 2567 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ร่วมกับ มูลนิธิปัญญาวุฒิ จัดงานประกาศผลรางวัลรอบชิงชนะเลิศ “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8” ณ ชั้น 4 MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี  สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและมูลนิธิปัญญาวุฒิได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชน และเล็งเห็นปัญหาการพนันในกลุ่มวัยรุ่น จึงได้ส่งเสริมให้มีการจัดโครงการคิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8 เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ รณรงค์ให้เยาวชนไทยคิดดี ทำดี ทั้งกาย วาจา ใจ ธำรงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภายใต้สโลแกน “พัฒนาเยาวชนไทย ห่างไกลการพนัน สร้างคนคุณภาพ สู่โลกอนาคต” ให้เยาวชนเป็นบุคคลคุณภาพของสังคมไทยต่อไป           



ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นประธานในพิธีและมอบโล่เกียรติคุณ โดยมี พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการนายพลภูมิ วิภติภูมิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม, คุณศักดิ์ชัย พฤฒิภัค เลขานุการมูลนิธิปัญญาวุฒิ, คุณสุพิชญา นิทัศน์วรกุล หัวหน้าสำนักสื่อสารองค์กร สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, คุณธนินวัฒน์  พัฒนวีรคุณ ประธานบริหาร บริษัท 360 องศา เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, ดร.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส ผู้ดำเนินโครงการคิดใสไทยแลนด์ ในนามมูลนิธิปัญญาวุฒิร่วมในพิธีมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลบนเวที  รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้กล่าวถึงที่มาของการผลักดันโครงการคิดใสไทยแลนด์ว่า “การปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกให้เยาวชนเกิดการรับรู้ภัยจากการพนันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะปัญหาการพนันในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อเยาวชนไทยอย่างมาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจึงมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนไทยห่างไกลการพนันทุกรูปแบบผ่านโครงการคิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8 ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้น้อง ๆ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ฝึกพัฒนาทักษะ EQ IQ การวิเคราะห์ และการสื่อสาร  มีความคิดที่ทันสมัย
และกล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง นับเป็นอีกหนึ่งโครงการฯ ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่สร้างเครือข่ายเยาวชนคุณภาพที่สามารถเป็น Ambassador สำหรับการต่อต้านการพนันให้เยาวชนไทยให้ห่างไกลการพนันได้อย่างยอดเยี่ยม” พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้
เน้นย้ำความสำคัญของการจัดงานนี้ครั้งนี้ด้วยว่า “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะดำเนินพันธกิจหลักควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด ซึ่งเน้นการพัฒนาเยาวชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
ให้ห่างไกลจากการพนัน โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ โครงการคิดใสไทยแลนด์จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีแห่งความภาคภูมิใจของเรา ที่ส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่า ผลักดันให้เดินตามฝันเป็นมืออาชีพมากขึ้นในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ คุณศักดิ์ชัย พฤฒิภัค เลขานุการมูลนิธิปัญญาวุฒิได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ว่า “เราได้เล็งเห็นสาธารณประโยชน์ของโครงการคิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8 ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทย จึงได้ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมค้นหาเยาวชนต้นแบบ สำหรับเป็นตัวอย่างแก่เด็กและเยาวชนทั่วไป ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพเป็นกำลังสำคัญของชาติสืบไป”

สำหรับการจัดงานประกวด โครงการคิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8 ได้นำเสนอในรูปแบบการพัฒนาทักษะ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านศาสนา, การศึกษา, ศิลปวัฒนธรรม, กีฬา และสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรมากมาย อาทิ บริษัท ตราแม่ครัว จำกัด, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม, สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI), สมาคมสแต็คประเทศไทย และ โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” เป็นต้น  





ดร.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส ในฐานะผู้ดำเนินโครงการคิดใสไทยแลนด์ได้กล่าวปิดท้ายว่า “ทางโครงการคิดใสไทยแลนด์ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 โดยเปิดรับสมัครเยาวชนไทย อายุระหว่าง 13-18 ปี จากทั่วประเทศ เข้าร่วมประกวดการแข่งขันแสดงความสามารถพิเศษผ่านทาง www.kidssai.com และยังจัดให้มีกิจกรรมสัญจร Roadshow 4 ภาค ไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่ายนักเรียนทั่วประเทศ และในปี 2567 นี้ ดำเนินการเป็นซีซั่นที่ 8 ได้ทำการตัดสินคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบ 25 คน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเข้า ค่ายอบรมพัฒนาทักษะต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญ ระดับประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ทางโครงการฯ จึงจะยังมุ่งมั่นดำเนินงานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง”  พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายพลภูมิ วิภติภูมิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม มอบรางวัลรักษ์ความเป็นไทย, ผศ.ดร.วันวร จะนู  ผู้เชี่ยวชาญพิเศษอาวุโส Student Support & Services มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคมศิลปวัฒนธรรม และสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยรังสิต, คุณวุทธินันท์ อ๊อกกังวาน รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,ผศ.ดร.กิตติชัย ดวงมาลย์ รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมอบรางวัลทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้แก่ผู้เข้าแข่งขันในครั้งนี้อีกด้วย 



การแข่งขันค้นหาสุดยอดเยาวชน “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม – 9 ธันวาคม 2567 โดยคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจากการรับสมัครออนไลน์ทั่วประเทศ ในแนวคิดที่ว่า “เท่ได้ โดยไม่พึ่งการพนัน” เพื่อค้นหา 25 คนสุดท้ายเข้ารับการอบรมพัฒนาทักษะสุดเข้มข้นกับ “คิดใสแคมป์” ณ สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี และ ขึ้นโชว์ความสามารถพิเศษบนเวทีรอบชิงชนะเลิศ ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ผ่านการตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ คุณสุพิชญา นิทัศน์วรกุล หัวหน้าสำนักสื่อสารองค์กร สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, คุณธนินวัฒน์ พัฒนวีรคุณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อมวลชน Content YouTuber, ดร.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลิกภาพและผู้ดำเนินโครงการคิดใสไทยแลนด์, คุณบัณฑิต ทองดี ผู้กำกับการแสดง, คุณพศิน เรืองวุฒิ นักแสดงมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง, และคุณสุภัชญา ลัทธิโสภณกุล ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านการเต้น 

นอกจากนี้โครงการคิดใสไทยแลนด์ ยังได้แต่งตั้งทูตคิดใสไอดอล ประจำปี 2567 ได้แก่ คุณนริลญา กุลมงคลเพชร (ญดา) ทูตคิดใสไอดอลด้านศาสนา, คุณภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง (อัพ) ทูตคิดใสไอดอลด้านการศึกษา, คุณธาราเขต เพ็ชร์สุกใส (เขต) ทูตคิดใสไอดอล ด้านศิลปวัฒนธรรม, คุณทัศน์พล วิวิธวรรธน์  (ปีเตอร์แพน) ทูตคิดใสไอดอลด้านกีฬา และ คุณกนกวรรณ บุญศักดิ์ (น้ำทิพย์) ทูตคิดใสไอดอลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนสร้างแรงบันดาลใจในการคิดดีทำดีและพิชิตความสำเร็จในด้านต่างๆ  นับเป็นการรวมพลังและการขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และ เอกชน เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนไทยห่างไกลการพนันทุกรูปแบบ ผ่านการพัฒนาศักยภาพในตนเองและพิชิตฝันแบบมืออาชีพสู่โลกอนาคตต่อไป.....











ประกาศผลรางวัลสุดยอดเยาวชน “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8” ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่คว้ารางวัลดังนี้
สุดยอดเยาวชน “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 8

รางวัลชนะเลิศ สุดยอดเยาวชน คิดสไทยแลนด์ ซีซั่น 8 ได้แก่
ด.ญ.วรรษชล คลองน้อย  (น้องกอแก้ว)
รับรางวัลโล่เกียรติคุณ สายสะพาย และเงินรางวัล 30,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1 สุดยอดเยาวชน คิดสไทยแลนด์ ซีซั่น 8 ได้แก่
นางสาวไทยญ่า เกรก (น้องไทยญ่า)
รับรางวัลโล่เกียรติคุณ สายสะพาย และเงินรางวัล 20,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2 สุดยอดเยาวชน คิดสไทยแลนด์ ซีซั่น 8 ได้แก่
ด.ญ.เมโลดี้ เทศอัศวินกุล (น้องเมโลดี้) 
รับรางวัลโล่เกียรติคุณ สายสะพาย และเงินรางวัล 10,000 บาท

รางวัลรักษ์ความเป็นไทย
รางวัลชนะเลิศ รักษ์ความเป็นไทย  ได้แก่ นางสาวไทยญ่า เกรก (ไทยญ่า)
รับรางวัลสายสะพาย และเงินรางวัล 5,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รักษ์ความเป็นไทย ได้แก่ นางสาวขัชพร คร้ามพันธ์ (ต้นข้าว)
รับรางวัลสายสะพาย และเงินรางวัล 2,000 บาท  

รองชนะเลิศอันดับ 2 รักษ์ความเป็นไทย ได้แก่ ด.ญ.วิมลิน ทองรักษ์ (ติ๊นา)
รับรางวัลสายสะพาย และเงินรางวัล 2,000 บาท 

รางวัล Popular vote  ได้แก่ ด.ช. ธารากร เจริญพรสิริสุข (อาจุ้ย)
รับรางวัลสายสะพาย และเงินรางวัล 5,000 บาท

รางวัล Rising Star  ได้แก่ นายปฏิกาญจน์ หลุยจำวัล (แฮม)
รับรางวัลสายสะพาย และเงินรางวัล 5,000 บาท
 

รางวัลทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต 3 รางวัล ได้แก่

นางสาวกัญญาณัฐ เหมันต์ (หยก)
นางสาวโชติกา ชิดปลัด (ลูกหมู)
ด.ญ.พลอยณิชชา จรัสพุทธินันท์ (ขนมจีน)

มหาวิทยาลัยรังสิต 3 รางวัล ได้แก่

นางสาวขัชพร คร้ามพันธ์ (ต้นข้าว)
ด.ญ.พลอยชมพู พานวัลย์ (แองจี้)
นางสาวณลันตา เจริญผล (ซิม)


มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 3 รางวัล ได้แก่

นายพิเชฐ เพชรสังหาร (พี)
นางสาวกัญญาณัฐ ฤทธิ์เดช (โดนัท)
ด.ญ.วรรษชล คลองน้อย (กอแก้ว)

คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2 รางวัล ได้แก่
นายกฤตเมธ เเกเวชะโน (ทีม)
นางสาวสรรค์ชนก ตันสุวรรณวงค์ (หนามเตย)

ข่าวประชาสัมพันธ์

พม. จับมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ “ทอฝัน” สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นาง...

โวยวายดอทคอม