วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

โรงแรมอวกาศที่แรกในไทย แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา อวกาศแห่งแรกในไทย

เปิดแล้ว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา (Grande Centre Point Space Pattaya) โรงแรมในเครือแอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล (LH Mall & Hotel)  แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางพัทยา  ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งสายครอบครัว, สายธุรกิจ, สายโรแมนติก, สายกินเที่ยวปาร์ตี้  กับคอนเซปต์ดีไซน์โลกอวกาศเต็มรูปแบบแห่งแรกในประเทศไทย  ที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย  เพื่อเติมเต็มความฝัน  ด้วยประสบการณ์สุดพิเศษ  ตื่นขึ้นมาในโรงแรมสุดเก๋พร้อมบรรยากาศจำลองของโลกอวกาศ 

คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด  เปิดเผยว่ากลุ่ม  แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล  มีความมั่นใจในการลงทุนและยังเชื่อมั่นศักยภาพของเมืองพัทยา โดยเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ  มีทะเลที่สวยงาม จุดท่องเที่ยวมากมายหลากหลาย สามารถเดินทางจากรุงเทพมาได้โดยสะดวก  ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง รวมทั้งมีสนามบินอู่ตะเภารองรับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางจากนานาชาติ  นอกจากนี้ยังจะมีการลงทุนในโครงการระดับชาติ  เช่น  ส่วนขยายท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 

คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด 

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา  จัดเป็นโรงแรมระดับแฟลกชิปแห่งใหม่ของเครือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางพัทยา ครึกครื้นไปด้วยผู้คน เป็นโครงการที่ผสมผสานระหว่างสวนน้ำกับโรงแรม พร้อมทั้งดึงธีมการตกแต่งแบบโลกอวกาศมาใส่ไว้ในส่วนต่างๆ  ของโรงแรม  ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม,  การตกแต่งภายในทั้งห้องพัก,  พื้นที่อำนวยความสะดวกส่วนกลาง  รวมถึงภูมิทัศน์และเครื่องเล่นต่างๆ ในสวนน้ำ  นอกจากจะให้บริการห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ยังประกอบด้วย ห้องอาหาร Orbit, Oort Cloud Tearoom, ร้านอาหาร Sola Luna rooftop, พื้นที่ห้องประชุมขนาดใหญ่ Space Convention Centre ที่สามารถรองรับผู้เข้าประชุมได้สูงสุดกว่า 1,000 คน ซึ่งมาพร้อม LED ขนาด 12.48 x 5.40 ม. พร้อมทั้งเทคโนโลยีสุดทันสมัย รองรับแขกและผู้ใช้บริการที่เดินทางมาพักผ่อน สังสรรค์ หรือประชุมสัมมนา



สำหรับโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมระดับพรีเมี่ยม  โดยจากการวิเคราะห์เรามองเห็นโอกาสสำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาว่ายังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจากทั่วโลก  โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว  ดังนั้นเมื่อมองเห็นกลุ่มลูกค้าเป็นใคร  จึงนำไอเดียออกแบบให้ตอบโจทย์  และได้เกิดโรงแรมคอนเซปต์การเดินทางท่องอวกาศ  ซึ่งการตกแต่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ตั้งแต่ล็อบบี้ไล่ขึ้นไปในแต่ละชั้น  ที่จะพบการออกแบบตกแต่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ  พร้อมกันนี้ได้นำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาอำนวยความสะดวกครบครัน  ตอบสนองทุกความต้องการของนักเดินทางทุกเพศทุกวัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ



ด้าน คุณปวีณ กอบบุญ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม  กล่าวว่า  จุดเด่นที่สำคัญของโรงแรมคือ  แนวความคิดหลักซึ่งนำไปสู่การออกแบบการเดินทางท่องโลกอวกาศที่จะคอยแทรกเข้าไปในทุกส่วนของโรงแรม  โดยมุมมองของผังหลังคาอาคารจากด้านบนและมุมมองจากรูปด้านหน้าอาคาร  ทั้งสองมุมมองที่แตกต่างกันได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปทรงเหมือนกระสวยอวกาศ  ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ในระยะไกล  รวมถึงโฉมหน้าของอาคารภายนอกที่มีการหุ้มด้วยวัสดุผิวที่เป็นโลหะเคลื่อนไหวได้ตามแรงลมและการใช้เส้นโค้งวนโดยรอบ  สะท้อนถึงความทันสมัย  สัญลักษณ์ของการมุ่งหน้าไปสู่อนาคต  เสมือนได้ขึ้นยานอวกาศไปสู่มิติใหม่เช่นเดียวกับห้องพักที่เป็นความท้าทายของทีมงานกับซิกเนเจอร์ของโรงแรม  ที่ทุกห้องจะสามารถเห็นวิวท้องฟ้า  ทะเล  และดวงดาว  ได้อย่างชัดเจน  เพื่อให้ทุกห้องได้มีความสุข ผ่อนคลายกับภูมิทัศน์



ขณะเดียวกัน คุณบุญชัย สกุลธรรมรักษ์ บริษัท กรีน อาคิเท็คส์ จำกัด รับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการออกแบบด้านภูมิสถาปัตย์ และพื้นที่สวนน้ำ  กล่าวเพิ่มเติมว่า  โรงแรมธีมอวกาศแห่งแรกในประเทศไทยแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า  80,000 ตร.ม. โดยพื้นที่ดังกล่าวจึงได้ถูกออกแบบภูมิทัศน์บนแนวคิดโลกอวกาศ  ยิ่งช่วงในเวลากลางคืน  จะมีไลต์ติ้งโชว์ที่ใกล้เคียงกับโลกอวกาศ  ซึ่งจะเพิ่มความสวยงามพร้อมทั้งดึงดูดให้ผู้คนทีได้พบเห็นอยากมาเยือนที่นี่

คุณธนวัฒน์ สุขัคคานนท์ บริษัท อินทีเรียร์ วิชั่น จำกัด ผู้รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายในห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลาง  กล่าวว่า  การตกแต่งภายในยังคงให้ความสำคัญของมาตรฐานของโรงแรมระดับพรีเมียม  การตกแต่งแบบมีสไตล์  โดยนำดีไซน์ใหม่  เทคโนโลยีที่ทันสมัย  ภายในห้องพักเน้นความหรูหรา  สะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เข้าพักผนวกกับแรงบันดาลใจการออกแบบตกแต่งภายในตามคอนเซปต์  ซึ่งจะถูกเนรมิตตั้งแต่ก้าวเข้าห้องพัก  ยังสามารถนอนมองดูดวงดาวที่ส่องระยิบระยับประดับประดาด้วยกลุ่มดวงดาวบนเพดานวิบวับ  ร่วมกับแสงออโรร่าบนหัวเตียง  ที่จะให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายตลอดค่ำคืน



ห้องพัก Space Rooms & Suites  ตกแต่งเหมือนพักบนยานอวกาศพร้อมแสงออโรร่าและดวงดาวที่เป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรม จำนวน 490 ห้อง ขนาดเริ่มต้น 45 ถึง 133 ตารางเมตร พร้อมอ่างอาบน้ำและระเบียงส่วนตัวรับวิวทะเลพัทยาทุกห้องพัก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 















สวนน้ำ Space Water Park  สวนน้ำขนาดยักษ์ที่มีขนาดพื้นที่ 12,000 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่  Mountain Zone ถ้ำน้ำตกพร้อมกับกระแสน้ำวนความยาวกว่า 330 เมตร  ให้ทุกท่านได้ล่องลอยไปตามสายน้ำไหล,  Flying Rock Zone  โซนผจญภัยแห่งความฝันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่มีสไลด์เดอร์ยักษ์ขนาดความสูง 5 และ 8 เมตร,  Space Pirate Beach Zone  ชายหาดจำลองที่มาพร้อมกับเกลียวคลื่นที่ปรับความแรงได้ถึง  6  ระดับ  พร้อมฉากหลังที่เป็นเรือโจรสลัดอวกาศขนาดใหญ่  และ  Planet Zone  โซนแห่งครอบครัว ที่จะทำให้คุณได้สร้างกิจกรรมร่วมกัน  มีทั้งสระน้ำสำหรับเด็ก  โฟมปาร์ตี้  และมินิกอล์ฟ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโรงแรมคือ  Astro Club  ให้เด็กๆ ได้สำรวจ  สร้างสรรค์  เรียนรู้  และเติบโตผ่านเกมที่สนุกไป พร้อมกับความรู้เกี่ยวกับอวกาศ นอกจากนี้ยังมีโซน  Sky  Pool  สระว่ายน้ำลอยฟ้าในโรงแรมที่สูงที่สุดในพัทยามองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวพัทยายามอาทิตย์อัสดง  โซน  Gravity  Fit  Club  ที่มีเครื่องออกกำลังกายที่หลากหลายผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ลูกค้าสามารถออกกำลังกายแข่งขันได้พร้อมกับคนทั่วโลก  และอุปกรณ์ยิมล้ำสมัยจากนวัตกรรมสุขภาพ  และ  Let’s Relax Onsen & Spa  ขนาดพื้นที่กว่า  3,000  ตร.ม.ให้บริการออนเซนวิวทะเลแบบ 180° แห่งแรกในประเทศไทย  และทรีทเมนต์ยอดนิยมทั้งสปาและนวดไทย

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา (Grande Centre Point Space Pattaya) พร้อมเปิดให้บริการเข้าพัก ด้วยโปรโมชั่นเปิดตัวโรงแรม  รวมอาหารเช้าสำหรับ  2  ท่าน,  เครดิตที่มาในรูปแบบเหรียญ  token  และรับฟรีตุ๊กตามาสคอททุกห้อง เมื่อเข้าพักตั้งแต่วันนี้  จนถึงวันที่  31  สิงหาคม  2565

ติดตามข้อมูล แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา
o https://www.spacepattaya.com
o Line@: @gcpspace
o Facebook: @gcpspacepattaya
o Email: spacepattaya@gcphotels.com


วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กนอ.เปิดโครงการพัฒนาเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ทางสังคมฯ ตั้งเป้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน นำร่อง 15 โรงงาน ใน 8 นิคมฯ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดตัวโครงการเพื่อพัฒนาเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ทางสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (ISB : I-EA-T Sustainable Business) มุ่งผลสัมฤทธิ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจตามมาตรฐานสากล นำร่อง 15 โรงงาน ใน 8 นิคมฯ 

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกมีเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนำหลัก SDGs มาใช้กับการประกอบธุรกิจ กนอ.จึงเร่งส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านโครงการเพื่อพัฒนาเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ทางสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (ISB : I-EA-T Sustainable Business) ที่นำมาตรฐานสากลในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของธุรกิจทั่วโลก มาพัฒนาให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในกระบวนการดำเนินธุรกิจ (CSR In Process) และในกระบวนการ (CSR After process) และยังสอดคล้องกับมาตรฐานสากล “ธุรกิจสร้างคุณประโยชน์สังคม” (Benefit Corporation หรือ B Corp) นอกจากนี้ กนอ.ยังมีการมอบรางวัล I-EA-T Sustainable Business Awards 2022 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศด้วย

ด้านนางบุปผา กวินวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายงานพัฒนาที่ยั่งยืน กนอ. กล่าวเสริมว่า กนอ.สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการ โดยพัฒนาทักษะให้แก่บุคลากร รวมถึงยกระดับและปรับปรุงองค์กรทั้งในมิติผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ (Business Impact Assessment หรือ BIA) และมิติผลสัมฤทธิ์ทางสังคม (Social Impact Assessment หรือ SIA) ผ่านกระบวนการจัดทำรายงาน (Impact Report) อันเป็นที่ยอมรับในการดำเนินธุรกิจสีเขียว เพื่อเพิ่มโอกาส New Sustainable S- Curve ของธุรกิจ สร้างความเข้มแข็ง ดึงดูดพันธมิตรธุรกิจและเม็ดเงินการลงทุนสีเขียวจากทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มตลาดใหม่ ส่งเสริมความผูกพันของพนักงานและคนรุ่นใหม่ ตลอดจนได้รับการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานขององค์กร สร้างการรับรู้แบรนด์ที่มีแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน 



กนอ.จัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญโครงการฯ หรือ ISB Coach ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากการพัฒนาธุรกิจยั่งยืน การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางสังคม การดำเนินกิจกรรมชุมชน สังคม ร่วมให้คำปรึกษาและร่วมพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งตรวจประเมินรับรองการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางสังคมสำหรับเจ้าหน้าที่ กนอ. และผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ ISB Business Network ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความร่วมมือและเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์การส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้เป็นปีแรก และได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการนำร่องทั้ง 15 ราย ในนิคมอุตสาหกรรม 8 แห่ง ได้แก่ บริษัท แคนนอน ไฮ-เทค (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สตาร์ส เทคโนโลยี อินดัสเตรียล จำกัด, บริษัท คราวน์ เบ็บแคน แอนด์โคลสเชอร์ส (ประเทศไทย)จำกัด, บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สงขลา)จำกัด, บริษัท ครูเกอร์เวนทิเลชั่น อินดีสทรีส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท ครูเกอร์เวนทิเลชั่นอินดัสทรีส์ เอเชีย จำกัด, บริษัท ธ.พุทธรักษา จำกัด, บริษัท ที.เค.เอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ราชราตัน ไทย ไวร์ จำกัด, บริษัท เอเเอนด์เอ็มแคสติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด, บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เออร์ลิคอน บัลเซอร์สโค้ทติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) 

ทั้งนี้ โครงการ ISB มีระยะเวลาในการดำเนินโครงการนำร่องในผู้ประกอบการ 15 รายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม สำหรับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูล กรณีศึกษาและคู่มือเกณฑ์การประเมิน ที่จะเผยแพร่ให้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจ ตลอดจนเวทีเสวนาซึ่งเปิดให้บุคคลภายนอกและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ร่วมรับฟังข้อมูลอันเป็นประโยชน์ได้ ขณะที่การจัดพิธีมอบรางวัล I-EA-T Sustainable Business Awards 2022 จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2565





ตลาดไท เปิดตัว ตลาดไทออนไลน์ (Talaadthai online)

คุณโชคชัย คลศรีชัย กรรมการผู้จัดการ ตลาดไท ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรอันดับหนึ่งของประเทศ  รุกแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ เปิดตัวแอปพลิเคชัน “Talaadthai Online (ตลาดไทออนไลน์)”เพื่อเป็นอีกตัวช่วยในการกระจายสินค้าจากผู้ค้าในตลาดไท สู่กลุ่มเป้าหมายหลักทั้งกลุ่มค้าส่งเจ้าของธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กและแม่บ้านกลุ่มลูกค้าปลีก อีกทั้งจัดโปรสุดพิเศษฉลองการเปิดตัวด้วยของขวัญสมนาคุณต่าง ๆ มากมายที่เตรียมไว้ต้อนรับผู้ใช้บริการ นอกจากนั้นเพียงสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน 1,000 บาทขึ้นไป จัดส่งฟรีทันทีในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ประหยัดค่าเดินทางไม่ต้องเสียเวลาขับรถไกล ๆ อีกต่อไป เหล่าเจ้าของธุรกิจ ร้านค้า และกลุ่มแม่บ้านเตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Talaadthai Online (ตลาดไทออนไลน์)” ได้เลยตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคม 2565 นี้ เป็นต้นไป


“ครูโอ๊ะ" เป็นประธานปิดโครงการจัดการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัยสำหรับบุคคลออทิสติกและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

หนุน แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสามารถดูแลตนเองให้อยู่ในสังคมได้

เมื่อวันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม 2565 เวลา 14.00 น.นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ เป็นประธานปิดโครงการจัดการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัยสำหรับบุคคลออทิสติกและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดประสบการณ์ครูผู้สอนคนพิการและผู้ปกครองในการใช้หลักสูตรสำหรับบุคคลออทิสติก​และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ​ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม​ 2565 ณ​ โรงแรมรอยัล ริเวอร์​ บางพลัด กรุงเทพฯ​ โดยมี​ นายชูศักดิ์​ จันทยานนท์​ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม​ (ไทย)​ กล่าวรายงาน​พร้อมสรุปผลการจัดงาน และมี​ นายปราโมทย์ ธรรมสโรช  อุปนายกสมาคมผู้ปกครองออทิซึม (ไทย)​ นายธเนตร​ หลงศรี​ รองผอ.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ​ ดร.สมพร​ หวานเสร็จ​ อาจารย์สาขาวิชา​จิตวิทยาการศึกษาและการให้คำปรึกษาคณะศึกษาศาสตร์​ มหาวิทยาลัยขอนแก่น​ (อดีตผอ.เชี่ยวชาญ)​ นายไพรัตน์​ เนื่องเกตุ​ ผอ.กศน.อำเภอเมืองชลบุรี​ นายสมบูรณ์​ เหล่าวงศ์วัฒนา ผอ.กศน.อำเภอเมืองปราจีนบุรี​ ครู เจ้าหน้าที่​ บุคลากร​ และผู้ปกครอง ​ร่วมให้การต้อนรับ





นางกนกวรรณ​ กล่าวตอนหนึ่งว่า ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดประสบการณ์ครูผู้สอนคนพิการ และผู้ปกครองในการใช้หลักสูตรสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ  ภายใต้โครงการจัดการศึกษานอกระบบตามอัธยาศัยสำหรับบุคคลออทิสติกและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ในวันนี้ ซึ่งต้องขอชื่นชมทุกท่านที่ล้วนเป็นบุคคลที่อุทิศตนในทุกมิติ ทั้งในเรื่องการขับเคลื่อนงานสำหรับผู้พิการ งานของบุคคลออทิสติก และบุคคลออทิซึม​ 

ตั้งแต่ดิฉันมารับตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน พยายามแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการทำงาน​ ซึ่งก็ได้ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม​ (ไทย)​ และพวกเราชาว กศน.ที่มาช่วยเติมเต็มในการขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ ที่สำคัญคือการเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนให้ครบทุกมิติ โดยเฉพาะเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองที่บุตรหลานมีความบกพร่องทางด้านต่างๆ และนำปัญหาอุปสรรคมาสู่กระบวนการขับเคลื่อนให้มีการจัดการศึกษาได้ตรงตามความต้องการ สามารถนำไปใช้ และประยุกต์ใช้ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการจัดเวทีแลกเปลี่ยนร่วมกันในวันนี้ถือเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนอย่างแท้จริง

โดยกิจกรรมการถอดประสบการณ์ครู และผู้ปกครองในการใช้หลักสูตรสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษครั้งนี้ ซึ่งทราบว่าในกิจกรรมมีการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชมรมและกศน.ในพื้นที่  กลุ่มวิทยากรครูผู้สอนคนพิการ ทั้งยังมีการแบ่งกลุ่มตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญเป็นการถอดประสบการณ์ ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม เช่น ความเหมาะสมของเนื้อหาในหลักสูตร เนื้อหาวิชาเรียนต่างๆ ในแต่ละสาระการเรียนรู้  การจัดการเรียนการสอนตามระดับ TIER1, TIER2, TIER3  ด้านการสนับสนุนอุปกรณ์ในการเรียนการสอน  การวัดและประเมินผล  การจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)  ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ปัญหาอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอน  แนวทางการพัฒนา แก้ไขปรับปรุง ข้อเสนอแนะ และความคาดหวังในอนาคต จากการเรียนการสอนภายใต้หลักสูตรนี้ ทั้งจากผู้เรียนและครูผู้สอน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และความมุ่งหวังในการสร้างอาชีพของบุคคลออทิสติกจากการเรียนการสอนรวมทั้งสามารถดูแลตนเองให้อยู่ในสังคมได้ เป็นต้น



“การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษาพิเศษให้กับบุคคลกลุ่มนี้จะเกิดผลได้นั้น ต้องมาจากความร่วมมือของหน่วยงานเครือข่ายต่าง ๆ รวมถึงบุคลากรครูผู้สอนที่จะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีกำลังใจในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามเจตนารมณ์ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนารูปแบบการศึกษานอกระบบสำหรับบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ และบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ในโอกาสนี้ต้องขอบคุณวิทยากร ผู้เข้าร่วมประชุม และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ช่วยกันทำให้การประชุมฯ ครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

ดิฉัน ขอส่งกำลังใจให้กับทุกคน และขอขอบคุณทุกความร่วมมือร่วมใจ เราจะร่วมกันขับเคลื่อนงานไปด้วยกัน บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ขอปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดประสบการณ์ครูผู้สอนคนพิการ และผู้ปกครองในการใช้หลักสูตรสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ  ในโอกาสนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขมากยิ่งขึ้น ประสบความสำเร็จในทุกเรื่องและแคล้วคลาดจากภัยพิบัติทั้งปวง ขออำนวยพรให้ทุกท่านประสบความสุข ความสำเร็จในทุกเรื่อง  และขอให้เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาด้วยความสวัสดิภาพปลอดภัยเราจะรักกันตลอดไป ” นางกนกวรรณ กล่าว 

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จัดโครงการ Lost & Found เพื่อสังคม “สานฝันเพื่อน้องครั้งที่ 3”

ณ โรงเรียนวัดไร่แตงทอง และโรงเรียนบ้านรางมูก จังหวัดนครปฐม  

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดโครงการ Lost & Found เพื่อสังคม “สานฝันเพื่อน้องครั้งที่ 3” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา 

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด


นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา และตามนโยบายของ บริษัทฯที่เน้นการดำเนินงานให้สอดคล้องตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นชุมชน หรือโรงเรียนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ชุมชนหรือโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล โดยที่ผ่านมา บริษัทฯได้ดำเนินโครงการ CSR “มอบรอยยิ้มให้น้อง พร้อมเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก ”ปรับปรุงลานอเนกประสงค์ ณ โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน และดำเนินการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day เก็บขยะ ปรับภูมิทัศน์ และทาสีพื้นผิวจราจรบริเวณพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าหลักหก เป็นต้น




โดยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯได้จัดโครงการ Lost & Found เพื่อสังคม “สานฝันเพื่อน้องครั้งที่ 3” กิจกรรมดังกล่าวบริษัทฯได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนหรือชุมชนในพื้นที่ห่างไกล โดยนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน ได้ร่วมพิธีส่งมอบสนามฟุตซอลที่ได้รับการปรับปรุง สื่อการเรียนการสอน ตู้เก็บหนังสือ อุปกรณ์กีฬา ชุดตรวจ ATK และชุดอุปโภคบริโภค ณ โรงเรียนบ้านรางมูก อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม และมอบชุดตรวจ ATK  เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย ยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์ทำแผล อุปกรณ์กีฬา ตู้กับข้าว ตู้ทำน้ำเย็น ชุดอุปกรณ์เครื่องครัวและเครื่องปรุงอาหาร พัดลม อุปกรณ์ชุดทดลองห้องวิทยาศาสตร์ พร้อมหุ่นจำลองอวัยวะ และกล้องจุลทัศน์ ณ โรงเรียนวัดไร่แตงทอง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 



 รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

วิลล่ารายา รีสอร์ท พัทยา ดีไซน์โดนใจ ใกล้ทะเล


Villa Raya Private Pool Villas Resort
วิลล่ารายา  รีสอร์ท  พัทยา  ดีไซน์โดนใจ ใกล้ทะเล 
Villa Raya (วิลล่า รายา) ออกแบบสไตล์ Modern Thai ที่สุดของความหรูหราและผ่อนคลาย พักผ่อนและวางเรื่องเครียด สัมผัสประสบการณ์สุดหรู Villa Raya (วิลล่า รายา) รีสอร์ทกลางใจเมืองพัทยา โลเคชั่นติดหาดวงศ์อมาตย์ เราได้เนรมิตพื้นที่ แบบ ไทย-บาหลี พร้อมความเป็นส่วนตัว ซึ่งแต่ละห้องมีพื้นที่ใช้สอยผ่อนคลาย มีอ่างอาบน้ำ และสระว่ายน้ำส่วนตัวพร้อมวิวสวนทุกห้อง รู้สึกถึงความไพรเวทและใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้สนุกเพลิดเพลินกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว  พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อุปกรณ์ภายในครัวมีให้ครบพร้อมเตาปิ้งย่าง  Wifi และนอกบ้านมีโต๊ะกินข้าว สระว่ายน้ำกลางแจ้ง  ล้อมรอบไปด้วยสวนเล็กๆ และต้นไม้ ภายในบ้านยังมีส่วนกลางที่เป็นทั้งห้องนั่งเล่น เป็นครัวสำหรับทำอาหารและนั่งทานข้าวกัน



วิลล่า รายา ตั้งอยู้กลางใจเมืองพัทยา การตกแต่งโดยรวมเป็นแบบไทยๆ ด้านหน้าของรีสอร์ท เป็นร้านอาหารแบบเปิดโล่งให้บริการตลอด ส่วนของล็อบบี้ ตกแต่งให้ความรู้สีกแบบไทยๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ชุดเก้าอี้หวาย จากล็อบบี้มีทางเดินไปยังบ้านพัก เป็นทางเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ร่มรื่น มุมห้องนั่งเล่นภายในวิลล่าส่วนตัวให้อารมณ์สัมผัสโปร่งสบาย ห้องนอนได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับบรรยาการตกแต่งสวนภายนอก โดยการดีไซน์ให้โปร่งสบาย สามารถมองเห็นความสวยงามของสวนสวย และสระว่ายน้ำด้านนอกได้อย่างชัดเจน การตกแต่งภายในเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มที่ช่วยมอบความรู้สึกสงบและผ่อนคลายได้ดี






วิลล่ารายา  ที่พักน่ารักสไตล์พูลวิลล่า แนวไทย-ผสมบาหลี บ้านพักทุกหลังแสนสงบ และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ผสมผสานการออกแบบได้อย่างลงตัว ธรรมชาติสดชื่น และเงียบสงบ สระว่ายน้ำ พร้อมห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอนขนาดใหญ่มีแอร์ รอบนอกมีมุมพักผ่อนในสวนสำหรับแขกผู้มาเยือนตั้งอยู่บนถนนพัทยา-นาเกลือ ในซอยนาเกลือ 18 เข้าไปไม่ลึก (ประมาณ 150 เมตร) หากต้องการเดินไปชายหาด สามารถเดินจากที่พักไปได้ในระยะ 300 เมตร เรียกว่าอยู่สบายแถมฟินไปตลอดทั้งวัน







วิลล่า รายา  มีบ้านพักแยกเป็นหลังๆ  มีทั้งแบบห้องนอนเดียว และสองห้องนอน บริเวณบ้านพักแต่ละหลัง มีรั้วรอบขอบชิด ปลูกต้นไม้ไว้ร่มรื่น จำนวนบ้านพักของรีสอร์ท มีจำนวนไม่มาก แต่ก็จัดแต่งให้ดูเป็นสัดเป็นส่วนปลูกต้นไม้ระหว่างบ้านพักแต่ละหลังให้มีความเป็นส่วนตัว ภายในบ้านพักมีการตกแต่งให้ความรู้สึกแบบไทยๆ ตั้งแต่ประตูทางเข้า บ้านแต่ละหลังเป็นบ้านพักชั้นเดียว มีการตกแต่งในลักษณะคล้ายกัน เมื่อเข้าไปถึงจะมีสระว่ายน้ำอยู่ด้านหน้าบ้าน ถัดจากสระเป็นระเบียงนั่งพักผ่อน มีเตียงนอนเล่นเอนหลังข้างสระ โต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร สระว่ายน้ำเป็นสระทรงสี่เหลี่ยม ขนาดกำลังดี เล่นน้ำได้สนุก ไม่เล็กจนเกินไป สระมีความลึกในระดับเท่ากันหมด ไม่มีแยกเป็นสระเด็ก ใกล้ๆ สระ มีห่วงยางให้นอนเล่นน้ำในสระได้ด้วย  ส่วนของห้องพักภายในบ้าน มีเตียงไม้อยู่กลางห้อง เป็นเตียงแบบสี่เสา ประดับตกแต่งด้วยผ้าโปร่ง ดูโรแมนติกสวยงาม เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง มีความเป็นไทยๆ เช่นตู้ไม้ฉลุ โซฟาเครื่องหวาย และใช้ไม้ประดับเป็นส่วนใหญ่ 


สิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านพักมีตามมาตรฐานโรงแรม แอร์ ทีวี ตู้เย็น ตู้เซฟ ส่วนของห้องน้ำ มีอ่างล้างหน้าแบบคู่อยู่ตรงกลาง และแยกซ้ายขวา เป็นโซนเปียก และโซนแห้ง ฝั่งนึงเป็นห้องสุขา และอีกด้านเป็นห้องอาบน้ำ ภายในมีอ่างอาบน้ำ และที่อาบน้ำแบบฝักบัวอยู่แยกกัน



-Orchid Villa สำหรับพัก 2 ท่าน ราคา 2,500/คืน วันธรรมดา (อา-พฤ) และ ราคา 2,900 บาท/คืน วันหยุด (ศ-ส และวันหยุดนักขัตฤกษ์) รวมอาหารเช้า สระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่าห้องนอนที่แสนสบายและเคลิบเคลิ้ม สระว่ายน้ำกว้างพอ  เรียกว่าว่ายน้ำอย่างอิสระ เปลี่ยนให้เป็นปารตี้สระว่ายน้ำ และสระมีที่จะให้ทุกคนสนุกกับการว่ายน้ำอย่างส่วนตัว

-Tulip Villa สำหรับพัก 3 ท่าน ราคา 3,200 บาท/คืน วันธรรมดา (อา-พฤ) และราคา 3,500 บาท/คืน วันหยุด (ศ-ส และวันนักขัตฤกษ์) ด้านในบ้านพักติดแอร์ มีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ ห้องนอนตกแต่งแบบเรียง่าย  มีเตียงคิงไซส์ ส่วนด้านนอกมีระเบียงนั่งชิลๆ ติดพัดลม พร้อมกับร่มเงาของต้นไม้และมีสระน้ำสำหรับแช่ตัวเย็นๆ รวมอาหารเช้า ยิ่งขึ้นก็สามารถออกมานั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะด้านนอกได้เช่นกัน

-Lotus Villa สำหรับพัก 4 ท่าน มี 2 ห้องนอน ราคา 4,500 บาท/คืน วันธรรมดา (อา-พฤ) และะราคา 4,700/คืน วันหยุด (ศ-ส และวันหยุดนักขัตฤกษ์) รวมอาหารเช้า ครัว สระว่ายน้ำส่วนตัววิลล่าสำหรับ 4 ท่าน อีกหนึ่งห้องพักที่อยู่ในวิลล่าหลังใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศแสนสงบเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์  นอกจากมีสระว่ายน้ำให้ได้เล่นกันชิลล์ๆ




หลบร้อนนอนพูลวิลล่าเราสไตล์แบบแนวไทยผสมบาหลี ที่ผสมผสานอย่างลงตัวฟิลธรรมชาติสดชื่น สวยงาม และเงียบสงบ ใจกลางเมืองพัทยา...... ใกล้ชายหาดวงศ์อมาตย์ เพียงแค่ 200 เมตร เท่านั้น ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง Terminal 21 และห้างเซ็นทรัล ราคาเริ่มต้นแค่หลักพันเท่านั้น  พักได้แบบสบายๆ 








Villa Raya (วิลล่ารายา  รีสอร์ท  พัทยา) 
157, 178 ซอย นาเกลือ 18/1 เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง ชลบุรี 20150
สอบถามรายละเอียด โทร. 086 326 9712

https://www.facebook.com/villarayaresort      

https://www.instagram.com/villarayapattaya

https://goo.gl/maps/mRBg8pHQSUHfSBHn9

ข่าวประชาสัมพันธ์

theAsianparent ประกาศความพร้อม จัดการประกวด theAsianparent Awards 2022

  เฟ้นหาที่สุดแห่งแบรนด์ผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับแม่และเด็กแห่งปี  theAsianparent (ดิเอเชี่ยนพาเรนท์) คอมมูนิตี้สำหรับพ่อแม่บนแพลตฟอร์มออนไลน...

โวยวายดอทคอม