แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ foodanddrink แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ foodanddrink แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

Pearly ร่วมฉลอง “วันความสุขสากล” ปลุกสีสันตลาดชาเมืองไทย

Pearly ดันแคมเปญ  International Day of Happiness ส่ง “หมอนซุกมือน้องเพิร์ลลี่” สร้างกระแส พร้อมรุกบริการแคทเทอริ่ง ยกระดับทุกงานให้สดชื่น               

Pearly ร่วมฉลอง “วันความสุขสากล” ปลุกสีสันตลาดชาเมืองไทย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” เพื่อนซี้พลังบวก ร่วมสร้างความสดใสด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” โชว์ไอเท็มสุดน่ารัก “หมอนซุกมือน้อง PEARLY” เติมเต็มทุกโมเมนต์แห่งความสุข ชูคุณภาพและความอร่อยมัดใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ประกาศบุกธุรกิจ Catering  จากหน้าร้านสู่องค์กรและอีเว้นต์  เดินสายเสิร์ฟความสดชื่น เพิ่มความประทับใจในทุกโอกาส           


ร้านชา Pearly โดย บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ในเครือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (OR) ร่วมส่งมอบความสุขความสดชื่นต้อนรับวันความสุขสากลในเดือนมีนาคมนี้ ด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” ไอเท็มลิมิเต็ด หมอนซุกมือน้อง PEARLY ที่ออกแบบจากมาสคอตประจำแบรนด์ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความสุขและพลังบวกในทุกไลฟ์สไตล์ โดยลูกค้าสามารถร่วมโปรโมชั่น เมื่อซื้อเครื่องดื่มกลุ่มราคา 39 บาทครบ 2 แก้ว รับสิทธิ์แลกซื้อ หมอนซุกมือน้อง PEARLY สุดน่ารัก ในราคา 299 บาท จากปกติ 499 บาท เติมเต็มความสุขทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน  และทุก ๆ การเดินทาง หรือจะมอบให้กับคนที่คุณรัก สะสมได้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569  ร้าน Pearly ที่ร่วมรายการ     
    



นอกจากนั้นยังได้เปิดบริการการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ในรูปแบบแคทเทอริ่ง (Catering) ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพแบรนด์ จากหน้าร้านสู่โมเดล “เสิร์ฟถึงที่” รองรับทั้งงานประชุมสัมมนา  งานเลี้ยงในโอกาสพิเศษ ไปจนถึงอีเว้นต์ขนาดใหญ่  โดยชูจุดแข็งด้านคุณภาพ วัตถุดิบมาตรฐานการผลิต และความหลากหลายของเมนูที่สามารถปรับแพ็กเกจได้ตามงบประมาณ ด้วยวาไรตี้ของเครื่องดื่มและอาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย ส่งมอบความประทับใจให้กับทุกช่วงเวลา
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ โทร.093-020-0032 และ 085-489-5705
หรือที่ Fanpage Facebook Jiffy Catering 



Pearly ยังคงสร้างสรรค์แบรนด์ที่แข็งแกร่งเพื่อครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงจุดเด่นจากการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากใบชาพรีเมี่ยม ชงสดใหม่แก้วต่อแก้ว รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานลงตัวกับไข่มุกที่มีความ นุ่ม หนึบ อร่อย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพอีกนานาชนิด  โดยร้านชา Pearly ตั้งอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น (PTT Station-Jiffy) กว่า 70 สาขาทั่วประเทศ

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันพิเศษจากน้องเพิร์ลลี่ ได้ที่ Fanpage Pearly เพิร์ลลี่และ Line@pearlytea
สนใจแฟรนส์ไชส์ร้าน Pearly สามารถติดต่อได้ที่ 081-752-9032 


วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568

“อมารี” ชวนหลงรักลาว ผ่านดีไซน์เรื่องเล่าท้องถิ่นและการพักผ่อนแบบร่วมสมัย

เมื่อการเดินทางไม่ได้แค่การ “ไปถึง” แต่คือการ “มาถึง” ในทุกจังหวะของวัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ชวนออกเดินทางไปค้นพบเสน่ห์บทใหม่ของ สปป. ลาว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “หลงรักลาว” การเดินทางที่จะพาคุณเข้าไปสัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมอันละเมียด และความสงบของธรรมชาติที่ชวนหลงใหล ณ สปป.ลาว กับสองปลายทาง สองอารมณ์ ผ่านการเข้าพักที่ อมารี วังเวียง (Amari Vang Vieng) และ อมารี เวียงจันทน์ (Amari Vientiane) จากความชิลริมน้ำซองท่ามกลางขุนเขาแห่งวังเวียง สู่บรรยากาศ รูฟท็อปชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามกับวิวโค้งน้ำโขงที่ทอดยาวใจกลางเวียงจันทน์ อีกทั้งทุกช่วงเวลายังได้รับการถ่ายทอดผ่านการผสานอย่างลงตัวของความอบอุ่นแบบไทยและความร่วมสมัย ตั้งแต่งานออกแบบ การบริการ ไปจนถึงรสชาติอาหารที่น่าจดจำ ท่ามกลางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และมนต์เสน่ห์ในแบบลาว ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้…ยากที่จะลืมเลือน


อมารี วังเวียง (Amari Vang Vieng) ที่นี่…ความสุขเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด เพียงเปิดประตูระเบียงห้องพักออกไป ปล่อยสายตาให้ไหลไปกับทิวเขาหินปูนและสายน้ำซอง ความสุขก็เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

อมารี วังเวียง ตั้งอยู่บนทำเลริมน้ำที่เงียบสงบ แต่เดินทางสะดวก ใกล้เมืองและแหล่งท่องเที่ยว เหมาะทั้งกับการ “พักผ่อนนิ่งๆ” และการออกไปสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งตามสไตล์วังเวียง ห้องพักกว่า 160 ห้อง ที่ออกแบบในโทนร่วมสมัย ผสานงานหัตถศิลป์ลาวอย่างละเมียด โปร่งโล่งด้วยหน้าต่างบานสูง ให้ธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อน พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในวังเวียง ที่เหมาะจะใช้เวลาช่วงเย็นเมื่อแสงอาทิตย์ค่อยๆ อ่อนลง

เรื่องกินก็ไม่เป็นรอง Essence ห้องอาหารที่เสิร์ฟทั้งอาหารลาว ไทย และนานาชาติ หรือจะนั่งจิบกาแฟ ฟังเพลงเบาๆ ที่ Cascade ล็อบบี้เลานจ์สไตล์คาเฟ่ บาร์ริมน้ำชวน “หยุดเวลา” ด้วยค็อกเทลซิกเนเจอร์จากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ตะไคร้ น้ำผึ้ง มะกรูด เคล้าบรรยากาศแม่น้ำซองที่เงียบสงบ อร่อย เข้าถึงง่าย แต่มีเสน่ห์แบบอมารีท่ามกลางเมืองหลวงที่รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม อมารี เวียงจันทน์ (Amari Vientiane) คือจุดพักผ่อนที่ลงตัวสำหรับนักเดินทางที่หลงใหลวัฒนธรรม ศิลปะ และวิถีชีวิตท้องถิ่น ด้วยทำเลที่ใกล้แลนด์มาร์คสำคัญอย่างวัดสีสะเกต ประตูชัย ตลาดเช้า และอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ทำให้การสำรวจเมืองเป็นเรื่องง่าย





โรงแรมระดับ Upper Upscale แห่งนี้มีห้องพัก 248 ห้อง หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ตั้งแต่ทริปสั้นๆ จนถึงการพักผ่อนแบบพรีเมียม ในยามเช้า แขกผู้เข้าพักสามารถร่วมทำบุญตักบาตรตามวิถีลาว ก่อนออกเดินชมเมืองในยามสาย และในยามเย็น ไฮไลต์อยู่ที่ Stella Bar บาร์รูฟท็อปที่มองเห็นโค้งน้ำโขงแบบ 360 องศา ชมพระอาทิตย์ตกและแสงไฟเมืองอันศิวิไลซ์ พร้อมจิบค็อกเทลสูตรพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ทำให้เวียงจันทน์ยามค่ำคืนดูมีเสน่ห์ขึ้นอย่างไม่ต้องพยายาม

อมารีถ่ายทอดเสน่ห์ของลาวผ่านรายละเอียดที่คัดสรรอย่างประณีต ตั้งแต่การออกแบบที่หยิบแรงบันดาลใจจากงานฝีมือ ผ้า และงานจักสานท้องถิ่น มาผสานกับเส้นสายร่วมสมัยตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ เกิดเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และสะท้อน “กลิ่นอายลาว” อย่างพอดี ภายใต้มาตรฐานการบริการระดับสากลที่ได้รับความไว้วางใจ ความใส่ใจยังต่อเนื่องไปถึงการบริการ พนักงานซึ่งผ่านการฝึกอบรมโดยทีมอมารีจากประเทศไทย ถ่ายทอดการดูแลที่จริงใจ อบอุ่น และโอบอ้อมอารีย์ในแบบไทย ผสานความละมุนของวัฒนธรรมลาวในทุกคำทักทาย ทุกช่วงเวลาของการเข้าพัก ขณะเดียวกัน ประสบการณ์กิน-ดื่มภายใต้แนวคิด Local Flair ก็ช่วยเติมเต็มการเดินทาง ด้วยวัตถุดิบพื้นถิ่นของลาวที่นำมาตีความใหม่อย่างร่วมสมัย เคารพรากวัฒนธรรม แต่เข้าถึงง่ายและน่าจดจำ

ทั้งหมดนี้คือวิธีที่อมารีเชื่อมโยงผู้มาเยือนเข้ากับจิตวิญญาณของปลายทาง และชวนให้ค่อยๆ หลงรักลาว ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่อบอุ่น มีความหมาย และอยู่ในความทรงจำยาวนาน

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568

เกาะลิบง จังหวัดตรัง ไม่ได้มีดีแค่เที่ยว แต่คือการเที่ยวแบบ “Meaningful Travel”

ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เทรนด์ใหม่ที่นักเที่ยวต้องเช็คอิน!!

ปัจจุบันการท่องเที่ยวกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังมองหาที่พักผ่อนที่ไม่เพียงแค่เติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ต้องช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับมิติความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เน้นการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเดินทางที่ไปเพื่อเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์  เน้นเที่ยวแบบมีความหมายไม่ใช่แค่การเติมเต็มความสุขให้ตัวเอง แต่ยังเป็นการสร้างโอกาส ความเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืนให้กับชุมชนที่เราไปเยือน




การเที่ยวที่มากกว่าการท่องเที่ยว และเป็นการเติมเต็มชีวิตด้วยการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม  บนเกาะลิบง จังหวัดตรัง จึงเป็นการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอีกหนึ่งสถานที่ที่พบว่า เป็นเกาะแห่งมนต์เสน่ห์ที่    อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  เกาะที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในทะเลตรัง แหล่งชมนกทะเลหายาก มากด้วยหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งอาหารของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น บนเกาะและรอบเกาะยังมีความหลากหลายของระบบนิเวศ มีพื้นที่ป่าดิบชื้น น้ำตก ชายหาด ป่าชายเลน ฯลฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวเน้นธรรมชาติที่ลดการปล่อยคาร์บอน 







โดยหากคิดถึงเกาะลิบง จุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวต้องไปสัมผัสด้วยตา เช่น หอชมพะยูน, สะพานหิน,   หาดหญ้าคา, สันหลังมังกร, ปืนเขาบาตูดูพะยูน, สำรวจร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ถ้ำชาวเล, อุโมงค์ป่ายาง ซึ่งนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เกาะลิบงยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมจากชุมชน  ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นถิ่น รสชาติท้องถิ่นกับเมนูข้าวยำ ที่สำคัญยังได้สนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพภายในชุมชนอีกด้วย เพราะเกาะลิบงเป็นพื้นที่พัฒนาชุมชนแบบองค์รวมภายใต้โครงการ  “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” งานด้านการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ภารกิจหลักของธนาคารออมสิน ในการเดินหน้าบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อสังคม โดยมีเป้าหมายการพัฒนาเกาะลิบงครอบคลุมทุกมิติ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ และการท่องเที่ยวให้กับชุมชนด้วย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึงพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสการท่องเที่ยววิถีใหม่  ที่ไม่ใช่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่คนในชุมชน พร้อมส่งเสริม  การกระจายรายได้จากเมืองหลักสู่พื้นที่ชนบท แต่เป็นการค้นหาความหมายของเกาะแห่งมนต์เสน่ห์ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชน เที่ยวที่นี่ต้องใช้หัวใจ ไม่ใช่แค่สายตา แล้วจะได้ประสบการณ์ที่ลึกและมีความหมายยิ่งขึ้น ในรูปแบบ“Meaningful Travel” ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น 


สามารถดูรายละเอียดได้ทาง : https://ebookservicepro.com/showcase/2025/Libong/

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

แกร็บ พาชมผลงานสุดคิ้วท์จาก 5 ศิลปินดัง

ในโปรเจกต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around”

แกร็บ ชวนตัวตึงสายอาร์ต ออกเดินทางไปเช็กอินกินเที่ยว กับโปรเจกต์พิเศษล่าสุด “Grab Now Go Around” ที่ได้แท็กทีม 5 ศิลปินสุดฮอต ได้แก่ Chubbynida, YEEDIN, Sahred Toy, ease around และ Painterbell มาร่วมรังสรรค์งานศิลปะเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ 5 เมืองท่องเที่ยว ผ่านคาแรกเตอร์สุดคิ้วท์ พร้อมให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกและทำคอนเทนต์กันแบบจัดเต็ม ณ The Corner House Bangkok ระหว่างวันที่ 29 - 31 สิงหาคมนี้ และไปตามรอยต่อ ที่จุดเช็กอินยอดฮิตใน 5 เมืองท่องเที่ยว ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ จนถึงสิ้นปี 2568




ปัจจุบัน การเที่ยวชมงานศิลป์ และทำกิจกรรมที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ให้ความนิยมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การไปชมงานนิทรรศการ หรือการออกไปสำรวจสถานที่ และงานสถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่ ซึ่ง แกร็บ ได้จับอินไซต์นี้มาต่อยอดเป็นโปรเจกต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around” ที่ได้คว้า 5 ศิลปินขวัญใจวัยรุ่น มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานศิลปะ การเดินทาง และวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อใช้บอกเล่าเรื่องราวเมืองไทยอย่างมีสไตล์ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 12 ปีของแกร็บในประเทศไทยไปพร้อมกัน




โดย ผลงานศิลปะของทั้ง 5 ศิลปิน ที่ได้นำมาจัดแสดงที่ The Corner House Bangkok มีไฮไลต์พิเศษ ดังต่อไปนี้

หนีความวุ่นวาย มาปล่อยใจสบายๆ ที่เชียงใหม่: ผลงานจาก Chubbynida หรือ นิดา-ชนิดา อารีวัฒนสมบัติ ศิลปินนักวาดภาพประกอบลายเส้นน่ารัก ที่นำเสนอ ‘เชียงใหม่’ ในมุมสนุกสนาน ผ่านคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิง ที่หยิบจับของดีประจำเมือง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซอย ไส้อั่ว และโคมล้านนา มาบอกเล่าเรื่องราว โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ ณ One Nimman ร้าน LONDON BAKERY และร้านสุกี้ช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่

หนีความจืดจาง มาม่วนแซ่บจัดจ้านที่ขอนแก่น: ผลงานจาก YEEDIN หรือ ปันปัน-รสิกา สายแสง เจ้าของลายเส้นสีสดและคาแรกเตอร์สุดแฟนซี ที่ตีความเมือง ‘ขอนแก่น’ ให้เป็นเมืองแห่งการผจญภัยของรสชาติ สร้างภาพจำใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางสายคาเฟ่และอาหารท้องถิ่น โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ ตลาดต้นตาล ร้าน Nap’s Coffee และร้าน Roast8ry Khonkaen จังหวัดขอนแก่น

หนีความเฉา มาเอาเอเนอร์จี้ที่พัทยา: ผลงานจาก Sahred Toy หรือ ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย ที่ใช้คาแรกเตอร์ ‘มือ’ เป็นตัวนั่งรถพานักท่องเที่ยวสำรวจ ‘พัทยา’ เมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยพลัง นำเสนอในมุมมองร่วมสมัย โดยเน้นถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน เมนูอาหารทะเล และการเดินทางที่ไร้รอยต่อในเมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ เซ็นทรัล พัทยา ร้าน Sunset Coffee Roaster และร้าน Lighthouse Bay จังหวัดชลบุรี

หนีเมนูจำเจ มาเจอเมนูหลากสไตล์ที่บรรทัดทอง: ผลงานจากทีม ease around หรือ ป้อ-ชัยวัฒน์ อุทัยกรณ์ และ ตาล-วริษฐา จงสวัสดิ์ ที่เปลี่ยนแนวจากเดิม เพิ่มเติมสีสันมากขึ้นให้กับผลงานเพื่อสื่อถึง ‘บรรทัดทอง’ ในฐานะพื้นที่แห่งความสนุก การรวมตัวของเพื่อนฝูง และวัฒนธรรมการกินที่คึกคัก ผ่านคาแรกเตอร์และองค์ประกอบภาพที่สะท้อนพลังของพื้นที่การพบปะ สื่อถึงเสน่ห์ของอาหารในเมืองหลวง  โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ

หนี Old me มาเปิดโลกที่ Old Town ภูเก็ต: ผลงานจาก Painterbell หรือ เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล ที่แปลงร่างคาแรกเตอร์ประจำตัว ‘John Lulu and Friends’ ให้เป็นคนขับแกร็บผู้ส่งความสุขที่พร้อมเดินทางนำขนมร้านดัง ใน ‘ภูเก็ต’ ไปเสิร์ฟถึงมือนักท่องเที่ยวทุกคน โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ร้าน Phuketique ร้าน Campus Coffee Roasters และร้าน Torry’s Ice Cream จังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ทุกคนได้มาร่วมสนุก อาทิ โซน “Go Around Thailand” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาร่วมเล่นเกมส์ อาทิ การเพ้นท์ลายเสื้อยักษ์ ระบายสีตึกเมืองเก่าภูเก็ต และปั๊มสแตมป์สร้างโลกให้ไดโนเสาร์ที่ขอนแก่น เพื่อลุ้นรับ “แกร็บชาปอง” (Grabchapon) กับพวงกุญแจลายพิเศษจากศิลปินที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น รวมถึงยังมี โซน Interactive Wall ให้ทุกคนมาร่วมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจของตัวเองได้อีกด้วย

พิเศษ! ไม่ว่าจะเดินทางออกไปเที่ยว ไปกิน หรือไปชมงานศิลป์ แกร็บ จัดโปรมาให้แบบจุกๆ เพียงใส่โค้ด ‘GRABNOW’ รับส่วนลด 15%* สำหรับบริการสั่งอาหารและเรียกรถ เมื่อใช้ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568

ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจกต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around”
เพิ่มเติม ได้ที่ www.grab.com/th/blog/grabnowgoaround/

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

Finch Bangkok เปิดประสบการณ์อาหารอินเดียสไตล์พรีเมี่ยม ผสานค่ำคืนที่ลงตัว ณ ใจกลางสุขุมวิท

 

ฟินซ์ (Finch Bangkok) หนึ่งในร้านอาหารอินเดียพรีเมี่ยม ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 บนโลเคชันที่รายล้อมด้วยไลฟ์สไตล์ของเมืองใหญ่ เป็นจุดนัดพบใหม่ของสายชอบลิ้มลองอาหาร พร้อมมอบประสบการณ์อาหารอินเดียสุดพรีเมี่ยมที่ไม่เหมือนใคร
บรรยากาศด้านในที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ สไตล์โมเดิร์น หรูหราแต่ยังคงความเป็นกันเอง ทั้งบทสนทนา เสียงดนตรี และบรรยากาศภายในร้าน ทำให้เป็นความทรงจำที่ดีของทุกคน โต๊ะนั่งแต่ละมุมมองเห็นดีเทลของการตกแต่งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมสมัย แต่ไม่ทิ้งความอบอุ่นของความรู้สึก มาพร้อมกับโซนบาร์ที่เปิดกว้างที่เชื่อมต่อกันได้อย่างไหลลื่น ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเพื่อน และครอบครัว ที่แวะมาหาอาหารดี ๆ ไปจนถึงจัดงานฉลองในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เครื่องดื่มที่คัดสรรค์มาอย่างมีคลาส และเสียงดนตรีสดที่ทำให้ทุกมื้อค่ำรู้สึกพิเศษ โดยไม่ต้องฝ่ารถติดไปย่านอื่น เพราะที่นี่คือจุดหมายที่ครบในตัวเอง




อีกหนึ่งเสน่ห์ของ ฟินซ์ (Finch Bangkok) ในแต่ละเมนูถูกรังสรรค์โดยเอกลักษณ์เฉพาะของอาหารอินเดีย อย่างเมนูคลาสิค Butter Chicken, Mutton Rogan Josh, และ Dal Makhani ที่โดดเด่นด้วยรสชาติอันเข้มข้น และนำเสนอการจัดจานเสิร์ฟในรูปแบบที่โมเดิร์นยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่ 3 เมนูนี้ Finch ยังมีเมนู และรสชาติที่หลากหลายตั้งแต่ appetizer และ main course ได้แก่ Chole Bhature Taco, Truffle Mushroom Kulcha, Rara Chicken Paratha Pizza, Laal Maans Risotto, Paneer Tikka Makhani Ravioli และ Butter Chicken Hummus ไปจนถึง dessert ได้แก่ Gulab Jamun Carpaccio Cheesecake, Imitation of Ras Malai (เสิร์ฟบนโต๊ะ) และ Chaat Highway (เสิร์ฟบนโต๊ะ) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การทานที่เต็มไปด้วยรสชาติชั้นเลิศและการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร ชวนให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

JB Group สยายปีก ผนึกพันธมิตรปักธงตลาดจีน Laos Model


จับตา JB Group ภายใต้การกุมบังเหียน ของ “ CEO JIM ” ชาคริต นักสอน สยายปีก ผนึกพันธมิตรนำทัพสินค้าไทยเปิดตลาดจีน นำร่องปักธง "สิบสองปันนา" ยึดแนวทางความสำเร็จการค้า  "Laos Model”  ก่อน
ตั้งเป้า รุกเชื่อมโยง เส้นทางสายไหมยุคใหม่ (BRI - Belt and Road Initiative) สู่นคร คุนหมิง และมหานคร ฉงชิ่ง, คาซัคสถาน ,รัสเซีย  รวมไปถึงยุโรป ด้าน กงศุลพาณิชย์คุนหมิง พร้อมหนุนผู้ประกอบการไทย
โกอินเตอร์ เวทีตลาดโลก


เมื่อวันที่  29 พฤษภาคม 2568 คุณชาคริต นักสอน ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท เจ บี  (JB Group) ร่วมลงนามในพิธีเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ระหว่าง บริษัท JB Bangkok กับ คุณอันซาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท Xishuangbanna Taibanna จำกัด ผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่จากประเทศจีน  ณ ห้องประชุมบริษัท JB Bangkok โดยมีคณะผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีในความร่วมมือเป็นคู่ค้า นำสินค้าไทยไปจำหน่ายประเทศจีนตอนใต้ นำร่องในพื้นที่สิบสองปันนา 


คุณชาคริต  เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัท เจบี กรุ๊ป มีธุรกิจ หลัก ในการจัดจำหน่ายสินค้าใน สปป.ลาว  มากกว่า 20 ปีและถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก มีอัตราเติบโตของ ยอดขาย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ เป็นตัวแทน จัดจำหน่าย สินค้าอุปโภคบริโภค แต่เพียงผู้เดียวใน สปป..ลาว ให้กับ กลุ่มบริษัท พันธมิตร  อาทิ  บริษัทดัชมิลล์ ประเทศไทย, บริษัทในเครือ BJC เบอร์ลี่ ยุคเกอร์,บริษัท อาหารยอดคุณ ,บริษัท f-plus  (ฟ้าไทย)  เป็นต้น 

จากความสำเร็จอย่างมากในการสร้างรากฐานการจัดจำหน่ายสินค้าที่แข็งแกร่ง ใน สปป. ลาว จึงจุดประกายให้ตนเองจะยึดเป็น "โมเดลลาว" ในการขยายโอกาสมุ่งหน้าสู่ตลาดจีน และมีการเซ็นเอ็มโอยู กับบริษัทคู่ค้าจากจีน คือ Xishuangbanna Taibanna ในครั้งนี้

โอกาสนี้ ยังได้เชิญ ผู้บริหาร Xishungbanna Taibanna ร่วมแนะนำสินค้า ของแบรนด์พันธมิตร ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2025 อิมแพค เมืองทองธานี ด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากเจ้าของสินค้าทุกแบรนด์ที่เคยร่วมค้าขายด้วยกันมา จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายการจัดจำหน่ายสู่ ตลาดจีนตอนใต้ สิบสองปันนา ก่อนในระยะแรก


สำหรับแผนในอนาคตอันใกล้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นภายใน 2 ปีข้างหน้า ทาง JB Bangkok ตั้งเป้าทำการค้าเชื่อมโยงบนเส้นทางสายไหมยุคใหม่ (BRI - Belt and Road Initiative) เพื่อขยายการจัดจำหน่ายไปสู่ นครคุนหมิง และมหานคร ฉงชิ่ง, คาซัคสถาน ,รัสเซีย จนถึงยุโรปต่อไป "ผมหวังว่า เรื่องราวความสำเร็จของ JB Bangkok จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย ผู้ประกอบการสินค้าไทย กล้าที่จะมองโลกให้กว้างขึ้น และก้าวออกไปทำการตลาดในต่างประเทศ ดังเช่นที่ JB Bangkok กำลังทำ ถ้ามองภาพ ให้ชัดเจนขึ้นคือ ปัจจุบันประชากรในลาวและจีนตอนใต้ (สิบสองปันนา) อาจจะมีประมาณ 9 ล้านคน แต่หากรวมประชากรทั้งหมดตามเส้นทาง BRI ไปจนถึงยุโรป ตัวเลขจะพุ่งสูงเกือบ 900 ล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า โอกาสทางธุรกิจนั้นมีอยู่มากมายมหาศาลสำหรับประเทศไทย" คุณชาคริต กล่าวย้ำ


ด้านคุณอันซาน กล่าวว่า  บริษัท เป็นผู้จำหน่ายสินค้า ในมณฑลยูนนานและสิบสองปันนา ประเทศจีน มานาน ซึ่งที่ผ่านมาก็นำเข้าผลผลิตการเกษตร ผลไม้ สินค้าอุปโภคบริโภค จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลักอยู่แล้ว  ส่วนเหตุผลที่เลือกค้ากับ ทาง JB Bangkok เนื่องจาก ได้รู้จักชื่อเสียง และจากคำแนะนำ ของท่านกงศุลพาณิชย์ นครคุนหมิงรวมทั้งได้มีโอกาส พบปะในงานแสดงสินค้าที่ภาครัฐและเอกชนไทยจัดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และทราบว่า เจบี กรุ๊ป ทำธุรกิจในลาว ประสบความสำเร็จ อย่างมาก จึงมั่นใจว่าการตกลงทำการค้าร่วมกันครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จเหมือนที่ใน ประเทศลาวได้ 

ขณะที่ คุณณัฐ วิมลจันทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง (กงศุล ฝ่ายพาณิชย์) เปิดเผยว่า มีความยินดีและภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ทั้งสองบริษัท ได้พบปะเจรจาการค้าร่วมกัน จนบรรลุข้อตกลงการเซ็นเอ็มโอยู สู่การดำเนินธุรกิจต่อไป

"ผมมั่นใจว่า การเซ็นเอ็มโอยู ร่วมกันระหว่าง JB Bangkok และ Xishuangbanna Taibanna จะเป็นก้าวสำคัญที่ผู้ประกอบการไทย ได้สามารถทำให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จัก เป็นที่ยอมรับ และเปิดตัวเข้าสู่ตลาดจีนในสิบสองปันนา เชียงรุ้ง มณฑลยูนนาน และมณฑลต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น และถือเป็นความภาคภูมิใจของของสถานกงศุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ที่ได้ช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย สามารถโกอินเตอร์ และเติบโตต่อไปในอนาคตครับ" คุณณัฐ กล่าวในตอนท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงาน "THAIFEX-Anuga Asia 2025" อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.68 นั้น คุณชาคริต ยังนำคณะผู้บริหาร JB Bangkok และบริษัท Xishungbanna พร้อมคณะสื่อมวลชน ร่วมเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้า ของแบรนด์สินค้าชั้นนำที่เป็นพันธมิตรของ BJC (บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณพัชร ปรีดาศักดิ์ Sr.Business Manager-laos & Vietnam ให้การต้อนรับ  และยังเยี่ยมชมบูธ บริษัทอาหารยอดคุณ จำกัด อย่างดีมาตลอด ได้แก่ดัชมิลล์, BJC ,ยอดคุณ, เอฟพลัส ผงปรุงรสฟ้าไทย, เซปเป้บิวตี้ดริ้ง,  ฉั่วฮะเส็ง ,thai coco และ ครัววังทิพย์ เป็นต้น ซึ่งการเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าต่างๆ ดังกล่าว ยังได้รับการต้อนรับและแนะนำสินค้าอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง จากผู้บริหารและเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างความประทับใจต่อคณะผุู้บริหาร JB Bangkok และ บริษัท Xishuangbanna เป็นอย่างมาก 

ล่าสุด คุณชาคริต พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัท Xishuangbanna ยังเข้าพบปะเจรจาการค้ากับคณะผู้บริหารบริษัท  เอสดี กัทธรี อินเตอร์เนชั่นแนล มรกต จำกัด (มหาชน)  ผู้ผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ ประกอบอาหารจากปาล์ม ถั่วเหลือง เมล็ดดอกทานตะวัน ข้าวโพด และดอกคาโนลา ชั้นนำของประเทศไทยอีกด้วย โดยมีคุณอัสนี มาลัมพุช กรรมการผู้จัดการ, คุณนุชนาถ สุขมงคล ผู้จัดการทั่วไป ให้การต้อนรับ ซึ่งมีผลสรุปร่วมกันอย่างดี ในการนำน้ำมันพืชมรกต ไปจำหน่ายที่สิบสองปันนา ในเร็วๆ นี้


ข่าวประชาสัมพันธ์

สอวช. จับมือ อพท. หนุนใช้อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่

“การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูธรรมชาติ ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกร...

โวยวายดอทคอม