วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564

งาน Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX 2021)

ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” งานเดียวที่จัดเต็มเรื่องความยั่งยืน
ทุกรูปแบบ กับ Virtual Expo 
ด้านความยั่งยืนครั้งแรกของไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สำหรับงาน Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX 2021) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ที่จัดโดย 3 ผู้นำองค์การต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับโลก (DJSI World Leader) นำโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ พร้อมด้วยเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) หรือ เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย และองค์กรอื่น ๆ ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยสหประชาชาติ

กับ Virtual Expo ด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พบกับ 30 สุดยอดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนระดับโลก 50 สุดยอดวิทยากรลงมือทำจริง เป็นนวัตกรตัวจริงเสนอแนวคิดเพื่อโลก และเอาใจ 100 ร้านค้าสายกรีนและธุรกิจเพื่อสังคม นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการตัวอย่าง “การพัฒนาที่ยั่งยืนหลากหลายมิติจากบริษัทชั้นนำของไทย” เพลิดเพลินไปกับผลงานศิลปะจากศิลปิน “ไทย” และ “ต่างชาติ” สะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ร่วมสนุกกับเกมสะสมคะแนน Shaper Points เพื่อแลกรับของที่ระลึก พิเศษสุด! สำหรับผู้สะสมคะแนนได้สูงสุด 10 อันดับแรก มีสิทธิ์รับ iPad Mini 6 และรางวัลอื่น ๆ มูลค่ารวม 1.4 ล้านบาท (จำนวนจำกัด) ระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 10 ตุลาคม 2564 เข้าฟรี !!! ทางออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่าย (เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 28 กันยายนนี้เป็นต้นไป) คลิกได้ที่ https://tsx2021.thailandsustainabilityexpo.com/   

ทั้งนี้ ในวันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน 2564 นี้ ได้มีการจัดงานเปิดตัว Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX 2021) เวลา 15.30 น. อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 10 ศูนย์ C asean อาคาร CW tower ถนนรัชดาภิเษก โดยมี คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
ร่วมด้วยองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมเป็นประธานเปิดงานดังกล่าว

นิตยสาร Business+ และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

 ร่วมจัดงานมอบรางวัล สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564

นิตยสาร Business+ ในเครือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานมอบรางวัล สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 เพื่อเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่มีนวัตกรรม จนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ และการโหวตจากผู้บริโภค
รวม 40 รางวัล ใน 12 ประเภทสินค้าและบริการ

งานมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021   ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลในงาน ในรูปแบบ Virtual Event พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์
ไอพี จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารจาก 40 องค์กรที่ได้รับรางวัล ร่วมงานอย่างสมเกียรติ 

ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี กล่าวว่า “การที่องค์กรจะอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น คนส่วนใหญ่มองว่า เป็นเรื่องของการตลาด แต่หัวใจสำคัญของสินค้าหรือบริการที่ดี ผู้บริโภคซื้อซ้ำบ่อยๆ กลายเป็นกิจวัตรนั้น มาจากคำว่า 'นวัตกรรม' เพียงแต่การมองนั้น มุมมองของแต่ละคนมองอย่างไร เพราะในความเป็นจริง ทุกธุรกิจสามารถคิด Disruptive Innovation ได้ อย่างที่องค์กรธุรกิจที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าทุกสินค้าหรือบริการผ่านกระบวนการคิด สังเคราะห์และผลิตออกมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค และผู้บริโภคก็มั่นใจว่า มีคุณค่าจากนวัตกรรม             

“งานมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 หรือ BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 เป็นงานหนึ่งที่เกิดจากความร่วมมือของภาคเอกชนและภาคการศึกษา
ในการขับเคลื่อนและส่งเสริมสังคมไทย ให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของตลาด ผ่านการคัดเลือกสินค้าและบริการที่มีแนวคิดใหม่ ๆ และช่วยสร้างความตื่นตัวให้แก่คนไทยทุกคนต่อไป”


คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 หรือ BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 ดำเนินการโดยนิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจและคัดเลือกแบรนด์สินค้าและบริการใน 12 ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม นำมาวิจัย วิเคราะห์ และเข้าสู่ขั้นตอนการโหวตจากผู้บริโภค โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,000 ราย เพื่อมอบรางวัลให้แก่สุดยอดสินค้าแห่งปี และอย่างที่ทราบว่า จากนี้เป็นโจทย์หินสำหรับทุกองค์กร จากวิกฤต COVID-19 ซึ่งเส้นทางธุรกิจแต่ละแห่งได้พิสูจน์ความสามารถการแข่งขัน ควรค่ากับรางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 ทั้ง 40 องค์กรที่ชนะเลิศในสาขาต่างๆ ในปีนี้”

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โลกหลังยุควิกฤติโควิด จะทำให้เราได้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อองค์กร ไม่ว่าในสายงานใดก็ตาม การพัฒนาทางด้านนวัตกรรม เป็นกระบวนการที่เราต้องให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่ CMMUให้ความสำคัญมาตลอด 25 ปี  ดิฉันเชื่อมั่นว่า การมอบรางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION 2021 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการส่งเสริมให้ผู้ผลิตในภาคธุรกิจต่างๆ เล็งเห็นความสำคัญ ของการพัฒนาด้านนวัตกรรม เพื่อมุ่งไปสู่ประโยชน์ของทุกคนในสังคม และเป็นเรื่องน่ายินดี ที่เราเห็นความร่วมมือ จากพันธมิตรในทุกภาคส่วน ในงานมอบรางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION 2021 นี้”

รางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 แบ่งหมวดประเภทของสินค้าและบริการ แบ่งออกเป็น 12 ประเภท ประกอบด้วย 1. สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม 2. แฟชั่นและเครื่องประดับ 3.สินค้าอุปโภค 4. สินค้าบริโภค 5. ยานยนต์ 6. การบริการ 7. เทคโนโลยีสารสนเทศ 8. สินค้าไลฟ์สไตล์ 9. อสังหาริมทรัพย์ 10. การเงิน-การลงทุน 11. ประกันชีวิตและประกันภัย และ 12. กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

รายชื่อ 40 องค์กรที่เข้ารับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 PRODUCT INNOVATION AWARDS 2021 ประกอบด้วย 

1.รางวัลประเภทบริการทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ บัตรติดล้อ บมจ.เงินติดล้อ

2.รางวัลประเภทการเงินและการลงทุน กลุ่มแอปพลิเคชันทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ LINE BK
บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด

3.รางวัลประเภทบริการกลุ่มบริการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ บริการขนส่ง Best Express
บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

4.รางวัลประเภทบริการ กลุ่มบริการทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ บริการทางการแพทย์
Samitivej Virtual Hospital โรงพยาบาลสมิติเวช

5.รางวัลประเภทกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ สถานีบริการน้ำมัน PT
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

6.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มการบริการ Aplication
ผลิตภัณฑ์ แอปพลิเคชัน MTL Click บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

7.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มประกันสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์ โครงการเอ็กซ์ตร้า แคร์ พลัส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

8.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มประกันชีวิตควบการลงทุน
ผลิตภัณฑ์ เอไอเอ อินฟินิท เวลท์ เพรสทีจ (ยูนิต ลิงค์) เอไอเอ ประเทศไทย

9.รางวัลประเภทประกันชีวิตและประกันภัย กลุ่มประกันภัยทรัพย์สิน
ผลิตภัณฑ์ กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน Drone Inspection Service with Thermoscan
บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

10.รางวัลประเภทกลุ่มประกันออนไลน์ ผลิตภัณฑ์ FWD Easy E-CANCER
บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

11.รางวัลประเภทผลิตภัณฑ์ทางด้านอุปโภคยอดเยี่ยมแห่งปี
ผลิตภัณฑ์ เครื่องกรองน้ำ COWAY NEO PLUS บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

12.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มฟิล์มกรองแสงรถยนต์
ผลิตภัณฑ์ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ลามิน่า ดิจิทัล เซราแมทริกซ์ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด 

13.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มยางรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4
บริษัท สยามมิชลิน จำกัด

14.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ปิคอัพ ผลิตภัณฑ์ New Nissan NAVARA
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

15.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ผลิตภัณฑ์ Nissan ALMERA
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

16.รางวัลประเภทยานยนต์ กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานทางเลือก “MG HS PHEV”
ผลิตภัณฑ์ MG HS PHEV บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

17.รางวัลประเภทสุขภาพและความงาม กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์ คิวมินซี (QminC) บริษัท เทรา ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด

18.รางวัลประเภทสุขภาพและความงาม กลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ ด็อกเตอร์ เจล คอนเซนเทรต
ไบรท์เทนนิ่ง ดีลักซ์ ครีมบริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจออกานิกส์ กรุ๊ป

19.รางวัลประเภทอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มคอนโดมิเนียม ผลิตภัณฑ์ คอนโดมิเนียม แบรนด์ ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge) บริษัท พาร์ค ลักชัวรี่ จำกัด ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

20.รางวัลประเภทอุปโภค กลุ่มผลิตภัณฑ์สี ผลิตภัณฑ์ สีเบเยอร์ คูล กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์

21.รางวัลประเภทอุปโภค กลุ่มอุปกรณ์แม่และเด็ก ผลิตภัณฑ์ เป้อุ้มเด็ก i-angel
บริษัท จิณณ์ แอนด์ แฟมิลี่ จำกัด

22.รางวัลประเภทไลฟ์สไตล์ กลุ่มนวัตกรรมหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นอัจฉริยะ ผลิตภัณฑ์ Roborock S7
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นอัจฉริยะ แบรนด์โรโบร็อค บริษัท มาร์เก็ตติ้ง 1688 จำกัด

23.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ตู้เย็น ผลิตภัณฑ์ ตู้เย็น Haier
บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

24.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า ผลิตภัณฑ์ เครื่องซักผ้า Haier
บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

25.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศ Carrier Color Smartบริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด

26.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรทัศน์ (ทีวี) ผลิตภัณฑ์ LG OLED TV
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

27.รางวัลประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเครื่องฟอกอากาศ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องฟอกอากาศ ชาร์ป บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด

28.รางวัลประเภทแฟชั่นและเครื่องประดับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภททองคำ
ผลิตภัณฑ์ ทองคำ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด

29.รางวัลประเภทไลฟ์สไตล์ กลุ่มที่นอนและเครื่องนอน ผลิตภัณฑ์ ที่นอน LINCON รุ่น UNICORN บริษัท รุ่งแสงไทย อินเตอร์แมทเทรส จำกัด

30.รางวัลประเภทไลฟ์สไตล์ กลุ่มแผ่นลามิเนตต้านเชื้อไวรัส
ผลิตภัณฑ์ แผ่นลามิเนตต้านเชื้อไวรัส บริษัท กรีนแลม เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด

31.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล Enterprise HDD
ผลิตภัณฑ์ Seagate Exos บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

32.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก ผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก PREDATOR บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด

33.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มบริการสื่อสารโทรคมนาคม ผลิตภัณฑ์ การบริการสื่อสารและโทรคมนาคม 5G บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

34.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม LUCKY POLE บริษัท ยูไนเต็ด เทคโนโลยี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (UTE)

35.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับพรีเมี่ยม
ผลิตภัณฑ์ HUAWEI Mate 40 Pro บริษัท Huawei Consumer Business Group (Thailand)

36.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ The Best Budget Gaming Smartphone
ผลิตภัณฑ์ Infinix HOT 10S อินฟินิกซ์ ไทยแลนด์

37.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลประเภท Internal SSD ผลิตภัณฑ์ WD_BLACK™ SN850 NVMe™ SSD บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอ

38.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลประเภท External SSD ผลิตภัณฑ์ WD My PassportTM SSD บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล

39.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บประเภท Flash Memory
ผลิตภัณฑ์ SanDisk ® iXpand ® Flash Drive Luxe บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล

40.รางวัลประเภทเทคโนโลยี กลุ่มเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ MINE SMART FERRY
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

“จุรินทร์” เดินหน้าช่วยผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม มอบ DITP ลุยจัด “THAIFEX - Virtual Trade Show” 29 ก.ย.– 3 ต.ค. นี้ ตั้งเป้านำเงินเข้าประเทศกว่า 830 ล้านบาท

 


กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความพร้อมจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์ Virtual - Online Business Matching สำหรับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ในวันที่ 29 กันยายน - 3 ตุลาคมนี้ ตั้งเป้ากระตุ้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของไทยให้ขยายตัวหลังจากเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งตอบโจทย์ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ให้สามารถเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยได้จากทุกมุมโลก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า     Virtual - Online Business Matching หรือ V-OBM เป็นกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นในงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX - Virtual Trade Show (THAIFEX-VTS) ซึ่ง DITP จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทย รวมถึงธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอสินค้า บริการ และร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าจากต่างประเทศได้สะดวกและง่ายขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com

 โดยในการเข้าร่วมกิจกรรม V-OBM นั้น ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าสามารถเลือกผู้ประกอบการตามหมวดหมู่  ชื่อบริษัท หรือสินค้าที่สนใจ เพื่อทำการนัดหมายเจรจาธุรกิจผ่านระบบ โดยเลือกช่วงเวลานัดหมายตามวันเวลาที่เหมาะสมกับไทม์โซนที่ต่างกันของแต่ละประเทศ

การจับคู่เจรจาธุรกิจ V-OBM ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นจำนวนมาก  มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารกลุ่มใหม่ๆ เข้าร่วมเพิ่มจากเดิม ได้แก่ สินค้าอาหารฮาลาล, สินค้าอาหารออแกนิกส์ และสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) รวมถึงสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI Products) สะท้อนให้เห็นการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้ค้าอย่างกว้างขวาง 

เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถจัดงานในรูปแบบออฟไลน์ได้ตามปกติจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 การจัดงานแบบออนไลน์จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้ผู้ขายได้พบกับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า โดยมีผู้ประกอบการไทยสมัครเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจออนไลน์แล้วจำนวน 368 บริษัท มีผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าลงทะเบียนเข้าชมงานและนัดหมายเพื่อเจรจาธุรกิจล่วงหน้ากว่า 1,433 ราย จาก 99 ประเทศ เราตั้งเป้าหมายว่างานนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น สามารถนำเงินเข้าประเทศได้กว่า 830 ล้านบาทนายจุรินทร์ กล่าว

นอกจากกิจกรรม V-OBM แล้ว ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนร่วมงาน THAIFEX – VTS บนแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ยังสามารถเข้าชมงานและเยี่ยมชมบูธที่สนใจได้เสมือนกับการเดินงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในสถานที่จริง สามารถดูรายละเอียดสินค้าแบบ 360 องศา รวมทั้งพูดคุยกับผู้ประกอบการที่จัดแสดงสินค้าผ่าน   V-OBM และการ VDO Call หรือทางข้อความได้ 24 ชั่วโมงผ่านการ Chat มากกว่านั้น ยังมีระบบกระดานสนทนาสำหรับประกาศซื้อ-ขายให้ติดต่อกลับได้ รวมถึงระบบแนะนำสินค้าและบริษัทให้กับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าสามารถค้นหากันได้ง่ายขึ้น 

จึงนับได้ว่า THAIFEX – VTS เป็นงานที่มีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ส่งออกของไทยที่กำลังมองหาผู้ซื้อต่างประเทศ และ www.thaifex-vts.com ก็นับเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตของสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่พร้อมสำหรับการเจรจาธุรกิจได้เต็มศักยภาพ



 

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564

ลาเวอร์ด้า บีเอ็นจี (La Verda BNG)

ลาเวอร์ด้า บีเอ็นจี (La Verda BNG) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แก้ง่วง เสริมความจำ ลดความเบลอ เพื่อตอบโจทย์ สายนอนดึก สายตื่นเช้า สายเรียน สายกิจกรรม สายทำงาน สายพรีเซ็นท์ สายเอ็กซ์ตรีม ไอเทมที่ขาดกันไม่ได้ในยุคนี้

จุดเด่นผลิตภัณฑ์ เป็นน้ำมันคริลล์ สารสกัดนำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ ช่วย “เพิ่มความจำ” และ “บำรุงระบบประสาทและสมอง” และมีสารสกัดใบชาเขียว มีคาเฟอีนตามธรรมชาติ ช่วย “แก้ง่วง” และ “ลดอ่อนเพลีย” แล้วยัง “ไม่ทำให้ใจสั่น” และ “กลางคืนหลับสบายปกติ” อีกด้วย และมีวิตามินบี12 และ ทอรีน ช่วยให้ “สมองไม่เบลอ” ทำให้ “คิดอะไรก็ออก” ส่วนสารสกัดทุกชนิด ผลิตจาก “ธรรมชาติ 100%” มั่นใจ “ไม่สะสม” ในร่างกาย



ซึ่งแบรนด์ ลาเวอร์ด้า ริเริ่มจากความเชื่อที่ว่า คุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นได้จากการมี "สุขภาพที่ดี" ของคุณศรัญญา พัทธยากร ผู้บริหารบริษัท ซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานการตลาดมาอย่างยาวนาน ส่วนผลิตภัณฑ์มีให้เลือก 2 ขนาดบรรจุ คือ แบบแผงพกพา บรรจุ 10 เม็ดซอฟท์เจล ราคาเริ่มต้น 290 บาท และแบบขวด บรรจุ 25 เม็ดซอฟท์เจล ราคาเริ่มต้น 699 บาท
ศรัญญา พัทธยากร ผู้บริหาร ลาเวอร์ด้า บีเอ็นจี (La Verda BNG)

ช่องทางติดต่อ

- Line: @laverdalife

- Website: https://laverdalife.com/

- Lazada: https://bit.ly/3mifU7o

- Shopee: https://bit.ly/37HDXIU

 - Facebook: https://www.facebook.com/laverda.life

- Instagram: @laverda.life

Call center : 093 626 2282

3ผู้รับรางวัล ทำความดีอย่างไม่มีเงื่อนไข ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในวิกฤตโควิด - 19

วันนี้ (25 ก.ย. 64) เวลา 14.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 64 กระทรวง พม.ได้มอบรางวัล "ผู้เสียสละ เพื่อสังคม" ภายใต้โครงการมอบรางวัลบุคคลผู้ทรงคุณค่าต่อสังคมไทย ให้กับ 

พระพิศาลธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน เขตคลองเตย กทม.  คุณเต๊ะ ศตวรรษ ศิลปินจิตอาสา  และ ร.ต.อ.แวอาลิฟ แวดีซา รองสารวัตร สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งทั้ง 3 ท่าน นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม ตามลำดับ ซึ่งเป็นเพียงคนเล็กๆ ที่มุ่งมั่นทำความดี แต่ไม่มีใครรับรู้  จึงเป็นผู้ที่สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะภาคีเครือข่ายของกระทรวง พม. เป็นแบบอย่างของการทำความดีของสังคมในการช่วยเหลือและสร้างกำลังใจให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และกลุ่มเปราะบางในสถานการณ์โควิด-19 

นายจุติ กล่าวต่อไปว่า พระพิศาลธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน ได้เปิดพื้นที่วัดเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 โดยให้ที่พักและอาหาร ยารักษาผู้ป่วย ซึ่งได้กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ฯ ที่วัด เกิดจากความห่วงใยของประธานชุมชนในเขตคลองเตย และได้รับความห่วงใยจากหลายๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะจากภาครัฐบาล และยังมีการคิดต่อยอดสร้างกลุ่มอาสาสมัครให้ผู้ป่วยพักอยู่ในบ้านของตนเองโดยไม่ต้องออกมา เพื่อให้ธรรมชาติสร้างภูมิคุ้มกันโรคขึ้นมา และจัดยาสามัญประจำบ้านของเราตามสภาพอาการให้ผู้ป่วยกิน หลังจากนี้ ถ้าโควิด-19 รอบใหม่จะมาอีก ขอให้ทุกคนไม่ต้องตกใจ ให้ดูแลสุขภาพของตัวเอง อาหารการกิน และมีสติแล้วค่อยศึกษา เรียนรู้และอยู่กับโรค ถ้าวันต่อไปไม่ดีขึ้น เราค่อยวางแผนจะทำอย่างไรต่อไป ทั้งนี้อยากขอให้เราทุกคนตั้งสติ

คุณเต๊ะ ศตวรรษ ศิลปินจิตอาสา ที่ได้เข้ามาช่วยโครงการ Hope for Home บ้านนี้มีความหวัง ด้วยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ในชุมชน กทม. ได้กล่าวว่า เราควรจะออกมาทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง แบบคุณบอย พีซเมคเกอร์ เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากคนๆ หนึ่งก็ย่อมส่งต่อไปถึงอีกคนหนึ่ง และขออนุญาตพูดถึงถ้อยคำของพระเจ้า "อย่าให้เราแค่พูดโดยใช้ปาก แต่ให้เราสำแดงความรักเป็นการกระทำ" ซึ่งตัวผมเองเป็นคนที่บกพร่องมาก่อน แต่ได้เข้าไปช่วยเหลือคนที่บกพร่องเช่นกัน มันอบอุ่นใจ ผมคือคนบาปที่อยากสำแดงความรักของพระเจ้า  

และ ร.ต.อ.แวอาลิฟ แวดีซา รองสารวัตร สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยแก้ปัญหาความรุนแรงและปัญหาการค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวว่า รางวัลนี้นับเป็นก้าวเล็กๆ ในชีวิตการรับราชการ สิ่งที่ผมทำเป็นการทำหน้าที่ตามปกติ เพียงแต่เพิ่มความใส่ใจเข้าไป ท่าน ผบ.ตร. เคยกล่าวไว้ว่า "ให้ทำความดีด้วยหัวใจ ไปอยู่ที่ไหนก็ทำตัวให้เป็นปุ๋ย" สิ่งที่ผมทำไปไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน แค่พระเจ้ารับรู้เพียงพอ ขอบคุณหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี ที่ให้การสนับสนุนให้งานลุล่วงไปได้ด้วยดี และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ทุกคน ที่สนับสนุนและเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อที่จะให้ทำงานตรงนี้ต่อไป นำสันติสุขกลับสู่บ้านเกิด

"ผู้เสียสละ เพื่อสังคม"

 

มาตามสัญญา...วันที่ 24 ก.ย. 64 เวลา 18.15 น.นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(รมว.พม.)เดินทางมามอบรางวัล 
"ผู้เสียสละ เพื่อสังคม" ด้วยตัวเอง ให้กับ

นายปิงโก โพธิ์ทอง เจ้าของร้านแก้วเย็นตาโฟ ถึงแม้จะเป็นร้านรถเข็นเล็กๆ แต่เป็นร้านที่มีหัวใจแห่งความดีที่ยิ่งใหญ่ สำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนยากไร้ คนตกงานได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวฟรี ณ หัวมุมหน้า สถานีรถไฟ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ประธานรัฐสภา จับมือ ปลัด พม. ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ

 มอบหน้ากากอนามัยช่วย กลุ่มเปราะบางป้องกันโควิด-19 พร้อมมอบนมผงสำหรับเด็ก

วันนี้ (25 ก.ย. 64) เวลา 10.00 น. นางพัชรี  อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กระทรวง พม. จึงมีความห่วงใยกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ป่วยติดเตียง พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว และผู้ด้อยโอกาส ทั้งนี้ ในเบื้องต้น จึงจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งวานนี้ (24 ก.ย. 64) นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม พร้อมด้วยตน และคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา เพื่อมอบหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ใหญ่ จังหวัดละ  10,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 40,000 ชิ้น  และหน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก จังหวัดละ 2,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 8,000 ชิ้น ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งต่อให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางสำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งได้มอบนมผงสำหรับเด็ก "พม. ปันสุข"  เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ขาดแคลน โดยเฉพาะครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ทั้งนี้ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่จะช่วยแจกจ่ายอย่างทั่วถึงต่อไป  


นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า หากกลุ่มเปราะบางและประชาชนประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความ
เดือดร้อนจากผลกระทบของโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่  ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ (อพม.)ในพื้นที่

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564

รมว.พม. ยืนยันจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิม

พร้อมรับข้อเสนอภาคประชาชนเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ 

วันนี้ (23 ก.ย. 64) เวลา 12.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ครั้งที่ 3/2564 เปิดเผยว่า วันนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องแนวทางการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยได้มอบให้อนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับการแต่งตั้งไปดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และรายงานกลับมาภายใน 30 วัน โดยได้รับข้อเสนอจากการตีความทางกฎหมายจากสำนักงานกฤษฎีกา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ไปศึกษาในเรื่องดังกล่าว 

อีกทั้งเช้าวันนี้ระหว่างการประชุม มีเครือข่ายสลัม 4 ภาค มายื่นข้อเสนอของภาคประชาชนต่อนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ตนได้อ่านข้อเสนอทั้ง 4 ข้อให้ที่ประชุมได้รับฟัง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือกันว่า การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือระบบจำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ เราไม่ได้มองเพียงมิติกฎหมายเท่านั้น เรามองในมิติเศรษฐกิจ สังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฐานะการคลังของประเทศ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งตัวแทนของภาคประชาชนที่มายื่นข้อเสนอนั้น ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า
ขอเวลาให้ภาคประชาชนได้นำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ผลดีผลเสีย ผลกระทบ มาให้กับคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา ซึ่งทางภาคประชาชนได้แจ้งว่า จะนำมาเสนอภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ 



นายจุติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนอยากจะสื่อสารให้กับประชาชนทราบคือ อย่ากังวลใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบต่อท่าน การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องใช้ทุกส่วน หมายถึงทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐสภาด้วย ฉะนั้นใครที่เคยได้รับสิทธิยังได้รับตลอดอย่างต่อเนื่อง ขออย่าได้กังวลกับข่าวที่ออกมา เพราะทราบความจริงเพียงบางส่วนไม่ทราบครบทุกส่วน รัฐบาลชุดนี้รับฟังความเห็นของภาคประชาชนเสมอ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ 22 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อสั่งการกับทุกกระทรวงในคณะรัฐมนตรีว่า ขอให้ระบบราชการได้ปรับปรุงการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก และเน้นย้ำว่าอย่าให้มีช่องระหว่างข้าราชการกับประชาชน แต่ขอให้เน้นประชาชนได้เห็นว่า เดิมเราทำงานร่วมกับภาคประชาชน เราไม่เคยมีช่องว่าง ดังนั้น หากมีอะไรที่ต้องนำเสนอ  เราพร้อมที่จะรับฟัง
แต่บ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย กฎระเบียบ เราต้องฟังเสียงข้างน้อย แต่ก็ต้องเคารพสิทธิเสียงข้างมากด้วยเช่นกัน 

นายจุติ กล่าวต่อไปอีกว่า ที่ประชุมวันนี้ เรามีความเห็นเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่หลากหลายมาก เรามีคณะอนุกรรมการ 30 กว่าท่าน และมีนักวิชาการในแต่ละเรื่องมาร่วมแสดงความเห็นด้วย ตนเชื่อว่าความเห็นของทุกคนมีความปราถนาดีต่อประเทศ และเน้นย้ำเสมอว่า จะทำอะไรก็ตามต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ในส่วนข้อเสนอที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอเข้ามาในที่ประชุม เป็นแนวทางที่ตีความทางกฎหมาย ทั้งนี้ อยากให้เข้าใจว่า ปัจจุบัน ระบบสวัสดิการ ปี 2564 ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับนั้น มากกว่าระบบสวัสดิการของปีที่ผ่านๆ มาอย่างมาก  เราต้องนำเข้ามาพิจารณาด้วย โดยในวันนี้ เราจะนำเอาความเห็นใหม่ในที่ประชุมมารวมกับความเห็นของภาคประชาชนเข้าไปประกอบกัน 

คลิป : รมว.พม. ยืนยันจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิม 

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่มีการยึดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำเป็นองค์ประกอบของความเห็น เป็นข้อเสนอในที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาแล้วว่า ยังไม่มีความเห็นที่ครอบคลุมพอ ซึ่งทางอนุกรรมการฯ ต้องนำความเห็นต่างๆ มารวมกัน มาดูว่ามิติกฎหมายมีผลกระทบอย่างไร ผนวกกับว่าเราได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนที่เสนอความเห็นมาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ทางอนุกรรมการฯ ได้เสนอเข้ามา 3 แนวทางตามที่เป็นข่าว เรื่องของเส้นแบ่งความยากจน เรื่องของรายได้ และเรื่องของภาษี ซึ่งมีผลกระทบต่างกัน มีผลดี ผลเสียแตกต่างกัน เราต้องยึดความถูกต้องไว้ก่อน ซึ่งในวันที่ 30 กันยายนนี้
ทางภาคประชาชนจะมายื่นข้อเสนออีกรอบ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบ และตนจะเอาเอกสารเหล่านั้น
ส่งไปให้กับอนุกรรมการฯ ทุกคนไปศึกษา ซึ่งกรอบเวลาศึกษาคือเร็วที่สุด และต้องทำด้วยความรอบคอบ

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564

realme ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ตโฟนอันดับ 6 ของโลกเป็นครั้งแรก

การจัดอันดับของ Counterpoint สร้างปรากฎการณ์โตแบบก้าวกระโดด ขยับเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้

realme แบรนด์สมาร์ตโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนอันดับ 6 ของโลก ตามข้อมูลในไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 ถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 จาก Counterpoint ซึ่งแสดง
ให้เห็นว่า realme สามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 6 ในช่วงเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น นับเป็นความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของแบรนด์สมาร์ตโฟนในระดับโลก โดยจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายเล็กที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเซินเจิ้น กระทั่งสามารถเติบโตขึ้นเป็น "ผู้ท้าชิงยักษ์ใหญ่" และเป็นแบรนด์สมาร์ต
โฟนชั้นนำของโลกได้สำเร็จ

ท่ามกลางตลาดที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด และขึ้นชื่อว่ามีอุปสรรคเข้ามามากมาย ผนวกกับมาตรฐานความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น  Sky Li ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ได้ก่อตั้ง realme ขึ้นมา โดยมุ่งเน้นไปที่การแชร์ประสบการณ์การใช้งานสมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสามารถเดินหน้าไปสู่อนาคตอันน่าทึ่งด้วยกันได้ โดยหลังจากจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ไม่เคยมีใครเอ่ยถึงมาก่อน realme สามารถก้าวเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมชั้นนำและกลุ่มผู้ใช้งานมากมาย โดยขยายไปยังตลาดกว่า 61 แห่งทั่วโลก และติด 5 อันดับแรกในตลาดกว่า 18 แห่ง  โดยครองแชมป์อันดับ 1 ในฟิลิปปินส์และบังคลาเทศ อันดับ 4 ในอินเดียและรัสเซีย และอันดับ 5 ในภูมิภาคยุโรปในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 และล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา realme กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกด้วยการส่งมอบสมาร์ตโฟนจำนวน 100 ล้านเครื่องได้สำเร็จ ตามข้อมูลจาก Strategy Analytics


ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ในฐานะที่เป็นแบรนด์น้องใหม่ realme ได้มีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจมากมายในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยงต่างๆ เช่น การรับฟังความต้องการของผู้บริโภค และการติดตั้งเทคโนโลยีคุณภาพสูงในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามและใช้งานได้ง่าย โดยกลยุทธ์เหล่านี้ได้นำพาให้กลุ่มผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่กลายมาเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์ realme ได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน realme ได้เปลี่ยนจากแบรนด์เล็กๆ กลายมาเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในระดับโลกได้ และยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดหลักด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย เอเชียกลาง และแอฟริกา ตะวันออกกลาง และยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดละตินอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ดำเนินธุรกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สามารถเติบโตในตลาดเหล่านี้ได้ต่อไป

นอกจากนี้ realme ยังได้ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ 5G โดย realme มีส่วนแบ่งการตลาดในการจัดส่งสมาร์ทโฟน 5G เพิ่มขึ้นจาก 8.8% ในไตรมาสที่ 1 พุ่งสูงขึ้นเป็น 15.9% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 3 ตามข้อมูลของ Counterpoint ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 นี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม นอกจากกลยุทธ์ 5G แล้ว realme ยังได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากสมาร์ตโฟนไปสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์อีกด้วย โดยมีทั้งสมาร์ตโฟนและผลิตภัณฑ์ AIoT ต่างๆ ภายใต้กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ คือ  "1+5+T"  โดยจากรายงานของ Canalys ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ พบว่า  realme Thailand ติดอันดับ 3 ในประเภท Basic watch  และประเภท TWS โดยมีการเติบโตต่อปีอยู่ที่ 1091% และ 188% ตามลำดับ  Sky Li ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ realme กล่าวว่า เป้าหมายต่อไปของ realme คือการประสบความสำเร็จในการส่งมอบสมาร์ตโฟนจำนวน 100 ล้านเครื่อง ภายในปี 2565 และอีกเท่าตัว หรือ จำนวน 100 ล้านเครื่อง ภายในปี 2566


สำหรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์นั้น realme วางแผนในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ  และนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มสมาร์ตโฟนเรือธง หรือ realme GT series ที่ได้กลายมาเป็นสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รองรับตลาดกลุ่มผู้บริโภคในระดับไฮเอนด์ได้ โดยล่าสุด ในประเทศได้เปิดตัว realme GT Master Edition Series สุดยอดสมาร์ตโฟนเรือธงที่ออกแบบดีที่สุดแห่งปี  ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าเดินทาง โดยมาพร้อมกับขุมพลัง Snapdragon 778G 5G พร้อมด้วย RAM สูงสุด 8GB จอแสดงผล Super AMOLED 120Hz  อัตรารีเฟรชเรท 120Hz มีความละเอียดกล้องสูงถึง  64MP และยังมีโหมดถ่ายภาพแนวสตรีทเป็นครั้งแรกอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยม realme GT Master  เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ realme ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 888 จอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว อัตราการรีเฟรชสูง 120Hz เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่ได้รับสมญานามว่าเป็น Flagship killer ของปีนี้ด้วย และสามารถครองใจในกลุ่มผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่มาอย่างต่อเนื่อง

ผู้เสียสละ เพื่อสังคม ส่งมอบกำลังให้คนไทยช่วยเหลือกัน แล้วเราจะผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

วันนี้ (22 ก.ย. 64) เวลา 14.30 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กทม. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ด้วยกระทรวง พม. ได้จัดพิธีมอบรางวัล "ผู้เสียสละ เพื่อสังคม" จำนวน 13 รางวัล ภายใต้โครงการมอบรางวัลบุคคลผู้ทรงคุณค่าต่อสังคมไทย เมื่อวานนี้ (21 ก.ย. 64) เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติภาคีเครือข่ายของกระทรวง พม. ทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนและสังคมสำหรับการเข้ามีส่วนร่วมในการทำความดี ด้วยการช่วยเหลือและสร้างกำลังใจให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งนี้ ผู้เข้ารับรางวัลแต่ละท่านได้กล่าวถึงความรู้สึกที่น่าประทับใจสำหรับการทำความดี เหมือนการปิดทองหลังพระ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงคนเล็กๆ ในสังคม อาทิ คุณบอย พีซเมคเกอร์ และคุณเจี๊ยบ พิจิตตรา คู่รักนักร้องดารา ที่ช่วยกันทำ "รถพุ่มพวง" หรือ "รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ" โดยใช้เงินส่วนตัวจากการแสดงนำมาแบ่งปันช่วยเหลือชาวชุมชนและผู้ค้ารายย่อย ได้กล่าวว่า รางวัลนี้เปรียบเสมือนต้นทุนที่จะทำให้เราทั้งสองคนได้ส่งต่อไปยังคนที่กำลังขาดอยู่ เราได้รับสิ่งดีๆ จากสังคมเยอะมาก ทั้งความรัก น้ำใจ ทำให้เราอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เราจึงตอบแทนสังคมที่เคยให้สิ่งดีๆ กับเรามา และเชื่อว่า ทุกท่านพร้อมที่จะให้สังคมต่อไปแบบนี้อีกนานเท่านาน เพราะการให้เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขมากกว่าการรับ 







นายจุติ กล่าวต่อไปว่า คุณได๋  ไดอาน่า ดารานักแสดงจิตอาสา ที่ร่วมกับเพื่อนๆ ทำเพจ “เราต้องรอด”
เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้กล่าวว่า จากนี้ไปถ้าหากเราเจอเคสที่ต้องการความช่วยเหลือ ขอเชื่อมต่อไปยังกระทรวง พม. ว่าเราจะสามารถทำงานร่วมกันในการช่วยเหลือกลุ่มบุคคลนี้ได้อย่างไรบ้าง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับการทำเพจ"เราต้องรอด" ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน เป็นต้นมา มีคนถามว่า เราจะหยุดทำงานเมื่อไหร่ คำตอบคือเราจะหยุดเมื่อไม่มีโควิด-19 ในประเทศไทย อยากให้เราทุกคนสู้ไปด้วยกัน "เราต้องรอด" ทางด้าน คุณเต๊ะ ศตวรรษ ศิลปินจิตอาสา ที่ได้เข้ามาช่วยโครงการ Hope for Home บ้านนี้มีความหวัง ด้วยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ในชุมชน กทม. ได้กล่าวว่า เราควรจะออกมาทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง แบบคุณบอย พีซเมคเกอร์ เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากคนๆ หนึ่งก็ย่อมส่งต่อไปถึงอีกคนหนึ่ง และขออนุญาตพูดถึงถ้อยคำของพระเจ้า "อย่าให้เราแค่พูดโดยใช้ปาก แต่ให้เราสำแดงความรักเป็นการกระทำ" ซึ่งตัวผมเองเป็นคนที่บกพร่องมาก่อน แต่ได้เข้าไปช่วยเหลือคนที่บกพร่องเช่นกัน มันอบอุ่นใจ ผมคือคนบาปที่อยากสำแดงความรักของพระเจ้า  ส่วนคุณสมปอง สนนาค ช่างภาพอาวุโสหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ที่ไม่นิ่งเฉยกับเหตุการณ์การขโมยทองและมีส่วนช่วยให้สามารถจับคนร้ายได้ ได้กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นรางวัลแรกในชีวิตที่ได้ทำหน้าที่พลเมืองดี ในขณะที่ได้รางวัลด้านการถ่ายภาพจำนวนมาก แต่ไม่รู้สึกภูมิใจเท่ารางวัลนี้ ซึ่งการทำหน้าที่พลเมืองดี เราอย่านิ่งดูดาย 

นายจุติ กล่าวต่อไปอีกว่า คุณเผด็จ อุทุมสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง เขตดอนเมือง กทม. ที่ให้โอกาสลูกศิษย์ได้ประกันตัวจากการทำผิดพลาดในเหตุการณ์การขโมยทอง ได้กล่าวว่า สิ่งที่ตนทำลงไปถือว่าเป็นสิ่งเล็กน้อย เมื่อเทียบกับครูทั่วประเทศที่เสียสละทำเพื่อเด็ก เพียงแค่พวกเขาไม่ได้ออกสื่อหรือโด่งดังขึ้นมา ขอส่งต่อรางวัลนี้ให้กับครูทั้งประเทศที่ช่วยกันเสียสละสร้างสังคมให้น่าอยู่ ซึ่งครูถือว่าเป็นผู้ที่เสียสละ ถ้านักเรียนทำอะไรผิดพลาดไปก็อยากจะดึงกลับมา แนะนำสั่งสอนไปในทางที่ถูกที่ควร ซึ่งครูทุกคนจะภูมิใจมาก เมื่อลูกๆ หรือนักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จ และมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สำหรับคุณจีรภัทร์ สุกางโฮง (ครูนกเล็ก) โรงเรียนบางมด (ตันเปาว์วิทยาคาร) เขตทุ่งครุ กทม. สอนหนังสือออนไลน์ให้นักเรียนทั่วประเทศได้เข้าใจและสนใจเรียนมากขึ้น ได้กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด-19 เราไม่ได้มีสิทธิสอนเพียงแค่ในห้องเรียนของเรา แต่เราสามารถจะมีลูกศิษย์ที่พร้อมจะเรียนออนไลน์ทั่วประเทศได้ เราเข้าใจทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และครูทุกท่าน ที่ต้องเหนื่อยและอดทนต่อความยากลำบากในขณะนี้ และอยากส่งกำลังใจและอยากบอกทุกคนให้อดทน อีกไม่นานเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้แน่นอน

พม.จับมือสภากาชาดไทยและกทม.เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กลุ่มเปราะบางในชุมชนย่านธนบุรี

พร้อมมอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ” 

วันนี้ (22 ก.ย. 64) เวลา 09.00 น. นางสาวอังคณา ใจกิจสุวรรณ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดอินทารามวรวิหาร เขตธนบุรี  กทม. เพื่อตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับกลุ่มเปราะบางซึ่งมีความเสี่ยงสูง พร้อมมอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ” ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคและยารักษาโรคที่จำเป็น อีกทั้งให้กำลังใจทีมแพทย์บริการฉีด รวมทั้งได้นำคณะเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(อพม.) ในพื้นที่เขตธนบุรี ร่วมอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางที่เข้ารับการฉีดวัคซีน 

นางสาวอังคณา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย นำนายหยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนสภากาชาดจีน เฝ้าทูลละอองพระบาทน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” จำนวน 100,000 โดส เพื่อให้สภากาชาดไทยนำไปให้บริการฉีดแก่ประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสภากาชาดไทยได้จัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” จำนวน 10,000 โดส ให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนในชุมชน และจัดชุดบริการเคลื่อนที่สำหรับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะในชุมชนที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน



นางสาวอังคณา กล่าวต่อไปว่า สำหรับวันนี้ (22 ก.ย.64) กระทรวง พม. ร่วมกับสภากาชาดไทย และกรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยและสำนักงานเขตธนบุรี รวมทั้ง อพม. ในพื้นที่เขตธนบุรี ได้บูรณาการลงพื้นที่ร่วมกัน ณ โรงเรียนวัดอินทาราม เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เพื่อจัดตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในชุมชน และจัดชุดบริการเคลื่อนที่สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ กระทรวง พม. ขอขอบคุณสำนักงานเขตธนบุรีและโรงเรียนวัดอินทาราม ที่สนับสนุนและให้บริการเรื่องสถานที่ในการจัดตั้งจุดบริการ และเมื่อประชาชนได้รับวัคซีนแล้วจะมีภูมิคุ้มกันตัวเองและครอบครัวต่อไป ซึ่งวันนี้ มีกลุ่มเปราะบางเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน 918 ราย อีกทั้งกระทรวง พม. ได้มอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ” ให้กับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนทุกคน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 


นางสาวอังคณา กล่าวต่อไปว่า สำหรับวันนี้ (22 ก.ย.64) กระทรวง พม. ร่วมกับสภากาชาดไทย และกรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยและสำนักงานเขตธนบุรี รวมทั้ง อพม. ในพื้นที่เขตธนบุรี ได้บูรณาการลงพื้นที่ร่วมกัน ณ โรงเรียนวัดอินทาราม เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เพื่อจัดตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในชุมชน และจัดชุดบริการเคลื่อนที่สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ กระทรวง พม. ขอขอบคุณสำนักงานเขตธนบุรีและโรงเรียนวัดอินทาราม ที่สนับสนุนและให้บริการเรื่องสถานที่ในการจัดตั้งจุดบริการ และเมื่อประชาชนได้รับวัคซีนแล้วจะมีภูมิคุ้มกันตัวเองและครอบครัวต่อไป ซึ่งวันนี้ มีกลุ่มเปราะบางเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน 918 ราย อีกทั้งกระทรวง พม. ได้มอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ” ให้กับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนทุกคน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 

มอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ

นางสาวอังคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มเปราะบางและประชาชนประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง 2) สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 บริการ 24 ชั่วโมง และ 3) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ ในพื้นที่

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564

ช่อง 7HD ปลุกพลังคนไทยไม่ซื้อสิทธิ์ ไม่ขายเสียงรณรงค์ “หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ”

ช่อง 7HD จัดโครงการรณรงค์ “หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ” เพื่อกระตุ้นให้คนไทยงดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เตรียมรับเลือกตั้งระดับท้องถิ่น 

ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้คนไทยตระหนักถึงผลเสียที่จะตามมาของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ช่อง 7HD ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง จัดโครงการ “หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ” ซึ่งคือจุดเริ่มต้นของการทุจริตและคอร์รัปชัน


ด้าน นายสมโภชน์ โตรักษา ผู้จัดการฝ่ายข่าว ช่อง 7HD เผยถึงโครงการนี้ว่า “ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันถือเป็นภัยร้ายที่บ่อนทำลายสังคมไทย และเหนี่ยวรั้งการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยมาโดยตลอด จากข้อมูลของหอการค้าไทย พบว่าในปี 2553 มีตัวเลขการทุจริตคอร์รัปชันสูงถึง 2 แสนล้านบาท และคาดว่ามูลค่าความเสียหายนี้ จะสูงขึ้นทุก ๆ ปี ซึ่งปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในทันที อีกทั้งในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 จะมีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ห่างหายยาวนานมากว่า 8 ปี รวมถึงจะมีการจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาในลำดับต่อไปด้วยนั้น 

ด้าน นายสมโภชน์ โตรักษา ผู้จัดการฝ่ายข่าว ช่อง 7HD

ช่อง 7HD เล็งเห็นว่าการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์โปร่งใสและยุติธรรม จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหานี้ได้ จึงได้ผุดแคมเปญ “หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ” รณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้งในทุกระดับ โดยการรณรงค์ในครั้งนี้ จะมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตีแผ่ปัญหาของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง กระตุ้นเตือนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและคนไทยทุกคนตระหนักในความสำคัญของหน้าที่พลเมืองไทย งดขายเสียง ตัดวงจรการทุจริต โดยการรณรงค์ครั้งนี้จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดภาพจำและสร้างการรับรู้ในทุกระดับ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม รวมถึงนักแสดง ผู้ประกาศข่าว และพนักงานของช่อง 7HD เราเชื่อและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญรณรงค์ “หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ” จะช่วยกระตุ้นเตือนและปลูกฝังค่านิยมให้ประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านการทุจริตเลือกตั้งในทุกระดับ ช่วยยกคุณภาพสังคมไทยให้ปลอดภัยจากการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้จะเริ่มรณรงค์พร้อมกันในทุกแพลตฟอร์มของช่อง 7HD  และขอเชิญทุกคนร่วมติดแฮชแท็ก #หยุดขายเสียงจุดเปลี่ยนประเทศ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ไปด้วยกัน”




สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ได้ทางช่อง 7HD กด 35
ทางโซเชียลมีเดีย Facebook, IG, Twitter: Ch7HD และ Ch7HD News
หรือทางเว็บไซต์ www.ch7.com  


ข่าวประชาสัมพันธ์

เกรซ นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ

Miss Thailand World 2019 ทูตกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ควงรุ่นพี่นางงามครอบครัว MTW เข้าร่วมมอบกระเช้าแสดงความยินดีในโอกาสที่สำนักข่าว “ค...

โวยวายดอทคอม