วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

6 หน่วยงาน จัดเสวนา ยกระดับความร่วมมือตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายในผัก-ผลไม้ แก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)


สสส.-มูลนิธิสาธารณสุข-มหิดล-สธ.-ก.เกษตรฯ-CAMH ผนึกกำลังยกระดับความร่วมมือการตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผักและผลไม้ ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2567 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ The Centre for Addiction and Mental Health (CAMH) ร่วมแถลงข่าวและเสวนาวิชาการ “ยกระดับความร่วมมือ” การตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผักและผลไม้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” ภายใต้การดำเนินงาน “โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับการทำงานหลายภาคส่วนที่มีประสิทธิผล ปฏิบัติได้และยั่งยืน เพื่อการป้องกันและควบคุมปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ด้วยวิธีการสื่อสารความรู้แบบครอบคลุมโดยมีผู้ใช้ความรู้เป็นศูนย์กลาง” 

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล นักวิจัยประจำโครงการฯ, นักวิทยาศาสตร์จาก The Centre for Addiction and Mental Health (CAMH) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า 1. ต้องการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคมว่า “ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” หรือ NCDs เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในสังคม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อมิติทางสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนั้นมาจากทั้งพฤติกรรมส่วนบุคคลและปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ ดังนั้นการแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน จะผลักภาระไปที่กระทรวงหลักทางด้านสุขภาพ (กระทรวงสาธารณสุข) อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมมือกันหลายภาคส่วน

ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีระบบข้อมูลการใช้สารเคมีในผัก ผลไม้ ในระดับประเทศ ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อาหาร ทำให้ผู้บริโภคไม่รู้เลยว่า ผัก ผลไม้ในมือ มีสารพิษตกค้างหรือไม่ หรือ ผัก ผลไม้เหล่านี้มาจากไหน “เราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ถ้ายังไม่รู้ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ตรงไหน นั่นจึงทำให้ระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ” ซึ่งในขณะนี้มีทิศทางในการดำเนินงาน “ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน” ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ผ่านการเพิ่มพฤติกรรมเชิงบวกด้วยการเพิ่มปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ที่สร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย ให้แก่ผู้บริโภคด้วยความสบายใจ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะที่มาจากตัวแทนจากทางฝั่งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการเข้าร่วม ได้แก่ รศ. ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ นักวิชาการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การบริโภคผักและผลไม้ ช่วยป้องกันการเกิดโรค NCDs ขณะเดียวกันสารเคมีในผักผลไม้อาจส่งผลต่อการเกิดโรค NCDs ด้วยเช่นกัน ดังนั้น การพัฒนาแนวทางการติดตั้งระบบเฝ้าระวังผัก/ผลไม้ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อสแกนเส้นทางของการใช้สารเคมีในพืชผัก ผลไม้ จนถึงมือผู้บริโภค โดยคาดหวังให้เกิดกระบวนการการตามสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งหากทำได้จะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะเราจะสามารถรู้ต้นตอของปัญหาแล้วมีวิธีแก้ไขเพื่อเฝ้าระวังการใช้สารเคมี ให้ผู้บริโภคสามารถกินผักผลไม้ได้อย่างมั่นใจ 

นางสาวก่อวดี ผลเกลี้ยง นักวิชาการมาตรฐานชำนาญการพิเศษ กองควบคุมมาตรฐาน สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้แทนคณะทำงานจัดทำแผนบูรณาการการตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผักและผลไม้ กล่าวว่า มกอช. ในฐานะหน่วยงานกลางที่มีภารกิจด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร การรับรองระบบงานมาตรฐานสินค้าเกษตร การควบคุมและการส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตร ตั้งแต่การผลิตเบื้องต้นระดับฟาร์มจนถึงผู้บริโภค ตลอดจนการเจรจาแก้ไขปัญหาทางการค้าเชิงเทคนิค เพื่อปรับปรุงและยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมทั้งเพื่อให้มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการขับเคลื่อนงานมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยในสินค้าเกษตรและอาหาร โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ตลอดจนผลักดันให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยอาหารตลอดโซ่อาหาร ซึ่งปัจจุบันมีคณะทำงานจัดทำแผนบูรณาการการตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผักและผลไม้ของ 2 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุข

ภกญ. สุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะคณะทำงานจัดทำแผนบูรณาการการตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผักและผลไม้ กล่าวว่า มิติใหม่ของการยกระดับความร่วมมือการตรวจเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผักผลไม้ตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำ (สำนักงานมาตราฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และกรมวิชาการเกษตร) กลางน้ำ (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) และปลายน้ำ (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ การดำเนินงานร่วมกันดังกล่าวอาศัยหลักการจัดลำดับความสำคัญความเสี่ยง (priority risk) ในการจัดทำแผนการตรวจติดตามเฝ้าระวังร่วมกัน เช่น พิจารณาจากประวัติและผลการตรวจพบสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ชนิดผักผลไม้ที่ผู้บริโภคนิยมบริโภคเป็นประจำ พื้นที่ตรวจสอบ เป็นต้น เพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อน ประเด็นสำคัญในการดำเนินงานบูรณาการ คือ เมื่อพบปัญหาสารพิษตกค้างที่ผิดมาตรฐาน ต้องมีกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งเพาะปลูกเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และการพัฒนาชุดทดสอบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทดสอบได้สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมชนิดผักผลไม้และสารพิษตกค้าง โดยผู้บริโภค พ่อค้า-แม่ค้า เจ้าหน้าที่และเครือข่ายผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ และสามารถทดสอบได้ด้วยตนเอง

ทิศทางการดำเนินการเชิงรุกดังกล่าว เป็นแนวทางหนึ่งของคณะทำงานจัดทำแผนบูรณาการการตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผัก ผลไม้ และพืชอาหารอื่น ภายใต้คณะอนุกรรมการการประเมินและจัดการความเสี่ยงความปลอดภัยอาหารและโรคที่เกิดจากอาหาร คณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (กระทรวงสาธารณสุข) มีบทบาทหน้าที่หลักในการจัดทำแผนบูรณาการการตรวจติดตามเฝ้าระวัง พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลผลการตรวจเฝ้าระวังเพื่อจัดทำข้อเสนอการจัดการความเสี่ยง นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายังให้ความสำคัญกับการตรวจเฝ้าระวังการนำเข้าผักผลไม้ที่ด่านอาหารและยา ตามนโยบาย One Daan - One Lab - One Day และหลักการกักอาหารไว้เพื่อทำการทดสอบก่อน หากผลผ่านจึงตรวจปล่อย (Hold Test Release) รวมถึงการสื่อสารและให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารพิษตกค้างในผักผลไม้ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยจากการบริโภคผักและผลไม้

คุณโอฬาร พิทักษ์ ที่ปรึกษาสมาคมตลาดสดไทยและสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย กล่าวว่า ตลาดถือเป็นปลายน้ำก่อนที่ผักและผลไม้จะถึงมือผู้บริโภค การทราบแหล่งที่มาของผัก/ผลไม้ รวมถึงการตรวจสอบสารเคมีเป็นไปค่อนข้างยาก การแก้ไขจึงต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำ กระบวนการที่จะทำให้อาหารปลอดภัยก็ต้องทำทั้งระบบ ผู้บริโภคต้องตื่นตัวในการเรื่องการบริโภคเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองให้ได้รับอาหารปลอดภัย ขณะเดียวกันภาครัฐก็ควรมีมาตรการเพื่อสนับสนุนเกษตรกร ซึ่งหากมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานได้ จะทำให้เกษตรกร ผู้บริโภค และผู้ค้าได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

คุณสมเกียรติ ลำพันแดง เจ้าของฟาร์มสมเกียรติ ผักอร่อย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ในฟาร์มของตนอยู่ภายใต้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งมีเกณฑ์และข้อกำหนดพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและควบคุม ให้ผู้ผลิตปฏิบัติตาม เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย โดยครอบคลุม 6 ประการ คือ 1. สุขลักษณะของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต 2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต 3. การควบคุมกระบวนการผลิต 4. การสุขาภิบาล 5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด และ 6. บุคลากร ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมเกียรติ ผักอร่อย สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดหน้าถุง เพื่อดูว่าผักถุงนี้มาจากฟาร์มไหน ใครเป็นผู้ปลูก ได้มาตรฐานอะไรบ้าง ผ่านการรับรองจากกระทรวงใด โรงคัดบรรจุสะอาดปลอดภัยหรือไม่ ข้อมูลจะขึ้นให้ผู้บริโภคทราบได้ทันที ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการตามสอบย้อนกลับในกรณีที่พบปัญหาอย่างมาก 

ทั้งนี้ สามาร www.thainhf.org www.thainhf.org ถติดตามความเคลื่อนไหวการขับเคลื่อนการตรวจติดตามเฝ้าระวังสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผักและผลไม้ ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ที่ www.thainhf.org และ Facebook fan page มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

สธ. หนุนคนไทยรู้เท่าทัน “บุหรี่ไฟฟ้า หยุดโกหกได้แล้ว”

 สร้างสังคมปลอดภัยบุหรี่เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2567

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่าย เตรียมจัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2567 ภายใต้ คำขวัญ “บุหรี่ไฟฟ้า หยุดโกหกได้แล้ว” หวังกระตุ้นเตือนให้เยาวชน ผู้ปกครองและประชาชน รู้เท่าทันอันตรายและไม่หลงเชื่อลองเสพบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ โดยในปีนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดให้ พลเอก ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ไปเป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัล World  No Tobacco Day Award 2024 




กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย Dr. Jos Vandelaer ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และผู้แทนองค์การเภสัชกรรม ร่วมแถลงข่าวรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2567 

นพ.โอภาส กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยในปี 2567 นี้ ประเทศไทยได้กำหนดประเด็นรณรงค์ คือ “บุหรี่ไฟฟ้า หยุดโกหกได้แล้ว” เพื่อย้ำเตือนให้เยาวชน ผู้ปกครองและประชาชนทุกเพศทุกวัย ได้ตระหนักรู้เท่าทันอันตรายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีการแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้นในกลุ่มวัยเรียน เยาวชน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ ที่ดึงดูดความสนใจด้วยภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวการ์ตูน และเพิ่มรสชาติให้หลากหลายเพื่อเย้ายวนให้ลิ้มลอง รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและการเสพติด ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่จากผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

สำหรับประเทศไทย นักสูบหน้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้น หากไม่มีมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง อาจส่งผลให้อัตราการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในภาพรวมกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 ที่ผ่านมา จึงมีมติเห็นชอบ 5 มาตรการในการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ได้แก่ 1.การพัฒนาและจัดการองค์ความรู้ 2.การสร้างความตระหนัก/รับรู้โทษ พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า แก่เด็ก เยาวชน รวมถึงสาธารณชน 3.การเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 4.การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกัน ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า และ 5.การยืนยันนโยบายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยมอบหมายให้หน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ 

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้ จะจัดวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดให้ พลเอก ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ไปเป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัล World No Tobacco Day Award 2024 และโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่บุคคล รวมถึงหน่วยงานที่มีผลงานยอดเยี่ยมและให้การสนับสนุนการดำเนินงานควบคุมยาสูบด้วยดีตลอดมา โดยภายในงานยังมีกิจกรรมประกวดวงดนตรี World No Tobacco Day Music Awards 2024 รอบชิงชนะเลิศ โดยมีเยาวชน วัยเรียน วัยรุ่นจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันชิงโล่และเงินรางวัล จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า อย่างยั่งยืน 

ด้าน นพ.วันชาติ กล่าวเสริมว่า บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ต้องมีการพัฒนาอวัยวะและร่างกายให้สมบูรณ์เพื่อเป็นกำลังของชาติในอนาคต เพราะนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากเป็นสารเสพติดแล้ว ยังเป็นสารเคมีที่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการระคายเคืองและร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้าน เกิดการอักเสบของเส้นเลือดและเกิดการอุดตัน ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ขาดเลือด หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน และเกิดโรคต่างๆ ตามมา ทั้งทางสมอง สติปัญญาบกพร่อง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคไต และอื่นๆ ได้ทุกอวัยวะ จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันปกป้องประชาชนและลูกหลานไม่ให้ข้องแวะกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาบรรจุความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตรของนักเรียนทุกระดับชั้นต่อไป


ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า นโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย คือ การห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย สำหรับประเทศรายได้ปานกลางและรายได้น้อย ตามคำแนะนำของสหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติ ซึ่งการห้ามขายจะควบคุมได้ง่ายกว่าในประเทศที่ขาดความพร้อมในการควบคุมยาสูบ ส่วนที่เครือข่ายบริษัทอ้างว่า การยกเลิกการห้ามขาย จะทำให้ชาวไร่ยาสูบไทยขายใบยาได้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ผลิตนำไปสกัดนิโคตินทำน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือใช้ใบยาสูบทำบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้ความร้อนนั้น ปัจจุบัน บริษัทบุหรี่ใช้นิโคตินและวัสดุสังเคราะห์ในการผลิตบุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ แทนการใช้ใบยาสูบ ชาวไร่ยาสูบไทยจึงไม่ได้ประโยชน์จากการเปิดให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายแต่อย่างใด ส่วนประเด็นที่อ้างว่า การเปิดให้บุหรี่ไฟฟ้าขายได้ถูกกฎหมาย จะทำให้รัฐบาลไทยเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าได้ปีละ 6 พันล้านบาทนั้น หากดูตัวอย่างจากประเทศฟิลิปปินส์ ที่กฎหมายให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ ในปีพ.ศ. 2564 เก็บภาษีบุหรี่มวนได้ 108,750 ล้านบาท ขณะที่เก็บภาษีจากบุหรี่ไฟฟ้าได้เพียง 236.8 ล้านบาท หรือ 0.21% ของภาษีจากบุหรี่ทุกประเภท จึงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลไทยจะเก็บภาษีจากบุหรี่ไฟฟ้าได้มากตามที่กล่าวอ้าง และขณะนี้บุหรี่มวนที่กฎหมายให้ขายได้ ก็มีถึง 25% ที่เป็นบุหรี่หนีภาษี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีถึงปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท ดังนั้น หากบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย จะมีเปอร์เซ็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมายสูงกว่าบุหรี่มวนแน่นอน เนื่องจากเด็กและเยาวชน นิยมบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าบุหรี่มวน

ผู้แทนองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมได้ร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิจัยและพัฒนายาเลิกสูบบุหรี่ชนิดใหม่ ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งเป็นรายแรกในประเทศไทย คือ ยาเม็ด ไซทิซีน จีพีโอ ขนาด 1.5 มิลลิกรัม ซึ่งมีประสิทธิผลดี มีความปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย ในต่างประเทศใช้ในการเลิกบุหรี่มานาน ขณะนี้มีการผลิตและจำหน่ายแล้ว และในอนาคต องค์การเภสัชกรรมจะเข้าร่วมโครงการการให้บริการเลิกบุหรี่ในร้านยา เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการเลิกบุหรี่ในประเทศไทยที่จะช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น

𝐒𝐡𝐚𝐦𝐚 𝐋𝐚𝐤𝐞𝐯𝐢𝐞𝐰 𝐀𝐬𝐨𝐤𝐞 𝐂𝐞𝐥𝐞𝐛𝐫𝐚𝐭𝐞𝐬 𝐈𝐭𝐬 𝟔𝐭𝐡 𝐀𝐧𝐧𝐢𝐯𝐞𝐫𝐬𝐚𝐫𝐲 𝐢𝐧 𝐒𝐭𝐲𝐥𝐞!


On May 24th, 2024, Shama Lakeview Asoke marked its 6th anniversary with an enchanting“𝐅𝐨𝐫𝐞𝐬𝐭 𝐌𝐚𝐬𝐪𝐮𝐞𝐫𝐚𝐝𝐞” themed event, solidifying its position as a leading serviced residence.   

An exciting day of celebration was held at Shama Lakeview Asoke Bangkok, led by Mr. Kentaro Koga, President of JR Kyushu Business Development Thailand Co., Ltd, Mr. Hiroki Tsuji, Director of JR Kyushu Business Development Thailand Co., Ltd, Mr. Sukamal Mondal, Area General Manager of Bangkok, and Mr. Dennis Chong, Area General Manager of Shama Bangkok. It has been a great journey and a meaningful milestone achieved by all the ladies and gentlemen of Shama Lakeview Asoke.

The day was filled with excitement as guests enjoyed live music, donned exquisite masquerade attire, and participated in a variety of captivating activities. It was a celebration of our heritage and a toast to a bright future.
A heartfelt thank you to our valued stakeholders, business partners, media, guests, and clients for your unwavering support throughout our journey.







𝐘𝐨𝐮𝐫 𝐭𝐫𝐮𝐬𝐭 𝐚𝐧𝐝 𝐥𝐨𝐲𝐚𝐥𝐭𝐲 𝐦𝐚𝐤𝐞 𝐭𝐡𝐢𝐬 𝐦𝐢𝐥𝐞𝐬𝐭𝐨𝐧𝐞 𝐬𝐨 𝐬𝐩𝐞𝐜𝐢𝐚𝐥.

วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ ครั้งที่ 1 (2567)

คอนเสิร์ตการกุศลแห่ง “การให้ที่ยิ่งใหญ่”

อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) นางอติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทายาทของครูเอื้อ สุนทรสนาน เจ้าของวงดนตรีสุนทราภรณ์และโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี ดร.วีระชัย ณ นคร อุปนายกสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ กรรมการบริหาร ม.น.ข.,สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษามูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ตการกุศลแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 1 (2567) ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลา  18.00  - 21.00 น. ณ หอประชุมสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ 131  ถนนอโศกมนตรี  แขวงคลองเตยเหนือ  เขตวัฒนา  กรุงเทพมหานคร

ภายในงานแถลงข่าว มีโชว์การขับร้องเพลงสุนทราภรณ์ จากธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย หรือ ธัช แชมป์เพลงเอก  พรศุลี วิชเวช การเวกเสียงใสสุนทราภรณ์  แจ๊บ-ณฤพล ผิวอ่อน และ มุก - มุกอันดา ใจยงค์ คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์






ทั้งนี้อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. เผยว่า  ม.น.ข. ดำเนินงานมาแล้วกว่า 60 ปี มีผลงานการมอบทุนการศึกษาตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคแบบ 100% เต็มให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา อย่างต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 20,000 คน เด็กทุกคนที่เกิดมาแม้จะมีความแตกต่างกันทางด้านครอบครัว ถิ่นกำเนิด ภาษา วัฒนธรรม และสถานะทางสังคม แต่สิ่งที่ทุกคนควรจะมีเหมือนกันคือ โอกาส และความเท่าเทียมกันทางการศึกษา 

ดังนั้นมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.)  มูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ ซึ่งมีปณิธานในการส่งเสริม และอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยทางด้านดนตรี รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการศึกษามาโดยตลอด และสยามสมาคมฯ สมาคมระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ที่มีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม จึงผนึกกำลังเพื่อจัดคอนเสิร์ตการกุศลแห่ง “การให้ที่ยิ่งใหญ่” ภายใต้ชื่อ “เพลินเพลงสุนทรา
ภรณ์ กับ ม.น.ข.เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ”  ครั้งที่ 1  (2567)  



ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้  เพื่อจัดหาทุนการศึกษาและจัดสรรทุนให้ครอบคลุมรวมถึงการศึกษาเฉพาะกิจ  และเพื่อประชาสัมพันธ์พันธกิจของ ม.น.ข. ให้องค์กร  หน่วยงาน  และบุคคลทั่วไป      ได้รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้มีจิตศรัทธามีส่วนร่วม “เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่” ในการมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป การจัดคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.อุกฤษ และท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน มาเป็นประธานกิตติมศักดิ์  โดยมี ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ศาสตราจารย์พิเศษประสิทธิ์ โฆวิไลกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวณิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ดร.ชัชพล ไชยพร รองคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมในงานนี้ด้วย 

ภายในงานจะได้พบกับ 2 ศิลปินรับเชิญ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย หรือ ธัช แชมป์เพลงเอก เนื้อเสียงเสกได้ทุกอารมณ์  อลิศ-ธนัชศลักษ์ ฮัดสัน หรือ น้องอลิศ สาวสวยวัยใส ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เพชรเม็ดงามแห่งวงการเพลงลูกกรุง และนักร้องกิตติมศักดิ์อีก 9  ท่าน  คือ อาจารย์สุรวัฒน์  ชมภูพงษ์  ประธานกรรมการ บริหาร  ม.น.ข.  คุณวิสูตร  กาญจนปัญญาพงศ์  กรรมการ ม.น.ข. สยามสมาคมฯ และที่ปรึกษามูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ คุณอมร  กีรตินารัง ประธานบริษัท เฟมีน่า เลซ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ศาสตราจารย์ ทัชมัย  ฤกษะสุต  คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ  คุณบุญเกียรติ  โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัทไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  ดร.ภัทรินทร์  ลือกาญจนวนิช  รองประธานกรรมการบริหารนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร คุณปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา  นายกสมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน คุณศรีล สุขุม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอด บริวเวอรี จำกัด คุณวิรัช  ศรีพงษ์ คลื่นลูกใหม่รุ่นแรกของสุนทราภรณ์ 

บัตรชมคอนเสิร์ต ไม่มีจำหน่ายหน้างาน ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อล่วงหน้าได้ที่ สำนักงานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปภัมภ์ (ม.น.ข.) ซึ่งตั้งอยู่ ณ ศูนย์ดิจิทัลเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขที่  928  ถนนสุขุมวิท  แขวงพระโขนง  เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร 10110 โทร.02-391-3796 ,  02-391-2324   และ สามารถรับชมออนไลน์“ฟรี” ผ่านระบบ facebook live ได้ที่เพจ facebook ม.น.ข.


รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้มอบให้แก่ ม.น.ข. ซึ่งจะนำไปจัดสรรเป็น
ทุนการศึกษา เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษา และเป็นอนาคตที่มั่นคงของประเทศ 

สำหรับผู้ที่สนใจบริจาคทุนการศึกษา สามารถร่วมบริจาคได้ที่
บัญชีมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 
 ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เลขที่บัญชี 186-2-30147-8


เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ
วันที่ 29 พฤษภาคม 2567  เวลา 14.00 น.
ณ หอประชุมสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์
131 ถ.อโศกมนตรี คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

มท.ชวนเที่ยวงาน OTOP MIDYEAR 2024

 "หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย"
8 - 16 มิ.ย. 67  ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 67 เวลา 11.00 น. ที่ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน OTOP MIDYEAR 2024 "หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย" โดยนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมแถลงข่าว โอกาสนี้ นายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คุณภาวินี ไชยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย นายสมชัย อัศวชัยโสภณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย นพขำ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน สื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ร่วมในงาน

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า งานในวันนี้เป็นงานที่รัฐบาลชุดต่าง ๆ ให้ความสำคัญและจัดขึ้นมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยรัฐบาลในปัจจุบัน ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขับเคลื่อนนโยบายในการ "เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศซึ่งกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชน มีหน้าที่ในการพัฒนาคน ส่งเสริมให้พี่น้องคนไทยทั้งชาติได้มีอาชีพ และพัฒนาศักยภาพเพื่อไปหนุนเสริมสินค้าโอทอป"เราจัดงานมหกรรม OTOP ระดับชาติปีละ 3 ครั้ง คือ OTOP CITY, OTOP MIDYEAR และ OTOP ศิลปาชีพประทีปไทย และการจัด OTOP ระดับภูมิภาคอีก 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภาค

โดยในปีนี้ ตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลกรมการพัฒนาชุมชน ได้มอบนโยบายให้ปีนี้มีการจัดงาน OTOP ระดับกลุ่มจังหวัดตามกลุ่มจังหวัดทั้ง 18 กลุ่ม และจะแบ่งสัดส่วนสินค้าในงาน ได้แก่ OTOP 70% และผลิตภัณฑ์จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 30% เพื่อจะหนุนเสริมให้บทบาทกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในการนำเสนอสิ่งที่ดีต่อสาธารณะ รวมทั้งเสริมเรื่อง Soft Power การพัฒนาอาชีพบุคคล โดยในปีนี้ เราจะจัดประชุมพัฒนากรประจำตำบล เพื่อพัฒนาคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องตลอด 70 ปีของการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชนควบคู่การหนุนเสริมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีด้วย" นายเกรียง กล่าวเพิ่มเติม

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การจัดงาน OTOP MIDYEAR 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 16 มิถุนายน 2567 ภายใต้แนวคิด "หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย" โดยมีพื้นที่จัดงานมากกว่า 60,000 ตารางเมตร ครอบคลุมชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งในปีนี้เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567

"การจัดงาน OTOP ครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสดังกล่าว โดยโซนแรก โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณ โครงการพระราชดำริต่าง ๆ แนวคิดการพัฒนาประเทศ และความรู้สึกคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โซนที่ 2 โซนหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี และอีกหลายหน่วยงาน มาจัดแสดงและจำหน่าย โซนที่ 3 OTOP Trader จับคู่ธุรกิจ โซนที่ 4 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP มากกว่า 2,000 ร้านค้า ทั้งผ้าไทย เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักสาน อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ โซนที่ 5 OTOP ชวนชิม มากกว่า 160 ร้านค้า ทั้งประเภทอาหารและเครื่องดื่ม

โดยจะเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้เที่ยวชมงานเพื่อจะได้มีที่นั่งรับประทานอาหารเพิ่มเติม นอกจากนี้ โซนศิลปิน OTOP เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาและอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาให้สัมผัส โดยชูภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นแกนกลางของการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนมาให้ทุกคนที่มางานได้แสวงหาความรู้ผ่านการสาธิตต่าง ๆ ควบคู่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมถึงโซนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี แบ่งเป็น 4 ภาค ภาคเหนือ Wellness ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การทอผ้าการผลิตตัดเย็บผ้า ภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีทอผ้า ภาคกลาง หมู่บ้านขนมหวาน ที่ดึงภูมิปัญญาขนมในแต่ละจังหวัด จนกลายเป็นขนมไทยภาคใต้ เน้นงาน craft เครื่องถมเงิน ถมทอง และโซน First Lady นวัตกรรมสินค้าต่าง ๆ โดยผู้เลือกซื้อสินค้าจะได้ร่วมชิงโชค และพบกับสินค้านาทีทอง และในงานมีการแสดงบนเวทีซึ่งมีศิลปินหลากหลาย ศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคปัจจุบัน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาแสดงบนเวทีตลอดการจัดงาน" นายสยาม กล่าวเพิ่มเติม



นายสยาม กล่าวเน้นย้ำว่า โซนไฮไลท์ของการจัดงานครั้งนี้ คือ "โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก" ซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานแห่งการน้อมนำพระกรุณาคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงต่อยอดด้วยพระอัจฉริยภาพด้านแฟชั่น เพื่อทำให้ผ้าไทยใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเวลา ทั้งลวดลายผ้า รูปแบบ กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลทำให้เกิดรายได้จากพระกรุณาคุณที่พระราชทานพระดำรินับเป็นเวลา 3 ปีกว่า ผู้ประกอบการมีรายได้รวมทั้งประเทศมากกว่า 70,000 ล้านบาท

ซึ่งในปีนี้จะมีผ้าลายสิริวชิราภรณ์ และลายพระราชทานอื่น ๆ ตลอดจนผลงานที่ได้รับการพัฒนาฝีไม้ลายมือมาให้เลือกซื้อเลือกหาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อพวกเราเลือกซื้อเลือกหาผ้าไทย แน่นอนว่าความภาคภูมิใจประการหนึ่ง คือ เม็ดเงินก็จะหมุนเวียนอยู่ในครอบครัวพี่น้องประชาชนเกษตรกรและผู้ประกอบการคนไทยด้วยกัน ไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ และประการที่สำคัญ ในปีนี้เรานำเสนอผลิตภัณฑ์อันเนื่องจากพระดำริ Sustainable Fashion หรือแฟชั่นแห่งความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนของประเทศต่าง ๆ บนโลกนี้ และงานในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของโลกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้นำผลิตภัณฑ์ OTOP ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาจัดจำหน่าย


นายสยาม กล่าวในช่วงท้ายว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้กรมการพัฒนาชุมชน พัฒนากระบวนงาน OTOP ให้ประชาชนได้เลือกซื้อเลือกหาสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ควบคู่กับการทำให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อให้สินค้ามีมาตรฐานในระดับสูงขึ้น

ดังนั้น การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ OTOP มาจำหน่ายในงานครั้งนี้ เราจะเข้มงวดการคัดเลือกสินค้าตั้งแต่ 3 - 5 ดาว เพื่อให้พี่น้องคนไทยได้รับประสบการณ์ที่ดี เข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ในลักษณะเปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้าน คือ 1) คนที่มาเที่ยวจะได้ชม ได้เห็นผลิตภัณฑ์และซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรการสูงยิ่งขึ้น และ 2) พี่น้องชาว OTOP ก็จะต้องปรับตัวในการพัฒนาฝีไม้ลายมือและผลงานให้มีมาตรฐานสินค้าเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ ผู้บริโภคได้สินค้าที่ดีมีมาตรฐาน ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนา

"ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน และแฟนคลับ OTOP เที่ยวงาน OTOP MIDYEAR 2024 "หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย" ระหว่างวันที่ 8 - 16 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ชม ช็อป ชิม แช๊ะ แชร์ การจัดงานแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย ร่วมอุดหนุนสินค้าไทย เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศไทย ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของพวกเราคนไทยไปด้วยกัน"

ด้าน นางสาวณัฏฐ์ณรัณกร แตงเอี่ยม ตัวแทน Excellent Creft by อุไรเบญจรงค์ จากโซนศิลปิน OTOP กล่าวว่า   ผลงานที่นำมาโชว์ผลิตภัณฑ์ครั้งนี้คือองค์พระพิคเณศวร ปางประทานพร ทรงเครื่องจักรพรรดิ เป็นการหล่อองค์พระพิคเณศขึ้นมาใหม่ ใหญ่ที่สุดที่ทำมาจากเซรามิค โดยเป็นการนำน้ำทองวาดลวดลายเป็นลายเบญจรงค์ และวาดลงบนความนูนของลายทรงจักรพรรดิ ทรงเครื่อง ด้วยน้ำทองคำแท้ และลงสีองค์ด้วยสีแดงและตกแต่งด้วยยลายดอกไม้หลากสีจักรี ทรงเครื่อง ปางเสวยสุขประทานพร ใช้เวลา 1 ปี ในการปั้นและการทำลวดลายน้ำทองคำ มีขนาดกว้าง 16 นิ้ว สูง 29 นิ้ว ซึ่งจัดแสดงในโซนศิลปิน OTOP และเป็นการเปิดตัวเบญจรงค์ลายกางเกงช้าง เบญจรงค์ GEN ใหม่ ซึ่งลวดลายบนเครื่องเบญจรงค์นี้  สามารถนำศิลปะที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาวาดลงบนจาน ซึ่งมีหลายขนาด สามารถรังสรรค์งานในสไตล์ที่เป็นตัวเองได้ โดยในงานจะมีการรับออกแบบเทรนด์กางเกงช้างประจำจังหวัดใส่บนภาชนะที่ต้องการได้  ได้รับการให้โอกาสแสดงงานโดย คุณริตยา รอดนิ่ม ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชนเป็นครั้งแรกที่นำมาจัดแสดง"


#OTOP MIDYEAR2024

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” อะเซโรลา เชอร์รี่ เข้มข้น ดีต่อผิวและสุขภาพ

แบบขวดโปรโมชั่นสุดคุ้มเพียง 179 บาท ซื้อได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น 

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” (B Shine NaturC) วิตามินซีจากธรรมชาติ 100 % “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” อะเซโรลา เชอร์รี่ เข้มข้น ดีต่อผิวและสุขภาพอะเซโรลา เชอร์รี่ สกัด 1000 มก. เทียบเท่ากับผลอะเซโรลาเชอร์รี่ 4000 มก. จากสวิตเซอร์แลนด์ ผสานผลไม้สกัดที่หลากหลาย และยังเพิ่มปริมาณสารสกัดจากทับทิมมากถึง 70 มก. ซึ่งสารสกัดจากทับทิมนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงช่วยเรื่องปกป้องผิวจากแสงแดด ลดความหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ดังนั้นสูตรใหม่นี้นอกจากช่วยเสริมภูมิคุ้มกันป้องหวัดและภูมิแพ้แล้ว ยังช่วยให้ผิวสดใสสุขภาพดียิ่งขึ้น 

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” มีสารสกัดที่มีประโยชน์จากผลไม้และผักหลากชนิด ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด : ประกอบด้วย อะเซโรลา เชอร์รี่ สกัด 1000 มก., ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก. (สตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสพ์เบอร์รี่, เอลเดอร์เบอร์รี่, แบล็คเคอร์เรนท์, เรดบีท), สารสกัดจากทับทิม 70  มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 23.75 มก., แคโรทีนอยด์ 7.5% 23.75 มก.

รับประทานเพียงวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร มื้อเช้าหรือเย็น ดีต่อผิวพรรณและสุขภาพ ร่างกายเป็นของเรา ใครดูแลร่างกายของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ย่อมได้เปรียบ มีภูมิต้านทานที่ดีต่อสู้กับเชื้อโรคร้าย เป็นผู้ที่แข็งแรงและมีสุขภาพดีกว่าคนอื่น 


บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ ขนาดบรรจุ 30 เม็ด แถมฟรีอีก 5 เม็ดในขวด รวมเป็น 35 เม็ด
จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มลดราคาพิเศษ เหลือเพียง 179 บาท จากปกติ ราคา 249 บาท
ตั้งแต่วันนี้ - 24 มิถุนายน 2567

ซื้อได้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bshine.co.th,
FB : https://www.facebook.com/naturcacerolacherry และ Line : @Bshine

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

แถลงข่าวจัดใหญ่งาน OTOP Midyear 2024 หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย


เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน OTOP Midyear 2024 “ หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย” โดยมีนายสมชัย อัศวชัยโสภณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายราชันย์ ซุ้นฮั้ว รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมงาน ร่วมงาน

นายเกรียง กล่าวว่า การจัดงาน OTOP Midyear 2024 “หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย” เป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ที่มีความล้ำค่าจากฝีมือคนไทย สะท้อนภูมิปัญญาและความสามารถของคนไทยอย่างชัดเจน รวมถึง มีการสร้างบรรยากาศภายในงานจากเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาที่แสดงความเป็นท้องถิ่นไทยในแต่ละภูมิภาค ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนเล็งเห็นความสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตและกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างทั่วถึง สำหรับการจัดงาน “OTOP Midyear 2024” ครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่สินค้าอีกด้วย ทั้งนี้ภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจหลากหลาย อาทิ โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โซนนิทรรศการกิจกรรมและการจำหน่ายสินค้าของหน่วยงานภาคี ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด โซน OTOP Trader จังหวัด และ OTOP Trader ประเทศไทย จัดสรรพื้นที่ในรูปแบบ Open Area เพื่อจัดแสดงผลงานและจัดหาช่องทางทางการตลาดให้แก่สินค้า OTOP ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ


โดยบริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ OTOP Trader จาก 4 จังหวัด ประกอบด้วย บุรีรัมย์ พัทลุง สมุทรสงคราม และพิจิตร

นายเกรียง กล่าวต่อว่า โซนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP 3 – 5 ดาว มากกว่า 2,000 บูธ จากทั่วประเทศ โซน OTOP ชวนชิม มากกว่า 160 ร้านค้าทั่วประเทศ และโซนไฮไลท์ภายในงานที่ไม่อยากให้ทุกท่านพลาด ได้แก่ โซนศิลปิน OTOP จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากศิลปิน OTOP กว่า 60 รายที่อนุรักษ์และสืบทอดไว้ซึ่งภูมิปัญญาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น ถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า โซนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีและผลิตภัณฑ์ในหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จัดแสดงความสำเร็จของหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี จาก 4 ภาค โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก มีพื้นที่จำนวน 3 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซนผ้าไทยใส่ให้สนุกที่มีการนำเสนอนิทรรศการ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจาก 3 โมเดล ได้แก่ ดอนกอยโมเดล นาหว้าโมเดล และบาติกโมเดล โซน First Lady จัดแสดงผ้าที่มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด ที่มีดีไซน์ทันสมัยเหมาะกับคนทุกรุ่น ทุกเพศ และทุกวัย และนิทรรศการเส้นไหมและเส้นใยธรรมชาติ จัดแสดงและจำหน่ายเส้นไหมและเส้นใยธรรมชาติเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะพื้นถิ่น ผ่านการจัดแสดงฝ้ายย้อมสีธรรมชาติและการทอผ้าของผู้ประกอบการ โซนจักสานสู่สากล โซนผ้าไทยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นายเกรียง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพลาดไม่ได้กับโซนพิเศษภายในการจัดงานครั้งนี้ คือ โซน Health
& SPA ที่มีการสร้างสรรค์พื้นที่ภายในงานให้ทุกท่านสามารถ ได้พักผ่อนหย่อนใจภายในงานไปกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายสไตล์สปาไทย มีการนวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อผ่อนคลาย และยังมีกิจกรรมนาทีทองวันละ 2 ช่วงเวลา มีการจับสลากรางวัลชิงโชคตลอด 9 วันจัดงาน เพียงซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท จะได้รับคูปองชิงโชคเพื่อร่วมลุ้นรางวัลในแต่ละวันกว่า 40,000 บาท และรางวัลใหญ่ในวันสุดท้ายของการ
จัดงาน มูลค่ากว่า 400,000 บาทอีกด้วย


นายเกรียง กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านร่วมสนับสนุน และอุดหนุนสินค้าภูมิปัญญาจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ภายในงาน OTOP Midyear 2024 “หลากหลายผลิตภัณฑ์ สีสันภูมิปัญญาไทย” มา ช้อป ชิม ลิ้มรสกันอย่างเพลิดเพลิน อัดแน่นจัดเต็มจากหลากหลาย ผลิตภัณฑ์โดยฝีมือคนไทยที่ได้ผ่านการรังสรรค์จากภูมิปัญญาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งพร้อมใจกันยกขบวนผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ ให้ทุกท่านได้เลือกซื้อ เลือกช้อปกันอย่างจุใจ ตั้งแต่วันที่ 8 – 16 มิ.ย. รวม 9 วัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 – 3 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้พี่น้องผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และเป็นกำลังใจให้พี่น้อง OTOP ไทยทุกคน


ข่าวประชาสัมพันธ์

กรรมการทึ่ง!!! นักออกแบบทั่วโลก ร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวด สูงถึง 890 ผลงาน

ร่วมประชันศักยภาพภายใต้โจทย์ที่ Enchanted Hues - Unlocking the Secrets of Primary Colors Theory กรุงเทพ 11 มิถุนายน 2567: โครงการประกวดอออกแ...

โวยวายดอทคอม