วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ 2 ทศวรรษ ชูโปรเจกต์


อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ 2 ทศวรรษ ชูโปรเจกต์  "The Park Lane 15" รุกตลาดลักชูรี พร้อมตั้งเป้ายอดโอนรวมกว่า 266 ล้านบาทโต 15%

บริษัท อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (AVIA Property) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างมั่นคงมากว่า 20 ปี ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการส่งมอบโครงการคุณภาพหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม พร้อมเปิดตัวโปรเจกต์เรือธง "The Park Lane 15" เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ตั้งเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ไว้กว่า 266 ล้านบาทโตกว่า 15%



นายศุภกิจ ประมวลทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อาเวียพร็อพเพอร์ตี้  จำกัด (Avia Property Company Limited) เปิดเผยว่า “อาเวียพร็อพเพอร์ตี้ เป็นผู้ประกอบการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่เชี่ยวชาญในพื้นที่ สุขุมวิท-แบริ่ง–เอกมัย–สมุทรปราการ จากจุดเริ่มต้นในปี 2548 ภายใต้ชื่อบ้านลีลาวดี ด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 20 ล้านบาท วันนี้ อาเวียได้ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ด้วยความแข็งแกร่ง ด้วยทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นถึง 210 ล้านบาท เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่ต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีความหลากหลายและตรงกลุ่มเป้าหมาย (Living Simplexity) ผ่านโครงการชื่อดังอย่าง พรีเมียร์ วิลล์, พรีเมียร์ แกรนด์, เดอะ พาร์ค เลน, เดอะ แคนวาส, พรีเมียร์ ซิตี้ และ พรีเมียร์ ไพร์ม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเสมอมา”

แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ที่ผ่านมาจะเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวในกลุ่ม Mass และความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ แต่อาเวียมองเห็นโอกาสสำคัญในปี 2569 ซึ่งเป็นปีแห่งการปรับฐานตลาดที่อยู่อาศัย โดยกลุ่ม Luxury และ Exclusive Private Residences ยังคงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีความต้องการต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริง (Real Demand) และได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น





ทิศทางตลาดในปี 2569 เราจะเห็นเทรนด์ 'คุณภาพเหนือปริมาณ' และการมองหาที่อยู่อาศัยที่เป็นสินทรัพย์ที่คุ้มค่าในระยะยาว อาเวียจึงใช้ความเชี่ยวชาญกว่า 2 ทศวรรษในพื้นที่ สุขุมวิท-แบริ่ง–สมุทรปราการ พัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ 'Living Simplexity' เพื่อเจาะกลุ่มนิช (Niche Market) ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความพิถีพิถันเป็นพิเศษ" นายศุภกิจ กล่าว

รุกตลาด Luxury ด้วย "The Park Lane 15" หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือโครงการ The Park Lane 15 (สุขุมวิท-แบริ่ง 15) ซึ่งเป็น Exclusive Private Residences ระดับลักชูรีที่มีความเป็นส่วนตัวขั้นสุดเพียง 16 ยูนิตเท่านั้น โดดเด่นด้วยดีไซน์ Double Volume ที่ให้ความโปร่งสบาย และทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สาย (เขียว-เหลือง) สอดคล้องกับแนวโน้มปี 2569 ที่คนรุ่นใหม่และกลุ่มนักลงทุนเลือกซื้ออสังหาฯ ในทำเลที่เดินทางสะดวกและใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ

กางตัวเลขเป้าหมายปี 2569 สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์รวม ไว้ที่ 55 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 266.88 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดโครงการหลัก ดังนี้

 * โครงการ Premier City สุขุมวิท - ปู่เจ้า (ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว) ตั้งเป้าโอน 155 ล้านบาท

 * โครงการ The Park Lane 15 สุขุมวิท  (ทาวน์โฮมและบ้านแฝด ) ตั้งเป้าโอน 102.50 ล้านบาท

* โครงการ พรีเมียร์ ไพร์ม (บ้านแฝด) ตั้งเป้าโอน 9.18 ล้านบาท

ไฮไลต์แห่งปี "The Park Lane 15" นิยามใหม่ของความหรูหราที่เงียบสงบ โครงการ The Park Lane 15 (สุขุมวิท-แบริ่ง 15) เป็นโครงการระดับลักชูรีที่ออกแบบโดย ATOM Design บริษัทสถาปนิกชั้นนำ ภายใต้คอนเซปต์ "The Philosophy of Luxury Living" โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้ 

 * ความเป็นส่วนตัวขั้นสุด จำกัดเพียง 16 ยูนิตเท่านั้น เพื่อสร้างสังคมคุณภาพและบรรยากาศที่เงียบสงบ

 * ดีไซน์เหนือระดับ โดดเด่นด้วยห้องโถงเพดานสูง (Double Volume) เพิ่มความโปร่งโล่งและหรูหรา พร้อมฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ (Flexible Space)

 * พื้นที่เพื่อทุกคนในครอบครัว บ้านหน้ากว้างที่มาพร้อมที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และการออกแบบที่ผสานพื้นที่สีเขียวเข้ากับตัวบ้าน (Nesting in the Oasis of Happiness)

 * ทำเลศักยภาพ ตั้งอยู่ในซอยแบริ่ง 15 เชื่อมต่อได้ทั้งถนนสุขุมวิทและศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียง 10 นาทีและสายสีเหลือง รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ อาทิ บางกอกพัฒนา, St. Andrews, โรงพยาบาลศิครินทร์, ลาซาล อเวนิว ฯลฯ

โครงการ “เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง” ทาวน์โฮมและบ้านแฝดหรู พัฒนาภายใต้แนวคิด THE PHILOSOPHY OF LUXURY LIVING ในราคาเริ่มต้นที่ 13.9 - 33.9 ล้านบาท*  ขนาดที่ดินในโครงการอยู่ที่ 1-2-47.8 ไร่ จำนวนยูนิต 16 ยูนิต เนื้อที่เริ่มต้น 24 - 53.2 ตารางวามีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 275 ถึง 542 ตารางเมตร ระบบไฟฟ้าใต้ดิน โดยประกอบด้วยแบบบ้าน 3 แบบคือ 

บ้านแฝด 4.5 ชั้น ขนาด 542 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต  4  ห้องนอน , 7 ห้องน้ำ , 2 ห้องนั่งเล่น, 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องแม่บ้าน , 5 ที่จอดรถ , Home Lift , ชั้นดาดฟ้า ราคา 32 ล้านบาท 

ทาวน์โฮม 4.5 ชั้น ขนาด 302 ตารางเมตร จำนวน 6 ยูนิต มาพร้อมกับ 3  ห้องนอน , 1 ห้องอเนกประสงค์ / 1 ห้องนอน , 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น , 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องครัว , 3 ที่จอดรถ , ชั้นดาดฟ้า ราคาเริ่มต้น 15.5 ล้านบาท 

ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ขนาด 275 ตารางเมตร จำนวน 8 ยูนิต 3  ห้องนอน , 4 ห้องน้ำ , 1 ห้องรับประทานอาหาร , 1 ห้องครัว , 3 ที่จอดรถ , ชั้นดาดฟ้า ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท 

ทั้งนี้ โครงการ The Park Lane 15 ได้เตรียมจัดงานเปิดตัวโครงการ (Grand Opening) ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 นี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับส่วนลดสูงสุด 700,000 บาท + ของแถมร่วมกว่า 150,000 บาท* อาทิ 

1. ระบบ Home Security Package พร้อมกล้องวงจรปิด  

2. ระบบปรับคุณภาพอากาศให้บ้าน SCG Active AIR Quality รุ่น Outdoor special ERV

3. Junction Box รองรับการติดตั้ง EV Charger

4. พร้อมติดตั้งเครื่องทำความร้อน Stebel Eltron

5. ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์

6. ฟรีค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าและประปา

7. ฟรีค่าส่วนกลาง 24 เดือน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด



“โครงการ The Park Lane 15 จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่สร้างยอดโอนกว่า 102.50 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ในเครือ The Park Lane ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายโครงการทั้งในย่านเอกมัยและลาซาล รวมถึง กลยุทธ์ของอาเวียที่ใช้มาตลอด คือการรักษามาตรฐานคุณภาพและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรให้เป็นมืออาชีพ เราเชื่อมั่นว่า The Park Lane 15 จะเป็นมาตรฐานใหม่ของบ้านระดับพรีเมียมในย่านสุขุมวิท-แบริ่ง ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาว ภายใต้กลยุทธ์ การรักษามาตรฐานคุณภาพและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ทันต่อเหตุการณ์ เราเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์การพัฒนาโครงการมามากกว่า 12 โครงการ จะทำให้อาเวียเติบโตได้อย่างยั่งยืนและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง”  ผู้จัดการทั่วไปกล่าวปิดท้าย  

เดอะพาร์คเลน15 สุขุมวิท-แบริ่ง (The Park Lane15 Sukhumvit – Bearing) บริหารงานขายโดยบริษัท
อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโครงการและโปรโมชั่นดี ๆ สุดพิเศษ ก่อนใคร ผ่านทางเพจ Facebook.com/theparklane15 ช่องทางไลน์ Line id : @aviaproperty หรือ คลิก https://lin.ee/2CnGvR1  หรือ โทร.094-480-6111 

รฟฟท. ฉลองครบรอบ 15 ปี “พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์ “รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในโอกาสที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ดำเนินกิจการในฐานะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า ครบรอบ 15 ปี โดยเริ่มจากการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนมาถึงการได้รับภารกิจสำคัญในการบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งที่ผ่านมา รฟฟท. มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยในปัจจุบัน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้ดำเนินนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ดำเนินมาตรการ "บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน" สำหรับบุคคลทั่วไป 40 บาท และ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา 30 บาท โดยใช้บัตร EMV Contactlass Card ทุกธนาคาร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก มีผู้ใช้บริการเดินทางด้วยบัตร EMV Contactless Card เพิ่มสูงขึ้นกว่า 60% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 13,000 คน/วัน ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมผลักดันให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นผู้นำด้านระบบขนส่งทางรางที่มีความทันสมัย สามารถเข้าถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน





ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้ทรงก่อตั้งกิจการรถไฟในประเทศไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมีคุณูปการด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านการคมนาคมขนส่งทางรางในราชอาณาจักรไทย โดยได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม





อีกทั้งในโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 15 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณผู้ใช้บริการที่ให้การสนับสนุน และไว้วางใจเดินทางโดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา บริษัทฯจึงได้จัดบูธกิจกรรม มอบเครื่องดื่มจากกาแฟพันธุ์ไทย จำนวน 1,500 แก้วฟรี สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 13 ตั้งแต่เวลา 09.09 น. เป็นต้นไป

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม

Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok
พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

"สุเทพ พันธุ์เพ็ง" รับมอบพระเกี้ยวองค์จำลอง ในโอกาสผู้บริจาคเงินสนับสนุนสภากาชาดไทย


นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด มอบเงินส่วนตัวสนับสนุนสภากาชาดไทย จำนวนเงิน 100,000 บาท ในพิธีมอบพระเกี้ยวองค์จำลอง และพระบรมรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวแก่ผู้บริจาคเงินสนับสนุนสภากาชาดไทย เนื่องในงานกาชาด ประจำปี 2568 



ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อสนับสนุนสภากาชาดไทยรวมทั้งสิ้น 5,114,108 บาท โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี ณ โถงชั้นล่าง อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อบ่ายวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สายสีแดง จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2


สายสีแดง จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย 30 คู่รักเข้าร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักอย่างชื่นมื่น รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดกิจกรรมสุดพิเศษ จดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 “Love in the Sky 2026” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย 30 คู่รักเข้าร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักอย่างชื่นมื่น


นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานเขตจตุจักร จัดกิจกรรม “Love in the Sky 2026” จดทะเบียนสมรสลอยฟ้าเป็นครั้งที่ 2 ของโลก ซึ่งในปีนี้มีคู่รักจูงมือกันเข้าร่วมจดทะเบียนสมรสบนขบวนรถไฟฟ้ากว่า 30 คู่ ทั้งนี้รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ให้ความสำคัญและเปิดโอกาสในการใช้ขบวนรถไฟฟ้าเป็นพื้นที่สำหรับคู่รักทุกเพศทุกวัยได้แสดงออกถึงความรักอย่างเท่าเทียม สะท้อนถึงค่านิยมในสังคมที่ยอมรับและเคารพในสิทธิของทุกคน และคู่รักยังได้แลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญาในบรรยากาศสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้เมื่อเสร็จสิ้นพิธีจดทะเบียนสมรสแล้ว รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้เปิดโอกาสให้ทั้ง 30 คู่รัก ร่วมบันทึกภาพแบบ Unseen โดยช่างภาพมืออาชีพ บริเวณห้องควบคุมภายในขบวนรถไฟฟ้าอีกด้วย



ท้้งนี้ คู่รักทุกคู่ยังได้ร่วมกิจกรรมสอยดาวภายในขบวนรถไฟฟ้าเพื่อลุ้นของรางวัลมากมาย โดยรางวัลใหญ่ได้แก่ทะเบียนสมรสทองคำ นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมบันเทิงมากมาย อาทิ Mini Concert จาก ตุ๊กตา The Voice พูดคุยกับคู่รักดารา เจ้าบ่าวป้ายแดง แอนด์ดรูว์ โคนินทร์ ดีเจสอง ซินแสโต๋ รวมถึงภายในงานยังมีบริการอาหาร เครื่องดื่มแบบจัดเต็ม โดยการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงพลังแห่งความรักและการเคารพในความหลากหลายของมนุษย์ โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวันแห่งความประทับใจอันแสนพิเศษไปพร้อมกับคู่รักทั้ง 30 คู่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคู่รักจะได้เริ่มต้นความสุขไปด้วยกันอย่างมั่นคง และเป็นความรักที่ยั่งยืนตลอดไป




บริษัทฯ ยังยึดมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนสร้างวันแห่งความประทับใจ พร้อมมอบรอยยิ้มให้แก่ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สุดคึกคัก! แฟนกีฬาลุ้น ชม “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” มือ 1 ของโลก ดวลวงสวิง “ลิเดีย โค”

พร้อมทัพนักกอล์ฟระดับโลกสู้ศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026”   วันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส


แฟนกอล์ฟสุดคึกคักร่วมลุ้นชมศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เตรียมกลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้งระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยปีนี้จะเป็นการจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในบ้านในฐานะนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ พร้อมดวลวงสวิงกับ ลิเดีย โค อดีตมือ 1 ของโลก และทัพนักกอล์ฟระดับแนวหน้าจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้วยการลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท

มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนและกีฬาระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี ภายใต้แนวคิด Honda Sports Challenge เพราะเราเชื่อว่ากีฬาเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างแรงบันดาลใจในระดับสากล สำหรับการแข่งขันในปีนี้ การที่แฟนกอล์ฟชาวไทยจะได้ร่วมเชียร์นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลกลงแข่งในบ้าน ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและยังสะท้อนการเติบโตของกีฬากอล์ฟในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ร่วมให้ผู้ชม ด้วยเหตุนี้ ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์’ จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันระดับโลก หากแต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับชุมชน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน”


ความสนใจจากแฟนกีฬายิ่งพุ่งสูงขึ้น เมื่อ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในบ้านขณะครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก บนหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand ทั้งหมด 19 ครั้ง หลังผลงานน่าจับตามองตลอดฤดูกาล 2025 จาก 3 ชัยชนะรายการแอลพีจีเอ คือ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai ปิดท้ายด้วย CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นการครองแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน ก่อนจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year 2025 พร้อมจารึกสถิติใหม่รับรางวัล Vare Trophy (สกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดของทัวร์) จากสกอร์เฉลี่ย 68.681 ทำลายสถิติเดิมของ แอนนิกา โซเรนสตัม อดีตมือ 1 โลกชาวสวีเดน เธอกล่าวว่า การกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยนั้นเป็นความรู้สึกที่ “พิเศษ” และการคว้าแชมป์แอลพีจีเอในบ้านครั้งแรกก็น่าจะเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ

ด้าน ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า  “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการยกระดับกีฬากอล์ฟในหลายมิติ นอกจากโครงการนำร่องพัฒนาเยาวชนต่างๆ แล้ว การมีนักกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จขึ้นสู่มือ 1 ของโลกถึง 2 คน ได้แก่ เอรียา จุฑานุกาล และ จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล  เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการผลักดันบุคลากรกีฬา ควบคู่กับการบริหารจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติที่มีการมีส่วนร่วมของผู้ชมทั้งไทยและเทศอย่างต่อเนื่อง  การกีฬาแห่งประเทศไทยภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายยกระดับกีฬาทุกประเภทสู่มาตรฐานสากล”

ขณะเดียวกัน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็งแกร่งของพันธมิตรทุกภาคส่วน เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับเป้าหมายในการขยายการเติบโตของกอล์ฟอย่างยั่งยืนในมิติของนักกอล์ฟ แฟนๆและระบบนิเวศกีฬาทั้งหมด แม้กอล์ฟจะเป็นหนึ่งในกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลับเป็นกีฬาที่เติบโตเร็ว โดยมีคนรุ่นใหม่และผู้หญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามพาร์ 3 ไดรวิ่งเรนจ์ หรือกอล์ฟซิมูเลเตอร์ ทำให้กอล์ฟเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์กอล์ฟที่ครบทั้งการแข่งขันระดับโลกและกิจกรรมสำหรับครอบครัวไปด้วยกัน”

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟไทยที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในการแข่งขันปีนี้ เริ่มจากทัพนักกอล์ฟไทย ได้แก่ เม–เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือ 1 ของโลกและแชมป์ปี 2021 มืออันดับ 22 ของโลก, ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มืออันดับ 54 และรองแชมป์ CME Group Tour Championship ปี 2025, พราว–ชเนตตี วรรณแสน มืออันดับ 55, รวมถึง เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี ผู้คว้าแชมป์การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ร่วมลงแข่งขันอีกด้วย 

ในขณะที่นักกอล์ฟระดับโลกที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” นำโดย แองเจิล หยิน แชมป์เก่าจากสหรัฐอเมริกา มืออันดับ 13 ของโลก ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้ง,  ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์, รัวหนิง หยิน มืออันดับ 7 ของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, ลอตตี้ โหวด ดาวรุ่งมืออันดับ 8 จากอังกฤษคิม ฮโย จู มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้, มายา สตาร์ค มืออันดับ 15 ของโลกจากสวีเดน, ฮันนาห์ กรีน มืออันดับ 19 จากออสเตรเลีย, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 21 ของโลกจากฝรั่งเศส ในส่วนของนักกอล์ฟจากญี่ปุ่นที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ยังคงน่าจับตาเช่นกัน นำโดย มิยู ยามาชิตะ มืออันดับ 4 ของโลก เจ้าของรางวัลรุกกี้แห่งปีและแชมป์เมเจอร์รายการ วีเมนส์ โอเพ่น, มาโอะ ไซโกะ มืออันดับ 11 ของโลก แชมป์เมเจอร์รายการ เชฟรอน แชมเปียนชิพ รวมถึง ริโอะ ทาเคดะ มืออันดับ 14 ของโลก และ อากิเอะ อิวาอิ มืออันดับ 25 ของโลก รองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025


การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้วทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันเดียว วันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท   พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand
อินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

ขุนพลทางดนตรี บรรจงสร้าง “SORRY” ให้ อาร์ต วศิน และ เอส ชัยณรงค์ ถ่ายทอดในช่วงวันแห่งความรัก

Alley 1 Reccords ค่ายเพลงคุณภาพ เตรียมปล่อยผลงานเพลงโปรเจคพิเศษ “SORRY” โดยได้ อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ และ เอส-ชัยณรงค์ พรหมบุบผาร่วมถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้รับฟังในช่วงวันแห่งความรักปีนี้ สำหรับเรื่องนี้ผู้บริหารค่าย ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข เปิดเผยว่า “ดีใจที่ได้ร่วมงานกับ อาร์ต วศิน ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งนอกจากความสามารถทางดนตรีแล้วเขาก็มีฐานแฟนคลับผู้ติดตามในโชเชียลมีเดียไม่น้อย ในฐานะคุณพ่อของน้องเนย หรือ แด๊ดดี้ของหมีเนย เพลง “SORRY” ถือว่าเป็นซิงเกิลที่ 2 ของเขา หลังจากซิงเกิ้ลแรก เพลง “THANK YOU” แนว Pop Soul ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ มียอดวิวสูงสุดของค่าย จริงๆ แล้วทีมงานตั้งใจให้ “SORRY” เป็นภาคต่อของ ”THANK YOU” ที่ อาร์ต วศิน  ไม่ได้มาคนเดียว ชวนนักร้องอีกหนึ่งคนมาด้วยคือ หนุ่มผมยาวสุดเซอร์มาดติสต์ เอส ชัยณรงค์ จาก The Voice Thailand ซีซั่น 6 ที่ร่วมงานกับค่ายมาตั้งแต่เริ่มต้น 2 คนนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือแบกความฝันมากว่าครึ่งชีวิต ฝันที่จะเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ มีผลงานที่แฟนๆ ชื่นชอบ ทางเราเห็นถึงความตั้งใจ เลยสานฝันให้พวกเขา ได้ทำตามความฝันให้สำเร็จ



“ SORRY แนวเพลง Rock Soul แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง โดย ต๋อง อภิชา สุขแสงเพ็ชร หรือ ต๋อง The Begins เพลงนี้มีเครื่องดนตรีประเภทเป่าอย่าง Trombone มาช่วยให้เพลงมีความพิเศษมีเอกลักษณ์ เพราะแบบลึกซึ้ง นุ่มนวล และทรงพลัง โดย ชิ จิรธิติกานต์ เหมสุวรรณ และ  Mixed Mastering โดย มิตร สามิตร ดิษฐสูงเนิน ซึ่ง คนดนตรี 3 คนนี้ถือได้ว่าเป็นปรมาจารย์ในวงการดนตรีของบ้านเรา 


นอกเหนือจากความพิเศษของเพลง “SORRY” แนวเพลง Rock Soul ที่มีกลิ่นอายความเป็น Disco เบาๆ แล้ว ต่าย ไพลินธร พันธุ์สุข ยังกล่าวต่อไปว่า “Music Video เพลงนี้ที่เหมือนหนังสั้นเรื่องนึง ทุกคนจะต้องซาบซึ้งในความรักของคนสองคนที่ยังรักกันมากแต่ไปต่อไม่ได้ เขาใช้เวลาในคืนสุดท้ายด้วยกัน เราใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า 5 วัน เพื่อให้ได้ภาพที่สวย เท่ ดู อาร์ต ร่วมสมัยสไตล์ Mid-Century Modern โดยผู้กำกับภาพชื่อดังอย่าง ต้น พูนพัฒน์ วัฒนสินธุ์“



“Alley1 ตั้งใจทำมาก หวังว่าทุกคนจะชอบ พบกันช่วงวันแห่งความรักนี้ค่ะ” ต่าย ไพลินธร ผู้บริหารค่ายกล่าวทิ้งท้าย

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เปิดคำทำนายตรุษจีน ปี พ.ศ.2569 อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม


สวัสดีครับ ผมอาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม  มาทำนายตรุษจีน ปี พ.ศ.2569  ปีม้า  ปีแห่งความนักสู้ 
ที่ไม่ว่าจะเป็นใครๆ  ก็จะต้องมีพลังในตนเองมากๆ  โดยเฉพาะพลังทางด้านบวก  เพราะพลังทางด้านนี้จะสามารถอยู่ในยุคปัจจุบันได้ดี  มีความสุข  มีความจินตนาการที่ดี  ซึ่งพลังเหล่านี้แหละที่จะพากัลยาณมิตร  พาเงิน พาทอง พาทรัพย์สิน  อสังหาริมทรัพย์  พาสิ่งของที่อยากจะได้มาหาทุกคน เริ่มจากคำพูดที่ดี   
บอกกับตนเองกันก่อนและเริ่มบอกกับทุกๆคนที่อยู่รอบข้าง   

โดยใช้ตรุษจีนที่เขาบอกว่า หากใครเกิดปีชงให้แก้ไข พากันไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะคนที่เกิดปี ชวด  ชงร้อยเปอร์เซ็นต์  คนเกิดปีเถาะชงร่วม คนเกิดปีม้าชงตัวเอง คนเกิดปีระกาชงร่วม   หรือคนเกิดปีไหนๆก็ตาม   เรามีวิธีทั้งสิ้นที่จะทำให้ได้ดี การกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คือสิ่งที่นิยมทำกันเป็นประจำ และก็ได้ดี   พาให้มีกิจกรรมดีๆมากมาย  การขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีทั้งการกราบไหว้ขอพรในประเทศไทย  หรือต่างประเทศก็ขึ้นอยู่กับความถนัดความชอบของแต่ละคนกัน   แต่สิ่งที่มีเบื้องต้นและสามารถทำได้ดีและสามารถทำได้เลยก็คือการบอกกับตนเองว่า ปีนี้เราจะได้ดี  ปีนี้เราจะรวย  ปีนี้เราจะมีความสุข ปีนี้เรา
จะเจริญ  ปีนี้เราจะมีชื่อเสียง ปีนี้เราจะได้ในสิ่งที่เราได้  ปีนี้เราจะพาทุกๆคนที่อยู่รอบข้างตัวเรามีความสุข     
การคิดบวกเป็นพลังที่ดีงามและทำได้ดี  สิ่งที่เปล่งเสียงออกมา การกระทำที่ออกมาจากข้างในตัวเรานี่แหละเป็นสิ่งที่ดี   และได้พาตนเองไปกราบไหว้ขอพรกราบไหว้คุณพ่อคุณแม่  พาครอบครัวไปทุกที่ เป็นพลังงานที่ดีและจะมาดูดวงกันว่า ทั้ง  12  นักษัตร ใครจะมีพลังงานร่ำรวย  มีพลังที่จะพาทุกๆคนได้ดี  ในประเทศไทย   คนเกิดนักษัตรใดจะเป็นนักษัตรที่ดีมากและดีจากอะไร แต่บอกได้เลยว่า ปีกุนมาอันดับหนึ่งจะมีสิ่งที่ดีๆ  ปีมะโรงมาอันดับสอง  ปีขาลอันดับสาม   ปีฉลูอันดับสี่  ปีมะเมียอันดับห้า


#อาจารย์มงคลรอดเที่ยงธรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์

อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ 2 ทศวรรษ ชูโปรเจกต์

อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนปี 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ 2 ทศวรรษ ชูโปรเจกต์  "The Park Lane 15" รุกตลาดลักชูรี พร้อมตั้งเป้ายอดโอนรวมก...

โวยวายดอทคอม