วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ชิลีมองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว รับการขยายตัวของสินค้าอาหารพรีเมียม

กรุงเทพฯ, 29 พฤษภาคม 2569 ชิลียกระดับความสำคัญของไทยและอาเซียนเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการสินค้าอาหาร อาหารทะเล และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกของชิลี หรือ ProChile กล่าวในพิธีเปิดงานประชุมสุดยอดธุรกิจ Chile–ASEAN Business Summit 2026 ว่า ชิลีมองอาเซียนมากกว่าเพียงตลาดเกิดใหม่ “เราจริงจังกับตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก มีสัดส่วนราว 7.8% ของการค้าโลก และมีประชากรกว่า 680 ล้านคน เราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสอันมหาศาลสำหรับสินค้าและบริการของชิลีในภูมิภาคนี้  “เจตจำนงของเราคือการสร้างความสัมพันธ์บนรากฐานของความเชื่อมั่น และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย”

ในงานประชุม ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ กรุงเทพฯ ตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก และหน่วยงานด้านการค้าของชิลี ได้ชูประเด็นความต้องการ ที่เพิ่มขึ้น ในภูมิภาคต่อสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน พร้อมชี้ว่าระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเข้าถึงตลาด เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายความร่วมมือทางการค้าในอนาคต

การประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี–อาเซียน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 โดย ProChile หน่วยงานส่งเสริมการส่งออกภายใต้กระทรวงการต่างประเทศชิลี หลังจากความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ในปีที่แล้ว เพื่อนำผู้ส่งออกจากชิลีเดินทางเข้าร่วมพบปะผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย สมาคมอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจจากทั่วทั้ง  ภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การส่งเสริมการค้า การเชื่อม  โยงตลาด และการจับคู่ธุรกิจ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนต่อชิลีในฐานะคู่ค้าเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตระยะยาว โดยมีไทยเป็นประตูการค้าสำคัญสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวแทนการค้าจากชิลีเน้นย้ำว่า ในมุมมองของชิลี ประเทศไทยไม่ใช่เพียงตลาดเดี่ยว แต่เป็นเวทีที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด ไทยมีศักยภาพด้านการค้าปลีก โลจิสติกส์ ธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมอาหาร และเครือข่ายการกระจายสินค้าระดับภูมิภาค จึงมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการค้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือตลอดการประชุม คือ ความสนใจต่อสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรจากชิลีในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพสูงระดับพรีเมียม ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คำนึงถึงความยั่งยืน และมีความมั่นคงด้านอุปทานในระยะยาวตลอดสัปดาห์ของการประชุม มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ “Meet the Buyers” ร่วมกับกลุ่มค้าปลีกและผู้นำเข้ารายใหญ่ของอาเซียน กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การศึกษาตลาดและดูงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ THAIFEX–Anuga Asia

ในการศึกษาดูงาน คณะผู้แทนจากชิลีได้เข้าเยี่ยมชมและพบปะผู้บริหารธุรกิจชั้นนำของไทยและภูมิภาค ได้แก่ GO Wholesale, CP Group, ตลาดไท, ท่าเรือแหลมฉบัง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความรู้  ด้านต่างๆ ทั้งโลจิสติกส์ ระบบห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนแอตแลนติก และโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้าอาหาร โดยประเด็นหารือต่างสะท้อนถึงความต้องการของอาเซียนต่อสินค้าอาหารจากชิลีที่มีคุณภาพสูง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน

คณะผู้แทนจากชิลีประกอบด้วยบริษัท 28 แห่ง จากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารทะเล ปลาแซลมอน หอยแมลงภู่ ผลไม้สด เนื้อสัตว์ ถั่ว ผลไม้อบแห้ง ธุรกิจเกษตร ผลิตภัณฑ์ป่าไม้ เทคโนโลยีอาหาร และโซลูชันด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมชั้นนำของชิลีเข้าร่วม ได้แก่ นายอีวาน มารัมบิโอ ประธาน Fruits from Chile, นายราฟาเอล เลการอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Faenacar (ChileMeat), นายเอดูอาร์โด ปิกโคโล ตัวแทน  AMI Chile (Chile Mussels), นายมาร์ติน คอร์เรอา ตัวแทน ChileNuts และนายโรดริโก บุสตอส ตัวแทน SalmonChile  ผู้ส่งออกจากชิลีระบุว่า ความต้องการสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และผลิตอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสสำคัญให้อุตสาหกรรมอาหารของชิลีเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น

นายเฟอร์นันเดซย้ำว่า แนวทางดำเนินธุรกิจของชิลีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระยะยาว มากกว่าการขยายตัวทางการค้าในระยะสั้น “ชิลีมีเครือข่ายการค้าที่แข็งแกร่งทั่วโลก ทำให้เราพร้อมเป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจอาเซียนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา และเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ และการเติบโตในระยะยาว”

นอกจากโอกาสทางการค้า ตัวแทนภาคธุรกิจชิลียังชี้ว่า การพัฒนาประสิทธิภาพด้าน โลจิสติกส์ การขยายโครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเร่งกระบวนการอนุมัติสินค้าเกษตรเพื่อเข้าถึงตลาดเอเชียตะวันออก  เฉียงใต้ เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในระยะยาว ข้อมูลการค้าล่าสุดระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 5.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้าอาหารจากชิลีสู่อาเซียนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จาก 295 ล้านดอลลาร์  สหรัฐในปี 2558 เป็น 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนในยุทธศาสตร์การส่งออกระดับโลกของชิลี

ขณะที่อาเซียนมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการบริโภคอาหาร การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เป้าหมายของชิลีในภูมิภาคนี้จึงไม่ใช่เพียงผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพสูง แต่ยังต้องการเป็นพันธมิตรระยะยาวที่แสวงหาบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการค้า นวัตกรรม ความยั่งยืน และความร่วมมือทางธุรกิจ

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน

พระมหาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต โดยมีตำแหน่ง ประธานสงฆ์ ที่วัดหนองกก-หนองยาว โดยปัจจุบันท่าน
จำพรรษา  อยู่ที่วัดหนองกก-หนองยาว พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน เจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านการ เทศน์มหาชาติ และ เทศน์แหล่ประยุกต์ ผู้สืบทอดคำสอนที่เปลี่ยนธรรมะให้เข้าถึงง่าย ช่วยจุดประกายความคิดและเยียวยาจิตใจ  สร้างความเฮฮาตลอดการเทศน์ ยิ่งกว่านั้น เป็นการเทศน์ที่มีเนื้อหาทันสมัยท่านใช้กลวิธีที่หลากหลายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกวัยปรับใช้ในชีวิต

พระมหาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต เป็นพระรูปหนึ่งที่ควรยกย่องว่าเป็นสุดยอดของพระภิกษุอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน โดยทำหน้าที่สืบทอดภาษาถิ่น สอดแทรกคำสอน และหล่อหลอมความสามัคคีผ่านประเพณีดั้งเดิม นิยมเทศน์ในงานบุญประเพณี โดยเฉพาะ บุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) และบุญกฐิน ซึ่งช่วยดึงดูดให้คนในชุมชนทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วม ได้เงินมาไม่เคยสะสมเป็น สะพานบุญ ให้กับชาวพุทธอย่างแท้จริง

บทบาทพระสงฆ์กับสังคมไทย ในอดีตพระคือ แกนนำของหมู่บ้านการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผ่านการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยใช้ภาษาเป็นสื่อกลางในการติดต่อกับอำนาจเหนือธรรมชาติที่สิงสถิตอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์  ให้ล่วงรู้ถึงการประพฤติปฏิบัติตนที่ดีของชาวบ้านเพื่อที่จะคุ้มครองชาวบ้านจากภัยทั้งปวงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในการพึ่งพาอาศัยกัน ประยุกต์ธรรมะเข้ากับแนวคิดการดำเนินชีวิต มีคุณงามความดีและปฏิบัติชอบอยู่ในระเบียบของพระพุทธศาสนา และช่วยเผยแพร่ศาสนาขององค์พระพุทธเจ้ามาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

การพัฒนา วัดหนองกก-หนองยาว พระมหาสมเกียรติ ท่านเป็นผู้นำพาญาติโยมและคณะสงฆ์พัฒนา
วัดหนองกก-หนองยาว อย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนงานเผยแผ่ศาสนา ท่านเป็นเจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ 

รับกิจนิมนต์แสดงธรรมเทศนาและเทศน์แหล่อีสานตามงานบุญประเพณีและงานอุทิศส่วนกุศลต่างๆ ทั่วภาคอีสานการอนุรักษ์วัฒนธรรม: บทบาทของท่านมีส่วนสำคัญในการสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะการเทศน์แหล่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวอีสาน 


วัดหนองกก-หนองยาว  อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
เพจ สำนักเทศน์เสียงพระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
fb : พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
ไลน์แอด mahasomkiatใส่@นะครับ
TikTok @phramahasomkiat 

#ติดต่อนิมนต์แสดงธรรมแหล่อิสาน
#อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอิสาน

ททท. จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคันเมืองโบราณสุโขทัย


ททท. จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคันเมืองโบราณสุโขทัย วันวิสาขบูชา ท่ามกลางโบราณสถานวัดช้างล้อม เสริมสิริมงคลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 

จังหวัดสุโขทัย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัยร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคัน เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาช่วงวันวิสาขบูชาประจำปี 2569 ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 30 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ณโบราณสถานวัดช้างล้อมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป 


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันสำคัญ วันวิสาขบูชาโดยได้รับเกียรติจากเรือโทภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานในพิธี

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วยพิธีเวียนเทียนตะคัน  “ตะคัน” เป็นลักษณะเทียนที่อยู่ในเครื่องปั้นดินเผา อันสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวสุโขทัย ที่มีมาแต่โบราณถือเป็นเป็นการอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมประสานกับกิจกรรมความเชื่อในการสร้างสิริมงคลให้กับผู้เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมออกร้าน จำหน่ายอาหารท้องถิ่นรวมทั้งของที่ระลึก จากชุมชนในพื้นที่ กว่า 20 ร้าน รวมทั้งกิจกรรมการแลกรับของที่ระลึกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย และพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักค้างคืนในจังหวัดสุโขทัย ททท. สำนักงานสุโขทัย สนับสนุน คูปองมูลค่าพิเศษเพื่อแลกซื้อของที่ระลึกภายในงาน


ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มระยะพำนักของนักท่องเที่ยวตลอดจนเพิ่มค่าใช้จ่าย ในช่วง Green Season  รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้มีกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระเสริมสิริมงคลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามของโบราณสถานวัดช้างล้อมยามค่ำคืนที่ประดับประดาตกแต่งไฟอย่างสวยงาม ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับชุมชนอันจะทำให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนมากยิ่งขึ้น

ททท. สำนักงานสุโขทัย ขอเชิญนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 30 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดช้างล้อมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook ททท. สำนักงานสุโขทัย
โทรศัพท์ 055 616 228-9

#AmazingThailand 

#เวียนเทียนตะคัน 

#วันวิสาขบูชา 

#เมืองโบราณสุโขทัย #วัดช้างล้อม 

#สุโขไทม์ 

#สุโขสุขีที่สุโขทัย

“สายสีแดง” เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

 


รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชำระผ่านแอป “เป๋าตัง” เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการที่สำคัญ ดังนี้

- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

- ต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมาในอดีต

- สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส" ใช้ได้สำหรับการซื้อเหรียญโดยสารเท่านั้น

- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ (Refund)

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โทรหมายเลข. 0 2111 1122 (กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ThinkFest 2026 เริ่มแล้ว! ชวนทุกคนมา Creative Hopping

ปลุกพลังสร้างสรรค์ตามตรอกซอกซอยทั่วย่านอารีย์ 29 - 31 พฤษภาคมนี้
“ThinkFest 2026” เปลี่ยนย่านอารีย์ให้กลายเป็นพื้นที่ Creative Hopping เต็มรูปแบบ ชวนคนเมืองออกมาเดินสำรวจไอเดีย ค้นหาแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงผู้คนผ่านกิจกรรมไฮไลท์ที่กระจายตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยและสถานที่ยอดฮิตทั่วย่านอารีย์ ตลอด 3 วันเต็ม โดยเพื่อความสะดวกในการเดินทางเช็กอิน สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานสามารถติดตามตารางกิจกรรมแยกตามรายวันและสถานที่จัดงานได้ดังนี้






วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 (วันแรกของเทศกาล) ทั่วย่านอารีย์ (Ari Neighborhood)

-CheezeLooker: ตราหลาด — ตลาดมีตรา | Flea Market Hopping ชวนค้นพบผู้คนและแฟชั่นสไตล์อารีย์กระจายตัวใน 4 โลเคชัน (BrandThink, White Cloud, GUMP'S Ari, Josh Hotel)

-'SAUCE TOUR' ทัวร์กินได้ | สำรวจอารีย์ผ่านรสชาติกับ 3 โฮสต์ตัวจริงเรื่องอาหาร และ 7 ร้านหลากสไตล์

ในคอนเซปต์ International-Local Culture | บัตร Event Pass 599 บาท

-Art Exhibition of Ari | ชม Installation art โดย Pantang Artwork, ภาพชีวิตคนขับเคลื่อนย่านโดย ปกฉัตร วรทรัพย์, Video Mapping รั้วเฟื่องฟ้าซอย 5 โดย TYJ และโปสเตอร์เล่าการเปลี่ยนแปลง 20 ปีปาร์ตี้กรุงเทพฯ โดย Dudesweet

-Dudesweet x House Lagom x Hush: Silent Disco Pride Month Ari Block Party | สตรีทปาร์ตี้ Silent Disco 3 คลื่น เลือกสลับแชนเนลแนวเพลงที่ชอบได้ตลอดคืน พร้อมโชว์พิเศษจากแดนเซอร์

-GUMP'S Ari

MOODY: Whisper of Change, Embrace of Butterfly | นิทรรศการชวนย้อนสำรวจ 'ผีเสื้อแห่งอารมณ์' และร่องรอยความทรงจำในวัยเด็ก เพื่อทำความเข้าใจบาดแผลและตัวตน



ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจาก 3 ค่ายเพลงชั้นนำ What The Duck, WhiteFox และ LOVEiS นำโดยทัพศิลปินชื่อดัง อาทิ 2ECTASY, JEFFY, KAKAGOES BACKHOME, MUTE., MILLIESNOW, SOUNDSLEEP, ARABELLE, CHERIIE, DIDIXDADA, LE7EL, DUMB.RONG, MicMac, NEWERY และ J.RABBIT

White Cloud
ooca: SOUL RESET | หยุดพักจากความเครียดผ่าน 3 ขั้นตอน: Cacao Ceremony, Vision Board และ Ecstatic Movement (จำกัดวันละ 1 รอบ) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | เวทีฟรีคอนเสิร์ตจากค่ายเพลงชั้นนำทัพศิลปินจัดเต็มตลอดวัน

Tempo Bar

-Tempo Bar: Weekend Swap (วันศุกร์: ธีมแลกเสื้อยืด) | กิจกรรมหมุนเวียนของใช้ในบ้านแบบเป็นกันเอง นำของมาเท่าไหร่ แลกกลับไปได้เท่านั้น | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | พื้นที่ปล่อยของ ‘Jam Session’ ชวนศิลปินและนักดนตรีมาแจมเพลงสดๆ และเวทีโชว์ศักยภาพของนักดนตรีรุ่นใหม่ทุกแนวเพลง

BrandThink

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เวทีเปิดสำหรับคนรักดนตรีและศิลปินรุ่นใหม่ร่วมแจมและโปรโมตวงของตัวเอง

Bew's Act-Things

Bew's Act-Things: Acting Workshop | เวิร์กช็อปสำรวจตัวเองผ่านศิลปะการละครและการฝึกสติ ใน 4 ธีม: 

อยู่กับปัจจุบัน, เกมการละคร, ความเชื่อมโยงรอบตัว และสถานะอำนาจที่มองไม่เห็น
| บัตร Event Pass 299 บาท / เวิร์กช็อป













วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
White Cloud (THINK MODE)

AD ADDICT: Idea Fuel Station | สถานีเติมไอเดียธุรกิจผ่าน 3 เซสชัน: ธุรกิจคลื่นลูกใหม่, เคล็ดลับการอยู่รอด และชีวิตครีเอทีฟ

WORLD CHANGES, DON'T WASTE YOUR TIME by CASIO | ทอล์กแรงบันดาลใจในยุคเทรนด์เปลี่ยนไว ชวนค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ต้องรีบตาม และแนวคิดปรับตัวเข้ากับโลกโดยไม่สูญเสียตัวตน

ooca: SOUL RESET | กิจกรรมหยุดพักจากความเครียด 3 ขั้นตอน (Cacao Ceremony / Vision Board / Ecstatic Movement) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจากค่ายเพลงชั้นนำ

Josh Hotel

BrandThink: Everybody Changes, Me Too. | วงสนทนาเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง ลักญ-เอกลักญ (MD, BrandThink) และ เหว่ง-ภูศณัฎฐ์ (Co-Founder, เทพลีลา) เจาะลึกเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของผู้นำองค์กร

BrandThink

เงินแบบไหน…ที่เหมาะกับชีวิตแบบเรา? by ธนาคารออมสิน | ทอล์กพิเศษกับ 'เบนซ์ ไกจิน' ว่าด้วยการบาลานซ์ชีวิตครีเอทีฟกับความมั่นคง การวางแผนการเงิน และนิยามอิสระทางการเงินของคนเมือง

ธนาคารจิตอาสา x ความสุขประเทศไทย: LISTENING IS SUPERPOWER
| เวิร์กช็อปการฟัง เรียนรู้คุณสมบัติ 3 ประการในการฟังเพื่อเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าใจกันมากขึ้น
| บัตร Event Pass 199 บาท (รายได้บริจาคการกุศล)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักดนตรีรุ่นใหม่มาแจมเพลงกันสดๆ เป็นวันสุดท้าย



วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 (วันสุดท้ายของเทศกาล)

White Cloud

RoundShare นิ้วกลม x TCP | วงสนทนาโดย 'นิ้วกลม' แบ่งเป็น 'วงไข่แดง' สำหรับผู้แชร์ และ 'วงไข่ขาว' สำหรับผู้นั่งฟัง เพื่อปลุกพลังและแลกเปลี่ยนเรื่องราวโดยไม่ตัดสิน

ooca: SOUL RESET | เวิร์กช็อปหยุดพักจากความเครียดรอบสุดท้ายของเทศกาล
| บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | มหกรรมฟรีคอนเสิร์ตส่งท้ายเทศกาลทั่วย่านอารีย์ ร่วมกับเวทีจุด GUMP'S Ari

Josh Hotel

Creative Talk: Change in a Bottle | Deep Talk ริมสระน้ำ เขียนนิสัยที่อยากเปลี่ยนลงขวด ฟังแรงบันดาลใจจาก Speaker แล้วร่วมกันลอยขวดเพื่อเปลี่ยน 'ตัวตนเดิม' รับ 'ตัวตนใหม่' มาแชร์ร่วมกัน
| บัตร Event Pass 150 บาท

Tempo Bar

Tempo Bar: Weekend Swap (วันอาทิตย์: ธีมแลกหนังสือ) | ส่งท้ายกิจกรรมหมุนเวียนของใช้ นำหนังสือ

มาแลกเปลี่ยนของรักชิ้นใหม่กลับบ้าน | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

กิจกรรมส่งท้ายรอบวัน (จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันแรก)

ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’ | กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-) | นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติรอบสุดท้าย (Event Pass 299.-)

กิจกรรมต่อเนื่อง (จัดทุกวันตลอดเทศกาล 29 - 31 พ.ค. 2569)

ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’ | กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-)  นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari | ปาร์ตี้สตรีท Silent Disco (จัดถึงวันนี้เป็นวันสุดท้าย)

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change และเวทีฟรีคอนเสิร์ต ThinkFest Concert

Tempo Bar: กิจกรรมแลกของ Weekend Swap (วันเสาร์: ธีมแลกของครัว) (Event Pass 50.-) และ Mahaheretonight Jam Session

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติ (Event Pass 299.-)

ThinkFest 2026 จัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 29 — วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 ทั่วย่านอารีย์ กรุงเทพฯ

Free Register — เข้าได้ฟรีตลอด 3 วัน ครอบคลุมตลาด Creative Market, Free Talk Sessions, Art Installation, คอนเสิร์ต และ Jam Session ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://restspace.me/thinkfest

Event Pass — สำหรับกิจกรรมพิเศษเฉพาะทาง เช่น Workshop, Party, Soul Reset, SAUCE TOUR 

และ Change in a Bottle สามารถซื้อบัตรเพิ่มเติมในรูปแบบ Event Pass ราคาเริ่มต้น 20 - 2,500 บาท 

กรณีไม่มีบัตร / ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า: สามารถมาลงทะเบียนหน้างานได้ทันทีที่ 4 จุดแลนด์มาร์กหลักทั่วอารีย์: BrandThink | GUMP'S Ari | White Cloud ซอย 3 | Josh Hotel 





#ThinkFest #Thinkเฟส #EverybodyChanges

#BrandThink #AriHopping #CreativeHopping

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ช.ส.ท. ร่วมกับ ททท. และอพท. จัดกิจกรรม “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร”

ช.ส.ท. ร่วมกับ ททท. และอพท. จัดกิจกรรม “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร”ระหว่างวันที่ 19 - 22 พ.ค. 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหน้าฝน

ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย  และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดกิจกรรมท่องเที่ยวภายใต้ชื่อโครงการ “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร” ระหว่างวันที่ 19 - 22 พฤษภาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคเหนือช่วงหน้าฝน คณะรวมพลที่ ปตท.วิภาวดี

นำโดย คุณวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) นำคณะกรรมการชมรมฯ สมาชิกสื่อมวลชน และนักท่องเที่ยววัยเก๋า รวมจำนวนกว่า 50 ท่านเข้าร่วมเดินทางโดยได้รับเกียรติจาก นายสมชาย ชมภูน้อย อินฟลูเอนเซอร์เที่ยวเมืองไทยคนดัง ร่วมทริปเดินทางท่องเที่ยว “สุโขทัย-กำแพงเพชร” เมืองมรดกโลก ซึ่งทั้ง 3 อุทยานฯ ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร เป็นแหล่งมรดกโลกที่สำคัญของประเทศไทย เริ่มต้นการเดินทางจุดแรกที่จังหวัดสุโขทัย  

เริ่มด้วยโลเคชันแรกที่ต้องปักหมุดเที่ยวสักครั้งในชีวิต คือ “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” ที่มีอายุกว่า 700 ปี ตั้งอยู่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย อดีตเป็นอาณาจักรสุโขทัยอันแสนรุ่งเรือง

อาณาจักรสุโขทัยเริ่มต้นประวัติศาสตร์ โดยมีหลักฐานชัดเจนในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์(พ่อขุนบางกลางหาว พ.ศ.1781 - 1822) ต่อมาอาณาจักรสุโขทัยเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อำนาจของอาณาจักรสุโขทัยในช่วงรัชสมัยของพระองค์มีความมั่นคงจาก ทรงแผ่อาณาเขตออกไปโดยรอบ วัฒนธรรมไทยได้เจริญขึ้นทุกสาขา ดังปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งเจริญ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ การสงคราม ภูมิศาสตร์ กฎหมาย ประเพณี การปกครอง การเศรษฐกิจ การสังคม ปรัชญา พระพุทธศาสนา การประดิษฐ์อักษรไทย ราชวงศ์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (พระร่วง หรือ สุโขทัย) ได้ปกครองอาณาจักรสุโขทัยสืบต่อมาเป็นเวลา 200 ปี ก็ถูกรวมเข้ากับ อาณาจักรอยุธยา ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวัง และวัดมากถึง 26 แห่ง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ ได้รับการบูรรปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากร ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก มีผู้เยี่ยมชมหลายแสนคนต่อปี นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้า นั่งรถราง หรือ ขี่จักรยาน เที่ยวชมได้อย่างสะดวกปลอดภัย


เริ่มต้นบรรยากาศยามเช้า ที่จังหวัดสุโขทัย…
กิจกรรมยอดนิยมคือการใส่บาตรรับอรุณที่ วัดตระพังทอง ซึ่งพระสงฆ์จะเดินบิณฑบาตข้ามสะพานไม้ ตามด้วยการปั่นจักรยานรับลมเย็นชมทัศนียภาพอันร่มรื่นของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ใ พระเริ่มบิณบาตร เวลา 06:20 น. ของทุกวัน พระสงฆ์จะบิณฑบาต ณ สะพานบุญแห่งนี้ สามารถมาเที่ยวและมาตักบาตรทำบุญกันได้ 





อีกหนึ่งจุดเช็คอินแห่งศรัทธาในประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาเยือน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย คือ วัดศรีชุม วัดศรีชุม เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง  



พระอจนะ วัดศรีชุม “ตำนานพระพูดได้” แห่งเมืองมรดกโลกอีกหนึ่งจุดเช็คอินแห่งศรัทธาในประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่ควรพลาด อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย คือ วัดศรีชุม กับตำนานเล่าขาน “พระพูดได้” อันเลื่องชื่อ ภายในวัดแห่งนี้ประดิษฐาน “พระอจนะ” พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ สร้างขึ้นด้วยศิลปะสุโขทัย หน้าตักกว้างกว่า 11 เมตร สูงถึง 15 เมตร โดดเด่นสง่างามอยู่ภายในมณฑปแบบพุกาม คำว่า “อจนะ” มาจากภาษาบาลี หมายถึง “ผู้ไม่หวั่นไหว” หรือ “ผู้ควรแก่การเคารพกราบไหว้” ตำนานเล่าว่า ในครั้งที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จมาชุมนุมพลที่วัดศรีชุม ก่อนจะยกทัพไปปราบเมืองเชลียง ทหารไทยจำนวนมากต่างรู้สึกไม่มีกำลังใจ เพราะต้องรบกับคนไทยด้วยกัน พระองค์จึงวางแผนให้ทหารผู้หนึ่งปีนขึ้นไปด้านหลังองค์พระอจนะ และพูดให้กำลังใจแก่ทหารจากด้านในของมณฑป เสียงจึงดังกังวานออกมาจากองค์พระ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่า “พระพูดได้” และมีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมา นอกจากนี้ วัดศรีชุมยังเป็นสถานที่ประกอบพิธี ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา 


หอพระพุทธสิริมารวิชัย สุโขทัย
หอพระพุทธสิริมารวิชัย...อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่นี่คือ......จุดเช็คอินถ่ายภาพสวยๆ และเป็นแหล่งศึกษาศิลปะ อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด หอพระแห่งนี้สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยสมัยสุโขทัย ภายในมีพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ซึ่งเดิมเป็นพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัยแต่เกิดชำรุดเนื่องจากไฟไหม้ 

หอพระพุทธสิริมารวิชัย นั้นจะตั้งอยู่ในเขตของ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ใน ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย และยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธสิริมารวิชัย พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยในสมัยสุโขทัยอันเก่าแก่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 209 เซนติเมตร สูง 290 เซนติเมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของสุโขทัยมาอย่างยาวภายหลังจึงบูรณะขึ้นมาใหม่  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า " พระพุทธสิริมารวิชัย " ซึ่งมีความหมายว่า... พระพุทธเจ้าที่ชนะมารด้วยสิริ 

นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสวยๆที่ผนังด้านในได้ศึกษากันอีกด้วย ฝั่งตรงข้ามหอพระฯเป็นวัดพระพายหลวงซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยคูน้ำ วิวดีมากกก มาตอนเย็นลมพัดเอื่อยๆเหมาะแก่การมาถ่ายรูปอย่างยิ่ง 

หอพระพุทธสิริมารวิชัย ที่เที่ยวสุโขทัย สักการะ พระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมือง
ที่อยู่ : ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
พิกัด : https://goo.gl/maps/hZaDQpR2PCMhG4Ld7 

การเดินทางจากจังหวัดสุโขทัยไปยังจังหวัดกำแพงเพชรมีระยะทางประมาณ 80-90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เข้าร่วมกิจกรรมร้อยเรียงเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวชากังราวในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร และชุมชนท่องเที่ยวนครชุมในเขตเทศบาลนครชุม ประกอบด้วย

1.นั่งรถรางชมเมือง

2.สักการะศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

3.สักการะพระอิศวร ณ ศาลพระอิศวร

4.กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์พับดอกไม้ใบเตย

5.ทานขนมไทยชุมชนท่องเที่ยวชากังราว

6.สักการะวัดพระบรมธาตุนครชุม

7.ทานอาหารพื้นถิ่นชิมแกงขี้เหล็ก

8.ชมการแสดงทางวัฒนธรรมชุมชนนครชุม

9.ชมการแสดงวัฒนธรรมชุมชนท่องเที่ยวไตรตรึงษ์ ระบำ ก.ไก่ 1 เดียวในโลก
ซึ่งได้รับรางวัล PATA Gold Awards


วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ที่ต้องไปสักการะ
วัดพระบรมธาตุนครชุมเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในมีศาสนสถานที่สำคัญหลายอย่าง เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุ 9 องค์, ต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่ที่พระยาลิไททรงปลูกไว้,พระอุโบสถหลังเก่า,พระวิหาร,วิหารพระนอน,ศาลาเรือนไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้แก่ชุมชน และเมื่อได้เข้าไปนมัสการและบูชาแล้ว ดังได้พบกับพระพุทธเจ้าด้วยตนเอง เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่สมัยเป็นเมืองนครชุมกินเวลายาวนานมากกว่า 600 ปี และยังคงยั่งยืนสืบต่อกันมาเป็นองค์มหาเจดีย์แห่งศรัทธา จวบจนปัจจุบัน

"ผิผู้ใดได้ไหว้นบกระทำบูชาพระศรีรัตมหาธาตุและพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่าไซร้ มีผลอานิสงส์พร่ำเสมอดังได้นบพระผู้เป็นเจ้า" อีกทั้งยังเป็นที่มาของงาน ประเพณีนบพระเล่นเพลง ด้วยค่ะ โดยจัดขึ้นในวันมาฆบูชา


ภายหลังยุคทองของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อาณาจักรสุโขทัยเริ่มเผชิญกับวิกฤตความแตกแยกในหมู่หัวเมือง จนกระทั่งถึงรัชสมัยของ พญาลิไท พระราชนัดดา ผู้ทรงพลิกฟื้นอาณาจักรด้วยกลยุทธ์ "พุทธจักร" คานอำนาจ "อาณาจักร"

ตามรอยประวัติศาสตร์ เดินทางไปสักการะวัดพระบรมธาตุนครชุมตั้งอยู่ฝั่งตำบลนครชุม เป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุเจดีย์ที่พระยาลิไททรงสร้างลานพญาลิไทตั้งอยู่ภายในวัดพระบรมธาตุนครชุม เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย์พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ


กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้ามัดย้อมศิลาแลง เทศบาลเมืองหนองปลิง
ผ้ามัดย้อมศิลาแลง กลุ่มแม่บ้านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้ามัดย้อมศิลาแลง ผ้ามัดย้อมศิลาแลง เทศบาลเมืองหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ผ้าย้อมดินศิลาแลง ดินสร้างโบสถ์ นำผงศิลาแลง ผลิตเป็นผ้ามัดย้อมศิลาแลงมีมนต์ขลังต้องลองสวมใส่ดูสักครั้ง  

ศิลาแลงของ จังหวัดกำแพงเพชร มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับและรู้จักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ จึงได้นำศิลาแลงที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชมรมฯหนองปลิง โดยได้รับการอนุญาติจากเจ้าอาวาส วัดหนองปลิง ให้นำผงศิลาแลงที่ก่อสร้างโบสถ์ มาเป็นส่วนผสม ในการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ สร้างด้วยศิลาแลง และมีความงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธา ของชาวจังหวัดกำแพงเพชร

วิถีชีวิต: ครอบคลุม 11 หมู่บ้าน ที่แห่งนี้ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยท้องทุ่งร่องเขาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สัมผัสบรรยากาศวันวานเคล้ากลิ่นอายประวัติศาสตร์ สะท้อนวัฒนธรรมและประเพณีน่าสนใจมากมาย ความน่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว ผู้คน อาหาร ตลอดจนประเพณีและวัฒนธรรม ดึงดูดให้เราอยากเข้าไปสัมผัส

ศิลปะ วัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชนคือ ศิลปกรรมลวดลายประดับศาสนาสถานว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับศิลปกรรมต่าง ๆ ในโบสถ์ศิลาแลงวัดหนองปลิง 

ภาษา: ท้องถิ่น ภาษากลาง

การแต่งกาย: ชุดผ้ามัดย้อมศิลาแลง

ประเพณี: งานสารทไทย งานบวชนาค งานสงกรานต์ ทอดกฐิน ผ้าป่า 

อาหาร: ข้าวเกรียบกล้วยไข่ น้ำพริกกล้วยไข่ แกงเผ็ดกล้วยไข่ ยำหยวกกล้วย แกงหัวปลีกะทิ กระยาสารทกล้วยไข่ ผัดขนุน แกงกะทิสายบัวหมูสามชั้น ขนมดอกดิน ขนมต้มแดงต้มขาว ขนมกล้วยสีผ้าจากดินสร้างโบสถ์ จากผงศิลาแลง เกิด เป็นผ้ามัดย้อมศิลาแลงมีมนต์ขลังต้องลองสวมใส่ดูสักครั้ง  

ศิลาแลงของ จังหวัดกำแพงเพชร มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับและรู้จักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ จึงได้นำศิลาแลงที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชมรมฯหนองปลิง โดยได้รับการอนุญาติจากเจ้าอาวาส วัดหนองปลิง ให้นำผงศิลาแลงที่ก่อสร้างโบสถ์ มาเป็นส่วนผสม ในการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ สร้างด้วยศิลาแลง และมีความงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธา ของชาวจังหวัดกำแพงเพชร

วิถีชีวิต: ครอบคลุม 11 หมู่บ้าน ที่แห่งนี้ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยท้องทุ่งร่องเขาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สัมผัสบรรยากาศวันวานเคล้ากลิ่นอายประวัติศาสตร์ สะท้อนวัฒนธรรมและประเพณีน่าสนใจมากมาย ความน่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว ผู้คน อาหาร ตลอดจนประเพณีและวัฒนธรรม ดึงดูดให้เราอยากเข้าไปสัมผัส เมนู น้ำพริกเสวย, ปลาทับทิมทอดขมิ้น, มัสมั่นกล้วยไข่ ก๋วยเตี๋ยวชางกังราว, ขนมจีบแป้งสด, เต้าห้วยชากังราวหลงเสน่ห์อาหารถิ่นกำแพงเพชรที่พิพิธภัณฑ์สถานกำแพงเพชร 




พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร
เฉลิมพระเกียรติอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นหมู่เรือนไทย ก่อสร้างด้วยไม้สักทอง บนพื้นที่ 25 ไร่ บริเวณด้านนอกอาคารโดยรอบมีการออกแบบภูมิทัศน์เพื่อเพิ่มความสวยงามร่มรื่น

ที่นี่…..จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ธรรมชาติวิทยาในท้องถิ่น ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ๒. ชาติพันธุ์วิทยาเมืองกำแพงเพชร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยที่ตั้งถิ่นฐานจังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ กลุ่มชนม้ง เย้า กะเหรี่ยง ลีซู นอกจากนี้ ยังนำเสนอข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับชนพื้นถิ่น ประเพณีและการดำเนินชีวิต ๓. มรดกดีเด่นเมืองกำแพงเพชร ที่ให้ข้อมูลในเรื่องทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ ศิลปวัฒนธรรม ๔. ห้องบรรยาย เป็นห้องที่ใช้สำหรับกิจกรรมการบรรยาย ของพิพิธภัณฑสถาน เป็นห้องจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรม ชิ้นเยี่ยมของชาวกำแพงเพชร 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
เปิดวันพุธ-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)
ติดต่อเข้าชมเป็นหมู่คณะ หรือนัดหมายวิทยากร ท่านสามารถแจ้งที่กล่องข้อความทางเพจ อี
เมล์ หรือโทรสอบถาม Tel. 055 711 570
Email : kpp_museum14@hotmail.com



วัดหนองปลิง โบสถ์ศิลาแลง สุดตระการตา ที่ใช้หินศิลาแลงในการสร้าง
….. ด้วยความตั้งใจของหลวงพ่อสีหนาท เพราะศิลาแลงเป็นวัสดุขึ้นชื่อของกำแพงเพชร ดั่งคำขวัญจังหวัดท่อนหนึ่งว่า “ศิลาแลงใหญ่” 

โดยให้ช่างผู้ชำนาญเป็นคนแกะสลักศิลาแลงเป็นลวดลายต่างๆ ที่ประณีตและละเอียดทุกระเบียดนิ้ว ตรงบันไดทางขึ้น ประดับด้วยรูปปั้นของนาคี-นาคา เป็นผู้คอยปกปักรักษาโบสถ์ และรูปปั้นช้างทรงเครื่อง หน้าประตูทางเข้าโบสถ์ ประดับด้วยเท้าเวสสุวรรณ ส่วนผนังโบสถ์ด้านหลังสลักเป็นพระพุทธรูปปางเปิดโลก อิริยาบถยืนอยู่เหนือดอกบัว ข้างใต้เป็นภาพ ๑๒ ราศี เปรียบเหมือนพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ ตลอดจนกำแพงรอบโบสถ์ก็ยังแกะสลักเป็นคติสอนธรรมและพุทธประวัติ นับๆ แล้วมีมากกว่าหนึ่งร้อยช่อง เมื่อเข้ามาด้านในโบสถ์ จะพบเพียงห้องโล่งๆ ที่กรุด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง เนื่องจากยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่แน่นอนแล้วว่าพระประธานโบสถ์คือ พระพุทธเจ้าเงินไหลมา เนื้อทองบริสุทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๒ นิ้ว เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการบูชา และเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองกำแพงเพชรสืบไป 

ปัจจุบันวัดหนองปลิงเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกำแพงเพชร โบสถ์ที่วัดหนองปลิง สร้างด้วยศิลาแลงจากหินธรรมชาติทั้งหลัง จนกลายมาเป็น โบสถ์ศิลาแลง แห่งเดียวในโลก แกะสลักลวดลายเกี่ยวกับพุทธศาสนาอย่างงดงามบนเนินเขา ริมสายน้ำปิงลมพัดโบกโบยเย็นสบายตลอดทั้งวัน ริมคลองบางทวน ดินแดนทางประวัติศาสตร์ เป็นวัดที่สวยงามและออกแบบแปลกไม่เหมือนใครนี้คือวัดหนองปลิง การจัดการของวัดยึดประโยชน์การใช้สอย ให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชน มากกว่า 



ศาลหลักเมือง กำแพงเพชร

สักการะศาลหลักเมือง ศาลที่เก่าแก่กว่า 700 ปีใครมาเที่ยวกำแพงเพชร ต้องมาสะกการะ ศูนย์รวมพลังศรัทธาเก่าแก่กว่า 700 ปี นักท่องเที่ยวนิยมแวะสักการะขอพรเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัย ของหายอยากได้คืน รวมทั้งเสริมสิริมงคลในเรื่องความมั่นคงของชีวิต ด้วยเชื่อกันว่าศาลหลักเมืองกำแพงเพชรนั้นเป็นสิ่งที่พ้องกับความมั่นคงไม่หวั่นไหวเสริมจิตใจให้เข้มแข็งจากเสาศิลาแลงยุคโบราณ ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าวรมันต์ (เหม่) สู่การบูรณะและสร้างเสาไม้สักทองจำลอง เพื่ออนุรักษ์ตำนานให้คงอยู่ ไม่ใช่แค่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่คือจุดเติมพลังใจของชาวกำแพงเพชร เชื่อกันว่า ‘เสาหลัก’ นี้คือพลังแห่งความมั่นคง แข็งแกร่ง และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 

เสาหลักเมืองกำแพงเพชร ศูนย์รวมพลังศรัทธาเก่าแก่กว่า 700 ปี จากเสาศิลาแลงยุคโบราณ ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าวรมันต์ (เหม่)สู่การบูรณะและสร้างเสาไม้สักทองจำลอง เพื่ออนุรักษ์ตำนานให้คงอยู่ไม่ใช่แค่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่คือจุดเติมพลังใจของชาวกำแพงเพชรเชื่อกันว่า ‘เสาหลัก’ นี้คือพลังแห่งความมั่นคง แข็งแกร่ง และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ศาลหลักเมือง กำแพงเพชร
ที่อยู่ : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข101 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
พิกัด : https://goo.gl/maps/QRVz7wQeKY5WrSdG7   
เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.

บ้านห้างฯโบราณ สมัยรัชกาลที่ ๕
เมื่อพูดถึงสถาปัตยกรรมที่ขึ้นชื่อของตำบลนครชุม บ้านห้างฯโบราณ สมัยรัชกาลที่ ๕ จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านนครชุม รวมไปถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของตำบลนครชุมเลยก็ว่าได้



บ้านห้างฯโบราณ สมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ บ้านห้าง ร. 5 บ้านห้างล่ำซำ ,บ้านผีสิง”, บ้านห้างพะโป้ และมีชื่อเรียกอีกมากมาย เป็นบ้านของคหบดีทำสัมปทานไม้ชาวกระเหรี่ยง นามว่า “พะโป้” ที่ได้ซื้อต่อมาจากพระยาราม เจ้าเมืองกําแพงเพชร เพื่อใช้เป็น สำนักงานบริหารกิจการไม้ ควบคุมเส้นทางการชักลากไม้ออกจากป่าคลองสวนหมาก แล้วลําเลียงผูกเป็นแพ ล่องลงไปยังนครสวรรค์อันเป็นชุมทางการค้าไม้ที่สำคัญในเขตภาคเหนือตอนล่าง

โดยตัวบ้านนั้นเป็นรูปแบบอาคารไม้ 2 ชั้น ในอดีตรูปอาคารเป็นทรงตัวยู แต่ในปัจจุบันได้มีบางส่วนปรักหักพักลงจึงคงเหลือไว้ให้เห็นเป็นอาคารไม้เดี่ยวเท่านั้น ซึ่งชั้นล่างสูงกว่าบ้านทั่วไปและยกพื้นพ้นดินขึ้นมามากกว่า 1 วา สร้างด้วยไม้สักเกือบทั้งหลัง รูปแบบไทยผสมตะวันตก ประตูเป็นไม้ ฉลุลายอย่างละเอียด ประณีต ระเบียงชั้นบนล้อมรอบอาคาร ซึ่งสามารถที่จะเดินได้รอบตัวอาคาร บริเวณเชิงชายประดับด้วยไม้ฉลุลาย เสา ชายคา และลูกกรงเป็นรูปแบบงานกลึง ดูอ่อนช้อย สวยงาม เหมือนบ้านพักตากอากาศและคล้ายราชวังทางตะวันตก ซึ่งปัจจุบันบ้านหลังนี้มีอายุมากกว่า 100 ปีแล้ว

ครั้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชร เสด็จเยือน ณ บ้านห้างหลังนี้จึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกว่า “บ้านห้างร.5  ซึ่งจะปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์ในจดหมายเหตุการเสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 ของพระพุทธเจ้าหลวง เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่หากใครมาเที่ยวนครชุมแล้วไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชม เพราะสถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นสถานที่ที่ทรงคุณค่า และควรค่าแก่การอนุรักษ์ เพื่อเป็นเอกลักษณ์และสัญลักษณ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและตัวตนของคนนครชุม

ปิดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ  อยากจะพาทุกคนไปเที่ยวน้ำตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และที่นั่นก็คือน้ำตกคลองลาน ณ อุทยานแห่งชาติของลาน จังหวัดกำแพงเพชร นั่นเอง เขาบอกเลยว่าน้ำตกแห่งนี้ยิ่งใหญ่อลังการมากๆ ตกลงมาจากหน้าผาสูงสวยงามสุดๆ เลยล่ะ แถมเต็มไปด้วยสีเขียวขจีของธรรมชาติรู้สึกสดชื่นมากๆ  ไปดูกันว่า น้ำตกคลองลาน จะสวยงามแค่ไหน ตามไปกันเลย

ชมบรรยากาศ น้ำตกคลองลาน จ.กำแพงเพชร

เช้านี้ วันที่ 22 พ.ค. 69  อุทยานแห่งชาติคลองลาน - Khlong Lan National Park  น้ำเยอะ ขาวกระจายเย็นสบาย สะอาด สวยสดชื่นมาก !!!! มาช่วงนี้ดีงามมากๆๆๆ เดินเล่นชมต้นไม้ กนกนารีสีฟ้า (Blue Spikemoss หรือ Rainbow Spikemoss) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Selaginella willdenowii

ลักษณะเด่น: เป็นพืชในกลุ่มญาติเฟิร์นที่โดดเด่นด้วยใบที่มีสีฟ้าแกมเขียวเหลือบเงา คล้ายปีกแมงทับ โดยเฉพาะเมื่อต้องแสงแดด

นิเวศวิทยา: มักพบขึ้นตามพื้นที่ป่าดิบชื้น ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน หรือปีนป่ายขึ้นตามต้นไม้ใหญ่อุทยานแห่งชาติคลองลาน - Khlong Lan National Park

น้ำตกคลองลาน มีความสวยงาม และยิ่งใหญ่อลังการมากๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ ส่วนตัวรู้สึกชอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี และความสวยงามอลังการของน้ำตก รู้สึกประทับใจที่ได้มาเห็นด้วยตา และมาเก็บภาพสวยๆ ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสไปเที่ยวเมืองกำแพงเพชร



น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน กําแพงเพชร
ที่อยู่ : ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

พิกัด : https://goo.gl/maps/E1GGJ4XE39o5vKQM7
เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.30 น.
โทร : 088 4079915
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/KhlongLanNationalPark/


ร้านขายของฝาก ที่ได้รับความนิยมในจังหวัดกำแพงเพชร
กล้วยไข่ กระยาสารท กล้วยฉาบ กล้วยทอด มันฉาบ เผือกทอด กล้วยเบรกแตก (กล้วยไข่) หอม หวานน้อย กรอบกรุบเต็มคำ พกไปเคี้ยวเล่นได้ทุกที่ ไม่มีเบื่อกล้วยหักมุกทอด ต้นหน่อกล้วยไข่ และของฝากอื่นๆ อีกมากมาย เลือกซื้อได้เลย สะดวกสบาย มีหลายร้านมากมาย เลือกได้ตามใจชอบ 

พบกันใหม่ทริปต่อไปเร็วๆ นี้นะคะ

ขอบคุณ ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว


#สุขทันทีที่เที่ยวสุโขทัยกำแพงเพชร
#ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว​
#ชสท #อพท​ #AmazingThailand
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุโขทัย
#จังหวัดสุโขทัย #จังหวัดกำแพงเพชร

ข่าวประชาสัมพันธ์

ชิลีมองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว รับการขยายตัวของสินค้าอาหารพรีเมียม

กรุงเทพฯ, 29 พฤษภาคม 2569 ชิลียกระดับความสำคัญของไทยและอาเซียนเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการสินค้า...

โวยวายดอทคอม