วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569

สอวช. จับมือ อพท. หนุนใช้อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่

“การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูธรรมชาติ ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชน


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) สนับสนุนการดำเนินงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง หรือ Regenerative Tourism” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. และนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เป็นผู้ลงนามความร่วมมือดังกล่าว

ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวไทยสู่ “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” ผ่านการเสริมสร้างความร่วมมือการดำเนินงานด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) ของกระทรวง อว. ด้วยการเชื่อมโยงงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรมเข้าสู่กลไกการขยายผลเชิงพื้นที่ ควบคู่กับการบูรณาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนระบบบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนาชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ พร้อมขับเคลื่อนและพัฒนาไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำ อววน. มาเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาพื้นที่พิเศษของ อพท. พร้อมทั้งร่วมกันพัฒนามาตรฐานและแนวทางการวัดผลที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล

อีกทั้ง เป็นเวทีที่แสดงถึงการยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง เพื่อวางทิศทางยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ โดยได้เน้นย้ำว่า ทิศทางการท่องเที่ยวไทยต้องมุ่งสู่การเป็น “Meaningful & High Value Destination” โดยนำแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างมาใช้ในการฟื้นฟูและยกระดับระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชน ขณะที่ความร่วมมือระหว่าง อพท. และ สอวช. จะเป็นกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้าน อววน. สอดรับกับแนวคิด “Future Link หรือ อนาคตเป็นไปได้” ของ กระทรวง อว. พร้อมหนุนเสริมด้วยการขับเคลื่อนของ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือ กรอ. ท่องเที่ยว และ “นโยบายชุมชนพลัส” ของ กระทรวง กก. เพื่อสนับสนุนชุมชนและผู้ประกอบการ เชื่อมโยงภาคเอกชน สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
.
ภายในงานยังมีการบรรยายโดยแขกรับเชิญพิเศษในหัวข้อ “ECOLIFE in C กับการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน” โดย นางสาวศิรพันธ์ วัฒนจินดา และนายพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ผู้ก่อตั้ง ECOLIFE ร่วมพูดคุยถึงการประยุกต์ใช้ ECOLIFE Platform เป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืน เชื่อมโยง “นักท่องเที่ยว–ผู้ประกอบการ–ชุมชน” ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อพื้นที่ สอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างที่มุ่งให้การท่องเที่ยวมีส่วนช่วยฟื้นฟูและยกระดับระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน

ขณะที่ ดร.สุรชัย ได้เปิดเผยถึงการร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่ง สอวช. ได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมออกแบบและพัฒนานโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทย โดยใช้กลไกของกระทรวง อว. เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของ อพท. พร้อมประสานเครือข่ายวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาหลักสูตรและเครื่องมือวัดผลตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based) สำหรับสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านการท่องเที่ยว โดยผลลัพธ์จากความร่วมมือในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบพื้นที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการสร้างรายได้จากกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้องค์ความรู้และผลการศึกษาจากพื้นที่มาใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย พร้อมทั้งช่วยเพิ่มคุณค่าของพื้นที่ท่องเที่ยวในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ในระยะยาว


ด้านนายศิริปกรณ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง อพท. และ สอวช. ในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการก่อให้เกิดกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคีเครือข่าย รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน อววน. เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างของประเทศไทย ที่นอกจากจะมุ่งสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแล้ว ยังช่วยกำหนดทิศทางและกลไกในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพชีวิตของชุมชน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่อไป โดยเสนอ 4 พื้นที่นำร่อง Living Lab ประกอบด้วย พื้นที่พิเศษฯ หมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง พื้นที่พิเศษฯ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พื้นที่พิเศษฯ เชียงราย พื้นที่พิเศษฯ คุ้งบางกะเจ้า






สอวช. และ อพท. ได้หารือถึงกรอบแนวทางและขอบเขตการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

1. การพัฒนา ออกแบบ และขับเคลื่อนนโยบาย มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาทรัพยากรไปสู่การฟื้นฟูและคืนกำไรให้ระบบนิเวศทางธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม โดยใช้กลไก อววน. เป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อสร้างการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างที่มีมูลค่าสูง พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมผลักดันผลลัพธ์และแนวคิดเข้าสู่แผนนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ 

2. การขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างและนโยบาย การประสานความร่วมมือ และการพัฒนาภาคีเครือข่ายระหว่างสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงโครงสร้างจากข้อมูลจริง พร้อมทั้งคัดเลือกและพัฒนาพื้นที่พิเศษ “Regenerative Tourism Lab” เป็นพื้นที่ทดลองนำร่องโมเดลการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับบริบทเฉพาะถิ่น และพัฒนากรอบแนวคิดการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions: NbS)

3. การพัฒนาเครื่องมือที่สร้างระบบนิเวศและวัดผลเพื่อการพัฒนา เช่น การเสนอและร่วมพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานตามหลักวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ประเมินผลกระทบเชิงฟื้นสร้าง โดยให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลก เช่น เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) และปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทเฉพาะถิ่นของไทย เพื่อให้เกิดเกณฑ์การวัดผลที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ และ 4. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ผู้ประกอบการ คณาจารย์ และชุมชน ผ่านหลักสูตรวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทุนมนุษย์ และเตรียมความพร้อมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ได้

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกาศผลประกวดบอร์ดเกม TBDC 2026 หัวข้อประเพณีและการละเล่นไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ SF World Cinema ชั้น 8 Central World เขตปทุมวัน นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เป็นประธาน ในงานประกาศรางวัลโครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกม ประจำปี 2569 (Thailand Board Game Design Contest หรือ TBDC 2026) หัวข้อประเพณีและการละเล่นไทย ซึ่งได้จัดร่วมกับสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย (TBGA) โดยนายสุรพันธ์ได้กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้เป็นการส่งเสริม “ต้นทุนทางวัฒนธรรม” หรือ “ซอฟต์พาวเวอร์” มาต่อยอดทำเป็นสื่อสร้างสรรค์ในรูปแบบบอร์ดเกม ซึ่งเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ร่วมสมัยที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในระดับนานาชาติ ทั้งบอร์ดเกมเป็นสื่อที่เข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ ส่งผลให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจอาหารพื้นถิ่น วัฒนธรรม ประเพณี ในเชิงลึกมากขึ้น ทำให้รู้สึกผูกพันหรือพร้อมแสวงหาความรู้ต่อยอดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวต่างชาติที่เล่นบอร์ดเกมอยากมาเที่ยวประเทศไทย เป็นการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในอนาคต” 



สำหรับผลการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ  อันดับ 1 : เกมซ่อนหา จากทีม Time2Play ได้รับรางวัล 100,000 บาท และทุนสนับสนุนการผลิตเกม 150,000 บาท, อันดับ 2 : เกมคุณเปรตขาย๊าวว จากทีมหมาดำกับแมวสลิด ได้รับรางวัล 50,000 บาท และทุนสนับสนุนการผลิตเกม 100,000 บาท, อันดับ 3 : เกมตี่จับ จากทีม RememberT ได้รับรางวัล 20,000 บาท และทุนสนับสนุนการผลิตเกม 50,000 บาท, รางวัลชมเชย เกม Above the cloud จากทีม Miscellaneous , รางวัล Popular vote เกม Ghost War จากทีม Gorvos และ รางวัล Artwork / Presentation เกมคุณเปรตขาย๊าวว  

ด้าน นายวัฒนชัย ตรีเดชา นายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย (TBGA) กล่าวว่าในปีนี้โครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกมได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยมีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นผู้สนับสนุนหลัก ร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน ที่พิเศษคือมีบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตยาดมหงส์ไทย มาร่วมสนับสนุนด้วย 

“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทางโครงการฯ ได้มีการพัฒนา และผู้สนับสนุนต่างได้เห็นประโยชน์การประกวดมากขึ้น ซึ่งเกมที่ชนะเลิศในปีนี้คือ “เกมซ่อนหา” ทางผู้ออกแบบเกมได้นำมาปรับให้มีความสนุกสนานและเล่นง่ายขึ้น และยังตรงตามกระแสที่ในปัจจุบันเกมซ่อนหาในออนไลน์กำลังได้รับความนิยม ซึ่งการประกวดครั้งนี้เป็นเรื่อง Soft Power ของไทย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องสื่อสารและขายได้ในระดับสากล ในปีนี้มีผู้ส่งผลงานที่หลาก หลายมากถึง 194 ทีม อีกเกมที่น่าสนใจคือประเพณีชิงเปรต ซึ่งได้แปลงวัฒนธรรมมาทำเป็นเกมที่สนุกสนาน ผู้เล่นจะได้รับเกร็ดทางวัฒนธรรมที่แทรกอยู่ในเนื้อหา การต่อยอดหลังจากนี้เนื่องจากที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้มีการเชิญเจ้าของหรือค่ายเกมมาร่วมในการตัดสิน จึงทำให้ทราบว่ามีอย่างน้อย 2 เกม ที่มีผู้สนใจนำไปผลิตเป็นบอร์ดเกมเพื่อจำหน่าย เมื่อได้รับรางวัลมาการันตีและมีสื่อมาจับจ้องก็น่าจะมีผู้สนใจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เกมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ทางผู้จัดงานจะได้นำไปพัฒนาและนำไปจัดแสดงที่ Thai Pavilion ในงาน SPIEL ที่เมือง Essen ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นงานมหกรรมบอร์ดเกมใหญ่ที่สุดในโลก” 




โดยในงานประกาศรางวัลฯ ได้มีการเสวนาเรื่อง "เปิดโลกงานวัฒนธรรมที่กลายเป็นบอร์ดเกม" โดยตัวแทนจากผู้ชนะเลิศโครงการประกวด TBDC 2024, “การเชื่อมธุรกิจ ตลาดบอร์ดเกมโลก” โดย  Mr.Collin Spanberger Co-Founder of PeakBGM Manager at Dexker Games, “เกมยาดมหงส์ไทย BOARD GAME SOFT POWER และวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมบอร์ดเกม” โดยคุณธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้ง บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด  

ผู้ที่สนใจผลการประกวดฯ สามารถเข้าไปดูรายละเอียด และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว ได้ทาง Facebook : TBDC Thailand Board Game Design Contest หรือโทรศัพท์ 062-7341267
และ 085-5426255 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

รฟฟท. ดำเนินมาตรการเชิงรุก ร่วมกับ สน.ตลิ่งชัน

รฟฟท. ดำเนินมาตรการเชิงรุก ร่วมกับ สน.ตลิ่งชัน จับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายไฟรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ดำเนินมาตรการเชิงรุก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน จนสามารถจับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายไฟรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีการบูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกท้องที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าเพื่อช่วยในการสอดส่องดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีการลักลอบเข้ามาตัดสายไฟในเขตพื้นที่รถไฟฟ้าบ่อยครั้ง นอกจากนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด มีการตั้งคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัย การจราจร และการสื่อสารมวลชน โดยมี พล.ต.ต. อำนาจ ไตรพจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานคณะ ซึ่งมีการดำเนินมาตรการเชิงรุก และติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกท้องที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการจนเกิดผลสำเร็จในครั้งนี้ พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 ได้สั่งการไปยัง พ.ต.อ.มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผกก.สน.ตลิ่งชัน พ.ต.ท.พงษ์ธวัช คงเสือ รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชันและฝ่ายสืบสวนสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เพื่อติดตามคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้ โดยเมื่อช่วงเวลา 10.30 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัทฯได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 คน พร้อมด้วยของกลางเป็นขดลวดสายไฟสีเงินประมาณ 10 กิโลกรัม , คีมตัดสายไฟ 1 อัน , มีดคัตเตอร์ 1 อัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ที่ใช้ขี่ไปก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักภายในซอยราชพฤกษ์ 26 เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร


โดยจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพ ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำความผิดในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร ซึ่งบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยินดีจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งจับกุมกลุ่มผู้ร่วมกระทำการลักลอบตัดสายไฟในพื้นที่รถไฟฟ้าอย่างเต็มความสามารถ

บริษัทฯยังคงมีมาตรการในด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเพิ่มมาตรการเชิงรุกร่วมกันระหว่างฝ่ายรักษาความปลอดภัย กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อออกตรวจตราตามเส้นทางการให้บริการทุกวัน เพื่อป้องกันการลักลอบตัดสายไฟในระบบของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง รวมถึงยังคงยึดมั่นในการดูแลด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ” รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

“สายสีแดง” จัดฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินด้านความมั่นคง รองรับสถานการณ์กราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า (Active Shooter) ประจำปี 2569

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินมาตรการต่างๆ ที่เป็นการยกระดับด้านการให้บริการรถไฟฟ้า ควบคู่กับการให้ความสำคัญในด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด อีกทั้งในปัจจุบันเกิดเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่สาธารณะ และมีการก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆบ่อยครั้ง จึงได้จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินด้านความมั่นคง ประจำปี 2569 เมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

โดยในการฝึกซ้อมครั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน , กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191) , กรมการขนส่งทางราง , การรถไฟแห่งประเทศไทย , การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย , ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณกรุงเทพฯ และบริษัท รักษาความปลอดภัย เอเซีย คลีนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด ซึ่งการฝึกซ้อมดังกล่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นภายในระบบรถไฟฟ้า และเป็นแนวทางให้บุคลากรทุกคนสามารถรับมือกับสถานการณ์ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างถูกต้อง รวมถึงเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดกรณีเผชิญเหตุการณ์กราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า (Active Shooter) ได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจว่า สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อย่างสะดวก และมีความปลอดภัยสูงสุด



บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน
โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET”





หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th
“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ” รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง  

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนเช็กอินแดนกระทิงดุผ่านแคมเปญ “Discover Spanish Fiesta – Spain’s Signature Flavours”


ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนเช็กอินแดนกระทิงดุผ่านแคมเปญ Discover Spanish Fiesta – Spain’s Signature Flavours” ภายใต้แนวคิด A Curated Celebration of Culinary Heritage” ที่ถ่ายทอดมรดกและภูมิปัญญาอาหารจากแต่ละภูมิภาคผ่าน “ภูมิศาสตร์แห่งรสชาติ” ตั้งแต่อันดาลูเซีย เอซเตรมาดูรา บาเลนเซีย ไปจนถึงกาตาลุญญา พร้อมคัดสรรอาหารและวัตถุดิบคุณภาพส่งตรงจากสเปน ให้ได้สัมผัสเสน่ห์และสีสันของวัฒนธรรมการกินแบบสเปนครบจบในที่เดียว นำโดย Riofrío Caviar Nacarii Original คาเวียร์พรีเมียมตัวใหม่จากกรานาดา แคว้นอันดาลูเซีย เลี้ยงในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ให้รสชาติละเอียดอ่อนเป็นเอกลักษณ์, Quesos El Pastor Old Sheep Cheese with Rosemary ชีสนมแกะจากจังหวัดซาโมรา บ่มกับโรสแมรี่จนได้กลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น, Castillo de Canena Picual Extra Virgin Olive Oil น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษจากฮาเอน แหล่งผลิตน้ำมันมะกอกสำคัญของสเปน โดดเด่นด้วยกลิ่นผลไม้และรสชาติเต็มคำ, Ines Rosales Classic Tortas ขนมไอคอนิกจากเมืองเซบียา สืบทอดตำนานความอร่อยมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1910 ให้เนื้อสัมผัสที่กรอบบาง เบาเป็นเลเยอร์ รังสรรค์ขึ้นด้วยน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น โดยไม่มีการแต่งสีสังเคราะห์หรือใส่สารเจือปนใดๆ, La Chinata Sweet Smoked Paprika Powder ปาปริก้ารมควันจากแคว้นเอซเตรมาดูรา ให้กลิ่นหอมลุ่มลึก, Carmencita Seafood Paella Kit ชุดทำปาเอญ่าอาหารทะเล ให้สร้างสรรค์รสชาติแบบสเปนได้สะดวกที่บ้าน และ Torres Extra Virgin Olive Oil Potato Chips มันฝรั่งทอดสไตล์กูร์เมต์จากแคว้นกาตาลุญญา ปรุงด้วยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ ให้สัมผัสกรอบและรสชาติกลมกล่อม

ออกเดินทางค้นพบมรดกแห่งรสชาติพร้อมเติมสีสันให้ทุกมื้อสนุกขึ้นไปกับของอร่อยและวัตถุดิบต้นตำรับจากหลากหลายภูมิภาคทั่วสเปน ในแคมเปญ
“Discover Spanish Fiesta – Spain’s Signature Flavours” ตั้งแต่วันนี้ – 15 กันยายน 2569 ที่ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด สาขาที่ร่วมรายการ หรือเลือกช้อปสะดวกผ่านท็อปส์ ออนไลน์ และ TOPS Personal Shopper ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, Facebook: Tops Thailand และ LINE Official: @TOPS THAILAND

#TOPS #EveryDayDISCOVERY  #DISCOVERSPAIN

#SPAIN’SSIGNATUREFLAVOURS

“Hello Again” เที่ยวเลยให้หายคิดถึง โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย

 

“Hello Again” เที่ยวเลยให้หายคิดถึง โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย ชวนแพ็กกระเป๋ากลับมาเช็กอินเมืองเลย เสิร์ฟห้องพัก 699 บาท พร้อม Mini Breakfast

8 กันยายน 2569 – โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย ในเครือฟอร์จูน โฮเทล กรุ๊ป บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ชวนเช็กอินเมืองเลย เมื่อปลายฝนเริ่มส่งสัญญาณเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว จังหวัดเลยกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าแพ็กกระเป๋าออกเดินทางอีกครั้ง ทั้งธรรมชาติ ภูเขา คาเฟ่ และเสน่ห์ของเมืองที่เหมาะกับการพักใจในวันสบาย ๆ โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย (Fortune D Loei) เปิดตัวโปรโมชั่น “Hello Again!” เที่ยวเลยให้หายคิดถึง ชวนคนรักการเดินทางกลับมาเช็กอินเมืองเลยอีกครั้ง กับห้องพัก Superior Room ราคา 699 บาทต่อคืน พร้อม Mini Breakfast จองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569

“Hello Again!” จับจังหวะการเดินทางช่วงปลายฝนต้นหนาว ช่วงเวลาที่เมืองเลยเริ่มกลับมาคึกคักและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะกับทั้งทริปพักผ่อนสั้น ๆ ในวันหยุด การออกไปสัมผัสธรรมชาติ เที่ยวคาเฟ่ หรือเดินทางมาทำธุรกิจ โดย Fortune D Loei เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่พักที่ช่วยให้การวางแผนทริปง่ายขึ้น ด้วยทำเลที่สะดวก ห้องพักที่ตอบโจทย์การพักผ่อน และราคาที่เข้าถึงง่าย



ภายใต้โปรโมชั่นนี้ ผู้เข้าพักสามารถเลือกพัก Superior Room ในราคา 699 บาทต่อคืน พร้อม Mini Breakfast เพื่อเติมพลังก่อนออกไปใช้เวลาตลอดวันกับเมืองเลย เหมาะกับนักเดินทางที่มองหาที่พักคุ้มค่า คล่องตัว และพร้อมเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ รอบเมือง
โปรโมชั่น “Hello Again!” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569 จำนวนห้องพักในราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด
สำรองห้องพักและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโรงแรมฟอร์จูน ดี เลยโทร. 042 036 630-35Line Official Account: @fortunedloei

สายสีแดง เผยผลสำรวจความพึงพอใจ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569


สายสีแดง เผยผลสำรวจความพึงพอใจ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ผู้โดยสารเชื่อมั่นคุณภาพการเดินรถและมาตรฐานด้านความปลอดภัย

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ความพึงพอใจในคุณภาพการเดินรถไฟฟ้า และมาตรฐานด้านความปลอดภัย 

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการให้บริการเดินรถไฟฟ้ากว่า 16 ปี บริษัทฯให้ความสำคัญกับทุกความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ เพราะถือเป็นข้อมูลสำคัญในการนำมาปรับปรุงพัฒนาการให้บริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยการสำรวจความพึงพอใจในครั้งนี้ นับเป็นการสำรวจครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งมีการลงพื้นที่สำรวจทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ จัดทำขึ้นโดยบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความความเชี่ยวชาญด้านงานวิจัยเชิงคุณภาพมาอย่างยาวนาน และบริษัท รีเสิร์ช ดีไซน์ เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบการสำรวจและงานวิจัยเช่นเดียวกัน โดยได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี ผลปรากฏว่า ผู้โดยสารมีระดับความพึงพอใจในด้านต่างๆ จากคะแนนเต็ม 5 ดังนี้

1. ความพึงพอใจโดยรวมด้านการให้บริการ 4.59

2. ด้านความปลอดภัยภายในระบบรถไฟฟ้า 4.57 สะท้อนถึงมาตรฐานการดูแลอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

3. ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.59 ตอกย้ำว่าระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ให้บริการเดินรถตามตารางเวลาอย่างเคร่งครัด

4. ด้านการประชาสัมพันธ์และการให้ข้อมูล 4.54 ซึ่งสะท้อนถึงความชัดเจนของข้อมูลเส้นทางการเดินรถ และการประชาสัมพันธ์การให้บริการต่างๆ

5. ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.49 แสดงถึงการออกแบบสถานีและขบวนรถที่รองรับการใช้งานของผู้โดยสารทุกกลุ่ม

6. ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.51 บ่งบอกถึงรถไฟฟ้าสายสีแดง คำนึงถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ผู้ใช้บริการควรได้รับ ควบคู่กับการให้บริการอย่างเต็มความสามารถ

ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเป็นอย่างมาก ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯได้พัฒนาและยกระดับการให้บริการที่สำคัญหลายด้าน ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ด้านความปลอดภัย และด้านคุณภาพการให้บริการ โดยผลสำรวจในครั้งนี้ สะท้อนถึงความก้าวหน้าในทิศทางที่ดี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้บริการไว้วางใจรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งนอกจากผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการแล้ว บริษัทฯ ยังมีแผนการพัฒนาเพื่ออนาคต ในการเพิ่มความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ด้วยการเดินหน้าพัฒนาการเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบ Feeder เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสถานีได้อย่างสะดวก รวมถึงพัฒนาการให้บริการในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายและประทับใจในทุกการเดินทาง

บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ใช้บริการทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา และเราขอสัญญาว่าจะไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์เดินทางที่ดีที่สุด รวมถึงยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากลต่อไปในอนาคต

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET”
หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569

“GIT” ผนึกกำลัง DITP – GIA – eBay จัดสัมมนาวิชาการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย ในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 74

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ พร้อมพันธมิตรระดับโลกอย่าง GIA และ eBay เตรียมจัดสัมมนาวิชาการและกิจกรรมภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 74 ระหว่างวันที่ 9 – 11 กันยายน 2569 ณ ห้อง 110AB และ 110C ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เพื่อเสริมองค์ความรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจตลอด 3 วัน อาทิ
●Gemstone Color Stability Testing – การพัฒนาระบบทดสอบด้วย LED และผลกระทบจากการฉายรังสีต่ออัญมณี

●Titanium in Jewelry – วัสดุใหม่ ความเป็นไปได้ใหม่ในการออกแบบและผลิต

●Grow Your Gems & Jewelry Business Globally with eBay – กลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก
ผ่านอีคอมเมิร์ซ

●Jade Markets in Southeast Asia and Origin Determination – ทิศทางตลาดหยก
และการพิสูจน์แหล่งกำเนิด

●From Pure Gold to Durable Gold / Beyond the Shine – นวัตกรรมทองคำ 24K
ความแข็งแรงสูง และโลหะมีค่าเพื่อความยั่งยืน

●If AI Can Do Everything, What's Still Ours? – บทบาทของมนุษย์ในยุคที่ AI เข้ามามีส่วนในอุตสาหกรรม

●Emerald Color Mapping for Gemological Applications และ Beyond the 4Cs – บทเรียนจากอุตสาหกรรมเพชรสู่วงการพลอยสี

●From Cultural Spirits through the Journey of Jewels – มุมมองด้านศิลปะและจิตวิญญาณ
ทางวัฒนธรรมในงานเครื่องประดับ

●The Legacy of Pearl Testing at GIA และ The Impact of Fluorescence on Diamond Appearance
โดยผู้เชี่ยวชาญจาก GIA สหรัฐอเมริกา


นอกจากนี้ยังมีการบรรยายจาก Lotus Gemology ในหัวข้อ Lab Notes & Field Notes และการเสวนาเจาะลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ครอบคลุมตั้งแต่วิทยาศาสตร์อัญมณีขั้นสูง เทคโนโลยี AI การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ไปจนถึงแนวทางความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ถือเป็นหนึ่งในเวทีการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญระดับโลก จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง สร้างมูลค่าการค้าและโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ทาง QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์

หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Bangkok Gems & Jewelry Fair

Instagram: bkkgemsofficial

เว็บไซต์: www.bkkgems.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน คุณรุ่งอรุณ จันทร์ขอนแก่น
โทร. 02 634 4999 ต่อ 631

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569

ทริป ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพ - สมุทรปราการ


ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 10 กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เติมเต็มความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และไนท์ไลฟ์รวมไว้ในเส้นทางเดียว 


เริ่มต้นสักการะหลวงพ่อโต รอดประตูเฮง ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ที่กลุ่มกิจการเพื่อสังคมย่านกุดีจีน 

‘ชุมชนกุฎีจีน’ ลองมาเดินเล่นชมพระอาทิตย์ตกในบรรยากาศชิดติดแม่น้ำเจ้าพระยา ชีวิตริมน้ำ สัมผัสกับวัฒนธรรมหลากหลาย ที่สำคัญไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือขนส่งสาธารณะก็มาง่าย

กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเรียนรู้ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ถือเป็นเส้นทาง MICE Adventure และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ครบรสทั้งสายบุญ สายวัฒนธรรม และสายกินปั่นจักรยานรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางปั่นริมน้ำเริ่มต้นแถบ วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร มีทางปั่นแยกเป็นสัดส่วนเรียบไปตามโค้งแม่น้ำ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชนหลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน ย่านเก่าแก่ผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) ตรอกซอยเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานชมบ้านเรือนไม้โบราณ สถาปัตยกรรมคลาสสิค 

สัมผัสเสน่ห์ชุมชนหลากวัฒนธรรมบนเส้นทางปั่นจักรยานลัดเลาะเข้าสู่ ชุมชนกุฎีจีน ย่านประวัติศาสตร์อันเป็นศูนย์รวมของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) สนุกกับการปั่นจักรยานสำรวจตรอกซอยเล็กๆ ชมความงามของบ้านไม้โบราณและสถาปัตยกรรมคลาสสิกที่ยังคงมีชีวิต










เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการลงมือทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณตกทอดตั้งแต่สมัยอยุธยาผสมผสานศิลปะการทำขนมแบบโปรตุเกส ใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ แป้ง และน้ำตาล โรยหน้าด้วยลูกชิด ลูกเกด และฟักเชื่อม อบด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม ได้สัมผัสเนื้อขนมที่กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมกลิ่นอบถ่าจากเตาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการออกกำลังกาย เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงมือทำ workshop ขนมโบราณหาทานยาก เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่ทั้งสนุก อิ่มท้อง และได้ซึมซับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน





ชมวิถีชุมชนคลองบางหลวง บ้านศิลปิน นั่งเรือโดนัท ที่ชุมชนเก่าแก่ย่านฝั่งธน คลองบางหลวง และย่านการค้าวังบูรพา การท่องเที่ยวลัดเลาะย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีจนถึงย่านการค้าวังบูรพา มอบเสน่ห์แห่งการเดินทางที่ผสมผสานวิถีชีวิตคลาสสิกริมน้ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์การค้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปะที่คลองบางหลวง


เดินชิลย่านชุมชนเก่าแก่บรรยากาศริมคลองบางหลวงเต็มไปด้วยความสงบ เรือนไม้โบราณตลอดสองฝั่งคลองยังคงสะท้อนวิถีชีวิตชาวฝั่งธนแบบดั้งเดิม เดินรับลม ชมวิถีชาวบ้านริมน้ำ และรอยยิ้มที่เป็นกันเองของคนในชุมชนสร้างสรรค์งานศิลป์ที่บ้านศิลปิน จุดแวะพักสำคัญคือบ้านไม้โบราณริมน้ำที่อบอวลไปด้วยงานศิลปะ มีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด วาดภาพ และมุมนั่งจิบเครื่องดื่ม ขนมอร่อย ชมทัศนียภาพริมน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์ในบรรยากาศสบายๆ

ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิค คือการนั่ง "เรือโดนัท" ลอยลำไปตามสายน้ำ มอบมุมมองใหม่ในการชมเมืองและวิถีชีวิตริมคลองบางหลวงอย่างใกล้ชิด ได้ทั้งความสนุก ถ่ายรูปสวย และสัมผัสความ

สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ย้อนวันวานย่านการค้าคลาสสิก วังบูรพาสัมผัสเสน่ห์ศูนย์กลางการค้าในอดีตจากฝั่งธนฯ ข้ามมาสู่ย่านวังบูรพา ศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าสุดฮิปในยุค 2500 ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ




ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)
สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทยตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ
ลานขนมไทย (ชั้น 1): ศูนย์รวมขนมไทยโบราณและหาทานยาก ทำสดใหม่ทุกวัน เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด ขนมทองม้วนสด และทองหยอดฝอกทอง
โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ: แหล่งรวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทอง เงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเลือกซื้อหัตถศิลป์ไทย
โซนร้านค้าและอาวุธปืน: ย่านการค้าดั้งเดิมที่มีทั้งร้านทอง ร้านอาหาร และร้านขายอุปกรณ์กราบไหว้/วัตถุมงคล
ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน 09:00 – 20:00 น.
ที่อยู่: 12 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีสามยอด)

ร้าน THAINIQUE “ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช เริ่มต้นจากการบำบัดร่างกายและจิตใจหลังพบวิกฤตใหญ่ในชีวิต ชมภิญญ์ น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากพืช 100% เริ่มต้นจากการทำใช้เองหลังป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งธุรกิจโรงงานเครื่องหนังล้มลง จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น แต่จะต้องปลอดภัยต่อร่างกาย

ในช่วงที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ “ชมภิญญ์” ตนเองก็ได้ไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในหลากหลายหลักสูตร เพื่อมาใช้ในการพัฒนาแบรนด์ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น IMMORTELLE BOOSTER ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่ช่วยทดแทนการใช้เซรั่ม, รอบดวงตา, ไนท์ครีม, เดย์ครีม, Breathe Cool 100 % Pure Essential Oil Blend เบลนด์น้ำมันหอมระเหย, Deep Sleep Pillow Mist สเปรย์น้ำมันหอมระเหยฉีดหมอน 





THAINIQUE ห้องเลขที่ C3-24 (ตรงข้ามร้านกับภูเก็ต)  ชั้น 3 ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า


ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess

….ในค่ำคืนวันนั้น……ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯสมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่ปิดท้ายทริป ก้าวย่าง อย่างยั่งยืน 10+10 MICE ADVENTURE ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ได้อย่างประทับใจ การได้ทานอาหารอร่อย ๆ สนุกสนานกับเคล้าเสียงเพลง ดนตรีสดตลอดการเดินทาง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนพิเศษ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟจากโบราณสถาน สะพานพระราม 8 และวัดอรุณราชวราราม เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด




การันตีความพิเศษ ด้วยมาตรฐานเรือภัตตาคาร ที่นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดแล้ว การบริการและความปลอดภัยยังอยู่ในระดับมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศบนเรือทั้งหรูหรา  โรแมนติก และอบอุ่น เหมาะกับการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทริปที่ทำกิจกรรมสนุก ๆ มาด้วยกันตลอดทั้งวันให้ความรู้สึกครบทุกรสชาติ ทั้งความบันเทิงจากโชว์ดนตรีสด รสชาติอาหารที่อร่อยหลากหลาย และการได้สัมผัสความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับทั้งการมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนพิเศษ

ปิดท้ายด้วยการชมทัศนียภาพยามค่ำคืนและแสงสีเสียงสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และย่านอาหารที่ไม่มีวันหลับไหล ไชน่าทาวน์ เยาวราช โรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์  



“อาศัย” เกิดจากความตั้งใจที่อยากให้แขกผู้มาเยือนได้เข้าถึงวิถีชุมชนอย่างแท้จริงแบบ Live Local หากคุณได้เข้าพักที่นี่ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย ค้นหาร้านอร่อยทั้งแบบคาเฟ่ อาหารร่วมสมัย อาหารไทยหรืออาหารจีนดั้งเดิม  ถือเป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและสายกิน-เที่ยวอย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ทำให้เดินทางสะดวกและเข้าถึงเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างง่ายดายไซน์ร่วมสมัย ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก


เช็คอินพักผ่อนที่ โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown)
ด้วยทำเลสุดสะดวกใจกลางย่านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร ทำให้การเดินทางสะดวกมาก และสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง street food บนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ดีไซน์ร่วมสมัยกลมกลืนกับชุมชน ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก

ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก: ห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์ ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว

ASAI Bangkok Chinatown
https://maps.app.goo.gl/UV16osyrFskWXRdr8
MRT วัดมังกร (มีที่จอดรถ)
โทร : 022208999 



รับเช้าวันใหม่ ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการ ปั่นจักรยานชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำสปา เพ้นท์กะลามะพร้าว ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.บางกระเจ้า ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง  ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างเมืองใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านคลองนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สะท้อนเสน่ห์ชุมชนชายฝั่งทะเลได้อย่างมีเอกลักษณ์

สัมผัสธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้านล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต: ชิลไปกับการนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ สองฝั่งคลองล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ เห็นนกน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด



เรียนรู้วิถีปูทะเล และไฮไลต์สำคัญคือการเข้าชมฟาร์ม/วังปูทะเล เรียนรู้สาธิตขั้นตอนตั้งแต่การ ตก ปูด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน การ ตัก ปูขึ้นจากกระชังอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการ มัด ปูทะเลด้วยเชือกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ถูกหนีบลิ้มรสปูทะเลสด จบกิจกรรมด้วยการชิมปูทะเลสดใหม่ เนื้อหวาน แน่น ไข่เต็มกระดอง นำมานึ่งร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ได้รสชาติความสดแท้ๆ จากแหล่งผลิต

กิจกรรมล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิตและทดลอง "ตกปู ตักปู มัดปู" ปูทะเลเลี้ยง
เส้นทางล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต เป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำในเขตอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ที่เน้นการสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้านและธรรมชาติป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด




กิจกรรมตามเส้นทาง นั่งเรือหางยาวชมวิวสองฝั่งคลอง ล่องเรือรับลมเย็นๆ สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งที่รายล้อมด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ นกน้ำ และวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำ เยี่ยมชมฟาร์ม/วังปูทะเล สาธิตและทดลองทำกิจกรรม "ตกปู ตักปู มัดปู" ปูทะเลเลี้ยง ด้วยเครื่องมือพื้นบ้านอย่างถูกวิธี  มื้อกลางวัน ชิมปูทะเลสดใหม่ ลิ้มลองรสชาติปูทะเลสดๆ เนื้อหวานแน่น ไข่เต็มกระดอง นึ่งร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด รสจัดจ้านจากแหล่งผลิตโดยตรง







กิจกรรม ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ 

กิจกรรม ปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3ยุค กิจกรรมปั่นจักรยานรับลม ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ (คุ้งบางกระเจ้า) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายชิลและสายอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยไฮไลต์สำคัญคือการปั่นจักรยานลัดเลาะศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค ที่สะท้อนการพัฒนานิเวศป่าชายเลนและป่าพรุริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสมบูรณ์

สัมผัสเส้นทางธรรมชาติป่า 3 ยุค เรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้ที่จำลองและรักษาไว้ ทั้งป่าดั้งเดิม ป่าฟื้นฟู และป่ารุ่นใหม่ พร้อมซึมซับอากาศบริสุทธิ์ของ "ปอดกรุงเทพฯ"

หอชมเมือง/หอดูนก จุดแวะพัก ยอดฮิตสำหรับปั่นจักรยานขึ้นไปชมวิวป่าไม้จากมุมสูง ถ่ายรูปสวย และดูนกธรรมชาติต่างๆ ปั่นจักรยานชมสวนสาธารณะเส้นทางปั่นปลอดภัย ร่มรื่นด้วยทิวไม้ตลอดทาง สูดอากาศสดชื่นและออกกำลังกายอย่างเพลิดเพลิน

สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก กิจกรรมชุมชน บ้านริมน้ำ






สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก กิจกรรมชุมชน บ้านริมน้ำ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น  สปาเท้าสมุนไพรผ่อนคลายความเมื่อยล้าหลังจากการเดินทางหรือปั่นจักรยาน ด้วยการแช่เท้าในน้ำสมุนไพรท้องถิ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและคืนความสดชื่น

เวิร์กช็อปเพ้นท์กะลามะพร้าวปลดปล่อยจินตนาการและสร้างสรรค์งานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ นำกะลามะพร้าวที่เป็นวัตถุดิบท้องถิ่นมาประดิดประดอยและระบายสีเป็นของระลึก D.I.Y. ชิ้นเดียวในโลก

ตำส้มตำลูกจากเปิดประสบการณ์ทำอาหารเมนูสุดพิเศษ นำลูกจาก พืชท้องถิ่นเอกลักษณ์แถบป่าชายเลนมาปรุงเป็นส้มตำรสแซ่บ ได้ความกรุบกรอบ หวานกลมกล่อมแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร




ทริปท่องเที่ยวสไตล์ MICE Adventure ที่รวมเสน่ห์วิถีชีวิต ชุมชน ธรรมชาติ วัฒนธรรม และแสงสีเสียงยามค่ำคืน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นทริปสั้นๆ ใกล้กรุงเทพฯ   ที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบครบสูตร อิ่มเอมกับธรรมชาติบริสุทธิ์ และประทับใจกับความน่ารักเป็นกันเองของคนในชุมชนเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้ทั้งสุขภาพจากการปั่นจักรยาน เติมความสุขให้สายกินด้วยปูสดและสตรีทฟู้ดชื่อดัง พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด

ข่าวประชาสัมพันธ์

สอวช. จับมือ อพท. หนุนใช้อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่

“การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูธรรมชาติ ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกร...

โวยวายดอทคอม