วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เกรซ นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ

Miss Thailand World 2019 ทูตกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ควงรุ่นพี่นางงามครอบครัว MTW
เข้าร่วมมอบกระเช้าแสดงความยินดีในโอกาสที่สำนักข่าว “คม ชัด ลึก” ครบรอบ 20 ปี

โดยมี รณชัย หาญสุวานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้รับมอบ 
ณ อาคารอินเตอร์ลิงค์ทาวเวอร์ 1 เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564

รมว.พม. ลงพื้นที่เยี่ยม 7 ครอบครัวอุปถัมภ์ ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

วันนี้ (15 ต.ค. 64) เวลา 10.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ณ บ้านนาหึก ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม เพื่อเยี่ยมครอบครัวอุปถัมภ์ที่รับดูแลเด็กจากสถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์และสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านเชียงใหม่ จำนวน 7 ครอบครัว  พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นมกล่อง ขนม และของเล่น ทั้งนี้ ได้ขอบคุณครอบครัวอุปถัมภ์และแสดงความห่วงใยในการดูแลเด็กในสถานการณ์โควิด-19  การป้องกันเด็กจากปัญหาติดเกมส์ และการสนับสนุนการศึกษาของเด็กอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวง พม. พร้อมให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวอุปถัมภ์ผ่านสถานสงเคราะห์ทั้งสองแห่ง









ห้องอาหารจีน หนาน หยวน โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการอีกครั้ง

ห้องอาหารจีน หนาน หยวน โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการอีกครั้ง กับหลากหลายเมนูเลิศรสจากเชฟจีนมากประสบการณ์ มื้อกลางวัน 12.00 - 14.30 น. และมื้อเย็น 17.30 - 21.30 น.

พิเศษสุดในเดือน พฤศจิกายนนี้

บุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวันท่านละ 699 บาทสุทธิ

เป็ดปักกิ่งตัวละ 799 บาทสุทธิ(สามารถปรุงได้สองเมนู)





สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะ โทร 02 641 1500

Line ID: @GrandFortuneBKK
Facebook: GrandFortuneHotelBangkok

MUT 2021 เปิปอาหาร สุดแซ่บที่ “เป็นลาว”เขาใหญ่


หลังจากได้ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจากและได้พักแรมบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เมื่อคืนก่อน  กับกิจกรรมการเก็บตัวของผู้เข้าประกวด 30 คนสุดท้ายเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 (Miss Universe Thailand 2021)  วันนี้เหล่าสาวงามได้เดินทางมาเติมพลังกันที่ร้านอาหาร "เป็นลาว"




ร้านอาหารอีสานรสแซ่บชื่อดังแห่งเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดดเด่นด้วยรสชาติอาหารเป็นเอกลักษณ์ ราคาจับต้องได้ และความเก๋าในไอเดียต่างๆ ที่รังสรรค์ให้ร้าน ”เป็นลาว” อยู่ยงคงกระพันมานานเกือบ 20 ปี โดย คุณพันชนะ วัฒนเสถียร เจ้าของใจดีที่ให้การสนับสนุนอาหารกองประกวด MUT 2021 ตลอดการเก็บตัว 7 วัน ตบท้ายไอศกรีมผลไม้รสเด็ดที่เป็น Limited Edition ที่ต้องห้ามพลาดในฤดูกาลนี้ จาก "สวนเอเดน ออร์แกนิกส์ ปากช่อง" สวนผลไม้ที่ปลูกแบบปลอดสารด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ที่เป็นต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย




วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564

รมว.พม.สืบสานงานตามรอยในหลวง ร.9 ส่งเสริมภูมิปัญญา สร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดสินค้าเกษตร

ชาวเขา ณ ศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรมดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่ 

วันนี้ (14 ต.ค. 64) เวลา 10.30 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ณ ศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรมดอยเชียงดาว ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง เพื่อพบปะเยี่ยมตัวแทนราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ และมอบผ้าห่มกันหนาว  อีกทั้งเยี่ยมชม "บ้านพระจันทร์ยิ้ม" เรือนทรงงานรัชกาลที่ 9 และวีดีทัศน์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ 15 เขต นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการกลุ่มอาชีพ ผลิตภัณฑ์ชุมชนของราษฎรบนพื้นที่สูง  ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารกระทรวง พม. นายอำเภอแม่แตง  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และทีม One Home พม. จังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกัน 



นายจุติ กล่าวว่า วันนี้ ตนนำทีมผู้บริหารมาลงพื้นที่แห่งนี้ เพื่อมาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างโอกาสให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำการเกษตร แต่ยังขาดการสนับสนุนในด้านกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่าย  ซึ่งตนได้หารือร่วมกับอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่า ควรจะต้องมีกองอีกหนึ่งกอง เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9 ทรงพระราชทานไว้เป็นมรดกให้คนไทยไว้ ทั้งนี้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีความก้าวหน้าในการสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้กับกลุ่มชาติพันธ์ ถ้าเรานำภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะว่าวันนี้ โลกไปไกลมาก ทุกอย่างต้องมีเรื่องราวที่จะบอกคุณประโยชน์ คุณสมบัติที่สำคัญของสินค้า ขณะเดียวกันการเคหะแห่งชาติมีบริษัทที่จะสามารถสร้างอาชีพและสินค้าจากเกษตรกร โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดในการกระจายสินค้าให้สามารถเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้นอีกด้วย 



นายจุติ กล่าวต่อไปว่า ศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรมดอยเชียงดาว อยู่ในพื้นที่เขตศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ได้สืบสานการดำเนินงานตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เสด็จพระราชดำเนินนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขาดอยเชียงดาว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูงให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น โดยมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพแก่ราษฎรบนพื้นที่สูงทั้งภาคเกษตร นอกภาคเกษตร และการแปรรูปในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวงและพื้นที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)  และส่งสริมการรวมกลุ่มประกอบอาชีพแก่กลุ่มสตรี
โดยการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย อาทิ การตัดเย็บผ้าขนเผ่าลาหู่ การยกระดับการแปรรูปผ้าทอลาหู่ การทำสบู่และการทำหมอนจากใบชา และการทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Slim Up Center เปิดตัวสาขาในรูปแบบโฉมใหม่ ศูนย์ความงามทันสมัยและสุขภาพครบวงจรที่สุดในประเทศไทย ณ.ตัวเมืองเชียงใหม่

สลิมอัพ เซ็นเตอร์ สาขาเชียงใหม่  พร้อมถือฤกษ์ดีฉลองเปิดสาขาใหม่ ในพร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้  บริเวณ แยกหนองประทีป ถนนเจริญเมือง โดยมี คุณปานทิพย์ กัลยวิมล ผู้บริหาร สลิมอัพ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย), คุณอำไพพรรณ  ทับทอง นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลแม่ริม พร้อมสมาชิกและแขกท่าน
ผู้มีเกียรติ ร่วมทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10   ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา  

"สลิมอัพ เซ็นเตอร์" (Slim Up Center) ลุยธุรกิจ สถาบันลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน เพื่อสุขภาพและความงาม ครบวงจร ภายใต้แนวคิด World of Advanced Technology in Firming & Slimming! เพื่อดูแลพร้อมแก้ปัญหารูปร่างสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและสัดส่วน ด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบรูปร่างด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นทันสมัยและแตกต่างหนึ่งเดียวในประเทศไทย สามารถวิเคราะห์และระบุปัญหารูปร่างเฉพาะส่วนของคุณได้อย่างถูกต้องแม่นยำ 100 % และเห็นผลรวดเร็วในเวลาที่จำกัด และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการนำศาสตร์ Anti – Aging  เวชาศาสตร์ชลอวัย เข้ามาผนวกกับ การให้บริการทรีทเมนท์ ของทางสถาบัน  เพื่อตอบสนองการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ทั้งสุขภาพ ความงาม รูปร่าง ผิวพรรณ รูปหน้า ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัยในระดับโลก  พร้อมด้วยทีมงาน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่มากด้วยประสบการณ์  เพื่อประกาศศักยภาพของสถาบันความงาม และสุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทย  ในการตอบโจทย์การดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก อย่างครบวงจร



หุ่นสวย สุขภาพดี เริ่มต้นที่  Slim Up Center   
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 02-620-0000 

Slim Up Center  สาขา เชียงใหม่ โทร. 053-284-154-5

Inbox: https://goo.gl/DiikeF

Line@ : https://line.me/R/ti/p/%40slimupcenter

Instagram : Instagram.com/slimup_center

Website: www.slimupcenter.co.th


Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนในการเร่งฟอร์มและทำผลงานให้ดีขึ้น #UP YOUR GAME

Amazfit ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสวมใส่ได้และชาญฉลาด ได้เปิดตัวอัตลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ที่โดดเด่น เพื่อเฉลิมฉลองการแสดงออกและสะท้อนคุณค่าและไลฟ์สไตล์อย่างกล้าหาญยิ่งขึ้น

Amazfit เป็นแบรนด์ของ Zepp Health (NYSE: ZEPP) ซึ่งได้จัดส่งอุปกรณ์ไปแล้วกว่า 100 ล้านชิ้นตั้งแต่ปี 2557 ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องที่ลูกค้าได้รับการเติมเต็มด้วยโอกาสที่ไม่สิ้นสุดและอารมณ์อันต่อเนื่อง, ความรู้สึกและเป้าหมายที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน, แบรนด์ Amazfit นำเสนอความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด ส่งผ่านความต้องการทั้งความหลงใหล ความเป็นธรรมชาติได้อย่างทันท่วงทีและสร้างสรรค์ในเชิงบวก อัตลักษณ์ใหม่ยังสะท้อนให้เห็นถึงสีสันอันโดดเด่นและวิวัฒนาการที่สนุกสนานของโลโก้ Amazfit 

 “เราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของผู้คน – ช่วยให้พวกเขาได้แสดงถึงบุคลิกภาพ พลังงาน และทัศนคติ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะรีเฟรชและอัพเกรดแบรนด์ Amazfit เพื่อการนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ดีกว่า และส่งเสริมให้ผู้คนใช้ชีวิตแบบมีสุขภาพที่ดีกว่าเดิม สำหรับก้าวแรกในการเดินทางครั้งนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะแสดงโลโก้ใหม่ Amazfit ที่นำเสนอโลกที่มีสีสัน และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการเป็นหนึ่งเดียว” จากคำกล่าวของ มร.ฮวง หวัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amazfit 

วิสัยทัศน์ของ Amazfit คือการทำให้ผู้คนมีอิสระ เพื่อให้พวกเขาใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการ และแสดงออกถึงสปิริตอันกระตือรือร้น Amazfit ทำเช่นนี้ โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ล้ำสมัย มีสไตล์ ที่ส่งเสริมการแสดงออก ภาพลักษณ์ที่สร้างสรรค์, เฉลิมฉลองการใช้ชีวิตที่ทำให้ลูกค้าใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ 

ด้วยโปรไฟล์ที่ครอบคลุมของ Amazfit นั้นรวมถึงสมาร์ทวอทช์และสายรัดที่มีสไตล์และสปอร์ต อุปกรณ์ออกกำลังกายและหูฟัง และในจุดนี้ Amazfit ยังเดินหน้าต่อไปในการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนในการเร่งฟอร์มผลงานให้ดีขึ้น #Up their Game  

Amazfit ได้ร่วมมือกับผู้บุกเบิกในโลกแฟชั่นชั้นนำอย่าง HELIOT EMIL™ และ Christian Cowan ซึ่งต่างให้การตอบรับความต้องการที่จะยกระดับเร่งฟอร์มผลงานให้ดีขึ้น #Up their Game และผสาน Amazfit เข้ากับการแสดงแฟชั่นโชว์ที่ Paris Fashion Week และ New York Fashion Week ตามลำดับ 

ความร่วมมือกับนักออกแบบแฟชั่นชั้นนำ เป็นผลมาจาก Amazfit ได้เปิดตัวสินค้า GTR 3 และ GTS 3 ซีรี่ย์ ซึ่งเป็นชุดของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายอันล้ำสมัยที่นำเสนอควบคู่ผ่านสมาร์ทวอชท์ ที่เก๋ไก๋ และมีสไตล์ 3 รุ่น  และทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเร่งฟอร์มผลงานให้ดีขึ้น โดยไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัว ผลิตภัณฑ์ GTR 3 Pro, GTR 3 และ GTS 3 ได้รับการสร้างสรรค์เพื่อช่วยให้ผู้คนนำทางโดยไม่ต้องพยายาม ทั้งในและนอกโลกดิจิทัลพร้อมสร้างความสมดุลย์และความสำเร็จไปพร้อมๆ กัน  

ในช่วง Paris Fashion Week ทาง Amazfit ได้ผสานแฟชั่นกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์อัฉจริยะสามารถกลายเป็นตัวขับเคลื่อนในสไตล์ส่วนตัวที่สามารถสวมใส่ในหรือนอกรันเวย์ได้อย่างไร สมาร์ทวอทช์ของ Amazfit ที่ประกอบด้วยรุ่น GTR 2, GTS 2e และ T-Rex Pro สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้คนมีก้าวแรกในการเข้าสู่โลกฟิตเนสอัจฉริยะ ขณะที่ดูมีสไตล์สุดๆ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาแฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ HELIOT EMIL  อย่างสมบูรณ์ 


          “ไม่หยุดยั้งที่จะสร้างนวัตกรรม และยังคงไว้ซึ่งบทสนทนาอันมีความหมายภายใต้อุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์” จากคำกล่าวของ  HELIOT EMIL 

Amazfit GTR 2 และ GTS 2 ซีรี่ย์ มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ BioTracker™ 2 PPG ที่พัฒนาขึ้นเองมีความแม่นยำสูง ด้วยระบบเอ็นจิ้นเซ็นเซอร์อันทรงพลัง ที่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในการปกป้องสุขภาพได้รอบด้าน ค่า PAI ที่คำนวณมาจากข้อมูลที่มีการประมวลผลเกี่ยวกับอัตราการเต้นของหัวใจ, เวลาในการออกกำลังกาย รวมถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพอื่นๆ ด้วยอัลกอริทึ่ม ซึ่งค่านี้ให้การประเมินสุขภาพส่วนบุคคลสำหรับผู้ใช้แต่ละราย โดยพิจารณาข้อมูลสุขภาพเฉพาะของพวกเขา, เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป 

“พวกเรา รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ HELIOT EMIL  โดยมีการแชร์วิสัยทัศน์เดียวกันที่ว่า แฟชั่นควรมีสไตล์ ใช้งานได้จริง สวมใส่ได้ และมีประโยชน์ ในแง่ความสวยงาม ภายใต้ความร่วมมือที่งดงามนี้ ผลิตภัณฑ์ GTR 3 และ GTS 3 ซีรี่ย์ นำเสนอแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ผ่านไปยังผู้บริโภคที่ให้คุณค่าช่วยให้ชีวิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Amazfit กล่าว

“ตามรอยพ่อฯ” จับมือพันธมิตรช่วยน้ำท่วมและโควิดในจังหวัดสระบุรี

ขยายผลแคมเปญ “รวมพลังสู้โควิด-19” สู่การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก


โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) ปี 9นำโดย บริษัท  เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และพันธมิตร ขยายผลแคมเปญ
“รวมพลังสู้โควิด-19”จากการรับมือวิกฤตโควิด-19 สู่การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในลุ่มน้ำป่าสักพื้นที่ จ.สระบุรี โดยร่วมกับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ และศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา
โคกนาศัยด้วยการส่งมอบชุดยังชีพน้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า และชุดดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยสีเขียวที่พักรักษาตัวที่บ้าน หรือกล่องกรีนบ็อกซ์ ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของเครือข่ายลุ่มน้ำป่าสัก ที่นอกจากจะสามารถพึ่งตนเองได้ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นยังเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นในภาวะวิกฤตได้อีกด้วย



สู้ทุกวิกฤตด้วยศาสตร์พระราชาและพลังสามัคคี
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “ขณะที่วิกฤตโรคระบาดจากไวรัสโควิด-19ยังไม่ทันผ่านพ้นไป ก็เกิดอุทกภัยใหญ่ขึ้นมาอีก สร้างผลกระทบแก่ประชาชนกว่า 300,000 ครัวเรือนใน 32 จังหวัดซึ่งเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความเตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. 2547 ที่ว่า ’สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ พร้อมทรงวาดภาพระเบิด 4 ลูกล้อมรอบประเทศไทยอยู่ ซึ่งถึงวันนี้ประจวบเหมาะพอดีกับสถานการณ์ปัจจุบัน ระเบิด 4 ลูก หมายถึงวิกฤต 4 ด้านที่เรากำลังเผชิญอยู่ คือ วิกฤตด้าน

สิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยแล้ง หมอกควัน วิกฤตด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และวิกฤตด้านการเมือง จะเห็นได้ว่าทรงคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ทรงเตือนคนไทยล่วงหน้าหลายปีเพื่อให้เตรียมพร้อมระวังภัย และได้พระราชทานศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยปฏิบัติเพื่อพึ่งพาตัวเองได้และใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อเป็นทางรอดจากทุกวิกฤตดังกล่าว

โดยเฉพาะลุ่มน้ำป่าสักมีความลาดชันสูง จัดการยาก โครงการจึงเร่งรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักหาวิธีเก็บน้ำไว้ใช้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นตุ่ม แท็งก์ ปลูกไม้ใหญ่เพราะรากไม้จะช่วยขุดดินลึกลงไปหลายสิบเมตร เป็นแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติอย่างดี ใครมีที่ดินก็ทำโคกหนองนา ขุดบ่อขุดหนองและนำดินมาถมให้สูงเป็นโคกเพื่อทำที่อยู่อาศัย ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในหนองก็ปลูกข้าว เลี้ยงปลา จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องก็ได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า พื้นที่โคกหนองนาตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีพื้นฐานปัจจัย 4 ครบ ทั้งอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ทำให้คนมีฐาน 4 พอที่มั่นคง คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น และยังสามารถแบ่งปัน สร้างรายได้ เป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไร ก็สามารถอยู่รอดและยังช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย”


รวมพลังเครือข่ายสู้น้ำท่วม
นางสาวพรสุรีย์ กอนันทาผู้จัดการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดกล่าวว่า “นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19เมื่อปีที่ผ่านมาโครงการตามรอยพ่อฯ ได้เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งการรับมือวิกฤตครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชาวไทยบนเว็บไซต์และเฟซบุ๊คเพจของโครงการตามรอยพ่อฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่การลงมือปฏิบัติ อันจะเป็นเกราะป้องกันจากวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยมีแคมเปญ ‘รวมพลังสู้โควิด-19’ เป็นกิจกรรมล่าสุด ซึ่งโครงการตามรอยพ่อฯ ได้ทำงานร่วมกับศูนย์ช่วยโควิด-19 ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติรวม 19 แห่งทั่วประเทศจัดคาราวาน ‘รวมพลังสู้โควิด-19’ แจกตะกร้าปันสุขชุดต้มและน้ำสมุนไพร 7 นางฟ้าและกล่องกรีนบ็อกซ์ (Home IsolationGreen Box) ซึ่งเป็นชุดดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยสีเขียวที่พักรักษาตัวที่บ้านไปเป็นจำนวนมาก 

อย่างไรก็ดีหลังจากดำเนินกิจกรรมไปไม่นาน พายุ ‘เตี้ยนหมู่’ ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงปลายเดือนกันยายนทำให้ฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมฉับพลันเกือบทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรีเราจึงขยายขอบเขตการดำเนินงานของแคมเปญรวมพลังสู้โควิด-19ด้วยการส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วยชุดยังชีพ (ข้าวสาร น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา เทียนไข ไฟแช็ค) 500 ชุด น้ำยาอเนกประสงค์ 500 ชุด สบู่เหลวสมุนไพร 500 ชุด ครีมแก้น้ำกัดเท้า 500 ตลับ อาหารปรุงสุก 700 ชุด น้ำดื่ม 700 ชุด และชุดดูแลตนเองป้องกันโควิด-19 (กล่องกรีนบ็อกซ์ น้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า)โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี โดยนายบุญล้อม เต้าแก้ว ที่ช่วยประสานการดำเนินงานและส่งความช่วยเหลือ และศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโคกนาศัย ต.ม่วงงาม อ.เสาไห้ จ.สระบุรี โดยนางสาววนิดา ศรีเม่น (กำนันไก่) เป็นศูนย์ดำเนินงานช่วยเหลือ โดยศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา โคกนาศัย นับเป็นโคกหนองนาแห่งแรกของโครงการตามรอยพ่อฯ ตั้งแต่ปีที่ 1 (พ.ศ.2556) ทั้งยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ว่าศาสตร์พระราชาแก้วิกฤตได้อย่างยั่งยืน”

ด้านนายบุญล้อม เต้าแก้วผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ กล่าวถึงรายละเอียดของพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักในจังหวัดสระบุรีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมว่า “ผมมีโอกาสได้ทำงานครั้งแรกกับอาจารย์ยักษ์เมื่อครั้งมหาอุทกภัย ปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ จึงได้นำสิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานกับอาจารย์ยักษ์มาใช้ในการรับมือกับอุทกภัยในครั้งนี้ ทั้งการวางแผน การจัดทัพ การวางงาน ใครมีหน้าที่อะไร โดยต้องประเมินสถานการณ์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ได้ก่อน แล้วจัดตั้งศูนย์ประสานงานความช่วยเหลือขึ้นบนพื้นที่ของเครือข่ายที่ไม่ได้รับผลกระทบและอยู่ใกล้กับพื้นที่น้ำท่วมจากนั้นให้เครือข่ายที่อยู่ในจุดที่น้ำท่วม ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่ว่า น้ำท่วมสูงแค่ไหน มีกี่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ อพยพไปอยู่ตรงจุดไหน วิกฤตที่เจอมีอะไรบ้าง และคนที่ออกมาแล้วมีกี่คน ผู้ชายกี่คน ผู้หญิงกี่คน เด็กกี่คน มีคนป่วยไหม เพื่อที่เราจะได้เตรียมความช่วยเหลือเข้าไปอย่างเหมาะสม หากจะต้องมีการขนย้ายอย่างเร่งด่วน เราก็จะประสานหน่วยงานเพื่อจะเอาเรือเข้าไปรับออกมา ณ พื้นที่อพยพชั่วคราวที่เตรียมไว้


เมื่อคนมารวมตัวกันเยอะๆ เราก็ต้องเตรียมเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และยา ให้พรั่งพร้อม เพราะเรากำลังเผชิญวิกฤตวิด-19 อยู่ด้วยโดยเราได้เตรียมยาสมุนไพรต่างๆ ยาทั้งน้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า หน้ากากอนามัย ยาหยอดจมูก และถุงยังชีพเพื่อแจกผู้ประสบภัย นอกจากนี้เรายังเตรียมทำน้ำยาเอนกประสงค์ เพื่อใช้ชำระล้างจานล้างถ้วย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติไม่มีสารเคมีจึงไม่ทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่เน่าเสีย นอกจากนั้น การปฏิบัติตามแนวทางศาสตร์พระราชาได้สร้างประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ โดยไม่เพียงทำให้เราช่วยเหลือตนเองได้ แต่ยังส่งผลให้เรามีแหล่งวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างไม่ขาดแคลน และเมื่อเครือข่ายของเราทั้งในสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเช่นนครนายกทราบเรื่อง ก็ส่งอาหารต่างๆ มาสมทบอีกแรงด้วย” 

นางสาววนิดา ศรีเม่น (กำนันไก่) ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา โคกนาศัย ต.ม่วงงาม อ.เสาไห้ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอีกแห่งหนึ่งของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า “มีความภาคภูมิใจที่เป็นเครือข่ายโครงการตามรอยพ่อฯ และตัดสินใจลงมือปฏิบัติตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ขุดโคกหนองนาที่แรกของโครงการนี้ เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2556) ถึงวันนี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนที่เคยไม่เชื่อแล้วว่า โคกหนองนาแห่งนี้ได้ช่วยให้เราสามารถพึ่งพาตนเองได้ในภาวะวิกฤตไม่ว่าจะโรคระบาดหรือน้ำท่วม และยังช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากวิกฤตได้อีกด้วย”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญ “รวมพลังสู้โควิด-19”
ในโครงการ  “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” 

ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือ https://ajourneyinspiredbytheking.org



รมว.พม.แนะทางออกสังคมไทย ร่วมดึงทุกภาคส่วนสร้างคนดี คนเก่ง ขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม

วันนี้ (11 ต.ค. 64) เวลา 15.30 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวปิดการเสวนาเรื่อง “ทางออกสังคมไทย คนไทยต้องคิดบวก” ภายในงาน “เสริมพลังสังคม ด้วยพลังคิดบวก” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ 1) นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2) อาจารย์ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และ 3) นางนภา เศรษฐกร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม และอดีตอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ซึ่งมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ดำเนินรายการ อีกทั้งมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างพลังคิดบวกร่วมกันในการพัฒนาสังคม ณ ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กทม.




นายจุติ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมให้ทิศทางและอาหารสมองในวันนี้ อยากให้ทุกท่านมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านแนะนำ เราได้เริ่มทำมาบ้างแล้ว ทั้งนี้ กระทรวง พม. จะดำเนินโครงการคนไทยคิดบวก โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน จะร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม  นอกจากนี้ ตนได้มอบนโยบายให้สร้างมูลค่าเพิ่ม
โดยทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในภาคส่วนต่างๆ ทั้งนี้ จากสถานการณ์โควิด – 19 ทำให้หลายอย่างในสังคมไม่เหมือนเดิม ซึ่งเราต้องมีทักษะประสบการณ์เพิ่มเติม ทั้งหมดนี้ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวง พม. ทั้ง 4 กระทรวง จะร่วมกันสร้างคนดีและคนเก่ง

คลิป : https://youtu.be/Em1DTj4y-Y4 รมว.พม.แนะทางออกสังคมไทย

โดยทำงานแบบบูรณาการ ในอนาคตเราจะต้องทำงานร่วมกับทุกท่านในวันนี้ ตนเชื่อว่าเราต้องการความหลากหลายและความหลากหลายจะเป็นจุดแข็ง ทั้งนี้ อาสาสมัครด้านต่างๆ จะต้องเติมทักษะในทุกมิติ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์และจะได้นำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กระทรวง พม. จะไม่สามารถทำงานสำเร็จได้ ถ้าขาดภาคีเครือข่ายและอาสาสมัคร ซึ่งเราทำงานคนเดียวจะไม่มีทางสำเร็จ
และเราต้องพร้อมที่จะแชร์ความสำเร็จกับผู้ร่วมงานของเราด้วย

ข่าวประชาสัมพันธ์

เกรซ นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ

Miss Thailand World 2019 ทูตกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ควงรุ่นพี่นางงามครอบครัว MTW เข้าร่วมมอบกระเช้าแสดงความยินดีในโอกาสที่สำนักข่าว “ค...

โวยวายดอทคอม