วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เปิดโลกเรียนรู้ สนุกคิด ลงมือทำเพื่อโลกที่ยั่งยืนที่งาน SX2026

เพราะการเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก SX KIDS ZONE ที่งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่อยากชวนเด็ก ๆ มาสนุกกับการเรียนรู้ พร้อมปลูกฝังแนวคิดการปรับตัว การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกตั้งแต่วันนี้ 

พบกับไฮไลต์ห้ามพลาด นิทรรศการ Ant’s World เปิดโลกการเรียนรู้ผ่านคอนเซปต์ Resilience in Action พบกับมด 5 อาชีพ ที่จะพาน้อง ๆ ผจญภัยไปตามฐานกิจกรรม พร้อมสะสมความสนุกผ่าน Kids Passport เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การปรับตัว และบทบาทของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ผ่านการเล่นที่สนุกและได้ความรู้ในทุกก้าว รวมทั้งโซน Wonders of Our Blue Space "เซฟพื้นที่สีฟ้า เพื่อบ้านของทุกชีวิต" ชวนทุกคนไปสำรวจความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล เพื่อเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลภายใต้บ้านสีฟ้า ผ่านกิจกรรมภายในบูธ เช่น Learning Zone พาสำรวจท้องวาฬยักษ์ เรียนรู้ผลกระทบของขยะพลาสติกต่อวาฬ และยังมีกิจกรรมร่วมสนุกอีกมากมายพร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปที่ให้น้อง ๆ ได้มีส่วนร่วม และได้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลบ้านสีฟ้าอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน



ต่อด้วย เวทีหนูทดลอง ชวนเด็ก ๆ สวมบทนักสำรวจตัวน้อย ทดลองจริง เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ    ตัวจริง สนุกไปกับการผจญภัยย้อนโลกไดโนเสาร์ไทยกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทดลองขุดฟอสซิล 

อีกหนึ่งไฮไลต์ ห้ามพลาด! การสาธิตภารกิจสุนัขกู้ภัย K9 โดย กองเฝ้าระวังและปฏิบัติการสุนัข ชวนเด็ก ๆ เปิดโลกฮีโร่สี่ขาผู้ช่วยค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัย พร้อมเรียนรู้พลังของการฝึกฝนและการทำงานเป็นทีมระหว่างคนกับสุนัข

ต่อด้วยกิจกรรม รวมพลคนเลี้ยงมด โดยภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนเด็ก ๆ เปิดโลกมดหลากหลายสายพันธุ์ เรียนรู้บทบาทของแมลงตัวจิ๋วในระบบนิเวศอย่างใกล้ชิด ปิดท้ายด้วย Body Guard by Frog Team ฝึกไหวพริบ เรียนรู้ทักษะเอาตัวรอดและรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อดูแลตัวเองให้ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ยังสนุกต่อได้ที่ ลานสนุกคิดส์ กับกิจกรรมประลองปัญญาอย่างลานหมากรุก ฝึกสมาธิ วางแผน และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมต่อยอดจินตนาการที่ ลานเล่นเรียนรู้ เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ สนุกกับการเล่นอย่างอิสระ เรียนรู้สิ่งใหม่ และค้นพบความชอบของตัวเอง!

คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพาน้อง ๆ มาสนุก คิด ทดลอง และค้นพบโลกใบใหม่ไปด้วยกัน ในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) ระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 ที่โซน SX KIDS ZONE ชั้น LG Hall 8 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง 

Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial 

#SX2026 #SustainabilityExpo2026 #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก
#SustainabilityExpo #ResilienceInAction #ปรับรับเปลี่ยน

เอปสันได้รับการรับรองระดับแพลทินัมจาก RBA ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

28 ตุลาคม 2569 – บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประกาศความสำเร็จของ Epson Precision (Philippines), Inc. (EPPI) โรงงานผลิตในประเทศฟิลิปปินส์ หลังได้รับการรับรองระดับแพลทินัม (Platinum) จาก Responsible Business Alliance (RBA) ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสำหรับห่วงโซ่อุปทาน โดยการรับรองดังกล่าวเป็นผลจากการตรวจประเมินภายใต้โครงการ Validated Assessment Program (VAP) โดยหน่วยงานอิสระภายนอกที่ได้รับการรับรองจาก RBA สะท้อนความมุ่งมั่นของเอปสัน ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชน สภาพแวดล้อมในการทำงาน สิ่งแวดล้อม และหลักจริยธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
เอปสันเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Responsible Business Alliance (RBA) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 และ
ได้ดำเนินการตรวจประเมิน VAP โดยสมัครใจอย่างต่อเนื่อง ณ โรงงานผลิตหลักของบริษัท เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร โดยการตรวจประเมินดำเนินการโดยหน่วยงานอิสระภายนอกที่ได้รับการรับรองจาก RBA ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ แนวปฏิบัติด้านแรงงาน สุขภาพและความปลอดภัย มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และจริยธรรม ทั้งนี้ โรงงานผลิตของเอปสันในหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเชีย อินโดนีเชีย ไทย จีน และฟิลิปปินส์ ต่างผ่านการประเมิน VAP และได้รับการรับรองในระดับแพลทินัม
สำหรับ Epson Precision (Philippines), Inc. (EPPI) ก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2537 ตั้งอยู่ที่เมืองลีปา ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในโรงงานผลิตของกลุ่มเอปสันในต่างประเทศ ทำหน้าที่ผลิตเครื่องพิมพ์และโปรเจคเตอร์ LCD ปัจจุบันมีพนักงานจำนวน 20,014 คน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) โดย EPPI ได้รับการรับรองระดับ Platinum ซึ่งเป็นระดับที่มอบให้แก่โรงงานที่ได้คะแนนการประเมิน VAP ขั้นสุดท้าย 200 คะแนน และสามารถปิดข้อค้นพบทั้งหมดในระดับ Priority, Major และ Minor ได้ครบถ้วน

มร.อากิฟุมิ ทาเคอิ เจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารการผลิต บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เอปสันให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความยั่งยืนในฐานะรากฐานของการสร้างคุณค่าทางสังคมตามวิสัยทัศน์องค์กรระยะยาว ENGINEERED FUTURE 2035 และในฐานะสมาชิกของ RBA เอปสันดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นและปฏิบัติตาม RBA Code of Conduct การเข้าร่วมการตรวจประเมิน VAP ของ RBA เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเอปสันในการตรวจสอบและยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการผลิตโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในระดับโลกอย่างเหมาะสม และเอปสันจะยังคงเดินหน้าดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง”

การได้รับการรับรองระดับ Platinum ของ EPPI นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจของเอปสันที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบตลอดกระบวนการผลิต โดยการประเมินจากหน่วยงานอิสระภายนอกช่วยตรวจสอบการดำเนินงานตามมาตรฐาน RBA อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลแรงงานและสถานที่ทำงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและจริยธรรมทางธุรกิจ
สามารถดูรายชื่อโรงงานผลิตของกลุ่มเอปสันที่ได้รับการรับรองระดับแพลทินัมและระดับการรับรองอื่น ๆ ภายใต้โครงการ VAP ของ RBA ได้ที่ Epson – Evaluation by External Parties

“อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน 2026” สร้างประวัติศาสตร์นักวิ่งไทย-เทศ 7.1 หมื่น 92 ประเทศ

“อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน 2026” สร้างประวัติศาสตร์นักวิ่งไทย-เทศ 7.1 หมื่น 92 ประเทศแห่ร่วมวิ่ง ส.กรีฑาโลกประกาศขึ้นท็อป 5 มาราธอนเมืองหลวงโลก

“รมว.เอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ควงคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ วิ่งมาราธอนระดับโลก “อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอนแบงค็อก 2026” ประกาศพร้อม 100% ด้านผู้อำนวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก โผล่วีดีโอคอล กลางงานประกาศรับรองจำนวนผู้สมัคร 71,435 คน เป็นชาวต่างชาติ 8,972 คน จาก 92ประเทศทั่วโลก พร้อมโหวตให้ “วิ่งผ่าเมือง” ติดอันดับ 1 ใน 5 รายการมาราธอนในเมืองหลวงที่มีจำนวนนักวิ่งมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ ผู้ว่าฯ กกท. ควงผู้ว่าฯ ททท. ประเมินรายได้หมุนเวียนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2,295 ล้าน ตลอดสัปดาห์แข่งขัน ผบช.น.ขอความร่วมมือนักวิ่งงดใช้รถยนต์เดินทางมาแข่งขันหวั่นทำจราจรหนาแน่น ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยปีนี้เจรจารถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้ามหานครสำเร็จ เตรียมขยายเวลาให้บริการตลอดช่วงแข่งขัน




เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ โตโยต้า อไลฟ์ บางนา กม.3 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาเป็นประธานแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเมืองหลวงระดับโลก (World Capital Marathon) รายการ “อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน แบงค็อก 2026 พรีเซ็นต์บายโตโยต้า ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569” ชิงเงินรางวัลรวม 4,075,000 บาท ซึ่งรัฐบาลไทยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาคมกรีฑาโลก โดยมีบริษัท ไตรลีก (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้อำนวยการจัดงาน รายการนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย นายวิทวัส ตันติเวสส อุปนายกอาวุโส สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นางสาว นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์ สื่อสารองค์กร บริษัทขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายอัลวิน จี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ โดยมี มร.เอเลสซิโอ ปุนซี่ ผู้อำนวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก ได้วิดีโอคอลมาระหว่างงานแถลงข่าว เพื่อร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้มีผู้สนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชน, สื่อมวลชน และเหล่านักวิ่ง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีแถลงข่าว การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองหลวง รายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมกรีฑาโลก ให้เป็นการแข่งขันมาราธอนในระดับ ELITE LABEL ที่จัดขึ้นในเมืองหลวงอันดับต้น ๆ ของโลก”
“การแข่งขันรายการนี้ เป็นการจัดงานอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 9 หรือ ปีที่ 9 ผมในฐานะตัวแทนของรัฐบาล มีหน้าที่กำกับดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวของประเทศ รู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสร่วมผลักดันรายการนี้ ให้ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบรายการมาราธอนระดับโลก และได้รับการประกาศให้เป็นรายการมาราธอนที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปเอเชีย จากทางผู้แทนสมาคมกรีฑาโลกในวันนี้”
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเห็นการทำงานอย่างมืออาชีพของคณะผู้จัดงาน ที่สามารถทำงานในรูปแบบของการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ภาครัฐและภาคเอกชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ผมมีความเชื่อมั่นว่า การจัดการแข่งขันรายการนี้จะประสบความสำเร็จ และจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน ทั้งนักวิ่งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ติดตาม จำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคน ที่จะเดินทางมาร่วมแข่งขันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน นี้อย่างแน่นอน”
“ในนามของรัฐบาล ขออวยพรให้การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกๆ ปี และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานทุกประการ ในโอกาสนี้ ผมขอฝากพี่น้อง สื่อมวลชนทุกท่าน โปรดช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานในครั้งนี้ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนออกมาเชียร์นักวิ่งทุกท่านตลอดเส้นทางแข่งขันในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 28 และวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้” รมว.สุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย


นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตนได้รับมอบหมายจากกระทรวงฯ ให้เข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในฐานะเจ้าภาพจัดงาน ร่วมกับสมาคมกรีฑาโลก กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองบัญชาการตำรวจนครบาล และคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ ที่ประกอบไปด้วยทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงไทยแลนด์ไตรลีกที่ถูกมอบหมายโดยสมาคมกรีฑาโลกให้เป็นผู้อำนวยการจัดงาน หรือ Race Director ของการแข่งขันรายการนี้”
“ที่ผ่านมา การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีส่วนร่วมในการให้การสนับสนุนรายการนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำหน้าที่ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิคและการตรวจสอบสารกระตุ้น ของรายการนี้ และยังให้การสนับสนุนด้านสถานที่ปล่อยตัวของรายการ นั่นคือ ราชมังคลากีฬาสถาน มาตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึง ครั้งที่ 6 ซึ่งมีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ปล่อยตัว เนื่องจากการก่อสร้างรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ซึ่งการปล่อยตัวที่ราชมังคลากีฬาสถานได้สร้างภาพแห่งความประทับใจให้กับนักวิ่งเป็นจำนวนมาก และภาพดังกล่าว ยังถูกนำมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ความยิ่งใหญ่ของการจัดงานมาจนถึงปัจจุบัน ตนหวังว่าหากการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะหารือกับสมาคมกรีฑาโลก ให้ปรับเปลี่ยนจุดปล่อยตัวมาใช้ราชมังคลากีฬาสถานเช่นเดิม”
“จากคำยืนยันของผู้อำนวยการอาวุโสฯ สมาคมกรีฑาโลก และรายงานของผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ ถึงจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ที่มีมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ นั่นคือ มากกว่า 71,000 คน จาก 92 ประเทศทั่วโลก จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการจัดงานกีฬาในระดับ WORLD EVENT ได้ไม่เป็นสองรองชาติใดในทวีปเอเชีย และรายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นของคณะทำงานทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันผลักดันให้การจัดงานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม”

“นอกจากนี้ การกีฬาฯ ยังได้รับการตอบรับจาก เอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนของโลกชาวเคนยา เจ้าของแชมป์มาราธอนเมเจอร์โลก 11 รายการ และเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย ยืนยันจะเดินทางมาร่วมแข่งขันในรายการนี้ พร้อมกับนักวิ่งชื่อดังระดับโลกอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการจัด Workshop ด้านการแพทย์อย่างเป็นทางการร่วมกับสมาคมกรีฑาโลก ซึ่งจะมี Medical Director จากรายการมาราธอนใหญ่ทั่วโลก มากกว่า 40 รายการ เดินทางมาร่วมใน Workshop ดังกล่าวอีกด้วย” นางโปรดปราน กล่าว
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ดิฉันมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันแลละสนับสนุนรายการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน จนทำให้รายการนี้เป็นกิจกรรมระดับ World Event ได้รับการยอมรับจากนักวิ่งทั่วโลก เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ททท. ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” ซึ่งมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับนานาชาติ เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่า ควบคู่ไปกับการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น Sport Hub Destination ของทวีปเอเชีย”
“รายการ AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2026 ในครั้งนี้ มีผู้สมัครมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ คือจำนวน 71,435 คน จากเดิม 47,913 คน เพิ่มขึ้นถึง 23,522 คน หรือประมาณ 49% โดยเป็นชาวต่างชาติ 8,972 คน เมื่อนำมาคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมและมูลค่าด้านการประชาสัมพันธ์แล้ว มีมูลค่าสูงถึง 2,295 ล้านบาท ถือว่าเป็นรายการคุณภาพอันดับต้น ๆ ของประเทศที่สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศได้เป็นจำนวนมาก”นางสาวฐาปนีย์ กล่าว
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับผู้จัดงานมาโดยตลอด สำหรับตนแล้ว งานนี้ถือเป็นงานมาราธอนอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีงานมาราธอนระดับ World Event ที่มีความเป็น Organic หรือมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองที่โดดเด่น ให้สมกับชื่อ Thailand Marathon หรือ มาราธอนแห่งชาติ ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ตนได้กำชับคณะทำงานและทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ให้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการจัดงานฯ เพื่อให้มั่นใจว่า กรุงเทพมหานครของเรามีความพร้อม ที่จะเป็นเมืองเจ้าภาพและสถานที่แข่งขัน ในฐานะ Host City ให้ดีที่สุด”
“นอกจากนี้ ตนได้หารือกับทางผู้บริหารของรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้ามหานคร MRT ให้ช่วยขยายเวลาของการให้บริการตลอดทั้งคืน ในช่วงของการแข่งขัน ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 28-29 พฤศจิกายน นี้ ตนขอความร่วมมือไปยังนักวิ่งทุกท่าน งดใช้รถยนต์หรือพาหนะส่วนตัวในการเดินทางมาในวันแข่งขัน โดยขอให้เลือกใช้บริการของรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT แทน” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
มร.เอเลสซิโอ ปุนซี่ ผู้อำนวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก ได้วิดีโอคอลช่วงระหว่างงานแถลงข่าว ประกาศรับรองจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้อย่างเป็นทางการ มีจำนวนทั้งสิ้น 71,435 คน ซึ่งถือว่ารายการนี้ ได้เข้าสู่ทำเนียบรายการมาราธอนในเมืองหลวงที่มีผู้สมัครเข้าร่วมมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ใน 5 ของโลกในปัจจุบัน กล่าวว่า “สมาคมกรีฑาโลก ขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ที่สามารถทำให้รายการนี้ได้รับความนิยมจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ในการนี้ สมาคมฯ ได้ให้การรับรองมาตรฐานการจัดการแข่งขันรายการนี้ ให้อยู่ในระดับ ELITE LABEL และมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 71,435 คน ซึ่งถือเป็นรายการมาราธอน (World Athletics road race label) ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากฮ่องกง (สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดฮ่องกงมาราธอน 2026) และติดอยู่ในทำเนียบ TOP 5 ของโลก ซึ่งตนยังต้องรอประกาศจากทางรายการมาราธอนเมเจอร์รายการสุดท้ายของโลก นั่นคือ 2026 TCS NEW YORK CITY MARATHON ที่จะจัดขึ้นในปลายสัปดาห์นี้ ว่ามีจำนวนเข้าร่วมแข่งขันเท่าไหร่ ถึงจะประกาศประกาศอันดับของ ATMBKK2026 ได้ว่าอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของโลก”

ด้านนายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ กล่าวว่า “การแข่งขันในครั้งนี้ จะเพิ่มวันจัดเป็น 2 วัน เนื่องจากมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยวันเสาร์จะเป็นการแข่งขันในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. มีจำนวนนักวิ่ง 29,507 คน ส่วนในวันอาทิตย์จะเป็นการแข่งขันในระยะมาราธอน 42.195 กม. 10 กม. และแฟมิลี่รัน 4.5 กม. มีจำนวนนักวิ่ง 41,928 คน ถือว่าเป็นงานหนักมากๆ ของคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ ทุกฝ่าย ที่จะต้องทำงานออกมาให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมกรีฑาโลก”
“ตนต้องขอขอบคุณ รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักของการจัดงานในครั้งนี้ เพราะลำพังความสามารถของเอกชน ไม่สามารถที่จะจัดการแข่งขันกีฬามวลชน หรือ Mass Participation Event ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นมากขนาดนี้ได้ ทั้งนี้ตนอยากขอเชิญชวนให้ชาวกรุงเทพมหานคร ออกมาร่วมเชียร์ และเป็นกำลังใจให้นักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 71,435 คน ตลอดเส้นทางแข่งขัน เพื่อสร้างความประทับใจต่อการเป็นเจ้าภาพที่ดีของประเทศไทย” นายกอบเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย
การแข่งขันรายการนี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 presented by TOYOTA หรือชื่อย่อว่า “วิ่งผ่าเมือง” หรือ “ATMBKK” ถือเป็นรายการมาราธอนอย่างเป็นทางการจัดโดยรัฐบาลไทย มอบหมายให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพจัดงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก กำหนดจัดการแข่งขันในวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2569 โดยวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2569 เป็นการแข่งขันในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. จะปล่อยตัว ณ ถนนพญาไท หน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ เข้าเส้นชัยที่ ถนนหน้าพระธาตุ สนามหลวง และในวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 เป็นการแข่งขันในระยะมาราธอน 42.195 กม. 10 กม. และ 4.5 กม. จะปล่อยตัว ณ ถนนราชดำเนินใน (หน้าศาลฎีกา) และเข้าเส้นชัยที่ ถนนหน้าพระธาตุ สนามหลวง โดยกรุงเทพมหานครกำหนดให้ใช้พื้นที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ ท้องสนามหลวง และพื้นที่บนถนนราชดำเนินใน (หน้าศาลฎีกา) เป็นโซนหลังเส้นชัย โดยมีสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีสนามไชย เป็นสถานีหลักประจำจุดเส้นชัย และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม เป็นสถานีหลักของจุดปล่อยตัว ระยะฮาล์ฟมาราธอน ส่วนสถานที่รับเบอร์-อุปกรณ์แข่งขัน ในปีนี้ กำหนดใช้ ณ ฮอลล์ 7-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12:00 น. ถึง 20:00 น. (ยกเว้นวันที่ 28 พ.ย. เวลา 12:00 น. ถึง 18:00 น.)
คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบในการให้การสนับสนุนรายการนี้ต่อเนื่อง เพื่อให้รายการนี้ ถูกบรรจุในปฏิทินการแข่งขันรายการมาราธอนของสมาคมกรีฑาโลก ในฐานะ OFFICIAL WORLD CAPITAL CITY MARATHON โดยมอบหมายให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สมาคมกรีฑาโลก กองบัญชาการตำรวจนครบาล สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ และไทยแลนด์ไตรลีกในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน โดยมีไฮไลท์สำคัญอย่าง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ มากมายตลอดทั้งสัปดาห์ อาทิ การจัด WORKSHOP ทางการแพทย์ จากผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมกรีฑาโลก รวมถึงการร่วมวิ่งของเอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนชื่อดังของโลกชาวเคนยา เจ้าของแชมป์มาราธอนเมเจอร์โลก 11 รายการ และเจ้าของเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย คาดว่านอกจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สมัครมาร่วมวิ่ง จำนวน 71,435 คน แล้วคณะกรรมการฯ คาดว่าจะมีผู้ติดตาม และประชาชน เข้าร่วมในงานนี้ มากกว่า 120,000 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายเงินจากผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงมูลค่าด้านการประชาสัมพันธ์ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ได้รับ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 2,295 ล้านบาท เกิดการว่าจ้างงานสำหรับเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นักเรียน และนักศึกษา ตลอดโครงการ ไม่น้อยกว่า 8,500 อัตรา
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ www.amazingthailandmarathon.com
และทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/amazingthailandmarathonbkk

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘กลุ่มธนบุรี’ เปิดตัว ‘smart’ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ถ่ายทอด DNA จาก Mercedes-Benz สะท้อนตัวตนที่แตกต่างอย่างมีสไตล์


ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองไม่ได้มองหาแค่ “ยานพาหนะ” สำหรับการเดินทาง แต่รถยนต์คู่ใจต้องสะท้อนตัวตน รสนิยม และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ล่าสุด กลุ่มธนบุรี ผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมายาวนานกว่า 85 ปี ได้สร้างความตื่นเต้นให้วงการไลฟ์สไตล์และยานยนต์อีกครั้ง รถยนต์ไฟฟ้า smart เจเนอเรชันใหม่ได้รับการออกแบบโดยทีม Mercedes-Benz Global Design ถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์เยอรมันในรูปแบบร่วมสมัย ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่มองหารถยนต์ซึ่งสะท้อนตัวตน พร้อมมอบความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกการเดินทางภายใต้แนวคิด “Open Your Mind” ที่ชวนให้ทุกคนเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของการเดินทาง
บรรยากาศภายในงานเปิดตัวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ Dib26 ซอยสุขุมวิท 26 เต็มไปด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟ สะท้อนภาพจำใหม่ของยานยนต์พรีเมียมไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยโซน Installations ที่ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของรถแต่ละรุ่นผ่านภาพ แสง สี เสียง และองค์ประกอบเชิงไลฟ์สไตล์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัยในแบบฉบับของ smart อย่างใกล้ชิด โดยภายในงานคึกคักและมีชีวิตชีวาไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดัง และอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายวงการ พร้อมทัพดารานักแสดงชั้นนำที่มาร่วมสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคต อาทิ ไบเบิ้ล - วิชญ์ภาส สุเมตติกุล, แบงค์ - ธิติ มหาโยธารักษ์, ตี๋ - ธนพล จารุจิตรานนท์, คิมม่อน - วโรดม เข็มมณฑา และ เพิร์ธ - วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช ก่อนจะต่อเนื่องด้วยบรรยากาศปาร์ตี้และเสียงดนตรีสุดมันส์จากดีเจชื่อดังที่มาสร้างความสนุกสนานตลอดค่ำคืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณปภณ วิริยะพันธุ์ กรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี เป็นประธานกล่าวต้อนรับ

“ในนามกลุ่มธนบุรี ผมภูมิใจที่ได้พาทุกคนมาสัมผัสบทใหม่แห่งการเดินทางกับ smart แบรนด์รถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานยนต์จากเยอรมนี แต่เป็นกระจกสะท้อนรสนิยมและตัวตนของคนเมือง ภายใต้แนวคิด Open Your Mind ที่เราพร้อมดูแลคุณในทุกระยะยาว ตั้งแต่วินาทีแรกของการตัดสินใจ ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ ตลอดจนบริการหลังการขายที่ดีที่สุด ในเฟสแรกนี้ เราพร้อมต้อนรับทุกคนด้วย smart Flagship Showroom บนถนนสาทร ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่โชว์เคสและคอมมูนิตี้สำหรับลูกค้า พร้อมกันนี้ เรายังได้ร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อสร้างโครงข่ายการขายและการบริการให้ครอบคลุมและใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ในโอกาสสำคัญนี้ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเปิดมุมมองใหม่ เติมความสมาร์ทให้ชีวิตเมือง และขับเคลื่อนไปข้างหน้าในแบบที่เป็นคุณไปพร้อมกับเราครับ” Design DNA จาก Mercedes-Benz สู่ไอเทมที่สะท้อนตัวตน
หัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า smart ทุกรุ่น คือการผสานงานออกแบบอันเรียบง่ายเข้ากับความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ถ่ายทอดผ่าน Design DNA อันทรงเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz เพื่อเปลี่ยนทุกชั่วโมงเร่งด่วนให้กลายเป็นช่วงเวลาสุนทรีย์อย่างเหนือระดับ โดยยกทัพมาสร้างความตื่นตาตื่นใจถึง 3 สไตล์ ประเดิมด้วย smart #1 Premium Compact SUV ตัวเลือกสุดฮิปสำหรับคนเมืองที่เน้นความโปร่งโล่งสบายและฟังก์ชันที่ลงตัว ในรุ่น Premium ราคาเพียง 1,449,000 บาท แต่ถ้าใครต้องการยกระดับความโดดเด่นสะกดทุกสายตายิ่งขึ้น ต้องไม่พลาด smart #3 Premium Coupé SUV ที่มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ตคูเป้สุดโฉบเฉี่ยว และสไตล์อันน่าหลงใหลซึ่งถ่ายทอด DNA ความลักชัวรีอย่างเด่นชัด โดยรุ่น Premium เคาะราคาที่ 1,549,000 บาท ก่อนจะพุ่งทะยานสู่ความเหนือระดับขั้นสุดกับ smart #5 Premium Mid-Size SUV ไฮไลต์ทรงพลังที่ผสานความแข็งแกร่งอันดุดันเข้ากับความหรูหราโมเดิร์นได้อย่างเพอร์เฟกต์ พร้อมมอบพื้นที่อเนกประสงค์สุดกว้างขวาง ปลดล็อกทุกขีดจำกัดให้คุณออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในและนอกเมืองได้อย่างทรงพลังและมีสไตล์ที่สุด โดยรุ่น Premium ราคา 1,749,000 บาท มากกว่ายานยนต์ คือ Premium Urban Mobility ของคนรุ่นใหม่

smart ไม่ได้มีความหมายเพียงยานยนต์แบบเดิมๆ แต่เป็นนิยามบทใหม่ของการใช้ชีวิตผ่าน 3 แกนหลักที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง คือ Contemporary Premium : ความพรีเมียมที่เรียบง่ายแต่พิถีพิถันในทุกสัมผัส Mindful Technology : เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ออกแบบรอบตัวผู้ใช้งาน เข้าถึงง่าย และทำให้ชีวิต ประจำวันราบรื่นยิ่งขึ้น และ Inspirational Co-creation : พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดรับมุมมองและคอมมูนิตี้ที่หลากหลาย เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ร่วมกัน
สัมผัสนิยามใหม่ของการเดินทางและไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ที่ผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับดีไซน์อันโดดเด่นเร็วๆ นี้ ที่ smart Flagship Showroom บนถนนสาทร ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้พร้อมขยายพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายรถยนต์ smart ในรูปแบบ Shop-in-shop ภายในโชว์รูม Mercedes-Benz เฟสแรกจำนวน 10 แห่งในเดือนธันวาคม 2569 ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดสำคัญ ได้แก่ ขอนแก่น อุบลราชธานีและเชียงใหม่
การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ smart ภายใต้แนวคิด “Year of Opening New Frontiers” เพื่อก้าวสู่โอกาสใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัด ปัจจุบัน smart ดำเนินธุรกิจครอบคลุมกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ที่พร้อมเดินหน้าขยายตลาดเพื่อนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม และเปิดประสบการณ์การเดินทางอัจฉริยะรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าของ smart ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม smart ที่มาพร้อมการดีไซน์ระดับโลก ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ และประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่เหนือระดับอย่างใกล้ชิดได้ที่ smart Flagship Showroom บนถนนสาทร หรือที่บูธ smart (B01) ภายในงานมหกรรม ยานยนต์ ครั้งที่ 43 และยังสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม smart ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ th.smart.com
@smart.thai @smart_worldwide #smart #smartThailand #ThonburiGroup

แอบเห็นอะไรดี ๆ จาก Brother Thailand

ช่วงนี้ใครไถโซเชียลแล้วเห็นคุณครูหลายคนพร้อมใจกันโพสต์ภาพคู่กับเครื่องพิมพ์ Brother ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะแว่ว ๆ มาว่า Brother Thailand กำลังเดินหน้าส่งต่อเครื่องพิมพ์ให้กับคุณครูและโรงเรียน เพื่อช่วยสนับสนุนการเตรียมสื่อการเรียนการสอนและงานในห้องเรียน

ที่สะดุดตาคือ งานนี้ไม่ได้เห็น Brother ออกมาโหมประชาสัมพันธ์อะไรใหญ่โต แต่กลับเห็นจากโพสต์ขอบคุณของคุณครูผู้ได้รับเครื่องด้วยตัวเอง ทั้งแกะกล่อง ถ่ายภาพคู่กับเครื่อง ไปจนถึงนำไปใช้งานกันจริงในโรงเรียน จนมีชาวโซเชียลเข้ามาคอมเมนต์ถามกันไม่น้อยว่า “โครงการอะไร สมัครยังไง?”

สืบไปสืบมาได้ความว่า Brother เตรียมมอบ เครื่องพิมพ์ Brother Ink Tank จำนวน 10 เครื่องต่อเดือน ระหว่างเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 รวม 40 เครื่อง เพื่อส่งต่อให้คุณครูหรือโรงเรียนที่มีความต้องการใช้งานจริง เห็นภาพครูแต่ละคนดีใจกับ “ผู้ช่วยคนใหม่” แล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ เพราะบางทีเครื่องพิมพ์หนึ่งเครื่องอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับห้องเรียนหนึ่งห้อง มันอาจช่วยให้คุณครูเตรียมใบงาน สื่อการสอน และกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ง่ายขึ้นอีกเยอะ

เงียบ ๆ แต่ทำจริงแบบนี้…น่าจับตาว่า Brother
จะมีเซอร์ไพรส์อะไรให้วงการการศึกษาอีกหรือเปล่า

โฮมโปร คว้ารางวัล “OUTSTANDING CFO” จากเวที “IAA Awards for Listed Companies 2026”


ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริหารการเงิน สะท้อนความเชื่อมั่นจากตลาดทุน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินและความเชื่อมั่นจากตลาดทุนไทย ด้วยการคว้ารางวัล “OUTSTANDING CFO” จากเวที “IAA Awards for Listed Companies 2026” จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association: IAA) โดยมี นางวรรณี จันทามงคล รองกรรมการผู้จัดการ – กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุน เป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลกับนักลงทุนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เวที IAA Awards for Listed Companies ถือเป็นหนึ่งในรางวัลสำคัญของตลาดทุนไทย ที่มุ่งยกย่องผู้บริหารและทีมงานของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลงานโดดเด่น โดยพิจารณาจากการลงคะแนนของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ครอบคลุมทั้งวิสัยทัศน์ ความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจและการเงิน ความโปร่งใสในการดำเนินงาน การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ ตลอดจนศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


สำหรับรางวัล “OUTSTANDING CFO” ที่มอบให้แก่ นางวรรณี จันทามงคล ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทผู้นำด้านการเงินที่มีความโดดเด่น ทั้งการบริหารโครงสร้างเงินทุน การรักษาสภาพคล่อง การบริหารต้นทุนทางการเงิน และการกำกับดูแลความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจที่มีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนทิศทางการลงทุนและการขยายธุรกิจของโฮมโปรให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว 

ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโฮมโปรในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีวินัย การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการวางกลยุทธ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน 

รางวัล OUTSTANDING CFO จึงนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของโฮมโปร ที่สะท้อนถึงการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในตลาดทุนไทย และตอกย้ำความแข็งแกร่งขององค์กรทั้งด้านการบริหารการเงิน การกำกับดูแลกิจการที่ดี และความพร้อมในการสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ภายใต้ความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน

#IAAAwardsforListedCompanies2026 #CFO #โฮมโปร
#HomePro ##HomeLifetimeCompanion

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience


“อะตอม - ชนกันต์” ชวนแฟนเพลงร่วมเดินทางออกจากเขาวงกตทางความคิด ผ่าน 11 เพลง ในอัลบั้มใหม่ “exit”  ฟังก่อนใคร! ในงาน อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience
31 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้ที่ JWD Art Space

เตรียมพบกับประสบการณ์การฟังเพลงสุดพิเศษ เมื่อ “อะตอม - ชนกันต์” ชวนแฟนเพลงร่วมเปิดประตูสู่โลกดนตรีบทใหม่ในงาน อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience อัลบั้ม “exit” ผลงานอัลบั้มเต็มในรอบ 10 ปี ที่พร้อมเปิดโอกาสให้ได้ฟังเพลงครบทั้ง 11 เพลงก่อนใคร พร้อมสัมผัสเรื่องราวและตัวตนของ อะตอม - ชนกันต์ ที่ถ่ายทอดผ่านผลงานชุดใหม่ 

อัลบั้ม “exit” อัลบั้มที่จะชวนผู้ฟังออกเดินทางสำรวจความคิด ความรู้สึก และความสัมพันธ์ ผ่านบทเพลงที่สะท้อนการเติบโต ทั้งในด้านดนตรีและมุมมองชีวิต ซึ่งทุกบทเพลงได้ถูกเรียบเรียงอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนเรื่องราวระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านซาวด์ที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยสีสันใหม่ โดยครั้งนี้แฟนเพลงจะได้สัมผัสผลงานอัลบั้มเต็มในรอบ 10 ปี ก่อนการเผยแพร่ พร้อมร่วมค้นพบเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทั้ง 11 เพลงไปด้วยกัน

สำหรับแฟนเพลงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของงาน อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience ครั้งนี้ได้ 

โดยกดบัตรพร้อมกันวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ได้ที่ zipevent และ IG: Whitemusicrecord https://www.zipeventapp.com/e/atomchanakan-a-pre-release-listening-experience

พิเศษ! พร้อมรับ Official Signed Poster ทุก Ticket และ Surprise Round! รอบพิเศษ ลุ้นเจออะตอม -
ชนกันต์เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมฟังอัลบั้ม “exit” ทั้ง 11 เพลงก่อนใคร พร้อมเดินทางไปกับอีกหนึ่งบทใหม่ของ อะตอม - ชนกันต์ ในวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ JWD Art Space

#atomchanakan #atomexit

Happy Birthday เอิร์ธ สายสว่าง “เจ้าแม่แห่งวงการประชาสัมพันธ์โรงแรมในเมืองไทย”

ล่าสุด เมื่อค่ำคืนวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา “เอิร์ธ สายสว่าง”  จัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า ให้กับตัวเอง ก่อน 1 สัปดาห์  ในช่วงวันคล้ายวันเกิดจริงๆ เจ้าตัวจะบินลัดฟ้าข้ามทะเล ไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับตัวเอง โดยภายในงาน มีเหล่าเซเลบริตี้ คนดัง ดีกรีสุดปัง มาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด ให้กับเจ้าแม่ประชาสัมพันธ์โรงแรมท่านนี้ กันอย่างคึกคัก อาทิ
อาจารย์มีนา มัญชุมาศ และ Dr. Kent Goeking พร้อมด้วย คุณแก้ม-ศรีสองรัก ชัยสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เอเปกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณกิตติพงศ์ จั่นทับทิม Marvin Manager The Park Nine Hotel Suvarnabhumi นำเค้กก้อนโต จากโรงแรมฯ มาร่วมอวยพร ในวันคล้ายวันเกิด พร้อมกับร้องเพลง “แฮปปี้ เบิร์ธเดย์” ให้กับ “เอิร์ธ สายสว่าง” 







สำหรับร้าน อำแดงไต้ฝุ่น  ถือเป็นร้านประจำที่ เจ้าแม่ประชาสัมพันธ์โรงแรม อย่าง เอิร์ธ สว่าง เลือกจัดงานวันเกิดในทุกปี ด้วยเพราะประทับใจในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา  อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนพระราม 3 ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสุดโรแมนติกและวิวสะพานที่สวยงามโดดเด่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งทานมื้อค่ำท่ามกลางลมแม่น้ำเย็นสบาย พร้อมกับดื่มด่ำทัศนียภาพยามพระอาทิตย์ตกและแสงไฟยามค่ำคืน ตัวร้านตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลร่วมสมัย โดดเด่นด้วยโทนสีแดงอิฐสะดุดตา มีให้เลือกนั่งทั้งโซนห้องแอร์ด้านในและโซนเอาต์ดอร์ริมน้ำที่เปิดโล่งรับวิวแบบพาโนรามา  และทิวทัศน์ ที่สวยงาม ที่มีฉากด้านหน้าเป็นสะพานภูมิพล ท่ามกลางสายลมเย็น ที่ชวนให้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มเย็นๆ และอาหารเลิศรส ที่พร้อมเสิร์ฟตลอดค่ำคืน

ส่วนอาหาร ของทางร้าน เรียกว่า มีให้เลือกอร่อยหลากหลาย ทั้งอาหารรับประทานเล่น เรียกน้ำย่อย ไปจนถึง การรับประทานอาหารแบบเป็นจริงเป็นจัง แบบอิ่มจุกกันเลยทีเดียว โดยไฮไลท์ของเมนูอาหาร ของที่ อำแดงไต้ฝุ่น ฯ ที่คนดังอย่างเอิร์ธ สายสว่างติดอกติดใจ และจัดมาเลี้ยงเหล่าเซเลบริตี้ ยังคงเป็นเมนูอาหารไทย รสชาติจัดจ้าน ให้สมกับความเปรี้ยวแซ่บ กับไลฟ์สไตล์ของเจ้าตัว ไม่ว่าจะเป็น ยำวุ้นเส้นทะเล ที่มีหมึก และกุ้ง เป็นไฮไลท์ แล้วท้อปปิ้งด้วย หมูสับ เพิ่มความมีเทกเจอร์ ให้กับเมนูจานนี้มีความครบรส มากขึ้น





ตามมาด้วย แกงเหลืองไข่ปลายอดมะพร้าวอ่อน เปรี้ยวจี๊ด แซ่บ ถึงใจ หรือ จะเป็น หมูสับต้มบ๋วย หอมกลิ่นใบโหระพา ซดคล่องคอจริงๆ นอกจากนี้ ยังมี ต้มยำปลากระพง ที่เชฟแร่เนื้อปลานุ่มๆ มาแบบพอดีคำ นอกจากนี้ ยังมี “ผัดสามเหม็นปูก้อน” และ “หมูสามชั้นทอดน้ำปลาจิ้มแจ่ว” ที่ต้องสั่งเบิ้ล มาอีกจาน เพราะอร่อยจริงๆ ก่อนปิดท้ายเมนูจานหลักด้วย “ข้าวผัดมันกากหมู” ถือเป็นเมนูจานเด็ด ที่พลาดไม่ได้ต้องสั่งมารับประทานกันให้ได้

มากันที่ เมนูของหวานกันบ้าง เมนูที่ต้องสั่งมารับประทานให้ได้ มีตั้งแต่ รากบัวทอดกรอบ รสชาติหวานเค็มกรอบกรุบๆ ของแป้ง และเนื้อรากบัว หรือ จะเป็น “ขนมอำแดงไต้ฝุ่น” เมนูนี้ ทำจากเต้าหู้โฮมเมด ที่นำไปชุบแป้งบางๆ แล้วนำไปทอด หรือ จี่ น้ำมัน ก่อนนำไปคลุกเคล้ากับถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่บดละเอียด พร้อมด้วยน้ำตาล และเกลือ ซึ่งรสชาติจะคล้ายๆ กับขนมตุ๊บตั๊บ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีขนมไทย อร่อยๆ อย่าง บัวลอยเผือก บัวลอยทุเรียน รวมถึง ยังมีเค้ก อร่อยๆ อีกหลายรสชาติ ที่จัดมาอย่างเต็มอิ่ม สมกับ การเป็นงานวันคล้ายวันเกิด ของ “เอิร์ธ สายสว่าง” 

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ดร.ลักขณา ดิษยะศริน ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชน

ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชนหมู่ 9 และหมู่ 10 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบถุงยังชีพจำนวน 250 ถุง ซึ่งบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมนำวัตถุดิบลงพื้นที่เพื่อประกอบอาหารสดใหม่ โดยลงมือทำครัวกัน ณ พื้นที่ชุมชน ก่อนนำอาหารที่ปรุงเสร็จไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง



บรรเทาความเดือดร้อน....ดร.ลักขณา ดิษยะศริน ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชนหมู่ 9 และหมู่ 10 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้แก่ประชาชน ด้วยการมอบถุงยังชีพจำนวน 250 ถุง ซึ่งบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมนำวัตถุดิบลงพื้นที่เพื่อประกอบอาหารสดใหม่ โดยลงมือทำครัวกัน ณ พื้นที่ชุมชน ก่อนนำอาหารที่ปรุงเสร็จไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน แต่ยังเป็นการนำอาหารไปปรุง กันสด ๆ ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประทานอาหารที่ทำเสร็จใหม่ ๆ พร้อมส่งมอบความห่วงใยผ่านการลงมือทำด้วยความตั้งใจ สร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปัน ความอบอุ่น และความเอื้ออาทรให้แก่ชุมชน

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Silverskin Cafe & Bistro เปิดรสชาติแห่งงานคราฟต์

สัมผัสเสน่ห์ Sourdough หมัก และ Pizza อบสดสไตล์อิตาเลียนที่รังสรรค์จากวัตถุดิบคัดสรรและความพิถีพิถัน

กลิ่นหอมของขนมปังอบสด เนื้อสัมผัสที่เกิดจากการหมักอย่างพิถีพิถัน และพิซซ่าร้อน ๆ จากเตา คืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่รอต้อนรับนักชิมที่ Silverskin Cafe & Bistro คาเฟ่และบิสโทรที่ถ่ายทอดความใส่ใจผ่านสองซิกเนเจอร์หลักอย่าง Sourdough และ Pizza โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมแป้ง ไปจนถึงเวลาและเทคนิคที่ช่วยดึงบุคลิกของแต่ละเมนูออกมาอย่างเต็มที่ ภายในไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้มอลล์ PARK11 ของโครงการ Reignwood Park
หัวใจของ Sourdough ที่ Silverskin อยู่ที่ เวลา และ กระบวนการหมัก แป้งได้รับการดูแลผ่านขั้นตอนการหมักที่ควบคุมอย่างละเอียด รวมถึงการหมักข้ามคืน ก่อนพัฒนาต่อจนใช้เวลารวมประมาณ 2 วัน เพื่อสร้างกลิ่นหอม เนื้อสัมผัส และคาแรกเตอร์เฉพาะตัวของขนมปังแต่ละก้อน แทนที่จะหยุดอยู่เพียงรสชาติคลาสสิก Silverskin นำผลไม้แห้ง ธัญพืช และวัตถุดิบจากธรรมชาติมาสร้างมิติใหม่ให้ Sourdough เกิดเป็น 5 รสชาติที่มีบุคลิกต่างกัน ได้แก่ Fig Sourdough หอมหวานจากมะเดื่อแห้ง เนื้อนุ่มเคี้ยวเพลิน, Fig & Walnut Sourdough ที่เติมมิติด้วยวอลนัทและสัมผัสกรุบ, Longan Sourdough กับความหวานหอมกลมกล่อมของลำไยอบแห้ง, Oat & Cranberry Sourdough ซึ่งผสานข้าวโอ๊ตกับแครนเบอร์รี ให้ทั้งกลิ่นหอมและรสเปรี้ยวหวาน และ Indrapalum Sourdough ที่นำอินทผลัมมาสร้างความหวานละมุนตามธรรมชาติ เสน่ห์ของขนมปังแต่ละก้อนจึงเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเข้าเตาอบ เพราะระยะเวลาของการหมักทำหน้าที่ค่อย ๆ พัฒนากลิ่น รส และโครงสร้างของแป้ง ขณะที่วัตถุดิบแต่ละชนิดถูกเลือกให้ทำงานร่วมกับตัวแป้ง เกิดเป็น Sourdough ในสไตล์ของ Silverskin ที่มีความคราฟต์ แต่เข้าถึงง่าย และสามารถรับประทานได้ในหลายช่วงเวลาของวัน
จากงานคราฟต์ของขนมปัง มาถึงอีกหนึ่งพระเอกของร้านอย่าง Pizza ที่ Silverskin นำแนวคิด Homemade Italian-style Pizza มาถ่ายทอดผ่านแป้งสูตรเฉพาะ วัตถุดิบคุณภาพ และการอบด้วย เตาพิซซ่าอิตาเลียน เพื่อให้ได้ทั้งกลิ่นหอมจากการอบ ผิวแป้งที่มีสีสวย และสัมผัสของขอบพิซซ่าที่เป็นเอกลักษณ์ ความสนุกของพิซซ่าที่นี่อยู่ที่การจับคู่เทคนิคและวัตถุดิบจากต่างแหล่งเข้าด้วยกัน ตั้งแต่วัตถุดิบนำเข้าที่เหมาะกับแต่ละสูตร ไปจนถึงผลผลิตคุณภาพจากประเทศไทย เกิดเป็นเมนูที่ยังคงกลิ่นอายอิตาเลียน พร้อมมีรายละเอียดของรสชาติในแบบ Silverskin

สามเมนูซิกเนเจอร์เริ่มจาก Truffle Champignon Pizza ที่นำความหอมของทรัฟเฟิลมาจับคู่กับเห็ดแชมปิญอง มอสซาเรลลา และพาร์เมซาน ได้รสเข้มข้นและกลิ่นหอมที่เปิดขึ้นตั้งแต่พิซซ่าออกจากเตา ตามด้วย Pizza Carbonara ซึ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของคาร์โบนาราผ่านความครีมมี่ของชีส ผสาน Pancetta, Parmesan และ Black Pepper ให้รสเค็มมันและกลิ่นเครื่องเทศตัดกันอย่างพอดี ส่วนอีกหนึ่งเมนูที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของร้านได้อย่างชัดเจนคือ Banana Pizza การนำกล้วยคุณภาพจากภาคเหนือของไทยมาจับคู่กับชีสและความหอมหวานในสไตล์คาราเมล เกิดเป็นพิซซ่ารสหวานที่ผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับวิธีคิดแบบอิตาเลียน และเผยอีกมุมหนึ่งของพิซซ่าที่รับประทานได้ทั้งในฐานะเมนูแชร์ร่วมกันและเมนูปิดท้ายมื้อ
สิ่งที่เชื่อม Sourdough และ Pizza ของ Silverskin เข้าด้วยกันจึงอยู่ที่แนวคิดเดียวกัน คือ การให้คุณค่ากับวัตถุดิบ เวลา และกระบวนการ ทุกองค์ประกอบได้รับการคิดตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เมนูที่เสิร์ฟออกมามีทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส กลิ่น และเรื่องราวของตัวเอง การเข้ามาของ Silverskin Cafe & Bistro ยังช่วยเติมอีกหนึ่งมิติให้กับ PARK11 ภายใน Reignwood Park ในฐานะพื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงอาหาร ครอบครัว กิจกรรม และการใช้เวลาร่วมกัน โดยประสบการณ์ของ Silverskin สอดรับกับแนวคิดของพื้นที่ที่ต้องการสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้ผู้คนแวะเข้ามา ใช้เวลา และกลับมาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
จาก Sourdough หนึ่งก้อนที่ใช้เวลาราวสองวันในการเตรียม ไปจนถึงพิซซ่าที่อบร้อนจากเตา Silverskin Cafe & Bistro เลือกเล่าเรื่องของอาหารผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในครัว เพราะสำหรับร้านแล้ว รสชาติที่น่าจดจำเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ และค่อย ๆ สมบูรณ์ผ่านเวลา ฝีมือ และความตั้งใจ ก่อนเดินทางมาถึงโต๊ะอาหารของทุกคนที่ PARK11

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดโลกเรียนรู้ สนุกคิด ลงมือทำเพื่อโลกที่ยั่งยืนที่งาน SX2026

เพราะการเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก SX KIDS ZONE ที่งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่อย...

โวยวายดอทคอม