วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569

SHEEP สานต่อความหวาน เปิดตัว Kuromi & My Melody ดึง “ตี๋ตี๋–ป๋อ” เสริมทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมขยายตลาด OPPO

SHEEP แบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทยที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและรายละเอียด เดินหน้าตอกย้ำการเป็น Lifestyle Brand ผ่านการสร้างสรรค์คอลเลกชันที่นำคาแรกเตอร์ระดับโลกมาผสานเข้ากับงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ เปิดตัวเคสมือถือคอลเลกชันล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SHEEP : SWEET TREAT Final EP.” ถ่ายทอดความหวานผ่าน 2 คาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก Sanrio อย่าง Kuromi และ My Melody พร้อมเปิดตัว “ตี๋ตี๋–ป๋อ” คู่จิ้นสุดฮอตในฐานะพรีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ของแบรนด์SHEEP

นายอภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด เปิดเผยว่า “คอนเซปต์ของแคมเปญ “SHEEP SWEET TREAT” คือการนำเสนอ ‘รสชาติความหวานในหลากหลายสไตล์’ ผ่านคาแรกเตอร์ระดับโลกที่เป็นที่รักของคนทุกวัยอย่างSanrio เพื่อสร้างสีสันและประสบการณ์ใหม่ๆ บนอุปกรณ์แก็ดเจ็ต โดยในซีซั่นแรกที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เสิร์ฟรสชาติทั้ง5 ผ่าน 3 พรีเซ็นเตอร์ และ2 Special Friends Flavor 01 : Hello Kitty ถ่ายทอดโดยพั้นรักแมว-พันธิตา บุญชวน ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนแรก ,Flavor 02 : Pochacco มีไดม่อน- วรัญญ์ เครือบุตร มาเป็น Special Friends ,Flavor 03 : Little Twin Stars ได้ เจนเย่ - เมธิกา จีรนรภัทร มาเป็น Special Friends ,Flavor 04 : Pompompurin ถ่ายทอดผ่านวรรณกร เรืองรัตน์ หรือ “เฟิร์สวัน” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ ,Flavor 05 : Cinnamoroll ได้ มติมันท์ ศรีบุญเรือง หรือ “เติ้ล” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ เช่นกัน
ขณะที่ Season 2 ซึ่งเป็น Final EP. ของแคมเปญ เราได้ “ตี๋ตี๋- วันพิชิต นิมิตภาคภูมิและป๋อ-ศุภการ จิรโชติกุล คู่จิ้นที่มาแรงในขณะนี้ มาเป็นพรีเซนเตอร์ขอ SHEEP พร้อมร่วมถ่ายทอด 2 Flavor สุดท้ายในEP. นี้ โดย ป๋อ เป็นตัวแทน Flavor 06 : My Melody ถ่ายทอดความหวาน ของสีชมพู เติมความน่ารัก สดใส และอ่อนโยน ส่วนตี๋ตี๋ เป็นตัวแทน Flavor 07 : kuromi ถ่ายทอดความหวานผ่านโทนสีม่วงและดีไซน์ที่สะท้อนความซุกซนและมีเสน่ห์
การเปิดตัว “ตี๋ตี๋–ป๋อ” นับเป็นอีกหนึ่งก้าวของSHEEP ในการนำพลังของพรีเซ็นเตอร์มาต่อยอดการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยทั้งคู่ถือเป็นพรีเซ็นเตอร์คนที่ 4 และ 5 ของแบรนด์ ร่วมแท็คทีมเสริมทัพกับพรีเซ็นเตอร์เดิมที่เรามีอยู่แล้วอย่าง พั้นรักแมว, เติ้ล -เฟิร์สวัน ซึ่งสะท้อนแนวทางของ SHEEP ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านทั้งงานดีไซน์และบุคลิกของศิลปิน


อีกหนึ่งความพิเศษครั้งนี้ SHEEPได้พัฒนาเคสสำหรับผู้ใช้OPPO Reno 16 อีกด้วย เพื่อรองรับผู้บริโภคที่หลากหลาย สะท้อนแนวทางของแบรนด์ในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้กว้างยิ่งขึ้น เพิ่มเติมจากไอโฟนและซัมซุงที่มีอยู่เดิม โดยคอลนี้เริ่มตั้งแต่ iPhone 13 Pro Max – iPhone 18 Series และ Samsung Galaxy S25 Ultra – S26 Ultra รวมถึงอุปกรณ์เสริม SHEEP Phone Wallet สำหรับใส่บัตร ทั้งแบบตั้งใช้งานได้และแบบใส่บัตรทั่วไป, SHEEP Phone Grip, SHEEP Phone Charm รวมถึงเคสสำหรับ iPad และ AirPods เติมเต็มคาแรกเตอร์Sanrio ให้สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในหลากหลายรูปแบบ โดยเคสลาย Kuromi มีให้เลือก 2 ดีไซน์ ในโทนสีม่วงและสีดำ ขณะที่ My Melody มี 2 ดีไซน์ ในโทนสีชมพูและแบบใส
นอกจากนั้นในงานนี้SHEEP ยังได้สานต่อความร่วมมือกับ BEARHOUSE ร้านชานมชื่อดัง เป็นครั้งที่2 ร่วมเติมความหวาน โดยมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้า แบรนด์SHEEP ด้วยเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่รังสรรค์เฉพาะแคมเปญนี้ เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
ล่าสุดแบรนด์ SHEEPได้รับรางวัล EXCELLENCE AWARD สาขา MARKETING จากงาน Sanrio Southeast Asia Licensing Conference 2026 จากโปรเจกต์ SHEEP: SWEET TREAT ตอกย้ำความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง SHEEP และ Sanrio พร้อมสะท้อนศักยภาพของแบรนด์ไทยในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับคาแรกเตอร์ระดับโลก โดยรางวัลดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและรางวัลที่มีความหมายสำหรับ SHEEP ในฐานะแบรนด์ไทย เป็นอย่างมาก
การเดินทางของSHEEP : SWEET TREAT ตั้งแต่EP.1-Final EP. ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ แต่เป็นการต่อยอดแนวคิดในการนำคาแรกเตอร์ที่ผู้คนชื่นชอบมาสร้างเป็นไอเทมที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนเลือก “Flavor” ที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เพราะสำหรับ SHEEP แล้ว แก็ดเจ็ตไม่ได้มีไว้เพียงใช้งาน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบอกเล่าตัวตนและสไตล์ของคนที่เลือกใช้
ร่วมค้นหาความหวานในแบบของคุณ ผ่านคอลเลคชั่นพิเศษได้ทั้ง 11 สาขาด้วยกัน ร้าน SHEEP Flagship Store 3 สาขา ที่ขายเฉพาะสินค้าแบรนด์SHEEP เซ็นทรัลเวิลด์,เมกะบางนาและฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ร้านAppleSheep 8สาขา ที่ขายสินค้าในรูปแบบ Multi-Store โดยจะมีทั้งสินค้าแบรนด์SHEEP และแบรนด์อื่น ๆให้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้า Gadget และไลฟ์สไตล์ ได้แก่สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ,แฟชั่นไอแลนด์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์ , เซ็นทรัลขอนแก่น ,เซ็นทรัลหาดใหญ่
ติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.applesheepth.com, Line: @applesheep, Facebook: AppleSheep เคส ipadpro มีที่เก็บปากกา, Instagram: applesheepth, Tiktok: applesheepth

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

เอ็ม บี เค ผนึกพันธมิตร มอบกระเป๋า Upcycling ให้ Green Hero โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์

หลังเก็บขวด PET ทะลุกว่า 1.6 หมื่นขวด

นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (ที่ 8 จากซ้าย) และ นางสาวจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด (ที่ 9 จากซ้าย)  ผู้บริหารในเครือเอ็ม บี เค พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ บีดินและ หัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตประเวศ (ที่ 7 จากซ้าย) นางสาว

อิสราภรณ์  รดาภูพฤกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ (ที่ 10 จากซ้าย) นางสาวยุวดี บุญเปี่ยม ผู้อำนวยการอาวุโสด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด (ที่ 11 จากซ้าย) มอบกระเป๋า Upcycling และรางวัลประกวดสิ่งประดิษฐ์รีไซเคิลให้แก่นักเรียน Green Hero โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์  ที่ร่วมใจสะสมขวดพลาสติก PET รวมทั้งสิ้นได้ 16,833 ขวด เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมแยกขยะและขับเคลื่อนสังคมไร้ขยะอย่างยั่งยืน ณ โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

 

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทำบุญถวายปัจจัย พร้อมด้วยข้าวสารและอาหารแห้ง ให้แก่ วัดโชติกุนสุวรรณาราม (หมูบุ่น) จังหวัดเชียงใหม่



ในการนี้ พระครูสังฆรักษ์ณัฏฐ์ฐิ์ภัทร ณฏฺฐกโร เจ้าอาวาสวัดโชติกุนสุวรรณาราม ได้เป็นประธานสงฆ์รับมอบปัจจัยและเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าว เพื่อนำไปส่งต่อและใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของวัดและชุมชนต่อไปกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสานต่อ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ยึดถือและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง





บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งความเท่าเทียม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

พม. ยกย่องคนรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ สร้างสรรค์ "ผ้าไทย" ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ชุดแต่งกายร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าเศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรมยั่งยืน

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงานสตรีกับงานหัตถกรรมจากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ประจำปี 2569 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร และเงินรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด Young Designer for Her 2026 โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวง พม. กลุ่มอาชีพสตรีและนักศึกษาและอาจารย์จากเครือข่ายสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ Star Hall และ Infinicity Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

โอกาสนี้ มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , นิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพสตรีและสถาบันการศึกษาที่ร่วมกันออกแบบและพัฒนาผลงานจากภูมิภาคทั่วประเทศ , การเสวนาเรื่องการพัฒนางานหัตถกรรมของกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน , การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานผ้าและงานหัตถกรรมของเครือข่าย และ กิจกรรม Workshop ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านงานผ้าและงานหัตถกรรม



นายชนินทร์ กล่าวว่า การพัฒนางานผ้าและงานหัตถกรรมมีความหมายมากกว่าการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ แต่คือการ “เพิ่มคุณค่าให้กับคน” ทำให้สตรีมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งภารกิจเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มอาชีพสตรี ชุมชน และประชาชน ที่ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมกันต่อยอดภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมไว้ข้างหลัง  ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใด การที่เราร่วมกันอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างคุณค่าให้แก่ผ้าไทย ยังเป็นการร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมและผ้าไทย และทรงส่งเสริมให้ภูมิปัญญาของราษฎรในท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชนที่ดีขึ้น จนผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาประเทศ

นายชนินทร์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้จัดกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการออกแบบและประกวดภาพสเก็ตช์ชุดแต่งกาย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมทั้งสิ้น 21 สถาบัน รวม 66 ผลงาน และมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 ผลงาน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รวมจำนวน 10 ผลงาน จะได้รับการพัฒนาจากภาพสเก็ตช์ไปสู่การตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายจริง และนำไปจัดแสดงผลงานต่อหน้าพระพักตร์ในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา ซึ่งนับเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทย ควบคู่กับการสืบสานภูมิปัญญางานผ้าและงานหัตถกรรมไทยให้ก้าวไปสู่การออกแบบร่วมสมัย และสร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

นายชนินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพราะการที่คนรุ่นใหม่หันกลับมามองผืนผ้า มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมุมมองร่วมสมัยมาพัฒนาต่อยอด นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ดังนั้น ขอให้เยาวชนนักออกแบบทุกคนภาคภูมิใจว่า ทุกเส้นสายที่ได้วาด ทุกแนวคิดที่ได้ออกแบบ และทุกผืนผ้าที่เลือกนำมาใช้ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายหนึ่งชุด แต่เป็นพลังที่มีส่วนช่วยนำเรื่องราวและภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน เดินทางต่อไป 








"ขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ สถาบันการศึกษา ภาคีเครือข่าย กลุ่มอาชีพสตรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันทุ่มเทกำลังกาย กำลังความคิด และองค์ความรู้ จนทำให้งานในวันนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความสำเร็จของงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของชุมชน สามารถพัฒนาเป็นพลังในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและครอบครัว  นำไปสู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนได้ในที่สุด เพราะ “ผ้าไทย” เป็นมากกว่าสมบัติที่เราได้รับจากคนรุ่นก่อน แต่เป็นสมบัติที่เราทุกคนต้องร่วมกันรักษา พัฒนา และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป" นายชนินทร์ กล่าวท้าย

ไดกิ้น รับโล่โครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ตอกย้ำความร่วมมือในบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยี


ไดกิ้น รับโล่โครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ตอกย้ำความร่วมมือในบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ ยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กรุงเทพฯ – บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงด้านการใช้พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มผู้นำที่เข้าร่วมโครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 สำหรับเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ ( Variable Refrigerant Flow: VRF) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมรับมอบโล่แสดงความขอบคุณจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในโอกาสเข้าร่วมและสนับสนุนโครงการดังกล่าว รวมถึงได้รับโล่แสดงความขอบคุณและใบประกาศเจตนารมณ์เครือข่ายอนุรักษ์พลังงาน (Energy Beyond Standards) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย โดยมี นายสึโทมุ คูริฮาระ ประธานบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประเทศไทย เป็นตัวแทนขึ้นรับมอบโล่และใบประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว

โครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ เป็นหนึ่งในโครงการที่ กฟผ. เดินหน้าพัฒนาเพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องปรับอากาศด้านการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยในปี 2569 ได้มีการขยายขอบข่ายการรับรองให้ครอบคลุมเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ ในช่วงขนาดการทำความเย็น 100,001–200,000 บีทียูต่อชั่วโมง และเริ่มแสดงฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 บนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา

ในฐานะผู้เข้าร่วมโครงการ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคโนโลยี และองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ กับ กฟผ. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเกณฑ์ประสิทธิภาพของโครงการ พร้อมนำผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ หรือ VRV เข้าร่วมการทดสอบและยื่นขอรับรองฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ VRV ในช่วงขนาด 100,001–200,000 บีทียูต่อชั่วโมง ของไดกิ้น จำนวน 10 รุ่น ที่ผ่านเกณฑ์การรับรองนี้ อาทิเช่น รุ่น VRV6A และ VRV6X

โดยกำลังสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เกิดจากการผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การวิจัยและพัฒนา ของไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นฐานกำลังการผลิตสำคัญในประเทศไทยและส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ท้องตลาดด้วย ซึ่งการได้การรับรองฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานด้านประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานของผลิตภัณฑ์ไดกิ้นเป็นอย่างดี

นายสึโทมุ คูริฮาระ กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศของไดกิ้นไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการพัฒนาโซลูชันที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ไดกิ้นเชื่อว่า ความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และการส่งมอบคุณค่าที่เชื่อถือได้อย่างยั่งยืน การเข้าร่วมโครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของไดกิ้นในการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาร่วมสนับสนุนการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศในประเทศไทย”


นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของไดกิ้น ซึ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่การใช้พลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางคาร์บอน

ไดกิ้นมุ่งหวังว่า การได้รับการรับรองฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ VRV ของไดกิ้น พร้อมเดินหน้าต่อยอดบทบาทในฐานะ “Air Solution Provider” ที่พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครอบคลุม ทั้งกลุ่มเจ้าของอาคาร กลุ่มที่ปรึกษา และกลุ่มลูกค้าที่พักอาศัยทั่วไป เพื่อสนับสนุนลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเลือกผลิตภัณฑ์ การออกแบบระบบ ไปจนถึงการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและมาตรฐานของระบบปรับอากาศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ฝนตกหนัก รีบเติมภูมิคุ้มกันด่วน! บีไชน์ ส่ง “เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติ เข้มข้น 4 เท่า

เสริมภูมิ-ดูแลผิวใส จัดโปรคุ้มเพียงขวดละ 199 บาท ที่ 7-Eleven, Tops และร้านยา Lotus’s

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ การดูแลสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ร่วมส่งต่อความห่วงใยและความคุ้มค่า จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษต้อนรับฤดูฝนกับ “บีไชน์ เนเจอร์ซี (B Shine Nature C) สูตรใหม่” วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและดูแลผิวพรรณสดใส แค่วันละเม็ด ขนาดขวด 30 เม็ด แถมฟรี 5 เม็ด ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 199 บาท (จากปกติ 249 บาท) พร้อมสิทธิ์สมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 198 บาท ราคานี้สำหรับเฉพาะที่ร้าน 7-Eleven เท่านั้น และยังมีโปรโมชั่น “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” ขวดละ 199 บาท ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops และร้านยา Lotus’s สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 ตุลาคม 2569 นี้ 

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” เด่นด้วยส่วนประกอบหลัก ใน 1 เม็ด อัดแน่นด้วยคุณค่าสารสกัดหลายชนิด ได้แก่

- อะเซโรลาเชอร์รี่สกัดเข้มข้น 1,000 มก. (เทียบเท่าผลอะเซโรลาเชอร์รี่สด 4,000 มก. เข้มข้นจริงถึง 4 เท่า) คุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้

- ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์สูงถึง 100 มก. ช่วยเพิ่มการดูดซึมและเสริมการทำงานของวิตามินซีให้ดียิ่งขึ้น

- สารสกัดจากทับทิม ต้านอนุมูลอิสระสูง ผิวแลดูกระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น

- สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ชะลอการเสื่อมสลายของคอลลาเจนในผิวหนัง ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์

- แคโรทีนอยด์ ช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใสเป็นธรรมชาติเมื่อต้องเผชิญแสงแดด คงความอ่อนเยาว์ พร้อมส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

- เบอร์รี่รวม 6 ชนิด (สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสป์เบอร์รี่, เอลเดอร์เบอร์รี่, แบล็คเคอร์แรนท์, เรดบีท) จากสวิตเซอร์แลนด์ อุดมด้วยไฟโตนิวเทรียนท์หลากสี ดีต่อสุขภาพผิวและสายตา

ไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ อุดมด้วย ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย มาในสูตรอ่อนโยนต่อทางเดินอาหาร ไม่ตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับการรับประทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อการดูแลสุขภาพและผิวพรรณในระยะยาว โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังมื้ออาหารเช้าหรือกลางวัน เพื่อประโยชน์สูงสุด


ส่วนประกอบสำคัญต่อ 1 เม็ด : อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด 1,000 มก., ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากทับทิม 70 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 23.75 มก., แคโรทีนอยด์ 23.75 มก.

 บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ มีแบบซองพกง่าย บรรจุ 6 เม็ด ราคาเพียง 49 บาท และพิเศษยิ่งกว่า! กับแบบขวดสุดคุ้ม บรรจุ 35 เม็ด ที่กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาแรงเหลือเพียง 199 บาท (จากปกติ 249 บาท) หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 ตุลาคม 2569 ที่ร้าน 7-Eleven, ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops และร้านยา Lotus’s 

นอกจากนี้ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ยังมีผลิตภัณฑ์แบรนด์ “บีไชน์” และ “คิดโด้” จำหน่ายที่ Shopee: Bshine Nutrition Plus, Lazada: บีไชน์นูทริชั่นพลัส และ Tiktok: Bshine Nutrition Plus

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ https://www.bshine.co.th/NaturC_landingpage/, Facebook Fanpage: B Shine, TikTok : bshine.official, IG: bshinenutritionplus และ Line Official: @Bshine

16 ปี บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทย เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี ที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเพื่อเป็นผู้นำในการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ นับตั้งแต่การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาจนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งมีการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ประชาชน โดยบริษัทฯ ยึดหลักการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และหลักสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมบุคลากรทุกคนให้มีความตระหนัก ยึดมั่นการสร้างความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ ”ดีเด่น” ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพัฒนาการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนปฎิบัติการขับเคลื่อนและส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ที่สถานีรังสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเทศมนตรีนครรังสิต โดยเพิ่มเส้นทางเดินรถ EV Bus (สมายบัส) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1.สถานีรังสิต – ถนนเลียบคลองรังสิต - สถานีรังสิต 2. สถานีรังสิต - รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีคูคต – สถานีรังสิต ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงเดือนเมษายน 2570 โดยในระยะเเรกจะเป็นการทดลองให้บริการในเบื้องต้นก่อนพัฒนาไปสู่เส้นทางอื่นๆต่อไป 

ด้านการอำนวยความสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ในเส้นทางอื่นๆ บริษัทฯยังคงให้บริการเช่นเดิม ทั้งการบูรณาการความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถไฟดีเซลรางในเส้นทาง นครปฐม - ตลิ่งชัน เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดนครปฐมเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก อีกทั้ง รฟฟท. ยังได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) จัดรถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า (Electric Bus) หรือ EV Bus พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถเชื่อมต่อระหว่าง สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีหลักสี่) จุดจอดบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 ไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B และ C (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) โดยรฟฟท. ได้คำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านการให้บริการ และพร้อมเดินหน้าพัฒนาให้เกิดระบบขนส่งสาธารณะรองในสถานีอื่นๆอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ด้านการให้บริการเดินรถไฟฟ้า บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าในการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยในปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีสถิติความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 99.96% , 99.97% และ 100% ตามลำดับ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมกว่า 50 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้จากผลการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งลงพื้นที่สำรวจโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) และบริษัท รีเสิร์ช ดีไซน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสำรวจและวิจัย โดยผลปรากฏว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.59, ด้านความปลอดภัย 4.57, ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.59, ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.54, ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานี และในขบวนรถ 4.49, ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.51 ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในด้านต่างๆสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก สืบเนื่องมาจากการมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปด้วย โดยได้ดำเนินการโครงการต่างๆที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานกับคนในชุมชน รวมถึงรณรงค์ให้พนักงานทุกคนให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม CSR ด้วย

นอกจากนี้ ในด้านส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (สายเหนือ) ช่วงรังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (สายตะวันตก) ช่วงตลิ่งชัน - ศิริราช - ศาลายา ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2572 โดยคาดการณ์ว่า เมื่อเปิดให้บริการในเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะเป็นทางเลือกในการเดินทางแก่ประชาชน ช่วยลดเวลาการเดินทางจาก จังหวัดปทุมธานีเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี - ศาลายาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงลดปัญหาการจราจรติดขัด และยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน

สำหรับประเด็นการมอบภารกิจสำคัญให้ รฟฟท. กลับไปบริหารจัดการการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นั้น บริษัทฯมีความพร้อม เนื่องจากเคยบริหารโครงการดังกล่าวมากว่า 10 ปี มีทีมงานที่มีประสบการณ์ รวมถึงมีการเตรียมแผนการดำเนินการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย หากเล็งเห็นว่า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด มีความเหมาะสม ก็สามารถดำเนินการได้อย่างไร้รอยต่อ โดยบริษัทฯคำนึงถึงการให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าด้วยมาตรฐานในระดับสากลที่บริษัทนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ จะส่งผลให้สามารถยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพ เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ผู้โดยสารได้ให้ความไว้วางใจด้วยดีเสมอมา

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, X , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ


“RED Line SRTET”
หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569

พม. ยกย่องคนรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ สร้างสรรค์ "ผ้าไทย" ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ชุดแต่งกายร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าเศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรมยั่งยืน

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงานสตรีกับงานหัตถกรรมจากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ประจำปี 2569 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร และเงินรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด Young Designer for Her 2026 โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวง พม. กลุ่มอาชีพสตรีและนักศึกษาและอาจารย์จากเครือข่ายสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ Star Hall และ Infinicity Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน




โอกาสนี้ มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , นิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพสตรีและสถาบันการศึกษาที่ร่วมกันออกแบบและพัฒนาผลงานจากภูมิภาคทั่วประเทศ , การเสวนาเรื่องการพัฒนางานหัตถกรรมของกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน , การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานผ้าและงานหัตถกรรมของเครือข่าย และ กิจกรรม Workshop ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านงานผ้าและงานหัตถกรรม

นายชนินทร์ กล่าวว่า การพัฒนางานผ้าและงานหัตถกรรมมีความหมายมากกว่าการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ แต่คือการ “เพิ่มคุณค่าให้กับคน” ทำให้สตรีมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งภารกิจเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มอาชีพสตรี ชุมชน และประชาชน ที่ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมกันต่อยอดภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมไว้ข้างหลัง  ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใด การที่เราร่วมกันอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างคุณค่าให้แก่ผ้าไทย ยังเป็นการร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมและผ้าไทย และทรงส่งเสริมให้ภูมิปัญญาของราษฎรในท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชนที่ดีขึ้น จนผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาประเทศ




นายชนินทร์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้จัดกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการออกแบบและประกวดภาพสเก็ตช์ชุดแต่งกาย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมทั้งสิ้น 21 สถาบัน รวม 66 ผลงาน และมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 ผลงาน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รวมจำนวน 10 ผลงาน จะได้รับการพัฒนาจากภาพสเก็ตช์ไปสู่การตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายจริง และนำไปจัดแสดงผลงานต่อหน้าพระพักตร์ในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา ซึ่งนับเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทย ควบคู่กับการสืบสานภูมิปัญญางานผ้าและงานหัตถกรรมไทยให้ก้าวไปสู่การออกแบบร่วมสมัย และสร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

นายชนินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพราะการที่คนรุ่นใหม่หันกลับมามองผืนผ้า มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมุมมองร่วมสมัยมาพัฒนาต่อยอด นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ดังนั้น ขอให้เยาวชนนักออกแบบทุกคนภาคภูมิใจว่า ทุกเส้นสายที่ได้วาด ทุกแนวคิดที่ได้ออกแบบ และทุกผืนผ้าที่เลือกนำมาใช้ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายหนึ่งชุด แต่เป็นพลังที่มีส่วนช่วยนำเรื่องราวและภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน เดินทางต่อไป 




"ขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ สถาบันการศึกษา ภาคีเครือข่าย กลุ่มอาชีพสตรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันทุ่มเทกำลังกาย กำลังความคิด และองค์ความรู้ จนทำให้งานในวันนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความสำเร็จของงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของชุมชน สามารถพัฒนาเป็นพลังในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและครอบครัว  นำไปสู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนได้ในที่สุด เพราะ “ผ้าไทย” เป็นมากกว่าสมบัติที่เราได้รับจากคนรุ่นก่อน แต่เป็นสมบัติที่เราทุกคนต้องร่วมกันรักษา พัฒนา และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป" นายชนินทร์ กล่าวท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์

SHEEP สานต่อความหวาน เปิดตัว Kuromi & My Melody ดึง “ตี๋ตี๋–ป๋อ” เสริมทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมขยายตลาด OPPO

SHEEP แบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทยที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและรายละเอียด เดินหน้าตอกย้ำการเป็น Lifestyle Brand ผ่านการสร้างสรรค์คอลเลกชั...

โวยวายดอทคอม