วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Toshiba เปิดตัวซีรีส์ T33 ยกระดับการดูแลเสื้อผ้าในทุกขั้นตอน


โตชิบา เปิดตัวเครื่องซักผ้าฝาหน้า รุ่น TW-T33B140UWT(WS) และเครื่องอบผ้า รุ่น TD-T33B120HWT(WS)
ที่ผสานเทคโนโลยีการดูแลเสื้อผ้าเข้ากับดีไซน์เรียบหรู เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย และความสวยงามในการจัดวางภายในบ้าน
เครื่องซักผ้ารุ่น TW-T33B140UWT(WS) มาพร้อมความจุ 13 กิโลกรัม โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี ColorAlive ที่ช่วยถนอมสีผ้า ลดการซีดจาง และคงความสดใสของเสื้อผ้าได้ยาวนานแม้ซักด้วยน้ำเย็น พร้อมฟังก์ชัน Aroma+
ที่อัปเกรดไปอีกขั้น โดยสามารถปรับระดับความหอมได้ถึง 3 ระดับ ให้ผู้ใช้งานเลือกความหอมได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Flat Design ดีไซน์เรียบหรูแบบไร้รอยต่อ แผงควบคุมเรียบเนียน ติดตั้งได้ทั้งแบบวางเดี่ยวหรือ Built-in ช่วยให้เข้ากับทุกสไตล์การตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว



ด้านเครื่องอบผ้ารุ่น TD-T33B120HWT(WS) มาพร้อมความจุ 11 กิโลกรัม ใช้เทคโนโลยี Heat Pump หรือ
ระบบปั๊มความร้อน ที่อบผ้าด้วยอุณหภูมิต่ำ ช่วยถนอมเนื้อผ้า ลดการหดตัวของเสื้อผ้า พร้อมประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้นเพราะทำงานด้วยมอเตอร์อินเวอร์เตอร์ เสริมด้วยระบบกรอง 4 ชั้น (4-Layer Filter System) ที่ช่วย
ดักจับเส้นใยผ้า ขนสัตว์เลี้ยง และฝุ่นละออง เพื่อให้ระบบหมุนเวียนอากาศทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังออกแบบให้ สลับทิศทางการเปิดประตูได้ (Reversible Door) เพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตั้ง
ไม่ว่าจะวางเคียงข้างหรือวางซ้อนกับเครื่องซักผ้าในซีรีส์นี้ ก็ช่วยให้หยิบย้ายเสื้อผ้าได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ
ในพื้นที่จำกัด


นอกจากฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การดูแลเสื้อผ้าแล้ว ทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในซีรีส์ T33 ยังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Minimalist Aesthetics ที่ผสานความเรียบหรูเข้ากับการใช้งานจริง ช่วยให้การซักและอบผ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และลงตัวกับทุกพื้นที่ภายในบ้าน
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.toshiba-lifestyle.com/th หรือfacebook.com/ToshibaLifestyleThailand

ภูมิคุ้มกันดี ผิวสวยใส ตาไม่ล้า! “บีไชน์” ชวนดูแลตัวเองครบในหน้าฝนด้วย “ไบโอ โปร ซี”

จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษแบบซอง ซื้อ 1 แถม 1 เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ถึง 23 ส.ค. นี้

ช่วงฤดูฝนที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและฝนตกชุกเช่นนี้ ประกอบกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องทำงาน หนัก พักผ่อนน้อย และจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งยังต้องเผชิญกับแสงแดด ละอองฝน มลภาวะ และความเครียดสะสม จนส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า เกิดอาการตาแห้ง ตาล้า ผิวหมอง และภูมิคุ้มกันตกได้ง่าย

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ชวนดูแลสุขภาพรับหน้าฝนด้วยไอเท็มยอดฮิตของสายสุขภาพ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry) วิตามินซีสูตรพรีเมียมที่ตอบ โจทย์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทานแค่วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ช่วยให้ "สายตาดี สุขภาพฟิต ผิวสวยสดใส" ได้อย่างง่ายดาย

“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จากส่วนประกอบ สำคัญเพื่อการดูแล 

แบบองค์รวมหลายด้าน :  

- สายตาดี โฟกัสชัด : ผสานพลังสารสกัดจากบิลเบอร์รี่นำเข้าจากอเมริกา ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น 

ลดอาการตาแห้ง ตาล้า ทำงานร่วมกับ วิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น และเพิ่มโฟกัสในการทำงาน

- สุขภาพฟิต ภูมิคุ้มกันดี : อุดมด้วยวิตามินซี 1000 มก. สูตรอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร 

จากแหล่งธรรมชาติทั้งสารสกัดโรสฮิปส์และคามูคามู พร้อมซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 

ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย 

- ผิวสวยสดใส ท้าแสงแดด : ปกป้องและบำรุงผิวให้แลดูสดใส แม้ต้องเจอแสงแดด และมลภาวะด้วย 

สารสกัดจากส้มสีแดง 

- สตรองยิ่งขึ้น : มีแคลเซียม 15% มีส่วนช่วยในการดูแลกระดูกให้แข็งแรง

“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่ แบบซองซิปพกพา บรรจุ 7 เม็ด 

จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มต้อนรับหน้าฝน! ซื้อ 1 แถม 1 ราคาเพียง 49 บาท (ปกติ 98 บาท) สมาชิก ALL member รับ 100 คะแนน พกพาความคุ้มค่า และดูแลตัวเอง ได้ทุกวัน หาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 23 สิงหาคม 2569 ที่ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ทุกสาขาทั่วประเทศ


NEA ชวนผู้ประกอบการไทยก้าวทันเศรษฐกิจกระแสใหม่กับหลักสูตรเข้มอบรมฟรี !!

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชวนผู้ประกอบการไทย เข้าร่วมโครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ (UpSkill & ReSkill)  "Megatrend Arrow: พลิกเกมธุรกิจ เร่งสปีดด้วย AI" เรียนรู้การทำธุรกิจยุคใหม่ ด้วย AI + Digital Tools สำหรับการค้าระหว่างประเทศ

เพราะธุรกิจยุคใหม่ ถ้าไม่ใช้ AI = อาจตามโลกไม่ทัน วันนี้โลกการค้าไม่ได้แข่งกันที่ “สินค้า” อย่างเดียว แต่แข่งกันที่ ข้อมูล เทคโนโลยี และความเร็วในการตัดสินใจ

ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการที่อยาก ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ อยากใช้ AI มาวิเคราะห์ตลาดและพัฒนาธุรกิจ  โอกาสนี้มาถึงแล้วกับ หลักสูตรเข้มข้น 2 วัน (อบรม+workshop)  ดังนี้

วันที่ 20 สิงหาคม 2569

- AI วิเคราะห์แนวโน้มตลาดโลก (Megatrend)  

- Business Mindset สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่

- ขับเคลื่อนการค้าโลกด้วย AI และเทคโนโลยีดิจิทัล อัจฉริยะ : Driving Global Trade with AI & Digital Intelligence

- Workshop การใช้ Digital Tools เพื่อการค้าระหว่างประเทศ

 วันที่ 21 สิงหาคม 2569

- การใช้ AI ในการพัฒนาธุรกิจ  

- การสร้างมูลค่าสินค้าด้วย AI

- การบริหารจัดการการส่งออกอย่างชาญฉลาดด้วยเครื่องมือ ดิจิทัล : Intelligent Export Management with Digital Tools 

- Workshop การใช้ Digital Tools เพื่อขยายตลาดโลกสิ่งที่คุณจะได้จากโครงการนี้

1. เข้าใจ Megatrend การค้าโลก : รู้ว่าตลาดโลกกำลังไปทางไหน

2. เรียนรู้ การใช้ AI วิเคราะห์ตลาด และนำ AI มาพัฒนาธุรกิจจริง

3. รู้จัก Digital Tools สำหรับการส่งออก ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องใช้

4. ปรับ Business Mindset : ให้ทันโลกธุรกิจยุคดิจิทัล

5. Workshop ลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่ฟัง แต่ ได้ทดลองใช้เครื่องมือจริง

6. เพิ่มโอกาสขยายธุรกิจสู่ ตลาดต่างประเทศ

กำหนดการอบรม : วันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 - 17.00 น.
ณ โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

รูปแบบอบรม : แบบ Hybrid   Onsite : 150 คน  และ  Online : 50 คน

กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ประกอบการ SMEs / MSMEs / ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และผู้สนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ

สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 สิงหาคม 2569 ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย  รับจำนวนจำกัด 200 คน เท่านั้น 

สมัครได้ที่ Link : https://forms.gle/sJJqJrYYDB2U1ACb8 และ bit.ly/4pFPEWI

Facebook : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : NEA Call Center 1169 กด 1 กด 1 
และ คุณศรัญญา (ญา) โทร. 088-452-4373 , คุณพิรุณพร (หยก) โทร. 094-983-9650

รพ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ มุ่งสู่ Medical Robot Hub ระดับเอเชียแปซิฟิก


พิธีลงนาม MOU กับบริษัทดีไวซ์ เทคโนโลยี่ส์ (ไทย) จำกัด ยกระดับองค์ความรู้ พัฒนาศัลยแพทย์ และมาตรฐานการรักษา "จากประสบการณ์การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกว่า 1,000 เคส โรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมยกระดับองค์ความรู้ และมาตรฐานการรักษา เพื่อพัฒนาทีมศัลยแพทย์ และส่งต่อผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วย"

โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เดินหน้ายกระดับสู่ Medical Robot Hub ศูนย์รวมนวัตกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ระดับเอเชียแปซิฟิก ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกับบริษัท ดีไวซ์ เทคโนโลยี่ส์ (ไทย) จำกัด เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนามาตรฐานการรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) หลังมีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (da Vinci Xi Robotic Surgery) มากกว่า 1,000 เคส ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งพัฒนาศักยภาพของศัลยแพทย์ไทย ผ่านการศึกษา การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อผลักดันมาตรฐานการผ่าตัดของประเทศไทยสู่ระดับสากล และสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วย




นพ.เอกกิตติ์ สุรการ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร โดยประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกว่า 1,000 เคส ได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะเฉพาะของทีมศัลยแพทย์ ช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคทางศัลยกรรม ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างระบบการเรียนรู้ด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้น



ซึ่งภายใต้บันทึกความร่วมมือในระยะเวลา 1 ปีนี้ มีโครงการสำคัญต่างๆ  ที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดซึ่งครอบคลุมการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้าน Robotic Surgery ภายในโรงพยาบาล (In-house Robotic Training Center), การพัฒนาศัลยแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญผ่านการฝึกอบรม และมีระบบ Proctorship ทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ (International and In-house Proctorship Program), การจัดทำมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบจำลองการผ่าตัด รวมถึงการจัดประชุมวิชาการ  BDMS Robotic Surgery Annual Meeting 2026 ภายใต้หัวข้อ "1,000 Cases Celebration & Scientific Session" ในวันที่ 10 สิงหาคม 2026 เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งใน และต่างประเทศเพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

นพ.ชนินทร์ ปั้นดี ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรม  รพ.กรุงเทพ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการผ่าตัดช่องท้องด้วยการส่องกล้องและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี่ (da Vinci Xi Robotic Surgery) ในการรักษาผู้ป่วยโรคที่มีความซับซ้อนมากกว่า 1,000 เคส ครอบคลุมการผ่าตัดช่องท้อง ปอด ช่องอก นรีเวช และระบบทางเดินปัสสาวะ ใน 3 ปีที่ผ่านมา รพ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้ผ่าตัดช่องท้องจำนวน 547 ราย ผ่าตัดปอด 237 ราย ผ่าตัดนรีเวช 131 ราย ผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ (ไต, ต่อมลูกหมาก) 92 ราย (ข้อมูลถึงเดือนมิถุนายน 2569) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้การผ่าตัดได้ตรงจุด ลดการเสียเลือด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดระยะเวลานอนพักในโรงพยาบาล สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น ซึ่งเราเน้นดูแลรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพที่ผสานความชำนาญการ และประสบการณ์ของทีมแพทย์เฉพาะทางเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อให้การรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัย การผ่าตัด การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเดินหน้าร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงได้มากยิ่งขึ้น

Mr. Adam Brown Business Manager – Capital Robotic Surgery, Device Technologies กล่าวว่า สำหรับ Device Technologies เราเชื่อว่า เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของการยกระดับการรักษา สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีมาตรฐาน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย ซึ่งบริษัทฯ จะร่วมกันพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ส่งเสริมการพัฒนาศัลยแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพผ่านการฝึกอบรมและระบบ Proctorship สนับสนุนการจัดประชุมวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ ตลอดจนร่วมพัฒนามาตรฐานการดูแลผู้ป่วยและกระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาด้วย Robotic Surgery อย่างยั่งยืน 

นอกจากหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi แล้ว โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ยังมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในหลากหลายสาขา ได้แก่ VELYS™ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม, ARTIS pheno หุ่นยนต์เอกซเรย์แขนกลสำหรับการผ่าตัดกระดูกและข้อแบบแผลเล็ก และ Walkbot หุ่นยนต์ฟื้นฟูการเดินสำหรับผู้ป่วยระบบประสาท มีผู้ป่วยได้รับการรักษาและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์มากกว่า 600 ราย (ข้อมูลถึงเดือนมิถุนายน 2569)


โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษา ขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และก้าวสู่การเป็น Medical Robot Hub ศูนย์รวมการรักษาด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ระดับเอเชียแปซิฟิก ที่พร้อมรองรับผู้ป่วยจากทั่วทุกภูมิภาคด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสากล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เข้าเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรม รพ. กรุงเทพ โทร. 0 2310 3002, 0 2755 1002 หรือ Contact Center โทร. 1719 Line @BHQSurgery

#โรงพยาบาลกรุงเทพ #Bangkokhospital #MedicalRobotHub #หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด #daVinci #RoboticSurgery #ศูนย์ศัลยกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พลิกโฉมการดูแลสุขภาพผู้หญิงยุคใหม่! รพ. พญาไท 2 เปิดตัว "Her Confidence"


ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและการรักษาแบบองค์รวม ชูความเชี่ยวชาญด้าน Women's Pelvic Health & Quality of Life ดูแลผู้หญิงตั้งแต่การป้องกัน ฟื้นฟู จนถึงการรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย

โรงพยาบาลพญาไท 2 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพผู้หญิง เปิดตัว "Her Confidence" ศูนย์ดูแลสุขภาพสตรีเฉพาะทาง ภายใต้วิสัยทัศน์ HerLife World เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพผู้หญิงจากการรักษาโรค ไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตอย่างครอบคลุมในทุกช่วงวัย โดยมีทีมสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม ร่วมกับทีมแพทย์สหสาขาในการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้หญิงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว


ผู้หญิงจำนวนมากกำลังอยู่กับ "ปัญหาที่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่กระทบการใช้ชีวิต"
ปัจจุบัน ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยกำลังใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาสุขภาพที่แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และความมั่นใจในตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาวะปัสสาวะเล็ด อุ้งเชิงกรานหย่อน ความเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ภาวะช่องคลอดแห้ง หรือความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในช่วงวัยหมดประจำเดือน อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากยังเข้าใจว่าอาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของวัยหรือหลังการคลอดบุตร จึงไม่ได้เข้ารับการประเมินจากแพทย์ ทั้งที่ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาและการฟื้นฟูที่สามารถช่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
ด้วยแนวคิดดังกล่าว โรงพยาบาลพญาไท 2 จึงพัฒนา Her Confidence ให้เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพผู้หญิงที่มุ่งเน้นการดูแลปัญหาซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยผสานองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรี เวชศาสตร์ทางเพศ และการดูแลสุขภาพสตรีสมัยใหม่ เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ภายใต้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based Medicine) และมาตรฐานทางการแพทย์
Her Confidence ให้การดูแลครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
• Pelvic Health ดูแลสุขภาพอุ้งเชิงกรานและภาวะปัสสาวะเล็ด อวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน รวมถึงการฟื้นฟูหลังคลอด เพื่อให้ผู้หญิงสามารถกลับมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ
• Menopause & Vaginal Health ดูแลสุขภาพในช่วงก่อนและหลังวัยหมดประจำเดือน รวมถึงอาการช่องคลอดแห้ง ระคายเคือง ปัสสาวะแสบขัด และปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
• Sexual Well-being ดูแลปัญหาสุขภาวะทางเพศ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อาทิ อาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือภาวะที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคู่รัก
• Functional & Cosmetic Gynecology การดูแลที่ผสานการฟื้นฟูการทำงานของร่างกายควบคู่กับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ โดยยึดหลักข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เป็นสำคัญ
Her Confidence ดำเนินงานภายใต้แนวคิด Multidisciplinary Women's Health โดยมี นพ.วันฉัตร โกมล สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม เป็นแพทย์หลักในการประเมิน วินิจฉัย และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล พร้อมทำงานร่วมกับทีมแพทย์สหสาขา อาทิ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย แพทย์ด้านสุขภาพจิต และทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้การดูแลครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย สุขภาวะทางเพศ และคุณภาพชีวิตของผู้หญิงในทุกมิติ
นอกจากนี้ ยังมี Nurse Navigator ทำหน้าที่ประสานการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การนัดหมาย การให้ข้อมูล การประสานทีมรักษา ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับประสบการณ์การดูแลที่สะดวก ราบรื่น และเป็นส่วนตัวตลอดกระบวนการรักษา

ด้านแนวทางการรักษา Her Confidence ให้ความสำคัญกับการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยเริ่มจากการรักษาแบบอนุรักษ์และการฟื้นฟูเมื่อมีข้อบ่งชี้ ก่อนพิจารณาหัตถการหรือการผ่าตัดเฉพาะทางตามความจำเป็น ครอบคลุมตั้งแต่การฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ เช่น เลเซอร์ฟื้นฟูช่องคลอด การกระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ไปจนถึงการผ่าตัดซ่อมเสริมอุ้งเชิงกราน โดยยึดหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based Medicine) และมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ
นพ.วันฉัตร โกมล สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า
"ผู้หญิงจำนวนมากกำลังใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาที่แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่กลับส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในทุกวัน ทั้งที่ปัจจุบันสามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ Her Confidence จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมความเชี่ยวชาญด้าน Women's Pelvic Health ที่ช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการประเมินและการรักษาจากทีมแพทย์เฉพาะทางได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมออกแบบแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้หญิงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย"

Her Confidence ถือเป็นก้าวสำคัญของ HerLife World ระบบนิเวศด้านสุขภาพผู้หญิง (Wellness Ecosystem) ของโรงพยาบาลพญาไท 2 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อดูแลผู้หญิงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต โดยสะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพผู้หญิงผ่านองค์ความรู้ทางการแพทย์ ทีมผู้เชี่ยวชาญ และการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงในแต่ละช่วงวัยอย่างแท้จริง
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Her Confidence
โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ที่ โทร. 02 271 6700 ต่อ 4268, 4269

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สจล. จัด “KMITL Team Meet & Talk ปี 4” เปิดพื้นที่รับฟังทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนนิเวศนวัตกรรม

ในโอกาสครบรอบ 66 ปี พระจอมเกล้าลาดกระบัง

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดกิจกรรม “KMITL Team Meet & Talk ปี 4” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีสื่อสารทิศทางการบริหารองค์กร สร้างการมีส่วนร่วม และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมชาว สจล. ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา บุคลากร ตลอดจนศิษย์เก่า เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาสถาบันมุ่งสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ณ Activity Area อาคาร A ชั้น 1 สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KLLC) ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริงนั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยพลังและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กิจกรรมในลักษณะนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Innovation Ecosystem หรือระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบ ที่เอื้อต่อสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย การเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม แก้ไขปัญหา และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม


ปัจจุบัน สจล. มีพัฒนาการที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ  โดยล่าสุดในการจัดอันดับ THE World University Rankings 2026 Asia สจล. ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับ 5 ร่วมของประเทศไทย จากเดิมอันดับ 8 ร่วมในปี 2025 และขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มอันดับ 401-500 ของเอเชีย และก้าวขึ้นสู่อันดับ 290 ของอาเซียน พร้อมครองอันดับ 1 ในกลุ่มมหาวิทยาลัยขับเคลื่อนเทคโนโลยี อีกทั้งยังมีคะแนนด้าน Research Environment และ Research Productivity เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพด้านงานวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ในระดับสากล

นอกจากนี้ ผลสำรวจ TTU 2025 ยังพบว่าสจล. ครองอันดับ 1 ใน 3 สาขายอดนิยม ได้แก่ สถาปัตยกรรมศาสตร์ โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีการเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร/อาหาร ขณะที่ปีการศึกษา 2568 มีนักศึกษาใหม่เข้าศึกษารวม 9,754 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.4 จากปีก่อน และมีอัตราการได้งานทำของบัณฑิตร้อยละ 86.19 สะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษาและการผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน 

สจล. ยังคงเดินหน้าขยายความเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ โดยปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติ 828 คน จากกว่า 44 ประเทศทั่วโลก และตั้งเป้าขยายจำนวนนักศึกษาต่างชาติสู่ประมาณ 900 คน ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำจากต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการพัฒนาหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้าน AI และ Coding ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 พร้อมยกระดับพื้นที่การเรียนรู้และ Co-working Space ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัย การนำระบบ ERP มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร การจัดตั้ง Data Management Center เพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล และเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รองรับการก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมระดับโลก



สำหรับก้าวสำคัญถัดไปในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “The World Master of Innovation” สจล. เตรียมจัดงานมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ KMITL EXPO 2026 : “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้จริงระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันก้าวสู่ปีที่ 66 โดยเป็นการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย องค์กรวิจัย และหน่วยงานด้านนวัตกรรมชั้นนำระดับนานาประเทศ เพื่อร่วมจัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีล้ำสมัย และนวัตกรรมแห่งอนาคต มุ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษาในการบ่มเพาะความรู้ ภาคอุตสาหกรรมในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ และเศรษฐกิจดิจิทัลในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศ  


ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th   
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000

"คิมเบอร์ลี่" ร่วมฉลองเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์

"คิมเบอร์ลี่" ร่วมฉลองเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ ให้เป็น Vision & Eyewear Destination ด้วยมาตรฐานระดับโลก

KT OPTIC (เคที ออพติค) ศูนย์จำหน่ายแว่นตา ทุ่มงบจัดงาน Grand Opening ฉลองเปิดโฉมใหม่ สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ ยกระดับความเป็น Vision & Eyewear Destination ศูนย์ดูแลสุขภาพและแฟชั่นแว่นตาครบวงจรแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออก ภายใต้แนวคิด The Vision & Style Lab

ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก โดยมีนักแสดงตัวท็อป คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ร่วมถ่ายทอดสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และ อัปเดตเทรนด์แว่นตาแฟชั่นล่าสุดไปพร้อมกับเหล่าเซเลบริตี้ แฟชั่นไอคอน อินฟลูเอนเซอร์ มากมาย อาทิ เจมส์ ศุภวิชญ์ วงศ์ฟู (นักแสดง), โฟล์ค จักริน แสงเรือน, พีค วีรภัทร ยั่งยืนสกุลเดช, เอเชีย   ศิระวรรษน์ โตวิวัฒน์,  เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย (นักแสดง), ไอซ์ อธิชนันท์ และ บิ๊ก ณทรรศชัย (คู่รักนักแสดง) เกด ธิญาดา (นักแสดง), ไก่ สุปราณี เจริญผล, จอย ดาวกระจาย, ลูกจันทร์ ณภษร พินิษไชย, นีน่า จิณณ์นิตา  จัดดา และ โณนี่ จารุปิยา บริบาลบุรีภัณฑ์ มิสไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ฯลฯ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหาร คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC  พาชมนวัตกรรมสุดล้ำของเครื่องวัดสายตาที่ให้ได้มากกว่าการมองชัด พร้อมวิสัยทัศน์ในการยกระดับ KT OPTIC สู่มาตรฐานใหม่ของการดูแลสายตา พาชมแฟล็กชิปสไตล์โฉมใหม่ที่ผสานนวัตกรรมระดับสากลเข้ากับงานดีไซน์และบริการเฉพาะบุคคลอย่างลงตัว ณ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 2  


โดย คิมเบอร์ลี่ ร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพสายตา พร้อมเผยว่า "สำหรับคิม การดูแลสายตาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและการใช้ชีวิตทุกวัน แว่นตาที่ดีไม่ใช่แค่ช่วยให้มองเห็นชัด แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจและสะท้อนสไตล์ของตัวเองได้ด้วย วันนี้รู้สึกยินดีมากที่ได้มาร่วมเปิดโฉมใหม่ของ  KT OPTIC ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพสายตาและแฟชั่นในที่เดียวจริงๆค่ะ"

ทางด้าน คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC “การรีโนเวท  KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญของแบรนด์ จากร้านแว่นตาสู่ Vision & Eyewear Destination แห่งแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อเป็นจุดหมายใหม่ของผู้ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพสายตาและแฟชั่นแว่นตา โดยเลือกทำเลศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และเป็นประตูสู่จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง สาขาแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ บริเวณแกรนด์สเตชั่น ฝั่งลิฟท์แก้ว บนพื้นที่กว่า 180 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด Vision & Style Lab ที่รวบรวมเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตาระดับสากลไว้อย่างครบครัน ทั้งเครื่องตรวจวัดสายตาจาก ZEISS ระบบตรวจสุขภาพตาด้วย Airdoc AI พร้อมทีม Optician และ Eyewear Stylist ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้าได้รับทั้งสุขภาพสายตาที่ดีและแว่นตาที่เข้ากับบุคลิกและไลฟ์สไตล์


กว่า 60 ปีที่ KT OPTIC ดูแลสายตาคนไทย เราเชื่อว่าปัจจุบันลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงแค่แว่นตาคุณภาพ แต่ต้องการประสบการณ์การดูแลสายตาที่ครบวงจร เราจึงนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าแว่นตาที่เลือก ไม่เพียงมองเห็นชัด แต่ยังเหมาะกับตัวตนของแต่ละคน โดยบริษัทตั้งเป้าให้ KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นหนึ่งใน 5 สาขาที่สร้างรายได้สูงสุด ของบริษัท จากทั้งหมดกว่า 140 สาขาทั่วประเทศ

เพื่อฉลองการเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ ได้แก่ ฟรี! ตรวจสุขภาพตาด้วยเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาระบบ AI และตรวจวัดสายตาแบบครบวงจร มูลค่า 2,500 บาท ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พร้อมส่วนลดสินค้าแบรนด์ชั้นนำสูงสุด 60%, และของสมนาคุณในช่วงฉลองGrand Opening อีกมากมายภายในร้าน #KTOPTICFashionlsland

ช่องทางการติดตาม Click
Facebook: KT OPTIC: https://www.facebook.com/KTopticofficialpage
IG: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.instagram.com/ktoptic.th/
Tiktok: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.tiktok.com/@ktoptic?_r=1&_t=ZS-98Cqk85j3In

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

“คนแบกกุ้ง” เปิดตัว “เก่ง–น้ำปิง” Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์ ส่งต่อภาพลักษณ์แบรนด์น้ำปลาไทยสู่คนรุ่นใหม่

ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”

“คนแบกกุ้ง” เปิดตัว “เก่ง–น้ำปิง” Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์ ส่งต่อภาพลักษณ์แบรนด์น้ำปลาไทยสู่คนรุ่นใหม่ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” น้ำปลาแท้ตรา “คนแบกกุ้ง” แบรนด์น้ำปลาไทยที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานเปิดตัว เก่ง–หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง–นภัสกร ปิงเมือง เป็น Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพของน้ำปลาแท้ที่ผู้บริโภคไว้วางใจมาโดยตลอด
อีกหนึ่งไฮไลต์ของแคมเปญ คือการเปิดตัว ฉลาก Special Edition “เก่ง–น้ำปิง” เป็นครั้งแรกของแบรนด์ ถ่ายทอดความพิเศษของการร่วมงานครั้งนี้ผ่านบรรจุภัณฑ์ลวดลายพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัด เพื่อร่วม เฉลิมฉลองก้าวสำคัญของแบรนด์และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค
"ตลอดเวลามากกว่า 70 ปี คนแบกกุ้งเติบโตเคียงคู่ครัวไทยและครัวสากล โดยยึดมั่นในเอกลักษณ์ของรสชาติ ความสดของวัตถุดิบ ความสะอาดของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าแบรนด์ก็ต้องพัฒนาและสื่อสารกับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย การเปิดตัวเก่งและน้ำปิง ในฐานะ Friend of Brand ของแบรนด์ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสื่อสารแบรนด์จากแบรนด์ที่หลาย คนคุ้นเคย สู่แบรนด์ที่คนรุ่นใหม่อยากรู้จัก"
การเปิดตัว Friend of Brand ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสื่อสารแบรนด์ระยะยาว ที่มุ่งสร้างความ ใกล้ชิดกับผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมและคอนเทนต์สร้างสรรค์ตลอดช่วงเดือน กรกฎาคม–ธันวาคม 2569 ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”

ผู้บริโภคสามารถติดตามกิจกรรมและคอนเทนต์สุดพิเศษจาก เก่ง–น้ำปิง ได้ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ
คนแบกกุ้ง พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ฉลาก S pecial Edition ได้ที่ร้าน 7-Eleven, Makro, Lotus's, Big C, CJ, Tops, GO Wholesale, MaxValu, Gourmet Market, Thai Foods Fresh Market, Foodland, Villa Market ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่าน Shopee และ TikTok Shop

ชาญชัย แสงอ่อน ลีลาศเพื่อชีวิตและสุขภาพ

อาจารย์ชาญชัย แสงอ่อน เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการกีฬาลีลาศไทย โดยอุทิศทั้งชีวิตให้กับการศึกษา วิจัย ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างผลงานในฐานะทั้ง นักกีฬาลีลาศ และ ผู้ฝึกสอน มายาวนานหลายทศวรรษ การลีลาศเปรียบเสมือนศิลปะแห่งการใช้ชีวิต เป็นกิจกรรมที่ผสมผสาน จังหวะดนตรี และ การเคลื่อนไหว เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยพัฒนาทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำว่า ลีลาศช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ลดไขมัน และเป็นกิจกรรมที่ผู้สูงวัยหรือคนทุกเพศทุกวัยสามารถทำร่วมกันเพื่อสร้างสายใยในครอบครัว






อาจารย์ชาญชัย แสงอ่อน นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาจาการจัดการการกีฬา คว้า 2 เหรียญทอง การแข่งขันกีฬาลีลาศ ในมหกรรมกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ไม่เพียงแต่สอน แต่ยังคงแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาตัวเอง ในปี พ.ศ. 2568 ท่านสามารถคว้า 2 เหรียญทอง จากการแข่งขันกีฬาลีลาศ ในมหกรรมกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ที่จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันท่านยังคงมีบทบาทเป็น ผู้ฝึกสอนลีลาศ และเป็นวิทยากรบรรยายประวัติ ความสำคัญ รวมถึงการออกกำลังกายด้วยลีลาศตามหน่วยงานต่างๆ

ติดตามข่าวสารและสมัครเรียนได้ที่ ที่บ้านอาจารย์เป้
ช่องทางการติดต่อ FB : ชาญชัย แสงอ่อน

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พี่เต้ พันชนะ วัฒนสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชวนทุกคนมาฮีลใจในช่วงหน้าฝนนี้!

พี่เต้ พันชนะ วัฒนสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่
พี่เต้ พันชนะ วัฒนสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชวนทุกคนมาสัมผัสบรรยากาศดีๆ และฮีลใจในช่วงหน้าฝนนี้! ข่าวดีคือในเดือนสิงหาคมนี้ มอเตอร์เวย์จะเปิดทดลองวิ่งให้ใช้งานได้ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ทำให้การเดินทางมาเขาใหญ่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น








ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวคลายเครียดในช่วงครึ่งปีหลัง เขาใหญ่มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวกับ “วิสาหกิจชุมชมท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์-บ้านคลองเพล OTOP เขาใหญ่"


กิจกรรมไฮไลท์ที่ไม่อยากให้พลาด: เล่นน้ำลำตะคอง: สัมผัสน้ำใสๆ สะอาดๆ ชื่นใจสุดๆ แถมกิจกรรมนี้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย! ปั่นจักรยานชมวิถีชุมชน: ปั่นรับลมเย็นๆ รอบชุมชน แวะไหว้พระทำบุญที่วัด และชมวิวทิวทัศน์ของเขาลูกช้าง
. ช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ใครอยากหาที่พักผ่อน ฮีลใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ แวะมาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เขาใหญ่กันนะคะ



. ท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านท่ามะปรางค์-คลองเพล Facebook: https://www.facebook.com/ThamapangKlongphel โทร. 062-595-3515, 096-770-8463 . #เที่ยวเขาใหญ่ #เขาใหญ่หน้าฝน #มอเตอร์เวย์โคราช #เที่ยวชุมชน #ท่ามะปรางค์คลองเพล #ลำตะคอง #ฮีลใจ #เล่นน้ำเขาใหญ่ #สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่

ข่าวประชาสัมพันธ์

Toshiba เปิดตัวซีรีส์ T33 ยกระดับการดูแลเสื้อผ้าในทุกขั้นตอน

โตชิบา เปิดตัวเครื่องซักผ้าฝาหน้า รุ่น TW-T33B140UWT(WS) และเครื่องอบผ้า รุ่น TD-T33B120HWT(WS) ที่ผสานเทคโนโลยีการดูแลเสื้อผ้าเข้ากับดีไซน์...

โวยวายดอทคอม