วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง “Nobody Else Like You”

ต้อนรับเดือนแห่งความรักที่ไม่มีเงื่อนไขกับซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง “Nobody Else Like You” พบ โตส อัครัช พระเอกช่อง 7 สี เทป วรชัย พระเอกซีรี่ส์ The Bangkok Boy หมู ภูษณะ นักแสดงจากช่อง 7 สี และ น้องคาปูชิโน่ พร้อมฟังซิงเกิลใหม่ของรถไฟฟ้าสายสีแดง เพลงประกอบซิรีส์ โดย แตงโม สยาภา อินฟูลฯ หัวใจวินเทจ และ กุน กิตติคุณ The Face Men Thailand อมยิ้มและมีความสุขไปกับมิตรภาพที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลอด 5 EP 8-12 มิถุนายน





ชมได้ทางโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม RED Line SRTET และ Instagram • up2uha
และชมเต็มเรื่องทาง YouTube วันที่ 14 มิถุนายน นี้ เวลา 6 โมงเย็น 

“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
ระบบขนส่งทางรางสายแรกของประเทศที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงและสิ่งแวดล้อม

เรียนบัญชีที่ ม.หัวเฉียวฯ ทางเลือกใหม่...สู่สายงานบัญชีมืออาชีพด้วยหลักสูตรที่เชื่อมต่อโลกธุรกิจจริง

​ทำไมต้องเรียนบัญชี? บัญชีสำคัญอย่างไร? หนึ่งในวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ก็คือ นักบัญชี ในยุคที่ข้อมูลทางการเงินมีบทบาทสำคัญต่อทุกองค์กร นักบัญชีจึงเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างต่อเนื่อง


หลักสูตรบัญชีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีประสบการณ์การสอนและผลิตบัณฑิตมากว่า 23 ปี ปัจจุบันได้สร้างความโดดเด่นด้วยการร่วมมือกับ ดีลอยท์ ประเทศไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 บริษัทที่ปรึกษาและตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลก (Big 4) ร่วมพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลผ่านรายวิชาที่ทันสมัย อาทิ การควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง ระบบสารสนเทศทางการบัญชี รายงานการเงินและการวิเคราะห์ การควบคุมและตรวจสอบระบบสารสนเทศ การวางแผนและควบคุมงบประมาณ การบัญชีเพื่อความยั่งยืน (ESG) และการกำกับองค์กรและจริยธรรมวิชาชีพ เป็นต้น




หากต้องการเป็นนักบัญชี ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน นักวิเคราะห์การเงิน ที่ปรึกษาด้านภาษี เจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงินในองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึงต่อยอดสู่การสอบใบอนุญาตและคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากลในอนาคต มาเรียนบัญชีที่ ม.หัวเฉียวฯ เรียนกับมืออาชีพจากดีลอยท์เน้นทั้งความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์จริง เป็นทางเลือกใหม่เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงานจริง และมีโอกาสฝึกงานกับองค์กรระดับสากล นอกจากนี้ยังได้เรียนเสริมทักษะการสื่อสารภาษาจีนซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมหาวิทยาลัย สมัครเรียนวันนี้ที่ https://admission.hcu.ac.th

สอบถามพูดคุยที่ โทร. 02 7138100 ต่อ 1223 หรือ 1484

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569

CP LAND ต่อยอดพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียม 'SŌLVANI'


CP LAND เร่งเกมบ้านหรูภูมิภาค ส่ง 'SŌLVANI' เจาะกำลังซื้อคุณภาพนครสวรรค์–พิษณุโลก ชูรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ต่อยอดกลยุทธ์ Premium Regional Living พร้อมดึง อ.คฑา ถ่ายทอดศาสตร์ ฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพทุกชีวิต

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มขยายการลงทุนจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค เพื่อตอบรับกำลังซื้อคุณภาพที่มองหาที่อยู่อาศัยมาตรฐานสูงใกล้บ้านเกิด

บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัต่อยอดพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียมพย์ของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์  เดินหน้า เปิดเกมบ้านหรูภูมิภาค 2 จังหวัด มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โครงการ SŌLVANI NAKHONSAWAN (โซลวานี นครสวรรค์) และ SŌLVANI PHITSANULOK (โซลวานี พิษณุโลก) อย่างเป็นทางการ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองเข้ากับมาตรฐานการอยู่อาศัยสมัยใหม่ พร้อมชูจุดแข็งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และการรับประกันโครงสร้างบ้านนานถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่โดดเด่นของตลาดบ้านเดี่ยวในภูมิภาค

การเปิดตัว SŌLVANI ทั้งสองโครงการ สะท้อนทิศทางการเติบโตของ CP LAND ในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย ความเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อม และมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว 

คุณดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวว่า “ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น การตัดสินใจเลือกบ้านในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงทำเลหรือขนาดพื้นที่ แต่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการอยู่อาศัย คุณภาพงานก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และความมั่นใจในระยะยาว นครสวรรค์และพิษณุโลกเป็น 2 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่มีฐานผู้ประกอบการท้องถิ่น เจ้าของธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ซัพพลายบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในตลาดยังมีจำกัด ส่งผลให้ทั้งสองจังหวัดเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยระดับบนของ CP LAND”


CP LAND จึงพัฒนา SŌLVANI ภายใต้แนวคิด Premium Regional Living โดยนำมาตรฐานการพัฒนาโครงการจากประสบการณ์กว่า 37 ปี มาต่อยอดสู่บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในภูมิภาค ผ่าน 4 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่ Functional Design, Construction Quality, After-Sales Service และ Long-Term Warranty เพื่อสร้างคุณค่าการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า"

"จุดเด่นสำคัญของ SŌLVANI คือการนำเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมืองมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยนครสวรรค์สะท้อนแนวคิด Modern Chinese ขณะที่พิษณุโลกถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาผ่านแนวคิด A Touch of LANNA Charm เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันระหว่างผู้อยู่อาศัยกับเมืองที่ตนเองเติบโต"

นอกจากคุณภาพโครงการและการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ลูกบ้าน SŌLVANI ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน Pri-d Loyalty Program ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรกว่า 50 แบรนด์ และสิทธิประโยชน์มากกว่า 90 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และบริการต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในระยะยาว” คุณดำรงศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเปิดตัวโครงการ คือการได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยและการออกแบบพื้นที่เพื่อความเป็นสิริมงคล กล่าวว่า "บ้านที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่สร้างความสมดุลทั้งด้านการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทาง แสง ลม และการจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมพลังงานที่ดี ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว"

"สิ่งที่น่าสนใจของ SŌLVANI คือการนำแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่มาผสานกับรายละเอียดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองนั้น ๆ"

นอกจากการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองแล้ว ทั้งสองโครงการยังพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางภายใต้แนวคิด Sol Facilities เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกช่วงวัย ประกอบด้วย Sol Lounge, Sol Living Co-Working Space, Sol Fitness, Kids Yard, Senior Yard และ Swimming Pool ที่เชื่อมโยงการพักผ่อน สุขภาพ การทำงาน และกิจกรรมของครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และระบบควบคุมการเข้าออกโครงการตามมาตรฐานบ้านระดับพรีเมียม



การเปิดตัว SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก ในครั้งนี้ จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของ CP LAND ในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของเมืองภูมิภาค ผ่านการพัฒนาโครงการที่ผสานคุณภาพ การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้อยู่อาศัย ครอบครัว และชุมชนในระยะยาว

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโครงการ SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก
สอบถามรายละเอียดแบบบ้าน ราคา และข้อเสนอพิเศษได้ที่สำนักงานขายโครงการ หรือช่องทาง CP LAND Residential โทร. 02-088-0999 / Line: @cpland / Website: https://www.cpland.co.th/solvani-nakhon-sawan-and-phitsanulok/ 

#CPLAND #CPLANDProperty #AccessibleCommunitiesForLife #SŌLVANI
#SŌLVANINakhonSawan #SŌLVANIPhitsanulok #โซลวานี #โซลวานีนครสวรรค์
#โซลวานีพิษณุโลก #โครงการบ้านหรู #บ้านในเมือง #บ้านเดี่ยว #ซีพีแลนด์
#คุณภาพเพื่อชีวิต #บ้านเดี่ยวนครสวรรค์ #บ้านเดี่ยวพิษณุโลก  

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงานกาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) จัดงานกาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) ณ โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ

อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  (ม.น.ข.)  และคณะกรรมการจัดงานให้การต้อนรับ นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย  และที่ปรึกษา ม.น.ข. ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี 

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ “ราชินีคู่ราชัน” คู่พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงองค์อุปถัมภิกามูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมก์ (ม.น.ข.)…ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. นำถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงรับ ม.น.ข. ไว้ใน “พระบรมราชินูปถัมภ์” ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 จวบจนปัจจุบัน 

นายวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ ประธานดําเนินงาน ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสศึกษาตามสมควรแก่ศักยภาพ ภายใต้โครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (72 พรรษา) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดย ม.น.ข. ได้ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นําเสนอบทเพลงยอดนิยมของวงดนตรีสุนทราภรณ์ 

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงาน และชื่นชมถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของ ม.น.ข. ที่ได้ดำเนินการจัดหาทุนการศึกษามาอย่างยาวนานถึง 65 ปี เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก และเยาวชนที่ขาดแคลน  ทุนทรัพย์ทั่วประเทศ ให้ได้ศึกษาจนจบหลักสูตรตามสมควรแก่ศักยภาพ มามากกว่า 25,000 คน ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่า  ม.น.ข. ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีคุณูปการต่อการช่วยเหลือสังคม เป็นอย่างยิ่งการสร้างสะพานบุญของ ม.น.ข. โดยความร่วมมือกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ ในค่ำคืนนี้เป็นการตอบแทนผู้มี จิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุน ม.น.ข. ให้ได้รับความเพลิดเพลินกับดนตรี และเสียงเพลงอันไพเราะได้เป็นอย่างดียิ่งรวมทั้ง เป็นการสร้างความผูกพันที่มีต่อ ม.น.ข. อีกโสตหนึ่งด้วย



ภายในงาน แขกผู้มีเกียรติจะได้รับฟัง และรับชมดนตรี จากวงดนตรีสุนทราภรณ์อย่างจุใจถึง 33 บทเพลง โดยถ่ายทอดบทเพลงอันอมตะผ่านศิลปินสุนทราภรณ์ ทั้งคลื่นลูกเก่า และคลื่นลูกใหม่ ศิลปินรับเชิญ อาทิ เม้า-คุณสุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ) ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัตสัน  เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ วิ-ดร.วิรัช ศรีพงษ์ และนักร้องกิตติมศักดิ์อีกหลายท่าน

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเขาเหล่านั้นจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป


กาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569  ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เตรียมพบ งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026

วันที่ 25-27 มิ.ย.นี้ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทคบางนา งานแห่งสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ที่ครบวงจรแห่งปี คาดสร้างเงินสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท

ปักหมุดเตรียมรอกับงานสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ครบวงจรที่สุดแห่งปี "Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026" รวบรวม 22 โซนนวัตกรรมสุขภาพครบวงจร เวลเนส สปา Longevity ความงาม ฟิตเนส และกีฬา บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ที่ชวนให้คุณเปิดประสบการณ์ อัพเดทเทรนด์สุขภาพโลกยุคใหม่ พร้อมค้นหาแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพผ่านเวทีเสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทย กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ตื่นตากับกิจกรรมสร้างสีสันภายในงาน อย่าพลาด ! วันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท

นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 กล่าวว่า "งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางชั้นนำด้านสุขภาพ และธุรกิจกีฬาในภูมิภาคอาเซียน โดยรวบรวมบูธจัดแสดงสินค้าด้านสุขภาพ และเวลเนส รวมกว่า 150 บูธ ประกอบด้วย 11 โซนที่น่าสนใจ ได้แก่ Wellness, Health Care, Longevity, Senior Product, Digital Health, Aesthetic, Medical Equipment, Future Food, Food and Beverage และ Experience Room
ที่สำคัญปีนี้ได้ผนึกแนวร่วมกับ SPORTEC Thailand ดึงธุรกิจกีฬา ฟิตเนส และนวัตกรรมกีฬา รวมอีก 100 บูธ มาจัดแสดงร่วมเพื่อยกระดับให้งานมีความพิเศษแตกต่างและครบวงจรที่สุด อีกทั้งยังได้ประสานแนวร่วมจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) สมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย สมาคมแพทย์ความงาม สมาพันธ์หมอนวดไทย และ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตแห่งแรกของประเทศไทย เป็นต้น ดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพและเวลเนส มาสร้างกิจกรรมเติมเต็มให้มีงานสีสันที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ภายในงานยังมีไฮไลท์กิจกรรมดี ๆที่ไม่ควรพลาด อาทิ การประกวดแข่งขัน Thailand Chocorista Championship 2026, การแข่งขันผู้ฝึกสอนฟิตเนสกลุ่ม Rookie Contest Thailand, การแข่งขัน Functional Fitness โดย ONTRACK, เวิร์กชอปมวยไทยโดยแฟร์เท็กซ์, เวิร์คชอปคลาสฟิตเนส และห้อง Experience Room ให้คุณได้เปิดประสบการณ์ด้านสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนสและกีฬาแบบเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ และเวิร์กชอปปลุกพลังสร้างสุขภาพองค์รวมอย่างคับคั่ง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและกูรูระดับแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ เมนูเรียกคืนพลังหนุ่มสาว โดย ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ , กินอย่างฉลาดเพื่อย้อนวัยเซลส์ โดย ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ ,ใบหน้าไม่ได้แก่ แต่กล้ามเนื้อกำลังทรุด โดยพราวิเรีย กรุ๊ป, Longevity ไม่ใช่เรื่องไกลตัว อยู่ยืนอย่างมีคุณภาพต้องเริ่มยังไง โดยสถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา ,ปลดชีวิตเดอะแบกด้วยพื้นที่ของใจ อยู่ในโลกที่วุ่นวายได้อย่างสงบ โดยบูธาราโยคะ, เวิร์กชอปปรุงสุก โดยเชฟมังกร-ผศ.ดร.ภูริ ชุณห์ขจร เป็นต้น อีกทั้งยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจขยายคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ อีกด้วย

ด้านนาย ซึโยชิ ซาซากิ ประธานบริษัท TSO International Inc. กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้ว่า "จากที่เราประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการด้านฟิตเนสและกีฬาในมหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มากว่า 15 ปี และได้มองเห็นศักยภาพและความตื่นตัวด้านกีฬาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย จึงมั่นใจที่จะจัดงาน SPORTEC Thailand 2026 อีกหนึ่งเวทีร่วมกัน เพื่อให้เป็นงานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมกีฬาในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ตลาดสากล




นายวิทยา แซ่เลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์เทค บีเคเค จำกัด ผู้จัดงาน SPORTEC THAILAND 2026 กล่าวว่า "ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า รายได้ในตลาดกีฬาของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 90-100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับตลาดอุปกรณ์กีฬาในปี 2025 มีมูลค่ารายได้ประมาณ 1,334 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกีฬาของไทยมีศักยภาพสูง จึงต้องการเวทีในการรวมตัวของผู้ประกอบการเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจและต่อยอดเชิงพาณิชย์ในระดับสากล งาน SPORTEC Thailand 2026 ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และองค์กรชั้นนำอื่น ๆ เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจกีฬาและสุขภาพในอาเซียน เชื่อว่างานนี้จะสามารถเติมเต็มโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมกีฬาของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม”

นางสาวณรินณ์ทิพ กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อมั่นว่า "Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 ในปีนี้จะเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่จะเป็นแพลทฟอร์มขนาดใหญ่ที่รวมคนรักสุขภาพ ฟิตเนส และกีฬามาไว้ในงานเดียว นอกจากนี้ยังเป็นเวทีสำคัญที่ให้ผู้ประกอบการ และนักลงทุน มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสร้างเครือข่าย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยคาดการณ์ว่างานนี้จะสร้างเม็ดเงินสะพัดได้มากกว่า 500 ล้านบาท”


เชิญชวนผู้ที่สนใจเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมทั้งผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน เข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ! งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 จัดระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานและฟังเสวนาได้ที่ https://eventpassinsight.co/el/to/twst2602

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ศุภจี นำ SACIT ดันงานคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก เปิด “Crafts Bangkok 2026”

คาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านบาท 3–7 มิ.ย. นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เปิดงาน “Crafts Bangkok 2026” ยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก พร้อมผลักดันงานศิลปหัตถกรรมจากช่างฝีมือไทยสู่การเป็น “ของขวัญแห่งชาติ” (National Gift) สอดรับกับความต้องการขององค์กรและสังคมยุคใหม่ และมุ่งสู่ความยั่งยืน คาดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท มีผู้เข้าชมทะลุ 50,000 คน


นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2026” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมกล่าวว่า งานดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมจากช่างฝีมือ ผู้ประกอบการชุมชน และผู้สร้างสรรค์งานคราฟต์จากทั่วประเทศ ให้ได้นำผลงานที่ภาคภูมิใจมานำเสนอสู่สาธารณชน สะท้อนพลังของภูมิปัญญาไทยที่สามารถต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการฐานราก ช่างฝีมือ และธุรกิจชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ผู้ผลิตไทย โดยภายในงานปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากถึง 380 รายจากทั่วประเทศ รวมถึงกลุ่มช่างหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่นำเสนอผลงานและคอลเลกชันสร้างสรรค์ร่วมสมัย


นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง SACIT กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย โดยมุ่งช่วยปกป้องคุณค่าของงานฝีมือไทย ทั้งของช่างฝีมือดั้งเดิมและคนรุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้เพิ่มให้ผู้ประกอบการ

“กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อช่วยต่อยอดฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการทำตลาดและขยายช่องทางการขาย เพื่อให้ผู้มีฝีมือและผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเติบโตและสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน” นางศุภจีกล่าว

ภายหลังพิธีเปิด นางศุภจีได้เยี่ยมชมบูธและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงาน อาทิ กระเป๋านวัตกรรมงานหัตถกรรมจากวัสดุเหลือใช้ผสมเส้นใยไหม รวมถึงผลิตภัณฑ์งานคราฟต์ร่วมสมัยหลากหลายประเภท โดยภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลงานจากผู้ผลิตไทย หน่วยงานพันธมิตร และผลงานศิลปหัตถกรรมจากต่างประเทศ สะท้อนความหลากหลายของงานคราฟต์ร่วมสมัยที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่



ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า งาน Crafts Bangkok 2026 เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่ SACIT จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสะท้อนบทบาทการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก ผ่านการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ การผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับฝีมือช่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี

Crafts Bangkok 2026 ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Craft Journey” ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของงานศิลปหัตถกรรมไทย ตั้งแต่ต้นกำเนิดของวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยทักษะฝีมือช่าง สู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและคุณค่า เชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การเปิดตัวคราฟต์คอลเลกชันพิเศษในรูปแบบ “ของขวัญแห่งชาติ” (National Gift)
ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์องค์กรและผู้ที่มองหาของที่ระลึกระดับมาสเตอร์พีซ พื้นที่เรียนรู้และต่อยอดคุณค่าวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ คราม ฮ่อม หวาย กก กระจูด เตยปาหนัน และสีย้อมธรรมชาติ การจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมจากต่างประเทศ เช่น Pigment Tokyo ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงผลงานจากตุรกี โคลอมเบีย และมาเลเซีย ตลอดจนผลงานวิจัยที่ SACIT ให้ทุนสนับสนุน อาทิ งานหัตถกรรมจากวัสดุเหลือใช้ นวัตกรรมเครื่องปั่นฝ้ายเพื่อสุขภาพ และการฟื้นฟูคุณค่าเส้นใยไหม พร้อมติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล


ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรงกว่า 380 ราย การจัดแสดงผลงาน SACIT Concept 2026, SACIT Collection และ The New Artisans 2026 รวมถึงกิจกรรม Workshop งานคราฟต์ อาทิ งานเขียนเทียน ร้อยลูกปัดโนราห์ สานกำไลย่านลิเภา การเขียนลายรดน้ำ และโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน


ขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนงานศิลปหัตถกรรมฝีมือคนไทย พร้อมสัมผัสความคิดสร้างสรรค์และ

แรงบันดาลใจจากผลงานคราฟต์ไทย ในงาน “Crafts Bangkok 2026” ระหว่างวันที่ 3–7 มิถุนายน 2569
เวลา 10.00–21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1289 หรือ Facebook: SACIT Shop

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ชวนถอดรหัส “ข่าวร้อน” ผ่านมิติอำนาจ ความจริง และแพลตฟอร์ม ในสังคมดิจิทัลไทย

กรุงเทพฯ — 5 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางกระแสข่าวและข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ถอดรหัสปรากฏการณ์ข่าวร้อน: อ่านความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างผ่าน ‘อำนาจ-ความจริง-แพลตฟอร์ม’ ในนิเวศสื่อไทย” 

ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30–15.00 น. ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11 

เวทีเสวนาครั้งนี้มุ่งชวนสาธารณชนก้าวข้ามการติดตามข่าวรายวัน และมองลึกลงไปถึงโครงสร้างทางสังคม การเมือง และเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ข่าวสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีการไลฟ์อนาจารบนเฟซบุ๊ก ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับ “ทราย สก๊อต” หรือข้อกล่าวหาเรื่องการรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะ 

ผู้ร่วมเสวนาจะร่วมกัน “กะเทาะเปลือก” ข่าวดังในกระแส เพื่อชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์เหล่านี้มิใช่เพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า หากแต่สะท้อนถึงภูเขาน้ำแข็งแห่งความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง การต่อรองอำนาจ และการต่อสู้ทางข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ใช้สื่อ สื่อมวลชน แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก และรัฐไทย ภายใต้นิเวศสื่อร่วมสมัย 

วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย 

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

ศุภจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลและตรวจสอบธุรกิจแพลตฟอร์ม 

อนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีการกระจายสื่อ ไทยพีบีเอส 

สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact Thailand 

การเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ICA Regional Hub Thailand 2026 การประชุมวิชาการนานาชาติที่จัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีครั้งที่ 76 ของ International Communication Association (ICA) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการสื่อสาร สื่อ และสังคมจากมุมมองของเอเชียสู่เวทีโลก 

งานดังกล่าวจัดโดย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Asian Network for Public Opinion Research (ANPOR) และ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

ข้อมูลเพิ่มเติม: เว็บไซต์ทางการ ICA https://www.icahubthailand.org/
ติดต่อ ฝ่ายงานวิจัย วิรัชกิจและเชื่อมโยงสังคม คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย  

โทรศัพท์: 02-218-2214 และ 02-218-2229 
อีเมล: commarts.interaffairs@gmail.com

สหฟาร์มโชว์ศักยภาพอาหารไทยระดับโลก ต้อนรับนายก “อนุทิน ชาญวีรกูล” เยี่ยมชมบูธ THAIFEX 2026

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธ   “สหฟาร์ม” โดยมีดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารบริษัท สหฟาร์ม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพและนวัตกรรมการผลิตมาตรฐานระดับสากล เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก ภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569

ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 บูธเลขที่ 1-UU29

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัดร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทย

นำนวัตกรรม "Eyetronix" ให้บริการตรวจคัดกรองสมองเสื่อมฟรี ในกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  3 มิถุนายน 2569 บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้เข้าร่วมให้บริการด้านสุขภาพสมองเบื้องต้นในกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ ที่จัดโดยกองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

การเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพประชาชน โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมเป็นเกียรติอย่างพร้อมเพรียง


ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในฐานะสถาบันหลักของชาติที่มีพันธกิจพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกิจกรรมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน โดยบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้รับโอกาสอันเป็นเกียรติในการนำนวัตกรรมเครื่องตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อมเบื้องต้น "Eyetronix" ออกให้บริการแก่ประชาชนและกำลังพลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยทีมไทย ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย และบริษัทฯ ถือครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า "ความร่วมมือกับกองทัพไทยในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมด้านสุขภาพเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง กองทัพมีโครงสร้างและเครือข่ายที่เข้มแข็งครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ในการกระจายโอกาสการตรวจคัดกรองสุขภาพสมองให้ถึงมือผู้สูงอายุทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล"

เครื่อง Eyetronix สามารถประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เหมาะสำหรับการให้บริการในพื้นที่ต่างๆ ที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที ชะลอความรุนแรงของโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้แนะนำเทคโนโลยี "Neurosight" นวัตกรรมเพื่อการกระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของสมอง ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และลดภาระการดูแลของครอบครัวในระยะยาว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพสมองครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรองจนถึงการฟื้นฟู


การเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างของการที่ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนภารกิจสาธารณประโยชน์ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองสุขภาพสมองได้อย่างเท่าเทียม เพื่อสังคมไทยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์

ซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง “Nobody Else Like You”

ต้อนรับเดือนแห่งความรักที่ไม่มีเงื่อนไขกับซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง “Nobody Else Like You” พบ โตส อัครัช พระเอกช่อง 7 สี เทป วรช...

โวยวายดอทคอม