วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

เปิดประสบการณ์ผ่อนคลายเหนือระดับที่ เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ


อีกหนึ่งจุดหมายของสายสปาที่อยากได้บรรยากาศสงบใจกลางกรุงเทพ

เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ ตั้งอยู่ที่ย่านทองหล่อ ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล  โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีดำ-แดง ที่ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย กว่า 14 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และมีบริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ สปา ความงามที่มาจากภายใน เพราะนอกเหนือสปามีบริการขัดสีฉวีวรรณให้กับผิวจากภายนอกแล้ว สปา ยังทำให้สาวๆ รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดปล่อย จนทำให้เกิดความสบายใจตามมาอีกด้วย 








เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์สปากลางเมือง ที่ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอลโดดเด่นด้วยเทคนิคพิเศษที่ทางร้านและผู้เชี่ยวชาญออกแบบท่านวดอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเติมเต็มพลังให้หยุดพักจากสิ่งต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวรักษาสมดุลธาตุในร่างกาย ที่ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ก็เป็นอย่างหนึ่งอย่างที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน ห้องสำหรับสปา สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ และเทคนิคการกดจุดอย่างอ่อนโยน ก่อนปิดท้ายด้วยการนวดศีรษะ หลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งอยู่ที่ย่านทองหล่อ ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีดำ-แดง ที่ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย กว่า 14 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และมีบริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์





การตกแต่งด้วยโทนขาว ดำ แดง ห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ  Oasis Spa  และเทคนิคการกดจุดอย่างอ่อนโยน ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความอบอุุ่น 2 ชั่วโมงแห่งการพักผ่อนด้วยหลากหลายบริการจากทางร้าน พิเศษด้วยการปรนนิบัติร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยน้ำมันกลิ่นหอมจากธรรมชาติ







𝙆𝙞𝙣𝙜 𝙤𝙛 𝙊𝙖𝙨𝙞𝙨 ศาสตร์การนวดแผนไทย 2 ชั่วโมง การนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเอซิสสปา นวดผสมระหว่างนวดแผนไทยและสวีดิช พร้อมประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรร้อน และนวดอโรมาเทอราปี ด้วยน้ำมันร้อน เน้นคลายความปวดตึงของกล้ามเนื้อชั้นลึก บรรเทาอาการออฟฟิสซินโดรม คืนสมดุลให้ร่างกาย รักษาสมดุลธาตุในร่างกาย ที่ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร บรรยากาศในห้องสำหรับสปา สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สวยงาม และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

พาร่างกายไปคลายความเหนื่อยล้าและชาร์จแบตร่างกายให้เต็มที่ โอเอซิสสปาบรรยากาศสวนสวยที่ร่มรื่นซ่อนอยู่ใจกลางเมือง นอกจากโปรแกรมที่ได้ลอง ที่นี่ยังมีหลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ความผ่อนคลาย ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ไม่ว่าสาขาใดของ โอเอซิส สปามั่นใจได้ถึงมาตรฐานและบริการที่เหนือระดับ แต่ละสาขาตกแต่งอย่างสวยงาม




เออเบิ้ล โอเอซิส สปา

59 ซอยทองหล่อ 20 (เอกมัย 21) คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ 10110

Line ID : @oasisspa

Facebook : @OSBangkokUrbanSpa

www.oasisspa.net


วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569

เรื่องของ กิน กิน 𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 รังสรรค์ด้วยใจ


กิน กิน เป็นร้านอาหารไทย ที่หยิบวัตถุดิบและเมนูอาหารไทย นำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ และทุกจานยังคงแฝงรสชาติแบบไทยๆ ไว้อยู่ชัดเจน เมื่อเจ้าของเรือ คอลแลบกับทีมเชฟชั้นครู อาหาร “ร้านกินกิน" ทั้งเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติเริ่มจากทำเรื่องประมงที่ระยองมาตั้งแต่ปี 1975 รวมแล้ว 50 กว่าปี  สิ่งสำคัญทุกเมนูจึงสด อร่อย คุณลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติเข้าคิวกันแน่น  ประตูสู่ความร่ำรวยทางวัฒนธรรมอาหารแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อาหารไทยขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติหลากหลายแต่กลมกล่อมความร่ำรวยและรุ่งเรืองผ่านกาลเวลามานับร้อยปี ทุกจานมีเสน่ห์ของตัวเองอย่างชัดเจนได้หล่อหลอมวัฒนธรรมอาหารของไทยและจากชาติต่างๆ เข้ารวมกันไว้อย่างลงตัวและสวยงาม







ร้านอาหารไทยซีฟู๊ดที่รสชาติแซ่บ & กลมกล่อม ที่สำคัญเค้าเน้นเรื่องถึงวัตถุดิบ
𝐊𝐈𝐍𝐊𝐈𝐍 𝑺𝒆𝒂𝒇𝒐𝒐𝒅 ใ ช้วัตถุดิบคุณภาพผสมเทคนิคของเชฟชั้นเทพ TOTAL THAI TASTE  คือ ความครบรสของอาหารไทย เมี่ยงคำของชาติเรา น่าจะเป็นอาหารอย่างเดียวในโลกที่มีครบทั้ง 8 รส คือ เปรี้ยว (sour), หวาน (sweet), มัน (fat), เค็ม (salty), เผ็ด (pungent), ขม (bitter), ฝาด (astringent) และ กลมกล่อม (savory) รสอาหารของกินกินโททอลไทยเทสต์ยังคงคุณค่าของความเป็นไทยไว้ โดยสอดแทรกเครื่องปรุงและเทคนิคในแต่ละยุคสมัยให้เข้ากันอย่างกลมกลืน ผ่านความตั้งใจในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีจากภาคต่างๆ สู่ฝีมือปรุงอาหารของทีมเชฟให้เกิดเป็นความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิตผ่านวัฒนธรรมอาหาร









หัวใจหลักเบื้องหลังความอร่อยของร้านนี้ที่ทำให้แตกต่างจากร้านซีฟูดทั่วไป คือ เจ้าของร้านเริ่มต้นจากการเป็นพ่อค้าขายวัตถุดิบอาหารทะเลโดยตรง จับปู กุ้ง หมึก มาด้วยตัวเอง มีความเข้าใจคุณภาพวัตถุดิบจากต้นทางอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอาหารทุกจานของร้านนี้จึงเริ่มต้นจาก “ของสด” ไม่ใช่ของสต๊อก บางวันขายดี กุ้งแม่น้ำหมด ต้องสั่งซัพพลายเออร์มาส่ง 2 ถึง 3 รอบ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเมนูบางอย่างถึงหมดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุด ดังนั้นจึงแนะนำให้ไปเร็วหรือโทรเช็กกับทางร้านก่อนว่าของยังมีอยู่หรือไม่ ร้านกินกินเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่มาก ที่นั่งประมาณ 10–40 ที่นั่ง แล้วแต่ช่วงเวลา เหมาะทั้งมากินจริงจัง นัดเพื่อน หรือพานักท่องเที่ยวต่างชาติมาฝากท้อง ช่วงค่ำหรือวันหยุดอาจต้องเผื่อเวลารอหรือโทรจอง


แนวคิดของร้านจากทะเลถึงโต๊ะอาหาร ใช้วัตถุดิบคุณภาพ บวกกับเทคนิคของเชฟชั้นครูทำให้ดึงเสน่ห์ของอาหารไทยบ้านๆ ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอาหารไทยและซีฟูดที่เน้นรสจัด เข้มข้น เพื่อให้ถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ตาม กินกิน ไม่ได้ขายแค่ข้าวผัดปูหรือซีฟูดสด แต่ขาย “ความเข้าใจวัตถุดิบทะเลไทยอย่างแท้จริง” ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจานอาหาร รสชาติอาหารชัด เข้มข้น และจริงใจ เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารไทยและซีฟูดแบบไม่ลดทอนรส และเข้าใจว่าความสดคือหัวใจของทุกจาน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านนี้ถึงกลายเป็นร้านโปรดของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


อีกอย่างที่เราชอบจานแรก เมนูข้าวผัดปูมหาเศรษฐี หรือที่พนักงานเรียกกันว่า ข้าวผัดปูพันล้าน ราคา 890 บาท ต้นตำรับข้าวผัดปูมหาเศรษฐี ที่หอมกระทะ ข้าวร่วนเรียงเม็ด มาพร้อมเนื้อปูหวานสด เสริฟกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตร 50 ปี เป็นจานชูโรงและต้นเหตุที่ทำให้หลายคนยอมมาต่อคิว ข้าวผัดเรียงเมล็ดสวย หนึบ หอมกลิ่นกระทะ ใช้ข้าวเสาไห้ผัดกับไข่ไก่และเนื้อปูก้อนแกะสดกับส่วนกรรเชียงแบบไม่หวงของ รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปูเด่นชัด เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงแบบครบถ้วน ทั้งแตงกวา มะนาว และพริกน้ำปลา น้ำจิ้มซีฟูดพริกเขียวที่ให้มาช่วยตัดเลี่ยนได้ดี เป็นข้าวผัดปูที่เรียบง่ายแต่มั่นใจในวัตถุดิบและเทคนิค อีกจานที่อยากให้ลองสั่ง ซิกเนเจอร์หม้อไฟที่ใครมาก็ต้องลอง “มาม่าทะเลเดือด” ที่ไม่ว่าจะกินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ในส่วนของของหวานมะม่วงสีทองเนื้อนวล หวาน ฉ่ำ หอมกะทิสด และเครื่องดื่มก็มีหลากหลายให้เลือก

จากจุดเริ่มต้นของร้านซีฟู้ดคุณภาพดี ตั้งอยู่แค่ปากซอยสุขุมวิท 47 จาก BTS พร้อมพงษ์ เดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยดีไซน์ ชั้น1 และ ชั้น 3 บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอย่างมีรสนิยมด้วยเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี สามารถจัดเลี้ยงได้ 30-40 ท่าน ใครชอบอาหารไทยรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน และซีฟู้ดสดจริง ต้องมาโดนที่ 𝗞𝗜𝗡 𝗞𝗜𝗡 สักครั้ง



ปักหมุด/เส้นทาง กินกิน สุขุมวิท 47

Google map: https://maps.app.goo.gl/NPrkQn8F3qde4PuT9

พิกัดร้าน ปากซอยสุขุมวิท 47 Sukhumvit 47 (BTS- Promphong) ช่วงเวลาเปิด-ร้าน 11.00-19.00 น.
จอดด้านหลังร้าน ที่จอดจะเลยร้านไป 4 คูหา มีช่องตึกขับเข้าเป็นเจอที่จอดรถ สามารถนำบัตรมาสแตมป์ได้ที่ร้าน 1 ชม ชม ถัดไป ชมละ 40 บาท ข่วงเวลา 19.00-22.30 น.

แนะนำ  นำรถไปจอดที่ศูนย์การค้า Rain hill ก่อนถึงปากซอยสุขุมวิท 47 สามารถซื้อของภายในศูนย์และสแตมป์บัตรจอดรถได้ตามเงื่อนไขห้าง"




กินกิน สุขุมวิท 47
ที่อยู่: 855 ถนนสุขุมวิท (ปากซอยสุขุมวิท 47) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
เปิดบริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น.

FB: https://www.facebook.com/kinkinfood/?locale=th_TH 
Instagram: instagram.com/kinkinfood  โทร: 085 5519956



คิกออฟความมัน ! “4 ซีรีส์ กีฬานักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026”

มาแน่ตลอดปี เริ่มศึกแรก “บาสเกตบอล 3x3” เปิดรับสมัครแล้ว

ช่อง 7HD เริ่มปล่อยทีเซอร์เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนกีฬา เตรียมระเบิดความมัน “4 ซีรีส์ กีฬานักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026” เปิดสังเวียนแห่งศักดิ์ศรีครบทั้ง 4 ชนิดกีฬา บาสเกตบอล 3x3 วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ และฟุตบอลนักเรียน 7 คน ประเดิมรายการแรกด้วยศึกยัดห่วง บาสเกตบอล 3x3 นักเรียนชาย พร้อมเปิดรับสมัครทีมร่วมแข่งขันระหว่างวันที่ 21-31 มีนาคมนี้

เริ่มปลุกกระแสความมันให้แฟนกีฬาได้ตื่นเต้นกันแล้ว เมื่อ ช่อง 7HD ปล่อยทีเซอร์มหกรรมการแข่งขัน “4 ซีรีส์ กีฬานักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026” จุดประกายความคึกคักให้วงการกีฬานักเรียนไทย พร้อมเปิดเวทีแห่งศักดิ์ศรีให้เยาวชนทั่วประเทศได้โชว์ศักยภาพและล่าถ้วยแชมป์หลังจากการแข่งขันในปีที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม สร้างปรากฏการณ์เรตติงรายการกีฬาสูงสุดในประเทศไทยปี 2025 สูงถึง 9.8 (Bangkok) พร้อมยอดรับชมออนไลน์รวมกว่า 150 ล้านวิว อีกทั้งแจ้งเกิดนักกีฬาดาวรุ่งรันวงการกีฬาไทย ทำให้ปีนี้การแข่งขันเป็นกระแสได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาอย่างมากมาย


โดยปีนี้เตรียมเปิดศึกยิ่งใหญ่ครบ 4 ชนิดกีฬา ทั้ง บาสเกตบอล 3x3, วอลเลย์บอล, เซปักตะกร้อ และฟุตบอลนักเรียน 7 คน สำหรับโปรแกรมการแข่งขันตลอดปี 2026 ถูกจัดเรียงความมันต่อเนื่อง เริ่มจากการแข่งขัน บาสเกตบอล 3x3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2026 ในเดือนพฤษภาคม ต่อด้วย วอลเลย์บอล แชมป์กีฬา 7HD 2026 ที่จะระเบิดความมันในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ เซปักตะกร้อ แชมป์กีฬา 7HD 2026 เตรียมฟาดลูกหวายกันในเดือนสิงหาคม และปิดท้ายปลายปีลุ้นเชียร์มันกับการชิงถ้วยแห่งศักดิ์ศรี ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ที่จะกลับมาระเบิดความมันอีกครั้งในเดือนตุลาคม กลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่ เร้าใจกว่าเดิม พร้อมเปิดสนามเฟ้นหาแชมป์ตัวตึงขณะที่แฟนกีฬายัดห่วงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการแข่งขันรายการแรกของปีอย่าง บาสเกตบอล 3x3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2026 ได้เปิดรับสมัครโรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงแชมป์ภาคทั้ง 4 ภาค ระหว่างวันที่ 21-31 มีนาคมนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์


สามารถติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซต์ : www.ch7.com/champ7hd/3x3basketball2026/
และเตรียมชู้ตให้ซวบ! ดั้งก์ให้สนั่น มันส์ทั้งคอร์ท กับการแข่งขันในเดือนพฤษภาคม เพื่อเฟ้นหาทีมตัวแทนไปชิงชัย พร้อมชิงถ้วยเกียรติยศ ทุนการศึกษา และโอกาสต่อยอดสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพในอนาคต
แฟนกีฬาสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขัน ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของทัวร์นาเมนต์ได้ทาง ช่อง 7HD กด 35 และช่องทางโซเชียลมีเดีย Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) Ch7HD Sports (Facebook, IG, TikTok) รวมถึงเว็บไซต์ www.ch7.com
แอปพลิเคชัน Ch7HD, BUGABOO.TV

ดีป้า เปิดตัวโครงการ OTOD #3 ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล

ยกระดับเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะด้วย 3 เทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพไทย

วันที่ 17 มีนาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า ต่อยอดความสำเร็จโครงการ OTOD ซีซัน 2 สู่ OTOD ซีซัน 3 รุกเสิร์ฟ 3 เทคโนโลยี ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ พร้อมยกระดับทักษะดิจิทัล และสนับสนุนการประยุกต์ใช้แก่กลุ่มชุมชน เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ใน 8 จังหวัด เพื่อเปลี่ยนการผ่านทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่ ‘เกษตรอัจฉริยะ’



สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดกิจกรรมแถลงข่าวเปิดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร และกลุ่มชุมชน ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร


ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ดีป้า เปิดเผยว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD) เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มชุมชนสามารถเข้าถึงและรับการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากดิจิทัลสตาร์ทอัพภาคการเกษตรสัญชาติไทยที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ใน 3 ประเภทเทคโนโลยี ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มชุมชน/เกษตรกร ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานในแปลงเกษตร ลดต้นทุนด้านแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถวางแผน ควบคุม ติดตามผลการเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ดีป้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ดีป้า ดำเนินการคัดเลือกดิจิทัสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้มข้น ซึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรอัจฉริยะ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่ อาชีพใหม่ โดย

การพัฒนาทักษะแก่กลุ่มชุมชน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการบินโดรน ช่างซ่อมโดรนและเครื่องจักรการเกษตรอัตโนมัติ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศตามแนวคิด ‘ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล’ ซึ่ง ดีป้า ประเมินว่า โครงการ OTOD #3 จะช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” ดร.ปรีสาร กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีประกาศความร่วมมือในชื่อ Smart Agri Synergy: ผสานเทคโนโลยี ขับเคลื่อนวิถีเกษตรไทย ระหว่าง ดีป้า และหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มูลนิธิเอสซีจี และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรดิจิทัลสู่กลุ่มชุมชนและเกษตรกร นอกจากนี้ โครงการ OTOD #3 มีบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ให้การสนับสนุน

ทั้งนี้ โครงการ OTOD #3 จะมีกิจกรรมยกระดับทักษะ และรับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่กลุ่มชุมชนในชื่อ ‘Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day’ ซึ่งจะมีขึ้นใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรมการยกระดับทักษะเข้มข้นใน 4 หัวข้อคือ เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ การเสริมทักษะนักสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ การเตรียมความพร้อมข้อเสนอเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม AgriTech Showcase การจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลจากสตาร์ทอัพภาคการเกษตร พร้อมเปิดพื้นที่การจับคู่ธุรกิจ กิจกรรม d-Community Challenge การเติมทักษะการผลิตคลิปสั้นผ่านการเรียนรู้และลงมือทำ และกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Digital Agriculture Pitching Day กิจกรรมประชันไอเดียเพื่อขอรับการส่งเสริม โดยโครงการ OTOD #3 แบ่งการส่งเสริมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1) ประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้มาตรการ
d-community สำหรับกลุ่มชุมชนที่จดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ โดยมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม จำนวน 330 ราย โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 150,000 บาทต่อราย

2) ประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-startup สำหรับบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้าไม่เกิน 3 ปี มีทักษะช่าง และมีความต้องการเปิดธุรกิจบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเทคโนโลยีทางการเกษตร มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม 33 ราย สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ OTOD #3
ได้แล้ววันนี้ – 23 กรกฎาคม 2569 โดยศึกษารายละเอียดของโครงการได้ที่ https://otod3.depa.or.th

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดประสบการณ์ผ่อนคลายเหนือระดับที่ เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ

อีกหนึ่งจุดหมายของสายสปาที่อยากได้บรรยากาศสงบใจกลางกรุงเทพ เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ ตั้งอยู่ที่ย่านทองหล่อ ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล  โด...

โวยวายดอทคอม