วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคัน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

     วันนี้ (3 มีนาคม 2569) เวลา  19.00 น. ณ โบราณสถานเกาะกลางน้ำ วัดตระพังทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดกิจกรรมเวียนเทียนตะคัน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569  โดยมี นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นางสาวณัคนางค์ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 1 นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 3 ดร.พรรณสิริ กุลนาถสิริ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรม



     การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย กำหนดจัดกิจกรรม"เวียนเทียนตะคัน เมืองโบราณสุโขทัย ประจำปี2569 พร้อมการแสดงโขนจาก วิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย ชุด "รามาวตาล" ภายใต้แนวทาง Green Event โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนา อันเป็นการอนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์อันทรงคุณค่าเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 


      ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วยพิธีเวียนเทียนด้วย “ตะคัน” ซึ่งเป็นภาชนะดินเผาใส่น้ำมันสำหรับจุดไฟตามแบบโบราณ สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองมรดกโลกสุโขทัย หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเวียนเทียนได้มีการแสดงดนตรีไทยบรรเลง และการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ โดยวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ความสนใจรับชมจำนวนมาก

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569

ศูนย์ประชุมฯไคซ์ ขอนแแก่น ติด Top 5 Exhibition Venue ในเวที AMVS รองรับการจัดงานระดับอาเซียนได้อย่างเป็นระบบ

23 กุมภาพันธ์ 2569 , ขอนแก่น — ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ จังหวัดขอนแก่น หรือ KICE ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) และได้รับการประกาศผลบนเวที ASEAN Tourism Standards Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่องาน ASEAN Tourism Forum 2026 (ATF 2026) ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

สำหรับผลการประเมินประจำปี 2568 KICE ได้รับคะแนนติดอันดับ Top 5 ของประเภท Exhibition Venue จากเกณฑ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการสถานที่ และคุณภาพการให้บริการโดยรวม

การผ่านการรับรองมาตรฐาน AMVS ในครั้งนี้ ทำให้ ศูนย์ประชุมไคซ์ฯ อยู่ในกลุ่มสถานที่จัดงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับอาเซียนและได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Top 5 ของประเภท Exhibition Venue ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้จัดงานองค์กรและผู้จัดงานระดับนานาชาติ ทั้งในด้านความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ระบบสนับสนุนการจัดงาน และการบริหารจัดการหน้างานอย่างเป็นระบบ


คุณปรมัตถ์ พูลสมบัติ ผู้อำนวยการ กลุ่มงานธุรกิจสำนักงาน และ ธุรกิจศูนย์ประชุม และแสดงสินค้า กล่าวว่า ผู้จัดงานในปัจจุบันไม่ได้มองแค่ขนาดของพื้นที่แต่ให้ความสำคัญกับระบบและทีมงานที่จะช่วยให้งานบรรลุผลลัพธ์ได้จริง การผ่านการรับรองมาตรฐานอาเซียนของ KICE ช่วยให้การตัดสินใจชัดเจนขึ้น เพราะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสถานที่ทั้งในด้านโครงสร้าง การจัดการ และการปฏิบัติงานหน้างาน เราพัฒนา KICE ให้เป็น venue ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดงาน เพื่อให้ผู้จัดงานสามารถโฟกัสกับเนื้อหาและเป้าหมายของงานได้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน KICE ยังทำหน้าที่เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านไมซ์ที่สำคัญของภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) รองรับการจัดงานระดับประเทศและระดับภูมิภาค และเชื่อมโยงผู้จัดงานจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

การได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับอาเซียนครั้งนี้จึงช่วยเสริมความมั่นใจให้กับองค์กรและผู้จัดงานที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานซึ่งมีมาตรฐานชัดเจนสามารถคาดหวังคุณภาพการให้บริการได้อย่างสม่ำเสมอ และรองรับการจัดงานสำคัญในระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นระบบ

#CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife  #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต  #KICE #ASEANTourismStandardsAwards2026 #ASEANMICEVenueStandard #ATF2026#MICEVenue #GMS


เกี่ยวกับศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ไคซ์ ขอนแก่น
ศูนย์การประชุมฯ ไคซ์ (KICE) เป็นสถาปัตยกรรมทันสมัย ระดับนานาชาติขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดขอนแก่น อันเป็นศูนย์กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ศูนย์การประชุมฯ ไคซ์ ก่อสร้างด้วยระบบหลังคาแบบยาว (Long Span) ทำให้ตัวอาคารแสดงสินค้าปราศจากเสากลาง ภายในอาคารมีพื้นที่ขนาด 7,510 ตร.ม. และภายนอกอาคารมีพื้นที่ 4,680 ตร.ม.

ศูนย์การประชุมฯ ไคซ์ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการจัดงานแสดงสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเครื่องจักรหนัก งานประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ งานแต่งงาน ไปจนถึงคอนเสิร์ตของนักร้อง ศิลปินระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี ด้วยศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) ที่กำลังก้าวไปข้างหน้า ทำให้ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์: www.KICE-Center.com



วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปราจีนบุรีเปิดเกมรุก “เศรษฐกิจสุขภาพ” ปั้นเมืองสมุนไพรสู่สากล ผนึกทุกภาคส่วนจัด “Prachinburi Wellness Fest 2026”

ปราจีนบุรีเปิดเกมรุก “เศรษฐกิจสุขภาพ” ปั้นเมืองสมุนไพรสู่สากล ผนึกทุกภาคส่วนจัด “Prachinburi Wellness Fest 2026” เชื่อม Health & Wellness Economy ของประเทศ

ปราจีนบุรี – 27 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดปราจีนบุรีประกาศความพร้อมในการขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสุขภาพ” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดงาน “มหกรรมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย ปราจีนบุรี ครั้งที่ 2 – Prachinburi Wellness Fest 2026” ภายใต้แนวคิด “สุขกาย สบายใจ จากอโรคยาศาลา สู่เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ จังหวัดปราจีนบุรี



นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า “จังหวัดปราจีนบุรี เป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรต้นแบบของประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเหมือนภาพสะท้อนทิศทางเชิงนโยบายของจังหวัด ที่มุ่งพัฒนาเมืองสมุนไพรให้เป็นกลไกเศรษฐกิจใหม่ของพื้นที่ สอดรับกับการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพของประเทศ และอุตสาหกรรมสมุนไพรที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอุตสาหกรรมด้านเวลเนส ของไทยมีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 8% ของ GDP ของประเทศ และติดอันดับต้นๆ ของโลก สำหรับ ปราจีนบุรี ในฐานะจังหวัดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก จึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการท่องเที่ยวเชิงเวลเนส ที่เป็นจุดแข็งของเรา ทำให้เกิดงานครั้งนี้ขึ้น และงานครั้งนี้ยังเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลและมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี การท่องเที่ยวและกีฬา ททท.นครนายก ตลอดจนภาคเอกชนที่ร่วมจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ ซึ่งทำให้ภาพของเมืองสมุนไพรปราจีนบุรีชัดเจนยิ่งขึ้น”





ด้าน พญ.อรรัตน์ จันทร์เพ็ญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า “Prachinburi Wellness Fest 2026 หรือ มหกรรมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย ปราจีนบุรี ครั้งที่ 2 เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของการจัดงานในปีที่ผ่านมา โดยขยายมิติทั้งด้านวิชาการ ด้านบริการสุขภาพด้วยศาสตร์แผนไทย และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุนต่อบทบาทของจังหวัดในฐานะผู้นำเมืองสมุนไพร เรามุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้จริง ส่งเสริมการดูแลและป้องกันก่อนป่วยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรที่เข้าถึงง่าย ภายในงานจึงมีทั้งเวทีวิชาการ บริการตรวจรักษา นวดไทยฟรี นิทรรศการความรู้ ลานอาหารพื้นถิ่น สินค้าเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมเวิร์กช็อปสมุนไพรตลอดทั้งวัน สำหรับในงานนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมเรียนรู้ด้านสมุนไพรครบทุกจุดไฮไลต์จะได้รับใบประกาศรับรองผ่านการอบรมอีกด้วย”

ขณะที่ พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “อภัยภูเบศรทำหน้าที่ต่อยอดงานเมืองสมุนไพรปราจีนบุรีมาอย่างต่อเนื่อง การจัดงานครั้งนี้เราต้องการสะท้อนให้เห็นว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีความพร้อมครบวงจร ทั้งองค์ความรู้ การผลิต และเครือข่ายสุขภาพ โดยมี รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรมสมุนไพรของประเทศ งานปีนี้จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง ‘ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ’ ของอุตสาหกรรมสมุนไพร ตั้งแต่การปลูกเกษตรอินทรีย์ การแปรรูป การพัฒนามาตรฐาน การสร้างแบรนด์ ส่งเสริมการสร้างอาชีพ ไปจนถึงบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการจับคู่ธุรกิจ”

นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นในการพัฒนาคนโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพร สู่ภาคประชาชน และเยาวชนผ่านความร่วมมือกับวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจภูมิปัญญาไทยและสามารถต่อยอดสู่มาตรฐานสากลได้ในอนาคต และเรายังมองว่า “สมุนไพร” คือหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศ ที่สามารถยกระดับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ภูมิปัญญาเป็นทุนทางวัฒนธรรม และใช้สมุนไพรเป็นทุนทางเศรษฐกิจ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมการสร้างงานอาชีพด้านสมุนไพรสำหรับผู้ที่สนใจได้อีกด้วย” 



Prachinburi Wellness Fest 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานมหกรรมสุขภาพ แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนเมืองสมุนไพรเชิงยุทธศาสตร์ ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจสุขภาพของจังหวัดกับทิศทางการพัฒนาระดับประเทศ และสนับสนุนบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลาง Medical & Wellness Hub ของภูมิภาคอย่างชัดเจน

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ “The Heritage Grand Khon Kaen” 1 มี.ค.นี้

ยกระดับภาพลักษณ์โรงแรมไอคอนิกคู่เมือง 

โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) 


ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า 


“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 







ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำนักพัฒนาสังคม กทม. ร่วมกับ Chersery Home International จัดแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า

สำนักพัฒนาสังคม กทม. ร่วมกับ Chersery Home International จัดแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า เสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569  กรุงเทพมหานครโดยสำนักพัฒนาสังคม ร่วมกับโรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International จัดกิจกรรมการแข่งขัน “กีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า” เพื่อส่งเสริมสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมทำให้ผู้สูงอายุ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ลดภาวะติดบ้านติดเตียง และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ณ บ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา 08.00-15.00 น. 



โดยตระหนักว่า “ผู้สูงอายุ” นับเป็นบุคคลที่มีคุณค่า เป็นคลังแห่งประสบการณ์ และภูมิปัญญาของสังคม การดูแล ส่งเสริมและสร้างกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข มีพลังกายและพลังใจในการดำรงชีวิต โดยมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณค่า และมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างเหมาะสมเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์


งานนี้ ได้รับเกียรติจากคุณพรรัตน์ อัครฐานิชนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chersery Home International กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดกิจกรรม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล กล่าวรายงาน และ นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน



คุณพรรัตน์ อัครฐานิชนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chersery Home International
กล่าวถึง โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International ภายใต้การบริหารโดย นายแพทย์เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ผู้อำนวยการ ฯ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับทางกทม. หน่วยงานภาครัฐ โดยเข้ามาเป็นที่ปรึกษาการสร้างการรับรู้ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋าในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้สูงอายุได้มาพบปะทำกิจกรรมร่วมกัน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

การแข่งขัน “กีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า” ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย แต่ยังช่วยพัฒนาสุขภาวะด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคม ทำให้ผู้สูงอายุ ได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และนอกจากนี้การแข่งขันไม่ได้มุ่งเน้นผลแพ้ชนะเป็นสำคัญ แต่เป็นการสร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน ความรัก และรอยยิ้ม อันจะนำไปสู่การมีชีวิตที่มีความสุขต่อไป

ภายในงานมีเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น ประมาณ 150 คน ประกอบด้วยผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ชมรมผู้สูงอายุศูนย์บริการสาธารณสุข64 คลองสามวา ผู้สูงอายุจากศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง ผู้สูงอายุจากบ้านผู้สูงอายุบางแค 2 ผู้สูงอายุจากบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเดินขบวนพาเหรดของผู้สูงอายุ


การประกวดเชียร์ลีดเดอร์ และกองเชียร์ การแข่งขันแชร์บอลบนบกและแชร์บอลในน้ำ รวมถึงการแข่งขันกีฬามหาสนุก ซึ่งล้วนออกแบบให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้สูงอายุ เน้นความปลอดภัย ควบคู่กับการสร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมในการแข่งขัน ตลอดจนมีบูธกิจกรรมมากมายที่มาร่วมให้การสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันครั้งนี้ อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์ "ฮารุนะ" นวัตกรรมพรีไบโอติค ปรับสมดุลลำไส้ แก้ท้องผูกที่ต้นเหตุ , Certainty ชุดเซ็ตการดูแลผู้สูงอายุ , UPMONEY FINANCE by Allianz ayudhya , ธนาคารกรุงศรี First Choice , Matsunaga Thailand มัตซึนากะ ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ , Genjoy น้องหมาน้องแมวเพื่อนแสนรู้คู่ใจเคียงข้างผู้สูงอายุ 







การแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋าในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่น
ของกรุงเทพมหานครในการสร้างสังคมที่เอื้อต่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity)โดยให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหว ออกกำลังกาย พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายทางสังคมอันจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมผู้สูงอายุให้เป็นสังคมแห่งพลังและคุณค่าต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เบเยอร์ฉลองความสำเร็จ พลิกเกมตลาดสีพ่นอุตสาหกรรม

ชูมาตรฐานใหม่ แม้เปิดตัวระยะสั้น ตลาดตอบรับล้นเกินคาด เดินหน้าขยายกำลังการผลิตสะท้อนความเชื่อมั่นตลาด พร้อมท้าพิสูจน์งานจริงหน้าร้านอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพฯ – ท่ามกลางภาวะตลาดก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูง บริษัท บริษัท เบเยอร์ จำกัด ประกาศความสำเร็จของกลุ่มผลิตภัณฑ์ “สีพ่นอุตสาหกรรม” ที่สามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาอันสั้นหลังเปิดตัว สะท้อนแรงตอบรับเชิงบวกจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ผู้รับเหมาโครงสร้างเหล็ก และงานโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่



การเติบโตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ส่งสัญญาณสำคัญต่อทิศทางตลาดว่า ผู้ประกอบการไม่ได้มองหา “ราคาถูกที่สุด” อีกต่อไป แต่กำลังมองหา “มาตรฐานใหม่ของงานเคลือบอุตสาหกรรม” ที่ตอบโจทย์ประสิทธิภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่าในระยะยาวจากสินค้าใหม่ สู่แรงขับเคลื่อนตลาดแม้จะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในเซกเมนต์สีพ่นอุตสาหกรรม แต่เบเยอร์สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มงานโครงสร้างเหล็ก โรงงานผลิต และโครงการที่ต้องการควบคุมต้นทุนระยะยาว (Total Cost of Ownership)

บริษัทฯ จึงตัดสินใจ “เร่งขยายกำลังการผลิตทันที” เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น พร้อมลงทุนยกระดับระบบควบคุมคุณภาพและโลจิสติกส์ เพื่อสร้างเสถียรภาพของซัพพลายเชน รองรับดีมานด์จากภาคอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังฟื้นตัวตอบโจทย์ Pain Point หน้างานจริง

จุดแข็งของผลิตภัณฑ์อยู่ที่การพัฒนานวัตกรรมที่เข้าใจหน้างานจริง สามารถแก้ Pain Point หลักของผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด ได้แก่

• ระยะเวลาการทำงานที่ต้องรวดเร็ว ลด Downtime

• ความทนทานต่อการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมหนัก

• การยึดเกาะที่ได้มาตรฐานตามสเปกวิศวกรรม

• การบริหารต้นทุนรวมของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดของแบรนด์จึงชัดเจนว่า

“สีพ่นน้องใหม่




แต่สิ่งที่ให้…เหนือกว่า”
งานนี้ ....ทางทีมการตลาดสีเบเยอร์จัดกิจกรรมโร้ดโชว์สินค้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ “สีพ่นอุตสาหกรรม”  ให้กับร้านค้าทั่วประเทศ โดยมี นายวิชาญ วงศ์กิติกำจร  และ นายสุธี วงศ์กิติกำจร  เจ้าของร้านสีเพชรบางบอน หนึ่งในร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดจากเบเยอร์  ท้าพิสูจน์งานจริง สร้างความเชื่อมั่นแบบโปร่งใสเพื่อขอบคุณลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เบเยอร์เดินหน้าจัดกิจกรรมทั่วประเทศภายใต้แนวคิด

“ท้าพิสูจน์งานจริงหน้าร้าน”
เปิดโอกาสให้ช่าง ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการ ทดลองพ่นจริง เปรียบเทียบคุณสมบัติแบบโปร่งใส พร้อมทีมเทคนิคให้คำปรึกษาเชิงระบบในยุคที่การแข่งขันสูง ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากคำโฆษณา แต่เกิดจากผลลัพธ์จริงหน้างานที่พิสูจน์ได้ และนี่คือกลยุทธ์ที่กำลังพลิกเกมตลาดสีพ่นอุตสาหกรรมในเวลานี้ ติดตามรอบทดสอบครั้งถัดไป

Line: @begerclub https://lin.ee/4YRvbza

ข่าวประชาสัมพันธ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคัน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

     วันนี้ (3 มีนาคม 2569) เวลา  19.00 น. ณ โบราณสถานเกาะกลางน้ำ วัดตระพังทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผ...

โวยวายดอทคอม