วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ช.ส.ท. ร่วมกับ ททท. และอพท. จัดกิจกรรม “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร”

ช.ส.ท. ร่วมกับ ททท. และอพท. จัดกิจกรรม “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร”ระหว่างวันที่ 19 - 22 พ.ค. 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหน้าฝน

ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย  และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดกิจกรรมท่องเที่ยวภายใต้ชื่อโครงการ “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร” ระหว่างวันที่ 19 - 22 พฤษภาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคเหนือช่วงหน้าฝน คณะรวมพลที่ ปตท.วิภาวดี

นำโดย คุณวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) นำคณะกรรมการชมรมฯ สมาชิกสื่อมวลชน และนักท่องเที่ยววัยเก๋า รวมจำนวนกว่า 50 ท่านเข้าร่วมเดินทางโดยได้รับเกียรติจาก นายสมชาย ชมภูน้อย อินฟลูเอนเซอร์เที่ยวเมืองไทยคนดัง ร่วมทริปเดินทางท่องเที่ยว “สุโขทัย-กำแพงเพชร” เมืองมรดกโลก ซึ่งทั้ง 3 อุทยานฯ ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร เป็นแหล่งมรดกโลกที่สำคัญของประเทศไทย เริ่มต้นการเดินทางจุดแรกที่จังหวัดสุโขทัย  

เริ่มด้วยโลเคชันแรกที่ต้องปักหมุดเที่ยวสักครั้งในชีวิต คือ “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” ที่มีอายุกว่า 700 ปี ตั้งอยู่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย อดีตเป็นอาณาจักรสุโขทัยอันแสนรุ่งเรือง

อาณาจักรสุโขทัยเริ่มต้นประวัติศาสตร์ โดยมีหลักฐานชัดเจนในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์(พ่อขุนบางกลางหาว พ.ศ.1781 - 1822) ต่อมาอาณาจักรสุโขทัยเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อำนาจของอาณาจักรสุโขทัยในช่วงรัชสมัยของพระองค์มีความมั่นคงจาก ทรงแผ่อาณาเขตออกไปโดยรอบ วัฒนธรรมไทยได้เจริญขึ้นทุกสาขา ดังปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งเจริญ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ การสงคราม ภูมิศาสตร์ กฎหมาย ประเพณี การปกครอง การเศรษฐกิจ การสังคม ปรัชญา พระพุทธศาสนา การประดิษฐ์อักษรไทย ราชวงศ์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (พระร่วง หรือ สุโขทัย) ได้ปกครองอาณาจักรสุโขทัยสืบต่อมาเป็นเวลา 200 ปี ก็ถูกรวมเข้ากับ อาณาจักรอยุธยา ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวัง และวัดมากถึง 26 แห่ง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ ได้รับการบูรรปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากร ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก มีผู้เยี่ยมชมหลายแสนคนต่อปี นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้า นั่งรถราง หรือ ขี่จักรยาน เที่ยวชมได้อย่างสะดวกปลอดภัย


เริ่มต้นบรรยากาศยามเช้า ที่จังหวัดสุโขทัย…
กิจกรรมยอดนิยมคือการใส่บาตรรับอรุณที่ วัดตระพังทอง ซึ่งพระสงฆ์จะเดินบิณฑบาตข้ามสะพานไม้ ตามด้วยการปั่นจักรยานรับลมเย็นชมทัศนียภาพอันร่มรื่นของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ใ พระเริ่มบิณบาตร เวลา 06:20 น. ของทุกวัน พระสงฆ์จะบิณฑบาต ณ สะพานบุญแห่งนี้ สามารถมาเที่ยวและมาตักบาตรทำบุญกันได้ 





อีกหนึ่งจุดเช็คอินแห่งศรัทธาในประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาเยือน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย คือ วัดศรีชุม วัดศรีชุม เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง  



พระอจนะ วัดศรีชุม “ตำนานพระพูดได้” แห่งเมืองมรดกโลกอีกหนึ่งจุดเช็คอินแห่งศรัทธาในประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่ควรพลาด อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย คือ วัดศรีชุม กับตำนานเล่าขาน “พระพูดได้” อันเลื่องชื่อ ภายในวัดแห่งนี้ประดิษฐาน “พระอจนะ” พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ สร้างขึ้นด้วยศิลปะสุโขทัย หน้าตักกว้างกว่า 11 เมตร สูงถึง 15 เมตร โดดเด่นสง่างามอยู่ภายในมณฑปแบบพุกาม คำว่า “อจนะ” มาจากภาษาบาลี หมายถึง “ผู้ไม่หวั่นไหว” หรือ “ผู้ควรแก่การเคารพกราบไหว้” ตำนานเล่าว่า ในครั้งที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จมาชุมนุมพลที่วัดศรีชุม ก่อนจะยกทัพไปปราบเมืองเชลียง ทหารไทยจำนวนมากต่างรู้สึกไม่มีกำลังใจ เพราะต้องรบกับคนไทยด้วยกัน พระองค์จึงวางแผนให้ทหารผู้หนึ่งปีนขึ้นไปด้านหลังองค์พระอจนะ และพูดให้กำลังใจแก่ทหารจากด้านในของมณฑป เสียงจึงดังกังวานออกมาจากองค์พระ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่า “พระพูดได้” และมีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมา นอกจากนี้ วัดศรีชุมยังเป็นสถานที่ประกอบพิธี ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา 


หอพระพุทธสิริมารวิชัย สุโขทัย
หอพระพุทธสิริมารวิชัย...อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่นี่คือ......จุดเช็คอินถ่ายภาพสวยๆ และเป็นแหล่งศึกษาศิลปะ อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด หอพระแห่งนี้สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยสมัยสุโขทัย ภายในมีพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ซึ่งเดิมเป็นพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัยแต่เกิดชำรุดเนื่องจากไฟไหม้ 

หอพระพุทธสิริมารวิชัย นั้นจะตั้งอยู่ในเขตของ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ใน ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย และยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธสิริมารวิชัย พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยในสมัยสุโขทัยอันเก่าแก่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 209 เซนติเมตร สูง 290 เซนติเมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของสุโขทัยมาอย่างยาวภายหลังจึงบูรณะขึ้นมาใหม่  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า " พระพุทธสิริมารวิชัย " ซึ่งมีความหมายว่า... พระพุทธเจ้าที่ชนะมารด้วยสิริ 

นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสวยๆที่ผนังด้านในได้ศึกษากันอีกด้วย ฝั่งตรงข้ามหอพระฯเป็นวัดพระพายหลวงซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยคูน้ำ วิวดีมากกก มาตอนเย็นลมพัดเอื่อยๆเหมาะแก่การมาถ่ายรูปอย่างยิ่ง 

หอพระพุทธสิริมารวิชัย ที่เที่ยวสุโขทัย สักการะ พระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมือง
ที่อยู่ : ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
พิกัด : https://goo.gl/maps/hZaDQpR2PCMhG4Ld7 

การเดินทางจากจังหวัดสุโขทัยไปยังจังหวัดกำแพงเพชรมีระยะทางประมาณ 80-90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เข้าร่วมกิจกรรมร้อยเรียงเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวชากังราวในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร และชุมชนท่องเที่ยวนครชุมในเขตเทศบาลนครชุม ประกอบด้วย

1.นั่งรถรางชมเมือง

2.สักการะศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

3.สักการะพระอิศวร ณ ศาลพระอิศวร

4.กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์พับดอกไม้ใบเตย

5.ทานขนมไทยชุมชนท่องเที่ยวชากังราว

6.สักการะวัดพระบรมธาตุนครชุม

7.ทานอาหารพื้นถิ่นชิมแกงขี้เหล็ก

8.ชมการแสดงทางวัฒนธรรมชุมชนนครชุม

9.ชมการแสดงวัฒนธรรมชุมชนท่องเที่ยวไตรตรึงษ์ ระบำ ก.ไก่ 1 เดียวในโลก
ซึ่งได้รับรางวัล PATA Gold Awards


วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ที่ต้องไปสักการะ
วัดพระบรมธาตุนครชุมเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในมีศาสนสถานที่สำคัญหลายอย่าง เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุ 9 องค์, ต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่ที่พระยาลิไททรงปลูกไว้,พระอุโบสถหลังเก่า,พระวิหาร,วิหารพระนอน,ศาลาเรือนไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้แก่ชุมชน และเมื่อได้เข้าไปนมัสการและบูชาแล้ว ดังได้พบกับพระพุทธเจ้าด้วยตนเอง เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่สมัยเป็นเมืองนครชุมกินเวลายาวนานมากกว่า 600 ปี และยังคงยั่งยืนสืบต่อกันมาเป็นองค์มหาเจดีย์แห่งศรัทธา จวบจนปัจจุบัน

"ผิผู้ใดได้ไหว้นบกระทำบูชาพระศรีรัตมหาธาตุและพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่าไซร้ มีผลอานิสงส์พร่ำเสมอดังได้นบพระผู้เป็นเจ้า" อีกทั้งยังเป็นที่มาของงาน ประเพณีนบพระเล่นเพลง ด้วยค่ะ โดยจัดขึ้นในวันมาฆบูชา


ภายหลังยุคทองของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อาณาจักรสุโขทัยเริ่มเผชิญกับวิกฤตความแตกแยกในหมู่หัวเมือง จนกระทั่งถึงรัชสมัยของ พญาลิไท พระราชนัดดา ผู้ทรงพลิกฟื้นอาณาจักรด้วยกลยุทธ์ "พุทธจักร" คานอำนาจ "อาณาจักร"

ตามรอยประวัติศาสตร์ เดินทางไปสักการะวัดพระบรมธาตุนครชุมตั้งอยู่ฝั่งตำบลนครชุม เป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุเจดีย์ที่พระยาลิไททรงสร้างลานพญาลิไทตั้งอยู่ภายในวัดพระบรมธาตุนครชุม เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย์พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ


กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้ามัดย้อมศิลาแลง เทศบาลเมืองหนองปลิง
ผ้ามัดย้อมศิลาแลง กลุ่มแม่บ้านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้ามัดย้อมศิลาแลง ผ้ามัดย้อมศิลาแลง เทศบาลเมืองหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ผ้าย้อมดินศิลาแลง ดินสร้างโบสถ์ นำผงศิลาแลง ผลิตเป็นผ้ามัดย้อมศิลาแลงมีมนต์ขลังต้องลองสวมใส่ดูสักครั้ง  

ศิลาแลงของ จังหวัดกำแพงเพชร มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับและรู้จักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ จึงได้นำศิลาแลงที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชมรมฯหนองปลิง โดยได้รับการอนุญาติจากเจ้าอาวาส วัดหนองปลิง ให้นำผงศิลาแลงที่ก่อสร้างโบสถ์ มาเป็นส่วนผสม ในการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ สร้างด้วยศิลาแลง และมีความงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธา ของชาวจังหวัดกำแพงเพชร

วิถีชีวิต: ครอบคลุม 11 หมู่บ้าน ที่แห่งนี้ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยท้องทุ่งร่องเขาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สัมผัสบรรยากาศวันวานเคล้ากลิ่นอายประวัติศาสตร์ สะท้อนวัฒนธรรมและประเพณีน่าสนใจมากมาย ความน่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว ผู้คน อาหาร ตลอดจนประเพณีและวัฒนธรรม ดึงดูดให้เราอยากเข้าไปสัมผัส

ศิลปะ วัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชนคือ ศิลปกรรมลวดลายประดับศาสนาสถานว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับศิลปกรรมต่าง ๆ ในโบสถ์ศิลาแลงวัดหนองปลิง 

ภาษา: ท้องถิ่น ภาษากลาง

การแต่งกาย: ชุดผ้ามัดย้อมศิลาแลง

ประเพณี: งานสารทไทย งานบวชนาค งานสงกรานต์ ทอดกฐิน ผ้าป่า 

อาหาร: ข้าวเกรียบกล้วยไข่ น้ำพริกกล้วยไข่ แกงเผ็ดกล้วยไข่ ยำหยวกกล้วย แกงหัวปลีกะทิ กระยาสารทกล้วยไข่ ผัดขนุน แกงกะทิสายบัวหมูสามชั้น ขนมดอกดิน ขนมต้มแดงต้มขาว ขนมกล้วยสีผ้าจากดินสร้างโบสถ์ จากผงศิลาแลง เกิด เป็นผ้ามัดย้อมศิลาแลงมีมนต์ขลังต้องลองสวมใส่ดูสักครั้ง  

ศิลาแลงของ จังหวัดกำแพงเพชร มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับและรู้จักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ จึงได้นำศิลาแลงที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชมรมฯหนองปลิง โดยได้รับการอนุญาติจากเจ้าอาวาส วัดหนองปลิง ให้นำผงศิลาแลงที่ก่อสร้างโบสถ์ มาเป็นส่วนผสม ในการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ สร้างด้วยศิลาแลง และมีความงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธา ของชาวจังหวัดกำแพงเพชร

วิถีชีวิต: ครอบคลุม 11 หมู่บ้าน ที่แห่งนี้ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยท้องทุ่งร่องเขาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สัมผัสบรรยากาศวันวานเคล้ากลิ่นอายประวัติศาสตร์ สะท้อนวัฒนธรรมและประเพณีน่าสนใจมากมาย ความน่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว ผู้คน อาหาร ตลอดจนประเพณีและวัฒนธรรม ดึงดูดให้เราอยากเข้าไปสัมผัส เมนู น้ำพริกเสวย, ปลาทับทิมทอดขมิ้น, มัสมั่นกล้วยไข่ ก๋วยเตี๋ยวชางกังราว, ขนมจีบแป้งสด, เต้าห้วยชากังราวหลงเสน่ห์อาหารถิ่นกำแพงเพชรที่พิพิธภัณฑ์สถานกำแพงเพชร 




พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร
เฉลิมพระเกียรติอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นหมู่เรือนไทย ก่อสร้างด้วยไม้สักทอง บนพื้นที่ 25 ไร่ บริเวณด้านนอกอาคารโดยรอบมีการออกแบบภูมิทัศน์เพื่อเพิ่มความสวยงามร่มรื่น

ที่นี่…..จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ธรรมชาติวิทยาในท้องถิ่น ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ๒. ชาติพันธุ์วิทยาเมืองกำแพงเพชร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยที่ตั้งถิ่นฐานจังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ กลุ่มชนม้ง เย้า กะเหรี่ยง ลีซู นอกจากนี้ ยังนำเสนอข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับชนพื้นถิ่น ประเพณีและการดำเนินชีวิต ๓. มรดกดีเด่นเมืองกำแพงเพชร ที่ให้ข้อมูลในเรื่องทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ ศิลปวัฒนธรรม ๔. ห้องบรรยาย เป็นห้องที่ใช้สำหรับกิจกรรมการบรรยาย ของพิพิธภัณฑสถาน เป็นห้องจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรม ชิ้นเยี่ยมของชาวกำแพงเพชร 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
เปิดวันพุธ-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)
ติดต่อเข้าชมเป็นหมู่คณะ หรือนัดหมายวิทยากร ท่านสามารถแจ้งที่กล่องข้อความทางเพจ อี
เมล์ หรือโทรสอบถาม Tel. 055 711 570
Email : kpp_museum14@hotmail.com



วัดหนองปลิง โบสถ์ศิลาแลง สุดตระการตา ที่ใช้หินศิลาแลงในการสร้าง
….. ด้วยความตั้งใจของหลวงพ่อสีหนาท เพราะศิลาแลงเป็นวัสดุขึ้นชื่อของกำแพงเพชร ดั่งคำขวัญจังหวัดท่อนหนึ่งว่า “ศิลาแลงใหญ่” 

โดยให้ช่างผู้ชำนาญเป็นคนแกะสลักศิลาแลงเป็นลวดลายต่างๆ ที่ประณีตและละเอียดทุกระเบียดนิ้ว ตรงบันไดทางขึ้น ประดับด้วยรูปปั้นของนาคี-นาคา เป็นผู้คอยปกปักรักษาโบสถ์ และรูปปั้นช้างทรงเครื่อง หน้าประตูทางเข้าโบสถ์ ประดับด้วยเท้าเวสสุวรรณ ส่วนผนังโบสถ์ด้านหลังสลักเป็นพระพุทธรูปปางเปิดโลก อิริยาบถยืนอยู่เหนือดอกบัว ข้างใต้เป็นภาพ ๑๒ ราศี เปรียบเหมือนพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ ตลอดจนกำแพงรอบโบสถ์ก็ยังแกะสลักเป็นคติสอนธรรมและพุทธประวัติ นับๆ แล้วมีมากกว่าหนึ่งร้อยช่อง เมื่อเข้ามาด้านในโบสถ์ จะพบเพียงห้องโล่งๆ ที่กรุด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง เนื่องจากยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่แน่นอนแล้วว่าพระประธานโบสถ์คือ พระพุทธเจ้าเงินไหลมา เนื้อทองบริสุทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๒ นิ้ว เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการบูชา และเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองกำแพงเพชรสืบไป 

ปัจจุบันวัดหนองปลิงเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกำแพงเพชร โบสถ์ที่วัดหนองปลิง สร้างด้วยศิลาแลงจากหินธรรมชาติทั้งหลัง จนกลายมาเป็น โบสถ์ศิลาแลง แห่งเดียวในโลก แกะสลักลวดลายเกี่ยวกับพุทธศาสนาอย่างงดงามบนเนินเขา ริมสายน้ำปิงลมพัดโบกโบยเย็นสบายตลอดทั้งวัน ริมคลองบางทวน ดินแดนทางประวัติศาสตร์ เป็นวัดที่สวยงามและออกแบบแปลกไม่เหมือนใครนี้คือวัดหนองปลิง การจัดการของวัดยึดประโยชน์การใช้สอย ให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชน มากกว่า 



ศาลหลักเมือง กำแพงเพชร

สักการะศาลหลักเมือง ศาลที่เก่าแก่กว่า 700 ปีใครมาเที่ยวกำแพงเพชร ต้องมาสะกการะ ศูนย์รวมพลังศรัทธาเก่าแก่กว่า 700 ปี นักท่องเที่ยวนิยมแวะสักการะขอพรเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัย ของหายอยากได้คืน รวมทั้งเสริมสิริมงคลในเรื่องความมั่นคงของชีวิต ด้วยเชื่อกันว่าศาลหลักเมืองกำแพงเพชรนั้นเป็นสิ่งที่พ้องกับความมั่นคงไม่หวั่นไหวเสริมจิตใจให้เข้มแข็งจากเสาศิลาแลงยุคโบราณ ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าวรมันต์ (เหม่) สู่การบูรณะและสร้างเสาไม้สักทองจำลอง เพื่ออนุรักษ์ตำนานให้คงอยู่ ไม่ใช่แค่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่คือจุดเติมพลังใจของชาวกำแพงเพชร เชื่อกันว่า ‘เสาหลัก’ นี้คือพลังแห่งความมั่นคง แข็งแกร่ง และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 

เสาหลักเมืองกำแพงเพชร ศูนย์รวมพลังศรัทธาเก่าแก่กว่า 700 ปี จากเสาศิลาแลงยุคโบราณ ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าวรมันต์ (เหม่)สู่การบูรณะและสร้างเสาไม้สักทองจำลอง เพื่ออนุรักษ์ตำนานให้คงอยู่ไม่ใช่แค่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่คือจุดเติมพลังใจของชาวกำแพงเพชรเชื่อกันว่า ‘เสาหลัก’ นี้คือพลังแห่งความมั่นคง แข็งแกร่ง และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ศาลหลักเมือง กำแพงเพชร
ที่อยู่ : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข101 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
พิกัด : https://goo.gl/maps/QRVz7wQeKY5WrSdG7   
เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.

บ้านห้างฯโบราณ สมัยรัชกาลที่ ๕
เมื่อพูดถึงสถาปัตยกรรมที่ขึ้นชื่อของตำบลนครชุม บ้านห้างฯโบราณ สมัยรัชกาลที่ ๕ จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านนครชุม รวมไปถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของตำบลนครชุมเลยก็ว่าได้



บ้านห้างฯโบราณ สมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ บ้านห้าง ร. 5 บ้านห้างล่ำซำ ,บ้านผีสิง”, บ้านห้างพะโป้ และมีชื่อเรียกอีกมากมาย เป็นบ้านของคหบดีทำสัมปทานไม้ชาวกระเหรี่ยง นามว่า “พะโป้” ที่ได้ซื้อต่อมาจากพระยาราม เจ้าเมืองกําแพงเพชร เพื่อใช้เป็น สำนักงานบริหารกิจการไม้ ควบคุมเส้นทางการชักลากไม้ออกจากป่าคลองสวนหมาก แล้วลําเลียงผูกเป็นแพ ล่องลงไปยังนครสวรรค์อันเป็นชุมทางการค้าไม้ที่สำคัญในเขตภาคเหนือตอนล่าง

โดยตัวบ้านนั้นเป็นรูปแบบอาคารไม้ 2 ชั้น ในอดีตรูปอาคารเป็นทรงตัวยู แต่ในปัจจุบันได้มีบางส่วนปรักหักพักลงจึงคงเหลือไว้ให้เห็นเป็นอาคารไม้เดี่ยวเท่านั้น ซึ่งชั้นล่างสูงกว่าบ้านทั่วไปและยกพื้นพ้นดินขึ้นมามากกว่า 1 วา สร้างด้วยไม้สักเกือบทั้งหลัง รูปแบบไทยผสมตะวันตก ประตูเป็นไม้ ฉลุลายอย่างละเอียด ประณีต ระเบียงชั้นบนล้อมรอบอาคาร ซึ่งสามารถที่จะเดินได้รอบตัวอาคาร บริเวณเชิงชายประดับด้วยไม้ฉลุลาย เสา ชายคา และลูกกรงเป็นรูปแบบงานกลึง ดูอ่อนช้อย สวยงาม เหมือนบ้านพักตากอากาศและคล้ายราชวังทางตะวันตก ซึ่งปัจจุบันบ้านหลังนี้มีอายุมากกว่า 100 ปีแล้ว

ครั้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชร เสด็จเยือน ณ บ้านห้างหลังนี้จึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกว่า “บ้านห้างร.5  ซึ่งจะปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์ในจดหมายเหตุการเสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 ของพระพุทธเจ้าหลวง เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่หากใครมาเที่ยวนครชุมแล้วไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชม เพราะสถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นสถานที่ที่ทรงคุณค่า และควรค่าแก่การอนุรักษ์ เพื่อเป็นเอกลักษณ์และสัญลักษณ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและตัวตนของคนนครชุม

ปิดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ  อยากจะพาทุกคนไปเที่ยวน้ำตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และที่นั่นก็คือน้ำตกคลองลาน ณ อุทยานแห่งชาติของลาน จังหวัดกำแพงเพชร นั่นเอง เขาบอกเลยว่าน้ำตกแห่งนี้ยิ่งใหญ่อลังการมากๆ ตกลงมาจากหน้าผาสูงสวยงามสุดๆ เลยล่ะ แถมเต็มไปด้วยสีเขียวขจีของธรรมชาติรู้สึกสดชื่นมากๆ  ไปดูกันว่า น้ำตกคลองลาน จะสวยงามแค่ไหน ตามไปกันเลย

ชมบรรยากาศ น้ำตกคลองลาน จ.กำแพงเพชร

เช้านี้ วันที่ 22 พ.ค. 69  อุทยานแห่งชาติคลองลาน - Khlong Lan National Park  น้ำเยอะ ขาวกระจายเย็นสบาย สะอาด สวยสดชื่นมาก !!!! มาช่วงนี้ดีงามมากๆๆๆ เดินเล่นชมต้นไม้ กนกนารีสีฟ้า (Blue Spikemoss หรือ Rainbow Spikemoss) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Selaginella willdenowii

ลักษณะเด่น: เป็นพืชในกลุ่มญาติเฟิร์นที่โดดเด่นด้วยใบที่มีสีฟ้าแกมเขียวเหลือบเงา คล้ายปีกแมงทับ โดยเฉพาะเมื่อต้องแสงแดด

นิเวศวิทยา: มักพบขึ้นตามพื้นที่ป่าดิบชื้น ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน หรือปีนป่ายขึ้นตามต้นไม้ใหญ่อุทยานแห่งชาติคลองลาน - Khlong Lan National Park

น้ำตกคลองลาน มีความสวยงาม และยิ่งใหญ่อลังการมากๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ ส่วนตัวรู้สึกชอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี และความสวยงามอลังการของน้ำตก รู้สึกประทับใจที่ได้มาเห็นด้วยตา และมาเก็บภาพสวยๆ ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสไปเที่ยวเมืองกำแพงเพชร



น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน กําแพงเพชร
ที่อยู่ : ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

พิกัด : https://goo.gl/maps/E1GGJ4XE39o5vKQM7
เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.30 น.
โทร : 088 4079915
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/KhlongLanNationalPark/


ร้านขายของฝาก ที่ได้รับความนิยมในจังหวัดกำแพงเพชร
กล้วยไข่ กระยาสารท กล้วยฉาบ กล้วยทอด มันฉาบ เผือกทอด กล้วยเบรกแตก (กล้วยไข่) หอม หวานน้อย กรอบกรุบเต็มคำ พกไปเคี้ยวเล่นได้ทุกที่ ไม่มีเบื่อกล้วยหักมุกทอด ต้นหน่อกล้วยไข่ และของฝากอื่นๆ อีกมากมาย เลือกซื้อได้เลย สะดวกสบาย มีหลายร้านมากมาย เลือกได้ตามใจชอบ 

พบกันใหม่ทริปต่อไปเร็วๆ นี้นะคะ

ขอบคุณ ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว


#สุขทันทีที่เที่ยวสุโขทัยกำแพงเพชร
#ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว​
#ชสท #อพท​ #AmazingThailand
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุโขทัย
#จังหวัดสุโขทัย #จังหวัดกำแพงเพชร

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าขับเคลื่อน ESG ผ่าน Fly Green Fund


เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าขับเคลื่อน ESG ผ่าน Fly Green Fund ผนึก เดอะมอลล์ กรุ๊ปเปิดแคมเปญลด Food Waste สร้างสังคมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ตอกย้ำบทบาทสายการบินแห่งความยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนพันธกิจด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ Fly Green Fund โดยล่าสุดจับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดตัวแคมเปญ “STOP FOOD WASTE – กินดี รักษ์โลก รับโชคเพิ่ม” ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการรณรงค์ลดปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) และส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตที่ยั่งยืน นำแนวคิด “Sustainable Aviation” มาปรับใช้ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ผ่าน Fly Green Fund แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนของสายการบิน ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

สำหรับแคมเปญ “STOP FOOD WASTE – กินดี รักษ์โลก รับโชคเพิ่ม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2569 โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้านอาหารภายในศูนย์การค้า และพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อผลักดันการคัดแยกขยะอาหารตั้งแต่ต้นทาง ลดปริมาณ Food Waste และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้ร่วมสนับสนุนบัตรโดยสารเครื่องบินจำนวน 10 รางวัล สำหรับกิจกรรม Green Star เพื่อมอบให้แก่ผู้บริโภคที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพฤติกรรมรักษ์โลก ผ่านการใช้บริการร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและได้รับตราสัญลักษณ์ M Green

นางสาวสญาดา เบญจกุล รองประธานบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแนวทางการดำเนินธุรกิจ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เรามุ่งมั่นผลักดัน ESG ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน Fly Green Fund ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญที่ถ่ายทอดเจตนารมณ์ของสายการบินในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับเดอะมอลล์ กรุ๊ป ภายใต้แคมเปญ STOP FOOD WASTE ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงชีวิตประจำวัน และช่วยสร้างความตระหนักรู้เรื่องการลดขยะอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นแก้ไขได้จากตัวเอง เราเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างองค์กรที่มีเป้าหมายเดียวกัน จะสามารถขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง และร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังได้ข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์เปิดตัวโครงการ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจ ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เพื่อร่วมส่งต่อพลังแห่งความร่วมมือในการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ดีกว่า นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการเดินหน้าสู่การเป็นสายการบินที่เติบโตควบคู่กับความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนแนวทาง ESG ให้เกิดขึ้นจริงผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกมิติ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคม สิ่งแวดล้อม และอนาคตของคนรุ่นต่อไป

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สหฟาร์ม ตอกย้ำศักยภาพผู้นำอาหารไทยบนเวที THAIFEX 2026

ดันยอดส่งออกโต 100% ใน 3 ปี พร้อมต่อยอดธุรกิจอาหาร และประมงสู่ตลาดโลก

บริษัท สหฟาร์ม หรือ Saha Farms หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่รายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมแสดงศักยภาพในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 บูธเลขที่ 1-UU29 โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ ทั้งไก่สด ไก่แปรรูป ไก่ปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารจากกลุ่มธุรกิจประมง ตอกย้ำศักยภาพอาหารไทยมาตรฐานระดับสากล พร้อมเดินหน้าขยายตลาดส่งออกท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่เข้มข้นมากขึ้น

ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด
เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของสหฟาร์มยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด จากปี 2565 บริษัทมียอดส่งออกอยู่ที่ 110,000 ตัน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 220,000 ตัน ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี หรือเติบโตถึง 100% สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยที่ยังได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน สินค้ากลุ่มไก่ปรุงสุกและไก่แช่แข็งของสหฟาร์มได้รับความสนใจอย่างมากจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายช่วงมีคำสั่งซื้อเข้ามาเกินกำลังการผลิต ขณะที่ผู้บริโภคทั่วโลกยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คุณภาพการผลิต และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านราคา แต่เรื่องคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยทางอาหาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก สหฟาร์มจึงเดินหน้าพัฒนาระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสินค้าอาหารไทยสู่มาตรฐานระดับสากล” ดร.จารุวรรณ กล่าว




สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 สหฟาร์มยังคงตั้งเป้าการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศ การเพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านการเงิน การกำกับดูแลภายในองค์กร และการพัฒนาทีมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง

ตลอดปี 2568 ผลประกอบการของสหฟาร์มสะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทสามารถสร้างยอดขาย รายได้ และผลกำไรในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และแนวทางการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพ

ภายใต้แนวทางการบริหารที่ยึดมั่นในความมั่นคง โปร่งใส และการเติบโตระยะยาว สหฟาร์มยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า ลูกค้า และผู้บริโภคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

“สหฟาร์มยังคงมุ่งพัฒนาสินค้าอาหารคุณภาพสูง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยทางอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน” ดร.จารุวรรณ กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจประมง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจอาหารที่อยู่ระหว่างการต่อยอดและพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของสหฟาร์ม และได้รับการสานต่อโดย ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโปรตีนคุณภาพและอาหารแห่งอนาคตในตลาดโลก

โดยเฉพาะ “ปลานิล” ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าศักยภาพใหม่ หลังมองเห็นแนวโน้มความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มประเทศเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปลาดุกยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง


สำหรับผลิตภัณฑ์ปลานิล กลุ่มธุรกิจประมงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่กระบวนการเพาะเลี้ยง การคัดสายพันธุ์ และการควบคุมมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ได้เนื้อปลาคุณภาพดี เนื้อแน่น รสชาติดี และได้มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร รองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง และสินค้าแปรรูปเพิ่มมูลค่า

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน การควบคุมคุณภาพน้ำ อาหารสัตว์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคในระดับสากล พร้อมมองโอกาสในการต่อยอดสู่ตลาดพรีเมียมในอนาคต

การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพของสหฟาร์มในฐานะผู้ผลิตและส่งออกอาหารคุณภาพระดับสากล พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์ในการต่อยอดธุรกิจอาหารและโปรตีนคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกต่อไป

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วิริยะประกันภัย ชูแนวคิด “ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตลอด 79 ปี”

พร้อมเคียงข้างสังคมไทย ร่วมส่งต่อกำลังใจให้ทุกบทบาท

     นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Choojai and friends นำโดย นายไพรัช เอื้อผดุงเลิศ Co-Founder & Executive Creative Director และ อัตต้า - นายอัตตา เหมวดี ผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ จาก บริษัท ATTAh FILM ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตลอด 79 ปี” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวที่สะท้อนคุณค่าของการ “ทำหน้าที่” ผ่านมุมมองชีวิตของผู้คนหลากหลายบทบาทในสังคม โดยมุ่งหวังว่าแคมเปญโฆษณานี้ จะเป็นพลังบวกที่ช่วยส่งต่อกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังในทุกวัน เช่นเดียวกับวิริยะประกันภัย ที่ยึดมั่นในหน้าที่ของการเป็นหลักประกันความเสี่ยงภัย ดูแลเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ณ โรงภาพยนตร์ One Ultra Screen อาคาร Parade One Bangkok


     สำหรับ แคมเปญ “ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตลอด 79 ปี” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวิริยะประกันภัย ในการขับเคลื่อนการสื่อสารองค์กรผ่านแนวคิดที่สร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจแก่สังคม สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเป็นแนวทางที่ยึดมั่นปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา 79 ปี ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ในฐานะผู้รับประกันความเสี่ยงให้กับผู้คนในสังคม พร้อมเดินหน้ายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมและเกิดความอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลายมิติ โดยเชื่อมั่นว่า การ “ทำหน้าที่” ของตนเองอย่างเต็มกำลังในทุกบทบาท คือหนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

พันธมิตรระดับโลก: Dreame Technology ประกาศแต่งตั้ง คริสเตียโน โรนัลโด เป็น Global Ambassador คนล่าสุด

ภายใต้แนวคิด 'Dreame to Win' ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้นิยามความหมายใหม่ของการใช้ชีวิตระดับพรีเมียม ผ่านความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ วินัย และความสมบูรณ์แบบที่แบรนด์กับนักกีฬาต่างยึดถือร่วมกัน

กรุงเทพฯ 26 พฤษภาคม 2569 – ดรีมมี เทคโนโลยี (DREAME Technology) ผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและระบบสมาร์ทโฮมระดับแนวหน้าของโลก ประกาศความร่วมมือระดับโลกครั้งสำคัญกับ คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) ตำนานนักฟุตบอลระดับโลก ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของบริษัท โดยเป็นการสานพลังระหว่างนักกีฬาที่มีชื่อเสียงด้านวินัยและความมุ่งมั่นที่สุดในโลก มาร่วมเดินทางกับแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาด้านเทคโนโลยีและคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง

การแต่งตั้ง Global Ambassador ในครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของ Dreame ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์อย่างแท้จริงในเวทีโลก หลังจากขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรมมอเตอร์ความเร็วสูงและระบบ AI ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก จนก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานของอุตสาหกรรมระดับโลก ความร่วมมือนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ Dreame ในการเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์อย่างแท้จริง

สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมือในครั้งนี้คือ ค่านิยมที่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน เนื่องจากในสนาม คริสเตียโน โรนัลโด สร้างชื่อเสียงระดับโลกจากวินัยอันเข้มแข็ง ความอดทน และความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงดีเอ็นเอของ Dreame ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และการพัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ความสอดคล้องของแนวคิดและเป้าหมายนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ที่หลอมรวมความเป็นเลิศทั้งในโลกกีฬาและเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

คริสเตียโน โรนัลโด กล่าวว่า “ผมมองหาพันธมิตรที่มีความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จและความทุ่มเทเหมือนกับผม Dreame เป็นแบรนด์ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมและมอบประสิทธิภาพระดับสูง ช่วยให้ชีวิตสะดวกและง่ายขึ้น ผมรู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Dreame และสนับสนุนภารกิจของพวกเขาในการเป็นผู้นำระดับโลก’’ “Dreame to Win” นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตอัจฉริยะ

แนวคิด “Dreame to Win” คือหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ที่ผสานแนวคิดแห่งชัยชนะในระดับโลกเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตอัจฉริยะให้กลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการผลักดันให้ผู้คนก้าวไปสู่ความสำเร็จและความสำเร็จในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง

นายคอล์ม ชาง ประธานระดับโลกของ Dreame กล่าวว่า “การร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนด้านการตลาด แต่เป็นการผนึกกำลังระหว่างผู้นำด้านเทคโนโลยีกับบุคคลระดับโลก เรามองเห็นพลัง จุดแข็ง และวิสัยทัศน์ระยะยาวที่สอดคล้องกัน จิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นและความเป็นเลิศของ คริสเตียโน โรนัลโด สอดรับกับพันธกิจของเราในการนำอุตสาหกรรมและสร้างอิทธิพลเชิงบวกผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์อนาคตให้กับผู้คนทั่วโลก”

ภายใต้ความร่วมมือนี้ Dreame จะนำภาพลักษณ์ของ คริสเตียโน โรนัลโด มาใช้กับผลิตภัณฑ์ในทุกหมวดหมู่ เพื่อตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ในการยกระดับไลฟ์สไตล์ให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพสูง โดยผสานอิทธิพลในระดับโลกของ โรนัลโด เข้ากับเทคโนโลยีของ Dreame เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถช่วยให้ผู้ใช้งาน “Dreame to Win” ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ในระบบนิเวศอัจฉริยะของ Dreame ได้แก่ โซลูชันทำความสะอาดอัจฉริยะทั้งภายในและภายนอก

เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ระบบสมาร์ต

ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็ก

นายไคสัน เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหัวหน้าทีมประเทศไทย กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นของ Dreame ในการก้าวข้ามขีดจำกัดผ่านนวัตกรรมคือสิ่งที่เราเชื่อมั่นอย่างแท้จริง เราเชื่อว่าการผสานพลังของวินัยและเทคโนโลยีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์และแนวคิดแห่งชัยชนะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคนได้”

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือและผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Dreame ได้ที่
Dreame Website, shopee, lazada, และ tiktok 

“KCG เปิดกลยุทธ์การจัดทัพองค์กรตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงมือผู้บริโภค” มุ่งมั่นสร้าง “นวัตกรรมอาหารเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน”

“KCG เปิดกลยุทธ์การจัดทัพองค์กรตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงมือผู้บริโภค” มุ่งมั่นสร้าง “นวัตกรรมอาหารเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน” ตอกย้ำการเป็น "Trusted Provider" ผู้นำธุรกิจอาหาร พร้อมยกระดับสู่ Regional Player

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญในงาน THAIFEX Anuga Asia 2026 เสริมแกร่งความเป็นผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจโดยมียอดขายในปี 2568 กว่า 8.6 พันล้าน เติบโต 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วย Market share อันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เนย และชีส นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำผลักดันให้เกิด “นวัตกรรมอาหารเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน” ตอกย้ำการเป็น “Trusted Provider” พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในอุตสาหกรรมอาหารทั้งในกลุ่มธุรกิจ B2B และ B2C พร้อมเดินหน้าขยายอาณาจักรสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค (Regional Player) อย่างเต็มภาคภูมิ

นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG กล่าวว่า “ความสำเร็จของ KCG ในปีที่ผ่านมาสะท้อนผ่านการเติบโตทางธุรกิจ ดังนี้

● ผลประกอบการปี 2568 ที่สร้างสถิติ New High ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีรายได้จากการขายถึง 8,645.5 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 11.6% โดยมีกำไรสุทธิ 503.3 ล้านบาท เติบโตถึง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน

● ผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีซ้อน ภายใต้แบรนด์ Allowrie อีกทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารและเบเกอรี่ (FBI) อาทิ แบรนด์ Imperial และแบรนด์อื่นๆ ในเครือ ติดอันดับ Top 5 ในตลาด มุ่งเน้นการเป็น Seamless Solution Provider สำหรับผู้ประกอบการ B2B รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต (Biscuits) ที่เป็น 1 ใน 5 แบรนด์ที่ครองใจคนไทย โดยมี “อิมพีเรียล” เป็นแบรนด์เรือธงด้วยสินค้าคุกกี้กล่องแดง”

ไม่เพียงแค่ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตของ KCG เป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (2016–2025) คือบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างไม่หยุดนิ่ง ดังนี้

● บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง มีรายได้เป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Consecutive Growth) แม้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของกำไรอยู่ที่ประมาณ 12-15% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีแบรนด์ “Allowrie” (อลาวรี่) ครองตำแหน่งผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 มากว่า 10 ปี


*No.1 Allowrie Butter นาน 10 ปี ในช่องทาง B2C ข้อมูลจาก NIQ
เพื่อให้เป้าหมาย “ความสุขอย่างยั่งยืน” เกิดขึ้นได้จริง KCG จึงมุ่งเน้นการจัดทัพทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำผ่าน “ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain)” เพื่อ Synergy หรือรวมพลังของทุกภาคส่วนให้สอดประสานกันอย่างลงตัว ซึ่งการผสานศักยภาพนี้จะช่วยให้ทุกฟันเฟืองของธุรกิจขับเคลื่อนไปได้รวดเร็วและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ตอบโจทย์ทั้งกลยุทธ์การเติบโต และการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยร้อยเรียงผ่าน 5 กิจกรรมหลัก คือ

1.การจัดหาวัตถุดิบหลัก และสินค้า (Raw Material & Trading Goods Sourcing)

2.การผลิต (Operations)

3.การจัดการคลังสินค้า การจัดส่ง และกระจายสินค้า (Warehouse Distribution & Logistics)

4.การตลาดและการขาย (Marketing & Sales)

5. การเป็นพันธมิตรผู้สร้างสรรค์โซลูชันเบเกอรีและอาหารอย่างครบวงจร (Seamless Solution Provider)

นายดำรงชัย กล่าวต่อว่า “การมีห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ที่เข้มแข็งเป็นรากฐานสำคัญที่ตอกย้ำการเป็น “Trusted Provider” ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดจากการนำเสนอโซลูชั่นให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นสถานะที่เราไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับการมอบให้จากความไว้วางใจของพันธมิตรด้วยผลงานที่สร้างมาอย่างยาวนาน ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ และ KCG มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาคให้ได้” หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสู่การเป็น “Trusted Provider” คือ

1.การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับสากลในกลุ่มธุรกิจ B2B
เน้นการสร้างพันธมิตรระยะยาวกับพาร์ทเนอร์ด้วยจรรยาบรรณการรักษาความลับทางการค้าและไม่ผลิตสินค้าแข่งกับคู่ค้า ผสานกับการช่วยคู่ค้าศึกษาอินไซต์เชิงลึกจนเกิดเป็น Success Stories ในตลาดโฟกัสหลักอย่าง เวียดนาม ที่เราปรับรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ Imperial Cookies ให้พรีเมียมถูกปากคนท้องถิ่น พร้อมปรับ Packaging ให้มีความหรูหรา เหมาะสำหรับการมอบ เป็นของขวัญ ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาด และ ญี่ปุ่น ที่เราเน้นการพัฒนาสินค้าร่วมกับคู่ค้า ทั้งสูตรและขนาดตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล พร้อมดูแลหลังการขายเพื่อเติบโตไปกับคู่ค้า รวมถึงโอกาสสำคัญในตลาดมีความต้องการสินค้ากลุ่ม ผลิตภัณฑ์จากนม (Dairy Products) สูงอย่าง ฟิลิปปินส์ ที่นิยมรสชาติที่มีความ Creamy ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดเนยและชีสแบรนด์ Allowrie

2.การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้ส่งมอบไลฟ์สไตล์ในกลุ่มธุรกิจ B2C
เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ผลิตสู่การเป็นผู้ส่งมอบนวัตกรรมอาหารที่เข้าไปอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของผู้บริโภค ผ่านการสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง (Urban Lifestyle Solutions) ควบคู่ไปกับการใช้นวัตกรรมเพื่อส่งมอบสุขภาพที่ดี (Health & Wellness Innovation) พร้อมยกระดับการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเข้าถึงใจผู้บริโภคทั่วภูมิภาคอาเซียน (Brand Building Across ASEAN Markets) โดยมุ่งยกระดับแบรนด์หลักของบริษัทให้เติบโตในระดับภูมิภาค ผ่านการสร้าง Brand Awareness และ Consumer Engagement ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ภายใต้แนวคิด “Global Quality with Local Relevance”

3.การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค (Regional Player)
การก้าวข้ามจากผู้นำในประเทศสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ (From Local Leader to Regional Player) คือหัวใจหลักของเป้าหมายในอนาคตที่ KCG มุ่งมั่นขับเคลื่อน โดยเราตั้งเป้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนในฐานะผู้นำที่ได้รับการยอมรับด้วยผลประเมิน SET ESG Ratings ระดับ AAA พร้อมเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 เพื่อพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสาร หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/kcgcorporation , www.kcgcorporation.com/

#KCG #KCGCorporation #KCGมีดีมากกว่าคุกกี้กล่องแดง #Thaifex

CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย


CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย ผนึกพันธมิตรในเครือสร้าง Value – Per - Experience ครบวงจรกิน-เที่ยว-พัก ประเดิมแห่งแรกที่ชลบุรี

26 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าขยายธุรกิจ Hospitality เปิดตัว “bedZ” (เบดซ์) โรงแรม Mid-Scale Lifestyle แบรนด์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Comfy bedZ, Happy GuestZ” ชูกลยุทธ์สร้าง “Value – Per – Experience” เชื่อมโยงประสบการณ์กิน-เที่ยว-พัก ผนึกพันธมิตรในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทำเลและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์อย่าง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านทำเลศักยภาพและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ เพื่อรองรับการพัฒนาโรงแรมในหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ ประเดิมแห่งแรก “bedZ Hotel Banbueng” (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) จังหวัดชลบุรี บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่และกลุ่ม Bleisure ที่มองหาความสะดวกครบจบในจุดเดียว

คุณกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CP LAND กล่าวว่า “การเปิดตัว bedZ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการต่อยอดธุรกิจโรงแรม ด้วยกลยุทธ์ Strategic Synergy ภายในเครือซีพี เพื่อพัฒนา “Value – Per - Experience” ความคุ้มค่าที่ไม่ได้วัดด้วยราคา แต่ด้วยความหมายของทุกประสบการณ์ที่ได้รับ เปลี่ยนเวลาของการเดินทางให้เป็นกำไรของชีวิต ผ่านประสบการณ์การ กิน-เที่ยว-พัก ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ รีเทล และบริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักให้ครบวงจรยิ่งขึ้น”
“ความร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรมของ bedZ โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะเข้ามามีบทบาทในการร่วมแนะนำและคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง (The Best Location) สำหรับการพัฒนาโรงแรม เชื่อมต่อกับ แม็คโคร-โลตัส ที่ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ bedZ สามารถพัฒนาโรงแรมในทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต และความสะดวกสบายของผู้เข้าพักและนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์และรีเทลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร”


“เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ CP LAND ในการพัฒนา Hospitality Platform ที่สามารถเติบโตต่อยอดไปยังหัวเมืองศักยภาพทั่วประเทศในอนาคต” คุณกีรติ กล่าวเสริม

ด้าน คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า “bedZ Hotel Banbueng (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) ถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Lotus’s บ้านบึง และใกล้ Makro บ้านบึง ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินถึง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางและคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิต
เป้าหมายของ bedZ คือการสร้างประสบการณ์เข้าพักที่ ‘‘Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ พร้อมยกระดับโรงแรมระดับ Mid-Scale ทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, แม่สอด, เลย, กาญจนบุรี, เขาใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต เป็นต้น
และเมื่อผสานรวมกับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ (Quality Sleep) บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ 7 ฟุต พร้อมชุดหมอนหนานุ่มคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อส่งมอบความสุขในทุกมิติ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วย Smart TV ขนาดใหญ่ 55 นิ้วในทุกห้องพัก ที่รองรับความบันเทิงระดับโลก อาทิ Netflix และ YouTube พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Wi-Fi) ที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ห้องน้ำยังได้รับการออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แยกสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานพร้อมกันได้อย่างคล่องตัว


ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางถูกรังสรรค์ให้เป็น Co-working Space สำหรับการทำงานในบรรยากาศผ่อนคลาย รวมถึงคาเฟ่ที่นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) และวิถีชีวิตชุมชน (Local Lifestyle) ของอำเภอบ้านบึง มาถ่ายทอดและตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ตลอดจนโซนสันทนาการที่มีโต๊ะเกมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เราจึงเชื่อมั่นว่าที่นี่จะเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ที่จะส่งมอบความสุขและความอบอุ่นเป็นกันเองให้แก่ผู้มาเยือนทุกท่าน
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ bedZ ในการสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ของธุรกิจโรงแรม ที่ผสานรวมความสะดวกสบายด้านการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์เข้ากับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการทยอยเปิดตัวความร่วมมือในแต่ละพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายโรงแรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักในทุกมิติอย่างแท้จริง


ข่าวประชาสัมพันธ์

ช.ส.ท. ร่วมกับ ททท. และอพท. จัดกิจกรรม “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร”

ช.ส.ท. ร่วมกับ ททท. และอพท. จัดกิจกรรม “สุขทันที... ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร”ระหว่างวันที่ 19 - 22 พ.ค. 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหน้า...

โวยวายดอทคอม