วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ฮิลตันเปิดตัว “Canopy Bangkok Sukhumvit

 นำแบรนด์ Canopy Hotels ปักหมุดแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กรุงเทพฯ ประเทศไทย [สิงหาคม 2569] – ฮิลตัน (Hilton) ประกาศเปิดตัว แคโนปี กรุงเทพ สุขุมวิท (Canopy Bangkok Sukhumvit) อย่างเป็นทางการ ปักหมุดแบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง Canopy Hotels (แคโนปีโฮเทลส์) ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมแนวไลฟ์สไตล์ของฮิลตันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านอโศก หนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุดของกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินเพียงไม่ถึง 10 นาทีจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท เชื่อมต่อแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ำคืน และย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย


อเล็กซานดรา เมอร์เรย์ (Alexandra Murray) รองประธานและหัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮิลตัน เปิดเผยว่า “กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าหลงใหลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน การเปิดตัว Canopy Bangkok Sukhumvit จึงได้เข้ามาเติมเต็มมิติใหม่ให้กับพอร์ตโฟลิโอโรงแรมไลฟ์สไตล์ของฮิลตันที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ห้องอาหารที่มีเอกลักษณ์ และประสบการณ์ที่คัดสรรมาจากเรื่องราวของท้องถิ่น โรงแรมแห่งนี้จะนำเสนอวิถีใหม่ในการสัมผัสกรุงเทพฯ ให้กับนักเดินทาง โดยผสานความสะดวกสบายและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เข้ากับแรงบันดาลใจในการค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ พร้อมมอบการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของฮิลตัน”



พื้นที่ส่วนกลางของ Canopy Bangkok Sukhumvit รวมถึงล็อบบี้และห้องอาหาร ได้รับการออกแบบโดยสตูดิโอระดับโลกอย่าง AvroKO (อาฟโรโค่) โดยหยิบยกเรื่องราวอันหลากหลายของย่านอโศกมาเป็นแรงบันดาลใจ ตั้งแต่กลิ่นอายมรดกทางอุตสาหกรรม เสน่ห์แห่งยุคทองของโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงยุคแรกของประเทศไทย (เคยตั้งอยู่ในย่านอโศก) ไปจนถึงความแตกต่างระหว่างความเก่าและใหม่ที่นิยามความเป็นกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน เรื่องราวเหล่านี้ได้รับการตีความใหม่ในบริบทของการพักผ่อนร่วมสมัย ทั้งในพื้นที่ต้อนรับและพื้นที่สังสรรค์ของโรงแรม ดีไซน์ตึกสีทองแดงที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์มวินเทจ ไปจนถึงคอร์ตยาร์ดใจกลางโรงแรมที่เชื่อมต่อผู้มาเยือนจากท้องถนนเข้าสู่หัวใจของพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ห้องพักที่มอบความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
Canopy Bangkok Sukhumvit ให้บริการห้องพัก 174 ห้อง ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลาย ชาร์จพลัง และรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้านระหว่างที่มาเยือนกรุงเทพฯ ห้องพักมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ King และ Twin Canopy Room, Accessible Room, Urban View Room, Courtyard Room, Courtyard Deluxe Room, King Canopy Corner Room รวมถึงห้องสวีท 3 ห้อง ได้แก่ King Suk Jai Suite และ King Asoke Suite
เพื่อสะท้อนถึงคอนเซปต์บูทีคระดับไฮเอนด์ของแบรนด์ Canopy ห้องพักจึงได้รับแรงบันดาลใจจากความอบอุ่นและคุ้นเคยของ "บ้านครอบครัวคนไทย" ที่เคยตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 12 โดยนำมาตีความใหม่ในมุมมองร่วมสมัย รูปทรงโค้งมน ขอบมุมที่ดูนุ่มนวล และการใช้วัสดุโทนสีกลางที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ ในขณะที่การตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลก็แฝงกลิ่นอายของย่านท่าเรือคลองเตยและวิถีชีวิตเมืองที่กำลังเติบโตของย่านอโศก จุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือ โครงเตียง (Canopy) ที่ตกแต่งด้วย "ผ้าคราม" โทนสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อยกย่องหนึ่งในงานทอมือที่เก่าแก่ที่สุดของไทย ซึ่งกลายเป็นซิกเนเจอร์ของดีไซน์ห้องพักแห่งนี้ ยังมีตัวเลือกห้องพักที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นกลุ่ม โดยมีห้องพักแบบ Interconnecting (9 คู่) ที่เชื่อมถึงกันผ่านประตูระเบียงด้านนอก สร้างความเป็นส่วนตัวพร้อมพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ยังมีห้องพักแบบ Connecting Room (7 คู่) เพื่อตอบโจทย์ครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือกรุ๊ปเล็ก ๆ ที่ต้องการพักใกล้ชิดกันแต่ยังมีห้องส่วนตัว
นอกเหนือจากห้องพักแล้ว ผู้เข้าพักยังสามารถไปพักผ่อนที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ของเมืองในมุมที่เงียบสงบกลางย่านที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ และยังมีฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับสายสุขภาพที่ต้องการฟิตหุ่นอย่างต่อเนื่องแม้ในระหว่างเดินทาง
ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มครบจบตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เทคนิคการปรุงอาหารด้วยไฟ วัตถุดิบท้องถิ่น และรสชาติอันจัดจ้าน คือหัวใจสำคัญของห้องอาหารและบาร์ทั้ง 4 แห่งภายใน Canopy Bangkok Sukhumvit เริ่มต้นที่ “Cante” ห้องอาหารซิกเนเจอร์ที่นำเสนออาหารย่างสไตล์สเปนรสชาติจัดจ้าน ออกแบบมาเพื่อการแชร์มื้ออร่อยและใช้เวลาสังสรรค์ในยามค่ำคืน ขณะที่ “SoolHaus” เติมสีสันยามค่ำคืนด้วยค็อกเทลบาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกาหลี ส่วน “Glint” บาร์ริมสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า มอบวิวเส้นขอบฟ้าสุดอลังการของเมือง พร้อมคาบาน่าและคราฟต์ค็อกเทลสุดพิเศษ และเติมเต็มวันดี ๆ ที่ “Luso” คาเฟ่ที่เปิดให้บริการตลอดวัน ชูโรงด้วยเมล็ดกาแฟคั่วบดและชาไทยพรีเมียมจาก ห้องอาหารและบาร์ทั้ง 4 แห่งจะร่วมกันสร้างจุดหมายแห่งการพบปะสังสรรค์แห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิทสำหรับทั้งแขกผู้เข้าพักและชาวกรุงเทพฯ อย่างลงตัว



ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ ด้วยความเชื่อของแบรนด์ที่ว่า ทุกจุดหมายปลายทางล้วนมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว Canopy Bangkok Sukhumvit จึงเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือกับคนในพื้นที่และประสบการณ์ที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อเผยให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และเรื่องราวที่หล่อหลอมเมืองนี้ขึ้นมา ทางโรงแรมได้ร่วมมือกับ “LaLaLove” แบรนด์ไลฟ์สไตล์ของไทยที่มีค่านิยมทางสังคมและงานคราฟต์ร่วมสมัยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงแรม ความร่วมมือนี้ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าคอลเลกชันพิเศษช่วงเปิดตัว ไปจนถึงมุมจัดแสดงสินค้าภายในโรงแรม ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของแคมเปญสนับสนุนนักสร้างสรรค์และศิลปินอิสระของกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ แขกผู้เข้าพักยังสามารถออกสำรวจกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรมที่นำโดย “City Curator” ผู้เชี่ยวชาญของโรงแรม ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สัมผัสกับเสน่ห์ที่แท้จริงของท้องถิ่น ได้แก่ กิจกรรมนั่งเรือเที่ยวคลองแสนแสบ ที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับคาเฟ่ในย่าน พื้นที่สร้างสรรค์ และจุดน่าสนใจริมน้ำ กิจกรรมเดินเล่นยามเช้า ที่ให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตย่านอโศกแบบสโลว์ไลฟ์ แวะร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่อิสระ และคอมมูนิตี้สุดฮิต และ “Postcards from Asoke” กิจกรรมเก็บความทรงจำที่ชวนให้แขกได้ถ่ายทอดความประทับใจของย่านนี้และส่งเป็นโปสการ์ดของที่ระลึกถึงตัวเอง
อเล็กซ์ โคลแมน (Alex Coleman) รองประธานและผู้นำแบรนด์ Canopy กล่าวว่า “Canopy Hotels ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกเสมือนอยู่บ้าน ไม่ว่าจะเดินทางไปยังแห่งใดในโลก ผ่านงานออกแบบที่ใส่ใจ จริงใจ และประสบการณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแต่ละจุดหมายปลายทาง Canopy Bangkok Sukhumvit ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ด้วยการนำพลังและสีสันของย่านอโศกมาสู่ทุกรายละเอียด ตั้งแต่งานดีไซน์ อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เข้าพักเชื่อมโยงกับเมืองได้ลึกซึ้งกว่าประสบการณ์ทั่วไป ขณะที่แบรนด์ยังคงขยายเครือข่ายทั่วโลก เราภูมิใจที่ได้ต้อนรับกรุงเทพฯ เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอโรงแรมซึ่งให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง”
ด้าน อิชมิต บาจาจ (Ishmit Bajaj) กรรมการผู้จัดการ LLAN Asset กล่าวว่า “สุขุมวิทซอย 12 มีความพิเศษสำหรับเราเสมอมา ด้วยความอดทน ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทของทีมงานที่ยอดเยี่ยม เราได้เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นจุดหมายปลายทาง ที่ยกย่องจิตวิญญาณของย่านอโศก พร้อมกับสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้คนได้มารวมตัวกัน เชื่อมโยง และสัมผัสประสบการณ์ในย่านที่มีสีสันที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ด้วยการมีฮิลตันเป็นพาร์ทเนอร์ เรามั่นใจอย่างยิ่งว่า การเปิดตัว Canopy Hotels แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงแรมนี้คือผลิตภัณฑ์ที่เรารักและตั้งใจนำเสนอสู่ตลาด มีเอกลักษณ์ เน้นประสบการณ์ และออกแบบมาอย่างมีจุดมุ่งหมาย”

Canopy Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 12 ราคาห้องพักเริ่มต้นคืนละ 5,700++ บาท สำหรับห้องพักเท่านั้น พร้อมเงื่อนไขการจองที่ยืดหยุ่นเต็ม โดยสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการจองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าสูงสุด 24 ชั่วโมงก่อนวันเข้าพัก โรงแรมยังเข้าร่วม Hilton Honors โปรแกรมสมาชิกที่ได้รับรางวัลของฮิลตัน ครอบคลุมโรงแรม 28 แบรนด์ระดับโลก สมาชิกที่จองโดยตรงผ่านช่องทางที่ฮิลตันกำหนดจะได้รับสิทธิประโยชน์ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชำระค่าห้องพักด้วยคะแนนสะสมและเงินในสัดส่วนที่ยืดหยุ่น ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก และบริการ Wi-Fi มาตรฐานฟรี นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้เทคโนโลยีแบบไร้การสัมผัสผ่านแอปพลิเคชัน Hilton Honors ตั้งแต่การเช็กอิน เลือกห้องพัก ไปจนถึงการใช้ Digital Key เพื่อเข้าสู่ห้องพัก
“Asoke Unlocked” ข้อเสนอพิเศษฉลองการเปิดตัว
Canopy Bangkok Sukhumvit ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านแพ็กเกจเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Asoke Unlocked” จำกัดเพียง 100 การจองแรกเท่านั้น สำหรับการเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน ในห้องพักประเภท Canopy Courtyard ขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษ ได้แก่ คะแนนโบนัส Hilton Honors 10,000 คะแนน เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม และกระเป๋าคอลเลกชันพิเศษ Canopy x LalaLove รุ่นลิมิเต็ด สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2569 โดยเข้าพัก ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป


คลิกเพื่อจองห้องพักที่และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.canopybangkoksukhumvit.com
โทร. 02 146 2888 หรืออีเมล Canopy_bkk_reservations@hilton.com

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ครูสร้างคน คนสร้างชาติ “ เรือจ้างผู้เสียอิสระ” วันครู 2563

“ครู” ทั้งนี้โดยศัพท์คำว่า ครู มาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า “หนัก” อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนของครูนั้น นับเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย ท่านเป็นดังดวงประทีปทางปัญญาให้แก่ศิษย์คอยประคับประคอง ส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกวิถีทาง บางคนถึงให้จำกัดของคำว่าครู คือ แม่คนที่ 2 

ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สาขาพญาไท และ  บองมาร์เช่) เหรัญญิก สมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ และงานสาธารณกุศลหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ที่ท่านได้เสียสละและอุทิศเวลาทำเพื่อสังคม ควบคู่กับการเป็นแม่พิมพ์ของชาติมากว่า 30 ปี ผลงานการเขียนหนังสือ “ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู” คือผลงานที่สะท้อนความเป็นครูในแบบ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ “ครูมีความสุขที่ได้รับใช้แผ่นดิน มีความอิ่มใจทุกครั้งที่เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ มีความเป็นอยู่ที่พอดี มีครอบคัวที่อบอุ่น ครูจะสอนลูกศิษ์เสมอว่าให้รู้จักประหยัด รู้จักเก็บออม รู้จักพอเพียง เพื่อที่ว่าเราจะได้มีความสุขอย่างเพียงพอ ถ้าเราเพียงพอแล้วเราจะมีคุณธรรมในการทำงาน”

“และปรัชญาการใช้ชีวิตอีกข้อที่จะทำให้เรามีความสุขคือ อย่าเอาครอบครัวของเราไปเปรียบเทียบกับครอบครัวของคนอื่นเพราะธรรมชาติมนุษย์จะไม่รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ โดยจะหาข้ออ้างจากการเปรียบเทียบและจะต้องเปรียบเทียบกับคนที่ดีกว่าเสมอ ความทุกข์จะมาเยือนทันที”

“ความสุขนั้นหาง่ายมาก ถ้าเราเปิดใจเปิดตามองไปสิ่งใกล้ๆรอบๆตัวเรา แต่เรามักมองหาความสุขที่อยู่ไกลตัว ยิ่งไกลเรายิ่งมองหา แล้วบอกว่านั่นคือความสุข”

นี่คือแบบอย่างของครูวัย 82 ที่ชื่อ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ เราขอเชิดชู ในวันครู 2563

เชิดชูเกียรติคนดีศรีสังคม ภาคภูมิใจ! “วศิน วรรณพฤกษ์” เข้ารับรางวัลเกียรติยศ “ครุฑแห่งถิ่นสยาม

เชิดชูเกียรติคนดีศรีสังคม ภาคภูมิใจ! “วศิน วรรณพฤกษ์” เข้ารับรางวัลเกียรติยศ “ครุฑแห่งถิ่นสยาม” สาขาลูกกตัญญูดีเด่น ประจำปี 2569

สมาคมสตรีไทยสากลจัดพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติในโครงการ “เทิดไท้แม่แห่งแผ่นดินสถิตในใจไทยนิรันดร์” งานวันฉลองตราสัญลักษณ์วันคุณค่าแห่งมารดา และโครงการแม่ดีเด่นและลูกกตัญญูครอบครัวหัวใจสีขาว เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีความกตัญญูกตเวทีและทำคุณประโยชน์ต่อสังคม พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุม กองทัพอากาศ ถนนพหลโยธิน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.หม่อมหลวงณฐภา กิติยากร เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลในครั้งนี้




ในปีนี้ มีบุคคลจากหลากหลายวงการ ทั้งศิลปิน ดารา นักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียง ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ โดยหนึ่งในนั้นคือ นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ที่มีความประพฤติอันดีงาม และเข้ารับรางวัลเกียรติยศ “ครุฑแห่งถิ่นสยาม” สาขาลูกกตัญญูดีเด่น ประจำปี 2569

รางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันและสะท้อนถึงการเป็นแบบอย่างอันดีงาม ในการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่บริหารงานด้วยความทุ่มเท ความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

ห้องอาหารเกาหลีคองจู เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ


ยกระดับประสบการณ์อาหารเกาหลีต้นตำรับ สู่มิติใหม่แห่งการรับประทานอาหารร่วมสมัยห้องอาหารเกาหลี คองจู (Kongju Korean Restaurant) ห้องอาหารเกาหลีระดับตำนานที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มากว่า 30 ปี เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ พร้อมนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ที่ผสานความงดงามของวัฒนธรรมอาหารเกาหลีดั้งเดิมเข้ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารร่วมสมัยได้อย่างลงตัว



ด้วยแรงบันดาลใจจาก อาหารชาววังเกาหลี (Korean Royal Cuisine) ทุกเมนูของคองจูยังคงยึดมั่นในหลักของความสมดุล ความพิถีพิถัน และการเคารพรากเหง้าของตำรับอาหารดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็ได้รับการตีความใหม่ให้เข้าถึงนักชิมยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น

การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงบรรยากาศของร้านให้สง่างามและร่วมสมัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาเมนูอาหารใหม่ เพื่อเปิดประสบการณ์อาหารเกาหลีที่หลากหลายและเหมาะสำหรับทุกช่วงวัย โดยหลายเมนูได้รับการรังสรรค์โดยเชฟผู้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย




หนึ่งในเมนูไฮไลต์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของคองจูได้อย่างโดดเด่น คือ Modern Goojulpan การตีความใหม่ของอาหารชาววังเกาหลีโบราณ “กูจอลพัน” หรือที่รู้จักในชื่อ “เจ้าหญิงนพเก้า” ซึ่งนำเสนอความงดงามของศิลปะการรับประทานอาหารเกาหลีในรูปแบบร่วมสมัย

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของห้องอาหารคือการนำเสนอ Australian-Raised Hanwoo เนื้อฮันวูสายพันธุ์เกาหลีที่เลี้ยงในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ฮันวูได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเนื้อวัวคุณภาพดีที่สุดของเกาหลี ด้วยลายไขมันที่สวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน และรสชาติอันเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์

นอกจากเมนูปิ้งย่างระดับพรีเมียมแล้ว คองจูยังได้เพิ่มเมนู Signatures หลากหลายรายการ เพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติอาหารเกาหลีแท้ในมุมมองที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่อาหารจานเด่นประจำภูมิภาค ไปจนถึงเมนูร่วมสมัยที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษ





ห้องอาหารคองจูพร้อมต้อนรับนักชิมให้มาสัมผัสประสบการณ์อาหารเกาหลีในบรรยากาศใหม่ที่ผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัยอย่างลงตัว พร้อมส่งต่อเรื่องราวแห่งมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีผ่านทุกจานอาหาร

Kongju Korean Restaurant ห้องอาหารเกาหลีระดับตำนานที่เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ มากกว่า 30 ปี กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์อาหารเกาหลีต้นตำรับสู่รูปแบบร่วมสมัยโดยผสานมรดกด้านอาหารเกาหลีเข้ากับบรรยากาศและการบริการที่ทันสมัย


Kongju Korean Restaurant
 
Location ชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
Address 444 MBK Center ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Concept Authentic Korean Cuisine with Contemporary Dining Experience

Seating Capacity 90 Seats
Private Dining Rooms 4 Private Rooms
Lunch Hours 11:30 - 14:00 hrs.
Dinner Hours 17:30 - 22:00 hrs.
Telephone +66 (0) 2216-3700 Ext. 20230

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure

 กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart”  เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย


ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว





เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะ
โค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง


ปิดท้ายที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง







“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน








วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ก้าวแรกของผู้หญิงที่กล้าฝัน...สู่ Miss Wellness 2 Samut ปี 2026 พร้อมส่งต่อสู่ เวที Miss Wellness World Thailand 2026


เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569  คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน  Production Dirctor 2 Samut ร่วมกับพันธมิตร จัดการประกวดคัดเลือก Miss Wellness 2 Samut เพื่อเป็นตัวแทนสาวงาม สู่เวที Miss Wellness World Thailand 2026 ภายใต้ความตั้งใจอยากเห็นสาวไทยที่มีสุขภาพกาย ใจ จิต เพื่อสะท้อนเสน่ห์แห่งภูมิปัญญา ผู้มีความมุ่งมั่นจากภายใน ในการเป็น "ทูตสุขภาพ" เพื่อส่งต่อพลังบวกให้ผู้อื่นได้อย่างงดงาม มีสุขภาพที่ดี เป็นต้นแบบของสุขภาพองค์รวม ทั้งด้าน ร่างกาย ใจ จิตวิญญาณ สะท้อนคุณค่าของผู้หญิงที่เติบโตอย่างสง่างามในทุกมิติของชีวิต   





โดยทั้งนี้ มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.เก่งพงษ์ ตั้งอรุณสันติ CEO Cherey home International และ ประธานสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุ คุณพีบงค์ภัค ธนมาประสิทธิ์ Co-Founder / CEO บริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด ผู้จัดจำหน่าย CartiZol ,  หุ่นยนต์ฝึกเดิน Free Walk ,Nimbo  และ ตำแหน่ง  เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม , คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chereyhome และ ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ซึ่งสาวงามทั้งหมด ผ่านกิจกรรมการเก็บตัว จาก SkyBird lake View Resort Khaoyai และกิจกรรมที่ บ่อดิน อินไซต์เอ้าท์ นครปฐม ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 9 คน เพื่อเข้าสู่รอบไฟนอลและประกาศผลผู้คว้าตำแหน่งภายในวันนี้ 






ผลการประกวดสาวงามที่ได้รับตำแหน่งและเป็นตัวแทนของเขต PD 2 สมุทร ได้แก่ น้ำฝน - นางสาว กมลชนก อร่ามศรี Miss Wellness ตัวแทนจังหวัดสมุทรสาคร ใบเฟิร์น - นางสาว นัทรดา ดำชุม Miss Wellness จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดไปร่วมประกวดบนเวทีระดับประเทศต่อไป

MISS Wellness World Thailand 2026 เวทีที่พร้อมเปิดโอกาสให้สาวสวยที่มั่นใจในความสวย พร้อมรูปร่าง และสุขภาพที่ดีของตนเอง เพื่อก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศ และขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักทุกท่านที่ได้สนับสนุนเวที Miss wellness 2 samut ในครั้งนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฮิลตันเปิดตัว “Canopy Bangkok Sukhumvit

  นำแบรนด์ Canopy Hotels ปักหมุดแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพฯ ประเทศไทย [สิงหาคม 2569] – ฮิลตัน (Hilton) ประกาศเปิดตัว แคโนปี กรุ...

โวยวายดอทคอม