วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

 

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทำบุญถวายปัจจัย พร้อมด้วยข้าวสารและอาหารแห้ง ให้แก่ วัดโชติกุนสุวรรณาราม (หมูบุ่น) จังหวัดเชียงใหม่



ในการนี้ พระครูสังฆรักษ์ณัฏฐ์ฐิ์ภัทร ณฏฺฐกโร เจ้าอาวาสวัดโชติกุนสุวรรณาราม ได้เป็นประธานสงฆ์รับมอบปัจจัยและเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าว เพื่อนำไปส่งต่อและใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของวัดและชุมชนต่อไปกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสานต่อ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ยึดถือและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง





บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งความเท่าเทียม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

พม. ยกย่องคนรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ สร้างสรรค์ "ผ้าไทย" ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ชุดแต่งกายร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าเศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรมยั่งยืน

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงานสตรีกับงานหัตถกรรมจากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ประจำปี 2569 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร และเงินรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด Young Designer for Her 2026 โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวง พม. กลุ่มอาชีพสตรีและนักศึกษาและอาจารย์จากเครือข่ายสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ Star Hall และ Infinicity Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

โอกาสนี้ มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , นิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพสตรีและสถาบันการศึกษาที่ร่วมกันออกแบบและพัฒนาผลงานจากภูมิภาคทั่วประเทศ , การเสวนาเรื่องการพัฒนางานหัตถกรรมของกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน , การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานผ้าและงานหัตถกรรมของเครือข่าย และ กิจกรรม Workshop ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านงานผ้าและงานหัตถกรรม



นายชนินทร์ กล่าวว่า การพัฒนางานผ้าและงานหัตถกรรมมีความหมายมากกว่าการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ แต่คือการ “เพิ่มคุณค่าให้กับคน” ทำให้สตรีมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งภารกิจเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มอาชีพสตรี ชุมชน และประชาชน ที่ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมกันต่อยอดภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมไว้ข้างหลัง  ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใด การที่เราร่วมกันอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างคุณค่าให้แก่ผ้าไทย ยังเป็นการร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมและผ้าไทย และทรงส่งเสริมให้ภูมิปัญญาของราษฎรในท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชนที่ดีขึ้น จนผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาประเทศ

นายชนินทร์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้จัดกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการออกแบบและประกวดภาพสเก็ตช์ชุดแต่งกาย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมทั้งสิ้น 21 สถาบัน รวม 66 ผลงาน และมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 ผลงาน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รวมจำนวน 10 ผลงาน จะได้รับการพัฒนาจากภาพสเก็ตช์ไปสู่การตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายจริง และนำไปจัดแสดงผลงานต่อหน้าพระพักตร์ในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา ซึ่งนับเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทย ควบคู่กับการสืบสานภูมิปัญญางานผ้าและงานหัตถกรรมไทยให้ก้าวไปสู่การออกแบบร่วมสมัย และสร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

นายชนินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพราะการที่คนรุ่นใหม่หันกลับมามองผืนผ้า มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมุมมองร่วมสมัยมาพัฒนาต่อยอด นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ดังนั้น ขอให้เยาวชนนักออกแบบทุกคนภาคภูมิใจว่า ทุกเส้นสายที่ได้วาด ทุกแนวคิดที่ได้ออกแบบ และทุกผืนผ้าที่เลือกนำมาใช้ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายหนึ่งชุด แต่เป็นพลังที่มีส่วนช่วยนำเรื่องราวและภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน เดินทางต่อไป 








"ขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ สถาบันการศึกษา ภาคีเครือข่าย กลุ่มอาชีพสตรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันทุ่มเทกำลังกาย กำลังความคิด และองค์ความรู้ จนทำให้งานในวันนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความสำเร็จของงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของชุมชน สามารถพัฒนาเป็นพลังในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและครอบครัว  นำไปสู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนได้ในที่สุด เพราะ “ผ้าไทย” เป็นมากกว่าสมบัติที่เราได้รับจากคนรุ่นก่อน แต่เป็นสมบัติที่เราทุกคนต้องร่วมกันรักษา พัฒนา และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป" นายชนินทร์ กล่าวท้าย

ไดกิ้น รับโล่โครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ตอกย้ำความร่วมมือในบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยี


ไดกิ้น รับโล่โครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ตอกย้ำความร่วมมือในบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ ยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กรุงเทพฯ – บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงด้านการใช้พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มผู้นำที่เข้าร่วมโครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 สำหรับเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ ( Variable Refrigerant Flow: VRF) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมรับมอบโล่แสดงความขอบคุณจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในโอกาสเข้าร่วมและสนับสนุนโครงการดังกล่าว รวมถึงได้รับโล่แสดงความขอบคุณและใบประกาศเจตนารมณ์เครือข่ายอนุรักษ์พลังงาน (Energy Beyond Standards) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย โดยมี นายสึโทมุ คูริฮาระ ประธานบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประเทศไทย เป็นตัวแทนขึ้นรับมอบโล่และใบประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว

โครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ เป็นหนึ่งในโครงการที่ กฟผ. เดินหน้าพัฒนาเพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องปรับอากาศด้านการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยในปี 2569 ได้มีการขยายขอบข่ายการรับรองให้ครอบคลุมเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ ในช่วงขนาดการทำความเย็น 100,001–200,000 บีทียูต่อชั่วโมง และเริ่มแสดงฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 บนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา

ในฐานะผู้เข้าร่วมโครงการ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคโนโลยี และองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบเครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ กับ กฟผ. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเกณฑ์ประสิทธิภาพของโครงการ พร้อมนำผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศแบบหลายชุดแฟนคอยล์ หรือ VRV เข้าร่วมการทดสอบและยื่นขอรับรองฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ VRV ในช่วงขนาด 100,001–200,000 บีทียูต่อชั่วโมง ของไดกิ้น จำนวน 10 รุ่น ที่ผ่านเกณฑ์การรับรองนี้ อาทิเช่น รุ่น VRV6A และ VRV6X

โดยกำลังสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เกิดจากการผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การวิจัยและพัฒนา ของไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นฐานกำลังการผลิตสำคัญในประเทศไทยและส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ท้องตลาดด้วย ซึ่งการได้การรับรองฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานด้านประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานของผลิตภัณฑ์ไดกิ้นเป็นอย่างดี

นายสึโทมุ คูริฮาระ กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศของไดกิ้นไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการพัฒนาโซลูชันที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ไดกิ้นเชื่อว่า ความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และการส่งมอบคุณค่าที่เชื่อถือได้อย่างยั่งยืน การเข้าร่วมโครงการฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของไดกิ้นในการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาร่วมสนับสนุนการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศในประเทศไทย”


นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของไดกิ้น ซึ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่การใช้พลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางคาร์บอน

ไดกิ้นมุ่งหวังว่า การได้รับการรับรองฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ VRV ของไดกิ้น พร้อมเดินหน้าต่อยอดบทบาทในฐานะ “Air Solution Provider” ที่พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครอบคลุม ทั้งกลุ่มเจ้าของอาคาร กลุ่มที่ปรึกษา และกลุ่มลูกค้าที่พักอาศัยทั่วไป เพื่อสนับสนุนลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเลือกผลิตภัณฑ์ การออกแบบระบบ ไปจนถึงการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและมาตรฐานของระบบปรับอากาศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ฝนตกหนัก รีบเติมภูมิคุ้มกันด่วน! บีไชน์ ส่ง “เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติ เข้มข้น 4 เท่า

เสริมภูมิ-ดูแลผิวใส จัดโปรคุ้มเพียงขวดละ 199 บาท ที่ 7-Eleven, Tops และร้านยา Lotus’s

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ การดูแลสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ร่วมส่งต่อความห่วงใยและความคุ้มค่า จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษต้อนรับฤดูฝนกับ “บีไชน์ เนเจอร์ซี (B Shine Nature C) สูตรใหม่” วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและดูแลผิวพรรณสดใส แค่วันละเม็ด ขนาดขวด 30 เม็ด แถมฟรี 5 เม็ด ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 199 บาท (จากปกติ 249 บาท) พร้อมสิทธิ์สมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 198 บาท ราคานี้สำหรับเฉพาะที่ร้าน 7-Eleven เท่านั้น และยังมีโปรโมชั่น “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” ขวดละ 199 บาท ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops และร้านยา Lotus’s สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 ตุลาคม 2569 นี้ 

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” เด่นด้วยส่วนประกอบหลัก ใน 1 เม็ด อัดแน่นด้วยคุณค่าสารสกัดหลายชนิด ได้แก่

- อะเซโรลาเชอร์รี่สกัดเข้มข้น 1,000 มก. (เทียบเท่าผลอะเซโรลาเชอร์รี่สด 4,000 มก. เข้มข้นจริงถึง 4 เท่า) คุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้

- ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์สูงถึง 100 มก. ช่วยเพิ่มการดูดซึมและเสริมการทำงานของวิตามินซีให้ดียิ่งขึ้น

- สารสกัดจากทับทิม ต้านอนุมูลอิสระสูง ผิวแลดูกระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น

- สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ชะลอการเสื่อมสลายของคอลลาเจนในผิวหนัง ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์

- แคโรทีนอยด์ ช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใสเป็นธรรมชาติเมื่อต้องเผชิญแสงแดด คงความอ่อนเยาว์ พร้อมส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

- เบอร์รี่รวม 6 ชนิด (สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสป์เบอร์รี่, เอลเดอร์เบอร์รี่, แบล็คเคอร์แรนท์, เรดบีท) จากสวิตเซอร์แลนด์ อุดมด้วยไฟโตนิวเทรียนท์หลากสี ดีต่อสุขภาพผิวและสายตา

ไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ อุดมด้วย ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย มาในสูตรอ่อนโยนต่อทางเดินอาหาร ไม่ตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับการรับประทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อการดูแลสุขภาพและผิวพรรณในระยะยาว โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังมื้ออาหารเช้าหรือกลางวัน เพื่อประโยชน์สูงสุด


ส่วนประกอบสำคัญต่อ 1 เม็ด : อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด 1,000 มก., ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากทับทิม 70 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 23.75 มก., แคโรทีนอยด์ 23.75 มก.

 บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ มีแบบซองพกง่าย บรรจุ 6 เม็ด ราคาเพียง 49 บาท และพิเศษยิ่งกว่า! กับแบบขวดสุดคุ้ม บรรจุ 35 เม็ด ที่กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาแรงเหลือเพียง 199 บาท (จากปกติ 249 บาท) หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 ตุลาคม 2569 ที่ร้าน 7-Eleven, ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops และร้านยา Lotus’s 

นอกจากนี้ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ยังมีผลิตภัณฑ์แบรนด์ “บีไชน์” และ “คิดโด้” จำหน่ายที่ Shopee: Bshine Nutrition Plus, Lazada: บีไชน์นูทริชั่นพลัส และ Tiktok: Bshine Nutrition Plus

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ https://www.bshine.co.th/NaturC_landingpage/, Facebook Fanpage: B Shine, TikTok : bshine.official, IG: bshinenutritionplus และ Line Official: @Bshine

16 ปี บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทย เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี ที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเพื่อเป็นผู้นำในการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ นับตั้งแต่การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาจนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งมีการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ประชาชน โดยบริษัทฯ ยึดหลักการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และหลักสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมบุคลากรทุกคนให้มีความตระหนัก ยึดมั่นการสร้างความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ ”ดีเด่น” ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพัฒนาการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนปฎิบัติการขับเคลื่อนและส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ที่สถานีรังสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเทศมนตรีนครรังสิต โดยเพิ่มเส้นทางเดินรถ EV Bus (สมายบัส) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1.สถานีรังสิต – ถนนเลียบคลองรังสิต - สถานีรังสิต 2. สถานีรังสิต - รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีคูคต – สถานีรังสิต ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงเดือนเมษายน 2570 โดยในระยะเเรกจะเป็นการทดลองให้บริการในเบื้องต้นก่อนพัฒนาไปสู่เส้นทางอื่นๆต่อไป 

ด้านการอำนวยความสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ในเส้นทางอื่นๆ บริษัทฯยังคงให้บริการเช่นเดิม ทั้งการบูรณาการความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถไฟดีเซลรางในเส้นทาง นครปฐม - ตลิ่งชัน เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดนครปฐมเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก อีกทั้ง รฟฟท. ยังได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) จัดรถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า (Electric Bus) หรือ EV Bus พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถเชื่อมต่อระหว่าง สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีหลักสี่) จุดจอดบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 ไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B และ C (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) โดยรฟฟท. ได้คำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านการให้บริการ และพร้อมเดินหน้าพัฒนาให้เกิดระบบขนส่งสาธารณะรองในสถานีอื่นๆอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ด้านการให้บริการเดินรถไฟฟ้า บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าในการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยในปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีสถิติความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 99.96% , 99.97% และ 100% ตามลำดับ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมกว่า 50 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้จากผลการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งลงพื้นที่สำรวจโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) และบริษัท รีเสิร์ช ดีไซน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสำรวจและวิจัย โดยผลปรากฏว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.59, ด้านความปลอดภัย 4.57, ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.59, ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.54, ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานี และในขบวนรถ 4.49, ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.51 ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในด้านต่างๆสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก สืบเนื่องมาจากการมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปด้วย โดยได้ดำเนินการโครงการต่างๆที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานกับคนในชุมชน รวมถึงรณรงค์ให้พนักงานทุกคนให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม CSR ด้วย

นอกจากนี้ ในด้านส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (สายเหนือ) ช่วงรังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (สายตะวันตก) ช่วงตลิ่งชัน - ศิริราช - ศาลายา ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2572 โดยคาดการณ์ว่า เมื่อเปิดให้บริการในเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะเป็นทางเลือกในการเดินทางแก่ประชาชน ช่วยลดเวลาการเดินทางจาก จังหวัดปทุมธานีเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี - ศาลายาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงลดปัญหาการจราจรติดขัด และยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน

สำหรับประเด็นการมอบภารกิจสำคัญให้ รฟฟท. กลับไปบริหารจัดการการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นั้น บริษัทฯมีความพร้อม เนื่องจากเคยบริหารโครงการดังกล่าวมากว่า 10 ปี มีทีมงานที่มีประสบการณ์ รวมถึงมีการเตรียมแผนการดำเนินการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย หากเล็งเห็นว่า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด มีความเหมาะสม ก็สามารถดำเนินการได้อย่างไร้รอยต่อ โดยบริษัทฯคำนึงถึงการให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าด้วยมาตรฐานในระดับสากลที่บริษัทนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ จะส่งผลให้สามารถยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพ เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ผู้โดยสารได้ให้ความไว้วางใจด้วยดีเสมอมา

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, X , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ


“RED Line SRTET”
หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569

พม. ยกย่องคนรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ สร้างสรรค์ "ผ้าไทย" ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ชุดแต่งกายร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าเศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรมยั่งยืน

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงานสตรีกับงานหัตถกรรมจากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ประจำปี 2569 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร และเงินรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด Young Designer for Her 2026 โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวง พม. กลุ่มอาชีพสตรีและนักศึกษาและอาจารย์จากเครือข่ายสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ Star Hall และ Infinicity Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน




โอกาสนี้ มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , นิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพสตรีและสถาบันการศึกษาที่ร่วมกันออกแบบและพัฒนาผลงานจากภูมิภาคทั่วประเทศ , การเสวนาเรื่องการพัฒนางานหัตถกรรมของกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน , การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานผ้าและงานหัตถกรรมของเครือข่าย และ กิจกรรม Workshop ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านงานผ้าและงานหัตถกรรม

นายชนินทร์ กล่าวว่า การพัฒนางานผ้าและงานหัตถกรรมมีความหมายมากกว่าการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ แต่คือการ “เพิ่มคุณค่าให้กับคน” ทำให้สตรีมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งภารกิจเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มอาชีพสตรี ชุมชน และประชาชน ที่ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมกันต่อยอดภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมไว้ข้างหลัง  ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใด การที่เราร่วมกันอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างคุณค่าให้แก่ผ้าไทย ยังเป็นการร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมและผ้าไทย และทรงส่งเสริมให้ภูมิปัญญาของราษฎรในท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชนที่ดีขึ้น จนผ้าไทยและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาประเทศ




นายชนินทร์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้จัดกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนนักออกแบบรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการออกแบบและประกวดภาพสเก็ตช์ชุดแต่งกาย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมทั้งสิ้น 21 สถาบัน รวม 66 ผลงาน และมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 ผลงาน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รวมจำนวน 10 ผลงาน จะได้รับการพัฒนาจากภาพสเก็ตช์ไปสู่การตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายจริง และนำไปจัดแสดงผลงานต่อหน้าพระพักตร์ในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา ซึ่งนับเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทย ควบคู่กับการสืบสานภูมิปัญญางานผ้าและงานหัตถกรรมไทยให้ก้าวไปสู่การออกแบบร่วมสมัย และสร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

นายชนินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “Young Designer for Her 2026” เพราะการที่คนรุ่นใหม่หันกลับมามองผืนผ้า มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมุมมองร่วมสมัยมาพัฒนาต่อยอด นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ดังนั้น ขอให้เยาวชนนักออกแบบทุกคนภาคภูมิใจว่า ทุกเส้นสายที่ได้วาด ทุกแนวคิดที่ได้ออกแบบ และทุกผืนผ้าที่เลือกนำมาใช้ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายหนึ่งชุด แต่เป็นพลังที่มีส่วนช่วยนำเรื่องราวและภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน เดินทางต่อไป 




"ขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ สถาบันการศึกษา ภาคีเครือข่าย กลุ่มอาชีพสตรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันทุ่มเทกำลังกาย กำลังความคิด และองค์ความรู้ จนทำให้งานในวันนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความสำเร็จของงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของชุมชน สามารถพัฒนาเป็นพลังในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและครอบครัว  นำไปสู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนได้ในที่สุด เพราะ “ผ้าไทย” เป็นมากกว่าสมบัติที่เราได้รับจากคนรุ่นก่อน แต่เป็นสมบัติที่เราทุกคนต้องร่วมกันรักษา พัฒนา และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป" นายชนินทร์ กล่าวท้าย

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

รฟฟท. รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ “ดีเด่น” ประจำปี 2569

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) ประเภทองค์กรรัฐวิสาหกิจ ระดับ “ดีเด่น” จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้ารับมอบรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ “ดีเด่น” ประจำปี 2569 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ อาคารฟอรั่ม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ทั้งนี้ รฟฟท. ได้รับการคัดเลือกต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในช่วงปี 2565–2567 ได้รับรางวัลในระดับ “ดี” 3 ปีซ้อน และในปี 2568–2569 ได้รับการยกระดับสู่ระดับ “ดีเด่น” 2 ปีซ้อน สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนควบคู่กับการให้บริการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยยึดหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร พร้อมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติของการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความยุติธรรม ความเท่าเทียม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีความตระหนักรู้และปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการ ชุมชนตามแนวเส้นทาง คู่ค้า รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นธรรม  รฟฟท. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรระบบรางที่เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter, Instagram, YouTube และ TikTok โดยค้นหา “RED Line SRTET” หรือสอบถามข้อมูลผ่านศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และเว็บไซต์ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

The PARQ ร่วมฉลอง 19 ปี Shma เปิดมุมมอง Longevity ผ่านพื้นที่สีเขียว ชวนคนเมืองขยับร่างกายและใช้ชีวิตอย่างสมดุล

เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 19 ปีของ ฉมา (Shma) ผู้ออกแบบ Q Garden พื้นที่สีเขียวใจกลางโครงการ ผ่านกิจกรรม “Explore. Connect. Climb.: Explore Space, Embrace Active Living” ชวนคนเมืองสัมผัสอีกมิติของ Urban Wellness ผ่านการเคลื่อนไหว การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตร่วมกัน พร้อมเปิดมุมมองถึงแนวคิดเบื้องหลังการอกแบบ Q Garden ที่ไม่ได้มองพื้นที่สีเขียวเป็นเพียงองค์ประกอบของโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สมดุลในทุกวัน

ในช่วง Longevity Talk โดยคุณศรัณย์ ไม้ประเสริฐ จาก Shma ได้ชวนผู้เข้าร่วมเปิดมุมมองเรื่อง Longevity ผ่านบทบาทของการออกแบบพื้นที่ โดยชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้คนได้เคลื่อนไหว เชื่อมโยงกับธรรมชาติ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ผ่านแนวคิด “Participation” หรือการมีส่วนร่วม ที่นำความเข้าใจผู้คน พื้นที่ และธรรมชาติมาสร้าง “Place” ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต สอดคล้องกับแนวคิด Life Well Balanced ของเดอะ ปาร์ค ที่เชื่อว่าพื้นที่ที่ดีมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่สมดุล

ต่อด้วย Limber Mobility Club by Limber Studio คลาส Mobility ที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ยืด ขยับ และ ปลดล็อกร่างกาย เพื่อเสริมความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น ก่อนท้าทายตัวเองกับ Bouldering Session at Stonegoat The PARQ เรียนรู้พื้นฐานการปีนผาจำลองที่ได้ทั้งความแข็งแรง การทรงตัว สมาธิ และความสนุกจากการเคลื่อนไหว 

กิจกรรมทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของเดอะ ปาร์ค ที่เชื่อว่าชีวิตที่สมดุลสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเรียนรู้สิ่งใหม่ การพบปะผู้คน หรือการใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เดอะ ปาร์ค จึงมุ่งสร้างพื้นที่และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนค้นพบสมดุลและมีความสุขในรูปแบบของตัวเอง

ติดตามข่าวสารล่าสุดและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ได้ที่ Facebook: The PARQ Instagram: @THEPARQBKK  Line OA: @The PARQ Website: www.theparq.com โทร. 02-080-5700

#ExploreConnectClimb #ThePARQ #LifeWellBalanced #Shma19TH #ParticipatingInTheFuture

The Water Library เปิดบทใหม่แห่งวงการไฟน์ไดนิ่ง ดึงเชฟดีกรีมิชลิน 3 ดาว

The Water Library เปิดบทใหม่แห่งวงการไฟน์ไดนิ่ง ดึงเชฟดีกรีมิชลิน 3 ดาว ปล่อยคอร์ส “Symphony of Earth & Sea” เชื่อมโยงเสน่ห์ฝรั่งเศสและอิตาเลียนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย

The Water Library หมุดหมายระดับตำนานของวงการไฟน์ไดนิ่งเมืองไทย ประกาศเปิดตัวบทใหม่ครั้งสำคัญผ่านเซ็ตเมนู 5 คอร์ส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Symphony of Earth & Sea” รังสรรค์โดย เชฟโอลิเวอร์ ดรูก (Chef Oliver Drug) เอ็กเซกคิวทีฟเชฟชาวออสเตรีย ผู้สั่งสมประสบการณ์จากครัวไฟน์ไดนิ่งระดับ 3 ดาวมิชลินในยุโรป นำเสนอการผสานเทคนิคชั้นสูงแบบฝรั่งเศสเข้ากับความสดใหม่และเข้าถึงง่ายของอาหารอิตาเลียน เพื่อตอบรับพฤติกรรมของนักชิมยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งที่ผ่อนคลายและร่วมสมัยยิ่งขึ้น

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอาหาร ที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น The Water Library จึงมองเห็นโอกาสในการขับเคลื่อนแบรนด์ไปข้างหน้า โดยนำเสนอเมนูที่ยังคงความประณีตและเทคนิคตามแบบฉบับอาหารฝรั่งเศส ควบคู่กับมาตรฐานไฟน์ไดนิ่งระดับสากล พร้อมเปิดรับเสน่ห์ของอาหารอิตาเลียนซึ่งเป็นรสชาติที่ถูกปากและคุ้นเคยสำหรับนักชิมชาวไทย มาตีความใหม่ผ่านวัตถุดิบพรีเมียมจากผืนดิน (Earth) และท้องทะเล (Sea)



คุณนพดล นฤตรรกกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เครือ Water Library Group และ Hong Bao Group กล่าวถึงก้าวสำคัญในครั้งนี้ว่า “หัวใจของ The Water Library คือรสชาติ คุณภาพอาหาร การบริการ และบรรยากาศที่สวยงามและอบอุ่น สำหรับเซ็ต Symphony of Earth & Sea เราได้รวบรวมทุกอย่างไว้อย่างลงตัว พร้อมเพิ่มมิติที่แตกต่างด้วยการผสมผสานระหว่างอาหารฝรั่งเศสและอิตาเลียน โดยเชฟฝีมือระดับร้านมิชลิน 3 ดาว เพื่อมอบประสบการณ์ที่ทั้งสดใหม่และน่าประทับใจให้แก่ลูกค้าประจำและนักชิมรุ่นใหม่”

เบื้องหลังการรังสรรค์ซิมโฟนีแห่งรสชาตินี้ คือ เชฟโอลิเวอร์ ดรูก (Chef Oliver Drug) เชฟมากฝีมือที่มีเส้นทางในวงการอาหารยาวนานกว่า 21 ปี ผ่านการทำงานในร้านระดับมิชลินสตาร์แถวหน้าของยุโรป อาทิ Restaurant Vendôme (3 ดาวมิชลิน) และเคยดำรงตำแหน่ง Executive Sous Chef ร่วมงานกับ เชฟฮวน อมาดอร์ (Chef Juan Amador) ณ Restaurant Amador (3 ดาวมิชลิน) กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นานเกือบ 8 ปี ก่อนจะนำความเชี่ยวชาญด้านความแม่นยำของเทคนิคและความสมดุลของรสชาติมาถ่ายทอดสู่ The Water Library

“สำหรับผม อาหารที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจากการเคารพในตัววัตถุดิบ ในเซ็ต Symphony of Earth & Sea ผมตั้งใจให้ทุกองค์ประกอบจากผืนดินและท้องทะเลยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็สามารถสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างกลมกล่อมและสมบูรณ์แบบที่สุด” เชฟโอลิเวอร์ ดรูก กล่าว

สำหรับไฮไลต์จานเด่นในคอร์ส ประกอบด้วย:

● Monkfish — A Harmony Between Earth & Sea: เชฟเลือกใช้ Wild-caught Monkfish ปลาน้ำลึกเนื้อแน่นจากฝรั่งเศส จับคู่กับ Celeriac และ Parsley ที่ให้มิติรสชาติลึกซึ้งจากผืนดิน เชื่อมโยงเข้ากับรสชาติของท้องทะเลด้วยซอสคลาสสิกฝรั่งเศส Caviar Beurre Blanc, Parsley Oil และ Imperial Caviar ชูจุดเด่นของความเรียบง่ายที่แม่นยำ

● Lobster Raviolo — An Expression of the Sea: จานที่หลอมรวมกลิ่นอายอิตาเลียนและฝรั่งเศสอย่างลงตัว ใช้ Canadian Lobster น้ำเย็นเนื้อหวานธรรมชาติ นำเสนอในรูปแบบราวิโอโลสไตล์อิตาเลียน เสิร์ฟคู่กับ Sea Urchin Sauce เข้มข้น เพิ่มมิติด้วยสาหร่ายทะเลหลากชนิด และน้ำมันทาร์รากอนที่มอบกลิ่นหอมสดชื่น

นอกจากนี้ เชฟยังมองว่า Wine Pairing เป็นหนึ่งในรูปแบบการจับคู่เครื่องดื่มที่เหมาะกับเซ็ต “Symphony of Earth & Sea” โดยไวน์สามารถช่วยเสริมรายละเอียดของรสชาติในแต่ละคอร์สได้โดยไม่บดบังเอกลักษณ์ของวัตถุดิบหลัก เช่น ไวน์ขาว Chardonnay ที่มี acidity สดชื่นและโครงสร้างนุ่มนวล เหมาะสำหรับจับคู่กับเมนู Monkfish ที่เสิร์ฟพร้อม Caviar Beurre Blanc ขณะที่ไวน์แดงจากองุ่นสายพันธุ์ Gamay ด้วยคาแรกเตอร์ที่สดชื่น กลิ่นผลไม้เด่น และโครงสร้างไม่หนักจนเกินไป สามารถช่วยเสริมรสชาติของเมนู Veal Striploin พร้อมรักษาสมดุลของอาหารได้อย่างกลมกลืน

เพื่อเติมเต็มคอนเซ็ปต์ “Symphony” ทางร้านได้ยกระดับบรรยากาศด้วย การแสดงไวโอลินสด (Live Violin Performance) ทุกมื้อค่ำวันเสาร์ที่ 4 ของทุกเดือน มอบสุนทรียสัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น และเสียงอย่างแท้จริง

สัมผัสประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งบทใหม่กับคอร์ส “Symphony of Earth & Sea” (5 คอร์ส) ในราคา 6,500++ บาท ต่อท่าน ณ ร้าน The Water Library ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอมบาสซี พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 22.00 น. รับออเดอร์สุดท้าย 21.00 น.) สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 065-254-9645 และทาง LINE Official Account @thewaterlibrary


ข่าวประชาสัมพันธ์

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

  บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ...

โวยวายดอทคอม