วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“สิริพงศ์” รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน รฟฟท.

“สิริพงศ์” รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน รฟฟท. พร้อมมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเดินรถ และความปลอดภัยเป็นสำคัญ


วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงานของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมผลักดันระบบขนส่งทางรางให้มีความสะดวก และทันสมัย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเดินรถ และความปลอดภัย เป็นสำคัญ โดยมีนายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป ประธานกรรมการบริษัทฯ นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน ให้การต้อนรับ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบนโยบาย "บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน" สำหรับบุคคลทั่วไป 40 บาท และ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา 30 บาท โดยใช้บัตร EMV Contactlass Card ทุกธนาคาร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก มีผู้ใช้บริการเดินทางด้วยบัตร EMV Contactless Card เพิ่มสูงขึ้นกว่า 106% โดยได้มอบหมายให้ รฟฟท. หารือกับธนาคารกรุงไทย พิจารณาเพิ่มจำนวน Gate EMV เพื่อรองรับการใช้งานของผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมผลักดันให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นผู้นำด้านระบบขนส่งทางรางที่มีความสะดวก และทันสมัย สามารถเข้าถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเต็มความสามารถ

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ได้มอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยเล็งเห็นว่า ระบบขนส่งทางรางในปัจจุบัน มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศเป็นอย่างมาก โดยได้รับมอบหมายจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านระบบรางหลายหน่วยงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด โดยเร่งผลักดันและเพิ่มศักยภาพระบบขนส่งทางรางของประเทศ ส่งเสริมในการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้กับการดำเนินภารกิจของหน่วยงานอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เป็นองค์กรที่มีการพัฒนาอย่างมีระบบ สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชน รวมถึงเป็นฟันเฟืองหลักในการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นให้ระบบขนส่งทางราง มีความทันสมัย และคล่องตัว อีกทั้งยังได้เน้นย้ำให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้บริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้เปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง โดยหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ แทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อลดมลพิษในอากาศ แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และลดการพึ่งพาการใช้น้ำมัน เนื่องจากรัฐบาลมีแผนผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 พร้อมเน้นย้ำว่าประชาชนทุกคนต้องสามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และตรงต่อเวลา รวมถึงต้องดำเนินงานด้วยความซื่อตรง โปร่งใส ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล อีกทั้งได้กำชับให้ รฟฟท.คำนึงถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่บุคลากรอยู่เสมอ เนื่องจากบุคลากรทุกคนนั้น มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ได้สั่งการให้ รฟฟท. บริหารการใช้งบประมาณอย่างมีระบบ โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงและค่าล่วงเวลา ควรจะดำเนินการอย่างเหมาะสม
ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ พร้อมขานรับนโยบาย โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ด้านที่ 1 ด้านการให้บริการประชาชน
ดำเนินงานตามโครงการ พัฒนางานบริหารสู่มาตรฐาน Omotenashi “Year of Omotenashi Service” คือ การให้บริการด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม สร้างความสุขให้แก่ผู้ใช้บริการ เอาใจใส่ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม รวมถึงมีการพัฒนามาตรฐานงานบริการ ควบคู่กับความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการ ของประชาชนได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว ซึ่งโครงการดังกล่าว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านงานบริการให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด อีกทั้งจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้ผู้โดยสารเกิดความประทับใจ และเลือกมาใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเพิ่มมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษา และออกแบบจัดทำโครงการเชื่อมต่อการเดินทางเพื่อเพิ่มการเข้าถึง (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ สามารถเดินทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อย่างสะดวก โดยมีการดำเนินโครงการที่สำคัญ ดังนี้
1. บูรณาการความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถไฟดีเซลรางในเส้นทาง ธนบุรี - ตลิ่งชัน - นครปฐม (ใช้เวลาเดินทางเพียง 55 นาที และอัตราค่าโดยสาร 20 บาท เท่านั้น) เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดนครปฐมเชื่อมเข้าสู่สนามบินดอนเมือง(สถานีดอนเมือง) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
2. บูรณาการความร่วมมือกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) จัดรถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า (Electric Bus) หรือ EV Bus พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมต่อระหว่าง สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง(สถานีหลักสี่) จุดจอดบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 ไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B และ C (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
ทั้งนี้ รฟฟท. ยังคงเดินหน้าพัฒนาการเดินทางระบบการขนส่งรองด้วยระบบ Feeder อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 13 สถานี ได้อย่างสะดวก และปลอดภัย
ด้านที่ 2 ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม
รฟฟท. มีแผนยกระดับการบำรุงรักษารถไฟฟ้าสายสีแดงสู่ยุคดิจิทัล ภายใต้ Concept : The Smart Railway Ecosystem โดยจะมีการติดตั้งระบบตรวจวัดอัจฉริยะแบบฝังตัวในขบวนรถไฟฟ้าเพื่อการบำรุงรักษาแบบแม่นยำสำหรับทางวิ่งและระบบไฟฟ้า (Embedded Smart Monitoring and Diagnostic System in On-Service Train for Predictive Maintenance of Redline Track and OCS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีความทันสมัย ซึ่งร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมีการฝังอุปกรณ์ตรวจวัดไว้ภายในขบวนรถไฟฟ้าที่ให้บริการ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลด้านการสั่นสะเทือนของตัวรถ และนำมาเป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันท่วงที ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมั่นได้ว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีระบบการควบคุมการเดินรถที่มีความปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ พันธกิจและค่านิยมขององค์กร ที่มุ่งเน้นเรื่องการเดินรถไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด

อย่างไรก็ตาม หลังจากการมอบนโยบายดังกล่าวแล้ว บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จะรายงานความก้าวหน้าของแผนการดำเนินงานด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯจะมุ่งมั่น พัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน
โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th
“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา จัดกิจกรรม “CGH Lamlukka Agent Contract 2026”

โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา จัดกิจกรรม “CGH Lamlukka Agent Contract 2026” ภายใต้แนวทางการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล บริษัทประกันสุขภาพ และตัวแทนประกันชีวิต ในการดูแลผู้ถือกรมธรรม์ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม โดยมี นายแพทย์วันชัย  ศิริเสรีวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ คุณมณเฑียร สารโภค รองผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ และคุณฐิติภา แย้มกลิ่น ผู้จัดการฝ่ายประสานสิทธิ์ เป็นผู้นำในการดำเนินงานและขับเคลื่อนกิจกรรมในครั้งนี้

โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา มีบทบาทเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญากับบริษัทประกันสุขภาพ โดยให้การดูแลกลุ่มผู้ถือกรมธรรม์ พร้อมประสานงานข้อมูลด้านสุขภาพในกระบวนการสำคัญ เช่น การพิจารณาความคุ้มครองเบื้องต้นก่อนการรักษา (Pre-Authorization) การติดตามข้อมูลระหว่างการรักษา (Case Concurrent Review) และการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective Review) เพื่อสนับสนุนการพิจารณาสิทธิ์ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน


สำหรับปี 2569 โรงพยาบาลได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการสร้างความใกล้ชิดกับกลุ่มตัวแทนประกัน ซึ่งมีบทบาทในการให้ข้อมูลและดูแลลูกค้าในความรับผิดชอบของตนเอง โดยกิจกรรม CGH Lamlukka Agent Contract 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการให้บริการของโรงพยาบาล และเปิดโอกาสให้ตัวแทนประกันได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลผู้เอาประกัน

ภายในกิจกรรม มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการประสานงานด้านสิทธิ์การรักษา รวมถึงแนวทางการให้บริการของศูนย์ลูกค้าประกัน เพื่อช่วยให้ตัวแทนสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ผู้ถือกรมธรรม์ได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังมีการจัดตั้งช่องทางสื่อสารผ่าน Line Official สำหรับแจ้งข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อตัวแทนประกันสุขภาพประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุนการติดต่อประสานงานอย่างเป็นระบบ

กิจกรรม CGH Lamlukka Agent Contract 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการของผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพ และเสริมสร้างความร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพและตัวแทนประกันชีวิตที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการมีกำหนดดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงพยาบาลในการพัฒนาการให้บริการด้านสุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถเข้าถึงบริการตามสิทธิ์ที่กำหนดอย่างเหมาะสมและเป็นระบบ 

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ม.น.ข.รับมอบทุนสนับสนุน โครงการ “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข.เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ“ ครั้งที่ 3 (2569)

เมื่อวันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม 2569 อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียน ที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) พร้อมด้วยคุณวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์  รองประธาน ม.น.ข. รับมอบเงินจากคณะผู้บริหารสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา จำนวนเงิน 817,722 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดงาน Gala dinner (สปอนเซอร์) โครงการ “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข.เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ“ ครั้งที่ 3 (2569)
ณ บริษัท สํานักกฎหมายธรรมนิติ จํากัด  ซึ่งการจัดงาน Gala dinner ในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2569  ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสนับสนุนและสร้างโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

พญาไท–เปาโล จับมือ Jaymart Group เปิดดีลสุขภาพเชิงรุก

สร้าง ‘เกราะป้องกันสุขภาพครบวงจร’ ยกระดับการรับมือไข้เลือดออกเพื่อคนไทย

กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล เดินหน้าขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ประกาศความร่วมมือกับ Jaymart Group เปิดตัวแคมเปญ “วัคซีนช่วยไทย” เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่ผสาน “การป้องกันโรค” ควบคู่กับ “ความคุ้มครองทางการเงิน” ช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล นำความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัคซีนผสานกับระบบสิทธิประโยชน์และการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันของ เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์  เพื่อยกระดับ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” ให้เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน 

วัคซีนที่นำเสนอในแคมเปญนี้คือวัคซีนไข้เลือดออกตัวล่าสุด (Qdenga) ครอบคลุม 4 สายพันธุ์ สามารถฉีดได้ทั้งเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคมาก่อน โดยไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกัน ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อกว่า 80% และช่วยลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลได้มากกว่า 90% โดยฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน

 นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล กล่าวว่า 

“ไข้เลือดออกไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกปีเราเห็นครอบครัวคนไทยจำนวนมากต้องสลับกันลางานมาเฝ้าลูก เฝ้าพ่อแม่ที่โรงพยาบาล มีภาระค่ารักษาที่ไม่ได้วางแผนไว้ และเผชิญความกังวลที่ไม่มีใครอยากเจอ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ความร่วมมือกับ Jaymart ครั้งนี้ เราจึงไม่ได้ออกแบบแค่แพ็กเกจวัคซีน แต่ออกแบบ 'ความอุ่นใจ' ให้ครอบครัวไทย ทั้งการป้องกันและการแบ่งเบาภาระค่ารักษา เพราะเราเชื่อว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นก่อนที่คนไข้จะมาถึงโรงพยาบาล”

ด้าน เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ โดย นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 

“เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์  เชื่อว่าการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ความร่วมมือกับพญาไท–เปาโลในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโลกของสุขภาพและการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถวางแผนและรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สิทธิประโยชน์ “วัคซีนช่วยไทย คุ้ม x5”

นอกจากการเข้าถึงวัคซีนไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพ แคมเปญนี้ยังมอบสิทธิประโยชน์แบบครบวงจร ผ่านระบบสมาชิก Fitpoint และ JPoint ที่ผสานทั้งความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการดูแลสุขภาพ ได้แก่

• ประกันคุ้มครอง: ค่ารักษาไข้เลือดออกสูงสุด 30,000 บาท (โดย Jaymart)

• Fitpoint X2: รับคะแนนสะสมเพิ่ม

• JPoint โบนัส: รับเพิ่ม 100 คะแนน เมื่อสมัครสมาชิก

• ผ่อน 0%: นานสูงสุด 4 เดือน (ตามเงื่อนไขบัตรที่ร่วมรายการ)

• โอนคะแนนข้ามระบบ: เปลี่ยน JPoint เป็น Fitpoint เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารักษาพยาบาล


สิทธิประโยชน์ดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

แคมเปญ “วัคซีนช่วยไทย” เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2569 ณ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ทุกสาขา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.phyathai.com ,  www.paolohospital.com ,Health Up Application, Smart Contact Center 1772

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานพรวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานพรวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 69 ปี และ ในโอกาสครบรอบ 24 ปีของโรงเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ แก่ เจ้าของวันเกิด



งานฉลองวันเกิดปีที่ 69 ของ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ และในโอกาสครบรอบ 24 ปีของโรงเรียน จัดขึ้นโดย โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์, โรงแรมอมารี กรุงเทพ, บริษัท เดอะ บิวตี้ เจมส์ กรุ๊ป จำกัด และน้อยอัมพวา วัตถุโบราณ ภายใต้ชื่อ “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ(ประตูน้ำ) รายได้จากการจัดงานทั้งหมด มอบให้กับโรงเรียนฯ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย มาเป็นประธานในงาน บรรยากาศของงานคลาคล่ำไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ และเพื่อนสนิทมิตรสหายที่คุ้นเคยกับเจ้าของวันเกิด ที่พร้อมใจกันแต่งตัวในสไตล์คาวบอยมาร่วมงานจนแน่นห้องแกรนด์บอลรูม โดยมี คุณบุ๋ม-ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ,คุณวุธ-อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร รับหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวที และ คุณปอนด์-ดร.รัฐวัชร์ พัฒนจิระรุจน์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรภาคสนาม ภายในงานยังมีการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากฝีมือนักเรียน โรงเรียน เฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ พร้อมด้วย กระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สำหรับผู้จิตศรัทธาที่อยากจะร่วมอุดหนุน รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบเป็นค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าอาหารสามมื้อ ให้แก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ อีกด้วย




งานฉลองวันเกิดปีที่ 69 ของ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ และในโอกาสครบรอบ 24 ปีของโรงเรียน จัดขึ้นโดย โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์, โรงแรมอมารี กรุงเทพ, บริษัท เดอะ บิวตี้ เจมส์ กรุ๊ป จำกัด และน้อยอัมพวา วัตถุโบราณ ภายใต้ชื่อ “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ(ประตูน้ำ) รายได้จากการจัดงานทั้งหมด มอบให้กับโรงเรียนฯ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย มาเป็นประธานในงาน บรรยากาศของงานคลาคล่ำไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ และเพื่อนสนิทมิตรสหายที่คุ้นเคยกับเจ้าของวันเกิด ที่พร้อมใจกันแต่งตัวในสไตล์คาวบอยมาร่วมงานจนแน่นห้องแกรนด์บอลรูม โดยมี คุณบุ๋ม-ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ,คุณวุธ-อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร รับหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวที และ คุณปอนด์-ดร.รัฐวัชร์ พัฒนจิระรุจน์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรภาคสนาม ภายในงานยังมีการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากฝีมือนักเรียน โรงเรียน เฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ พร้อมด้วย กระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สำหรับผู้จิตศรัทธาที่อยากจะร่วมอุดหนุน รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบเป็นค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าอาหารสามมื้อ ให้แก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ อีกด้วย รวมทั้งการประมูลภาพวาดดอกกุหลาบ สีน้ำมัน จำนวน 1 ภาพ จากฝีมือการวาดของ อาจารย์สมาน คลังจัตุรัส ฉายา Mr.Rose(มิสเตอร์โรส) ปัจจุบันอาจารย์เป็นประธานกลุ่มศิลปินอิสระ 96 และเป็นจิตรกรแนวหน้าของเมืองไทยทางด้านภาพเขียนสีน้ำมัน โดยผู้ที่ประมูลภาพวาดดังกล่าวไปได้ คือ อัญชลี ตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการ ห้างกรุงทองพลาซ่า ร่วมกับมูลนิธิทานประทาน ในราคา หนึ่งแสนบาท และการประมูลผ้าไหมทอมือ โดยนักเรียน โรงเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในราคา เก้าหมื่นบาท


งานฉลองวันเกิดปี 24 ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ และวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เริ่มต้นขึ้นเวลา 14.30 น.เริ่มด้วยการชมวีดีทัศน์โรงเรียนฯ ตามด้วยการบอกเล่าเรื่องความสำเร็จของเหล่าศิษย์เก่า พร้อมการกล่าวอวยพรวันเกิดจากฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าของวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ถึงช่วงเวลาสำคัญของงานกับการแสดงดนตรีจากวง Siren (ไซเรน) ประกอบด้วย น้องอาร์ติสท์-ศรีสิรินทร์ วิชยสุทธิ์ ร้องนำ ,น้องจุงเฟรา-ญารดา ขาวเมืองน้อย bass , น้องมินมิน-แพรไพลิน เสาธงยุติธรรม piano ,น้องปันปัน-ปุญณิศา ศาลิคุปต guitar , น้องนาย-นาย สิงห์โต Guitar , น้องสิงห์-สิงห์ เหลืองสุนทร กลอง และ น้องริกะ-พรรฐนจ กนกกุลชัย ร้องนำ การขับร้องเพลงโดย ศิลปินแห่งชาติ คุณเม้า-สุดา ชื่นบาน ,คุณจี๊ด-สุนทร สุจริตฉันท์,คุณเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า คุณณัฐ-ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์ แชมป์รายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น 7 และ คุณโรส-ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ ควบคุมโดย คุณหนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม ,บริษัทเอกชัยไลท์ติ้ง สนับสนุนแสงสีเสียง ,ดล 365 (Dol 365) รับหน้าที่ ออแกไนเซอร์งาน,เครื่องสำอางคัฟเวอร์มาร์ค (COVERMARK) แต่งหน้า และทำผมโดย เกตุวดี และไฮไลท์สำคัญของงานบ่ายวันนั้น คือการแสดงแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าในชุดวิคตอเรีย จากห้องเสื้อ Showtime by Chanon (โชว์ไทม์ บาย ชานนท์) และแฟชั่นโชว์เครื่องประดับเพชรมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท จาก บิวตี้ เจมส์ (Beauty Gems ) โดยนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์จำนวน 12 ท่าน ได้แก่ คุณนภฤชา โพธิสุข,คุณพฤณ สิทรัพย์,คุณเฌอร์ลิญา อธิภัทรากุลพันธ์,คุณศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑมาส ,คุณโชติภาภัค รัตนสมฤกษ์ ,คุณนภษกร วัชระวิสิฐ ,คุณปิยะวัฒน์ เตชะปฎิมานนท์ ,ดร.เอกกฤต นารายณ์รักษา,คุณได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ ,คุณลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี ,คุณบูม-สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง และคุณน้ำฝน-พัชรินทร์ วิทยาปัญญานนท์
สำหรับแฟชั่นโชว์เครื่องประดับ Beauty Gems ในครั้งนี้ว่า มีธีมชื่อว่า GOTHIC GRACE มีทั้งหมด 9 เซ็ต มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ชุดที่ถือเป็นไฮไลท์ของการแสดงแฟชั่นโชว์นี้ในครั้งนี้ คือเซ็ตเครื่องประดับ สร้อยคอพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 148.13 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 20.67 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 81.67 กรัม ต่างหูพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 26.91 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 2.41 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 14.69 กรัม และแหวนพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 24.43 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 0.49 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 8.30 กรัม ตบท้ายบรรยากาศแสนอบอุ่นด้วยการฉลองวันเกิดให้กับดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เจ้าของวันเกิดแบบอบอุ่นท่ามกลางครอบครัว แขกผู้มีเกียรติ และเพื่อนสนิทมิตรสหาย ด้วยเค้กวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเสียงเพลง....Happy Birthday ดังกระหึ่มลั่นหน้าห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ


ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ยังได้กล่าวเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันบริจาคเงินให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯว่า “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 25 ล้านบาท

โดยงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้น และทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่ เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 350 คน จึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสให้กับเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของ หรือสนับสนุนเป็นทุนทรัพย์ รวมทั้งอุดหนุน ผลิตภัณฑ์ฝีมือนักเรียน จากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ที่บูธหน้างาน พร้อมด้วย กระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบเป็นค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าอาหารสามมื้อ ให้แก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ อีกด้วย”



งาน “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” ในครั้งนี้ จบลงด้วยดี พร้อมกับความแฮบปี้ในใจของเจ้าของวันเกิด เพราะยอดเงินบริจาคในปีนี้ตรงเป้าที่ตั้งไว้ แต่เท่าไร คงต้องไปถามไถ่กันเอาเอง สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่อยากร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของ สอบถามรายละเอียดได้ที่คุณกวาง-ชนรรถพร รัตนมณี
โทร.081-342-0744

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กานต์พิชชา คงสมบัติ และ Flow Inter เปิดตัว Arcobräu แบรด์ดังจากเยอรมัน


วันนี้  โวยวายดอทคอม มาร่วมพูดคุยถึงเส้นทางธุรกิจ กานต์พิชชา คงสมบัติ CEO ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการคัดสรรเครื่องดื่มชั้นเลิศจากยุโรป กลยุทธ์การปรับตัวในยุคเศรษฐกิจผันผวน และการขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจร้านอาหารที่สะท้อนรสนิยมแบบยุโรปขนานแท้เบียร์จากเยอรมนี ภายใต้แบรนด์ที่เราภาคภูมิใจอย่าง เบียร์ Arcobräu (อาร์โคบราว) เป็นเบียร์สไตล์บาวาเรียนแท้จากเยอรมนีที่มีประวัติยาวนานกว่า 450 ปี  และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ความโดดเด่นของเบียร์เยอรมันคือ ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากสารเคมีเจือปน มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล ดื่มง่าย และที่สำคัญคือ ดื่มแล้วไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือแฮงค์โอเวอร์ในเช้าวันถัดไป ซึ่งต่างจากทางฝั่งอังกฤษ ที่จะมีความเข้มข้นและรสสัมผัสของฮอปส์ที่ชัดเจนกว่า มีรสขมนิดๆ ตามสไตล์ที่คนชอบรสชาติเบียร์ฝั่งอังกฤษโฟลว์ อินเตอร์ พร้อมสยายปีกเปิดตัว Arcobräu แบรด์ดังจากเยอรมันขับเคลื่อนธุรกิจเครื่องดื่มพรีเมียมสู่ประเทศไทย กานต์พิชชา คงสมบัติ และ Flow Inter มุ่งเน้นการเป็นผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะจากประเทศเยอรมนีและอังกฤษ 


กานต์พิชชา คงสมบัติ CEO ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการคัดสรรเครื่องดื่มชั้นเลิศจากยุโรป มาให้คนไทยได้สัมผัส วันนี้เราจะมาร่วมพูดคุยถึงเส้นทางธุรกิจ กลยุทธ์การปรับตัวในยุคเศรษฐกิจผันผวน และการขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจร้านอาหารที่สะท้อนรสนิยมแบบยุโรป



เบียร์ Arcobräu (อาร์โคบราว) มรดกแห่งความเป็นเลิศของบาวาเรีย เป็นเบียร์สไตล์บาวาเรียนแท้จากเยอรมนีที่มีประวัติยาวนานกว่า 450 ปี  และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ความโดดเด่นของเบียร์เยอรมันคือ ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากสารเคมีเจือปน มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล ดื่มง่าย และที่สำคัญคือ ดื่มแล้วไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือแฮงค์โอเวอร์ในเช้าวันถัดไป ซึ่งต่างจากทางฝั่งอังกฤษ ที่จะมีความเข้มข้นและรสสัมผัสของฮอปส์ที่ชัดเจนกว่า มีรสขมนิดๆ ตามสไตล์ที่คนชอบรสชาติเบียร์ฝั่งอังกฤษ

เครื่องดื่ม 5 ชนิด ภายใต้แบรนด์ Arcobräu มรดกแห่งความเป็นเลิศของบาวาเรีย ที่ประกอบด้วย

1. Natur Radler ส่วนผสมที่เบา ๆ ให้ความสดชื่นของเลมอน มีกลิ่นหอม ปราศจากสารให้ความหวาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดื่มแบบเบาๆ การจับคู่อาหาร เช่น สลัด อาหารทะเล หรืออาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ

2. Mooser Liesl บาวาเรีย Helles คลาสสิกที่ต้มด้วยมอลต์พิเศษและฮอปต์ธรรมชาติ เพลิดเพลินไปกับรสชาติต้นตำรับที่นุ่มนวล ดื่มด่ำควบคู่ไปกับอาหารเลิศรส ไม่ว่าจะเป็น ไก่ย่าง เพรตเซล หรือชีส เข้ากันได้อย่างลงตัว

3. Weissbier Hell เครื่องดื่มจากข้าวสาลีระดับพรีเมียมที่ได้รับรางวัลนี้ ให้กลิ่นผลไม้และกลิ่นหอม ด้วยยีสต์ชั้นดีเพื่อ รสชาติที่ละเมียดละมัย เหมาะกับการรับประทานกับอาหาร ประเภท ไส้กรอก ผักย่าง หรือซอฟต์ชีส

4. Festbier เครื่องดื่มสไตล์ดั้งเดิมนี้ผลิตขึ้นสำหรับเทศกาลอ๊อกโทเบิลเฟสต์ เป็นการรวบรวมการเฉลิมฉลองของบาวาเรีย ด้วยมอลต์ที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมรับประทานง่าย ซึ่งสามารถรับประทานกับอาหารประเภท บราทวูร์สท์ และผักย่าง ได้เป็นอย่างดี

5.Winterbier เครื่องดื่มที่ผลิตขึ้นสำหรับตามฤดูกาลพิเศษ มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมของฮอปส์อ่อนๆ เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในฤดูหนาวที่แสนสบาย การจับคู่อาหารประเภทเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง


นอกจากนี้ โฟลว์ อินเตอร์ ยังเดินสายร่วมงานแฟร์ระดับประเทศอย่าง ThaiFex รวมถึงงานของหอการค้าอังกฤษ (BCCT) เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และเรายังมีเครือข่ายเอเย่นต์ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา และภาคอีสาน กานต์พิชชา คงสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด กล่าวทิ้งท้าย





วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น รับมอบตราสัญลักษณ์

“ มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (AMVS) ”ในงาน MICE Standards Day 2026

ดร.จุฑามาศ อรุณานนท์ชัย กรรมการบริหารโรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นแสดงความยินดีกับนพพร คงวุฒิ ผู้จัดการทั่วไป ของโรงแรมฯ เข้ารับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standard: AMVS) และมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand Sustainable Event Management Standard: TSEMS) ภายในงาน MICE Standards Day ประจำปี 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB การได้รับทั้งสองมาตรฐานสะท้อนถึงคุณภาพและความพร้อมของสถานที่ในการรองรับการจัดงานไมซ์ในระดับสากล ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้จัดงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมตอกย้ำศักยภาพของทีมงานมืออาชีพ โดยมี ภัคธินันท์ พงศ์ธนันท์ภาส, รุ่งอรุณ ประเสิรฐศรี และขวัญฤทัย ภาณุภูวนาถ ร่วมแสดงความยินดี

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

วัสดุนิยม เปิดตัว Thematic Pavilion "The tenth Light" ในงานสถาปนิก 69


บริษัท วัสดุนิยม จำกัด ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางตลอดทศวรรษผ่าน Thematic Pavilion 2026 ภายใต้ชื่อ "THE TENTH LIGHT พาวิลเลียนที่สะท้อนการเดินทางตลอด 10 ปีของแบรนด์ผ่านแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ Aurorล หรือแสงเหนือ ซึ่งเปล่งประกายอย่างโดดเด่นตามวัฏจักรของเวลา เปรียบเสมือน "แสงแห่งปีที่ 10" ของวัสดุนิยม อันเป็นช่วงเวลาที่แบรนด์กำลังส่องสว่างอย่างชัดเจนที่สุดซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับธรรมชาติของแสงออโรร่า ที่จะมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในรอบประมาณ10-11 ปี สะท้อนการเติบโต การสั่งสมประสบการณ์ และการก้าวสู่ช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์



Thematic Pavilion 2026 นี้จัดแสดงภายในงาน ASA Architect Expo 2026 (งานสถาปนิก'69) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก "SATI : WISDOM : PROMPT นับเป็นงานแสดงนิทรรศการด้านสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีอาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัปถัมภ์ ระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ 1 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สิรวิชญ์ มันคงธนาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัสดุนิยม จำกัด กล่าวว่า "THE  TENTH LIGHT  ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของวัสดุนิยม แต่เป็นจุดยืนสำคัญของแบรนด์ว่า เราเชื่อในพลังของวัสดุที่ดี วัสดุที่ไม่ได้จบแค่ความสวยงามหรือการใช้งานเฉพาะหน้า แต่ต้องอยู่ได้นาน ไปต่อได้ และมีความหมายต่ออนาคตของการออกแบบ เราต้องการให้ผู้คนมองไม้เทียมในมุมใหม่ ไม่ใช่เพียงวัสดุที่สามารถถูกเลือกใช้ได้อย่างตั้งใจโดยนักออกแบบ สถาปนิก และผู้ที่เห็นคุณค่าของงานวัสดุอย่างแท้จริง


สำหรับแนวคิดของพาวิลเลียนครั้งนี้ มิได้มุ่งสื่อสารเพียงการครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ แต่เป็นการใช้พื้นที่จัดแสดงเป็นสื่อกลางในการตั้งคำถามใหม่กับ "วัสดุ" ว่าวัสดุที่ดีไม่ควจบลงเพียงแค่การใช้งาน หากควรมีศักยภาพที่จะ "ไปต่อได้" ทั้งในมิติของการออกแบบ การใช้งานระยะยาว ตลอดจนปลายทางของวัสดุในอนาคตโดยถ่ายทอดผ่านแนวคิดการขอกแบบ Layer / Flow / Continuity

“ทุกครั้งที่งานจบลงพาวิลเลียนที่เคยสวยงามพวกนี้ จะยังเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานต่อได้หรือไม่”คำถามนี้อาจผ่านเข้ามาในหัวใครหลายคน ในงานสถาปิก’69 วัสดุนิยม เลือกที่จะไม่แค่ตั้งคำถาม แต่พิสูจน์ให้กับตาผ่าน Thematic Pavilion ที่บอกเล่าเรี่องราวว่า “พาวิลเลียนไม่ควรจบลงในฐานะขยะ”

Thematic Pavilion เป็นผลงานการออกแบบจาก HAA Studio ที่ชวนให้คุณเงยหน้ามองขึ้นไป  คุณจะเห็นระแนงไม้กว่า 2,700 ชิ้นไม่ได้ถูกวางแบบสุ่ม แต่ถูกจัดวางอย่างตั้งใจให้เป็นภาพแทนของ “แสงออโรร่า” แสงที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง และสวยงามทุกครั้งที่ปรากฏ เหมือนการเดินทางตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของวัสดุนิยม ที่ไม่หยุดพัฒนา และไม่หยุดหาคำตอบใหม่ระแนงไม้กว่า 2,700 ชิ้น ถูกติดตั้งด้วยระบบแขวน เพื่อให้ถอดออกได้โดยไม่เสียสภาพ และนำกลับมาใช้ใหม่ได้จริง แม้ง่นจะจบลง วัสดุนิยมเลือกใช้ 3 นวัตกรรม หรือ “3A” เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์

APC (Aluminium Plastic Composite) ระแนงไม้เทียมที่สวนเหมือนไม้จริง แกนอลูมิเนียม ผิว BRC

ASA (Acrylonitrile Styrene Acrylate) ชั้นปิดผิวทนแดด ทนความร้อน และการสึกหรอ ช่วยยือดอายุ
การใช้งาน

AEF ( Advance Engineered Flooring) พื้นภายในพาวิลเลียน ที่มีลวดลายไม้ธรรมชาติ และติดตั้งได้รวดเร็ว

ภายในพื้นของพาวิลเลียนมีผลงานการออกแบบของสถาปนิก 4 คน 4 ผลงาน ภายใต้หัวข้อ
“The Tenth Light”

“Sawadust - เศษที่ไม่หาย” ผลงานของ คุณวสุ นำวัสดุเศษ WPC มาสร้างเป็น Bike Rack

“Lc To 1928 – ดินที่เกิดใหม่” ผลงานของ คุณ จูน เซคินโน โดยหยิบวัสดุ Recoplast Bloc มาสร้างใหม่เป็น โซฟา และโต๊ะ

“Recolamp – แสงที่ผ่านวัสดุ” ผลงานของ คุณเป้ ไอดิน ที่สร้างมุมมองใหม่ให้กับวัสดุ Recoplast
ให้กลายมาเป็น โคมไฟ

“Recrete : EQOS – น้ำหนักของวันข้างหน้า” ผลงานของคุณ เมา อานนท์ เลือกวัสดุ Recrete มาทอดลอง และสร้างเป็นอิฐบล็อคยุคใหม่ 

ด้วยการเล่าเรื่องผ่าน Thematic Pavilion ของแบรนด์ที่มองว่า “ความชั่วคราว” ไม่ถูกทำให้ “สิ้นเปลือง”
อีกต่อไป ชวนเราได้ติดตามต่อว่าผลงานชิ้นนี้จะจัดวางไว้ที่ไหน และอยู่ในบริบทแบบใด

สัมผัสแสง เงา และวัสดุในมิติใหม่ของงานสถาปัตยกรรมได้ที่ บูธ TP01 งาน สถาปนิก’69
ระหว่างวันที่ 8 เม.ย. – 3 พ.ค. 2569
เวลา 10.00 - 20.00 น.
Impact Challenger Hall 1–3

#Watsaduniyom #TheTenthLight #สถาปนิก69
#asaarchitectexpo2026 #architect26 #architectexpo2026
#ASAExpo #satiwisdomprompt #สติมาปัญญาพร้อม(ท์)
#ArchitectExpo2026

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

งานการกุศล “Cowboy…คอยน้ำใจให้น้อง”

 พร้อม เครื่องประดับเพชรมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท


โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์, โรงแรมอมารี กรุงเทพ, บริษัท เดอะ บิวตี้ เจมส์ กรุ๊ป จำกัด และน้อยอัมพวา วัตถุโบราณ จัดงานการกุศล “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” เนื่องในโอกาสครบรอบ 24 ปีของโรงเรียน และเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 69 ปีของ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียน

งานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.15-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ(ประตูน้ำ) ภายใต้คอนเซปต์ “ม่วนหลายในสไตล์ คาวบอย” โดยรายได้จากการจัดงานทั้งหมด มอบให้กับโรงเรียนฯ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น


ในงานมีการแสดงดนตรีจากวง Siren ประกอบด้วย น้องอาร์ติสท์-ศรีสิรินทร์ วิชยสุทธิ์ ร้องนำ ,น้องจุงเฟรา-ญารดา ขาวเมืองน้อย bass , น้องมินมิน-แพรไพลิน เสาธงยุติธรรม piano ,น้องปันปัน-ปุญณิศา ศาลิคุปต guitar , น้องนาย-นาย สิงห์โต Guitar , น้องสิงห์-สิงห์ เหลืองสุนทร กลอง และ น้องริกะ-พรรฐนจ กนกกุลชัย ร้องนำ การขับร้องเพลงโดย ศิลปินแห่งชาติ คุณเม้า-สุดา ชื่นบาน ,คุณจี๊ด-สุนทร สุจริตฉันท์,คุณเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า และ คุณณัฐ-ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์ แชมป์รายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น 7 ,คุณโรส-ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ ควบคุมโดย คุณหนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม ,บริษัทเอกชัยไลท์ติ้ง สนับสนุนแสงสีเสียง ,ดล 365 (Dol 365) รับหน้าที่ ออแกไนเซอร์งาน,เครื่องสำอางคัฟเวอร์มาร์ค (COVERMARK) แต่งหน้า แต่งผมโดย เกตุวดี โดยมี ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ,คุณอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร และ ดร.รัฐวัชร์ พัฒนจิระรุจน์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงาน

นอกจากนี้ ยังมีแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าในชุดวิคตอเรีย และแฟชั่นโชว์เครื่องประดับเพชรมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท จาก บิวตี้ เจมส์ (Beauty Gems ) โดยนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์จำนวน 12 ท่าน ได้แก่ คุณนภฤชา โพธิสุข,คุณพฤณ สิทรัพย์,คุณเฌอร์ลิญา อธิภัทรากุลพันธ์,คุณศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑมาส ,คุณโชติภาภัค รัตนสมฤกษ์ ,คุณนภษกร วัชระวิสิฐ ,คุณปิยะวัฒน์ เตชะปฎิมานนท์ ,ดร.เอกกฤต นารายณ์รักษา,คุณได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ ,คุณลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี ,คุณบูม-สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง และคุณน้ำฝน-พัชรินทร์ วิทยาปัญญานนท์





ภายในงานยังมีการจำหน่าย กระเป๋าหนังจระเข้ และเข็มขัดหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สำหรับผู้จิตศรัทธาที่จะร่วมบริจาคเงินซื้อ เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบเป็นค่าชุด นักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ อีกด้วย

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เผยว่า “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 18 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้น และทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่ เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด เกือบ 300 คน”


คุณสุริยน ศรีอรทัยกุล ผู้บริหารจาก บิวตี้ เจมส์ (Beauty Gems) กล่าวถึงแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ว่า “มีธีมชื่อว่า GOTHIC GRACE มีทั้งหมด 9 เซ็ต มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ชุดที่ถือเป็นไฮไลท์ของการแสดงแฟชั่นโชว์นี้ในครั้งนี้ คือเซ็ตเครื่องประดับ สร้อยคอพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 148.13 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 20.67 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 81.67 กรัม ต่างหูพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 26.91 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 2.41 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 14.69 กรัม และแหวนพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 24.43 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 0.49 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 8.30 กรัม”

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่อยากร่วมงาน หรือบริจาคเงิน
สอบถามรายละเอียดได้ที่คุณกวาง-ชนรรถพร รัตนมณี โทร.081-342-0744

ข่าวประชาสัมพันธ์

“สิริพงศ์” รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน รฟฟท.

“สิริพงศ์” รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน รฟฟท. พร้อมมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเดินรถ และความปลอดภัยเป็นสำคัญ วันท...

โวยวายดอทคอม