วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569

ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์! กับ 19 รางวัลแห่งคุณค่า นำทัพคนดนตรีคว้ารางวัลใหญ่แห่งปี

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของเวที THE GUITAR MAG AWARDS

ค่ำคืนของคนดนตรีกลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างสมศักดิ์ศรี กับงานประกาศรางวัลของวงการเพลงไทยที่ถูกจับตามองทุกปีอย่าง THE GUITAR MAG AWARDS 2026 : REAL AWARDS FOR REAL ARTISTS เวทีเกียรติยศที่รวมพลังของศิลปิน นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และคนทำงานดนตรีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังไว้ในค่ำคืนเดียว ปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ One Bangkok Forum ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี ความภูมิใจ และการรวมตัวของคนในวงการครั้งสำคัญของปี ที่พิเศษไปกว่านั้น เวทีในปีนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการกลับมาของงานประกาศรางวัลที่ยืนหยัดเพื่อคนดนตรีอย่างแท้จริงแล้ว ยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของเวที THE GUITAR MAG AWARDS พร้อมร่วมฉลองครบรอบปีที่ 24 ของนิตยสาร THE GUITAR MAG สื่อดนตรีที่อยู่เคียงข้างวงการเพลงไทยมาอย่างยาวนาน

ตลอดค่ำคืน One Bangkok Forum ฮอลล์ขนาดใหญ่กลางเมืองถูกเติมเต็มด้วยศิลปินกว่า 100 ชีวิตที่เดินพรมแดงและมาร่วมงาน ตั้งแต่ศิลปินรุ่นใหม่ไปจนถึงตัวจริงของวงการ ไม่ว่าจะเป็น ALAN / JUNGT / PUN / JAOKHUN / JAONAAY / NUNEW / BOWKYLION / INK WARUNTORN / THIRD TILLY BIRDS / F.HERO / SAFEPLANET / BNK48 / TIGGER / LIPTA / ETC. / ASIA7 / PERSES / DAOU / OFFROAD / SEASON FIVE / MAX JENMANA / VIOLETTE WAUTIER/ VIIS / ZOM MARIE / GUNCHARLIE / SORA! SORA! / LITTLE JOHN / เบล วริศรา / TOBII / BETTER WEATHER / YES'SIR DAYS / SHERRY / NIKKO NIKKO / IZ / THE YOUNG WOLF / แหลม สมพล / THE GLASS GIRLS / THE YOUNG WOLF / FRONC / GOODMOOD / PURPEECH / JAII TAITOSMITH / THE PARKINSON / BA3Y $KRRT / YEW / MAHNMOOK / OLIN MATTIBLUE / QVINT / SYNTHIA / VARIS / JING SUPPANAT / EURO / EDDIEWALKINGMAN / MARKPOOM / NEKO PON! / PEACH YOU / YEW / PURPLECAT / CHALA DEEN / YOVL / VAMP POLITICS / JDI / CSNP / AESIA / PLAYGROUND / FORTUNEKEITHS / SALTY SALMON / RETROSPECT / PORCH PATHASETH / NATT BUNTITA / PYC / PLOYE / THE PUBLISH / AESIA / GOY ARACHAPORN / MIRAI MIRAI / ISEKAI / STARRY NITE / KYLINZ เป็นต้น ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมวงการกันอย่างคึกคัก

หนึ่งในช่วงเวลาที่ทำให้เวทีปีนี้พิเศษกว่าทุกปี คือการจัด SHOWCASE การแสดงสดแบบ UNSEEN ที่สร้างขึ้นเฉพาะงานนี้เท่านั้น โดยในครั้งนี้เปิดเวทีด้วย VVV จาก WHOOP Music ที่ได้ The Toys โปรดิวซ์ให้ ก่อนจะขยับดีกรีความมันขึ้นกับ โชว์สุดพิเศษจาก genie records ที่จัดมาแบบซูเปอร์แบนด์ มี เอ มือกลอง จาก GOOD MOOD บอม มือเบส Retrospect และซีนสุดพิเศษกับ 3 เทพกีตาร์ของยุค อย่าง บิ๊ก พาราด็อกซ์-น็อต เรโทรสเปก และบอม Yes’sir Days ที่ผลัดกันโซโล่กันแบบออกรส โดยมี อัทธ์ และ พีพี เป็นฟร้อนแมน ก่อนจะเข้าสู่วงพิธีการที่มีทั้งภาพประทับใจของงานประกาศรางวัลตลอด 15 ปี แต่ความสนุกยังมาต่อเนื่องกับ โชว์สุดพิเศษจาก Sony Music Thailand ที่ได้ศิลปินอย่าง VARIS (วาริศ คงสุวรรณ) และเจ้านาย เจ้าขุน วรรธนะสิน ที่หลอมรวมความเป็นอินดี้ร็อคและ T-POP ได้อย่างลงตัว ประทับใจ 




ช่วงสำคัญของค่ำคืนเริ่มต้นด้วยการมอบ รางวัล Lifetime Achievement เพื่อเชิดชูบุคคลผู้สร้างคุณูปการต่อวงการดนตรี โดยผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ได้แก่ “ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” ตามด้วยรางวัล Best Boy Group of the Year และ Best Girl Group of the Year ที่ตกเป็นของ BUS because of you i shine และ 4EVE

ก่อนจะเบรกความตื่นเต้น ด้วย Showcase สุดพิเศษจากค่าย Universal Music นำมาโดย PUN ที่นำโชว์สุดพิเศษ มาฝากแฟนๆ ก่อนเจ้าตัวจะหยุดพัก และ Tobii หนุ่มฮอตที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ในฮอลล์ได้ไม่แพ้กัน แถมด้วยช่วงสลับเพลงกันร้องที่หาชมได้ยากจริงๆ

จากนั้น ลุยกันต่อกับ 3 รางวัล The Guitar Man of the Year ที่ตกเป็นของ น็อต เรโทรสเปก ซึ่งเจ้าตัวเฝ้าคอยรางวัลนี้มานานหลายปี ทำเอาตอนขึ้นรับรางวัลมีน้ำตาแห่งความสุขให้ได้เห็นกัน, Best Producer of the Year ที่ตกเป็นของสาวเก่ง BOWKYLION และคู่หูดนตรีอย่าง Yoryee ปิดท้ายช่วงรางวัลด้วย Best Songwriter of the Year ที่รางวัลในปีนี้ตกเป็นของเจ้าพ่อเพลงรักอย่าง “บอย โกสิยพงษ์” นั่นเอง


Special Showcase ยังคงทวีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นกับค่าย DMD Music ที่ส่ง NuNew ศิลปินยืนหนึ่งของค่ายขึ้นมาแสดงกับ 4 เพลงสุดพิเศษ ตรึงความรู้สึกแฟนๆ ในฮอลล์เหมือนโดนมนต์สะกด ซึ่งตัว NuNew ได้รับรางวัล Best Star Singer Of The Year ปีนี้ไปครอบครองอีกด้วย ตามด้วยการประกาศรางวัล Best Record of the Year ที่ต้องเป็นของวง ASIA7 ซึ่ง ASIA7 ก็คว้าเพิ่มมาได้อีกหนึ่งรางวัลจาก Best Choice Of The Year เป็นปีที่ดีมากๆ ของวงดนตรีฝีมือเยี่ยมวงนี้, New Wave of the Year คะแนนนอนมาทิ้งขาดกับ Little John ที่เฉิดฉายที่สุดในปีที่ผ่านมาหลังจากนั้นเป็นคิวของ อิ้งค์ วรันธร จาก BOXX Music ที่จัดโชว์สุดพิเศษเล่นเมดเล่ย์ 11 เพลงต่อเนื่อง เล่าการเดินทาง 10 ปีบนเส้นทางสายดนตรีได้แบบ UNSEEN จริงๆ และในปีนี้ Ink Waruntorn คว้า 2 รางวัลใหญ่อย่าง Best Female Artist Of The Year และ Best Album Of The Year มาครองได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนประกาศรางวัลสำคัญอีก 4 สาขา ได้แก่ Best Indie Artist of the Year ตกเป็นของ Safeplanet, Best Collaboration Song of the Year กับเพลง เมื่อไหร่จะบอก การแจมกันของสองวงดนตรีฝีมือฉกาจของวงการ ETC. และ The Parkinson, Best International Song of the Year กับ Never A Waste Of Time ของ Tilly Birds ความเข้มข้นของงานยังต่อเนื่องกับ Showcase จากค่าย ONE Music ที่รวมโชว์ของ iZ วงบอยกรุ๊ปที่เพิ่งเดบิวต์ มาเปิดเวทีให้แฟนๆ ได้รู้จัก รวมถึง 2 ศิลปินอย่าง ต้าห์อู๋ ออฟโรด ที่ประสบอุบัติเหตุในการซ้อมแต่ด้วยสปิริต ออฟโรดโชว์ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ  ก่อนจะเข้าสู่ช่วงประกาศรางวัลศิลปินยอดเยี่ยม ได้แก่ Best Male Artist of the Year ที่ตกเป็นของ BILLKIN และ Best Band of the Year ที่เป็นปีที่ยอดเยี่ยมของ “ETC.” ก่อนจะปิดค่ำคืนความประทับใจด้วยโชว์สุดเดือดจาก Little John ที่โอ๊คนำร้องนำวิ่งลงมาว๊ากกับผู้ชมถึงที่ สร้างความสนุกสนานส่งท้ายก่อนจะประกาศรางวัล Single Hits of the Year ที่ตกเป็นของ “กุหลาบ” เพลงที่ร้องกันทั่วบ้านทั่วเมือง และ Popular Vote of the Year ที่ PP Krit ได้รับคะแนนโหวตจากแฟนๆ มาอย่างถาโถมจริงๆ 

สำหรับผลรางวัลงาน THE GUITAR MAG AWARDS 2026 ทั้ง 19 รางวัลอันทรงเกียรติ มีดังนี้

1. Lifetime Achievement (ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์)

2. The Guitar Man Of The Year (ธนพล ศรีกาญจนา) 

3. Best Producer Of The Year (BOWKYLION, Yoryeeyee)

4. Best Songwriter Of The Year (BOYd KOSIYABONG)

5. Best Record Of The Year (ASIA7) 

6. New Wave Of The Year (LITTLE JOHN) 

7. Best Collaboration Song Of The Year (เมื่อไหร่จะบอก ศิลปิน ETC. Feat. The Parkinson)

8. Best Indie Artist Of The Year (Safeplanet)

9. Best Boy Group Of The Year (BUS because of you i shine)

10. Best Girl Group Of The Year (4EVE) ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

11. Best International Song Of The Year (NEVER A WASTE OF TIME : Tilly Birds)

12. Best Choice Of The Year (ASIA7)

13. Star Single Hits Of The Year (ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ (NuNew))

14. Best Female Artist Of The Year (Ink Waruntorn)

15. Best Male Artist Of The Year (BILLKIN)

16. Best Band Of The Year (ETC.)

17. Best Album Of The Year (BOLD ศิลปิน Ink Waruntorn)

18. Single Hits Of The Year (กุหลาบ ศิลปิน F.HERO Ft. ก้านตอง ทุ่งเงิน x SARAN)

19. Popular Vote (PP Krit) ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

THE GUITAR MAG AWARDS 2026 : REAL AWARDS FOR REAL ARTISTS ในปีนี้ไม่ใช่แค่เวทีประกาศรางวัล แต่เป็นเหมือนค่ำคืนที่ทั้งวงการดนตรีได้มาพบกันอีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผลงาน เสียงเพลง และการเดินทางของคนดนตรีที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ฟังต่อไปก่อนปิดฉากค่ำคืนแห่งเกียรติยศด้วยภาพ Group Photo ของศิลปินและผู้ได้รับรางวัลบนเวทีเดียวกัน ภาพที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า วงการดนตรีไทยยังคงเต็มไปด้วยพลัง ความหลากหลาย และความฝันที่กำลังเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง.

#TheGuitarMagAwards2026 #TheGuitarMagAwards
#TheGuitarMag #RealAwardsForRealArtists
#งานของคนดนตรี #15AnniversaryCelebrations

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส”

โปรแรงรับซัมเมอร์ ตัวช่วยฟื้นฟูผิวเสีย คืนผิวสดใส พร้อมบำรุงข้อเข่าให้แข็งแรง พิเศษสุดคุ้ม 1 แถม 1 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะส่วนขาและข้อเข่าซึ่งเป็นกลไกหลักในการเคลื่อนไหว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นร่างกายจะเผชิญกับภาวะการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนและคอลลาเจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่ปัญหาข้อเสื่อมและความเจ็บปวดในการดำเนินชีวิต บีไชน์จึงคัดสรรนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูด้วย “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ที่รวมประสิทธิภาพการบำรุงข้อต่อและผิวพรรณไว้ในหนึ่งเดียว

บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส (Bshine Dipeptide Collagen Plus) คือ “ขั้นสุดของคอลลาเจน” ที่ดูแลได้มากกว่าแค่ผิวพรรณ ด้วยการผสาน 5 คุณประโยชน์หลัก เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ อันประกอบด้วย

1. ไดเปปไทด์คอลลาเจนจากปลา 7,000 มก. : นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด ดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป โดยสกัดเฉพาะคู่จำเพาะ PO และ OG ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการบำรุงลึกถึงระดับเซลล์เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์

2. สารสกัดจากซีบัคธอร์น : สุดยอดผลไม้ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
และลดการอักเสบของไขข้อ

3. สารสกัดจากว่านหางจระเข้ : ช่วยเติมความชุ่มชื้น สมานแผล และเสริมสร้างอิลาสตินให้ผิวและเส้นผมแข็งแรง

4. วิตามินซี : ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติ และช่วยให้ผิวใส
พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด

5. วิตามินอี : บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ป้องกันการอักเสบ และดูแลสุขภาพเล็บให้เงางาม


ด้วยสูตรเข้มข้นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวสวย ตึงกระชับ และลดเลือนริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังเน้นการเสริมสร้างมวลกระดูกและข้อเข่าให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากภาวะข้อเข่าเสื่อมและบรรเทาอาการปวดเข่าอย่างตรงจุด สะดวก ง่าย ได้สุขภาพทุกวัน เพียงรับประทานวันละ 1 ซอง ชงละลายในน้ำดื่ม 200 มล. หรือผสมลงในเครื่องดื่มและอาหารที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นชา, กาแฟ, น้ำผลไม้, ซุป หรือโยเกิร์ต โดยไม่ทำให้รสชาติเดิมเปลี่ยนแปลง และมั่นใจได้ในคุณภาพพรีเมี่ยมที่ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

โปรโมชั่นสุดคุ้มที่คุณห้ามพลาด! บีไชน์จัดหนักให้คุณดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นกับโปรโมชั่น “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขนาดซองบรรจุ 7,200 มิลลิกรัม ซื้อ 1 แถม 1 ในราคาพิเศษเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 78 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 มีนาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านคุณ

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Website: https://bshine.co.th/
Facebook: B Shine และ Line: @Bshine

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569

‘อมตะ’ กางโรดแมปปี 69 ตั้งเป้าขายที่ดิน 2,800 ไร่ใน 3 ประเทศ

ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘Industrial City’ รับดีมานด์ใหม่ - เมกะเทรนด์ทุนโลกไหลสู่อาเซียน

“อมตะ” ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงผู้บริหารมืออาชีพเสริมทัพ เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ พร้อมกางโรดแมปธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ครอบคลุมไทย–เวียดนาม–ลาว เดินหน้าผลักดันโมเดล “Industrial City” รองรับการเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลกจุดกระแสการย้ายฐานการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่าจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัย สงครามการค้า รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันความขัดแย้งในหลายภูมิภาคยังเป็นความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตโลก ทั้งด้านระบบขนส่ง ราคาพลังงาน และการจัดหาวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบดังกล่าว

 ดังนั้น ภาคการผลิต และนักลงทุนจากทั่วโลกกำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ ที่มีเสถียรภาพและศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย เวียดนาม และลาว กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“อาเซียนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการลงทุนใหม่ของโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่มีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรวมถึงระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร ซึ่งอาเซียนมีศักยภาพในการรองรับด้านการลงทุน” นายวิกรมกล่าว

สำหรับกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มอมตะในปี 2569 จะเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้สอดรับกับการขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยดึงผู้บริหารมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเสริมทีมบริหารเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานสากล โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าวมุ่งเน้น 3 แกนหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการบริหารองค์กร เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่ที่กำลังไหลเข้าสู่ภูมิภาค ได้แก่

• Agility เพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการตัดสินใจทางธุรกิจ

• Governance เสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

• Scale Up รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve และโครงการลงทุนระดับเมกะโปรเจ็กต์ 


สำหรับแผนการการลงทุนในปี 2569 บริษัทเตรียมงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนและพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ครอบคลุมในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย 1.ไทย 1,650 ไร่ โดยเน้นการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 2.เวียดนาม 550 ไร่ รองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตจากจีนและการขยายตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล และ  3.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 600 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นประตูเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ทางบกของภูมิภาค

นอกจากนี้ อมตะอยู่ระหว่างการปรับบทบาทจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสู่การเป็นผู้พัฒนา “Industrial City” หรือเมืองอุตสาหกรรมครบวงจร ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ปรัชญา “All Win” มุ่งสร้างการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างภาคธุรกิจ นักลงทุน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ อมตะยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยในปี 2569 บริษัทเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583 พร้อมตั้งเป้าลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ดำเนินงานลง 30%

อมตะ ในฐานะผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบ ไม่ได้มองเพียงการขายที่ดินหรือให้เช่าพื้นที่โรงงานเท่านั้น แต่กำลังสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า การศึกษา เทคโนโลยี พลังงานสะอาด ตลอดจนที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์บริการราชการเบ็ดเสร็จ (Government All-Service Center) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ปัจจุบัน โครงการของอมตะเป็นที่ตั้งของโรงงานและธุรกิจเชิงพาณิชย์มากกว่า 1,600 แห่ง มีแรงงานรวมกว่า 350,000 คน จากนักลงทุน 30 สัญชาติ รวมถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกในกลุ่ม Fortune Global 500

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

ในยุคที่ PR ต้องปั้น “แบรนด์” ด้วย “ข่าวดี จริงใจ ทันกระแสสังคม”

ในยุคที่ PR ต้องปั้น “แบรนด์” ด้วย “ข่าวดี จริงใจ ทันกระแสสังคม”มากกว่าฝาก “ข่าวประชาสัมพันธ์” แบบเดิมPR LERT (พีอาร์ เลิศ) ชู “7C’s - STRATEGY”  ฟันเฟืองขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่

การประชาสัมพันธ์ (Public Relations) เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ สร้างภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ รวมถึงเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับสังคมและลูกค้าในระยะยาว ไม่มีองค์กรระดับแถวหน้าของประเทศ ขาดการวางแผนการประชาสัมพันธ์ ! 

ในยุคดิจิทัลที่สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เข้ามาอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนได้อย่างแนบเนียน จนแทบแยกกันไม่ออก ดูเหมือนว่า “นักประชาสัมพันธ์” (PR) จะทำงานง่ายขึ้น เพราะมีสื่อออนไลน์และสำนักข่าวต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย มีพื้นที่ให้ลงข่าวประชาสัมพันธ์กันเกือบทุกค่าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพรวมของการลงข่าวประชาสัมพันธ์นั้นจะอยู่เฉพาะในเว็บไซต์ (Website) ของสำนักข่าว ซึ่งจะถูกค้นพบก็ต่อเมื่อพิมพ์ Keyword ใน Search Engine เท่านั้น โดยอาจเป็นไปได้ว่าข่าวสารขององค์กร ยังไม่น่าสนใจมากพอที่สื่อนั้นจะนำไปแชร์ต่อใน Social Media หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล เพราะต้องยอมรับว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์จะเปิดรับข่าวสารและใช้เวลาอยู่ในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Instagram, Youtube เป็นต้น 

นายธนัทเมศร์ โรจนาอมรศิลป์ Co-Founder and Managing Director บริษัท พีอาร์ เลิศ จำกัด (PR LERT) เล่าว่า ส่วนตัวผ่านการวางแผนประชาสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่ยุคที่มีแค่สื่อหลัก อาทิ ทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ ผู้คนส่วนใหญ่เปิดรับข่าวสารไปในทิศทางเดียวกัน และมีพื้นที่สำหรับฝากข่าวประชาสัมพันธ์อยู่อย่างจำกัด ทำให้การลงข่าว PR ในสื่อแต่ละครั้ง ค่อนข้าง Impact อย่างมาก โดยเฉพาะสื่อหัวใหญ่ยอดนิยม แต่ปัจจุบันความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง สำนักข่าวต่างๆ มีการปรับภูมิทัศน์ (Media Landscape) มาอยู่ในโลกออนไลน์ ทั้ง เว็บไซต์ โชเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มต่างๆ รวมไปถึงการแบ่งหมวดหมู่ (News Categorization) เพื่อนำเสนอข่าวสารเชิงลึกตามความสนใจของกลุ่มอย่างชัดเจน 

“ในยุคที่ โซเซียลมีเดีย ครองใจทุกเพศ ทุกวัย เป็นการบ้านอันหนักหน่วง ให้เหล่า PR ต้องคิดวางแผนการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ เพราะประเด็นข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) หรือรูปประกอบข่าว จำเป็นจะต้องตอบโจทย์สำนักข่าวแบบเฉพาะเจาะจง ต้องวิเคราะห์ว่าสื่อแต่ละสำนักสนใจประเด็นข่าวเกี่ยวกับอะไร มีจุดยืนในการนำเสนอข่าวสารอย่างไร”

ในยุคดิจิทัลที่สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เข้ามาอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนได้อย่างแนบเนียน จนแทบแยกกันไม่ออก ดูเหมือนว่า “นักประชาสัมพันธ์” (PR) จะทำงานง่ายขึ้น เพราะมีสื่อออนไลน์และสำนักข่าวต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย มีพื้นที่ให้ลงข่าวประชาสัมพันธ์กันเกือบทุกค่าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพรวมของการลงข่าวประชาสัมพันธ์นั้นจะอยู่เฉพาะในเว็บไซต์ (Website) ของสำนักข่าว ซึ่งจะถูกค้นพบก็ต่อเมื่อพิมพ์ Keyword ใน Search Engine เท่านั้น โดยอาจเป็นไปได้ว่าข่าวสารขององค์กร ยังไม่น่าสนใจมากพอที่สื่อนั้นจะนำไปแชร์ต่อใน Social Media หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล เพราะต้องยอมรับว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์จะเปิดรับข่าวสารและใช้เวลาอยู่ในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Instagram, Youtube เป็นต้น 

นายธนัทเมศร์ โรจนาอมรศิลป์ Co-Founder and Managing Director บริษัท พีอาร์ เลิศ จำกัด (PR LERT) เล่าว่า ส่วนตัวผ่านการวางแผนประชาสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่ยุคที่มีแค่สื่อหลัก อาทิ ทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ ผู้คนส่วนใหญ่เปิดรับข่าวสารไปในทิศทางเดียวกัน และมีพื้นที่สำหรับฝากข่าวประชาสัมพันธ์อยู่อย่างจำกัด ทำให้การลงข่าว PR ในสื่อแต่ละครั้ง ค่อนข้าง Impact อย่างมาก โดยเฉพาะสื่อหัวใหญ่ยอดนิยม แต่ปัจจุบันความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง สำนักข่าวต่างๆ มีการปรับภูมิทัศน์ (Media Landscape) มาอยู่ในโลกออนไลน์ ทั้ง เว็บไซต์ โชเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มต่างๆ รวมไปถึงการแบ่งหมวดหมู่ (News Categorization) เพื่อนำเสนอข่าวสารเชิงลึกตามความสนใจของกลุ่มอย่างชัดเจน 

“ในยุคที่ โซเซียลมีเดีย ครองใจทุกเพศ ทุกวัย เป็นการบ้านอันหนักหน่วง ให้เหล่า PR ต้องคิดวางแผนการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ เพราะประเด็นข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) หรือรูปประกอบข่าว จำเป็นจะต้องตอบโจทย์สำนักข่าวแบบเฉพาะเจาะจง ต้องวิเคราะห์ว่าสื่อแต่ละสำนักสนใจประเด็นข่าวเกี่ยวกับอะไร มีจุดยืนในการนำเสนอข่าวสารอย่างไร”

อย่างไรก็ตาม งานประชาสัมพันธ์ คือการวางแผนนำเสนอประเด็นข่าวสาระสำคัญขององค์กรและความเคลื่อนไหวของแบรนด์ เพื่อให้กองบรรณาธิการคัดเลือกข่าวประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์เผยแพร่ต่อสาธารณะ (Free Media) ซึ่งนักประชาสัมพันธ์ (PR) ยุคใหม่ จำเป็นต้องคิดนอกกรอบ มองประเด็นข่าวแบบรอบด้าน พัฒนาการเขียนข่าว ไม่หยุดเรียนรู้ ต้องทันโลก ทันสื่อ และใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างชาญฉลาด ตลอดจนมีความพร้อมปรับตัวนำพาองค์กรอยู่กับสังคมได้ทุกสถานการณ์อย่างยั่งยืน

โดย PR LERT ใช้ประสบการณ์การทำงานมากกว่า 15 ปี วางกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรให้กับแบรนด์ชั้นนำมาแล้วมากมาย โดยนำหลัก “7C’s : STRATEGY” มาใช้ในการวางแผนสื่อสาร เพื่อตอบโจทย์สำนักข่าวและพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ได้แก่ 

• Content Pillars: เนื้อหาข่าวสารที่ถูกต้อง ถ่ายทอดอย่างมีศิลปะและชั้นเชิงทางภาษา (Storytelling) น่าสนใจเข้าใจง่าย ทันกระแสสังคม ตรงใจสื่อมวลชนและกลุ่มเป้าหมาย

• Credibility: มุ่งมั่นสร้างความน่าเชื่อถือ (Building Trust) สร้างองค์กรที่มีคุณค่า เชี่ยวชาญ ซื่อสัตย์และโปร่งใส 

• Creativity: ไม่หยุดเรียนรู้ กล้าคิดนอกกรอบ โชว์ไอเดีย เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายในทุกมิติ  

• Channel & Platforms: เลือกช่องทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้ง Mass Media และ Social Media

• Community: นำแบรนด์เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในคอมมูนิตี้เฉพาะกลุ่ม (Niche Community)

• Connections: ไม่มองข้ามการวางแผนสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ นำไปสู่ความผูกพัน ทั้งสื่อมวลชนและผู้มีอิทธิพลทางความคิดในโชเชียลมีเดีย (Influencer) 

• Crisis Management: เฝ้าระวังประเด็นความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และมีแผนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะวิกฤต ร ภายใต้การบริหารของ         ธนัทเมศร์ โรจนาอมรศิลป์ และ กิตติพงษ์ ทองคำเครือ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าองค์กรชั้นนำระดับประเทศมากมาย อาทิ กลุ่มธุรกิจเครื่องครัวระดับโลก MEYER Group, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, GMM Grammy, TPN GLOBAL, ร้านอาหารสีฟ้า, ดีแคทลอน ประเทศไทย, สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล, ศูนย์การค้า Terminal21, แพลตฟอร์มท่องเที่ยว Klook, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(องค์การมหาชน) หรือ CEA, เครื่องนอน Picasso, ร้านอาหาร อีเปีย, พฤกษา เรียลเอสเตท, เครือโรงพยาบาล เปาโล, ธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ S&P, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โบต้าพี, Wall Street English, SC ASSET เป็นต้น

ครั้งแรกที่ไทย INDIBA เขย่าตลาดเทคโนโลยี RF เปิดตัว “COMPACT Series”


INDIBAเขย่าตลาดเทคโนโลยี RF เปิดตัว “COMPACT Series” รีเซ็ตมาตรฐาน Radiofrequency  ในเอเชียครั้งแรกที่ไทย 

กรุงเทพมหานคร (6มีนาคม 2568 )  ธนชัย เพชรโวหาร รองผู้จัดการ บริษัท   อินดิบา เอเซีย ประจำประเทศไทย  กล่าวท่ามกลางการแข่งขันของตลาดเทคโนโลยี Radiofrequency (RF) ที่หลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ต่าง ๆ มักชูจุดขายเพียง “พลังวัตต์ที่สูงกว่า” หรือการสร้างความร้อนที่มากขึ้น ล่าสุด INDIBA แบรนด์เทคโนโลยีด้านการฟื้นฟูระดับโลก ประกาศเปิดเกมใหม่ ด้วยการเปิดตัว COMPACT Series ในประเทศไทยเป็นประเทศแรกของเอเชีย พร้อมประกาศแนวคิด “ปฏิวัติมาตรฐาน RF แบบเดิม” ที่เน้นเพียงพลังงานความร้อน 



INDIBA ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี TECAR Therapy รายแรกของโลก ยังคงยืนหยัดกับเทคโนโลยีหลักที่แตกต่างจากคู่แข่ง นั่นคือ ความถี่คงที่ 448 กิโลเฮิรตซ์ (448 kHz) ที่ถูกพัฒนามากว่า 40 ปี โดยเน้นการทำงานระดับเซลล์ มากกว่าการสร้างความร้อนเพียงอย่างเดียว

เมื่อ RF ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความร้อน”   ในอดีต เทคโนโลยี RF ในตลาดมักแข่งขันกันในเรื่องกำลังวัตต์ที่สูงขึ้น การเพิ่มอุณหภูมิในเนื้อเยื่อ  การเปิดตัวรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการฟื้นฟูมองว่า เครื่อง RF แบบเดิมมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ใช้ความถี่หลายระดับ แต่ไม่มีความจำเพาะ เน้นสร้างความร้อน มากกว่าการฟื้นฟูระดับเซลล์ ไม่เหมาะกับการรักษา Acute Injury หรือการบาดเจ็บระยะเฉียบพลัน ความเสถียรและอายุการใช้งานไม่สม่ำเสมอ



INDIBA จึงเลือกแนวทางที่ต่างออกไป ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีบน ความถี่ 448 kHz เพียงค่าเดียว ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการทำงานของ เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane Activity) ควบคุมกระบวนการอักเสบอย่างมีทิศทาง เร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รองรับการรักษาทั้ง Acute และ Chronic Injury กล่าวได้ว่าเป็นความแตกต่างระหว่าง “การสร้างความร้อน” กับ “การควบคุมกระบวนการฟื้นฟูระดับเซลล์”

CEO INDIBA: “นี่คือแพลตฟอร์มระยะยาว ไม่ใช่แค่เครื่องรุ่นใหม่” โดยCharles Chin ผู้บริหาร INDIBA กล่าวถึงทิศทางของเทคโนโลยีนี้ว่า “INDIBA คือแบรนด์เดียวที่กล้าพูดว่า เราสามารถจัดการการบาดเจ็บระยะเฉียบพลันได้อย่างมั่นใจ เพราะเทคโนโลยีของเราเข้าไปทำงานในระดับเซลล์ ไม่ใช่เพียงสร้างความร้อน” “การเลือก INDIBA คือ การเลือกแพลตฟอร์มระยะยาว เทคโนโลยีหลักไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกปี เพราะหัวใจของระบบคือความแม่นยำ ความเสถียร และความทนทาน ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้ทั่วโลก”

COMPACT Series: เครื่อง RF ที่ออกแบบมาแก้จุดอ่อนของตลาด  INDIBA เปิดตัว COMPACT Series ซึ่งถูกออกแบบให้ครอบคลุมการใช้งานทุกระดับ ตั้งแต่ทีมกีฬา คลินิก ไปจนถึงโรงพยาบาลชั้นนำ

 COMPACT Lite – พลังระดับโปรในขนาดพกพา รุ่นเล็กสุดของซีรีส์ ถูกออกแบบให้เหมาะกับทีมกีฬา การรักษานอกสถานที่ คลินิกขนาดเล็ก จุดเด่นสำคัญคือ น้ำหนักเบา พกพาได้จริง ใช้เทคโนโลยี 448 kHz เต็มระบบ ไม่ลดประสิทธิภาพแม้เป็นเครื่องขนาดเล็ก แนวคิดของ INDIBA แตกต่างจากตลาดทั่วไปที่มักทำให้

“เครื่องเล็ก = ลดสเปค” แต่สำหรับ INDIBA เครื่องเล็ก แต่หัวใจเท่ารุ่นใหญ่
COMPACT Plus – เครื่องทำรายได้หลักของคลินิก รุ่นนี้ถูกออกแบบให้เป็น Workhorse ของคลินิก

คุณสมบัติเด่น ได้แก่ พลังงานเสถียร รองรับผู้ป่วยทั้งวัน ใช้รักษาได้ทั้ง Acute และ Chronic Conditions
ลดการอักเสบ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ เหมาะกับการรักษาออฟฟิศซินโดรม และอาการกล้ามเนื้อ ในขณะที่เครื่อง RF แบบเดิมมักต้องเลือกระหว่าง “แรง” หรือ “ปลอดภัย” แต่ INDIBA ออกแบบให้สามารถ ควบคุมทั้งสองด้านได้พร้อมกัน 

COMPACT Pro – ระดับโรงพยาบาล รุ่นสูงสุดของซีรีส์ ถูกออกแบบสำหรับโรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นสูง การประยุกต์ใช้ในหัตถการทางการแพทย์ จุดเด่นสำคัญ ด้ามจับอัจฉริยะ ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ Real-Time ปรับระดับพลังงานได้ละเอียดสูง รองรับการใช้งานหลากหลาย ในขณะที่เครื่อง RF ทั่วไป ควบคุมความร้อนทางอ้อม INDIBA เลือกใช้ การควบคุมแบบ Real-Time จุดแข็งที่คู่แข่งไม่ค่อยพูดถึง: ความทนทาน 

ธนชัย เพชรโวหาร รองผู้จัดการ บริษัทอินดิบา เอเซีย ประจำประเทศไทย


ชาร์ลส์ ชิน | กรรมการผู้จัดการและซีอีโอ กลุ่มบริษัท อินดิบา เอเซีย

หนึ่งในเหตุผลที่ INDIBA ได้รับความนิยมในระดับโลก คือ อายุการใช้งานยาว ระบบเสถียร ลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง เทคโนโลยีไม่ล้าสมัยเร็ว จึงถูกมองว่าเป็น การลงทุนระยะยาว มากกว่าการซื้ออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวกรุงเทพฯ จุดเริ่มต้นของเกมใหม่ในตลาดเอเชียการเปิดตัว COMPACT Series ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ INDIBA ในภูมิภาคเอเชีย 

ชาร์ลส์ ชิน  กรรมการผู้จัดการและซีอีโอ กลุ่มบริษัท อินดิบา เอเซีย  ระบุว่า  “เราไม่ได้มาเติมสินค้าในตลาด แต่เรามารีเซ็ตมาตรฐานของมัน”  COMPACT Series จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นสัญญาณว่า ตลาด RF แบบเดิมกำลังถูกท้าทาย และเกมการแข่งขันครั้งใหม่ของเทคโนโลยีการฟื้นฟูเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

Sol House Bangkok สถานที่สุดโรแมนติก ใจกลางลาดพร้าว ..ที่ควรรู้จัก

สถานที่สุดโรแมนติก ใจกลางลาดพร้าว พร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันระดับพรีเมียมพร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง และยังมีมุมถ่ายรูปสวยไม่ว่าจะจัดแบบพิธีเช้าแบบไทย หรือจะจัดแบบงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสได้ภาพสวยแน่นอน และนอกจากความหรูหราแล้วที่นี่ยังมีความโรแมนติก และยังมีโซนสวนด้านนอกที่โอบล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีขาวของตัวอาคารได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ การสร้างช่วงเวลาที่ดีร่วมกันในวันสำคัญของชีวิตท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น สร้างความทรงจำที่ดีให้กับคู่บ่าวสาว ยังสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาร่วมงาน


หนึ่งในคนที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีที่สุดคือ คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ เนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ แต่สามารถจัดเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง เป็นพื้นที่ที่คู่บ่าวสาว แสดงออกถึงรสนิยม ความคิด และไลฟ์สไตล์ผ่าน Sol House Bangkok


นอกจากนี้ การจัดงานแต่งงานมีการปรับตัวเข้าสู่รูปแบบที่ไม่ใหญ่ งบประมาณสมเหตุสมผล กระชับงบไม่บานปลาย ที่สำคัญเทรนด์ที่มาแรงคือการจัดงานในสถานที่พิเศษที่ไม่ใช่โรงแรม โดยมี Wedding Planner Organizer คุมต้นทุนและรันคิวงาน หนึ่งในสถานที่จัดงานแต่งงานและงานอีเวนท์ที่น่าสนใจ Sol House Bangkok ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 แต่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ถือเป็น Wedding Venues ที่ไม่ควรมองพลาด ภายใต้การบริหารงานของนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง “คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล” กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่เอาใจว่าที่บ่าวสาวที่ไม่ได้ต้องการความเรียบหรูอลังการ แต่ต้องการความเรียบง่าย เก๋ มีความโมเดิร์น และอยากได้พื้นที่แบบกว้างขวาง จุดเด่นของที่นี่ก็ คือสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น ความโค้งที่ดูแปลกตา แต่ให้ความโรแมนติกและอบอุ่น ไม่ว่าจะถ่ายรูปตรงมุมไหนรูปที่ออกมาจะสวยและน่าประทับใจสามารถจัดงานแต่งแบบไทย แบบจีน และแบบฝรั่ง และมุสลิม รวมถึงแขกในงานรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าที่นี่สามารถเปลี่ยนงานแต่งในฝันของคุณให้เป็นจริง

เมื่อธุรกิจดีขึ้น จึงขยับขยายทำอพาร์ทเมนต์ โรงแรม Apartelle Jatujak Hotel แต่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิดทำให้ธุรกิจชะงัก จึงเป็นที่มาของการคิดทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่อิงกับต่างประเทศ 100 %  “ช่วงโควิด ทุกอย่างยากไปหมด จึงคิดว่าจะทำอะไรดี ที่ธุรกิจไปได้ด้วยและไม่อิงกับต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงกลายเป็น Sol House Bangkok เนรมิตพื้นที่สู่ความล้ำเลิศแห่งอนาคต รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ”

ที่นี่เป็นที่ดินเก่า ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลาดพร้าว ด้วยพื้นฐานการทำธุรกิจโรงแรมและนำเข้าสินค้าให้กับสถานประกอบการหลายแห่ง ทำให้คุ้นชินกับดีไซเนอร์ จึงมีความได้เปรียบในการออกแบบตกแต่งสถานที่ได้อย่างหรูหราสวยงาม แม้ครั้งแรกจะคิดเปิดเป็นสตูดิโอเท่านั้น แต่ด้วยพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานานนับสิบปีนำเสนอ จึงเปลี่ยนเป็นธุรกิจรับจัดงานแต่งงานและการบริการงานอีเวนท์ต่างๆ แบบครบวงจร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโซล เฮ้าส์ แบงคอค








Sol House Bangkok ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 38 เข้าซอยประมาณ 400 เมตร เท่านั้น สถานที่แห่งนี้
มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครบวงจร โดยเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่จอดรถ ชั้น 2 ออกแบบให้เป็นโถงทางเข้าสำหรับลงทะเบียน จุดรับแขก ห้อง A Little Red Room สไตล์โรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างก่อนหรือหลังพิธีการ รวมถึงห้องงานหมั้น Oliver & Owen และ ส่วนของ Hall ใหญ่ และ ไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดวน และห้องส่งตัวหนึ่งห้องนอนที่แตกต่างจากที่อื่น ออกแบบให้สามารถเปิดได้กว้างเพื่อสะดวกต่อการบันทึกภาพระหว่างพิธีการ







คุณยงยุทธ กล่าวถึงกระแสตอบรับ ว่า “ที่นี่ เปิด เดือนตุลาคมปี 2568 งานที่ได้รองรับไปแล้ว มีงานถ่ายละครของบริษัท แกรมมี่ ซึ่งจัดฉากใหญ่เป็นงานแต่งงาน การจัดปาร์ตี้ขอบคุณลูกค้า ส่วน งานหลักคือ งานแต่งงาน ผลตอบรับค่อนข้างดี 3-4 เดือนมีคู่รักจองเข้ามาประมาณ 30 คู่

จากจุดที่แบรนด์โรงแรมใหม่ชื่อดัง เคยเป็นคำตอบหลัก วันนี้อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการแต่งงานที่ขาดไม่ได้เลย คือ สถานที่จัดงานที่เสริมแกร่งด้วยจุดแข็งที่แตกต่าง ที่ราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลักการในการทำธุรกิจของผม หลายๆ ครั้งเราเริ่มต้นจากความชอบ บ่งบอกถึงสไตล์ของเราและคนรัก จากจุดเริ่มต้น ตรงนี้เหมือนธุรกิจใหม่ แต่เราก็ไม่ใช่มือใหม่ ในวงการนำเข้าเรานำเข้าวัสดุก่อสร้างโรงแรมมาหลายแห่ง ส่วนดีไซเนอร์มืออาชีพ มีประสบการณ์มามาก ซึ่งการบริหารงานค่อนข้างมั่นใจว่า ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จัดเตรียมให้สำหรับ คู่บ่าวสาว ค่อนข้างสมบูรณ์ งานจัดเลี้ยงตัวเองอาจจะใหม่แต่มีพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานาน ซึ่งทีมงานที่มาที่นี่ไม่ใหม่เลย ทีมรันคิวมีประสบการณ์มากกว่าสิบปี ด้วยจำนวนวคู่บ่าวสาวนับพันคู่ การจัดเดคคอเรชั่นต่างๆ โดยพาไปชมเบื้องหลังทุกอย่าง ตั้งแต่การหาโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบ”


คุณยงยุทธ ยังกล่าวต่อว่า ด้วยความที่ Sol House ศูนย์กลางของสถานที่จัดงานอีเวนต์ในกรุงเทพ
เราคิดว่าเราทำสิ่งที่ทำเต็มที่ให้กับลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล และการเลือกซัพพลายเออร์ต่าง ๆ รองรับทุกฟังก์ชันการจัดงานอีเวนต์ได้หลากหลาย ด้วยระบบที่ดีเยี่ยมสมบูรณ์แบบ สามารถปรับขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ พร้อมออกแบบไฟเพดานและทีมที่มีประสบการณ์ในการจัดงานมานับสิบปี ซึ่งที่ฮอลล์ใหญ่ สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 250 – 300 คน ดีไซน์และตกแต่งพื้นที่ใหม่ทั้งหมดให้มีความทันสมัย สวยงามเป็นเอกลักษณ์สะกดทุกสายตา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบ Luxury Experience ที่แตกต่างกว่าสถานที่จัดงานอื่น ที่นี่ที่เดียวคุณสามารถปรึกษา Wedding Planner & Organizer ที่สามารถมอบความพิเศษทั้งความประทับใจและความบันเทิงไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์แบบครบจบทุกพาร์ทเนอร์ในที่เดียว”

สามารถสอบถามหรือติดต่อทาง Facebook : Sol House Bangkok
Line : @solhouse , Instragram : SolHouseBangkok

ข่าวประชาสัมพันธ์

ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์! กับ 19 รางวัลแห่งคุณค่า นำทัพคนดนตรีคว้ารางวัลใหญ่แห่งปี

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของเวที THE GUITAR MAG AWARDS ค่ำคืนของคนดนตรีกลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างสมศักดิ์ศรี กับงานประกาศรางวัลของวงการเพลง...

โวยวายดอทคอม