วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรม The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention เปิดตัวแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Long Stay) และการทำงานจากที่ใดก็ได้ (Workation) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายเข้าไว้ด้วยกัน

เชียงรายถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติอันงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และค่าครองชีพที่เหมาะสม ทำให้เป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทาง ผู้เกษียณอายุ และกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว โรงแรมนำเสนอห้องพักดีลักซ์พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษสำหรับการเข้าพักระยะยาว ได้แก่ พัก 7 คืน ราคา 12,600 บาท พัก 14 คืน ราคา 24,500 บาท และพัก 30 คืน ราคา 51,000 บาท ผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และส่วนลดบริการซักรีด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่วางแผนพำนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นวัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น สิงห์ปาร์ค เชียงราย และชุมชนท้องถิ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ โรงแรมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการค้นพบวิถีชีวิตและประสบการณ์ใหม่ในภาคเหนือของประเทศไทย





โปรโมชั่น “Stay Longer, Feel Chiang Rai” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพัก โทร. 052 055 888

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยาเดีย ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80

ยาเดีย (Yadea) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569

นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีฐานธุรกิจระดับโลกและเป็นแบรนด์ที่มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายและสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น




นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย
นายหยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ ยาเดีย ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย”
สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดย ด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ
ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริงและมีสไตล์
เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC)
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น
โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร



โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ - 15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจ็กเก็ต Yadea มูลค่า 2,000 บาท และ หมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวในตอนท้ายว่า “สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย”
สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด โปรโมชัน และช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Yadea Official Store บน Shopee: https://shopee.co.th/yadeathailand สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชันต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/yadea.th.ev หรือ https://yadea.co.th/

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ณัฐชรัตน์ พลรบ ตัวแทน (LGBTQ ) ผลักดัน สิทธิกลุ่ม LGBTQ รับยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพ ฟรี

ทีมเคลียร์ประกันสังคม ผลักดัน สิทธิกลุ่ม LGBTQ รับยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพ ในระบบประกันสังคม ฟรี

คุณณัฐชรัตน์ พลรบ ตัวแทนของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ ) ผู้สมัครคัดเลือกเป็นคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) ฝ่ายผู้ประกันตน เคลียร์ประกันสังคม หมายเลข  23 กล่าวว่า  กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ในระบบประกันสังคมนั้นมีความต้องการให้มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมในเรื่องการเบิกจ่ายยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพเป็นอย่างน้อย ให้เท่าเทียมกับสิทธิประโยชน์ของสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช. ) ซึ่งปัจจุบัน สปสช. ได้บรรจุสิทธิประโยชน์ด้านการยืนยันเพศสภาพและยาฮอร์โมน สำหรับบุคคลข้ามเพศจากชาย
เป็นหญิง และหญิงเป็นชาย แล้ว โดยผู้ที่ต้องการรับบริการ ไม่สามารถรับฮอร์โมนได้ทันที แต่จะต้อง
เข้าสู่กระบวนการดูแลตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการให้บริการทั้งหมดจะอ้างอิงแนวทางวิชาการและ
คู่มือที่เกี่ยวข้อง 

นอกจากนั้น ตนจะผลักดันเพิ่มสิทธิในส่วนของการผ่าตัดแปลงเพศ และการผ่าตัดเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ เพิ่มเข้าไปในสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ต่อไปอีกด้วย  เพื่อจะช่วยลดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันมากขึ้น รวมถึงป้องกันการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง 

อนึ่งจากข้อมูลงานวิจัยชิ้นหนึ่งของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มีการคาดประมาณประชากรกลุ่ม LGBTQ+ ว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีกลุ่ม LGBTQ+ ราว 1,586,918 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเพศกำเนิดชาย 543,485 คน และเพศกำเนิดหญิง 1,043,433 คน นอกจากนี้งานคาดการณ์อีกว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าอัตรากลุ่ม LGBTQ+ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า นั้นหมายความว่าในปีพ.ศ. 2582 อาจจะมีกลุ่ม LGBTQ+ ทั้งหมดประมาณ 2.2 ล้านคน   แต่ในระบบประกันสังคมยังไม่มีสถิติแยกเฉพาะที่ระบุจำนวนที่แน่ชัดได้ว่ามีกลุ่ม LGBTQ+ อยู่ในระบบประกันสังคมเท่าใด


ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคมเปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคมเปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ประเทศไทยมี LGBTIQNA+ เกือบ1.6 ล้านคน : เมื่อประชากรหลากหลายทางเพศ ‘นับจำนวน’ https://section09.thaihealth.or.th/2025/07/04/lgbtq-population/


วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต

คาด Q2 ผลงานใกล้เคียง Q1 พร้อมลุ้นปันผลระหว่างกาล หาก Cash Flow แข็งแกร่ง

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าของไทย เดินหน้าปรับฐานการเงินกลุ่มบริษัท เสริมแกร่ง รองรับการเติบโตของธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ล่าสุดบอร์ดอนุมัติแผนปรับโครงสร้างทุน บริษัท แอล.ดี.เอส.เมทัล เวิร์ค จำกัด (LDS Metal Work) บริษัทย่อย เพื่อยกระดับฐานะการเงิน ล้างผลขาดทุนสะสม เพิ่มทุนปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงไตรมาสแรก พร้อมพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล หากกระแสเงินสดเป็นไปตามแผน 

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างทางการเงินของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแผนปรับโครงสร้างทุนของ บริษัท แอล.ดี.เอส.เมทัล เวิร์ค จำกัด (LDS Metal Work) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TRT ถือหุ้นในสัดส่วน 92.50% เพื่อฟื้นฐานะทางการเงินและรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต 

สำหรับแผนดังกล่าว ประกอบด้วยการ ลดทุนจดทะเบียน ผ่านการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้น เพื่อล้างผลขาดทุนสะสมของบริษัทย่อย ก่อนดำเนินการ เพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้ปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) รองรับการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการปรับฐานทางการเงินให้มีความเหมาะสมกับทิศทางการเติบโตในอนาคต มากกว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจแต่อย่างใด 

ภายใต้แผนดังกล่าว บริษัทย่อยจะลดทุนจดทะเบียนจาก 120 ล้านบาท เหลือ 30 ล้านบาท ผ่านการลดมูลค่าหุ้นจาก 100 บาท เหลือ 25 บาทต่อหุ้น ก่อนเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกไม่เกิน 515 ล้านบาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็นไม่เกิน 545 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้ในการปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป 

นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า การปรับโครงสร้างทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริหารเงินลงทุนภายในกลุ่มบริษัท เพื่อให้ทุกบริษัทในเครือมีฐานะการเงินที่แข็งแรง สามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่และการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วโลกยังมีความต้องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายระบบส่งไฟฟ้า การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) 

"TRT ไม่ได้มองเพียงผลประกอบการระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างฐานการเงินที่มั่นคงในทุกบริษัทภายในกลุ่ม เพื่อรองรับการเติบโตในอีกหลายปีข้างหน้า การปรับโครงสร้างทุนของ LDS จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว" 

ในส่วนของผลการดำเนินงาน บริษัทประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงกับไตรมาสแรกของปี โดยยังได้รับแรงสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงคำสั่งซื้อจากโครงการด้านระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและรองรับแผนการลงทุนในอนาคต 

สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผล นายสัมพันธ์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหากผลการดำเนินงานและ กระแสเงินสด (Cash Flow) เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทมีโอกาสพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ตามความเหมาะสม 

"เรายังคงยึดหลักการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต กับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้น หากสถานะกระแสเงินสดมีความแข็งแรงเพียงพอ คณะกรรมการก็พร้อมพิจารณาการจ่ายเงินปันผลตามนโยบายของบริษัท" 

นายสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า TRT ยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การก้าวสู่ Global Energy Infrastructure Player โดยมุ่งขยายธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่และอุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้าสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วโลก การขยายโครงข่ายไฟฟ้า การลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ส่งผลให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

ลุยเรียนเต็มที่ไม่มีสะดุด! “คิทโด้” ชวนคุณแม่เสริมพัฒนาการเรียนรู้และภูมิคุ้มกันลูกน้อย

ด้วยวิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร จัดโปรแรง “ซื้อ 1 แถม 1” เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น


หลังจากเปิดเทอมและลุยเรียนกันมาสักพักใหญ่ เด็กๆ วัยเรียนต่างต้องใช้พลังงาน สมองและสายตา ในการเรียนรู้และทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่ดี ควบคู่ ไปกับร่างกายที่แข็งแรง “คิทโด้” (KITDO) วิตามินเม็ดเคี้ยว จึงเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งในการบำรุงสมอง สายตา และเสริมภูมิคุ้มกัน ให้น้องๆ พร้อมรับมือกับการเรียนและเล่นสนุกได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกๆ วัน

“คิทโด้” อร่อย ทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ โดยไม่เติมน้ำตาลและไม่ใส่สารกันเสีย มีให้เลือก 2 สูตร 2 รสชาติ ได้แก่ รสส้มเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน และรสมิกซ์เบอร์รี่เพื่อบำรุงสมองและสายตา ที่อัดแน่นไปด้วย คุณประโยชน์ที่จำเป็นสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโตและทุกคนในครอบครัว บรรจุซองละ 12 เม็ด พิเศษเพิ่มปริมาณแถมฟรีอีก 3 เม็ด (รวมเป็น 15 เม็ดต่อซอง) มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดคุ้มต้อนรับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ “ซื้อ 1 แถม 1” (คละรสชาติได้) ในราคาพิเศษเพียง 49 บาท (จากปกติ 98 บาท) ตั้งแต่วันนี้ - 23 กรกฎาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

เริ่มต้นการปกป้องลูกน้อยด้วย “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Multivitamin) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสส้ม ช่วยดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัดและภูมิแพ้ ชูจุดเด่นด้วยปริมาณวิตามินซี คุณภาพสูง โดย คิทโด้ IMU เพียง 2 เม็ด ให้คุณค่าวิตามินซีธรรมชาติ เท่ากับส้ม 1 ผล ผสานคุณประโยชน์จากวิตามินซีธรรมชาติ (Acerola Cherry Extract 150 mg.) นำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดูดซึมไวและอยู่ในร่างกายได้นาน อ่อนโยนไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร เสริมทัพความแข็งแรงด้วย ซิงค์สูง (High Zinc) ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ วิตามินดี และวิตามินรวมถึง 13 ชนิด เพื่อร่างกายที่แข็งแรงพร้อมลุยทุกกิจกรรม

สำหรับน้องๆ ที่ต้องเรียนหนักและใช้สายตากับหน้าจอแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน แนะนำ “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA Plus Bilberry) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสมิกซ์เบอร์รี่ สูตรสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ที่ช่วยบำรุงสมองและสายตาโดยเฉพาะ อุดมไปด้วยดีเอชเอสูง (High DHA) จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์นำเข้าจากออสเตรเลีย โดย คิทโด้ โปร ดีเอชเอ เพียง 1 เม็ด มีปริมาณ DHA 

เทียบเท่ากับการดื่มนมถึง 2 กล่อง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สมอง เพิ่มความจำ และการเรียนรู้ พร้อมผสานพลังจากสารสกัดบิลเบอร์รี่และวิตามินเอสูง (High Vitamin A) ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น ลดความอ่อนล้าของสายตา เสริมด้วยโอเมก้า 3, 6, กรดโฟลิก (Folic Acid) ช่วยบำรุงเลือดและระบบประสาท รวมถึง วิตามินบีรวมอีก 7 ชนิด (บี 1, บี 3, บี 5, บี 6, บี 12, โฟลิก, ไบโอติน) เพื่อการดูแลที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ วัน แนะนำให้เด็กๆ รับประทานวันละ 1-3 เม็ดต่อสูตร เคี้ยวอร่อย ได้ ประโยชน์เต็มๆ คำ “คิทโด้” เป็นวิตามินเม็ดเคี้ยวที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ รับประทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่สารกันเสีย จึงเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ “คิทโด้” ทั้ง 2 สูตรเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/, FB Page : kitdoclub,
Line : @Kitdo, TikTok : bshine.official, และ IG : bshinenutritionplus

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

คำสั่งเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม แต่งตั้งคณะทำงานกองงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด

เพื่อให้การดำเนินงานในการสนับสนุน ช่วยเหลือ และสนองในภาระงานของเจ้าคณะจังหวัด ประกอบด้วยงานการปกครอง งานการเผยแผ่ งานการสาธารณูปการ งานการสาธารณสงเคราะห์ และงานการศึกษาสงเคราะห์ และเพื่อเป็นการสนับสนุนส่วนงานของเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ดีงาม และมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการพระพุทธศาสนายิ่งยิ่งขึ้นไป เป็นการสมควรมีคณะทำงานกองงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๕ แห่งกฎมหาเถระสมาคม ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ.๒๕๔๑) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕

จึงแต่งตั้ง พระครูสังฆรักษ์อาณัติ ฉายา ฐิตเมโธ อายุ ๓๖ พรรษา ๑๕ วิทยะฐานะ น.ธ.เอก/ป.บส. สังกัดวัดหนองกก-หนองยาว ตำบลเมืองเสือ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเมืองเสือ เป็น กองงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เพื่อทำหน้าที่ช่วยงานเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ตามที่เจ้าคณะจังหวัดมอบหมาย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๙
พระวัชรสารธรรมมุนี เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม

สุดเจ๋ง! อภัยภูเบศร กวาด 3 รางวัลสมุนไพรคุณภาพแห่งชาติ


สุดเจ๋ง!  อภัยภูเบศร กวาด 3 รางวัลสมุนไพรคุณภาพแห่งชาติ ตอกย้ำการพัฒนาสมุนไพร 40 ปี พร้อมแจกหนังสือและต้นพันธุ์สมุนไพรฟรีในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ 

อภัยภูเบศร สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง หลังคว้า 3 รางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ตอกย้ำความสำเร็จของการพัฒนาสมุนไพรไทยบนฐานงานวิจัยและมาตรฐานการผลิตที่สั่งสมมายาวนานกว่า 40 ปี พร้อมชวนคนไทยมาเรียนรู้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23

งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 จัดโดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “Natural Roots – Economic Boost : จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่การเป็นทั้งเครื่องมือดูแลสุขภาพและฐานเศรษฐกิจชีวภาพสำคัญของประเทศ ระหว่างวันที่ 2 -5 กรกฎาคม 2569 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12 หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน คือ การประกวดรางวัลสมุนไพรคุณภาพ ซึ่งในปีนี้มีหลายหน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรม โดย อภัยภูเบศร หนึ่งในองค์ภาคีร่วมจัดงาน ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ รวม 3 รางวัล 









พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “ ทั้ง 3 รางวัลที่ได้รับในปีนี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าการพัฒนาสมุนไพรไทยบนฐานงานวิจัยและมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี สามารถยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ทั้ง 3 รางวัลที่ได้รับ ได้แก่

 “รางวัลปลูกไทยด้วยใจรักษ์” เป็นรางวัลจากกิจกรรมการประกวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นภาครัฐ ซึ่งยาแคปซูลเพชรร้อยข้อ จากสมุนไพรเพชรสังฆาต ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับรางวัลประเภทยาเดี่ยว  ระดับ Gold และ  รางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ PREMIUM HERBAL PRODUCTS 2569 อีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “อภัยบี-เมล่อน” จากมะระขี้นก สำหรับช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึง “มัสคูล สเปรย์” จากกระดูกไก่ดำ พัฒนาเป็นยาทดแทนสเปรย์แก้ปวดกล้ามเนื้อและข้อกลุ่ม NSAIDs  ได้รับรางวัล ประเภทที่ 2 PREMIUM HERBAL PRODUCTS SUSTAINABLE ที่ตอกย้ำถึงคุณภาพสมุนไพรไทยที่พัฒนาบนฐานงานวิจัย และ มาตรฐานการผลิต รวมถึงการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยเพื่อความยั่งยืน โดยก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์มัสคูล สเปรย์ จากกระดูกไก่ดำ ก็ได้กวาดรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ และ Prime minister Herbal Award (PMHA) มาแล้ว” พญ.วลีรัตน์ กล่าว



พญ.วลีรัตน์  กล่าวต่อว่า “นอกจากความสำเร็จด้านรางวัลแล้ว ภายในงาน อภัยภูเบศร ยังชวนประชาชนเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และนิทรรศการภายในบูธที่เน้นให้ประชาชนสามารถใช้สมุนไพรไทยเพื่อการพึ่งตัวเอง เสริมเกราะป้องกันสุขภาพในยามภัยพิบัติ มีการจัดทำหนังสือ บันทึกของแผ่นดิน 16 “สมุนไพรเกราะป้องกันสุขภาพในภัยพิบัติ” ที่มีการจัดแบ่งกลุ่มสมุนไพรเป็น 16 กลุ่ม ครอบคลุมเพื่อการใช้ประโยชน์จริง ภายในเล่มพร้อมสูตรการทำยาต่างๆ นำมาแจกฟรีในงานวันละ 200 เล่ม  และ พันธุ์สมุนไพรที่ควรมีติดบ้าน วันละ 300 ต้น อาทิ หอมแส้ (หอมภูเขา) รางจืด (สายพันธุ์สารสำคัญสูง) พลูลงยา และ กะเพราะป่า พร้อมมีเภสัชกร และ แพทย์แผนไทยมาให้ความรู้ ให้คำปรึกษาสุขภาพและการใช้ยาสมุนไพร ฟรี ตลอดทั้งงาน” 

ท่านที่สนใจสามารถร่วมเรียนรู้และสัมผัสนวัตกรรมสมุนไพรไทยจากอภัยภูเบศรได้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12 สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-0287710

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยในศึก Boxer Boy! รอบชิงแชมป์

พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลดูแลตลอดการแข่งขัน

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช (CGH Hospital) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการจัดการแข่งขัน Boxer Boy! รอบชิงแชมป์ ทางช่อง Workpoint23 โดยส่งทีมบุคลากรทางการแพทย์ร่วมดูแลความพร้อมด้านการแพทย์และความปลอดภัยของนักกีฬาตลอดการแข่งขัน สะท้อนถึงบทบาทของโรงพยาบาลในการร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพและการเล่นกีฬาอย่างเหมาะสม

ในโอกาสนี้ กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช นำโดย พญ.เพชรลดา พุทธพงษ์ศิริพร รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และ นพ.สุปรีชา เล็กสุวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เข้าร่วมงานรอบชิงแชมป์ พร้อมด้วยทีมแพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่สแตนด์บายด้านการแพทย์ เพื่อดูแลนักกีฬาหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน


การแข่งขันกีฬาประเภทมวยเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกาย ความพร้อมของนักกีฬา และการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำสนามแข่งขันจึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างเหมาะสม พร้อมรองรับการประเมินอาการและการดูแลเบื้องต้นเมื่อมีความจำเป็น

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้แนวคิดด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งกิจกรรมกีฬา งานชุมชน และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

นอกจากการสนับสนุนด้านการแพทย์ในงานแข่งขันกีฬาแล้ว กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชยังมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันการบาดเจ็บ และการเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนและหลังการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา

การเข้าร่วมดูแลการแข่งขัน Boxer Boy! รอบชิงแชมป์ ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนถึงความตั้งใจของกลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชในการร่วมสนับสนุนสังคม ผ่านการมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม




กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่าน รวมถึงขอขอบคุณผู้จัดงานที่ให้ความไว้วางใจให้ทีมแพทย์และพยาบาลจากกลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลด้านการแพทย์ตลอดการแข่งขัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 6T REEV รถ REEV ขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นแรกของไทย


ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทางOMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 6T REEV รถ REEV ขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นแรกของไทย ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทาง ยกระดับทางเลือกใหม่ของคนไทย ด้วยเทคโนโลยี REEV ในราคาต่ำล้านบาท

กรุงเทพฯ – 29 มิถุนายน 2569 – OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดตัว JAECOO 6T REEV อย่างเป็นทางการในงาน TECH DAY 2026  โดยชูเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ของแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานในประเทศไทย ตั้งแต่การขับขี่ในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด ไปจนถึงเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะและการยึดเกาะ JAECOO 6T REEV มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า 100% ด้วย อัตราเร่งดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารเงียบ การตอบสนองของกำลังรวดเร็วและการส่งกำลังที่ต่อเนื่องไร้รอยต่อ 


JAECOO 6T REEV 2WD Max เปิดราคาพิเศษ 879,900 บาท จากราคาปกติ 899,900 บาท และ JAECOO 6T REEV 4WD Ultra เปิดราคาพิเศษ 979,900 บาท จากราคาปกติ 999,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับฟรี! การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) สำหรับแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดควบคุม* รวมถึงการรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี* ฟรี AC Portable Charger* และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรกที่จองภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และรับรถภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดย OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมด้านการส่งมอบ JAECOO 6T REEV ให้ครบภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดหลังการเปิดตัว พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้รับรถอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

JAECOO 6T REEV นำเสนอเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าขยายระยะทาง ซึ่งผสานจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับระบบสร้างพลังงานสำรองภายในรถ เพื่อมอบการขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และตอบสนองรวดเร็ว พร้อมช่วยให้การวางแผนการเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลักได้ หรือหากคุณจะเดินทางในระยะไกลที่การชาร์จไม่เพียงพอ ระบบก็สามารถผสานพลังงานน้ำมันมาขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อมอบพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากความกังวล 

เทคโนโลยี REEV: ประสบการณ์ขับขี่แบบไฟฟ้า พร้อมการใช้งานที่ครบถ้วนยิ่งขึ้นระบบ REEV ทำงานในรูปแบบ Series Hybrid โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น โดยไม่ได้ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง จึงยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่แบบรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง เมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลง เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับขี่อย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงก์ที่ติดกับรถไปทุกที่ ทำให้สามารถใช้งานด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน และเดินทางต่อเนื่องในระยะไกลได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิด "ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้" (When Life Happens, Keep Moving!)

JAECOO 6T REEV: สมรรถนะและเทคโนโลยีที่พร้อมสำหรับทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้
JAECOO 6T REEV รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุด 190 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และสูงสุด 160 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ขณะที่ระยะทางขับขี่รวมทำได้สูงสุด 800 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และ 750 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ครอบคลุมทั้งการใช้งานประจำวันและทริประยะไกลโดยไม่ต้องปรับพฤติกรรมการใช้รถมากนัก และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ในด้านสมรรถนะ รุ่น 2WD ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตันเมตร ขณะที่รุ่น 4WD ให้กำลังสูงสุด 428 แรงม้า พร้อมแรงบิด 505 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.5 วินาที เสริมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD ที่ปรับการทำงานระหว่าง 2WD และ 4WD โดยอัตโนมัติ พร้อมกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์

JAECOO 6T REEV ยังออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน ด้วยความสามารถในการลุยน้ำท่วมขังระดับ 600 มิลลิเมตร ความสามารถในการขึ้นทางลาดชัน 55% หรือประมาณ 29 องศา และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบในรุ่น 4WD ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองและเส้นทางออฟโรด

แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 33.67 kWh รองรับการชาร์จจากภายนอก โดยชาร์จ AC ได้สูงสุด 6.6 kW และชาร์จ DC ได้สูงสุด 100 kW เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายกับการชาร์จได้ทั้งที่บ้านและระหว่างการเดินทาง Smart Power, Smart Distance, Smart Technology: จุดเด่นที่ออกแบบสำหรับการใช้งานจริงในประเทศไทย

JAECOO 6T REEV มาพร้อมกับคอนเซปต์ When Life Happens, Keep Moving ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้ เพื่อให้เหมาะกับบริบทการใช้รถในประเทศไทย ทั้งการจราจรในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะ การยึดเกาะ และความปลอดภัยสูง

Smart Power พลังที่ตอบสนองทุกสถานการณ์ สะท้อนผ่านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ให้การตอบสนองรวดเร็วตามแบบรถไฟฟ้า ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบ ช่วยให้รถปรับการทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ เสริมด้วยช่วงล่างด้านหลังแบบ 

H-ARM ที่ช่วยเพิ่มการทรงตัว ความนุ่มนวล และการยึด เกาะถนนSmart Distance สบายใจในทุกการเดินทาง พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยระยะทางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนในชีวิตประจำวัน พร้อมเพิ่มความต่อเนื่องในการเดินทางไกลด้วยระบบขยายระยะทาง เสริมด้วยฟังก์ชัน V2L ขนาด 2.3 kW และ Camping Mode สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานนอกสถานที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ด้วยเบาะนั่งแบบ Super Comfort ที่มาพร้อมที่รองขา ฟังก์ชันนวด ระบบระบายอากาศ และการปรับดันหลังด้วยไฟฟ้า ขณะที่พนักพิงเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ เพื่อความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง 

Smart Technology เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่พร้อมดูแลทุกการเดินทาง ด้วยการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกสถานการณ์ มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 15 ฟังก์ชัน กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา และระบบชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย 50 วัตต์


คุณบิล จาง รองประธานแบรนด์โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย กล่าวว่า “JAECOO 6T REEV สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในประเทศไทย ด้วยระบบ REEV ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักและมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทาง รถรุ่นนี้จึงมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไฟฟ้า 100% พร้อมความสะดวกในการเดินทางในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกลระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะมากขึ้น เราเชื่อว่า JAECOO 6T REEV จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความสะดวก และความมั่นใจในการใช้งาน” ที่สะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมือง และนอกเมืองได้อย่างลงตัว 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
อย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สโมสรโรตารีกรุงเทพมหานคร ร่วมสัมมนาคณะกรรมการสโมสร ภาค 3350 โรตารีสากล

พร้อมแสดงความยินดีนายกสโมสรคนใหม่ ปีบริหาร 2569-2570

สโมสรโรตารีกรุงเทพมหานคร (Rotary Club of Krungthep Mahanakorn) นำโดย นายกก่อตั้ง แพทย์หญิงรุ่งไพลิน รัตนชีวร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสโมสร เข้าร่วมการสัมมนาคณะกรรมการสโมสร ภาค 3350 โรตารีสากล ประจำปีบริหาร 2569-2570 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานและเสริมสร้างศักยภาพการบริหารสโมสรให้มีประสิทธิภาพตลอดปีบริหาร

ภายในงานได้มีพิธีสถาปนานายกสโมสรคนใหม่ โดย นายกศรีสองรัก ชัยสิทธิ์ เข้ารับตำแหน่งนายกสโมสรอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้ได้มีพิธีมอบเหรียญอดีตนายกสโมสร เพื่อแสดงความขอบคุณและเชิดชูเกียรติแก่ นายกจิตศักดิ์ หลิมภากรกุล สำหรับความเสียสละและการอุทิศตนในการนำพาสโมสรตลอดวาระที่ผ่านมา

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ คณะกรรมการและสมาชิกสโมสรโรตารีกรุงเทพมหานครได้ร่วมแสดงความยินดี มอบกำลังใจ และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีสถาปนา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความอบอุ่น และความสามัคคีของชาวโรแทเรียน ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในการสานต่ออุดมการณ์แห่งการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ภายใต้แนวทางของโรตารีสากล




การเข้าร่วมสัมมนาและพิธีสถาปนาในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของสโมสรโรตารีกรุงเทพมหานครในการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กร พัฒนาศักยภาพผู้นำ และสร้างความร่วมมือระหว่างสโมสรในภาค 3350 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการบริการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืนตลอดปีบริหาร 2569–2570

ข่าวประชาสัมพันธ์

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรม The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention เปิดตัวแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Lon...

โวยวายดอทคอม