วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

การ์ดอย่าตก! เข้าหน้าฝนแถมโควิดระบาดรอบใหม่ ฟิตสุขภาพด้วย “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก.

”สูตรอ่อนโยน ดูดซึมดี พลัสบิลเบอร์รี่ ดูแลสายตา ผิวพรรณ จัดโปรลดสุดคุ้ม 2 ซอง เพียง 69 บาท 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกลับมาระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยใหม่ที่ชื่อว่า NB.1.8.1 หรือ “โควิดนิมบัส” ซึ่งกำลังระบาดเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสิงคโปร์และประเทศไทย ประกอบกับเข้าฤดูฝนแล้วที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จนทำให้หลายคนเริ่มมีอาการหวัดหรือภูมิแพ้ถามหา การเสริมเกราะป้องกันให้ร่างกายจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม 

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด มีตัวช่วยสำคัญของคนยุคนี้ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry) วิตามินซีสูตรพิเศษที่ไม่เพียงแต่ช่วย เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสู้ทุกสภาวะ แต่ยังตอบโจทย์คนวัยทำงานในยุคดิจิทัล ด้วยคุณสมบัติเด่นในการบำรุงและถนอมดวงตา ลดอาการตาแห้ง ล้า พร่าเบลอจากการจ้องหน้าจอนานๆ พร้อมทั้งช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส แถมยังเป็นวิตามินซีสูตรอ่อนโยน (Non-Acid) ที่ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในเม็ดเดียว 


“ไบโอ โปร ซี’ วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry)
ขนาดแบบซองซิบ พกพาสะดวก บรรจุ 7 เม็ด พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ซื้อ 2 ซอง ลดเหลือเพียง 69 บาท จากปกติ 98 บาท (พิเศษสำหรับสมาชิก All Member ลดเพิ่ม 1 บาท เหลือเพียง 68 บาท) หาซื้อได้ ง่ายๆ ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 23 มิถุนายน 2569 นี้

อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จาก 7 สารสำคัญใน 1 เม็ด ของ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” ได้แก่

1. วิตามินซี 1000 มก. (Vitamin C 1000 mg.) : วิตามินซีในรูปแคลเซียมแอสคอร์เบท (Buffered Vitamin C) ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี อ่อนโยนต่อกระเพาะอาหาร เสริมภูมิคุ้มกัน ลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการหวัด พร้อมช่วยสร้างคอลลาเจนเพื่อสุขภาพผิว

2. สารสกัดจากผลโรสฮิปส์ (Rose Hips Fruit Extract) : อุดมด้วยวิตามินซีธรรมชาติและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงหวัดและภูมิแพ้ พร้อมช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิว

3. สารสกัดจากผลคามู คามู (Camu Camu Fruit Extract) : แหล่งวิตามินซีธรรมชาติสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ พร้อมสนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

4. สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ (Bilberry Extract) : อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน 25% ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการตาล้า ตาแห้ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลานาน

5. สารสกัดจากส้มสีแดง (Blood Orange Extract) : อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ลดความหมองคล้ำ และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนสดใส

6. ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ (Citrus Bioflavonoids) : ช่วยเสริมการดูดซึมวิตามินซี และช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดฝอย

7. วิตามินเอ (Vitamin A) : ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการตาฟางและตาบอดกลางคืน พร้อมช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การรับประทาน เพียงวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ก็ได้รับคุณประโยชน์ครบถ้วน จึงเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกในการดูแลสุขภาพร่างกาย ดวงตา และดูแลผิวพรรณให้สดใสไปพร้อมกัน

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม “บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” ได้ที่ https://bshine.co.th/bioproc/,
FB : B Shine, Line : @Bshine,  TikTok : bshine.official, IG : bshinenutritionplus

SHEEP ดึง POLCASAN ต่อยอดสู่คอลเลคชั่นเคสมือถือเชื่อมแฟนคัลเจอร์ สร้างสีสันตลาดไลฟ์สไตล์

            

SHEEPแบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทย เผยโฉมเคสคอลเลคชั่นล่าสุด  SHEEP × POLCASAN   โดย SHEEP นำ Polcasan คาแรกเตอร์ชื่อดัง มาพัฒนาเป็น Phone Case Collection ที่เป็นเคสยัยซังครั้งแรกของโลก พร้อมต่อยอดสู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์ไอเท็ม ที่สะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และวัฒนธรรมแฟนด้อมยุคใหม่                    


อภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด  กล่าวว่า การร่วมงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงนำคาแรคเตอร์ “โพก้าซัง” มาต่อยอดบนสินค้า  แต่สะท้อนแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ไทย × คาแรคเตอร์ไทย  ที่มี DNA ร่วมกันอย่างชัดเจน และสามารถเติบโตไปด้วยกันในตลาดไลฟ์สไตล์ Polcasan  เป็นคาแรกเตอร์ที่เป็นลูกของ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ  เตชะอภัยคุณ ขณะที่ SHEEP คือแบรนด์ที่เชื่อในการแสดงตัวตนผ่านสิ่งของในชีวิตประจำวัน  เรามองว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ไม่ควรทำหน้าที่แค่ใช้งาน แต่ต้องสะท้อนตัวตนและความรู้สึกของผู้ใช้ได้จริง         

 “Polcasan” เป็นลูกครึ่งผสมกันระหว่าง หมีโพลาร์-วาฬออร์กา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มแฟนด้อมคอลเลคชั่น  SHEEP × POLCASAN เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ความทรงจำดี ๆ ของแฟนด้อมที่ได้เห็นยัยซังมาในรูปแบบของเคสมือถือที่อยู่ใกล้ๆตัวทุกคน    SHEEP อยากให้ทุกคนเชื่อในจินตนาการของตัวเองผ่าน Polcasan Collection เพราะทุกไอเดียมักเริ่มจากจินตนาการเล็กๆ   โดยSHEEP ดีไซน์ลายเส้นแบบ Doodle ภายใต้คอนเซ็ปต์ Doodle The Confidence  ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายเส้นอิสระของสีเทียนและความกล้าในวัยเด็กที่ไม่กลัวถูกผิด โดยเคส Polcasan ถ่ายทอด ออกมา2 ลายให้เลือก ลาย I am Polcasan กับลาย Polcasan รองรับ iPhone รุ่น 11 – 17 และ Samsung Galaxy S23 Ultra – S26 Ultra  ตอกย้ำกลยุทธ์ของแบรนด์ในการขยายจาก “เคสมือถือ” สู่ “Lifestyle Accessories Brand” ที่ผสานแฟชั่น เทคโนโลยี และวัฒนธรรมป๊อปเข้าด้วยกัน



“เราเชื่อว่า คอลเลคชั่น SHEEP × POLCASAN    คืออีกก้าวสำคัญของแบรนด์ไทยยุคใหม่ ที่นำคาแรคเตอร์มาต่อยอดสู่สินค้าไลฟ์สไตล์  พร้อมผลักดันงานดีไซน์และศักยภาพการผลิตของไทย สู่ระดับสากล”  คุณอภินันท์ กล่าวทิ้งท้าย               



ด้านบรรยากาศภายในงาน SHEEP : Doodle The Confidence  จัดขึ้นที่  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตล์  บางกะปิ ถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ห้องเรียนแห่งจินตนาการ” พร้อมผนังกระดาษกราฟสำหรับร่วมสร้างสรรค์ลายเส้น โต๊ะเรียน เก้าอี้ และโซนจัดแสดงเคสในรูปแบบล็อกเกอร์นักเรียน ภายในงานยังมี “เต-ตะวัน” และ “นิว-ฐิติภูมิ” ร่วมพูดคุยพร้อมด้วย POLCASAN และ Special Friend อย่าง “สำรวย” และ “อะโวเชี่ยน”  ที่มาร่วมโชว์พิเศษและสร้างโมเมนต์อบอุ่นกับแฟนคลับสะท้อนพลังของแฟนด้อมที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์และการสร้างแบรนด์ยุคใหม่

พบกับ SHEEP × POLCASAN เคสยัยซังครั้งแรกของโลก ได้ทั้ง 11 สาขาด้วยกัน ร้าน SHEEP Flagship Store  3 สาขา ที่ขายเฉพาะสินค้าแบรนด์SHEEP เซ็นทรัลเวิลด์,เมกะบางนาและฟิวเจอร์พาร์ครังสิตร้านAppleSheep 8 สาขา  ที่ขายสินค้าในรูปแบบ Multi-Store โดยจะมีทั้งสินค้าแบรนด์SHEEP และแบรนด์อื่น ๆให้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้า Gadget และไลฟ์สไตล์ ได้แก่สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ,  ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ,แฟชั่นไอแลนด์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์  , เซ็นทรัลขอนแก่น ,เซ็นทรัลหาดใหญ่ หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่  www.applesheepth.com, Line: @applesheep, Facebook: AppleSheep เคส ipadpro มีที่เก็บปากกา, Instagram: applesheepth, Tiktok: applesheepth 

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ชิลีมองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว รับการขยายตัวของสินค้าอาหารพรีเมียม

กรุงเทพฯ, 29 พฤษภาคม 2569 ชิลียกระดับความสำคัญของไทยและอาเซียนเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการสินค้าอาหาร อาหารทะเล และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกของชิลี หรือ ProChile กล่าวในพิธีเปิดงานประชุมสุดยอดธุรกิจ Chile–ASEAN Business Summit 2026 ว่า ชิลีมองอาเซียนมากกว่าเพียงตลาดเกิดใหม่ “เราจริงจังกับตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก มีสัดส่วนราว 7.8% ของการค้าโลก และมีประชากรกว่า 680 ล้านคน เราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสอันมหาศาลสำหรับสินค้าและบริการของชิลีในภูมิภาคนี้  “เจตจำนงของเราคือการสร้างความสัมพันธ์บนรากฐานของความเชื่อมั่น และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย”

ในงานประชุม ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ กรุงเทพฯ ตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก และหน่วยงานด้านการค้าของชิลี ได้ชูประเด็นความต้องการ ที่เพิ่มขึ้น ในภูมิภาคต่อสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน พร้อมชี้ว่าระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเข้าถึงตลาด เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายความร่วมมือทางการค้าในอนาคต

การประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี–อาเซียน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 โดย ProChile หน่วยงานส่งเสริมการส่งออกภายใต้กระทรวงการต่างประเทศชิลี หลังจากความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ในปีที่แล้ว เพื่อนำผู้ส่งออกจากชิลีเดินทางเข้าร่วมพบปะผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย สมาคมอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจจากทั่วทั้ง  ภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การส่งเสริมการค้า การเชื่อม  โยงตลาด และการจับคู่ธุรกิจ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนต่อชิลีในฐานะคู่ค้าเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตระยะยาว โดยมีไทยเป็นประตูการค้าสำคัญสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวแทนการค้าจากชิลีเน้นย้ำว่า ในมุมมองของชิลี ประเทศไทยไม่ใช่เพียงตลาดเดี่ยว แต่เป็นเวทีที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด ไทยมีศักยภาพด้านการค้าปลีก โลจิสติกส์ ธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมอาหาร และเครือข่ายการกระจายสินค้าระดับภูมิภาค จึงมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการค้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือตลอดการประชุม คือ ความสนใจต่อสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรจากชิลีในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพสูงระดับพรีเมียม ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คำนึงถึงความยั่งยืน และมีความมั่นคงด้านอุปทานในระยะยาวตลอดสัปดาห์ของการประชุม มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ “Meet the Buyers” ร่วมกับกลุ่มค้าปลีกและผู้นำเข้ารายใหญ่ของอาเซียน กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การศึกษาตลาดและดูงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ THAIFEX–Anuga Asia

ในการศึกษาดูงาน คณะผู้แทนจากชิลีได้เข้าเยี่ยมชมและพบปะผู้บริหารธุรกิจชั้นนำของไทยและภูมิภาค ได้แก่ GO Wholesale, CP Group, ตลาดไท, ท่าเรือแหลมฉบัง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความรู้  ด้านต่างๆ ทั้งโลจิสติกส์ ระบบห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนแอตแลนติก และโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้าอาหาร โดยประเด็นหารือต่างสะท้อนถึงความต้องการของอาเซียนต่อสินค้าอาหารจากชิลีที่มีคุณภาพสูง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน

คณะผู้แทนจากชิลีประกอบด้วยบริษัท 28 แห่ง จากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารทะเล ปลาแซลมอน หอยแมลงภู่ ผลไม้สด เนื้อสัตว์ ถั่ว ผลไม้อบแห้ง ธุรกิจเกษตร ผลิตภัณฑ์ป่าไม้ เทคโนโลยีอาหาร และโซลูชันด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมชั้นนำของชิลีเข้าร่วม ได้แก่ นายอีวาน มารัมบิโอ ประธาน Fruits from Chile, นายราฟาเอล เลการอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Faenacar (ChileMeat), นายเอดูอาร์โด ปิกโคโล ตัวแทน  AMI Chile (Chile Mussels), นายมาร์ติน คอร์เรอา ตัวแทน ChileNuts และนายโรดริโก บุสตอส ตัวแทน SalmonChile  ผู้ส่งออกจากชิลีระบุว่า ความต้องการสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และผลิตอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสสำคัญให้อุตสาหกรรมอาหารของชิลีเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น

นายเฟอร์นันเดซย้ำว่า แนวทางดำเนินธุรกิจของชิลีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระยะยาว มากกว่าการขยายตัวทางการค้าในระยะสั้น “ชิลีมีเครือข่ายการค้าที่แข็งแกร่งทั่วโลก ทำให้เราพร้อมเป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจอาเซียนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา และเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ และการเติบโตในระยะยาว”

นอกจากโอกาสทางการค้า ตัวแทนภาคธุรกิจชิลียังชี้ว่า การพัฒนาประสิทธิภาพด้าน โลจิสติกส์ การขยายโครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเร่งกระบวนการอนุมัติสินค้าเกษตรเพื่อเข้าถึงตลาดเอเชียตะวันออก  เฉียงใต้ เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในระยะยาว ข้อมูลการค้าล่าสุดระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 5.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้าอาหารจากชิลีสู่อาเซียนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จาก 295 ล้านดอลลาร์  สหรัฐในปี 2558 เป็น 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนในยุทธศาสตร์การส่งออกระดับโลกของชิลี

ขณะที่อาเซียนมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการบริโภคอาหาร การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เป้าหมายของชิลีในภูมิภาคนี้จึงไม่ใช่เพียงผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพสูง แต่ยังต้องการเป็นพันธมิตรระยะยาวที่แสวงหาบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการค้า นวัตกรรม ความยั่งยืน และความร่วมมือทางธุรกิจ

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน

พระมหาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต โดยมีตำแหน่ง ประธานสงฆ์ ที่วัดหนองกก-หนองยาว โดยปัจจุบันท่าน
จำพรรษา  อยู่ที่วัดหนองกก-หนองยาว พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน เจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านการ เทศน์มหาชาติ และ เทศน์แหล่ประยุกต์ ผู้สืบทอดคำสอนที่เปลี่ยนธรรมะให้เข้าถึงง่าย ช่วยจุดประกายความคิดและเยียวยาจิตใจ  สร้างความเฮฮาตลอดการเทศน์ ยิ่งกว่านั้น เป็นการเทศน์ที่มีเนื้อหาทันสมัยท่านใช้กลวิธีที่หลากหลายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกวัยปรับใช้ในชีวิต

พระมหาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต เป็นพระรูปหนึ่งที่ควรยกย่องว่าเป็นสุดยอดของพระภิกษุอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน โดยทำหน้าที่สืบทอดภาษาถิ่น สอดแทรกคำสอน และหล่อหลอมความสามัคคีผ่านประเพณีดั้งเดิม นิยมเทศน์ในงานบุญประเพณี โดยเฉพาะ บุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) และบุญกฐิน ซึ่งช่วยดึงดูดให้คนในชุมชนทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วม ได้เงินมาไม่เคยสะสมเป็น สะพานบุญ ให้กับชาวพุทธอย่างแท้จริง

บทบาทพระสงฆ์กับสังคมไทย ในอดีตพระคือ แกนนำของหมู่บ้านการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผ่านการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยใช้ภาษาเป็นสื่อกลางในการติดต่อกับอำนาจเหนือธรรมชาติที่สิงสถิตอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์  ให้ล่วงรู้ถึงการประพฤติปฏิบัติตนที่ดีของชาวบ้านเพื่อที่จะคุ้มครองชาวบ้านจากภัยทั้งปวงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในการพึ่งพาอาศัยกัน ประยุกต์ธรรมะเข้ากับแนวคิดการดำเนินชีวิต มีคุณงามความดีและปฏิบัติชอบอยู่ในระเบียบของพระพุทธศาสนา และช่วยเผยแพร่ศาสนาขององค์พระพุทธเจ้ามาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

การพัฒนา วัดหนองกก-หนองยาว พระมหาสมเกียรติ ท่านเป็นผู้นำพาญาติโยมและคณะสงฆ์พัฒนา
วัดหนองกก-หนองยาว อย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนงานเผยแผ่ศาสนา ท่านเป็นเจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ 

รับกิจนิมนต์แสดงธรรมเทศนาและเทศน์แหล่อีสานตามงานบุญประเพณีและงานอุทิศส่วนกุศลต่างๆ ทั่วภาคอีสานการอนุรักษ์วัฒนธรรม: บทบาทของท่านมีส่วนสำคัญในการสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะการเทศน์แหล่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวอีสาน 


วัดหนองกก-หนองยาว  อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
เพจ สำนักเทศน์เสียงพระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
fb : พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
ไลน์แอด mahasomkiatใส่@นะครับ
TikTok @phramahasomkiat 

#ติดต่อนิมนต์แสดงธรรมแหล่อิสาน
#อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอิสาน

ททท. จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคันเมืองโบราณสุโขทัย


ททท. จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคันเมืองโบราณสุโขทัย วันวิสาขบูชา ท่ามกลางโบราณสถานวัดช้างล้อม เสริมสิริมงคลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 

จังหวัดสุโขทัย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัยร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคัน เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาช่วงวันวิสาขบูชาประจำปี 2569 ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 30 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ณโบราณสถานวัดช้างล้อมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป 


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันสำคัญ วันวิสาขบูชาโดยได้รับเกียรติจากเรือโทภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานในพิธี

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วยพิธีเวียนเทียนตะคัน  “ตะคัน” เป็นลักษณะเทียนที่อยู่ในเครื่องปั้นดินเผา อันสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวสุโขทัย ที่มีมาแต่โบราณถือเป็นเป็นการอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมประสานกับกิจกรรมความเชื่อในการสร้างสิริมงคลให้กับผู้เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมออกร้าน จำหน่ายอาหารท้องถิ่นรวมทั้งของที่ระลึก จากชุมชนในพื้นที่ กว่า 20 ร้าน รวมทั้งกิจกรรมการแลกรับของที่ระลึกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย และพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักค้างคืนในจังหวัดสุโขทัย ททท. สำนักงานสุโขทัย สนับสนุน คูปองมูลค่าพิเศษเพื่อแลกซื้อของที่ระลึกภายในงาน


ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มระยะพำนักของนักท่องเที่ยวตลอดจนเพิ่มค่าใช้จ่าย ในช่วง Green Season  รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้มีกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระเสริมสิริมงคลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามของโบราณสถานวัดช้างล้อมยามค่ำคืนที่ประดับประดาตกแต่งไฟอย่างสวยงาม ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับชุมชนอันจะทำให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนมากยิ่งขึ้น

ททท. สำนักงานสุโขทัย ขอเชิญนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 30 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดช้างล้อมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook ททท. สำนักงานสุโขทัย
โทรศัพท์ 055 616 228-9

#AmazingThailand 

#เวียนเทียนตะคัน 

#วันวิสาขบูชา 

#เมืองโบราณสุโขทัย #วัดช้างล้อม 

#สุโขไทม์ 

#สุโขสุขีที่สุโขทัย

“สายสีแดง” เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

 


รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชำระผ่านแอป “เป๋าตัง” เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการที่สำคัญ ดังนี้

- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

- ต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมาในอดีต

- สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส" ใช้ได้สำหรับการซื้อเหรียญโดยสารเท่านั้น

- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ (Refund)

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โทรหมายเลข. 0 2111 1122 (กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ThinkFest 2026 เริ่มแล้ว! ชวนทุกคนมา Creative Hopping

ปลุกพลังสร้างสรรค์ตามตรอกซอกซอยทั่วย่านอารีย์ 29 - 31 พฤษภาคมนี้
“ThinkFest 2026” เปลี่ยนย่านอารีย์ให้กลายเป็นพื้นที่ Creative Hopping เต็มรูปแบบ ชวนคนเมืองออกมาเดินสำรวจไอเดีย ค้นหาแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงผู้คนผ่านกิจกรรมไฮไลท์ที่กระจายตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยและสถานที่ยอดฮิตทั่วย่านอารีย์ ตลอด 3 วันเต็ม โดยเพื่อความสะดวกในการเดินทางเช็กอิน สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานสามารถติดตามตารางกิจกรรมแยกตามรายวันและสถานที่จัดงานได้ดังนี้






วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 (วันแรกของเทศกาล) ทั่วย่านอารีย์ (Ari Neighborhood)

-CheezeLooker: ตราหลาด — ตลาดมีตรา | Flea Market Hopping ชวนค้นพบผู้คนและแฟชั่นสไตล์อารีย์กระจายตัวใน 4 โลเคชัน (BrandThink, White Cloud, GUMP'S Ari, Josh Hotel)

-'SAUCE TOUR' ทัวร์กินได้ | สำรวจอารีย์ผ่านรสชาติกับ 3 โฮสต์ตัวจริงเรื่องอาหาร และ 7 ร้านหลากสไตล์

ในคอนเซปต์ International-Local Culture | บัตร Event Pass 599 บาท

-Art Exhibition of Ari | ชม Installation art โดย Pantang Artwork, ภาพชีวิตคนขับเคลื่อนย่านโดย ปกฉัตร วรทรัพย์, Video Mapping รั้วเฟื่องฟ้าซอย 5 โดย TYJ และโปสเตอร์เล่าการเปลี่ยนแปลง 20 ปีปาร์ตี้กรุงเทพฯ โดย Dudesweet

-Dudesweet x House Lagom x Hush: Silent Disco Pride Month Ari Block Party | สตรีทปาร์ตี้ Silent Disco 3 คลื่น เลือกสลับแชนเนลแนวเพลงที่ชอบได้ตลอดคืน พร้อมโชว์พิเศษจากแดนเซอร์

-GUMP'S Ari

MOODY: Whisper of Change, Embrace of Butterfly | นิทรรศการชวนย้อนสำรวจ 'ผีเสื้อแห่งอารมณ์' และร่องรอยความทรงจำในวัยเด็ก เพื่อทำความเข้าใจบาดแผลและตัวตน



ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจาก 3 ค่ายเพลงชั้นนำ What The Duck, WhiteFox และ LOVEiS นำโดยทัพศิลปินชื่อดัง อาทิ 2ECTASY, JEFFY, KAKAGOES BACKHOME, MUTE., MILLIESNOW, SOUNDSLEEP, ARABELLE, CHERIIE, DIDIXDADA, LE7EL, DUMB.RONG, MicMac, NEWERY และ J.RABBIT

White Cloud
ooca: SOUL RESET | หยุดพักจากความเครียดผ่าน 3 ขั้นตอน: Cacao Ceremony, Vision Board และ Ecstatic Movement (จำกัดวันละ 1 รอบ) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | เวทีฟรีคอนเสิร์ตจากค่ายเพลงชั้นนำทัพศิลปินจัดเต็มตลอดวัน

Tempo Bar

-Tempo Bar: Weekend Swap (วันศุกร์: ธีมแลกเสื้อยืด) | กิจกรรมหมุนเวียนของใช้ในบ้านแบบเป็นกันเอง นำของมาเท่าไหร่ แลกกลับไปได้เท่านั้น | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | พื้นที่ปล่อยของ ‘Jam Session’ ชวนศิลปินและนักดนตรีมาแจมเพลงสดๆ และเวทีโชว์ศักยภาพของนักดนตรีรุ่นใหม่ทุกแนวเพลง

BrandThink

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เวทีเปิดสำหรับคนรักดนตรีและศิลปินรุ่นใหม่ร่วมแจมและโปรโมตวงของตัวเอง

Bew's Act-Things

Bew's Act-Things: Acting Workshop | เวิร์กช็อปสำรวจตัวเองผ่านศิลปะการละครและการฝึกสติ ใน 4 ธีม: 

อยู่กับปัจจุบัน, เกมการละคร, ความเชื่อมโยงรอบตัว และสถานะอำนาจที่มองไม่เห็น
| บัตร Event Pass 299 บาท / เวิร์กช็อป













วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
White Cloud (THINK MODE)

AD ADDICT: Idea Fuel Station | สถานีเติมไอเดียธุรกิจผ่าน 3 เซสชัน: ธุรกิจคลื่นลูกใหม่, เคล็ดลับการอยู่รอด และชีวิตครีเอทีฟ

WORLD CHANGES, DON'T WASTE YOUR TIME by CASIO | ทอล์กแรงบันดาลใจในยุคเทรนด์เปลี่ยนไว ชวนค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ต้องรีบตาม และแนวคิดปรับตัวเข้ากับโลกโดยไม่สูญเสียตัวตน

ooca: SOUL RESET | กิจกรรมหยุดพักจากความเครียด 3 ขั้นตอน (Cacao Ceremony / Vision Board / Ecstatic Movement) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจากค่ายเพลงชั้นนำ

Josh Hotel

BrandThink: Everybody Changes, Me Too. | วงสนทนาเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง ลักญ-เอกลักญ (MD, BrandThink) และ เหว่ง-ภูศณัฎฐ์ (Co-Founder, เทพลีลา) เจาะลึกเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของผู้นำองค์กร

BrandThink

เงินแบบไหน…ที่เหมาะกับชีวิตแบบเรา? by ธนาคารออมสิน | ทอล์กพิเศษกับ 'เบนซ์ ไกจิน' ว่าด้วยการบาลานซ์ชีวิตครีเอทีฟกับความมั่นคง การวางแผนการเงิน และนิยามอิสระทางการเงินของคนเมือง

ธนาคารจิตอาสา x ความสุขประเทศไทย: LISTENING IS SUPERPOWER
| เวิร์กช็อปการฟัง เรียนรู้คุณสมบัติ 3 ประการในการฟังเพื่อเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าใจกันมากขึ้น
| บัตร Event Pass 199 บาท (รายได้บริจาคการกุศล)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักดนตรีรุ่นใหม่มาแจมเพลงกันสดๆ เป็นวันสุดท้าย



วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 (วันสุดท้ายของเทศกาล)

White Cloud

RoundShare นิ้วกลม x TCP | วงสนทนาโดย 'นิ้วกลม' แบ่งเป็น 'วงไข่แดง' สำหรับผู้แชร์ และ 'วงไข่ขาว' สำหรับผู้นั่งฟัง เพื่อปลุกพลังและแลกเปลี่ยนเรื่องราวโดยไม่ตัดสิน

ooca: SOUL RESET | เวิร์กช็อปหยุดพักจากความเครียดรอบสุดท้ายของเทศกาล
| บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | มหกรรมฟรีคอนเสิร์ตส่งท้ายเทศกาลทั่วย่านอารีย์ ร่วมกับเวทีจุด GUMP'S Ari

Josh Hotel

Creative Talk: Change in a Bottle | Deep Talk ริมสระน้ำ เขียนนิสัยที่อยากเปลี่ยนลงขวด ฟังแรงบันดาลใจจาก Speaker แล้วร่วมกันลอยขวดเพื่อเปลี่ยน 'ตัวตนเดิม' รับ 'ตัวตนใหม่' มาแชร์ร่วมกัน
| บัตร Event Pass 150 บาท

Tempo Bar

Tempo Bar: Weekend Swap (วันอาทิตย์: ธีมแลกหนังสือ) | ส่งท้ายกิจกรรมหมุนเวียนของใช้ นำหนังสือ

มาแลกเปลี่ยนของรักชิ้นใหม่กลับบ้าน | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

กิจกรรมส่งท้ายรอบวัน (จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันแรก)

ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’ | กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-) | นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติรอบสุดท้าย (Event Pass 299.-)

กิจกรรมต่อเนื่อง (จัดทุกวันตลอดเทศกาล 29 - 31 พ.ค. 2569)

ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’ | กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-)  นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari | ปาร์ตี้สตรีท Silent Disco (จัดถึงวันนี้เป็นวันสุดท้าย)

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change และเวทีฟรีคอนเสิร์ต ThinkFest Concert

Tempo Bar: กิจกรรมแลกของ Weekend Swap (วันเสาร์: ธีมแลกของครัว) (Event Pass 50.-) และ Mahaheretonight Jam Session

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติ (Event Pass 299.-)

ThinkFest 2026 จัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 29 — วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 ทั่วย่านอารีย์ กรุงเทพฯ

Free Register — เข้าได้ฟรีตลอด 3 วัน ครอบคลุมตลาด Creative Market, Free Talk Sessions, Art Installation, คอนเสิร์ต และ Jam Session ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://restspace.me/thinkfest

Event Pass — สำหรับกิจกรรมพิเศษเฉพาะทาง เช่น Workshop, Party, Soul Reset, SAUCE TOUR 

และ Change in a Bottle สามารถซื้อบัตรเพิ่มเติมในรูปแบบ Event Pass ราคาเริ่มต้น 20 - 2,500 บาท 

กรณีไม่มีบัตร / ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า: สามารถมาลงทะเบียนหน้างานได้ทันทีที่ 4 จุดแลนด์มาร์กหลักทั่วอารีย์: BrandThink | GUMP'S Ari | White Cloud ซอย 3 | Josh Hotel 





#ThinkFest #Thinkเฟส #EverybodyChanges

#BrandThink #AriHopping #CreativeHopping

ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ดอย่าตก! เข้าหน้าฝนแถมโควิดระบาดรอบใหม่ ฟิตสุขภาพด้วย “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก.

”สูตรอ่อนโยน ดูดซึมดี พลัสบิลเบอร์รี่ ดูแลสายตา ผิวพรรณ จัดโปรลดสุดคุ้ม 2 ซอง เพียง 69 บาท  ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ...

โวยวายดอทคอม