วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

‘กลุ่มธนบุรี’ เปิดตัว ‘smart’ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ถ่ายทอด DNA จาก Mercedes-Benz สะท้อนตัวตนที่แตกต่างอย่างมีสไตล์


ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองไม่ได้มองหาแค่ “ยานพาหนะ” สำหรับการเดินทาง แต่รถยนต์คู่ใจต้องสะท้อนตัวตน รสนิยม และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ล่าสุด กลุ่มธนบุรี ผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมายาวนานกว่า 85 ปี ได้สร้างความตื่นเต้นให้วงการไลฟ์สไตล์และยานยนต์อีกครั้ง รถยนต์ไฟฟ้า smart เจเนอเรชันใหม่ได้รับการออกแบบโดยทีม Mercedes-Benz Global Design ถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์เยอรมันในรูปแบบร่วมสมัย ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่มองหารถยนต์ซึ่งสะท้อนตัวตน พร้อมมอบความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกการเดินทางภายใต้แนวคิด “Open Your Mind” ที่ชวนให้ทุกคนเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของการเดินทาง
บรรยากาศภายในงานเปิดตัวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ Dib26 ซอยสุขุมวิท 26 เต็มไปด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟ สะท้อนภาพจำใหม่ของยานยนต์พรีเมียมไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยโซน Installations ที่ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของรถแต่ละรุ่นผ่านภาพ แสง สี เสียง และองค์ประกอบเชิงไลฟ์สไตล์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัยในแบบฉบับของ smart อย่างใกล้ชิด โดยภายในงานคึกคักและมีชีวิตชีวาไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดัง และอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายวงการ พร้อมทัพดารานักแสดงชั้นนำที่มาร่วมสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคต อาทิ ไบเบิ้ล - วิชญ์ภาส สุเมตติกุล, แบงค์ - ธิติ มหาโยธารักษ์, ตี๋ - ธนพล จารุจิตรานนท์, คิมม่อน - วโรดม เข็มมณฑา และ เพิร์ธ - วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช ก่อนจะต่อเนื่องด้วยบรรยากาศปาร์ตี้และเสียงดนตรีสุดมันส์จากดีเจชื่อดังที่มาสร้างความสนุกสนานตลอดค่ำคืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณปภณ วิริยะพันธุ์ กรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี เป็นประธานกล่าวต้อนรับ

“ในนามกลุ่มธนบุรี ผมภูมิใจที่ได้พาทุกคนมาสัมผัสบทใหม่แห่งการเดินทางกับ smart แบรนด์รถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานยนต์จากเยอรมนี แต่เป็นกระจกสะท้อนรสนิยมและตัวตนของคนเมือง ภายใต้แนวคิด Open Your Mind ที่เราพร้อมดูแลคุณในทุกระยะยาว ตั้งแต่วินาทีแรกของการตัดสินใจ ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ ตลอดจนบริการหลังการขายที่ดีที่สุด ในเฟสแรกนี้ เราพร้อมต้อนรับทุกคนด้วย smart Flagship Showroom บนถนนสาทร ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่โชว์เคสและคอมมูนิตี้สำหรับลูกค้า พร้อมกันนี้ เรายังได้ร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อสร้างโครงข่ายการขายและการบริการให้ครอบคลุมและใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ในโอกาสสำคัญนี้ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเปิดมุมมองใหม่ เติมความสมาร์ทให้ชีวิตเมือง และขับเคลื่อนไปข้างหน้าในแบบที่เป็นคุณไปพร้อมกับเราครับ” Design DNA จาก Mercedes-Benz สู่ไอเทมที่สะท้อนตัวตน
หัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า smart ทุกรุ่น คือการผสานงานออกแบบอันเรียบง่ายเข้ากับความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ถ่ายทอดผ่าน Design DNA อันทรงเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz เพื่อเปลี่ยนทุกชั่วโมงเร่งด่วนให้กลายเป็นช่วงเวลาสุนทรีย์อย่างเหนือระดับ โดยยกทัพมาสร้างความตื่นตาตื่นใจถึง 3 สไตล์ ประเดิมด้วย smart #1 Premium Compact SUV ตัวเลือกสุดฮิปสำหรับคนเมืองที่เน้นความโปร่งโล่งสบายและฟังก์ชันที่ลงตัว ในรุ่น Premium ราคาเพียง 1,449,000 บาท แต่ถ้าใครต้องการยกระดับความโดดเด่นสะกดทุกสายตายิ่งขึ้น ต้องไม่พลาด smart #3 Premium Coupé SUV ที่มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ตคูเป้สุดโฉบเฉี่ยว และสไตล์อันน่าหลงใหลซึ่งถ่ายทอด DNA ความลักชัวรีอย่างเด่นชัด โดยรุ่น Premium เคาะราคาที่ 1,549,000 บาท ก่อนจะพุ่งทะยานสู่ความเหนือระดับขั้นสุดกับ smart #5 Premium Mid-Size SUV ไฮไลต์ทรงพลังที่ผสานความแข็งแกร่งอันดุดันเข้ากับความหรูหราโมเดิร์นได้อย่างเพอร์เฟกต์ พร้อมมอบพื้นที่อเนกประสงค์สุดกว้างขวาง ปลดล็อกทุกขีดจำกัดให้คุณออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในและนอกเมืองได้อย่างทรงพลังและมีสไตล์ที่สุด โดยรุ่น Premium ราคา 1,749,000 บาท มากกว่ายานยนต์ คือ Premium Urban Mobility ของคนรุ่นใหม่

smart ไม่ได้มีความหมายเพียงยานยนต์แบบเดิมๆ แต่เป็นนิยามบทใหม่ของการใช้ชีวิตผ่าน 3 แกนหลักที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง คือ Contemporary Premium : ความพรีเมียมที่เรียบง่ายแต่พิถีพิถันในทุกสัมผัส Mindful Technology : เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ออกแบบรอบตัวผู้ใช้งาน เข้าถึงง่าย และทำให้ชีวิต ประจำวันราบรื่นยิ่งขึ้น และ Inspirational Co-creation : พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดรับมุมมองและคอมมูนิตี้ที่หลากหลาย เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ร่วมกัน
สัมผัสนิยามใหม่ของการเดินทางและไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ที่ผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับดีไซน์อันโดดเด่นเร็วๆ นี้ ที่ smart Flagship Showroom บนถนนสาทร ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้พร้อมขยายพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายรถยนต์ smart ในรูปแบบ Shop-in-shop ภายในโชว์รูม Mercedes-Benz เฟสแรกจำนวน 10 แห่งในเดือนธันวาคม 2569 ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดสำคัญ ได้แก่ ขอนแก่น อุบลราชธานีและเชียงใหม่
การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ smart ภายใต้แนวคิด “Year of Opening New Frontiers” เพื่อก้าวสู่โอกาสใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัด ปัจจุบัน smart ดำเนินธุรกิจครอบคลุมกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ที่พร้อมเดินหน้าขยายตลาดเพื่อนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม และเปิดประสบการณ์การเดินทางอัจฉริยะรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าของ smart ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม smart ที่มาพร้อมการดีไซน์ระดับโลก ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ และประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่เหนือระดับอย่างใกล้ชิดได้ที่ smart Flagship Showroom บนถนนสาทร หรือที่บูธ smart (B01) ภายในงานมหกรรม ยานยนต์ ครั้งที่ 43 และยังสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม smart ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ th.smart.com
@smart.thai @smart_worldwide #smart #smartThailand #ThonburiGroup

แอบเห็นอะไรดี ๆ จาก Brother Thailand

ช่วงนี้ใครไถโซเชียลแล้วเห็นคุณครูหลายคนพร้อมใจกันโพสต์ภาพคู่กับเครื่องพิมพ์ Brother ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะแว่ว ๆ มาว่า Brother Thailand กำลังเดินหน้าส่งต่อเครื่องพิมพ์ให้กับคุณครูและโรงเรียน เพื่อช่วยสนับสนุนการเตรียมสื่อการเรียนการสอนและงานในห้องเรียน

ที่สะดุดตาคือ งานนี้ไม่ได้เห็น Brother ออกมาโหมประชาสัมพันธ์อะไรใหญ่โต แต่กลับเห็นจากโพสต์ขอบคุณของคุณครูผู้ได้รับเครื่องด้วยตัวเอง ทั้งแกะกล่อง ถ่ายภาพคู่กับเครื่อง ไปจนถึงนำไปใช้งานกันจริงในโรงเรียน จนมีชาวโซเชียลเข้ามาคอมเมนต์ถามกันไม่น้อยว่า “โครงการอะไร สมัครยังไง?”

สืบไปสืบมาได้ความว่า Brother เตรียมมอบ เครื่องพิมพ์ Brother Ink Tank จำนวน 10 เครื่องต่อเดือน ระหว่างเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 รวม 40 เครื่อง เพื่อส่งต่อให้คุณครูหรือโรงเรียนที่มีความต้องการใช้งานจริง เห็นภาพครูแต่ละคนดีใจกับ “ผู้ช่วยคนใหม่” แล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ เพราะบางทีเครื่องพิมพ์หนึ่งเครื่องอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับห้องเรียนหนึ่งห้อง มันอาจช่วยให้คุณครูเตรียมใบงาน สื่อการสอน และกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ง่ายขึ้นอีกเยอะ

เงียบ ๆ แต่ทำจริงแบบนี้…น่าจับตาว่า Brother
จะมีเซอร์ไพรส์อะไรให้วงการการศึกษาอีกหรือเปล่า

โฮมโปร คว้ารางวัล “OUTSTANDING CFO” จากเวที “IAA Awards for Listed Companies 2026”


ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริหารการเงิน สะท้อนความเชื่อมั่นจากตลาดทุน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินและความเชื่อมั่นจากตลาดทุนไทย ด้วยการคว้ารางวัล “OUTSTANDING CFO” จากเวที “IAA Awards for Listed Companies 2026” จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association: IAA) โดยมี นางวรรณี จันทามงคล รองกรรมการผู้จัดการ – กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุน เป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลกับนักลงทุนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เวที IAA Awards for Listed Companies ถือเป็นหนึ่งในรางวัลสำคัญของตลาดทุนไทย ที่มุ่งยกย่องผู้บริหารและทีมงานของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลงานโดดเด่น โดยพิจารณาจากการลงคะแนนของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ครอบคลุมทั้งวิสัยทัศน์ ความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจและการเงิน ความโปร่งใสในการดำเนินงาน การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ ตลอดจนศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


สำหรับรางวัล “OUTSTANDING CFO” ที่มอบให้แก่ นางวรรณี จันทามงคล ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทผู้นำด้านการเงินที่มีความโดดเด่น ทั้งการบริหารโครงสร้างเงินทุน การรักษาสภาพคล่อง การบริหารต้นทุนทางการเงิน และการกำกับดูแลความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจที่มีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนทิศทางการลงทุนและการขยายธุรกิจของโฮมโปรให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว 

ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโฮมโปรในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีวินัย การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการวางกลยุทธ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน 

รางวัล OUTSTANDING CFO จึงนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของโฮมโปร ที่สะท้อนถึงการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในตลาดทุนไทย และตอกย้ำความแข็งแกร่งขององค์กรทั้งด้านการบริหารการเงิน การกำกับดูแลกิจการที่ดี และความพร้อมในการสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ภายใต้ความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน

#IAAAwardsforListedCompanies2026 #CFO #โฮมโปร
#HomePro ##HomeLifetimeCompanion

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience


“อะตอม - ชนกันต์” ชวนแฟนเพลงร่วมเดินทางออกจากเขาวงกตทางความคิด ผ่าน 11 เพลง ในอัลบั้มใหม่ “exit”  ฟังก่อนใคร! ในงาน อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience
31 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้ที่ JWD Art Space

เตรียมพบกับประสบการณ์การฟังเพลงสุดพิเศษ เมื่อ “อะตอม - ชนกันต์” ชวนแฟนเพลงร่วมเปิดประตูสู่โลกดนตรีบทใหม่ในงาน อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience อัลบั้ม “exit” ผลงานอัลบั้มเต็มในรอบ 10 ปี ที่พร้อมเปิดโอกาสให้ได้ฟังเพลงครบทั้ง 11 เพลงก่อนใคร พร้อมสัมผัสเรื่องราวและตัวตนของ อะตอม - ชนกันต์ ที่ถ่ายทอดผ่านผลงานชุดใหม่ 

อัลบั้ม “exit” อัลบั้มที่จะชวนผู้ฟังออกเดินทางสำรวจความคิด ความรู้สึก และความสัมพันธ์ ผ่านบทเพลงที่สะท้อนการเติบโต ทั้งในด้านดนตรีและมุมมองชีวิต ซึ่งทุกบทเพลงได้ถูกเรียบเรียงอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนเรื่องราวระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านซาวด์ที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยสีสันใหม่ โดยครั้งนี้แฟนเพลงจะได้สัมผัสผลงานอัลบั้มเต็มในรอบ 10 ปี ก่อนการเผยแพร่ พร้อมร่วมค้นพบเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทั้ง 11 เพลงไปด้วยกัน

สำหรับแฟนเพลงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของงาน อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience ครั้งนี้ได้ 

โดยกดบัตรพร้อมกันวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ได้ที่ zipevent และ IG: Whitemusicrecord https://www.zipeventapp.com/e/atomchanakan-a-pre-release-listening-experience

พิเศษ! พร้อมรับ Official Signed Poster ทุก Ticket และ Surprise Round! รอบพิเศษ ลุ้นเจออะตอม -
ชนกันต์เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมฟังอัลบั้ม “exit” ทั้ง 11 เพลงก่อนใคร พร้อมเดินทางไปกับอีกหนึ่งบทใหม่ของ อะตอม - ชนกันต์ ในวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ JWD Art Space

#atomchanakan #atomexit

Happy Birthday เอิร์ธ สายสว่าง “เจ้าแม่แห่งวงการประชาสัมพันธ์โรงแรมในเมืองไทย”

ล่าสุด เมื่อค่ำคืนวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา “เอิร์ธ สายสว่าง”  จัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า ให้กับตัวเอง ก่อน 1 สัปดาห์  ในช่วงวันคล้ายวันเกิดจริงๆ เจ้าตัวจะบินลัดฟ้าข้ามทะเล ไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับตัวเอง โดยภายในงาน มีเหล่าเซเลบริตี้ คนดัง ดีกรีสุดปัง มาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด ให้กับเจ้าแม่ประชาสัมพันธ์โรงแรมท่านนี้ กันอย่างคึกคัก อาทิ
อาจารย์มีนา มัญชุมาศ และ Dr. Kent Goeking พร้อมด้วย คุณแก้ม-ศรีสองรัก ชัยสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เอเปกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณกิตติพงศ์ จั่นทับทิม Marvin Manager The Park Nine Hotel Suvarnabhumi นำเค้กก้อนโต จากโรงแรมฯ มาร่วมอวยพร ในวันคล้ายวันเกิด พร้อมกับร้องเพลง “แฮปปี้ เบิร์ธเดย์” ให้กับ “เอิร์ธ สายสว่าง” 







สำหรับร้าน อำแดงไต้ฝุ่น  ถือเป็นร้านประจำที่ เจ้าแม่ประชาสัมพันธ์โรงแรม อย่าง เอิร์ธ สว่าง เลือกจัดงานวันเกิดในทุกปี ด้วยเพราะประทับใจในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา  อำแดงไต้ฝุ่น บายเดอะริเวอร์ ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนพระราม 3 ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสุดโรแมนติกและวิวสะพานที่สวยงามโดดเด่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งทานมื้อค่ำท่ามกลางลมแม่น้ำเย็นสบาย พร้อมกับดื่มด่ำทัศนียภาพยามพระอาทิตย์ตกและแสงไฟยามค่ำคืน ตัวร้านตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลร่วมสมัย โดดเด่นด้วยโทนสีแดงอิฐสะดุดตา มีให้เลือกนั่งทั้งโซนห้องแอร์ด้านในและโซนเอาต์ดอร์ริมน้ำที่เปิดโล่งรับวิวแบบพาโนรามา  และทิวทัศน์ ที่สวยงาม ที่มีฉากด้านหน้าเป็นสะพานภูมิพล ท่ามกลางสายลมเย็น ที่ชวนให้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มเย็นๆ และอาหารเลิศรส ที่พร้อมเสิร์ฟตลอดค่ำคืน

ส่วนอาหาร ของทางร้าน เรียกว่า มีให้เลือกอร่อยหลากหลาย ทั้งอาหารรับประทานเล่น เรียกน้ำย่อย ไปจนถึง การรับประทานอาหารแบบเป็นจริงเป็นจัง แบบอิ่มจุกกันเลยทีเดียว โดยไฮไลท์ของเมนูอาหาร ของที่ อำแดงไต้ฝุ่น ฯ ที่คนดังอย่างเอิร์ธ สายสว่างติดอกติดใจ และจัดมาเลี้ยงเหล่าเซเลบริตี้ ยังคงเป็นเมนูอาหารไทย รสชาติจัดจ้าน ให้สมกับความเปรี้ยวแซ่บ กับไลฟ์สไตล์ของเจ้าตัว ไม่ว่าจะเป็น ยำวุ้นเส้นทะเล ที่มีหมึก และกุ้ง เป็นไฮไลท์ แล้วท้อปปิ้งด้วย หมูสับ เพิ่มความมีเทกเจอร์ ให้กับเมนูจานนี้มีความครบรส มากขึ้น





ตามมาด้วย แกงเหลืองไข่ปลายอดมะพร้าวอ่อน เปรี้ยวจี๊ด แซ่บ ถึงใจ หรือ จะเป็น หมูสับต้มบ๋วย หอมกลิ่นใบโหระพา ซดคล่องคอจริงๆ นอกจากนี้ ยังมี ต้มยำปลากระพง ที่เชฟแร่เนื้อปลานุ่มๆ มาแบบพอดีคำ นอกจากนี้ ยังมี “ผัดสามเหม็นปูก้อน” และ “หมูสามชั้นทอดน้ำปลาจิ้มแจ่ว” ที่ต้องสั่งเบิ้ล มาอีกจาน เพราะอร่อยจริงๆ ก่อนปิดท้ายเมนูจานหลักด้วย “ข้าวผัดมันกากหมู” ถือเป็นเมนูจานเด็ด ที่พลาดไม่ได้ต้องสั่งมารับประทานกันให้ได้

มากันที่ เมนูของหวานกันบ้าง เมนูที่ต้องสั่งมารับประทานให้ได้ มีตั้งแต่ รากบัวทอดกรอบ รสชาติหวานเค็มกรอบกรุบๆ ของแป้ง และเนื้อรากบัว หรือ จะเป็น “ขนมอำแดงไต้ฝุ่น” เมนูนี้ ทำจากเต้าหู้โฮมเมด ที่นำไปชุบแป้งบางๆ แล้วนำไปทอด หรือ จี่ น้ำมัน ก่อนนำไปคลุกเคล้ากับถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่บดละเอียด พร้อมด้วยน้ำตาล และเกลือ ซึ่งรสชาติจะคล้ายๆ กับขนมตุ๊บตั๊บ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีขนมไทย อร่อยๆ อย่าง บัวลอยเผือก บัวลอยทุเรียน รวมถึง ยังมีเค้ก อร่อยๆ อีกหลายรสชาติ ที่จัดมาอย่างเต็มอิ่ม สมกับ การเป็นงานวันคล้ายวันเกิด ของ “เอิร์ธ สายสว่าง” 

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ดร.ลักขณา ดิษยะศริน ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชน

ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชนหมู่ 9 และหมู่ 10 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบถุงยังชีพจำนวน 250 ถุง ซึ่งบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมนำวัตถุดิบลงพื้นที่เพื่อประกอบอาหารสดใหม่ โดยลงมือทำครัวกัน ณ พื้นที่ชุมชน ก่อนนำอาหารที่ปรุงเสร็จไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง



บรรเทาความเดือดร้อน....ดร.ลักขณา ดิษยะศริน ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชนหมู่ 9 และหมู่ 10 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้แก่ประชาชน ด้วยการมอบถุงยังชีพจำนวน 250 ถุง ซึ่งบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมนำวัตถุดิบลงพื้นที่เพื่อประกอบอาหารสดใหม่ โดยลงมือทำครัวกัน ณ พื้นที่ชุมชน ก่อนนำอาหารที่ปรุงเสร็จไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน แต่ยังเป็นการนำอาหารไปปรุง กันสด ๆ ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประทานอาหารที่ทำเสร็จใหม่ ๆ พร้อมส่งมอบความห่วงใยผ่านการลงมือทำด้วยความตั้งใจ สร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปัน ความอบอุ่น และความเอื้ออาทรให้แก่ชุมชน

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Silverskin Cafe & Bistro เปิดรสชาติแห่งงานคราฟต์

สัมผัสเสน่ห์ Sourdough หมัก และ Pizza อบสดสไตล์อิตาเลียนที่รังสรรค์จากวัตถุดิบคัดสรรและความพิถีพิถัน

กลิ่นหอมของขนมปังอบสด เนื้อสัมผัสที่เกิดจากการหมักอย่างพิถีพิถัน และพิซซ่าร้อน ๆ จากเตา คืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่รอต้อนรับนักชิมที่ Silverskin Cafe & Bistro คาเฟ่และบิสโทรที่ถ่ายทอดความใส่ใจผ่านสองซิกเนเจอร์หลักอย่าง Sourdough และ Pizza โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมแป้ง ไปจนถึงเวลาและเทคนิคที่ช่วยดึงบุคลิกของแต่ละเมนูออกมาอย่างเต็มที่ ภายในไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้มอลล์ PARK11 ของโครงการ Reignwood Park
หัวใจของ Sourdough ที่ Silverskin อยู่ที่ เวลา และ กระบวนการหมัก แป้งได้รับการดูแลผ่านขั้นตอนการหมักที่ควบคุมอย่างละเอียด รวมถึงการหมักข้ามคืน ก่อนพัฒนาต่อจนใช้เวลารวมประมาณ 2 วัน เพื่อสร้างกลิ่นหอม เนื้อสัมผัส และคาแรกเตอร์เฉพาะตัวของขนมปังแต่ละก้อน แทนที่จะหยุดอยู่เพียงรสชาติคลาสสิก Silverskin นำผลไม้แห้ง ธัญพืช และวัตถุดิบจากธรรมชาติมาสร้างมิติใหม่ให้ Sourdough เกิดเป็น 5 รสชาติที่มีบุคลิกต่างกัน ได้แก่ Fig Sourdough หอมหวานจากมะเดื่อแห้ง เนื้อนุ่มเคี้ยวเพลิน, Fig & Walnut Sourdough ที่เติมมิติด้วยวอลนัทและสัมผัสกรุบ, Longan Sourdough กับความหวานหอมกลมกล่อมของลำไยอบแห้ง, Oat & Cranberry Sourdough ซึ่งผสานข้าวโอ๊ตกับแครนเบอร์รี ให้ทั้งกลิ่นหอมและรสเปรี้ยวหวาน และ Indrapalum Sourdough ที่นำอินทผลัมมาสร้างความหวานละมุนตามธรรมชาติ เสน่ห์ของขนมปังแต่ละก้อนจึงเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเข้าเตาอบ เพราะระยะเวลาของการหมักทำหน้าที่ค่อย ๆ พัฒนากลิ่น รส และโครงสร้างของแป้ง ขณะที่วัตถุดิบแต่ละชนิดถูกเลือกให้ทำงานร่วมกับตัวแป้ง เกิดเป็น Sourdough ในสไตล์ของ Silverskin ที่มีความคราฟต์ แต่เข้าถึงง่าย และสามารถรับประทานได้ในหลายช่วงเวลาของวัน
จากงานคราฟต์ของขนมปัง มาถึงอีกหนึ่งพระเอกของร้านอย่าง Pizza ที่ Silverskin นำแนวคิด Homemade Italian-style Pizza มาถ่ายทอดผ่านแป้งสูตรเฉพาะ วัตถุดิบคุณภาพ และการอบด้วย เตาพิซซ่าอิตาเลียน เพื่อให้ได้ทั้งกลิ่นหอมจากการอบ ผิวแป้งที่มีสีสวย และสัมผัสของขอบพิซซ่าที่เป็นเอกลักษณ์ ความสนุกของพิซซ่าที่นี่อยู่ที่การจับคู่เทคนิคและวัตถุดิบจากต่างแหล่งเข้าด้วยกัน ตั้งแต่วัตถุดิบนำเข้าที่เหมาะกับแต่ละสูตร ไปจนถึงผลผลิตคุณภาพจากประเทศไทย เกิดเป็นเมนูที่ยังคงกลิ่นอายอิตาเลียน พร้อมมีรายละเอียดของรสชาติในแบบ Silverskin

สามเมนูซิกเนเจอร์เริ่มจาก Truffle Champignon Pizza ที่นำความหอมของทรัฟเฟิลมาจับคู่กับเห็ดแชมปิญอง มอสซาเรลลา และพาร์เมซาน ได้รสเข้มข้นและกลิ่นหอมที่เปิดขึ้นตั้งแต่พิซซ่าออกจากเตา ตามด้วย Pizza Carbonara ซึ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของคาร์โบนาราผ่านความครีมมี่ของชีส ผสาน Pancetta, Parmesan และ Black Pepper ให้รสเค็มมันและกลิ่นเครื่องเทศตัดกันอย่างพอดี ส่วนอีกหนึ่งเมนูที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของร้านได้อย่างชัดเจนคือ Banana Pizza การนำกล้วยคุณภาพจากภาคเหนือของไทยมาจับคู่กับชีสและความหอมหวานในสไตล์คาราเมล เกิดเป็นพิซซ่ารสหวานที่ผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับวิธีคิดแบบอิตาเลียน และเผยอีกมุมหนึ่งของพิซซ่าที่รับประทานได้ทั้งในฐานะเมนูแชร์ร่วมกันและเมนูปิดท้ายมื้อ
สิ่งที่เชื่อม Sourdough และ Pizza ของ Silverskin เข้าด้วยกันจึงอยู่ที่แนวคิดเดียวกัน คือ การให้คุณค่ากับวัตถุดิบ เวลา และกระบวนการ ทุกองค์ประกอบได้รับการคิดตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เมนูที่เสิร์ฟออกมามีทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส กลิ่น และเรื่องราวของตัวเอง การเข้ามาของ Silverskin Cafe & Bistro ยังช่วยเติมอีกหนึ่งมิติให้กับ PARK11 ภายใน Reignwood Park ในฐานะพื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงอาหาร ครอบครัว กิจกรรม และการใช้เวลาร่วมกัน โดยประสบการณ์ของ Silverskin สอดรับกับแนวคิดของพื้นที่ที่ต้องการสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้ผู้คนแวะเข้ามา ใช้เวลา และกลับมาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
จาก Sourdough หนึ่งก้อนที่ใช้เวลาราวสองวันในการเตรียม ไปจนถึงพิซซ่าที่อบร้อนจากเตา Silverskin Cafe & Bistro เลือกเล่าเรื่องของอาหารผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในครัว เพราะสำหรับร้านแล้ว รสชาติที่น่าจดจำเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ และค่อย ๆ สมบูรณ์ผ่านเวลา ฝีมือ และความตั้งใจ ก่อนเดินทางมาถึงโต๊ะอาหารของทุกคนที่ PARK11

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569

อาร์ต วศิน” พร้อมส่ง“Still You” ซิงเกิลใหม่ล่าสุด พฤศจิกายนนี้ …..ฟังแล้วจะคิดถึงใครบางคน!

หลังจากเมื่อปีที่แล้ว ศิลปินรุ่นใหญ่ ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ ฝากผลงานเพลงคุณภาพมาแล้วถึงสองสไตล์ ตั้งแต่ซิงเกิลเปิดตัวด้วยเพลงแนว Pop Soul สื่อความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างเพลง “Thank You” ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและส่งต่อกำลังใจให้คนที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาได้อย่างเข้มแข็ง ต่อเนื่องด้วยซิงเกิลที่สอง สไตล์ Rock Soul กลิ่นอาย Disco เบาๆ อย่างเพลง “Sorry” ฟังทีไรก็อดโยกตัวตามไม่ได้




ล่าสุด เจ้าตัวเตรียมมอบของขวัญส่งท้ายปลายปีด้วยซิงเกิลใหม่แกะกล่องที่แฟนๆ ห้ามพลาดกับเพลง “Still You” งานเพลงแนว T-Pop ฟังสบายสไตล์อินดี้ ที่โดดเด่นด้วยซาวด์ดนตรีละมุนหูและจังหวะบีทกลางๆ (Mid-Tempo) ผสมผสานความเหงาและความอบอุ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ถ่ายทอดเรื่องราวของความคิดถึง ความสัมพันธ์ และความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปหรือไม่ได้เดินเคียงข้างกันแล้วก็ตาม
งานนี้บอกเลยว่าการันตีความไพเราะ และอบอุ่นในแบบฉบับของ อาร์ต วศิน ควบคุมการผลิตโดยโปรดิวเซอร์ฝีมือระดับเทพอย่าง คุณเอก หิรัญ สุวรรณเทศ แห่ง I Snap U Studio ที่เคยร่วมงานกันมา ในเพลง “Thank you” ทั้งงานโปรดักชันมิวสิควีดีโอและภาพนิ่ง โดยตอนนี้เพลง “Still You” ได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการบันทึกเสียงและถ่ายทำมิวสิควิดีโอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เตรียมปักหมุดรอฟังและอินไปพร้อมๆ กัน พฤศจิกายนนี้ แน่นอน

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Coway ประเดิมตลาดเครื่องลดความชื้นในไทย ส่ง “COZY FIT” รับช่วงฝนตกต่อเนื่อง


คเวย์ (Coway) แบรนด์เครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศอันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ ยกระดับพอร์ตโฟลิโอด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ก้าวเข้าสู่ตลาดเครื่องลดความชื้นเป็นครั้งแรก เปิดตัว COZY FIT ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เคลียร์ความชื้น คืนความสบาย” รับช่วงฝนตกต่อเนื่องและความชื้นสูง ชูประสิทธิภาพลดความชื้นสูงสุด 39 ลิตรต่อวัน1 ครอบคลุมพื้นที่สูงสุด 50 ตารางเมตร พร้อม 4 โหมดการทำงาน รองรับตั้งแต่การดูแลความชื้นในบ้านไปจนถึงการช่วยให้เสื้อผ้าที่ตากในร่มแห้งได้ง่ายขึ้น พร้อมโปรโมชันเปิดตัวในราคาสุดคุ้ม เดือนที่ 1 เพียง 99 บาท เดือนที่ 2-7 เพียง 199 บาท และหลังจากนั้น 590 บาทต่อเดือนตลอดระยะสัญญา2 เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงอีกหนึ่งตัวช่วยรับมือความชื้นในชีวิตประจำวันได้ง่ายยิ่งขึ้น

2เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ยงจุน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ ช่วงนี้ประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาความชื้นภายในบ้านกลายเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศภายในบ้านที่ชื้น เสื้อผ้าที่แห้งช้า หรือปัญหากลิ่นอับ การเปิดตัว COZY FIT ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเราในประเทศไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่เรานำเครื่องลดความชื้นเข้ามาทำตลาด ต่อยอดจากเครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศที่ผู้บริโภคคุ้นเคย สู่การขยายการดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาและการใช้ชีวิตจริงของผู้บริโภค”

4 โหมดการทำงาน รับมือความชื้นได้ทุกสถานการณ์

COZY FIT มาพร้อม 4 โหมดการทำงานที่เลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ ตั้งแต่การดูแลความชื้นภายในบ้านในแต่ละวัน ช่วงเวลาพักผ่อน ไปจนถึงวันที่ต้องตากผ้าในร่ม พร้อมตั้งค่าระดับความชื้นได้ตั้งแต่ 30–70%

โหมดอัตโนมัติ: เหมาะสำหรับเปิดใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเครื่องจะตรวจจับระดับความชื้นภายในห้องและปรับการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ช่วยดูแลความชื้นภายในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องปรับการทำงานด้วยตัวเอง

โหมดเงียบ: ลดระดับเสียงการทำงานเหลือเพียง 35 เดซิเบล เงียบกว่าบรรยากาศภายในห้องสมุด ช่วยจัดการความชื้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่รบกวนช่วงเวลาพักผ่อน เหมาะสำหรับห้องนอนหรือการใช้งานในเวลากลางคืน

โหมดเร่งลดความชื้น: เหมาะสำหรับช่วงที่ความชื้นภายในห้องสูงกว่าปกติ เช่น หลังฝนตกต่อเนื่อง หรือห้องที่ปิดไว้นาน โดยเครื่องจะเร่งการทำงานเพื่อช่วยดึงความชื้นออกจากอากาศได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อนกลับมาใช้งานในโหมดปกติตามต้องการ

โหมดช่วยให้ผ้าแห้ง: ตัวช่วยสำหรับวันที่ฝนไม่เป็นใจ ด้วยการกระจายลมไปยังเสื้อผ้าที่ตากภายในบ้าน ควบคู่กับการลดความชื้นในอากาศ ช่วยให้ผ้าแห้งได้ง่ายขึ้นและลดโอกาสเกิดกลิ่นอับจากการตากผ้าในพื้นที่ปิดลดความชื้นได้ทั้งห้อง พร้อมดูแลจุดอับชื้นเฉพาะจุด

นอกจาก 4 โหมดการทำงาน COZY FIT ยังมาพร้อมกับระบบ Dual Inverter Compressor ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สามารถลดความชื้นได้สูงสุด 39 ลิตรต่อวัน1 ครอบคลุมพื้นที่สูงสุด 50 ตารางเมตร พร้อมยกระดับการดูแลความสะอาดภายในเครื่องด้วย ระบบ UV-C ช่วยฆ่าเชื้อในตัวเครื่อง ลดการสะสมเชื้อและกลิ่นอับภายใน รวมถึงระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ (Auto Defrost) และระบบเป่าแห้งภายในตัวเครื่อง (Internal Drying) ช่วยลดความชื้นตกค้างและดูแลความสะอาดในส่วนที่เข้าถึงได้ยาก

ด้านการออกแบบ COZY FIT มาใน ดีไซน์เรียบง่ายและขนาดกะทัดรัด จัดวางเข้ากับพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ง่าย พร้อมล้อเลื่อน 360 องศาและมือจับแบบซ่อนในตัว ช่วยให้เคลื่อนย้ายไปใช้งานได้สะดวก ตั้งแต่ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงบริเวณตากเสื้อผ้า นอกจากนี้ ยังมาพร้อมถังเก็บน้ำจุใจ 6.1 ลิตร รองรับการลดความชื้นต่อเนื่อง พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถังเก็บน้ำเต็ม สามารถตั้งเวลาการทำงานได้ 1-8 ชั่วโมง สำหรับจุดที่ต้องการจัดการความชื้นโดยเฉพาะ ยังสามารถใช้งานร่วมกับ SPOT DRY KIT ชุดท่อเป่าแห้งสำหรับรองเท้าหรือภายในตู้เสื้อผ้า3 ช่วยจัดการความชื้นในพื้นที่ขนาดเล็กและจุดที่เครื่องหลักเข้าไม่ถึง

COZY FIT มาพร้อมบริการดูแลหลังการขาย ทั้งการทำความสะอาดเครื่องทุก 6 เดือน และการเปลี่ยนอะไหล่ตามเงื่อนไขของแพ็กเกจ เพื่อดูแลผลิตภัณฑ์ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะสัญญา ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่จุดขายและตัวแทนจำหน่าย Coway ทั่วประเทศ หรือโทร 1421 พร้อมติดตามข่าวสารและกิจกรรมล่าสุดจาก Coway ได้ที่เว็บไซต์ www.coway.co.th และเฟซบุ๊ก CowayThailandOfficial 

1ความสามารถในการลดความชื้น 39 ลิตร/วัน ทดสอบที่อุณหภูมิ 30°C และความชื้นสัมพัทธ์ 80% RH ตามมาตรฐาน GB/T 19411-2023
3SPOT DRY KIT เป็นของสมนาคุณฟรีจากบริษัท ไม่สามารถเปลี่ยนหรือรับประกันสินค้าได้


“สายสีแดง” เชิญชวนประชาชนร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมด้วย นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ซึ่งในการจัดกิจกรรมวันแรก ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก นากจากนี้ ยังมีศิลปิน นักแสดง และผู้จัดละครชื่อดัง เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย ได้แก่ ปัทมา ปานทอง, วรรณิศา ศรีวิเชียร, เป็นหนึ่ง ไชยชิต, ปุ้ย อรัญญา, นัตเตอร์ ธนภูมิ ชุมพล, เมฆ ธนาวิณ หาญพาณิชย์, ไทเกอร์ ภัทรพล ภิญโญธีรโชติ และปราย ปัณณวีร์ ตั้งคำ ซึ่งจากการจัดกิจกรรมในวันแรก มีจำนวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม 106 คน สามารถประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ได้จำนวนทั้งสิ้น 1,007 ดอก



ทั้งนี้ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ใช้บริการทุกท่าน ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ตั้งแต่วันที่ 12 – 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 – 15.00 น.
(ยกเว้นวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บริเวณหน้าห้องจำหน่ายตั๋ว ประตู 13 




กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการรวมพลังของทุกภาคส่วนในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีด้วยความพร้อมเพรียง โดยเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรม จะนำดอกไม้จันทน์ทั้งหมดส่งไปยังซุ้มวางดอกไม้จันทน์และพระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้ประชาชนใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อไป


โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th


“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สมาคมนักข่าวฯ จับมือ “แอร์ออร์คิดส์” อบรมการเลี้ยงกล้วยไม้ให้สมาชิกนำไปต่อยอดสู่อาชีพเสริม

สมาคมนักข่าวฯ จับมือ “แอร์ออร์คิดส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ นครปฐม จัดอบรม “เลี้ยงกล้วยไม้ให้รอดและออกดอก” พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มกล้วยไม้ หวังให้สมาชิกนำความรู้ไปต่อยอดเป็นงานอดิเรกและสร้างรายได้เสริม






(วันที่ 9 ตุลาคม 2569) นางสาว น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (TJA) เปิดเผยว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (TJA) มีนโยบายจัดกิจกรรมให้ความรู้ให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ได้ร่วมกับ “แอร์ออร์คิดส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ อ.บางเลน จ.นครปฐม จัดอบรม “เลี้ยงกล้วยไม้ให้รอดและออกดอก” และถือโอกาสเยี่ยมชมฟาร์มกล้วยไม้ เพื่อให้สมาชิกได้นำความรู้ไปต่อยอดเป็นงานอดิเรกและสร้างรายได้เสริมในอนาคต

ด้านนายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ และทายาทรุ่นที่ 3 ของแอร์ออร์คิดส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ และฟาร์มกล้วยไม้ครบวงจรรายใหญ่ในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า แอร์ออร์คิดส์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 โดยคุณสวงและคุณธนิดา คุ้มวิเชียร จากการเริ่มต้นทำฟาร์มกล้วยไม้ตัดดอกเพื่อจำหน่ายในประเทศ ต่อมาได้ทำแล็บเพาะเลี้ยงกล้วยไม้เอง พัฒนาสายพันธ์เองอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาคุณภาพด้านการผลิตกล้วยไม้จนได้รับมาตรฐานเป็นสากล



กระทั่งสามารถขยายพันธุ์และมีกำลังการผลิตได้ถึงปีละ 10 ล้านต้น สำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายตลาดต่างประเทศ และขยายกิจการให้เติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้ประกอบธุรกิจกล้วยไม้แบบครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย 

นายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ
และทายาทรุ่นที่ 3 ของแอร์ออร์คิดส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ และฟาร์มกล้วยไม้

“แอร์ออร์คิดส์ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ ภายใต้โรงเรือนและระบบการเพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP มีกล้วยไม้ให้เลือกมากกว่า 2,000 สายพันธุ์ ทั้งต้นพันธุ์ กล้วยไม้กระถาง และกล้วยไม้ตัดดอก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแหล่งเรียนรู้สำหรับคนรักกล้วยไม้” นายพันธพัฒน์กล่าว และว่า นอกจากนี้ แอร์ออร์คิดส์ยังพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีคาเฟ่ The Flask Cafe ไว้รองรับลูกค้าและนักท่องเที่ยวด้วย








สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีทั้งรูปแบบการบรรยายให้ความรู้ พร้อมเดินชมกระบวนการเพาะเลี้ยง ในโซนต่างๆ ตั้งแต่เริ่มการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อในห้องแล็บ การทำอาหาร การดูแลกล้วยไม้ให้แข็งแรงและออกดอกสวยงาม การแพ็คกิ้งกล้วยไม้ฝั่งการส่งออก และแนะนำข้อมูลกล้วยไม้สายพันธ์ต่างๆ รวมถึงการดูแลอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถพัฒนาสู่อาชีพเสริม ไปจนถึงแนะนำช่องการจำหน่ายทั้งตลาดส่งออกและจำหน่ายออนไลน์ภายในประเทศ และปิดท้ายด้วยการเลือกซื้อกล้วยไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมกล้วยไม้จากสวนอื่น ๆ รวมถึงเครื่องมือทำสวนและปุ๋ยบำรุงต้นไม้สำหรับผู้รักกล้วยไม้ด้วย

ข่าวประชาสัมพันธ์

‘กลุ่มธนบุรี’ เปิดตัว ‘smart’ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ถ่ายทอด DNA จาก Mercedes-Benz สะท้อนตัวตนที่แตกต่างอย่างมีสไตล์

ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองไม่ได้มองหาแค่ “ยานพาหนะ” สำหรับการเดินทาง แต่รถยนต์คู่ใจต้องสะท้อนตัวตน รสนิยม และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างล...

โวยวายดอทคอม