วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เปิดแล้ว นิทรรศการศิลปะ “Patch the World – Between the Seams, Beyond the Surface: โลกที่ต่อกันไม่สนิท ลึกกว่าที่เห็น”


“Patch the World — Between the Seams, Beyond the Surface” สำรวจว่าชีวิต ร่างกาย ความทรงจำและความสัมพันธ์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ  ถูกประคับประคองและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านเศษเสี้ยว ความตึงเครียด และภาวะของการอยู่ร่วมกันที่ยังไม่สมบูรณ์ได้อย่างไร แทนที่จะนำเสนอความหลากหลายทางเพศในฐานะอัตลักษณ์ที่ตายตัว  นิทรรศการนี้มองความหลากหลายทางเพศในกระบวนการการต่อรอง ระหว่างการมองเห็นและการปกปิด ระหว่างความใกล้ชิดและระยะห่าง ระหว่างการสืบทอดและการเปลี่ยนผ่าน  ในที่นี้ “การปะต่อ” มิได้หมายถึงความกลมกลืนหรือการคลี่คลาย  หากแต่เป็นการดำรงอยู่ท่ามกลางความแตกต่าง ความไม่มั่นคง และความเชื่อมโยงที่ไม่เคยสมบูรณ์ 

“Patch the World — Between the Seams, Beyond the Surface” สำรวจว่าชีวิต ร่างกาย ความทรงจำและความสัมพันธ์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ  ถูกประคับประคองและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านเศษเสี้ยว ความตึงเครียด และภาวะของการอยู่ร่วมกันที่ยังไม่สมบูรณ์ได้อย่างไร แทนที่จะนำเสนอความหลากหลายทางเพศในฐานะอัตลักษณ์ที่ตายตัว  นิทรรศการนี้มองความหลากหลายทางเพศในกระบวนการการต่อรอง ระหว่างการมองเห็นและการปกปิด ระหว่างความใกล้ชิดและระยะห่าง ระหว่างการสืบทอดและการเปลี่ยนผ่าน  ในที่นี้ “การปะต่อ” มิได้หมายถึงความกลมกลืนหรือการคลี่คลาย  หากแต่เป็นการดำรงอยู่ท่ามกลางความแตกต่าง ความไม่มั่นคง และความเชื่อมโยงที่ไม่เคยสมบูรณ์ 



นิทรรศการมีจุดเริ่มต้นที่ประเทศไทย  พร้อมเปิดพื้นที่ให้กับเสียงสะท้อนและการตีความใหม่ในระดับภูมิภาคผ่านผลงานบางส่วนของศิลปินจากไต้หวัน  นำเสนอหลากหลายรูปแบบงานศิลปะ ทั้งคลังภาพและเอกสารส่วนบุคคล ภาษาทางศิลปะแบบดั้งเดิม ภาพถ่าย ศิลปะการแสดง  ศิลปะนามธรรม วิดีโออาร์ท และวัสดุจากชีวิตประจำวัน  นิทรรศการนำเสนอความรู้สึกร่วมเกี่ยวกับความใกล้ชิด การมีตัวตน ความทรงจำ และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรมที่ต่างบริบทกัน ผลงานบางชิ้นค่อยๆ เปลี่ยนผ่านภาษาทัศนศิลป์เดิมจากภายใน   ขณะที่ผลงานอื่นสร้างพื้นที่ของความกำกวม การประคับประคองทางอารมณ์ ความตึงเครียด ความอ่อนโยน และจินตนาการความเป็นไปได้ของการอยู่ร่วมกัน








นิทรรศการแบ่งออกเป็นสามส่วนที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ได้แก่ Surface, Between the Seams และ Beyond the Surface โดย Surface สำรวจเรื่องการถูกมองเห็น  ภาพลักษณ์ และเงื่อนไขของการได้รับการยอมรับ  พร้อมตั้งคำถามว่าร่างกายและความปรารถนาของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ถูกกำหนด ถูกทำให้คุ้นชินถูกทำให้ด้านชาและได้รับการยอมรับในบางมิติภายใต้วัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างไร   Between the Seams มุ่งสำรวจความไม่ชัดเจน ความใกล้ชิด และการต่อรองในชีวิตประจำวัน ผ่านภาวะของการอยู่ร่วมกันที่ยังไม่คลี่คลาย ไม่ตรงไปตรงมา หรือยากต่อการจัดจำแนก ขณะที่ Beyond the Surface เคลื่อนไปสู่จินตนาการและสภาวะทางอารมณ์ของการสร้างความสัมพันธ์และโลกในรูปแบบอื่น  เปิดพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของความสัมพันธ์ ความรู้สึก และการดำรงอยู่ ที่อาจอยู่นอกเหนือโครงสร้างบรรทัดฐานทางเพศสภาพ เพศวิถี และการเป็นส่วนหนึ่งทางสังคม 



ตลอดทั้งนิทรรศการ  ร่อยรอยของโลกที่ต่อกันไม่สนิทได้ถูกเผยให้เห็นอย่างตั้งใจ ทั้งร่องรอยของการต่อรอง การตีความ การดูแล ความแตกเปราะ และการเอาชีวิตรอด ท้ายที่สุด “Patch the World” ไม่ได้มองการอยู่ร่วมกันในสภาวะที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เป็นกระบวนการที่ยังดำเนินต่อไปของการร่วมกันสร้างโลกที่ไม่สมบูรณ์ 

Queer Art Thailandเสนอ “Patch the World — Between the Seams, Beyond the Surface”
Group Exhibition โลกที่ต่อกันไม่สนิท - ลึกกว่าที่เห็น

สถานที่จัดนิทรรศการ : หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  (BACC)
วันที่ : 17 มิถุนายน- 5 กรกฎาคม  2569
ภัณฑารักษ์ : มรกต ไมยเออร์

เกี่ยวกับภัณฑารักษ์
ดร. มรกต ไมยเออร์ เป็นนักวิจัยด้านพหุวัฒนธรรมศึกษาและอาจารย์ประจำสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เธอมุ่งศึกษาประเด็นเกี่ยวกับการย้ายถิ่น พิพิธภัณฑ์ มรดกวัฒนธรรม ความทรงจำ และการเมืองทางวัฒนธรรมของความหลากหลายในภูมิภาคอุษาคเนย์และไต้หวัน ผ่านการทำงานวิจัยและงานภัณฑารักษ์ เธอสนใจว่าศิลปะ วัฒนธรรม และเรื่องเล่าในพื้นที่สาธารณะ มีบทบาทอย่างไรต่อประสบการณ์ของการมองเห็นและการได้รับการยอมรับ ความใกล้ชิด การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ความหลากหลายทางเพศ และความทรงจำของผู้พลัดถิ่นในเอเชียร่วมสมัย  งานภัณฑารักษ์ของเธอเชื่อมโยงศิลปะร่วมสมัย ประสบการณ์ชีวิต และร่องรอยจากคลังความทรงจำ เพื่อสำรวจประเด็นเรื่องเรือนร่าง ความเปราะบาง ความใกล้ชิด และมิติทางอารมณ์ของชีวิตร่วมสมัย ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 เธอรับหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์นิทรรศการศิลปะเควียร์ร่วมสมัย PATCH THE WORLD: Between the Seams, Beyond the Surface ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

รายนามศิลปิน 

1. การ์มา ศิริโกกาญจน์

2. กฤตเมธ สีถาน (Bunny be fly.)

3. กฤษฎางค์ อินทะสอน

4. จอร์จ วรากร คงมาก

5. ฉัตรชัย พจนาภรณ์

6. ฐานันดร วรชินา

7. ณภัทร แก้วมณี (Butterfly Tong)

8. ทอม โพธิสิทธิ์

9. ธีร์พาทิศ บุญวิจิตรนิธิธร

10. นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์

11. เปรม บัวชุม

12. พิษณุ ทองมี

13. ภัทรศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง

14. ภาณุ แสง-ชูโต 

15. ภูวนัย อินทรตระกูล

16. ผดุงพงษ์ สารุโณ

17. ปิยะดา ณ พัทลุง

18. ปิยวรรณ ชูชื่น

19. ไมเคิ้ล เชาวนาศัย

20. วรกร ธงชัยขาวสะอาด

21. วรัญญู ช่างประดิษฐ์

22. วิชัย อิ่มสุขสม

23. วิชชาพร ต่างกลาง

24. ศาตนันท์ ศรีโสดา (AKA Sleeplessnewz)

25. ศิริโรจน์ มานะอนุกูล

26. สุบรรเจิด สิริเวชพันธุ

27. สุรชัย แสงสุวรรณ

28. เญอรินดา แก้วสุวรรณ

29. Deng Wen-Jen (Taiwan)

30. Manbo Key (Taiwan)

 Art Thailand คือกลุ่มศิลปินและเครือข่ายสร้างสรรค์ที่เกิดจากการรวมตัวของศิลปิน ภัณฑารักษ์ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญหลากสาขา เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับศิลปิน Queer ในประเทศไทย ตั้งแต่ศิลปินรุ่นบุกเบิกจนถึงศิลปินรุ่นใหม่




กลุ่มมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนวงการ Queer Art ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดนิทรรศการ ศิลปะร่วมสมัย การสร้างเครือข่าย องค์ความรู้ และบทสนทนาระหว่างศิลปิน ภาคธุรกิจ สถาบันวัฒนธรรม และสาธารณชน โดยมองศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารประเด็นความหลากหลายทางเพศ การโอบรับความแตกต่าง ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ติดต่อ คุณ ซาโต้  Email :  queer.art.th@gmail.com
Tel : +66 9 596 29245 หรือ TQPR Thailand, นุ้ย ฐิติชยาภรณ์, nuie@tqpr.com, +66 8 1689 1675


วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

คู่ดูโอ้ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา เตรียมความเสริฟความม่วนออนทัวร์ยุโรป


วันนี้ทึมงาน โวยวายดอทคอม  มีโอกาส พบกับ เอม อภัสรา & แมน เจษฎา เตรียมพร้อมเดินสายตะลุยยุโรปพบ FC ชาวไทยในต่างแดน  บอกเล่าเรื่องราวก่อนเข้าห้องอัด คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เตรียมความพร้อม เสริฟความม่วนออนทัวร์ยุโรป 3 เดือน เริ่มโชว์ปลายเดือน มิถุนายน ุ69 นี้

มรดกภูมิปัญญาทางด้านศิลปะหมอลำ ซึ่งเป็นสุดยอดเพลงพื้นบ้านทางภาคอีสาน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูง โดดเด่นที่สุดของภาคอีสานจนสามารถยึดเอาเป็นอาชีพได้ผู้ที่จะเป็นหมอลำได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถสูง มีสติปัญญาดี มีทั้งศาสตร์และศิลป์และมีความจำเป็นเลิศ 

เอม อภัสรา (ดนิตา มาบุญธรรม) นักร้องหมอลำสาวดาวจรัสฟ้า

สำหรับ เอม อภัสรา (ดนิตา มาบุญธรรม) นักร้องหมอลำสาวดาวจรัสฟ้า ลูกทุ่งหมอลำหญิงชาวไทย ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด มีชื่อเสียงจากผลงานเพลงลูกทุ่งอีสาน ภาษาของคนอีสาน ที่บอกเล่าชีวิต ความรัก ความเจ็บปวด และความหวัง มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ยอดฮิตมากมาย เช่น ลมส่าคนหลายใจ, ฮักอ้ายหลายตายกะซ่าง, และ ชมรมบ่ย่านผัว ปัจจุบันสังกัด  ท็อปไลน์-ไดมอนด์ (หรือ ท็อปไลน์มิวสิค) เป็นค่ายเพลงลูกทุ่งและหมอลำระดับตำนานของไทย  สร้างชื่อเสียงในระดับสากล เดินทางไปแสดงและถ่ายทอดศิลปะการลำในหลายประเทศทั่วโลก

นายเจษฎา โชควิเศษ แมน เจษฎา ชิงช้าสวรรค์

จากความสำเร็จของ แมน เจษฎา ชิงช้าสวรรค์ เจ้าของเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งไทย
นายเจษฎา โชควิเศษ (แมน) เป็นนักร้องลูกทุ่ง ลีลาเด็ด เสียงดีจากเวทีประกวด ชิงช้าสวรรค์ อดีตนักร้องนำของวงดนตรีโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินเต็มตัวและมีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักในวงการเพลงลูกทุ่ง ที่แฟนคลับให้กำลังใจอย่างล้นหลาม สร้างชื่อเสียงในระดับสากล 

ด้วยความพร้อมในทุกด้าน ปีนี้ คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอม อภัสรา ​X แมนเจษฎา จับคู่กันเป็นศิลปินคู่ขวัญในวงการเพลงลูกทุ่งและหมอลำ ถ่ายทอดบทเพลงร่วมกันได้รับความนิยมในฐานะ  คู่ขวัญสายม่วนใครจะคิดว่าวันหนึ่งดนตรีพื้นบ้านจากภาคอีสานอย่าง ‘หมอลำ’ ที่ มีสำเนียงการร้องและเอื้อนแบบหมอลำอีสานแท้แท้ที่จับใจได้รับความนิยม ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ไกลถึงสากลโลก จนได้มีโอกาสทัวร์เพื่อบรรเลงไปที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรป รวมถึงงานเทศกาลต่างๆ ในต่างประเทศ มีความสดใหม่และความงดงามแบบดั้งเดิมผสมรวมกันอย่างกลมกล่อม งานปาร์ตี้ที่เปิดเพลงหมอลำ ตระเวนทัวร์ทั้งในและต่าในยุโรป พัฒนากลายมาเป็น คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้




ทั้งสองศิลปิน ลูกทุ่งหมอลำที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด บินลัดฟ้า นำโชว์ความเป็นอีสานให้กระหึ่มการออนทัวร์ยุโรป มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเดินสายทัวร์ยุโรป โดยบอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานและเบื้องหลังการเข้าห้องอัดให้แฟนๆ การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้เรียกได้ว่า “ซาวด์ดนตรีสดจัดเต็ม” โชว์แต่ละครั้งกินเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง โดยคู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ ทั้งร้อง ทั้งเต้น ยังดูฟิตและแข็งแรง เช่นเดียวกับการแสดงบนเวทีที่ไม่ใช่แค่แสงสีเสียงและแดนเซอร์จำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น การมาดู คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​และ แมนเจษฎา  ไม่ได้ดูแค่หมอลำเท่านั้นมาสร้างความสุขให้คนดู ทำให้แฟนคลับที่ไม่ได้มีแค่รุ่นราวคราวเดียว 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอม อภัสรา ​และ แมน เจษฎา ได้รับความนิยมแบบแรงดีไม่มีตก คือ การที่ศิลปินทั้งสอง ให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้ทันสมัย คอสตูมอันโดดเด่น  ครบทั้งเสียงร้อง หน้าตา บุคลิก กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันบนเวทีได้ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ 

ปลายเดือน มิถุนายน 69 นี้ คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​และ แมนเจษฎา แโดยบอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานแฟนเพลงทั่วโลก สามารถติดตามผลงานเดี่ยวของแต่ละคนได้ โดย เอม อภัสรา มีผลงานเพลงฮิต เจ้าของเสียง "ส่ำผู้ชาย บ่งึด" และ "ชมรมบ่ย่านผัว" ส่วน แมน เจษฎา เป็นนักร้องหนุ่มเสียงดีจากเวทีประกวดชิงช้าสวรรค์ ที่มีผลงานเพลงเช่น "ยืนไห้ในรถแห่" และ "รอวันเธอว่าง"





แมน เจษฎา ชิงช้าสวรรค์ ศิลปินสายเอนเตอร์เทรน เจ้าของเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งไทย ผลงานเพลงของเขามักมาพร้อมจังหวะสนุก เป็นคนทำงานหนัก และเก็บหอมรอมริบ ทำให้ก้าวต่อไปของเขาหลังจากประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว เจ้าของบทเพลงลูกทุ่งจังหวะสนุกสนาน แนวลูกทุ่ง/หมอลำ ที่มักออกทัวร์คอนเสิร์ตมีผลงานเพลงประจำตัวที่สร้างชื่อเสียง  ที่โด่งดังจากเพลงฮิตติดหูมากมาย โดยเพลงดังที่สร้างปรากฏการณ์ คือเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งเดินทางตระเวนแสดงสดทั่วประเทศเป็นจำนวนหลายร้อยโชว์ ทั่วโลก

#เอมอภัสรา​Xแมนเจษฎา

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ช่อง 7HD รวมพลังบริจาคโลหิตครั้งที่ 2 ประจำปี 2569

“บี กมลาสน์” นำทีมรณรงค์การให้เพื่อเพื่อนมนุษย์

ช่อง 7HD เดินหน้าส่งต่อพลังแห่งการให้ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตร่วมกับสภากาชาดไทย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 รวมพลังผู้ประกาศข่าว พิธีกร และพนักงาน ร่วมรณรงค์เชิญชวนคนไทยสุขภาพดีบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ปลุกพลังแห่งการให้ และสานต่อความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ช่อง 7HD ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม บริจาคโลหิตครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการ “Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย” เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ อาคาร 7 ช่อง 7HD เพื่อร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต และร่วมต้อนรับวันผู้บริจาคโลหิตโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 14 มิถุนายนของทุกปี

บรรยากาศกิจกรรมภายในสถานีฯ ที่เปิดเป็นจุดรับบริจาคเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ประกาศข่าว พิธีกรรายการ และพนักงาน พร้อมใจกันร่วมบริจาคด้วยรอยยิ้ม นำโดย ผู้ประกาศข่าวคนดัง บี-กมลาสน์ เอียดศรีชาย จากรายการ เช้านี้ที่หมอชิต, เปิดจอจ้อข่าว นอกจากนี้ยังมี ปุ๊ก-นภัสกรณ์ เสรีโรจนสิริ จากรายการสนามข่าวกีฬา, ฝนฟ้าอากาศ พร้อมด้วย บอย-ธนพัต กิตติบดีสกุล แห่ง กรีนรีพอร์ต รวมถึง แป๋ว-ดวงใจ สอาดจิตต์ พิธีกรรายการ เที่ยงบันเทิง ทอล์ก และพอดแคสต์ ดวงใจ STORY  พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วไปที่สุขภาพดี ร่วมบริจาคโลหิต


โดย บี-กมลาสน์ เป็นตัวแทน กล่าวเชิญชวนว่า “ดีใจที่ครั้งนี้ได้มีการเตรียมร่างกายมาอย่างดีได้ร่วมบริจาครู้สึกดีมากค่ะ อยากเชิญชวนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง การบริจาคโลหิตนอกจากเป็นผู้ให้ต่อชีวิตผู้ป่วยด้วยแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นด้วย ไม่อยากให้ลังเลที่จะบริจาคโลหิต ถ้าเราสุขภาพพร้อม กายพร้อมใจพร้อม สามารถบริจาคได้ทันทีการบริจาคโลหิต 1 ครั้ง อาจเป็นความหวังสำคัญของใครอีกหลายคน การให้เลือดคือการส่งต่อโอกาสมีชีวิต…ให้โลหิต ให้ชีวิต…มาร่วมทำเรื่องดี ๆ เพื่อเพื่อนมนุษย์กันนะคะ”





และสำหรับโครงการ “Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย” ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ยังได้มีของที่ระลึกสุดพิเศษสำหรับผู้ที่บริจาคครบ 3 ครั้ง  และผู้บริจาคโลหิตที่อายุมากกว่า 65 ปี บริจาคโลหิตครบ 2 ครั้งในปี 2569  รับทันที เสื้อยืด Give Blood Now ลายเส้น Cyrano Design  (ไซราโน ดีไซน์) อีกด้วย

ติดตามรายละเอียดหรือสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ  

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ เว็บไซต์  www.ch7.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ แผนกสื่อสารองค์กร  สายงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กรและบริหารนักแสดง ช่อง 7HD


โทร 02 495 7777  ต่อ 506, 298 (วรณัน 080 686 7898 / จริยา 089 231 3832

รฟฟท. จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้การเดินรถและซ่อมบำรุงให้กับ HURC1


"รฟฟท. จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้การเดินรถและซ่อมบำรุงให้กับ HURC1 รถไฟฟ้าเวียดนาม  ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค"       

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรความร่วมมือด้านการปฏิบัติการ และซ่อมบำรุงรักษารถไฟฟ้าในเมืองของ HURC1 (Urban Railway Operation and Maintenance Partnership Program) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ถ่ายทอดองค์ความรู้การเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค  ระหว่างวันที่ 8 -12 มิถุนายน 2569




นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก HURC1 (Ho Chi Minh City Urban Railways No.1 Company Limited (HURC) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จำนวน 15 ท่าน เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรความร่วมมือด้านการปฏิบัติการและบำรุงรักษารถไฟฟ้า ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากบันทึกความร่วมมือ (MOU) ที่ได้ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนกันยายน 2567 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการระบบรางระหว่างทั้งสององค์กร โดยการฝึกอบรมในครั้งนี้ รฟฟท. ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการเดินรถและการบำรุงรักษารถไฟฟ้าสายสีแดง โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษในด้าน การบำรุงรักษา (Maintenance) เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการให้บริการรถไฟฟ้าในนครโฮจิมินห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล





ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและความเป็นมืออาชีพของ รฟฟท. เท่านั้น แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานสากล พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานด้านระบบรางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางให้มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูงสุด อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนต่อไป รวมถึงร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในอาเซียนให้มีความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป



โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เครือ รพ. พญาไท-เปาโล จับมือกลุ่มบริษัทบางจาก ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare


เครือ รพ. พญาไท-เปาโล จับมือกลุ่มบริษัทบางจาก ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare เปลี่ยน Food Waste สู่ Future Fuel มุ่งสู่ Net Zero Healthcare Ecosystem

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ร่วมกับ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด และ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ภายใต้โครงการ “Fry to Fly” ของกลุ่มบริษัทบางจาก ตอกย้ำความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างคุณค่าจากทรัพยากรใช้แล้ว และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน โดยมี นายอิทธิ ทองแตง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล, นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด และ นายอธิษฐ์ ชินันท์ธนาศิริ ผู้อำนวยการทั่วไป บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหารจากพันธมิตรด้านบริการอาหารร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือครั้งนี้เชื่อมโยงภาคสาธารณสุข ภาคพลังงาน และภาคบริการอาหารเข้าด้วยกัน ผ่านการนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากโรงพยาบาลเข้าสู่กระบวนการผลิต SAF ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรใช้แล้ว และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare ผ่าน ESG ในทุกมิติ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social and Governance) และแนวคิด Sustainable Healthcare โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพการรักษาพยาบาล ประสบการณ์ผู้ป่วย ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เดินหน้าพัฒนา Green Hospital ผ่านการบริหารจัดการพลังงาน น้ำ และทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะและเพิ่มการรีไซเคิล ตลอดจนการส่งเสริม Circular Healthcare เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพที่ยั่งยืน

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่องค์กรให้ความสำคัญ คือการบริหารจัดการ Food Waste อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบเมนู การบริหารจัดการวัตถุดิบ การควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับผู้ป่วย การลดเศษอาหารจากกระบวนการผลิต ไปจนถึงการสร้างความตระหนักรู้แก่บุคลากร ผู้รับบริการ และคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันลดการสูญเสียทรัพยากรตลอดห่วงโซ่คุณค่า


จาก Food Waste สู่ Future Fuel
นายอิทธิ ทองแตง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า “เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนต้องครอบคลุมทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวทาง Sustainable Healthcare เราจึงขับเคลื่อน ESG ในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการพลังงาน การลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการบริหารจัดการ Food Waste ในทุกกิจกรรมขององค์กรความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดแนวคิด Circular Economy โดยเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วให้เกิดคุณค่าใหม่ในรูปแบบพลังงานสะอาด พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย Zero Waste และการสร้างระบบบริการสุขภาพที่เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

พลังความร่วมมือเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ด้านนางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Fry to Fly เป็นตัวอย่างของการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาสร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต SAF ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ความร่วมมือกับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลในครั้งนี้ สะท้อนพลังของทุกภาคส่วนในการร่วมกันลดของเสีย ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”

ต้นแบบความร่วมมือสู่ระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำ
นอกจากการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดน้ำมันใช้แล้วอย่างไม่ถูกวิธี ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยส่งเสริมการใช้น้ำมันปรุงอาหารอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการ บุคลากร และผู้บริโภค ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จะเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าร่วมแก่ผู้ป่วย บุคลากร ชุมชน และสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่มีสุขภาวะและความยั่งยืนควบคู่กัน

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดแล้ว นิทรรศการศิลปะ “Patch the World – Between the Seams, Beyond the Surface: โลกที่ต่อกันไม่สนิท ลึกกว่าที่เห็น”

“Patch the World — Between the Seams, Beyond the Surface” สำรวจว่าชีวิต ร่างกาย ความทรงจำและความสัมพันธ์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ  ถูกประคั...

โวยวายดอทคอม