วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ZEEKR จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ "Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way"

ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วยยานยนต์ไฟฟ้า


ZEEKR ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แคมเปญ "Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way" นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างภาครัฐและ ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เพื่อนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวไทยรูปแบบใหม่ที่สอดรับยุทธศาสตร์ "Value Over Volume" ของ ททท. และยกระดับมาตรฐานการเดินทางท่องเที่ยวโดยยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ตลาดในประเทศ  

อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ ZEEKR ได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในไทยในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยจะก้าวข้ามจากแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียม สู่การเป็น Premium Lifestyle Brand ที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การเดินทางเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ การจับมือกับ ททท. ในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ (Brand Trust) ได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า ZEEKR ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยสมรรถนะชั้นสูงควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งยังเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง สามารถตอบสนองต่อทุกความต้องการเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่จะสะท้อนตัวตนได้ เพราะ ZEEKR เชื่อมั่นว่าทุกการเดินทางควรเป็นประสบการณ์ที่พิเศษไม่แพ้จุดหมายปลายทาง ความร่วมมือกับ ททท. ในการนำเสนอแคมเปญนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้แก่คนไทย และเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าสนใจด้วยยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก ZEEKR” 



นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตผ่านนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม  ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่กับการสร้างความสมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางทั้งภายในประเทศและจากทั่วโลก  นอกจากนี้ ททท. ยังส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ ที่ตอบโจทย์ด้านการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยังลดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยความร่วมมือกับ ZEEKR ครั้งนี้ ททท. จะทำหน้าที่คัดสรรเส้นทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ "Hidden Destination" ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่น ขณะที่ ZEEKR จะสนับสนุนการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าตลอดเส้นทาง ภายใต้แนวคิด "ZEEKR คือ Puzzle Piece ของการเดินทางแบบ Premium Experience" โดย ททท. และ ZEEKR จะร่วมผลิตซีรีส์คอนเทนต์ "Travel the ZEEKR Way" ที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่

Northern Escape: การค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางภาคเหนือ ทั้งภูสูงและสายน้ำที่โอบล้อมรอบกาย ช่วยเยียวยาจิตใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สัมผัสความหมายที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมล้านนาผ่านสถาปัตยกรรมและงานหัตถกรรม ที่จะสร้างความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม

Isaan Stories: สัมผัสเอกลักษณ์ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา สร้างพลังเชิงบวกไปพร้อมกับเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งอดทน ผ่านการบอกเล่าจากวิถีชีวิต ดนตรี อาหารและสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นแดนอิสาน

Southern Serenity: กางมือออกกว้างๆ แล้วหายใจให้เต็มปอด สูดกลิ่นอายแห่งท้องทะเล และชื่นชมความงดงามตระการตาของหมู่เกาะทะเลใต้ ให้เสียงคลื่นและผืนน้ำช่วยฮีลร่างกายและจิตใจไปพร้อมกับการเดินทางที่จะเติมเต็มทุกประสบการณ์ชีวิต

Urban Retreat: ค้นพบมุมมองใหม่ที่ไม่เคยเจอ จากการเดินทางง่ายใช้เวลาเพียงสั้นๆ ครบจบทั้งการเช็คอินจุดถ่ายรูปมุมลับที่โลกยังไม่รู้ สนุกสนานไปกับประสบการณ์ใหม่จากเมืองที่ผสานอดีตกับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัวของกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง 

ซึ่งการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวที่ลงตัวไปกับทุกเส้นทางอย่างเหนือระดับ พร้อมเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของ ททท. ทั้งอนุสาร อสท. และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผสานกับความแข็งแกร่งจากการนำ KOLs ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ The Zecret Revealer, The Zecret Insider และ The Zecret Visualizer มาร่วมสร้างคอนเทนต์ เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ ททท. ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพระดับภูมิภาค ผสานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสบการณ์เชิงคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ


แคมเปญ Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way จะดำเนินไปเป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 - กุมภาพันธ์ 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งปี 2569 นี้ ททท. ตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวน 202.42 ล้านคน รายได้ 1.07 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ ZEEKR ในฐานะแบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่
Website: https://www.zeekrlife.com/th-th/
Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

“พันชนะ” นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชวนปักหมุดแหล่งเที่ยวใหม่ “ท่ามะปรางค์”


“พันชนะ” นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชวนปักหมุดแหล่งเที่ยวใหม่ “ท่ามะปรางค์” พร้อมปลุกกระแสแคมเปญ ลดทั้ง หุบเขา#2 

สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่  ร่วมด้วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่ามะปรางค์ คลองเพล ชวนฮีลใจด้วยบรรยากาศสีเขียวเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวใช้สิทธิในแคมเปญ ลดทั้ง หุบเขา#2 

นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ 

นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ในฤดูฝนปีนี้เพื่อไม่ให้เงียบเหงา เรามีแพคเกจสุดพิเศษ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ได้เล่นน้ำลำตะคองโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเลย โดยวิสาหกิจชุมชนท่ามะปรางค์ บ้านคลองเพล นอกเหนือจากนั้นการท่องเที่ยวชุมชนนั้นยังมีการปั่นจักรยาน ดูเขาลูกช้าง นอกจากจะมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แล้ว ก็จะมีที่บ้านคลองเพลเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่อยากแนะนำ และการร่วมแคมเปญ ใช้สิทธิลดทั้งหุบเขา ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาสำนักนครราชสีมา มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมาณ 30 ราย ใช้สิทธิ ละ 200 บาท สามารถดูรายละเอียดได้ที่เพจ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และประชาสัมพันธ์ทั่วไป

เนื่องจากเดือนสิงหาคมนี้ มอเตอร์เวย์ M 6 เปิดใช้บริการศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สามารถมาใช้บริการกันได้ จะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ย่นระยะจากสองชั่วโมงนิดๆ เหลือ หนึ่งชั่วโมง ไม่ใกล้ไม่ไกล มาฮีลใจกันด้วยบรรยากาศสีเขียว”ขณะที่ นายประทีป มุ่งยอดกลาง ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์ บ้านคลองเพล สองหมู่บ้านที่ได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน บริเวณอาณาเขตเขาใหญ่  กิจกรรมของเราจะมีการเรียกว่า “ดีท็อกซ์ปอด กอดเขาใหญ่” เข้าไปที่แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนของสองหมู่บ้าน กิจกรรมหลักคือ ปั่นจักรยานเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ในหมู่บ้านของเราทั้งสองหมู่บ้าน เป็นเส้นวงกลม 



นอกจากนั้นมีอีกหลายกิจกรรม เช่นนำนักท่องเที่ยวไปที่วัดท่ามะปรางค์เพื่อไหว้ หลวงพ่อใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ มีอายุนับร้อยปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะทางอีสานที่ชาวชุมชนให้ความเคารพนับถือ 

หลังจากนั้นขี่จักรยานต่อไปชมวิวเขาลูกช้างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และต่อไปยังมีสวนผลไม้ของชาวบ้าน สวนทุเรียนสวนแรกของท่ามะปรางค์ สวนสำเภาทอง มีทุเรียนหมอนทอง  ทุเรียนชะนี มังคุดละมุดและผลไม้อื่นๆ อีกหลากหลาย 

เราจะพานักท่องเที่ยวปั่นจักรยานไปชมสวนผักออแกนิคส์อยู่ในชุมชน ปลูกผักไร้สารพิษ และเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมและทำกิจกรรมตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บผักหรือเก็บไข่ไก่ ต่างๆ เพื่อนำกลับไปประกอบอาหารได้



เส้นทางการท่องเที่ยว ยังสามารถเดินข้ามสะพานลำตะคอง เข้าสู่หมู่บ้านคลองเพล หลังจากนั้นมายังบริเวณท่าน้ำลำตะคองนี้ จะมีกิจกรรม หลากหลาย เช่น การเพ้นท์สีจากใบไม้ การประกอบอาหารต่างๆ 

นายวินัย ขันทีท้าว อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 17 ตำบล หมูสี เสริมว่า การท่องเที่ยวของเราเพื่อลดภาวะโลกร้อนและชี้แนะให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่าชุมชนของเราเป็นชุมชนที่ปราศจากมลพิษ เพราะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งยกฐานะเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2548 


กิจกรรมเกี่ยวกับการทำอาหารพื้นบ้าน ซึ่งวัสดุดิบต่างก็หาจากท้องถิ่น เช่นหน่อไม้ กล้วย หรือพืช ผักตามธรรมชาติต่าง ๆ ลำธารแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถเข้ามาเล่นน้ำลำตะคองได้เป็นอย่างดี เพราะถือเป็นหมู่บ้านแรกที่รับน้ำมจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงมีความสะอาด นั่นทำให้เราคิดกิจกรรม นักสืบจากสายน้ำด้วย เพื่อให้เยาวชนหรือคนที่สนใจลองใช้กระชอนช้อนภายในสายน้ำที่ไหลมานั้นว่ามีสัตว์อะไรบ้าง 





นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดูนก ในชุมชนแห่งนี้มีนกมากกว่า 38 ชนิด ปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็สนใจกิจกรรมนี้มาก แต่ทางชุมชนเราบริการได้เพียงบางส่วน เพราะขาดอุปกรณ์ด้านการใช้กล้อง การดูนกมีในพื้นที่หมู่บ้านและพื้นที่ของททท. หากมีนักท่องเที่ยวเกินหนึ่งร้อยคนขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีการชวนนักท่องเที่ยวขยายพันธ์พืช โดยใช้หนังสติ๊กยิง เช่นเมล็ดมะค่า 




จุดตรงนี้จะเป็นเซนเตอร์จุดหนึ่ง รองรับนักท่องเที่ยวเพื่อมาเล่นน้ำลำตะคอง ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านแรกที่รับน้ำมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีความสะอาดมาก

ทำความรู้จักของดีโคราช ทุเรียน GI ที่สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส

สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส จำหน่าย ทุเรียนคุณภาพสูง ชิมแล้วอร่อย...เกรด AA

สวนบ้านไร่ภูฟ้าใสเป็น 1 ใน 39 สวนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)การรับรองได้รับใบอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาประวัติสวน ประสบการณ์การทำสวนทุเรียนในพื้นที่ปากช่องมายาวนาน ท้าทายสภาพแวดล้อมเพื่อผลิตผลไม้คุณภาพสูง เนื้อแห้ง เนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรง หอมกลิ่นดอกไม้ หอม อบอวน ในรสสัมผัส หวานพอดี เนียนละมุนลิ้น ต้องบรรยาย ด้วยรสสัมผัส จริงๆ ในการรับประทาน ต้องลอง จะได้ อรรถรส ที่ไม่เคย ได้สัมผัสมาก่อนทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ที่มีเนื้อสัมผัสเนียน แน่นหนีบ แห้ง ละเอียด เส้นใยน้อย มีสีเหลืองอ่อนสม่ำเสมอทั้งผล กลิ่นหอม อ่อน รสชาติหวาน มัน ปลูกในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

นายวาที ทองสัมฤทธิ์ เจ้าของสวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส เป็นหนึ่งในสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวน อำเภอปากช่อง คุณน้ำเงิน ยศสูงเนิน เป็นประธาน ข้อดีของทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ เนื่องจากพื้นที่อากาศเป็นมรสุมเขตร้อน ฝนตกดี ประกอบกับเป็นดินที่เป็นป่าเก่า ดงพญาเย็นทำให้ปลูกผลไม้ทุกชนิดอร่อย ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อแห้งเนียนนุ่ม เส้นใยละเอียด และกลิ่นหอมอ่อน  มีประสบการณ์การทำสวนทุเรียนในพื้นที่ปากช่องมายาวนาน ท้าทายสภาพแวดล้อมเพื่อผลิตผลไม้คุณภาพสูงเปิดสวนต้อนรับทุกท่าน มาแบบครบจบในที่เดียว  แต่ตอนนี้เมื่อปลูกทุเรียนแล้วเด่นขึ้นมาเพราะเนื้อสัมผัส เนื้อแห้ง ละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรงและมีเนื้อหอมของดอกไม้อ่อนๆ  ขณะที่เราทานอย่าเพิ่งรีบเขาจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้ขึ้นจมูก ตรงนี้เป็นลักษณะพิเศษ บ พวงมณี ก้านยาว หลงลับแล ตัวที่อร่อยที่สุดของสวนผมเอง คือ ทุเรียนนกหยิบ จะมีลักษณะพิเศษห๊อมหอม ทุเรียนเบญจพรรณ เป็นทุเรียนที่ไม่ใช่หมอนทองเป็นทุเรียนอะไรก็ได้ ทั้งกระดุม นกหยิบ พวงมณี ที่มาใหม่ สวนนี้ปลูก สามไร่ ทั้งหมด 120 ต้น เฉพาะสวนผมเองทำให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ได้ส่งล้ง ก็จะขายตรง ขายออนไลน์และไปออกงานเทศกาล ๆ ปัจจุบันเปิดร้านอยู่ที่หน้าร้านธรรมชาติ 




คุณน้ำเงิน ยศสูงเนิน กล่าวถึง ทุเรียนปากช่องโดดเด่นคือ เนื้อแห้ง เนียนละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรง ซึ่งได้รับการรับรองเป็น GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งในปีนี้เราจะมีการจัดงานทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI  เป็นครั้งที่ 5 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา กระทรวงพาณิชย์ส่วนหนึ่งและจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง ในการอนุเคราะห์สถานที่และอำนวยความสะดวก ในงานการออกร้าน 40 สวนและมีสินค้าเกษตรจากโคราชมา มีของกินดีดีของเขาใหญ่และใกล้เคียง เน้นอาหารการกินที่เป็นของเขาใหญ่และปากช่องโดยตรง ซึ่งเราได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและคนพื้นถิ่นก็มาร่วมงาน เราจัดต่อเนื่องครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 

โดยทุก ๆ ปี จังหวัดนครราชสีมา โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับอำเภอปากช่องและผู้ประกอบการทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ จัดงาน “เทศกาลทุเรียน GI ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ Durian GI Festival Pakchong Khaoyai” เป็นประจำปี โดยได้จัดติดต่อเนื่องจากวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวนอำเภปากช่อง

ขอเชิญชวนมาชิมทุเรียนปากช่องของเราระหว่าง วันที่ 24  28 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น.จัดที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง  ตำบลหนองน้ำแดง เส้นทางถนนธนรัชต์ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เชิญชวนมาชิมทุเรียนปากช่อง


ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย คือ เกษตรกรชาวสวนตัวจริงมาจำหน่าย ไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลาง เสน่ห์คือ พ่อค้าแม่ขายอาจจะปลอกเก่งบ้างไม่เก่งบ้าง แต่เป็นชาวสวนแท้ๆ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทุเรียน เราแปรรูปมีทุเรียน กวน ทุเรียนทอด ไอศครีม ผลไม้อื่นๆ เช่น อโวคาโด แก้วมังกร อินทผลัม สะตอ ของที่อยู่ในสวนจะนำออกมาจำหน่าย และได้ชิมของดีเส้นทางเขาใหญที่มาออกร้านกับเรา เป็นงานชม ชิม ช็อป อย่าลืมนะคะ งานทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI นอกจากนี้ยังมีดนตรี ศิลปินนักร้องมาแสดง มานั่งฟังรับประทานทุเรียนเคล้าเสียงดนตรี 



เชิญทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์ของทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ รสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเป็นสินค้า GI สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอปากช่อง (สมบัติพิเศษหรือมีลักษณะเฉพาะที่เกิดจากอิทธิพลสิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์) เหตุผลที่ทุเรียนจากแถบเขาใหญ่ (หรือ ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่) ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างมาก เกิดจากความพิเศษของสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุเรียนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มต้น การจำหน่าย ต้นฤดูกาล ด้วยทุเรียนเบญจพรรณ นกหยิบ กระดุม พวงมณี ก้านยาว มูซานคิงส์ ฯลฯ

สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส สายทุเรียนห้ามพลาด หรือชาวโคราชที่อยากลองอยากชิมความอร่อย
"ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่" ของดีของชาวโคราชที่ต้องไปหาลองกันให้ได้นะคะ

สนใจติดต่อ​ ทุเรียน​ GI​ ทุเรียนเขาใหญ่ปากช่อง​
FB : สวนทุเรียน บ้านไร่ภูผาฟ้าใส

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรม The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention เปิดตัวแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Long Stay) และการทำงานจากที่ใดก็ได้ (Workation) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายเข้าไว้ด้วยกัน

เชียงรายถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติอันงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และค่าครองชีพที่เหมาะสม ทำให้เป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทาง ผู้เกษียณอายุ และกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว โรงแรมนำเสนอห้องพักดีลักซ์พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษสำหรับการเข้าพักระยะยาว ได้แก่ พัก 7 คืน ราคา 12,600 บาท พัก 14 คืน ราคา 24,500 บาท และพัก 30 คืน ราคา 51,000 บาท ผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และส่วนลดบริการซักรีด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่วางแผนพำนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นวัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น สิงห์ปาร์ค เชียงราย และชุมชนท้องถิ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ โรงแรมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการค้นพบวิถีชีวิตและประสบการณ์ใหม่ในภาคเหนือของประเทศไทย





โปรโมชั่น “Stay Longer, Feel Chiang Rai” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพัก โทร. 052 055 888

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยาเดีย ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80

ยาเดีย (Yadea) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569

นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีฐานธุรกิจระดับโลกและเป็นแบรนด์ที่มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายและสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น




นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย
นายหยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ ยาเดีย ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย”
สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดย ด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ
ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริงและมีสไตล์
เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC)
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น
โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร



โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ - 15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจ็กเก็ต Yadea มูลค่า 2,000 บาท และ หมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวในตอนท้ายว่า “สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย”
สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด โปรโมชัน และช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Yadea Official Store บน Shopee: https://shopee.co.th/yadeathailand สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชันต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/yadea.th.ev หรือ https://yadea.co.th/

ข่าวประชาสัมพันธ์

ZEEKR จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ "Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way"

ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แคม...

โวยวายดอทคอม