วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว คว้ารางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025

 


เมื่อเร็ว ๆ นี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ให้เกียรติมอบรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 แก่ ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะหัวหน้าโครงการ“7 INSPIRATIONS” นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการสื่อสารสังคมด้านคนพิการ ในโอกาสเข้ารับมอบรางวัลชนะเลิศ ประเภทรายการโทรทัศน์ สื่อสร้างสรรค์ที่ควรค่าแก่การยกย่อง พร้อมด้วยผู้กำกับนายชนาธิป พิสุทธิ์เสรีวงศ์ มหาบัณฑิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ สาขาการออกแบบสื่อดิจิทัลและการภาพยนตร์ และผู้ช่วยผู้กำกับ นายปกรณ์ พบพรรัตกุลปกรณ์ พบพรรัตกุล  








รางวัลดังกล่าวมอบให้จากผลงานการขับเคลื่อนสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมเจตคติเชิงบวกต่อคนพิการในสังคม ผ่านโครงการ “7 INSPIRATIONS” ซึ่งมุ่งนำเสนอเรื่องราวและศักยภาพของคนพิการ เพื่อสร้างความเข้าใจและทัศนคติที่ดีในสังคม โดยสามารถติดตามผลงานย้อนหลังได้ที่ YouTube: 7 INSPIRATIONS และ Facebook : 7 INSPIRATIONS และเตรียมเผยแพร่อีก 7 เรื่องราวคนพิการต้นแบบทุกวันเสาร์ เวลา 11.00-11.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT เริ่มตุลาคมนี้ 

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี โดยมี นางสาวชาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานศูนย์คุณธรรมฯและ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรมฯ ร่วมแสดงความยินดี ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Epson จับมือ Theater House เปิดประสบการณ์ Home Entertainment และ Home Cinema ด้วยเอปสัน โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่

เอปสัน ประเทศไทย เดินหน้าสร้างประสบการณ์การรับชมความบันเทิงภายในบ้าน ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ ด้วยการร่วมกับ Theater House เปิดประสบการณ์ “Epson X Theater House – LUMENNEXT” ชวนผู้ที่หลงใหลในภาพยนตร์และความบันเทิงภายในบ้าน มาสัมผัสประสบการณ์ภาพจากเอปสันโปรเจคเตอร์โฮมเธียเตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมทดลองชมภาพจริงในห้องโชว์รูมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างและเลือกโซลูชันที่เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ณ Theater House @ราชพฤกษ์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 กันยายน 2569



โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสเอปสันโปรเจคเตอร์โฮมเธียเตอร์ รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่น ที่ตอบโจทย์การใช้งานตั้งแต่การสร้างห้อง Home Cinema โดยเฉพาะ ไปจนถึงการเปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นพื้นที่ความบันเทิงขนาดใหญ่ ได้แก่ Epson EH-LS9000W โปรเจคเตอร์เลเซอร์ 4K สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ชมภาพยนตร์อย่างจริงจัง โดดเด่นด้วยคุณภาพรายละเอียดและสีสันของภาพ พร้อมความยืดหยุ่นในการติดตั้ง รองรับ HDR10+ ให้ความสว่าง 2,200 ลูเมน และสามารถฉายภาพได้ใหญ่สูงสุดถึง 300 นิ้ว เหมาะสำหรับการติดตั้งในห้อง Home Theater โดยเฉพาะ Epson Lifestudio Grand EH-LS670B โปรเจคเตอร์ Ultra Short Throw ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในห้องนั่งเล่น ให้ภาพความละเอียดระดับ 4K PRO-UHD ความสว่าง 3,600 ลูเมน รองรับขนาดภาพสูงสุด 120 นิ้ว พร้อม Google TV และระบบเสียง Sound by Bose ในตัว ช่วยเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านให้กลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงได้อย่างลงตัว

Epson Lifestudio Grand Plus EH-LS970B โปรเจคเตอร์ Ultra Short Throw ระดับเรือธง มาพร้อมความละเอียด Real 4K และความสว่าง 4,000 ลูเมน สามารถวางใกล้ผนังและฉายภาพขนาดใหญ่ได้สูงสุด 150 นิ้ว พร้อม Google TV ระบบเสียง Sound by Bose และเทคโนโลยี AI ที่ช่วยปรับภาพให้เหมาะกับแต่ละฉาก มอบประสบการณ์รับชมที่เต็มอิ่มโดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ติดตั้งมาก

นอกจากนี้ภายในโชว์รูมเราจัดเตรียมห้องไฮไลท์ที่นำเสนอ Epson EH-QL3000W ที่ให้ความสว่างสูงถึง 6,000 ลูเมน ฉายกับจอขนาด 333 นิ้ว ให้ภาพสวยสมจริง มีมิติ ครบอรรถรสในการรับชม พร้อมรับคำแนะนำตั้งแต่การเลือกโปรเจคเตอร์ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน การออกแบบพื้นที่ การติดตั้ง ไปจนถึงการติดตั้งระบบให้สอดคล้องกับพื้นที่ใช้งานจริงอีกด้วย



ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ Epson X Theater House – LUMENNEXT ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง
วันที่ 20 กันยายน 2569 ณ Theater House @ราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร. 096-639-4932 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.theaterhouse.co.th

ร่วมค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ของ Home Entertainment และสัมผัสคุณภาพภาพจากเอปสันโปรเจคเตอร์โฮมเธียเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยตาตัวเอง

กรมการท่องเที่ยว ครบรอบวันสถาปนา 24 ปี เดินหน้าสร้างการท่องเที่ยวไทยคุณภาพ ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและความยั่งยืน

กรมการท่องเที่ยวจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 24 ปี สะท้อนบทบาทการวางรากฐานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พร้อมเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว และส่งเสริมการเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมการท่องเที่ยวจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 24 ปี ณ กรมการท่องเที่ยว ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารซี โดยได้รับเกียรติจากนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้บริหารกรมการท่องเที่ยว อดีตผู้บริหาร ผู้แทนส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย บุคลากรกรมการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน




นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า การครบรอบ 24 ปี ถือเป็นโอกาสสำคัญและเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของบุคลากรกรมการท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยว ได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการวางรากฐานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยมีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ


สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ กรมการท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านงานด้วยดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม หรือระบบ DOT e-Service Center” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถอำนวยความสะดวกได้รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ขณะเดียวกัน กรมการท่องเที่ยวยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านโปรเจค Thailand Green Tourism Plan 2030 ในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และผู้ประกอบการ ให้มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก




อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของกรมการท่องเที่ยวในวันนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้าง “ระบบการท่องเที่ยวไทยแห่งอนาคต” ที่มีมาตรฐาน โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นพลังขับเคลื่อนให้การท่องเที่ยวไทยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และร่วมกันนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.หัวเฉียวฯ ในงาน HCU Open House 2026: from BANI to beyond

HCU Open House 2026 เมื่อโลกภายนอกมันไม่แน่นอน ม.หัวเฉียวฯ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้น้อง ๆ รับมือกับโลกที่คาดเดาไม่ได้ ขอเชิญน้อง ๆ มาออกแบบอนาคตที่ ม.หัวเฉียวฯ ในงาน HCU Open House 2026: from BANI to beyond วันที่ 11-12 กันยายนนี้

ลงทะเบียนออนไลน์ร่วมสร้างอนาคต
ม.หัวเฉียวฯ ร่วมออกแบบอนาคตน้อง ๆ ด้วย BANI
B : Brave and Build น้องเชื่อ พี่สร้าง
น้องเชื่อมั่นในความฝันพี่พร้อมสร้างฐานความรู้และทักษะแบบแน่นปึกด้วยห้องแล็บที่มาตรฐานลงมือทำในปีแรก
A : Aspire and Assure น้องพุ่งชน พี่การันตี
น้องมีใจมุ่งมั่นพร้อมชน พี่ขอการันตีความพร้อมของหลักสูตรและ
เครือข่ายระดับสากล
N : Navigate and Nurture น้องค้นหา พี่ดูแล
น้องค้นหาเส้นทางชีวิต พี่พร้อมเป็นบ้านหลังที่สองและเป็นเข็มทิศ
นำทางคอยบ่มเพาะและดูแล
l : Ignite and Impact น้องจุดประกาย พี่ส่งเสริม
เมื่อไฟในตัวน้องจุดประกายขึ้น พี่ส่งเสริมเปลี่ยนความรู้และ Passion ให้เป็นพลังช่วยเหลือสังคม

อบก.เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

จัดแคมเปญท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำทั่วไทยพร้อมมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City ตั้งเป้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำยั่งยืน

(กรุงเทพมหานคร 28 สค. 2569) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งเสริมพื้นที่ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 33 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ รวมทั้ง Net Zero Pathway จำนวน 15 เทศบาล และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free Journeys)” พร้อมเงินรางวัลกว่า 120,000 บาท โดยมี นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ณ ห้องอัศวิน  แกรนด์ บอลรูม เอ ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพมหานคร


กรุงเทพมหานคร 28 สค. 2569  องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ
เป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งเสริมพื้นที่ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 33 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ รวมทั้ง Net Zero Pathway จำนวน 15 เทศบาล และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free Journeys)” พร้อมเงินรางวัลกว่า 120,000 บาท โดยมี นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ณ ห้องอัศวิน  แกรนด์ บอลรูม เอ ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพมหานคร


นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เปิดเผยว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เห็นถึงความสำคัญและได้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและกำหนดทิศทางการดำเนินงานในอนาคต เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 จึงได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การสนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด 




ทั้งนี้ อบก. เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยสนับสนุนให้แสดงเจตนารมณ์ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และจัดทำแผนมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Pathway) ในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวให้ชุมชนของตนเอง ผ่านการจัดทำโครงการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคกลาง 17 จังหวัด ภาคใต้ 8 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ และโครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่




เทศบาลเมืองชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เทศบาลตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต  เทศบาลเมืองแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลวัดประดู่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลตำบลหลักเมือง จังหวัดราชบุรี  เทศบาลเมืองบางกะดี จังหวัดปทุมธานี เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลตำบลดีลัง จังหวัดลพบุรี เทศบาลตำบลตลาดเกรียบ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลพระแท่น จังหวัดกาญจนบุรี เทศบาลตำบลสุนทรภู่ จังหวัดระยอง เทศบาลตำบลหนองควาย จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลเหมืองจี้ จังหวัดลำพูน





นอกจากนี้ อบก. ยังเล็งเห็นความสำคัญภาคการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในหลากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน อบก. จึงเร่งการสื่อสารเชิงรุกประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำในพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ผ่านการจัดโครงการประกวด Green Awareness Digital Campaign : “เที่ยวไทย ไม่ทิ้งคาร์บอน” (Thailand Carbon-Free Tourism) พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักรู้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างเทรนด์การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานบริการของ อบก. เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ เข้าถึงเรื่องสังคมคาร์บอนต่ำ การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ การจัดการก๊าซเรือนกระจก และการร่วมสื่อสารประเด็นลดก๊าซเรือนกระจกในวงกว้าง

โอกาสนี้ อบก. ได้จัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 34 แห่ง โครงการ Net Zero Pathway จำนวน 15 แห่ง และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free Journeys)” พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 120,000 บาท ให้กับผู้ชนะการประกวดจากประเภทต่าง ๆ รวมจำนวน 10 ทีม จากผลงานการประกวด 141 คลิป จากทั่วประเทศ แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม คาปิบาร่าแมน รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท  รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม มาดิวัยรุ่น รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม สร้างสรรค์สุข รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท  รางวัลชมเชย จำนวน 4 ทีม  ได้แก่ ทีม Maitree Verb  , ทีม กรีนเที่ยวไทย ทีม DCC รักโลก และ ทีม เถาวัลย์พันขา รับโล่ประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท  

นอกจากนี้ ยังรางวัล Popular Vote อีก 3 รางวัล โดย Popular Vote อันดับ 1 ได้แก่ ทีม Carbon Free Day รับโล่พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท  ส่วน Popular Vote อันดับ 2 ได้แก่ ทีม Children_s Dreams รับโล่พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และ  Popular Vote อันดับ 3 ได้แก่ ทีม EcoX รับโล่พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท 


สำหรับผลงานคลิปท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลต่าง ๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ยูทูป อบก. https://www.youtube.com/playlist?list=PLDdE4QindTPw


วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

อมรา วิจิตรหงษ์ อดีตนักกีฬาวินเซิร์ฟทีมชาติไทยระดับโอลิมปิก เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ แชมป์โลกประเภทฟรีสไตล์

 

“คุณอมรา วิจิตรหงษ์” อดีตนักกีฬาวินเซิร์ฟโอลิมปิค เคยได้เหรียญทองซีเกมส์และแชมป์โลกฟรีสไตล์และเมื่อสองปีก่อนเพิ่งคว้ารางวัลจากประเทศอังกฤษ ในฐานะนักกีฬาที่ทำประโยชน์แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม และรางวัล “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้ปกป้องทะเลไทย จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


คุณอมรา วิจิตรหงษ์ อดีตนักกีฬาวินเซิร์ฟโอลิมปิค เล่าว่า “มาอยู่พัทยาห้าสิบปีแล้ว ตั้งแต่อายุ 13 ไปแข่งต่างประเทศก็กลับมาอยู่พัทยาเพราะชอบมาก โดยเฉพาะที่ปัจจุบันมีคลองน้ำกร่อยอยู่ใกล้ๆ  จะมีความสมบูรณ์มาก มีป่าและทะเล มีความสุข ผู้ที่ใช้พลังแห่งความกลัวเป็นแรงขับสำคัญในทุกช่วงวัยของชีวิต และเรื่องราวชีวิตหลังเซิร์ฟบอร์ดในฐานะนักอนุรักษ์ทะเล

ที่เราอยู่นี่คือ อมรา วอเตอร์สปอร์ต  มีวินเซิร์ฟ ซัพบอร์ด สเก็ต เรือใบแคท ในฐานะนักกีฬา อยากให้ทุกคนมาเที่ยวพัทยา อย่างที่เราเห็นความสวยอยู่ข้างหลังนี้ เราเล่นกีฬาอยู่กับธรรมชาติ ที่นี่ยังมีเต่า มีโลมา มีวาฬอยู่แถวนี้ คอนเฟิร์มได้เพราะคลุกคลีอยู่กับทะเลแห่งนี้ ไปมา 38 ประเทศแล้ว บอกเลยว่า ประเทศไทยสวยที่สุด ทั้งอาหารก็ดี ธรรมชาติก็ดี วัฒนธรรมไทยชาวโลกก็ให้ความชื่นชมอยู่แล้ว อยากให้ทุกคนช่วยกันซัพพอร์ตท่องเที่ยวไทย เพื่อพวกเราทุกคน จะได้ไม่ต้องออกนอกประเทศ”  




และเมื่อถามถึงคนที่จะมาเล่นซัพบอร์ด เธอบอกว่า “เล่นได้หมดแม้แต่เด็กอายุไม่กี่ขวบหรือ ว่ายน้ำไม่เป็น ก็เล่นได้ เราสอนหลายคนแล้ว เรารอน้ำเรียบก่อนและพาเขาไปตรงน้ำตื้น เริ่มเอาความกลัวออกไปทีละนิด ทีมเราพร้อมที่จะซัพพอร์ต ครูติดไปกับเขาด้วยอยู่แล้วกีฬาไม่ใช่อุปสรรคแต่คือความกลัวซึ่งมาจากความคิดของมนุษย์ เอาความกลัวออกไป มีหัวใจมาเท่านั้นเอง เราจะใส่ความกล้าให้”
 

สิ่งที่เราได้รับรู้เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับพี่อมรา แต่ละถ้อยคำ แต่ละการบอกเล่า ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงพลังงานแห่งความสุขที่เปี่ยมล้น จนส่งต่อให้ผู้ฟังได้รับรู้ถึงหัวใจของพี่สาวคนนี้จริงๆ “ยินดีต้อนรับและให้ความรู้แก่ทุกคน เรามีทีมครูพร้อมที่จะสอน ครูเป็นนักกีฬาทีมชาติเช่นกัน รวมทั้งพี่ที่พร้อมจะช่วยสอนและให้คำแนะนำ อยากให้ทุกคนเก่งและมีสุขภาพที่ดี”ครูอมรา กล่าวเสียงหนักแน่น 
ล่าสุด ในฐานะนักอนุรักษ์ทะเล ผู้จุดประกายเรื่องการรณรงค์เก็บขยะทางทะเล อาสาสมัครสารพัดกลุ่ม และเจ้าของ Amara Watersports โรงเรียนสอนกีฬาทางน้ำซึ่งปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เด็กและเยาวชน…คลื่นลมพัดเธอมาไกลจากอาชีพที่เธอชอบ แต่ไม่ได้พัดเธอไปไหนไกลจากท้องทะเลที่เธอรัก เพราะทะเลที่สะอาด คือมรดกที่เราทุกคนช่วยกันรักษา




AMARA WATERSPORT มาเจอกันที่ทะเล แล้วออกไปสนุกกับสายลมกันค่ะ
สนใจทักมาที่ Line: amwthailand
สามารถดูรายละเอียดมาร่วมสนุกกันที่ เพจ Amara Watersports

#AmaraWatersports #SUPPattaya #SUPBoard #Pattaya #Watersports #DepartmentOfTourism #InfluencerTrip #Thailand #เที่ยวพัทยา #กิจกรรมทางน้ำ


ข่าวประชาสัมพันธ์

ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว คว้ารางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025

  เมื่อเร็ว ๆ นี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ให้เกียรติมอบรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 แก่ ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว ผู้ช่วยอธิก...

โวยวายดอทคอม