วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ธนาคารกรุงเทพ ชวนคนรุ่นใหม่สร้างคอนเทนต์ ดโครงการ “ผู้กำกับน้อย” ซีซั่น 2


ธนาคารกรุงเทพ ต่อยอดความสำเร็จโครงการ ‘ผู้กำกับน้อย’ ลุยเปิดซีซั่น 2 ชวนคนไทยสร้างคอนเทนต์ โปรโมทท่องเที่ยว 8 จังหวัดเมืองรอง หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ทั่วถึง พร้อมเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประสบการณ์ตรง จาก 8 ผู้กำกับมืออาชีพ ลงมือทำภาพยนตร์สั้นชิงตำแหน่ง ‘ผู้กำกับน้อย’ พร้อมรางวัลรวมกว่า 8 แสนบาท


นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพได้จัดโครงการ “จานโปรด Episode ลับ” เพื่อเชิญชวนคนไทยมาร่วมกันสร้างคอนเทนต์โปรโมทร้านเด็ดในชุมชน พร้อมได้รับเกียรติจาก 5 ผู้กำกับมือทองมาร่วมติวเข้มและแชร์ประสบการณ์สำหรับสร้างคลิปและทำหนังสั้นแบบมืออาชีพ ให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์สั้นได้สำเร็จและตัดสินรางวัล “ผู้กำกับน้อย” คนแรกของประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กิจกรรมดังกล่าวประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีเยี่ยม มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งกว่า 300 ทีม และที่สำคัญยังได้ประชาสัมพันธ์ร้านค้าในระดับท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย


เพื่อสานต่อกิจกรรมและต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ปีนี้ ธนาคารกรุงเทพจึงได้จัดทำโครงการ Young Director Award - ผู้กำกับน้อย ปีที่ 2 เพื่อเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจการผลิตคอนเทนต์ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนสินค้าในท้องถิ่น-ชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจในระดับชุมชนทั่วประเทศให้กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดเมืองรอง ได้แก่ ลำพูน พิษณุโลก ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ชัยนาท จันทบุรี นครศรีธรรมราช และตรัง ที่ต่างมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะได้เข้าร่วมอบรมเรียนรู้วิธีการผลิตภาพยนตร์อย่างรอบด้านและครบทุกกระบวนการจากสุดยอดวิทยากร-ผู้กำกับมือทอง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในธุรกิจภาพยนตร์ในอนาคตอีกด้วย


สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จะแบ่งออกเป็น 3 รอบ โดยรอบที่ 1 จะเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ทีมละ 3 คน ส่งเรื่องย่อบทภาพยนตร์สั้น ความยาว 5 นาที รวมถึง Theme และ Concept ของเรื่องความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 โดยให้อิสระในการนำเสนอบทภาพยนตร์สั้น โดยคณะกรรมการได้คัดเลือก 25 ทีม เข้าสู่รอบที่ 2 ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “ผู้กำกับน้อย” เพื่อเรียนรู้หลักการและประสบการณ์การจัดทำภาพยนตร์สั้นอย่างเข้มข้น พร้อมนำเสนอผลงานภาพยนตร์สั้น ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกเพียง 8 ทีมเข้าสู่รอบต่อไป 

ในรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายที่จะได้เข้าไปติวเข้มและเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจาก 8 ผู้กำกับมือทอง ประกอบด้วย คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับเรื่อง ต้มยำกุ้ง องค์บาก, คุณก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับ ขุนพันธ์, คุณกอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับ Moments of Love, คุณยรรยง คุรุอังกูร ผู้กำกับ อัลเทอร์มาจีบ, คุณพัฒนะ จิรวงศ์ ผู้กำกับหนังสารคดี ติดถ้ำ, คุณพิง ลำพระเพลิง ผู้กำกับ โคตรรักเอ็งเลย, คุณเอส คมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับ สายลับจับบ้านเล็ก และทีมผู้กำกับภาพยนตร์จักรวาลไทบ้าน ผู้กำกับไทบ้าน เดอะซีรีส์ พร้อมกับต้องลงมือถ่ายทำภาพยนตร์สั้นส่งเสริมการท่องเที่ยวใน 8 จังหวัดเมืองรอง ผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเพียงทีมเดียวจะได้รับตำแหน่ง “ผู้กำกับน้อย” พร้อมรางวัล “บัวหลวงทองคำ” และเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท นอกจากนี้ ผลงานทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการ จะได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ของธนาคารกรุงเทพ เพื่อร่วมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรองอีกทางหนึ่งด้วย

“ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งเรามีความตั้งใจที่อยากกระจายประโยชน์ในภาคการท่องเที่ยวให้เข้าไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ให้กว้างขึ้น ไม่กระจุกอยู่เฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักเท่านั้น จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ที่อยากเชิญชวนคนที่สนใจและชื่นชอบการสร้างสรรค์คอนเทนต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้มีความยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกัน เรายังหวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งเวทีแห่งโอกาสสำหรับคนที่สนใจด้านการสร้างภาพยนตร์ โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษา สามารถเข้ามาเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจากผู้กำกับมืออาชีพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและประกอบอาชีพในอนาคต” นายกอบศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายนนทรีย์ นิมิบุตร ในฐานะตัวแทนและผู้ประสานงานของโครงการ Young Director Award - ผู้กำกับน้อย กล่าวว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ธนาคารกรุงเทพไว้วางใจ ให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Young Director Award ผ่านหลักสูตรการอบรม “ผู้กำกับน้อย” ได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ และผู้สนใจงานด้านการกำกับภาพยนตร์ เป็นเวทีแห่งโอกาสสำหรับคนที่สนใจการสร้างภาพยนตร์สั้น โดยเฉพาะน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาที่มีใจในงานเหล่านี้ สามารถเข้ามาเรียนรู้และหาประสบการณ์จากผู้กำกับที่มีชื่อเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้จากการทำงานจริงร่วมกัน และเป็นพื้นที่ในการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์อย่างเสรี  ความคิดสร้างสรรค์ วิธีการนำเสนอ ภาพการตัดต่อ มุมกล้องที่น่าสนใจ เป็นไอเดียใหม่ๆ จากน้องซึ่งเป็นรุ่นใหม่ ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เผยแพร่นักสื่อสารออนไลน์อย่างมืออาชีพ และนำความรู้ไปประกอบเป็นอาชีพต่อไป


“สิ่งที่นับเป็นความภาคภูมิใจของผู้กำกับและทีมงานทุกคน คือการได้นำเอาความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ มาถ่ายทอดให้แก่คนรุ่นใหม่ที่สนใจและมีศักยภาพที่อาจจะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของวงการภาพยนตร์ในอนาคต ขณะเดียวกันยังได้มีส่วนร่วมกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองรอง การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอีกครั้งอย่างยั่งยืน ซึ่งเชื่อมั่นว่าทุกคนมีความตั้งใจและพร้อมทุ่มเทกับโครงการนี้อย่างเต็มที่แน่นอน” นายนนทรีย์ กล่าว

ผู้สนใจโครงการ Young Director Award - ผู้กำกับน้อย สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook: Young Director Award ผู้กำกับน้อย 

#YoungDirectorAward #ผู้กำกับน้อย #ธนาคารกรุงเทพ

สมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ เชิญเที่ยวงานกาชาด 100 ปี

สมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ เชิญเที่ยวงานกาชาด 100 ปี วันที่ 8 - 18 ธันวาคม 2566  ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ซุ้มหมายเลข 4.11 ใกล้ศาลาไทย (โซนสถาบันการศึกษา) ร่วมเล่นเกม  ลุ้นรับแหวนเพชร , smart TV 65" และของรางวัลต่างๆมากมาย 

สมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ เชิญเที่ยว " งานกาชาด ประจำปี 2566 " ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ " รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้ " #RedCrossFairCenturyOfCharity นับเป็นปีพิเศษ งานกาชาดครบ 100 ปี  ชวนนุ่งโจงห่มไทย เดินเที่ยว ชอป ณ สวนลุมพินี จัดเต็ม 11 วัน 11 คืน ตั้งแต่ 8-18 ธ.ค.นี้ ที่ซุ้มหมายเลข 4.11 ใกล้ศาลาไทย (โซนสถาบันการศึกษา) 


ซื้อคูปองกาชาด ร่วมเล่นเกมต่างๆในซุ้ม รับของรางวัลต่างๆมากมาย รวมมูลค่า กว่าล้านบาท คูปองกาชาดใบละ 25 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ได้แหวนเพชรแท้มูลค่า 40,000 บาท ทั้ง Smart TV 65"  ราคา 39,500 บาท และ แอร์ 9000 BTU ~ 13,500 บาท Smart Watch, จักรยาน อื่นๆอีกมากมาย ร่วมเล่นเกม KMS LUCKY GAME รับของรางวัลหน้างานกันสดๆ 


เจอกัน..ที่สมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ ซุ้มหมายเลข 4.11 ใกล้ศาลาไทย (โซนสถาบันการศึกษา) ในงานกาชาด วันที่ 8 - 18 ธ.ค. 2566 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญชวนเที่ยวงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2566”

น้ำพระทัยสองพระมิ่งขวัญเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปี่ยมล้นพระเมตตาผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้อง Meeting Room 210 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดงานแถลงข่าว “งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2566” ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “น้ำพระทัยสองพระมิ่งขวัญเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปี่ยมล้นพระเมตตาผู้ประสบอุทกภัย" เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการทรงงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตลอดระยะเวลากว่า 28 ปี 


โดยถ่ายทอดเรื่องราวการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน ตั้งแต่การเฝ้าระวังก่อนเกิดอุทกภัย การบรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดอุทกภัย และการฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัย ในรูปแบบ Immersive Exhibition ในแกลลอรี่ทรงหยดน้ำ นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านของร้านโครงการส่วนพระองค์ ร้านพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านพึ่งพา และ PAfé ร้านค้ากิตติมศักดิ์ ร้านภริยาเหล่าทัพ ร้านภาคีเครือข่าย และร้านดังจากโลกออนไลน์ กว่า 200 ร้าน และความเพลิดเพลินจากกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ในการจัดงานครั้งนี้ยังมีการจัดกิจกรรมการวิ่ง “พึ่งพา RUN” ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพ เป็นภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน ทุกท่านที่มาร่วมวิ่งยังมีส่วนสนับสนุนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้อีกด้วย 



โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในฐานะประธานคณะ กรรมการอำนวยการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2566” พร้อมด้วยคุณฉัตรชัย พรหมเลิศ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ, คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ และคุณฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หน่วยงานภาคีเครือข่าย และศิลปิน ร่วมงานแถลงข่าว


ศาสตราจารย์พิเศษสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ได้กล่าวถึงที่มาของการจัดงานซึ่งมาจากวิสัยทัศน์และพันธกิจของมูลนิธิฯ ที่ดำเนินงานตามพระนโยบายของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ “มูลนิธิฯ จะเป็นศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ในด้านสังคมและมนุษย์ เน้นการประสานงานกับภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งด้านการป้องกัน เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการสูญเสีย การบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี และการฟื้นฟูให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติได้อย่างยั่งยืน จีงจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลเชิงสังคม และนำมาบูรณาการ มองและเข้าใจปัญหาแบบองค์รวม ดำเนินการตามเป้าหมายอันเดียวกัน เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืนให้สังคม” จากพระนโยบายของพระองค์นั้น ปัจจุบันมูลนิธิฯ จึงมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยแบบครบวงจรและยั่งยืนเป็นศูนย์กลางประสานภาคีเครือข่าย เชื่อมโยง สนับสนุน ร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน ชุมชน และขยายงานความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนไปทั่วประเทศ



คุณฉัตรชัย พรหมเลิศ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ได้กล่าวถึงรูปแบบการจัดงานในปีนี้ว่าการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2566” ถือเป็นครั้งที่ 12 มีความพิเศษ เนื่องจากย้ายสถานที่จัดงานมายังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็นปีแรก ผู้ร่วมงานสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้น รูปแบบการจัดงานภายใต้แนวคิด “น้ำพระทัยสองพระมิ่งขวัญเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปี่ยมล้นพระเมตตาผู้ประสบอุทกภัย” สื่อถึงน้ำพระทัยที่ทั้งสองพระองค์ทรงห่วงใยและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยมีพันธกิจหลัก 3 ด้านคือ เฝ้าระวัง บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟู ความพิเศษในโซนนิทรรศการคือการจำลองห้องแกลลอรี่ทรงหยดน้ำที่บอกเล่าเรื่องราวการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในรูปแบบ Immersive Exhibition ด้วยเทคนิคการใช้ภาพและเสียง ผู้ที่เข้าไปชมจะรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง โซน “เฝ้าระวัง...เตือนภัยก่อนเกิดอุทกภัย” สาธิตการทำงานของสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเวลาเมื่อเกิดเหตุจริง โซน “บรรเทาทุกข์...ระหว่างเกิดอุทกภัย” นำเสนอกิจกรรม “จัดถุงยังชีพฯ สัญลักษณ์แห่งขวัญและกำลังใจในรูปแบบ Interactive” เชิญชวนร่วมแบ่งปันเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และรับของที่ระลึกแทนคำขอบคุณจากมูลนิธิฯ เรียกได้ว่า “สุขที่ได้แบ่งปัน” กิจกรรม “รถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” การจำลองรถประกอบอาหาร เห็นถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้ประสบอุทกภัย ด้วยอาหารสูตรประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โซน “ฟื้นฟู...หลังเกิดอุทกภัย” พบกับมุมถ่ายภาพฉากจำลองอุทกภัยที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานการณ์จริง และบูธโครงการธุรกรรมออนไลน์ แนะแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน หาตลาด และให้ความรู้เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ กล่าวถึงกิจกรรมวิ่งการกุศล “พึ่งพา Run” ชิงถ้วยประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ซึ่งจัดเป็นครั้งแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นถึงการร่วมแรง รวมพลังของผู้ที่แข็งแรงช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า รายได้จากการสมัครนำสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ประกอบด้วยระยะ 3 km (เดิน/วิ่ง) และ 10 km (Mini Marathon) รูปแบบการวิ่ง 2 แบบ วิ่งในงาน และ Virtual Run เสื้อวิ่ง และเหรียญวิ่ง ผลิตจากเส้นใยขวดพลาสติครีไซเคิล สอดคล้องกับรูปแบบการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ในปี้นี้ คือ Sustainability รณรงค์ให้ทุกหน่วยงานได้เห็นถึงความสำคัญของการนำกลับมาใช้ใหม่ สนับสนุนอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับโลก กำหนดกิจกรรมงานวิ่งพึ่งพา Run ในวันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2566 ณ สวนเบญจกิตติ

ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ กล่าวถึงกิจกรรมบันเทิงภายในงานในปีนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนจากสถาบันต่างๆ มาแสดงความสามารถ อาทิ วง PetraBand จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วง Satit-Ram Wind Orchestra จากชมรมดนตรีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง, วง Immanuel Orchestra – Music for Life Foundation มูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิต, วงเพชรจรัสแสง คณะการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทยแบบร่วมสมัยแนวไทยประยุกต์ จากเวที Thailand’s Got Talent, วง CU Band ชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ผู้ชมงานจะได้ร่วมกิจกรรมสาธารณกุศลร่วมกับศิลปินดังทุกวัน อาทิ 6 ธ.ค. คุณอู๋  ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, 7 ธ.ค. คุณรัดเกล้า อามระดิษ, 8 ธ.ค. คุณปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ และคุณนนทิยา จิวบางป่า, 9 ธ.ค. คุณปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว และ 10 ธ.ค. คุณเท่ห์  อุเทน พรหมมินทร์ พร้อมร่วมประมูลของรักจากศิลปิน และพบกับร้านดังจากโลกออนไลน์ ทั้งนี้รายละเอียดกิจกรรมในแต่ละวัน ทุกท่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ Facebook มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย


คุณฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ได้กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในงานว่า ในปีนี้ “ร้านพึ่งพา” ร้านสินค้าที่ระลึกของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำผลิตภัณฑ์พึ่งพา ซึ่งเป็นสินค้าที่ระลึกมูลนิธิฯ และผลิตภัณฑ์ยั่งยืนที่ได้มาจากการสนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพในชุมชนที่ประสบอุทกภัย มาร่วมจำหน่าย สินค้าพิเศษในปีนี้ คือ จานโชว์ลายกล้วยไม้โสมสวลี ผลิตจำนวนจำกัด และในแต่ละใบมีความพิเศษมีหมายเลขกำกับ, แก้วมัคและเสื้อยืด คอลเลกชั่น "ม้านั่ง" ออกแบบโดย "ครูโต" ม.ล.จิราธร จิรประวัติ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภารกิจของมูลนิธิฯ ที่เป็นทั้งที่พักพิง ที่พึ่งพา ของประชาชนในยามยาก, เสื้อโปโลและเสื้อยืดพึ่งพา คอลเลคชั่นพิเศษ ใช้ผ้าจากดอยตุง และจากชุมชนจ.สุโขทัย ซึ่งเคยประสบอุทกภัย และมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือ มาตัดเย็บเป็นกระเป๋าเสื้อยืด และทำสาบเสื้อโปโล นอกจากนี้ยังมีผ้าทอมือ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายจากชุมชน

ร้าน“PAfé สุขที่ได้แบ่งปัน” จำลองอาคารมหินทรเดชานุวัฒน์ ที่ตั้งของร้าน PAfé ในปัจจุบัน ออกแบบให้เป็นมุมถ่ายภาพได้ นำเมนูพิเศษซิกเนเจอร์จาก PAfé อาทิ Drip Coffee ที่ใช้เมล็ดกาแฟสาละวะไล่โว่ กาแฟรักษ์ป่าจากผืนป่าตะวันตก สังขละบุรี กาญจนบุรี ที่พลิกชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน ไอศกรีมแตงโมหน้าปลาแห้ง   ที่ดัดแปลงมาจากเมนูของว่างในสมัยก่อน คือ เมนูแตงโมปลาแห้ง และ ไอศกรีมกะทิหน้านวลไส้ไข่เค็ม ดัดแปลงมาจากขนมหน้านวลไส้ไข่เค็ม ซึ่งเป็นขนมที่ขายดีภายในร้าน โดย PAfé ได้ร่วมกับมูลนิธิณภาฯ ในการคิดค้นจัดทำไอศกรีม 2 รสชาติพิเศษนี้ออกมา ซึ่งปกติจะขายในร้าน PAfé พิเศษภายในงานปีนี้ผู้ที่มาร่วมงานจะได้ชิม รวมถึงได้ร่วมสนับสนุนสินค้าจากร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านค้ากิตติมศักดิ์ และร้านค้าเครือข่ายอีกกว่า 200 ร้าน

วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

“ธีรพร” นำทีมอาจารย์แพทย์โชว์นวัตกรรม FAT STEM CELLและการปลูกถ่ายผิวบนใบหน้า

ตอกย้ำผู้นำด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าของไทยในงานประชุมวิชาการ ASEAN ORL-HNS Congress 2023 ประเทศเวียดนาม 

“ธีรพร”หรือ TRP ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าระดับ Master ของประเทศไทย   นำทีมอาจารย์แพทย์เข้าร่วมบรรยายในงาน ASEAN ORL-HNS Congress 2023 ครั้งที่ 20  ซึ่งเป็นงานประชุมวิชาการแพทย์ด้านหู คอ จมูก และกลุ่มศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าระดับอาเซียน ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม           

ผศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ ในฐานะนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับ Master และผู้บริหาร“ธีรพรคลินิก” สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า หรือ TRP กล่าวว่า งาน ASEAN ORL-HNS Congress 2023 เป็นงานประชุมวิชาการของแพทย์หู คอ จมูก และศีรษะ ลำคอ รวมถึงกลุ่มศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าที่มีความรู้ระดับ Expert ของอาเซียนมาบรรยายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และอัพเดทผลงานวิชาการใหม่ๆ กันเพื่อพัฒนาความรู้ทางการแพทย์ให้ก้าวไกล  ซึ่งจัดโดย ASEAN Otorhinolaryngological Head and Neck Federation เป็นประจำทุกๆ 2 ปี  งานประชุมวิชาการครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้วที่พัทยา ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ 


ในงานประชุมวิชาการที่ผ่านมา  ผศ.พญ.ศริญญา อุราธรรมกุล  แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางโสต ศอนาสิกวิทยาและศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า (Facial plastic and Reconstructive Surgery)  ทีมอาจารย์แพทย์จากธีรพร ได้บรรยายให้ความรู้หัวข้อ Local flap for facial defect reconstruction ว่าด้วยเรื่องการซ่อมสร้างผิวบนใบหน้าด้วยวิธีการปลูกถ่ายผิวหนัง โดยการโยกเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าที่ข้างเคียงมาปิดความผิดปกติที่ได้รับความเสีย ซึ่งได้ยกเคสตัวอย่างคนไข้จมูกทะลุ เนื้อเยื่อเสียหายจำเป็นต้อโยกเนื้อบริเวณหน้าผากมาปิด นอกจากนี้ยังมีเคสจากการฉีดซิลิโคนเหลว  ใบหน้าผิดรูป เนื้อเยื่อและผิวครึ่งใบหน้าเกิดความเสียหายต้องผ่าตัดออกและนำเนื่อเยื่อจากบริเวณอื่นมาซ่อมสร้างผิวบนใบหน้าใหม่ การรักษาวิธีนี้เรียกว่า microvascular free flap reconstruction  ใช้เวลารักษานานหลายปีจนคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เกือบเป็นปกติแล้ว ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของศัลยแพทย์ไทยจนได้รับความสนใจจากสื่อญี่ปุ่น ติดตามสัมภาษณ์และเผยแพร่จนเป็นที่ประจักษ์

          สำหรับ นพ.กฤษฎา  โกวิทวิบูล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า (Facial plastic and Reconstructive Surgery)  อาจารย์แพทย์ธีรพรอีกท่าน  ไปเข้าร่วมบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ การปลูกถ่ายไขมันที่ใบหน้า(Fat graft ) ด้วยสเต็มเซลล์จากไขมัน(Fat Stem Cell) เทคนิคเฉพาะของธีรพร ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ใช้ได้กับการเสริมจมูก แก้จมูกซิลิโคนทะลุ รวมทั้งเติมเต็มแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก และซ่อมสร้างผิวบนใบหน้าเรียบเนียน อิ่มสวยสดใส ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ จุดเด่นคือ มีความปลอดภัยเพราะเป็นไขมันจากผู้รับบริการเองไม่ใช่สารแปลกปลอม  ที่สำคัญได้ผลลัพธ์ชัดเจน นุ่มสวยดูเป็นธรรมชาติและสามารถอยู่ได้นานหลายปี  

             นอกจากนี้ผศ.นพ.ชลธิศ ได้แสดงความคิดเห็นในโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมงานประชุมวิชาการครั้งนี้ด้วยว่า “เวียดนามพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ารวดเร็วมาก เขาพัฒนาการศึกษาแบบเน้นเชิงคุณภาพ ทำให้ปัจจุบันมีคนระดับมันสมองของประเทศจำนวนมาก มีงานวิจัยใหม่ๆที่น่าสนใจมากครับ” 

             ธีรพรคลินิก เป็นสถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ที่คิดค้นพัฒนาเทคนิคศัลยกรรมความงามอย่างต่อเนื่องตลอด 40 ปี ภายใต้แนวคิด Less is more และเทคนิค Lock Sytem จนได้ผลลัพธ์ “แผลเล็ก บวมช้ำน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน ดูเป็นธรรมชาติ ปลอดภัยสูงและคงความสวยได้ยาวนาน ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดของผู้รับบริการ  ทำให้เทคนิคการทำศัลยกรรมของธีรพรเป็นที่ยอมรับจากบุคคลทั่วไปมาโดยตลอด ทั้งศัลยกรรมดึงหน้าแบบ FACE-LOCK  ศัลยกรรมตาสองชั้น (Lucky Eye) และเสริมจมูกด้วย Fat Stem Cell รวมไปถึงงานแก้และงานซ่อมจากเคสต่างๆ   


สนใจรับคำปรึกษาได้ฟรี 02-026-3265 ศึกษาข้อมูลและติดตามธีรพรทาง www.teerapornclinic.com และFB: Teeraporn Clinic โดยคุณหมอชลธิศ

เครือ รพ.พญาไท-เปาโล ตอกย้ำการเป็นฮับด้านการป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ปัญหากระดูกและข้อเข่าครบวงจร

(28 พฤศจิกายน 2566: กรุงเทพฯ) เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เล็งเห็นปัญหาสุขภาพคนไทย จัดงาน “REVIVE YOUR MOBILITY คืนอิสระการเคลื่อนไหว Orthopedic Holistic Care” เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ การรักษาฟื้นฟูอาการอักเสบและปวดข้อเข่าด้วยแผ่นแปะ Nano Patch แห่งแรก ลดปวดตรงจุดในครั้งเดียว ยกระดับการรักษาดูแลอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม ตอกย้ำการเป็นฮับด้านการรักษาข้อเข่าเสื่อมครบวงจรแบบ HOLISTEC CARE พร้อมคืนอิสระการเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วยกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ศ.นพ.ธไนนิธย์ โชตนภูติ ผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุและออร์โธปิดิกส์ และ ศัลยแพทย์  ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทางด้านข้อเข่าและข้อสะโพก เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่าในแต่ละปีมีประชากรผู้สูงวัย และกลุ่มนักกีฬาทั้งชายและหญิงในประเทศมักประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคที่เกิดบริเวณข้อเข่า โดยมีสาเหตุมาจากปัญหาข้อเข่าเสื่อม จากการใช้ข้อเข่ามานาน และจากการเล่นกีฬาแบบลงน้ำหนัก เป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลให้บางรายเกิดอาการเจ็บปวด จนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน และไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวกเหมือนเดิม 

“จากการวิจัยของสถาบันกระดูกและข้อ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ที่ผ่านมา จนต่อยอดสู่การเปิดตัวนวัตกรรมในการรักษาผู้ป่วยด้วย Nano Patch นับเป็นที่แรก และเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่นำมาใช้ในการรักษา ลดอาการเจ็บปวดและอักเสบข้อเข่าด้วยเข็มจิ๋ว ใช้งานแปะเพียง 4-5 ชม. ตัวยาจะมุ่งบริเวณที่ปวดโดยตรง ลดการทานยา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยสูงวัย ทำให้ไม่ส่งผลเสียต่อผู้ที่มีปัญหาด้านโรคหัวใจ โรคไต เป็นการดูแลรักษา เพื่อชะลอหรือเลี่ยงการผ่าตัด เป็นการยกระดับในกระบวนการรักษาดูแลปัญหาข้อเข่าเสื่อม เพื่อตอบโจทย์กับการรักษาในปัจจุบัน” 


ทางสถาบันกระดูกและข้อ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านชีวภาพ ซึ่งเป็นการรักษาแบบองค์รวม ตั้งแต่การประเมินโอกาสเกิดความเสื่อมของข้อเข่าสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการยังไม่มาก ผู้ป่วยบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือบาดเจ็บเล็กน้อย สามารถรักษาอาการบาดเจ็บด้วยเทคโนโลยีชีวภาพในการรักษา อาทิ การตรวจค่า Urine CTX-II, การตรวจอัลตราซาวด์ Synovial Joint ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบ  ความผิดปกติของคนไข้ได้เร็วยิ่งขึ้น การรักษาแบบ PRP Cold Brew ซึ่งมีเฉพาะที่สถาบันกระดูกและข้อ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เท่านั้น เป็นการคงอุณหภูมิรอบปั่นรักษาเกล็ดเลือดสำคัญช่วยฟื้นฟู  การบาดเจ็บ ภายในเกล็ดเลือดจะประกอบไปด้วยสารชีวภาพสำคัญที่มีผลต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูการบาดเจ็บ  ที่เกิดขึ้น แต่สารสำคัญเหล่านั้นมักถูกทำลายไปในระหว่างขั้นตอนปั่นคัดแยก ซึ่งทางการแพทย์ในปัจจุบันได้มีการใช้เครื่องปั่นคัดแยกที่ช่วยคงคุณสมบัติต่างๆ ภายในเกล็ดเลือดได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ โดยแพทย์สามารถกำหนดความเข้มข้นของเกล็ดเลือดได้ตามต้องการ พร้อมควบคุมอุณหภูมิระหว่างการปั่น เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อสารชีวภาพ ของเกล็ดเลือด จึงช่วยรักษาสารสำคัญต่างๆ ภายในเกล็ดเลือดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ยังคงจะนำนวัตกรรมทางการแพทย์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา อย่างต่อเนื่องและหลายแขนง เพื่อยกระดับและพัฒนาการรักษาที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ และครอบคลุมทุกการรักษา ให้ผู้รับบริการทุกท่านได้รับผลการรักษาที่แม่นยำอย่างดีที่สุด มุ่งเน้นการเป็นฮับในการรักษา ข้อเข่าเสื่อมครบวงจร โดยปัจจุบันการให้บริการการรักษาของสถาบัน ในการดูแลสำหรับข้อเข่าเสื่อมครบวงจรแบบ HOLISTIC CARE เป็นการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันในกลุ่มเสี่ยง ดูแล ฟื้นฟู และรักษาแบบครบวงจร ซึ่งมี 4 ขั้นตอน ด้วยกันประกอบไปด้วย 

การตรวจค่า Urine CTX II คือ การตรวจในเชิงป้องกันผ่านกรดยูริคจากปัสสาวะ เพื่อประเมินโอกาสเสี่ยงโรคทางข้อเข่าของผู้ป่วยนั้นๆ ว่าในอนาคตจะมีโอกาสเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ (ซึ่งไม่สามารถตรวจพบจากการเอกซเรย์ได้) รอผลตรวจประมาณ 2 สัปดาห์ กลุ่มที่แนะนำให้ควรมาตรวจ คือ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางข้อเข่าหรือเคยได้รับการผ่าตัดข้อเข่า กลุ่มช่วงอายุ 45-50 ปี (ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ก็เริ่มมีอาการปวดข้อเข่าแล้ว) และกลุ่มนักกีฬา เช่น นักวิ่ง ผู้ที่ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม เป็นต้น

การรักษาแบบ PRP Cold Brew 

คือ การนำเลือดของผู้ป่วยมาใช้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น จึงเป็นวิธีรักษาที่ร่างกายยอมรับได้ โดยมีหัวใจสำคัญเป็นสารชีวภาพหรือเกล็ดเลือดเข้มข้น

 - PRP (Platelet Rich Plasma) วิธีการเจาะเลือดจากบริเวณหลังมือ หรือข้อพับแขนของผู้ป่วยออกมาประมาณ 11-22 ml. (ขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บ) ก่อนจะนำไปปั่นคัดแยกเอาน้ำเลือดกับเม็ดเลือดแดงและขาว (ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการอักเสบ) ออกจากกัน โดยยังคงสารชีวภาพภายในเกล็ดเลือดไว้ให้มากที่สุด เพราะภายในเกล็ดเลือดประกอบไปด้วยสารชีวภาพสำคัญที่มีผลต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น (แต่สารสำคัญเหล่านั้นมักถูกทำลายไปในระหว่างขั้นตอนปั่นคัดแยก) 

 - วิธี PRP Cold brew เป็นการคงอุณหภูมิรอบปั่นรักษาเกล็ดเลือดสำคัญ ด้วยเทคนิคที่แตกต่าง เป็นการใช้เครื่องปั่นคัดแยกที่ช่วยคงคุณสมบัติต่างๆ ภายในเกล็ดเลือดได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ โดยแพทย์สามารถกำหนดความเข้มข้นของเกล็ดเลือดได้ตามต้องการ พร้อมควบคุมอุณหภูมิระหว่างการปั่น เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อสารชีวภาพของเกล็ดเลือด จึงช่วยรักษาสารสำคัญต่างๆ ภายในเกล็ดเลือดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



แผ่นแปะ Nano Patch
Nano Patch ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุด ช่วยรักษาอาการปวดเข่าด้วยการนำแผ่น Nano Patch ที่มีเข็มจิ๋วที่ถูกดีไซน์  อยู่ด้านใน มีช่องสำหรับฉีดตัวยาค็อกเทลที่ทำการผสมตัวยาเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการที่จะทำการแปะแผ่น Nano Patch ที่หัวเข่าของผู้ป่วยเท่านั้น ใช้เวลาในการเดินยาประมาณ 4-5 ชั่วโมง มีระยะของการออกฤทธิ์ยาได้ยาวถึง 1 เดือน ตัวยาจะมุ่งเป้าไปยังบริเวณที่ปวดโดยตรง วิธีนี้ข้อดีคือ   ลดการทานยา โดยเฉพาะกลุ่มยา NSAIDs ที่เมื่อทานยากลุ่มนี้ไประยะยาวจะไปทำลายตับ ไต และหัวใจได้ ยิ่งในกลุ่มผู้สูงวัยยิ่งควรต้องระวังอย่างมาก สำหรับตัวยาค็อกเทลที่ผสมขึ้นสำหรับ Nano Patch นี้มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ผลข้างเคียงพบน้อยมาก ไม่ส่งผลต่อตับ ไต และในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยชะลอ  การผ่าตัด หรือในบางรายอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเลย 



การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Knee Replacement)
“ข้อเข่าเสื่อม” เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ โดยวิธีที่ช่วยลดความทรมานจากอาการปวดข้อเข่ารุนแรงให้สามารถกลับมาใช้งานข้อเข่าได้อย่างเป็นปกติสุขอีกครั้ง คือ การรักษาด้วยการ “ผ่าตัดเปลี่ยน  ข้อเข่าเทียม” โดยในปัจจุบันวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมก้าวหน้าไปมาก ทั้งยังมีนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาเป็น  ส่วนเสริม ทำให้แพทย์ทำการรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น 

ศ.นพ.ธไนนิธย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “นอกจากเรื่องจุดเด่นของการเป็นฮับ ศูนย์กลางการป้องกัน รักษา ฟื้นฟูแบบ HOLISTEC CARE ที่ครอบคลุมและต่อเนื่องแล้ว อีกจุดเด่นคือเราได้รวบรวมทีมแพทย์เฉพาะทาง     ที่ชำนาญการในแต่ละสาขา เช่น ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ข้อเทียม ข้อสะโพกและข้อเข่า เวชศาสตร์การกีฬา การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ให้ความสำคัญกับการรักษาเฉพาะทางอย่างมาก โดยแพทย์เฉพาะทางแต่ละท่านมีประสบการณ์สูงในการทำเคสเฉพาะทางที่ยากและซับซ้อน และสามารถใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยหรือใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษา เช่น  การผ่าตัดส่องกล้องในข้อที่มีความละเอียดสูง หรือใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยขั้นสูง”

#PHYATHAIHOSPITAL #PAOLOHOSPITAL #REVIVEYOURMOBILITY #HOLISTICCARE #NanoPatch

วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

𝐓𝐡𝐨𝐦𝐚𝐬 𝐂𝐥𝐢𝐧𝐢𝐜 และ 𝐓𝐡𝐨𝐧𝐠𝐥𝐨𝐫 𝐒 𝐂𝐥𝐢𝐧𝐢𝐜 หมอแยมมีคำตอบ

การจะปรับลุคดูแลความงามในแบบที่ไม่ต้องศัลยกรรม แต่ละแห่งมีการบริการที่ไม่เหมือนกัน หลายแห่งมีแพทย์ หลายแห่งมีแต่มาร์เก็ตติ้งมาคอยนั่งขายของคอยตอบคำถาม สำหรับคนที่อยากจะปรับลุคให้รางวัลกับชีวิต แต่ยังมีข้อกังวลใจกับมาตรฐานทั้งด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว วันนี้ ทีมงานโวยวาย
เข้าไปหาคำตอบให้ที่ “𝐓HOMAS Clinic และ𝐓𝐡𝐨𝐧𝐠𝐥𝐨𝐫 𝐒 𝐂𝐥𝐢𝐧𝐢𝐜” ย่านทองหล่อ คุณหมอคนสวย เจ้าของคลินิกที่ได้รับความเชื่อถือมายาวนาน ที่ชื่อ “THOMAS 𝐂𝐥𝐢𝐧𝐢𝐜 และ𝐓𝐡𝐨𝐧𝐠𝐥𝐨𝐫 𝐒 𝐂𝐥𝐢𝐧𝐢𝐜”
พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร หรือ หมอแยม เจ้าของโทมัสคลินิกและทองหล่อคลินิก แพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและศาสตร์ชะลอวัย ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษทางด้านการปรับรูปหน้าโดยไม่
ต้องศัลยกรรม SPECIAL FOR YOU


“THOMAS 𝐂𝐥𝐢𝐧𝐢𝐜 และ𝐓𝐡𝐨𝐧𝐠𝐥𝐨𝐫 𝐒 𝐂𝐥𝐢𝐧𝐢𝐜” ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 บนอาคาร ฟิฟตี้ฟิฟ ปากซอยทองหล่อ 2 สามารถเดินทางได้สะดวกทั้งรถไฟฟ้าก็ทางออกสถานีทองหล่อ นำรถมาเองก็จอดใต้อาคารการบริการที่แตกต่างหลังจากว่างจากการให้คำปรึกษาและรักษาคนไข้ที่เข้ามาไม่ขาดสาย คุณหมอแยมก็เดินยิ้มแย้มออกมาทายทัก เราไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก แต่หลายครั้งหลายคราที่ได้เข้าพูดคุยและเข้ามารับบริการด้วยตนเองด้วย  สอบถามถึงการให้บริการ ที่ทำให้เป็นผู้เข้ามารับบริการเชื่อมั่นและเลือกที่จะเข้ามาปรึกษาโทมัส คลินิกทั้งเพศหญิงและชาย คุณหมอแยม...... เล่าให้ฟังว่า ที่นีเป็นคลินิกที่เป็นไพรเวท หมอจะเป็นผู้วินิจฉัยตั้งแต่เริ่มต้น ไม่มีคนมาขายของ เริ่มต้นจะด้วยการวินิจฉัยแล้วรักษาตามอาการและตามงบ หลายท่านจะแจ้งงบมาก่อนและแก้ปัญหาที่กังวลที่สุดที่นี่จะไม่ใช้ระบบมาร์เก็ตติ้งเหมือนคลินิกทั่วไปที่มีการแข่งขันกัน 

ใครกำลังมองหาคลินิกคู่ใจ อยากหน้าใสแนะนำเลยค่ะหน้าใสผิวสวยไว้ใจ Thomas clinic  วันนี้ Admin
อยู่ที่ Thomas clinic มากำจัดติ่งเนื้อที่ใบหน้าและคอด้วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น สำหรับติ่งเนื้อที่ปรากฎขึ้นที่ใบหน้า และคอได้รับการวินิจฉัยจากทีมแพทย์แล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอันตราย สามารถปล่อยไว้ได้ แต่เมื่อปล่อยไว้ก็นำมาซึ่งผิวที่ไม่เรียบเนียน เป็นจุดดำๆ ในส่วนนี้หลาย ท่านจึงมักกำจัดติ่งเนื้อออก ซึ่งนอกจากการกำจัดติ่งเนื้อเล็กๆ ที่คอได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ สะดวกไม่เจ็บ ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น หายไว อยากลองทำสูตรไหน

SPECIAL FOR YOU  มีส่วนลดมาให้ถึง 30% เพียงโชว์หน้าเว็ปนี้รับส่วนลดไปเลย

Botox ช่วยอะไรบ้าง?

• รักษาริ้วรอยบนใบหน้า 

• ลิฟต์กรอบหน้า 

• ลดกราม ทำหน้า V Shape

และโปรแกรมอื่นๆ ที่ช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์มากขึ้น สนใจรับคำปรึกษากับ คุณหมอแยม ที่ Thomas clinic สามารถปรึกษาหมอได้โดยตรง เนื่องจากว่าแต่ละคนจะมีความกังวลไม่เท่ากัน มีงบประมาณไม่เท่ากัน ที่นี่จะดูแลโดยแพทย์เท่านั้นและต้องมีการทำการจองล่วงหน้า และที่สำคัญที่นี่แยกเป็นห้องเดี่ยวเท่านั้น โดยมีห้องคู่ไว้บริการหนึ่งห้อง ซึ่งรักษาความปลอดภัย และมีความสะอาดปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็จะมาที่นี่กัน ด้านราคาจะขึ้นอยู่กับการรักษา จะมีให้เลือกว่าชอบแบบไหน ต้องการให้ใช้ศาสตร์ชะลอวัยแบบไหน โดยเน้นความยั่งยืนเป็นหลัก สามารถพูดคุยกับหมอหลังการเข้ารับการรักษาด้วยปลอดภัยทั้งภายในและภายนอก ที่ THOMAS CLINIC (โทมัส คลินิก) 



ใกล้เทศกาลปีใหม่เข้ามาทุกขณะ แต่ละคนเลือกที่จะให้รางวัลกับชีวิต ...ไม่ว่าจะเป็นเดินทางท่องเที่ยว หรือดูแลสุขภาพ คุณหมอแยม ยังฝากสำหรับทุกคนมาว่า ใกล้เข้าปีใหม่แล้ว ปีนี้แนะนำให้ทุกท่านดูแลตนเองอย่างปลอดภัย ทั้งเรื่องความสวยภายนอกและสุขภาพภายใน เนื่องจากว่าหลายๆท่านก็จะมีการปาร์ตี้เยอะขึ้น อาจจะมีการทำให้สุขภาพเราแย่ลงได้ จากการปาร์ตี้หรือเครื่องดื่ม หรือใช้สารบางอย่าง ซึ่งที่นี่จะมีการช่วยให้ขับสารพิษออกมาด้วย ดูแลจากทั้งภายนอกและภายใน อยากให้ทุกท่านเลือกใช้บริการในสถานที่ที่ปลอดภัยและใช้ยาอย่างปลอดภัยเท่านั้น”

ปี 2567 นี้ หากใครเลือกที่จะปรับหน้า... ปรับลุคให้กับชีวิตตนเอง ที่นี่ “โทมัสคลินิก” ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการดูแลสุขภาพ เรียกว่าปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกกันเลยทีเดียว ดั่งที่คุณหมอกล่าวเสมอมาว่า "การให้บริการเน้นเรื่องความเป็นธรรมชาติ เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ไม่เลี้ยงไข้ ไม่มีผลข้างเคียง ดูแลและให้คำปรึกษาคนไข้ทุกคนด้วยตัวเองอย่างตรงจุด คือหลักที่หมอใช้ยึดถือมาตลอด"



“เน้นเรื่องความเป็นธรรมชาติ เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ไม่เลี้ยงไข้ ไม่มีผลข้างเคียง ดูแลและให้คำปรึกษาคนไข้ทุกคนด้วยตัวเองอย่างตรงจุด คือหลักที่หมอยึดถือมาโดยตลอดค่ะ” - “หมอแยม - พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร “แห่งโทมัส คลินิก 

สามารถติดต่อปรึกษาหมอได้ line@THOMASCLINIC
หรือ @THOMASCLINIC โทร 063 55 69 669Fanpage : THOMAS CLINIC(@THOMASCLINIC.THONGLOR)



วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

“พลอย-ประพัตรา” เปิดหน้า ร่วม รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี


ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เล็งเห็น ความสำคัญของปัญหาสังคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเรื่องความรุนแรงต่อเด็กและสตรี สำหรับ “พลอย-ประพัตรา มาตราช” Mrs. Thailand World Photogenic 2022



ผ่านงาน ศิลปะ ที่เธอ ลงแรง..ลงใจ สะท้อนผ่านงานภาพถ่าย ท่ามกลางเสียงคัดค้าน ของคนรอบข้าง ถึงความเหมาะสม แต่ “สาวพลอย” สาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่คนหนึ่ง เห็นถึงผลกระทบของความรุ่นแรง ต่อเด็กๆ และสตรี ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึงส่งผลเสียอย่างมากมายมหาศาล ไม่ว่าทั้งต่อคนหรือสังคมโดยรวม  “พลอย-ประพัตรา” เธอจึงเลือกที่จะไม่ยืนมองอยู่เฉยๆ  และยืนยันถึงความตั้งใจ รังสรรค์งานศิลปะ ชิ้นนี้ออกมา โดยถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงที่โดนทำร้าย เป็นตัวแทนของความเจ็บปวด ใบหน้าอันบอบช้ำ ระทมทุกข์ทรมาน สะท้อนถึง ด้านมืดของจิตใจมนุษย์ ที่กำลังแพร่ระบาดเหมือนโรคมะเร็ง ที่กัดกินสังคม อยู่ในขณะนี้ จะด้วยสาเหตุอันใด หลากหลายปัจจัย แค่ไหน ที่กลายมาเป็นข้ออ้าง ใช้ความรุ่นแรงเป็นเครื่องมือเพียงเพื่อปลดปล่อยความสะใจ ต่อเด็กสตรี และผู้ที่อ่อนแอ ในสังคม  สิ่งที่หลงเหลือไว้ ก็มีแต่เพียงความเจ็บปวด ทั้งกายและใจ ที่สร้างไว้กับเหยื่อผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าอย่างไร  ก็แล้วแต่…ผลรับกลับมา ต่อผู้กระทำ มักจบไม่สวย เสมอ


และเนื่องในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็น "วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล"  “พลอย-ประพัตรา มาตราช”
Mrs. Thailand World Photogenic 2022 ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ขอเรียกร้อง ช่วยกันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีผ่านผลงานชิ้นนี้ เพียงเผื่อดึงสติ ขอให้ฉุกคิดสักนิด..ตรึกตรองสักหน่อย ก่อนที่จะทำอะไรลงไป ความรุ่นแรงไม่ใช่ทางออก แต่มันเป็นหายนะ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เลย


ข่าวประชาสัมพันธ์

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ ครั้งที่ 1 (2567)

คอนเสิร์ตการกุศลแห่ง “การให้ที่ยิ่งใหญ่” อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น...

โวยวายดอทคอม