กรุงเทพฯ, 29 พฤษภาคม 2569 ชิลียกระดับความสำคัญของไทยและอาเซียนเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการสินค้าอาหาร อาหารทะเล และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกของชิลี หรือ ProChile กล่าวในพิธีเปิดงานประชุมสุดยอดธุรกิจ Chile–ASEAN Business Summit 2026 ว่า ชิลีมองอาเซียนมากกว่าเพียงตลาดเกิดใหม่ “เราจริงจังกับตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก มีสัดส่วนราว 7.8% ของการค้าโลก และมีประชากรกว่า 680 ล้านคน เราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสอันมหาศาลสำหรับสินค้าและบริการของชิลีในภูมิภาคนี้ “เจตจำนงของเราคือการสร้างความสัมพันธ์บนรากฐานของความเชื่อมั่น และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย”
ในงานประชุม ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ กรุงเทพฯ ตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก และหน่วยงานด้านการค้าของชิลี ได้ชูประเด็นความต้องการ ที่เพิ่มขึ้น ในภูมิภาคต่อสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน พร้อมชี้ว่าระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเข้าถึงตลาด เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายความร่วมมือทางการค้าในอนาคต
การประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี–อาเซียน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 โดย ProChile หน่วยงานส่งเสริมการส่งออกภายใต้กระทรวงการต่างประเทศชิลี หลังจากความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ในปีที่แล้ว เพื่อนำผู้ส่งออกจากชิลีเดินทางเข้าร่วมพบปะผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย สมาคมอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจจากทั่วทั้ง ภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การส่งเสริมการค้า การเชื่อม โยงตลาด และการจับคู่ธุรกิจ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนต่อชิลีในฐานะคู่ค้าเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตระยะยาว โดยมีไทยเป็นประตูการค้าสำคัญสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวแทนการค้าจากชิลีเน้นย้ำว่า ในมุมมองของชิลี ประเทศไทยไม่ใช่เพียงตลาดเดี่ยว แต่เป็นเวทีที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด ไทยมีศักยภาพด้านการค้าปลีก โลจิสติกส์ ธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมอาหาร และเครือข่ายการกระจายสินค้าระดับภูมิภาค จึงมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการค้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือตลอดการประชุม คือ ความสนใจต่อสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรจากชิลีในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพสูงระดับพรีเมียม ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คำนึงถึงความยั่งยืน และมีความมั่นคงด้านอุปทานในระยะยาวตลอดสัปดาห์ของการประชุม มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ “Meet the Buyers” ร่วมกับกลุ่มค้าปลีกและผู้นำเข้ารายใหญ่ของอาเซียน กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การศึกษาตลาดและดูงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ THAIFEX–Anuga Asia
ในการศึกษาดูงาน คณะผู้แทนจากชิลีได้เข้าเยี่ยมชมและพบปะผู้บริหารธุรกิจชั้นนำของไทยและภูมิภาค ได้แก่ GO Wholesale, CP Group, ตลาดไท, ท่าเรือแหลมฉบัง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความรู้ ด้านต่างๆ ทั้งโลจิสติกส์ ระบบห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนแอตแลนติก และโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้าอาหาร โดยประเด็นหารือต่างสะท้อนถึงความต้องการของอาเซียนต่อสินค้าอาหารจากชิลีที่มีคุณภาพสูง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน
คณะผู้แทนจากชิลีประกอบด้วยบริษัท 28 แห่ง จากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารทะเล ปลาแซลมอน หอยแมลงภู่ ผลไม้สด เนื้อสัตว์ ถั่ว ผลไม้อบแห้ง ธุรกิจเกษตร ผลิตภัณฑ์ป่าไม้ เทคโนโลยีอาหาร และโซลูชันด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมชั้นนำของชิลีเข้าร่วม ได้แก่ นายอีวาน มารัมบิโอ ประธาน Fruits from Chile, นายราฟาเอล เลการอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Faenacar (ChileMeat), นายเอดูอาร์โด ปิกโคโล ตัวแทน AMI Chile (Chile Mussels), นายมาร์ติน คอร์เรอา ตัวแทน ChileNuts และนายโรดริโก บุสตอส ตัวแทน SalmonChile ผู้ส่งออกจากชิลีระบุว่า ความต้องการสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และผลิตอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสสำคัญให้อุตสาหกรรมอาหารของชิลีเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น
นายเฟอร์นันเดซย้ำว่า แนวทางดำเนินธุรกิจของชิลีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระยะยาว มากกว่าการขยายตัวทางการค้าในระยะสั้น “ชิลีมีเครือข่ายการค้าที่แข็งแกร่งทั่วโลก ทำให้เราพร้อมเป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจอาเซียนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา และเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ และการเติบโตในระยะยาว”
นอกจากโอกาสทางการค้า ตัวแทนภาคธุรกิจชิลียังชี้ว่า การพัฒนาประสิทธิภาพด้าน โลจิสติกส์ การขยายโครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเร่งกระบวนการอนุมัติสินค้าเกษตรเพื่อเข้าถึงตลาดเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในระยะยาว ข้อมูลการค้าล่าสุดระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 5.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้าอาหารจากชิลีสู่อาเซียนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จาก 295 ล้านดอลลาร์ สหรัฐในปี 2558 เป็น 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนในยุทธศาสตร์การส่งออกระดับโลกของชิลี
ขณะที่อาเซียนมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการบริโภคอาหาร การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เป้าหมายของชิลีในภูมิภาคนี้จึงไม่ใช่เพียงผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพสูง แต่ยังต้องการเป็นพันธมิตรระยะยาวที่แสวงหาบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการค้า นวัตกรรม ความยั่งยืน และความร่วมมือทางธุรกิจ



