Aom Gen X เป็นรายการพาชิมอาหาร รีวิวโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ต่างๆ และกิจกรรมสนุกๆ ทางยูทูปชาแนล
ติดตามข่าว ข่าวด่วน การเมือง สังคม ธุรกิจ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ ดนตรี ศิลปะ ภาพยนตร์ ครอบคลุมทุกมิติ
ป้ายกำกับ
- Lifestyle
- ข่าวประชาสัมพันธ์
- ข่าวการตลาด
- ข่าวสังคม
- event
- travel
- ข่าวท่องเที่ยว
- Marketing
- สุขภาพ
- อาหารและเครื่องดื่ม
- การศึกษา
- Hotel
- ร้านอาหาร
- foodanddrink
- ข่าว
- Beauty
- อุตสาหกรรม
- Review
- บันเทิง
- ข่าวกีฬา
- ประชาสัมพันธ์
- ้Hotel
- พาณิชย์
- IT
- รีวิว
- อสังหาริมทรัพย์
- ปฏิทินข่าว
- วัฒนธรรม
- Interviews
- sport
- การเงินการธนาคาร
- สังคม
- ข่าวประกัน
- เครื่องประดับ
- สายการบิน
วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565
Wonderful Pearl cruise Cruise "เรือวันเดอร์ฟูลเพิร์ล"
วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2565
อีกย่างก้าวที่น่าติดตามของ THANA หลังดึงมือดี "จรัญ เกษร" นั่งแท่น Executive Director และ COO
นำทัพลุยพัฒนาอสังหายั่งยืนครบวงจร พร้อมเปิดเพิ่ม 3 คก.ใหม่ ตั้งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืน
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ บมจ.ธนาสิริ กรุ๊ป หรือ THANA ภายหลังดึงผู้บริหารฝีมือดี “จรัญ เกษร” มาดำรงตำแหน่ง กรรมการ, กรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ นำทัพ “อสังหายั่งยืนครบวงจร” (Total Green Real Estate Development – Service Model) พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่อีกอย่างน้อย 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท และเดินหน้าสานต่อการร่วมทุน กับ กลุ่มอนาบูกิ โคซัน ยักษ์ใหญ่อสังหาฯ จากญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่อง ตั้งเป้าสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ส่งผลให้หลายธุรกิจหยุดชะงัก ทั้งที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ประกอบกับสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในโซนจังหวัดนนทบุรีที่บริษัทปักหมุดยึดหัวหาดอยู่ เนื่องจากเป็นทำเลที่มีศักยภาพจากการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการฯ ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในส่วนของธนาสิริฯ เองก็ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหาร โดยล่าสุดได้มีการดึงผู้บริหารมืออาชีพที่คร่ำหวอดในวงการอสังหาฯ มากกว่า 30 ปี คือ คุณจรัญ เกษร มาร่วมบริหารงานในตำแหน่ง กรรมการ, กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ เพื่อเป็นแม่ทัพในการพัฒนาและขยายไลน์ธุรกิจบริการเกี่ยวกับการอยู่อาศัยครบวงจร และนำพาองค์กรให้รุกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
นายจรัญ เกษร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากประสบการณ์การบริหารงานในธุรกิจพัฒนาและบริการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวสูงและแนวราบมากกว่า 30 ปี มั่นใจว่า จะสามารถนำพาองค์กรให้เติบโตได้ตามแนวทางที่ทีมบริหารร่วมกันวางแผนและตัดสินใจ ภายใต้ Passion “ธนาสิริ...เราร่วมสร้างสังคมที่ร่มรื่น อบอุ่น ในทุกจังหวะชีวิตอย่างยั่งยืน” เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายอันสูงสุด ที่จะเป็น แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นความสำคัญของการเป็นผู้ร่วมสร้างสังคมที่ร่มรื่น อบอุ่นในทุกจังหวะชีวิตของทุกคนในครอบครัวของลูกค้าในประชาคมธนาสิริอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานในปี 2565 ที่จะเปิดโครงการใหม่ในลักษณะบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ อย่างน้อย 3 โครงการ มูลค่าโดยรวมประมาณ 2,300 ล้านบาท ทั้งในรูปแบบของการลงทุนเอง และการจับมือกับหุ้นส่วนและพันธมิตรญี่ปุ่น บริษัทอนาบูกิ โคซัน ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมธุรกิจซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการขยายงานเข้าสู่ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยและการดำเนินชีวิต ด้วยทีมบริหารมืออาชีพศักยภาพสูง คร่ำหวอดในวงการมาเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร ในแนวทางการพัฒนา “อสังหายั่งยืนครบวงจร” (Total Green Real Estate Development – Service) ได้แก่ :
1. การพัฒนาและบริหารโครงการ (Green Project Development & Management) ภายใต้แนวคิด “GREEN” ในทุกมิติทางกระบวนการเพื่อส่งมอบบ้านที่น่าอยู่ รักษ์โลก แก่ลูกค้าทุกๆ ท่าน
2. การบริหารหมู่บ้านและบริการหมู่บ้าน (Green Community Management & Services) เพื่อสร้างความมั่นใจตลอดไปในการพักอาศัยในทุกโครงการที่เราส่งมอบ เน้นที่ความปลอดภัย สะดวกสบาย คุ้มค่า น่าอยู่ ร่วมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมของท่านเจ้าของบ้าน รวมทั้ง อำนวยความสะดวกให้กับท่านเจ้าของบ้าน ผ่านการบริการต่างๆ อาทิ การจัดหาพร้อมติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ งานต่อเติมบ้าน ต่อเติมโรงจอดรถ งานล้างเครื่องปรับอากาศ งานฉีดปลวก งานทำความสะอาด งานดูแลสวน ฯลฯ ภายใต้แนวคิด “ที่ธนาสิริ เราดูแล”
เรามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ในใจที่ลูกค้ามั่นใจ เมื่อมองหา สังคมน่าอยู่ ที่มีคุณภาพ ด้วยการพัฒนาโครงการอย่างมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พัฒนาสินค้าและบริการสอดคล้องกับ Lifetime Total Living Solutions ร่วมสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าด้วย Digital Platform ใหม่ๆ และบริการหลังการขายและบริหารจัดการหมู่บ้านอย่างดีเลิศ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท THANASIRI WELL BEING ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและพอเพียง ผ่าน 3 มิติหลัก คือ 1. สร้างคุณภาพชีวิตครอบครัวที่ดี (Enhance Quality of Family Life) 2. ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Environmental Care & Energy Saving) และ
3. สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (Embrace Community & Social Sharing) ตอบโจทย์ผลตอบแทนและความน่าอยู่อย่างยั่งยืน (Return on Sustainability) นายจรัญ เกษร กล่าวในที่สุด
กรมโรงงานฯ โชว์ผลงาน 6เดือน เน้นจุดยืน ดูแลสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ทั้งการอนุญาต กำกับ ตรวจสอบ เฝ้าระวัง
พร้อมนำไอทีมาพัฒนางานทุกรูปแบบให้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น
กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) โชว์ผลงาน 6 เดือน ยอดตั้งโรงงานใหม่กว่า 1,000 โรง เงินลงทุนกว่า 56,000 ล้านบาท ตรวจกำกับโรงงานเป็นไปตามเป้า ต่อยอดโครงการเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย พร้อมนำไอทีมาพัฒนางานบริการและตรวจกำกับให้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ยอดตั้งโรงงานใหม่ 1,110 โรงงาน เงินลงทุน 56,354.19 ล้านบาท การจ้างงาน 31,330 คน กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการประกอบกิจการใหม่สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร แปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ และผลิตภัณฑ์โลหะ ตามลำดับ ในส่วนของการขยายโรงงานมีจำนวน 152 โรงงาน เงินลงทุน 41,510.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41 % การจ้างงาน 37,550 คน เพิ่มขึ้น 52.02 % ขณะเดียวกันมีการเลิกประกอบกิจการลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จำนวน 361 โรงงาน ลดลง 8.38% เงินลงทุน จำนวน 21,427.65 ล้านบาท ลดลง 4.57% เลิกจ้างงาน 12,172 คน ลดลง 8.74% สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่โรงงานขนาดเล็กส่วนใหญ่และขนาดกลางบางส่วนได้รับผลกระทบของวิกฤตการณ์โควิด-19
แม้ยอดตั้งโรงงานใหม่จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่คาดว่าแนวโน้มการลงทุนจะเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 เพราะสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง อีกทั้งประเทศไทยยังมีมาตรการภาครัฐสนับสนุนการลงทุน ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการทางการเงินและการคลัง คาดว่าในปีนี้ยอดตั้งโรงงานแห่งใหม่และขยายกิจการโรงงานตลอดทั้งปีน่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องเฝ้าจับตา ผลกระทบสงคราม อย่างระมัดระวัง
สำหรับภารกิจเร่งด่วนที่ได้ตั้งเป้าไว้ในปีงบประมาณ 2565 นั้น ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ได้มีการออกมาตราการทางกฎหมาย เพื่อดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกว่า 30 ฉบับ โดยมีผลบังคับใช้แล้ว 9 ฉบับ และอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อรอประกาศบังคับใช้อีกกว่า 20 ฉบับ เช่น การเพิ่มโทษผู้ลักลอบทิ้งกาก หรือแอบ ปล่อยน้ำเสียโดยไม่ทำการบำบัด การต้องทำรายงานประเมินความเสี่ยงสำหรับโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง การแสดง ข้อมูลโรงงานบริเวณหน้าโรงงานผ่าน QR code เป็นต้น นอกจากนี้ยังสั่งดำเนินคดีกับโรงงานที่ไม่รายงานการรับหรือนำกากออกนอกโรงงานกว่า 4 หมื่นราย รวมทั้งโรงงานที่ไม่ทำรายงานประเมินความเสี่ยงอีกกว่า 700 โรงงาน ด้านการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ระบบ กรอ.นำระบบจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (E-fully Manifest) มาใช้ในการกำกับดูแลสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในอุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำครบวงจร สามารถติดตามรถขนส่งสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในระบบ E-fully Manifest ได้แบบ real time โดยหลังจากเปิดใช้งานระบบเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 การบำบัด / กำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเข้าสู่ระบบมากขึ้น โดย 2 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 64 - มีนาคม 65) ของเสียอันตรายเข้าสู่ระบบ 0.79 ล้านตัน ของเสียไม่อันตรายเข้าสู่ระบบ 10.8 ล้านตัน และการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความเห็นชอบให้โรงงาน 9 ราย นํามูลฝอยติดเชื้อมาเป็นเชื้อเพลิงในเตาเผาของโรงงานเป็นการชั่วคราว เป็นการสนับสนุนให้สามารถนำมูลฝอยติดเชื้อไปกำจัดได้อย่างถูกวิธี ทำให้ความสามารถในการรับมูลฝอยติดเชื้อไปกําจัดเพิ่มขึ้นเป็น 1,150 ตันต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อปริมาณที่เกิดขึ้น โดยมีการกําจัดมูลฝอยติดเชื้อรวมแล้วทั้งสิ้น 13,247.55 ตัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 65)
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านเงินทุน มีการสนับสนุนผู้ประกอบการในการจดทะเบียนจำนองเครื่องจักรโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการจดทะเบียนจำนองเครื่องจักร ครึ่งปีแรกมีการจดทะเบียนจำนองเครื่องจักรแล้วมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท
“นอกจากนั้นแล้ว กรอ. ยังได้นำไอทีมาพัฒนางานบริการและตรวจกำกับให้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น มีระบบ POMS ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังการระบายมลพิษจากโรงงาน 24 ชั่วโมง 359 โรงงาน คลอบคลุม 45 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบค่าการระบายมลพิษผ่านมือถือได้ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเดินทางมายื่นเอกสาร จึงมีการพัฒนาระบบขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ระบบอนุญาตวัตถุอันตราย ณ จุดเดียว (HSSS) ระบบอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน (สก.2) ระบบจดทะเบียนเครื่องจักรออนไลน์ สำหรับระบบการขอรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับที่ 1 - 5 ผ่านช่องทางออนไลน์ จะเริ่มดำเนินการ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป และยังมีแผนพัฒนาระบบการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้อีกด้วย” อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวปิดท้าย
DITP เตรียมอวดสินค้า BCG ไทย ตอบรับเทรนด์โลก
งาน The Marché by STYLE Bangkok 2022 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) แถลงเตรียมพร้อมจัดงานแสดงสินค้า The Marché by STYLE Bangkok 2022 โชว์ผลิตภัณฑ์แนวรักษ์โลกใหม่ล่าสุดตอบรับกระแสโลก พร้อมกิจกรรมเสวนาและไลฟ์สดโชว์สินค้าแบบออนไลน์ นำเสนอโปรโมชั่นพิเศษสุดปังประจำปี กระตุ้นยอดส่งออก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19 โดยจะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคม 2565 นี้
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมจัดกิจกรรมคู่ขนาน BCG Symposium ด้วยความร่วมมือของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีของเขตเศรษฐกิจเอเปคสำหรับ Micro SMEs ที่มีนวัตกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้เป็นประธานในงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ (วันที่ 22 เมษายน 2565) ที่โรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok พร้อมด้วยผู้บริหารกรมฯ ตลอดจนสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทยและกลุ่มเซ็นทรัล มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยได้เปิดเผยว่าวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศ ผลักดันให้สินค้าไลฟ์สไตล์ และแฟชั่นไทยขยายส่วนแบ่งตลาด ทั้งรักษาและขยายตลาดเดิม ขยายตลาดใหม่ และฟื้นฟูตลาดเก่าที่หายไป
ทั้งนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกได้พบปะสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และเจรจาการค้ากับนักธุรกิจ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่ายจากต่างประเทศและในประเทศ ทั้งแบบออนไซต์ในงานแสดงสินค้า และจับคู่เจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Business Matching : OBM) ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ กลุ่ม BCG หรือสินค้ารักษ์โลกที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกในปัจจุบัน รวมทั้งสอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุค New Normal ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “สัมผัสแห่งสุนทรีย์ในโลกวิถีใหม่...ที่ผู้คนห่วงใยสิ่งแวดล้อม และใส่ใจชีวิตมากยิ่งกว่าเดิม” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรที่เป็นผู้นำในแวดวงผลิตภัณฑ์ BCG ไทย ได้แก่ คุณทศพล ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิว อาไรวา จำกัด คุณโกสินทร์ วิระพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท แปลน ทอยส์ และคุณท็อป - พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ อย่างยั่งยืนและผู้ก่อตั้ง ECOLIFE Application โดยมีแฟชั่นโชว์นำโดยดารา/นายแบบสุดฮอต “ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์”
โครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น The Marché by STYLE Bangkok จัดขึ้นครั้งแรกในเดือนตุลาคมปี 2564 ทดแทนการจัดงาน STYLE Bangkok 2021 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มสินค้าไลฟ์ไสตล์และแฟชั่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ยังคงสามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
The Marché by STYLE Bangkok 2022 ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Global Trends, Your Styles : เทรนด์ใหม่ของโลก สไตล์ของคุณ” เพื่อแสดงศักยภาพผู้ประกอบการ BCG ไทย ในฐานะผู้ผลิตสินค้า คุณภาพที่ตอบโจทย์ตลาดและสอดรับกับเทรนด์โลก ภายในงานจะจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นรักษ์โลกโดยผู้ส่งออกจำนวน 150 ราย จากกลุ่มสินค้า Fashion & Leather, Furniture, Gifts & Premiums, Houseware, Home Décor และ Wellness บนพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร ณ บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 โซน Eden 1-2, Dazzle และ Beacon 2-3 และ 4 สินค้า BCG ที่นำมาจัดแสดงล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือมีกระบวนการผลิตที่เกิดของเสียน้อยที่สุด เป็นสินค้าสีเขียว ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดโลกยุค New Normal อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา DITP ได้ปรับและพัฒนากลยุทธ์เพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการ และผลักดันให้เกิดการขยายตัวทางการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการผลักดันส่งเสริมสินค้าและตลาด BCG หรือ Bio-Circular-Green ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดยกรมฯ ได้ขานรับนโยบายซึ่งริเริ่มโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในการตอบสนองความต้องการของตลาดในกลุ่มผู้บริโภครักษ์โลก
การจัดงานแสดงสินค้า The Marché by STYLE Bangkok 2022 แบบออนไซต์ที่มีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะประกอบด้วยกิจกรรมพิเศษหลากหลาย ได้แก่ Exhibitor Talk ซึ่งเป็นการเชิญ หัวข้อ “การต่อยอดสินค้าด้วยแนวคิด BCG” และกิจกรรม MC Tour เจาะสินค้าที่น่าสนใจภายในงาน พร้อมกับการไลฟ์ (Live Streaming) ทาง Facebook : STYLE Bangkok Fair ทุกวันของการจัดงาน อีกด้วย
งานในครั้งนี้มาพร้อมกับการจัดเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ซื้อจากทั่วโลกผ่าน Online Business Matching หรือ OBM ระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2565 สำหรับนักช้อป เตรียมพบกับกิจกรรม Price Off และ Pro Reward โปรโมชั่นส่วนลดจากผู้ประกอบการเมื่อซื้อสินค้าภายในงาน และรับคูปองสมนาคุณ สำหรับซื้อสินค้าภายในงานมูลค่า 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 5,000 บาท (จำกัด 100 สิทธิ์ต่อวัน) รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษในการบริการจัดส่งร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
The Marché by STYLE Bangkok 2022 จะเป็นอีกโครงการที่จะช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการประชาสัมพันธ์สินค้าและขยายช่องทางการตลาดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นรูปธรรม เป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และศักยภาพสินค้าไทย โดยเป็นงานที่รวบรวมสินค้า BCG ไว้ได้มากที่สุดงานหนึ่งของปี คาดการณ์มูลค่าการค้าทันทีและยอดสั่งซื้อภายในระยะเวลา 1 ปี ประมาณ 70 ล้านบาท
The Marché by STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคมนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com
Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169
วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2565
ททท.มุ่งโกยตลาด พรีเมียม โหมกระแสท่องเที่ยวประสบการณ์กิจกรรมกลางแจ้ง มาแรงเดินหน้าเต็มสูบ
ททท. ร่วมจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว "Thailand Golf & Dive Expo plus Traveler & Outdoor Expo 2022" ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THAILAND PREMIUM TRAVEL FAIR”
งานมหกรรมแสดงสินค้าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว "Thailand Golf & Dive Expo plus Traveler & Outdoor Expo 2022"
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THAILAND PREMIUM TRAVEL FAIR” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2565 เพื่อตอกย้ำความพร้อมและศักยภาพของสินค้า บริการ รวมทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวสุดพรีเมียมในประเทศไทย และเพื่อเป็นการช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังวิกฤติ COVID-19 ททท. จึงร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คัดเลือกผู้ประกอบการกว่า 100 ราย มาร่วมจำหน่ายขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวในส่วนของงาน Traveler & Outdoor Expo อีกด้วย อีกทั้งการจัดงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Traveler & Outdoor Expo 2022 นี้ยังสอดคล้องกับแผนงานของ ททท. ที่มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพและนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ที่พร้อมแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ททท. ได้ตั้งเป้าหมายปี 2565 ให้ภาคการท่องเที่ยวไทยกลับมามีรายได้อย่างน้อย 50% ของปี 2562
สำหรับการจัดงาน Thailand Golf & Dive Expo plus Traveler & Outdoor Expo 2022 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2565 ณ ฮอลล์ 101-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
โดยสามารถติดตามดูรายละเอียดได้ ดังนี้ กิจกรรมดำน้ำ ทาง Facebook: Thailand Dive Expo (TDEX) หรือ http://www.thailanddiveexpo.com/ กิจกรรมกีฬากอล์ฟ ทาง Facebook: Thailand Golf Expo หรือ www.thailandgolfexpo.com กิจกรรมท่องเที่ยวกลางแจ้ง Traveler & Outdoor ทาง Facebook: Traveler & Outdoor Expo หรือ www.traveloutdoorexpo.com
##AmazingThailand
#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
#ThailandPremiumTravelFair
#TravelerandOutdoorExpo2022
นักบริหารการศึกษายุคใหม่ แห่งโลกดิจิทัล
บทความพิเศษ โดย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และผลกระทบจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ปัญหาโรคระบาด COVID-19 ภูมิทัศน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่ และคุณลักษณะ รวมทั้งบทบาทของนักบริหารการศึกษาที่พึงประสงค์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
คุณลักษณะและบทบาทของนักบริหารการศึกษายุคใหม่ ควรมีลักษณะสำคัญดังนี้
True Vision มีวิสัยทัศน์ถูกต้อง แม่นตรง ต้องเข้าใจจุดมุ่งหมายและทิศทางของการจัดการศึกษา สามารถกำหนดนโยบายในการดำเนินงานอย่างถูกต้องโดยมุ่งให้การศึกษาเป็นการทำคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การศึกษาต้องนำมาซึ่งความรู้สำหรับการสร้างกำลังเเรงงาน (Man power ) สร้างทรัพยากรมนุษย์ ( Human resource ) รวมทั้งพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ( Learning society ) การศึกษาต้องเป็นไปเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ทำให้คนอยู่ดีกินดี ประเทศมีความสงบร่มเย็น สร้างคนให้มีคุณธรรม เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
Clear Direction ต้องมีความชัดเจนในวิธีปฏิบัติ เพราะการศึกษาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก นโยบายที่ดีอาจไม่ประสบความสำเร็จถ้าไม่มีขั้นตอนวิธีการทำงานที่ชัดเจน และไม่ครบถ้วนทั้งระบบ หลักในการพัฒนาการศึกษา จะต้องพัฒนาทั้งหลักสูตร การเรียนการสอนให้มีความทันสมัย สร้างครูที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล ปฏิรูประบบการเรียนรู้ การส่งเสริมให้เด็กมีทักษะในด้านการคิดวิเคราะห์ โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก มีอาคารสถานที่เหมาะสม มีความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน เชื่อมโยงการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เน้นวาระเร่งด่วนที่สำคัญคือการสร้างความปลอดภัยให้กับเด็ก พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ พัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สร้างศูนย์ความเป็นเลิศด้านอาชีวศึกษา พัฒนาทักษะด้านอาชีพเพื่อแก้ปัญหาความยากจน จัดการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต ดูแลผู้มีความสามารถพิเศษ และผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษ รวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศที่ทันสมัยเพื่อนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดเเละเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
Empower สร้างพลังเสริม โดยนักบริหารการศึกษายุคใหม่ ต้องทำหน้าที่เป็นแรงเสริมหรือสร้างพลังบวกให้เกิดกับบุคลากรในสังกัด ทำหน้าที่เป็น coach และเป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือ facilitator ผู้บริหารการศึกษาที่พึงประสงค์ต้องมีพลังปัญญาที่สมดุลย์ คือมีทั้ง IQ (Intelligence Quotient) EQ(Emotional Quotient) MQ ( Moral Quotient) AQ ( Adversity Quotient) OQ ( Optimist Quotient) เป็นตัวแบบ (Idol ) ของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้เเก่เด็กและสังคม และที่สำคัญที่สุดในฐานะนักบริหารการศึกษาคือ “เป็นผู้จัดสภาพแวดล้อมในการจัดการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”
คุณลักษณะและบทบาทของนักบริหารการศึกษายุคใหม่ แม้โดยหลักการจะเหมือนเดิม แต่โดยสภาพบริบทของโลกและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การทำหน้าที่เป็นนักบริหารการศึกษาจึงต้องถึงพร้อมทั้งความเข้าใจในทิศทางการจัดการศึกษา รู้ขั้นตอนเเละวิธีการพัฒนา และมีองค์ความรู้ใหม่ๆในการนำมาใช้ ด้วยความมุ่งมั่นและด้วยความหวังว่า การศึกษาที่มีคุณภาพ จะนำไปสู่การสร้างสังคม และสร้างประเทศที่มีคุณภาพเช่นเดียวกัน
Jeju Air ไฟลท์เดียวเท่านั้น 🇰🇷 บินตรงลงเกาะเชจู ไม่ต้องลง K-ETA ไม่ต้องกักตัว
Jeju Air ไฟลท์เดียวเท่านั้น 🇰🇷 บินตรงลง #เกาะเชจู ไม่ต้องลง K-ETA ไม่ต้องกักตัว 5วัน3คืน ช่วง #ไฮเดรนเยีย บานทั่วเกาะพอดี 2-6มิ.ย.นี้ วันหยุดยาวของไทย
📣 Special flight สุดพิเศษ บินไปเชคอิน สูดอากาศบริสุทธิ์ กินของอร่อย ถ่ายรูปสวยๆ📸
📌Day2 ชมวิวทะเลโขดหินยงดูอัม • นั่งรถไฟชมทุ่งไฮเดรนเยียหลากสี Eco Land
📌Day3 ไร่ชาเขียวO’Sulloc • วัดซันบังซา • โขดหินยงมอรี • แหลมซงอักซาน น้ำตกชอนจียอน • เทศกาลไฮเดรนเยียบาน Camellia Hill
📌Day4 ศูนย์น้ำมันสนเข็มแดง • สวนฮน-อิน-จี • หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ • ปล่องภูเขาไฟซองซานอิลจูบง • ซอฟจีโกจี
📌Day5 วัดป่าชอนวังซา • Korea Shopping Center • Jeju Downtown • Lotte Duty Free • ประภาคารม้า ชายหาดอีโฮแทอู
🥰🥰 เมนูพิเศษดีต่อใจ 🐷หมูย่างคัลบี 🦪โจ๊กหอยเป๋าฮื้อ 🥘ปลาซาบะย่าง 🍲ซุปซี่โครง 🐓🦪ไก่ตุ๋นโสมหอยเป๋าฮื้อ 🐷ชาบูหมูนุ่ม
✈️ ตั๋วไป-กลับบินตรง JEJU AIR
🏨 โรงแรม 3คืน รวมอาหารเช้า
🚌 รถบัสพาเที่ยวตลอดเส้นทาง
😎 มีหัวหน้าทัวร์เดินทางด้วยจากไทย 🔥ราคาโปรโมชั่น 19,999 ต่อท่าน/ที่นั่งมีจำกัด
💙 ดูโปรแกรมเต็มคลิ้ก 👉 : https://bit.ly/36syM1f
💜👉 จองทัวร์คลิ้ก gotrueworld.com
⚠️ สนใจสอบถามเพิ่มเติมทาง
Line : คลิ้ก 👉 https://lin.ee/5fR25rL
Hotline : 084-147-0875
Facebook : True World Travel 👉 m.me/346807932059210
วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2565
MAAI by KTC ผนึก MAX Card ผสานความแกร่งด้านการสร้างความสัมพันธ์สมาชิก ด้วยทางเลือกใหม่สำหรับการแลกเปลี่ยนคะแนน
“เคทีซี” เดินหน้านำทัพ“MAAIby KTC”ผนึกพันธมิตรดึงจุดแข็งสร้างการเติบโตร่วมกันล่าสุดจับมือ“MAX Card”ผสานความแข็งแกร่งก้าวสู่การเป็นลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม ระบบสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกในการสะสมคะแนนแบบพร้อมใช้ครบวงจร ด้วยคอนเซ็ปต์การตลาด “เมื่อ 1+1 ได้มากกว่า 2”สมาชิกสามารถเลือกโอนคะแนนระหว่างMAX PointและMAAI Point เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ที่มากมายกว่าเดิมถือเป็นการเพิ่มทางเลือกพร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีในการแลกคะแนนให้กับสมาชิกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล
นางประณยา นิถานานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – การตลาดบัตรเครดิต"เคทีซี" หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “เคทีซียึดหลักกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตร (Partnership Marketing) มาอย่างต่อเนื่องล่าสุดเคทีซีได้เปิดตัว “MAAI by KTC”ลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม ระบบสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกในการสะสมคะแนน เพื่อมุ่งเน้นให้เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนพันธมิตรในการทำ CRM (Customer Relationship Management)ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการดึงจุดแข็งของระบบเทคโนโลยีการจัดการคะแนน KTC FOREVER มาเป็นต้นแบบ ประกอบกับจำนวนพันธมิตรที่เคทีซีมีอยู่ในหลากหลายธุรกิจอุตสาหกรรมช่วยส่งเสริมให้ MAAI by KTC สามารถต่อยอดให้การสร้างความผูกพันผ่านคะแนนสะสมของธุรกิจพันธมิตรแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าทั้งด้านต้นทุน เวลา และการบริการจัดการเพื่อให้ความร่วมมือระหว่างกันไม่เพียงหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองเท่านั้น แต่เป็นการขยายเครือข่ายพันธมิตรให้มีความ “มากมาย” ยิ่งขึ้น”
“สำหรับความร่วมมือระหว่าง MAAIby KTCและ MAX Cardเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความแข็งแกร่งให้ Eco System ของทั้งสององค์กร เคทีซีและพีทีจีเป็นพันธมิตรธุรกิจมาอย่างยาวนาน เราร่วมกันมอบสิทธิประโยชน์ผ่านแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และในวันนี้ การที่MAX Card ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MAAI by KTC ถือเป็นอีกความร่วมมือที่เรามีเป้าหมายร่วมกัน คือมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำการตลาดร่วมกันเป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของฐานสมาชิกของเราทั้งคู่เมื่อสมาชิกสามารถแลกคะแนนกันนั่นหมายความว่าสมาชิกจะมีอิสระมากขึ้น สามารถสะสม โอน แลกรับสิทธิพิเศษได้จากทั้ง 2 ฝ่าย ครอบคลุมแทบทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นหมวดร้านอาหารที่เรามีพันธมิตรครอบคลุมหลากหลาย อาทิ บุฟเฟ่ต์ หรือ คาเฟ่หมวดโรงภาพยนตร์ อาทิ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ เอสเอฟ ซีเนม่าหรือหมวดท่องเที่ยว อาทิ การให้บริการจองตั๋วเครื่องบิน หรือบริการการท่องเที่ยวกับ KTC World Travel Serviceซึ่งเราเชื่อมั่นว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของเราแข็งแกร่งขึ้น และสมาชิกจะได้รับผลประโยชน์ที่ตรงใจและสร้างให้เกิดความผูกพันกับองค์กรในระยะยาว”
นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัดบริษัทในเครือพีทีจี เอ็นเนอยี กล่าวว่า“การเป็นพันธมิตรกับ MAAIby KTC ครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกขององค์กรชั้นนำระดับประเทศที่มาร่วมกันด้วยเป้าหมายเดียวกันเพื่อทลายข้อจำกัดด้านสิทธิประโยชน์แก่สมาชิกอย่างแท้จริง มุ่งสร้างทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและจุดแข็งของทั้งสององค์กรโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกMax Card ที่ปัจจุบันมีกว่า 17 ล้านสมาชิกทั่วประเทศ และในปี 2565 นี้ เราตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านสมาชิกซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าสมาชิก Max Card ส่วนใหญ่มีการใช้บริการส่วนลดและแลกคะแนนสะสมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผสานเข้ากับ MAAIby KTCที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มแบบพร้อมใช้ครบวงจรและมีฐานลูกค้าลอยัลตี้ที่แข็งแกร่งจะสามารถแบ่งปันและสร้างประสบการณ์พิเศษไม่สิ้นสุดแก่ลูกค้าสมาชิกในการสะสม โอน แลกรับสิทธิพิเศษได้จากทั้ง 2 ฝ่าย ครอบคลุมทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็น แลกคะแนนสะสมใช้เป็นส่วนลดการเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันพีที บริการ Max Service บริการช่วยเหลือจัดส่งน้ำมันฉุกเฉิน รวมไปถึงส่วนลดจากพันธมิตรในกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพและความงาม โรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น และทำให้ทั้งสององค์กรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565
นนทบุรีจัดใหญ่ ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย แต่งกายย้อนยุค เล่าขานตำนานสงกรานต์ 2565
รองพ่อเมืองจังหวัดนนทบุรี นางสาวอโรชา นันทมนตรี และนายอภิชัย อร่ามศรี นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ นายทศพล เผื่อนอุดม ปลัดจังหวัดนนทบุรี นางรักใจ กาญจนะวีระ พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนของจังหวัดและอำเภอเมืองนนทบุรี รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอเมืองนนทบุรี แต่งผ้าไทยย้อนยุค สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาและช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เชิญชวนพี่น้องประชาชนสวมใส่ผ้าไทยเพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย พร้อมเล่าตำนานสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลปีใหม่ไทย ปี 2565
โดยในช่วงก่อนสงกรานต์ ปี 2565 ได้มีการบันทึกภาพเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ณ วัดปราสาท ตำบลบางกร่าง และวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี ซึ่งถือเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนและรังสรรค์ผ้าไทยโบราณที่มีอายุกว่า 200 ปี จากอาจารย์สรพล ถีระวงษ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี พ.ศ.2560 สาขาพัสตราภรณ์โบราณ และเครื่องประดับ จากช่างมีฝีมือของจังหวัดนนทบุรี โดย อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2555 สาขาเครื่องโลหะ และอาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2562 สาขาเครื่องโลหะ ผ้าและเครื่องประดับมีมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ที่มีความงดงาม ปราณีต และมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สืบสานความเป็นไทย
นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เผยว่าตามที่ ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้มีนโยบายที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทย โดยได้เชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้บริหารสถานศึกษา นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และทุกภาคส่วนของจังหวัดนนทบุรี สวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน รวมทั้งในทุก ๆ โอกาสตามความเหมาะสม และร่วมกันสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ และในการประชุม เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถส่งเสริมชุมชนในท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย เทศกาลอันสำคัญนี้จังหวัดจึงจัดให้มีกิจกรรมรณรงค์ชวนแต่งไทย
นางสาวอโรชา นันทมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยแล้ว ยังเป็นการสื่อให้คนรุ่นใหม่และคนที่สนใจได้เรียนรู้ตำนานสงกรานต์ที่มีประวัติที่ควรค่าต่อการเรียนรู้ โดยสงกรานต์ในปี 2565 นี้
นางสงกรานต์ 2565 ทรงนามว่า "กิริณีเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา ทรงช้างเป็นพาหนะ คำทำนาย เกณฑ์ธัญญาหารวิบัติ ข้าวกล้าในนาจะเกิดด้วงและแมลง เกณฑ์ธาราธิคุณตกราศีไฟ ทำให้น้ำน้อย ปีขาล (ผีเสื้อผู้หญิง ธาตุไม้) จัตวาศก จุลศักราช 1384 ทางจันทรคติ เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็นปกติสุรทิน วันที่ 14 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 เวลา 09 นาฬิกา 45 นาที 46 วินาที นางสงกรานต์ทรงนามว่า "กิริณีเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอ พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จยืนมาเหนือหลังกุญชร (ช้าง) เป็นพาหนะ วันที่ 16 เมษายน เวลา 13 นาฬิกา 49 นาที 48 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น 1384 ปีนี้ วันพุธ เป็นธงชัย, วันอังคาร เป็นอธิบดี, วันอังคาร เป็นอุบาทว์, วันพฤหัสบดี เป็นโลกาวินาศ ปีนี้วันอาทิตย์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า นาคให้น้ำ 4 ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ 2 ชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิขาติ (ด้วงและแมลง) จะได้ผลกึ่งเสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีเตโช (ไฟ) น้ำน้อย
นางรักใจ กาญจนะวีระ พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ในการดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย โดยถือเป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ข้าราชการ ประชาชน แต่งกายด้วยผ้าไทยตามความเหมาะสมเพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน และร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยคำนึงถึงมาตรฐานการดูแลรักษา และรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของผ้าไทย เพื่อให้ผ้าไทยสามารถจำหน่ายและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยในส่วนของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี จะได้ร่วมมือกับวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ส่งเสริมการแต่งผ้าไทยในห้วงระยะเวลาต่างๆ เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย ให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนต่างๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไปจึงขอใช้โอกาสนี้ เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่าน ร่วมกันสืบสาน อนุรักษ์ ประเพณีไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ถือได้ว่าเป็นเทศกาลปีใหม่ไทย ที่พี่น้องประชาชนได้เดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัว ได้ซื้อหาผ้าไทยเป็นของขวัญของฝากให้กับญาติพี่น้อง รวมทั้งสวมใส่ผ้าไทยไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์ส่งเสริม และเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าไทย ให้คงอยู่คู่แผ่นดิน อีกทั้งเพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่นให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายผ้าไทยแก่ประชาชนทั่วประเทศ ยังช่วยสนับสนุนส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องในชุมชน เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก และรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กันไปด้วย
#ของดีจังหวัดนนทบุรี
#สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน
#พช_นนท์ตามมาเชียร์
"ครูโอ๊ะเปิดกิจกรรมการศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้
"รมช.กนกวรรณ" นำทีม 16 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้พ.ศ. ....ลง พื้นที่กศน.จังหวัดกระบี่ รับฟังเสียงสะท้อนสภาพปัญหาอุปสรรค เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณา ด้าน กศน.ขนบูธกิจกรรมร่วมแสดง ครูโอ๊ะ ปลื้ม กศน.ต้นแบบ 5ดีพรีเมี่ยม นำนโยบาย กศน.WOW (6G) ของครูโอ๊ะสู่การปฏิบัติช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2565 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ....ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและจัดสัมมนาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. .... ระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน 2565 ณ สำนักงานกศน.จังหวัดกระบี่ โดยมี คณะกรรมาธิการฯ คณะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ และเจ้าหน้าที่ประจำคณะกรรมาธิการฯ ร่วมคณะมาด้วย และมี นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวต้อนรับคณะกรรมาธิการ นายวัลลพ สงวนนาม เลขาธิการ กศน.กล่าวรายงานผลการจัดการศึกษา นายปรเมศวร์ ศิริรัตน์ รองเลขาธิการ สำนักงาน กศน. ร่วมให้การต้อนรับ และมีหน่วยงานในสังกัด กศน. พื้นที่ภาคใต้ นักเรียน-นักศึกษา ร่วมนำเสนอกิจกรรมจัดการศึกษา และกิจกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ....ซึ่งจะเป็นมิติที่ทำให้ กศน.สามารถทำงานตอบสนอง การพัฒนาประเทศ โดยการใช้การศึกษาเป็นตัวนำ ดังนั้นข้อมูลที่ทุกท่านจะนำเสนอ ก็ขอให้นำเสนอข้อมูลตามสภาพปัญหาที่แท้จริงของแต่ละบริบทพื้นที่ และเราทุกคนเป็นชาวการศึกษา ก็ขอให้มีการเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ เพื่อก่อเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและลูกหลานของเรา เพราะการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. .... และรับฟังข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อไป
"ครูโอ๊ะขอเปิดกิจกรรมการศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียน
รู้พ.ศ. .... และขอแนะนำ" น้ำดื่ม 5ดีพรีเมี่ยมพลัส" ซึ่งเป็นน้ำดื่มที่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจาก กศน.ตำบลปลายพระยา ซึ่งเป็น กศน.ต้นแบบ 5ดีพรีเมี่ยม ที่เป็นนโยบาย กศน.WOW (6G) ของครูโอ๊ะ ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนและชุมชน อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมาธิการได้ดื่มน้ำ ก็จะได้สัมผัสถึงความทุ่มเทของชาว กศน.ที่บรรจุไว้ในน้ำดื่มซึ่งเกิดจากความรักของเราชาว กศน. ที่จะพาน้ำไปถึงหัวใจและทุกส่วนของร่างกาย ครูโอ๊ะในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงาน กศน.ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านอย่างสูงที่กรุณาให้ความสำคัญและเลือกที่จะมาศึกษาดูงานและรับฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่
ขอขอบคุณเลขาธิการ กศน.ขอขอบคุณทุกบูธกิจกรรมที่ร่วมกันจัดนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน กศน.ภูเก็ต/กศน.สุราษฏร์ธานี นิทรรศการ กศน.ปักหมุด กศน.ระนอง นิทรรศการการศึกษาต่อเนื่อง กศน.กระบี่/ ศูนย์ฝึกอาชีพฯชุมพร นิทรรศการการศึกษาต่อเนื่อง กศน.ตรัง (การศึกษาพัฒนาอาชีพ พัฒนาสังคมชุมชน พัฒนาทักษะชีวิต การศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง) นิทรรศการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาตรังและยะลา นิทรรศการการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยโคเลิร์นนิ่งสเปซ กศน.พัทลุง/กศน.สุราษฏร์ธานี การส่งเสริมการอ่านบ้านหนังสือและรถโมบายกศน.พังงา นิทรรศการการจัดการศึกษากลุ่มเป้าหมายปอเนาะ กศน.สตูล และนิทรรศการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยชายแดนใต้ กศน.ปัตตานี
ขอบคุณสำนักงาน กศน.จังหวัด และสำนักงาน กศน.อำเภอ เจ้าหน้าที่ และบุคลากร ที่ร่วมกันสะท้อนสภาพปัญหาและให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ขอบคุณผอ.ศูนย์ฝึกฯ ที่ร่วมฉายภาพและเสียงสะท้อนสภาพปัญหาต่างๆ ทั้งยังสะท้อนด้วยว่าปัญหาอุปสรรค์ต่างๆจะได้รับการดูแลมากกว่านี้หากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ก็จะช่วยปลดล็อคสิ่งที่้เป็นปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาประเทศและการพัฒนาเพื่อประชาชน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการศึกษาต่อไป หากมีสิ่งใดที่ครูโอ๊ะทำได้ก็จะทำทันที เพราะเราคือ กศน.เพื่อประชาชน" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
ลาซาด้ากรุ๊ปเปิดตัว “Lazada One”สำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ
11 เมษายน 2565, กรุงเทพฯ– ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกาศเปิดตัวสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคและสำนักงานสาขาประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “Lazada One”จุดยุทธศาสตร์แห่งใหม่ ทั้งนี้ด้วยความแข็งแกร่งทางธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ลาซาด้าพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจการค้าดิจิทัลในระดับภูมิภาคให้ก้าวไปข้างหน้า และเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคดิจิทัล
“Lazada One” ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่สำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ รวมไปถึงสถาบันการเรียนรู้ ณ ใจกลางย่าน Bras Basahซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญในประเทศสิงคโปร์ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 109,105 ตารางฟุต ครอบคลุมถึง 6 ชั้นได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ไฮบริดออฟฟิศ ออฟฟิศแห่งอนาคตที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันของทั้งองค์กรที่อยู่ภายในอาคารแห่งใหม่นี้ และประเทศอื่นๆในภูมิภาคให้ผนึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
คุณชุน หลี่ (Chun Li) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ปกล่าวในงานเปิดตัวLazada One เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมาว่า“ ลาซาด้าฉลองครบรอบ10 ปี ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับเรา รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการก่อตั้งสำนักงานใหญ่ Lazada One ในประเทศสิงคโปร์ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงคำมั่นสัญญาในการสนับสนุนเพื่อสร้างการเติบโตที่รวดเร็วในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภารกิจของเราในอนาคตต่อจากนี้ จะเป็นการสร้างความก้าวหน้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็วภายในอีก 10 ปีข้างหน้า ผ่านการค้าและเทคโนโลยีสุดทันสมัย มั่นใจได้ว่าลาซาด้าจะมีบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่องในการเปลี่ยนแปลงวงการอีคอมเมิร์ซนี้เช่นเดียวกับที่เราเป็นผู้บุกเบิกมาโดยตลอด”
งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณ โจเซฟีน เตโอ (Josephine Teo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสารและสารสนเทศ ประเทศสิงคโปร์ ในฐานะ Guest of Honorมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานใหม่ในครั้งนี้อีกด้วย
ด้วยวิสัยทัศน์ในการวางแผนการเติบโตระยะยาวของอุตสหกรรมอีคอมเมิร์ซสำนักงานใหญ่ Lazada One พร้อมเป็นสถานที่ในการเพาะเมล็ดพันธุ์เยาวชนและพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมในทศวรรษหน้า ทั้งนี้ลาซาด้ายังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุลคลากรและผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี อาทิ วิศวกรนักวิทยาศาสตร์เชิงข้อมูลนักพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีการชำระเงินแบบดิจิทัลและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
#LazadaOne #LazadaTH
ข่าวประชาสัมพันธ์
ก้าวแรกของผู้หญิงที่กล้าฝัน...สู่ Miss Wellness 2 Samut ปี 2026 พร้อมส่งต่อสู่ เวที Miss Wellness World Thailand 2026
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน Production Dirctor 2 Samut ร่วมกับพันธมิตร จัดการประกวดคัดเลือก Miss Wellness 2 Samut ...
โวยวายดอทคอม
-
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 : บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องดื่มแบรนด์ดัง Arcobräu จากประเทศเยอรมัน โดยได้รับเกี...
-
สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส จำหน่าย ทุเรียนคุณภาพสูง ชิมแล้วอร่อย...เกรด AA สวนบ้านไร่ภูฟ้าใสเป็น 1 ใน 39 สวนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี...
-
บริษัท กอล์ฟดิกก์ จำกัด สตาร์ทอัพไทยเบอร์หนึ่งผู้ให้บริการจองสนามกอล์ฟกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนั...
-
ในยุคที่มีการแข่งขันสูง จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาความรู้ความสามารถและเพิ่มเติมทักษะด้านต่างๆอยู่เสมอ UFM มุ่งหวังให้ธุรกิจเบเกอรี่ไทยเติบโตแ...
-
สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชวนผู้ประกอบการไทย เข้าร่วมโครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกร...





























.jpg)
.jpg)






















