วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ททท. ร่วมกับ UNDP Thailand ชูพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันนี้ (5 มิถุนายน 2563) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ Mr. Renaud Meyer, the UNDP’s Resident Representative for Thailand ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนถึงเจตนารมย์ในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ โดยต้องการนำเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ให้มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

บันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นความมุ่งมั่นของ ททท. ในการสร้างความสมดุลในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและการพัฒนาแบรนด์ประเทศไทยให้มีคุณค่าเทียบเท่ากับการท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับ The United Nations Development Programme (UNDP) Thailand ซึ่งมีเนื้อหาความร่วมมือใน 4 ข้อ คือ การบูรณาการ SDGs ในกระบวนการทำงานของ ททท.  การส่งเสริมให้ SDGs เป็นหลักการพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน  การแบ่งปันประสบการณ์การจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ การจัดทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ร่วมกับ UNDP ยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภายหลังวิกฤตโควิด-19 ที่จะช่วยปรับสมดุล (Rebalance) ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยใหม่เพื่อความยั่งยืน สามารถรักษาธรรมชาติที่กำลังฟื้นตัวให้คงอยู่ในสภาพอุดมสมบูรณ์ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวบนพื้นฐานของการรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างวิถีใหม่ในการจัดการท่องเที่ยวแบบ New Norm ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างยั่งยืนวิถีใหม่ในการจัดการท่องเที่ยวแบบ New Norm ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างยั่งยืน

 
ทั้งนี้ ตลอดการทำงาน 60 ปีที่ผ่านมา ททท. ได้ให้ความสำคัญของการส่งเสริมตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ริเริ่มโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ขึ้นในปี พ.ศ. 2539 และจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 27 กันยายน    (วันท่องเที่ยวโลก) ทุก 2 ปี 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงการสร้างสมดุลทางการท่องเที่ยวอีกมากมาย อาทิ แคมเปญ Amazing Thailand Go Local แคมเปญ 7Greens แคมเปญท่องเที่ยวชุมชน แคมเปญลดโลกเลอะ รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีการยกระดับคุณภาพสินค้าและจัดการความยั่งยืนผ่านโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย อันเป็นผลดีต่อการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น การสร้างสมดุลระหว่างธรรมชาติและการท่องเที่ยว รวมถึงการปลูกจิตสำนึกและสร้างกระแสการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือน

น้ำผึ้ง ปิ่นเจริญ ทำด้วยใจหน้ากากผ้า (mask) ตอบโจทย์ป้องกันโควิด-19

หน้ากากผ้า (mask) ตอบโจทย์ป้องกันโควิด-19


ตอนนี้เดินไปทางไหนก็เห็นแต่คนสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในพื้นที่แออัดหรือบนรถสาธารณะ เพราะนอกจากจะป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้แล้ว ยังป้องกันเชื้อโรคได้ หน้ากากอนามัยแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติและการใช้งานแตกต่างกัน เรื่องต้องรู้ รับมือกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) กับผลิตภัณฑ์งานฝีมือ กับงาน Handmade ด้วยคุณภาพที่น่าสนใจของผลิตภัณฑ์ และคุณภาพของสินค้า
ได้สร้างแรงดึงดูดใจ  เรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เราได้เห็นการปรับตัวของ


น้ำผึ้ง ปิ่นเจริญ 
 ผู้หญิงมากความสามารถคนนี้ แต่เบื้องหลังแนวคิดของเขาคืออะไร ทำไมน้ำผึ้ง จึงไม่
กลัวกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แม้แต่การจับมือกับเพื่อนๆ ผลิตหน้าหน้ากากผ้า 3 ชั้น ใส่แผ่นกรองกันชื้นได้ ด้วยความตั้งใจคือ  อยากให้ทุกท่าน ใส่ปลอดภัย  สบายผิวหน้า และ มีความลิมิเต็ท เอดิชั่น โดยการเลือกใช้ผ้า คอทตอล 100% +ผ้ามัสลินเกรดA  ป้องกันแบคทีเรีย ,เชื้อรา ,และนุ่มสบายหายใจโล่ง สามารถซักได้ทุกวัน คุณสมบัติของผ้าคือ ยิ่งซัก ยิ่งนิ่ม ใส่สบาย พิเศษ สำหรับมอบให้ ผู้บริหาร ผ้าพรีเมี่ยม เช่น ผ้าเนื้อนุ่มคอทตอล100% ผ้าไหมซาติน Italy

น้ำผึ้ง รับจัดทำพิเศษโดยทุกท่านสามารถ Inbox หรือ ทัก ไลน์ ในราคาเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 59-99 บาท
โดยขอบคุณทุกๆ 50 บาท จากลูกค้าทุกท่าน น้ำผึ้งแบ่งปันมอบตู้ปันสุขทุกวันโดยเบื่องต้นต้องบอกว่ามือใหม่ทำด้วยใจ ผ่านไปด้วยดี 3 เดือนแล้วภูมิใจมากกับการตอบรับจากเพื่อนๆ พี่ๆ และผู้ใหญ่ใจดีที่ให้ความเอ็ดดู สนับสนุนมาโดยตลอด

Face Book : numpung pincharoen

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ฝุ่นควันจนมาถึงไวรัสร้ายโควิด-19 ที่ทำให้เราได้เห็นอะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อนเลยในชีวิตนี้ ตั้งแต่ 7-11 ปิดหลังสี่ทุ่ม หิวแต่นั่งกินข้าวที่ร้านไม่ได้ ไปจนถึงสั่งชาบูแถมหม้อไปกินที่บ้านการปรับตัวหรือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ โควิด-19 เป็นโรคระบาดที่ป้อนความรู้และความบันเทิงให้เราได้ไม่สิ้นสุด คิดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก รู้จักดูแลตัวเองให้แข็งแรง พร้อมต่อสู้เชื้อโรคมีการออกแบบและทดสอบการใช้งานจริง  เพื่อปรับประยุกต์ให้เกิดการใช้งานได้จริง ทำให้วิกฤตครั้งนี้ เราได้เห็นชาวโลกในเฟสบุ๊กหลายหมื่นคนรวมตัวช่วยกันทำความดี


น้ำผึ้ง  ปิ่นเจริญ  เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทำหน้ากากผ้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ค่อนข้างยาก 
ทั้งที่มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสูง  จนมีการผลิตหน้ากากผ้าออกมาจำหน่าย เพื่อ
เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค  เมื่อสามารถปรับเปลี่ยนวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสได้ภายใต้องค์ความรู้
และวัตถุดิบที่มีคุณภาพ  ฝึกต่อไป...... น้ำผึ้ง งานไม่ยาก สังเกตุดีๆ ทุกๆ เนื้องานไม่ยาก Communication & 4 เสาหลัก Integrity Relations Existence Enrollment สำคัญมากที่สุดในทุกการทำงาน & ทำทีม


บอกต่อไปว่า การปรับตัวหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้  แม้ว่า น้ำผึ้ง  ปิ่นเจริญ  เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการทำธุรกิจเล็ก เพื่อสามารถปรับเปลี่ยนวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสได้ภายใต้องค์ความรู้  และวัตถุดิบที่สามารถหาได้ในยุคปัจจุบัน กับวิกฤตโควิด-19
ครั้งนี้ ถือได้ว่าเหมือนคลื่นสึนามิที่กวาดธุรกิจน้อยใหญ่ล้มหายไปภายในข้ามคืน และความหวาดวิตกกับความเสี่ยงในการติดเชื้อ และการถูกเลิกจ้างงาน ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจ เองต่างก็มียอดขายที่ชะลอตัวลง หน้ากากผ้าแบบถูกหลักอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ค่อนข้างยาก  ทั้งที่มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จนมีการผลิตหน้ากากผ้าออกมาจำหน่าย
เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่ด้วย DNA ของน้ำผึ้ง ปิ่นเจริญ ชีวิตที่ไม่เคยยอมแพ้แม้นสะกครั้งสักครั้งเดียว เขาเลยพยายามปรับ mindset อยู่ตลอดเวลา  กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลัง โควิด-19 เพื่อชีวิตและภาระต่างๆ รอดจากเหตุการณ์ ครั้งนี้ไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม เวลานี้พอมีสต็อกวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการผลิตเป้นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ล่าสุดมีการแบ่งปันผ่านตู้ปันสุข ย่าน บางกะปิ รามคำหง ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ต้องเข้าไปทำเพื่อช่วยประชาชนไปด้วยในการมีหน้ากากผ้าไว้สำหรับป้องกันตนเอง ส่วนช่องทางการจำหน่ายในปัจจุบัน Tel.and id.line 0879118282


สำหรับหน้าตาจะเป็นอย่างไรนั้น หาคำตอบให้ได้ เพียงคลิกเดียว
สามารถรับชมผลงานได้ที่นี่  เปิดให้ผู้คนทั่วโลกพรีออเดอร์ เลือกผ้าก่อนได้ตามใจชอบ มีลายผ้าให้เลือกเกิน 60 ลายผ้า  มีสต๊อกเล็กๆ กรณีลูกค้าต้องการด่วน มีพร้อมส่ง ทั้งแบบเรียบหรู และสีสดใสสวยงาม Tel.and id.line 0879118282

ติดตามเรื่องราวของน้ำผึ้ง ปิ่นเจริญ
Face Book : numpung pincharoen

#FightTogether #Covid19 #Restaurant #NewNormal

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2563

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พร้อมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ช่วงมาตรการผ่อนปรนในระยะ 3
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พร้อมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และอำนวยความสะดวก
ให้แก่ผู้โดยสาร ช่วงมาตรการผ่อนปรนในระยะ 3  โดยยังคงเข้มงวดมาตรการ Social Distancing
และจัดขบวนรถเสริม 18 เที่ยว/วัน ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็น วันจันทร์ – ศุกร์ 

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด เปิดเผยว่าภายหลังจาก
ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 เห็นชอบมาตรการคลายล็อกกลุ่มกิจการ และกิจกรรมระยะที่ 3 โดยเริ่มในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 นั้น บริษัทคาดว่าเมื่อดำเนินการตามมาตรการผ่อนปรนดังกล่าวจะส่งผลทำให้มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล  ลิงก์ เพิ่มขึ้นในช่วงวันธรรมดาจันทร์ – ศุกร์ เหมือนที่เพิ่มขึ้นจากในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งยังไม่มีมาตรการผ่อนปรนที่มีผู้โดยสารเฉลี่ย 15,230 คน/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 22,463 คน/วันในช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีมาตรการผ่อนปรนระยะ 1 และระยะ 2 โดยหลังจากมีมาตรการผ่อนปรนระยะ 3 คาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 30,000 คน/วัน ดังนั้นบริษัทจึงได้ดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

โดยในส่วนของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทยังคงขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing อย่างเข้มงวด ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารเว้นระยะห่าง 2 เมตรขณะรอซื้อตั๋วโดยสาร และตรวจวัดอุณหภูมิ , ขอความร่วมมือผู้โดยสารยืนในระยะห่างที่เหมาะสมขณะใช้ลิฟต์ และบันไดเลื่อน , ขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านสวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า ,ขอความร่วมมือผู้โดยสารสร้างระยะห่างในขบวนรถไฟฟ้าอย่างน้อย 1 เมตรตลอดการเดินทาง , ขอความร่วมมือผู้โดยสารโปรดรอรถไฟฟ้าขบวนถัดไปในกรณีที่มีผู้โดยสารหนาแน่นภายในขบวน , ดำเนินการจำกัดปริมาณผู้โดยสารที่จะขึ้นสู่ชั้นชานชาลาและภายในขบวนรถไฟฟ้า (Group Release) โดยกำหนดพื้นที่ในการยืนรอห่างกัน 1 เมตร

ด้านมาตรการอำนวยความสะดวก บริษัทได้เพิ่มขบวนรถเสริม ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็น วันจันทร์ – ศุกร์ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้นของผู้โดยสารได้  ซึ่งเป็นมาตรการที่บริษัทดำเนินการ สอดคล้องตามมาตรการผ่อนปรนของ ศบค.มาตลอด โดยบริษัทได้ปรับเพิ่มขบวนรถเสริมในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็น วันจันทร์ – ศุกร์ เป็น 10 เที่ยว/วัน ในช่วงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 1 และเพิ่มเป็น 14 เที่ยว/วัน ในช่วงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 และล่าสุดได้เพิ่มเป็น  18 เที่ยว/วัน ในช่วงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 หรือหากมีผู้โดยสารใช้บริการหนาแน่นมากก็จะพิจารณาเพิ่มเติมขบวนรถเสริมอีกเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้บริการของผู้โดยสาร

ทั้งนี้หากในอนาคตมีการประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะต่อไป บริษัทก็ได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกในการใช้บริการอย่างสูงสุด

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563

โอเอซิสสปามีความพร้อมในการเปิดให้บริการอีกครั้ง (หลังสถานการณ์ Covid-19 ) เริ่มคลี่คลาย

โอเอซิสสปาพร้อมเปิดให้บริการอีกครั้ง
โอเอซิสสปามีความพร้อมในการเปิดให้บริการอีกครั้ง(หลังสถานการณ์ Covid-19 )
เริ่มคลี่คลาย ตั้งแค่วันที่ 4 มิถุนายน นี้


โดยมีมาตรการด้านความสะอาดและความปลอดภัยตามข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้ผู้รับบริการและผู้ให้บริการมีความมั่นใจ พบกับมิติใหม่ของการทำสปา ที่โอเอซิสสปาสาขาใกล้บ้านคุณ ทั้ง กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ภูเก็ต และ พัทยา พร้อมทั้งรับโปรโมชั่นส่วนลดสุดพิเศษมากกว่า 50% เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น.–21.00 น. ทุกวัน 




สอบถามหรือจองสปา 
โทร. +6622622122
www.oasisspa.net  
หรือทาง LINE: @oasisspa 
#oasisspaalwaysloveyou

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ ได้ร่วมมอบ เจลแอลกอฮอล์ สบู่สมุนไพร อิงอิง

ร่วมมอบข้าวสารอาหารแห้ง รบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื่อไวรัส (COVID-19) 

พระเดชพระคุณพระเทพสุวรรณเมธี, รศ.ดร.  เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร  รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร เมตตาเป็นประธานโครงการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19)

พร้อมด้วยองพจนกรโกศล ดร. (พิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว) เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์และพระมหาวิจิตร กลฺยาณจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม ประธานโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษากลุ่มที่ 1  นายบุญเชิด  กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม


สนองพระดำริสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ร่วมกับ วัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒธาราม ได้ร่วมมอบข้าวสารอาหารแห้งให้แก่ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ณ วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆศ นครปฐม

การนี้มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ ได้ร่วมมอบ เจลแอลกอฮอล์ ขนาด 50 ml. จำนวน 200 หลอด
และสบู่สมุนไพร อิงอิง จำนวน 300 ก้อน เพื่อแจกให้กับประชาชนในครั้งนี้ด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

“ซีพี แบ่งกัน ปันอิ่ม” มอบอาหารมื้อเย็นแก่ชาวชุมชนมักกะสัน



ซีพีแรม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ซีพี แบ่งกัน ปันอิ่ม” มอบอาหารมื้อเย็นแก่ชาวชุมชนมักกะสัน ช่วยแบ่งเบาภาระ บรรเทาความเดือดร้อน กว่า 1,000 ครัวเรือน พร้อมส่งความห่วงใยในยามวิกฤตโควิด-19

ซีพีแรม ร่วมกับ เครือซีพี และบริษัทในเครือ นำอาหาร น้ำดื่ม ข้าวสารไปมอบให้แก่ชาวชุมชนมักกะสัน 6 แห่ง ได้แก่ ชุมชนริมคลองสามเสน, ชุมชนโรงเจมักกะสัน, ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน, ชุมชนหลังวัดมักกะสัน, ชุมชนบ้านพักนิคมรถไฟมักกะสัน และชุมชนริมบึงมักกะสันซอยรัชฎภัณฑ์ เพื่อแบ่งเบาภาระและความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 และเป็นการต่อยอด โครงการ “ซีพี แบ่งกัน ปันอิ่ม” ที่ได้จัดกิจกรรมแจกอาหารมื้อเย็นพร้อมน้ำดื่มให้แก่ประชาชนในพื้นที่บริเวณรอบอาคารทรู ถนนรัชดาภิเษก ตลอดเดือนพฤษภาคม โดยพี่น้องคนไทยในพื้นที่ล้วนปราบปลื้มใจ และดีใจที่ไม่ทอดทิ้งแม้เป็นช่วงเวลาแห่งมรสุม หวังว่าทุกคนจะมีแรงใจ และแรงกายผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน



ทั้งนี้ ในการนำอาหารเข้าไปแจกจ่ายให้ชาวชุมชน ได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตราชเทวี โดยมีการกำหนดมาตรการความปลอดภัย จัดระยะห่างในการต่อคิวรับอาหาร และการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล ณ จุดตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวชุมชนทุกคนที่มารับอาหารต้องสวมหน้ากากอนามัย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

วิริยะประกันภัยสนับสนุน สน.ลุมพินี บริจาคเครื่องบริโภคใส่ "ตู้ปันสุข ปันน้ำใจ"


พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี รับมอบสิ่งของเครื่องบริโภคสนับสนุน
“ตู้ปันสุข ปันน้ำใจ” จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)   โดยมี นางแก้วใจ เชาว์รัตนพิเศษ ผู้จัดการสาขาลุมพินี และ นางสาวสุพรรณา รัชฎาภรณ์กุล  ประธานชมรมตัวแทนสาขาลุมพินี ร่วมกัน
นำทีมวิริยะจิตอาสาในพื้นที่ส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของประชาชน อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำดื่ม เป็นต้น ณ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร


​โครงการดังกล่าวสืบเนื่องจากนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ต้องการช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยจัดให้มีโครงการ "ตู้ปันสุข ปันน้ำใจ"


เพื่อนำมาจัดวางไว้ที่บริเวณหน้า สถานีตำรวจนครบาลทั่วกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้บริษัทฯในฐานะภาคเอกชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ ลุมพินี จึงขอเป็นส่วนหนึ่งการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมและประชาชน ผู้เดือดร้อนจากวิกฤติ "โควิด19" ตามนโยบายรัฐบาล-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

บุ๋ม-ตรีรักจับมือเอ้-ชุติมา นำสบู่ป้องกันแบคทีเรีย เจลแอลกอฮอล์ สบู่เหลว และน้ำดื่มซัน-กรีน มอบให้กับ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

บุ๋ม-ตรีรักจับมือเอ้-ชุติมา เป็นตัวแทนเหล่าศิลปินยุค 90
โครงการสบู่สู้ COVID-19
นำสบู่ป้องกันแบคทีเรีย เจลแอลกอฮอล์ สบู่เหลว และน้ำดื่มซัน-กรีน
มอบให้กับ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อใช้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่สู้วิกฤติโควิด-19

คุณบุ๋ม ตรีรัก รักการดี (ที่ 3 จากขวา) และคุณเอ้ ชุติมา นัยนา (ที่ 4 จากขวา) เป็นตัวแทนของเหล่าศิลปินยุค 90 ในโครงการสบู่สู้ COVID-19 ได้นำสบู่จิ๊กซอว์ มี บูล การ์เดียน โซพ ที่มีส่วนผสมของสาระสำคัญ Chloroxylenol สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรีย จำนวน 1,000 ก้อน มอบให้โรงพยาบาลที่สอง โดยมีพลเรือตรี ธนรักษ์ เอี่ยวสานุรักษ์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นผู้รับมอบ และยังมีผลิตภัณฑ์ของอีก 3 บริษัทที่เป็นพันธมิตรของโครงการฯ ได้แก่ น้ำดื่มตรา “ซัน-กรีน” จำนวน 480 ขวด โดยคุณวรพรรณ สินธุโสภณ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.จี.เอ็น. วอเตอร์ จำกัด, เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 28 ลิตร โดยคุณณภัชชา จีโชตินันท์ (ที่ 1 จากขวา) ประธานการบริหารการเงิน บริษัท วธูธร จำกัด และ SRS เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 50 หลอด และเซริเซ่ สบู่เหลว จำนวน 18 ขวด โดยคุณศิริญญา พงษ์ประยูร ประธานกรรมการ บริษัท เซริเซ่ แมนนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมนำของมามอบให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ นำไปใช้ทำความสะอาดล้างมือและอาบน้ำหลังจากเสร็จจากวอร์ด COVID-19 และได้ดื่มน้ำสะอาดมีคุณภาพระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่เกิดวิกฤติการระบาดไวรัสโควิด-19
ร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานต่างๆ โดยการร่วมกันสมทบทุนสนับสนุน “โครงการสบู่สู้ COVID-19” เพียงบริจาคเงินคนละ 30 บาท ได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี โครงการสบู่สู้ COVID-19 เลขที่บัญชี 214-1-42581-7 ในการจัดหาสบู่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol และอุปกรณ์ป้องกันไวรัส COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโครงการแรกจะทำการมอบสบู่ให้กับ 10 โรงพยาบาล แห่งละจำนวน 1,000 ก้อน ในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ด้วยพลังน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศที่ส่งมอบให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางแพทย์ด้วยหัวใจ แล้วเราจะผ่านวิกฤติไวรัส COVID-19 นี้ไปด้วยกัน
สามารถติดตามข่าวสารของ
“โครงการสบู่สู้ COVID-19”Facebook : สบู่สู้ COVID-19ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 063-351-9649

“คู่มือพิชิต Covid-19” เพื่อช่วยเหลือชุมชน

สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนำทัพผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ อุปกรณ์ป้องกันพร้อม
 “คู่มือพิชิต Covid-19” เพื่อช่วยเหลือชุมชน 
ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส Covid-19

 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำทีมคณะผู้บริหารและบุคลากรลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ พร้อม “คู่มือพิชิต Covid-19” ซึ่งเป็นคู่มือพิชิตโรคและให้ความรู้ฝ่าวิกฤตสู้ภัยโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งพุทธ มุสลิม และคริสต์ กว่า 6 ชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดจากไวรัสโควิด-19 หวังสร้างน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้าขั้นวิกฤติ เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวลของคนทั้งโลก ทำให้ทุกองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนต่างระดมความคิดความร่วมมือ เพื่อร่วมมือร่วมใจกันในการเตรียมการหาวิธีการรับมือกับไวรัสโควิด-19 เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาดในวงกว้าง ประชาชนทุกคนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต หลีกเลี่ยงการปะปนผู้คนแบบใกล้ชิด ลดการออกจากที่อยู่อาศัย ทำงานจากบ้าน หมั่นดูแลและรักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การอยู่ในช่วงสถานการณ์ระบาดจากไวรัสโควิด-19 เป็นไปได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทำให้มีประชากรมากมายต้องที่ต้องสูญเสียรายได้จากการที่ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านในช่วงที่โรคระบาดเกิดขึ้นนี้


ด้วยเหตุนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีภารกิจหลักในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้นำเสนอแนวคิด วิถีฮาลาล เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาและความรู้ด้านการป้องกันไวรัสโควิด-19 และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮาลาล ภายใต้ “โครงการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ประสบภัยจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2563”

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้เป็นที่พึ่งของชุมชน พร้อมบรรเทาสาธารณภัยทางด้านความเป็นอยู่
อาหารการกิน อุปกรณ์ป้องกันไวรัสแก่ประชาชนทั่วไป ลงพื้นที่มากกว่า 6 ชุมชน แจก “คู่มือพิชิต
Covid-19” หรือ คู่มือพิชิตโรคและให้ความรู้ฝ่าวิกฤตสู้ภัยโควิด-19 พร้อมด้วยถุงยังชีพ ที่ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา สบู่ ผงซักฟอก และหน้ากากอนามัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชุมชน พร้อมทั้งบรรเทาสาธารณภัยทางด้านความเป็นอยู่ อาหารการกิน อุปกรณ์ป้องกันไวรัสแก่ประชาชนทั่วไป ในพื้นที่พหุวัฒนธรรม ที่มีทั้งชาวพุทธ มุสลิม และคริสต์ ที่อาศัยอยู่
ร่วมกัน ได้แก่ โรงเรียนวัดหนองจอก, มัสยิดมหานาค, มัสยิดบางหลวง, วัดกลาง ริดวาน และชุมชนหัวหมากน้อย





สำหรับ “คู่มือพิชิต Covid-19” ให้ความรู้ 6 ด้าน ได้แก่ วิธีห่างไกลโรคโควิด-19 และวิธีการสังเกตตัวเอง, การล้างมือตามหลักสุขอนามัย, วิธีทำแอลกอฮอล์เจล, วิธีทำสเปย์แอลกอฮอล, วิธีการทำ Face Shield และคู่มือการบริหารร่างกายและการออกกำลังกาย ซึ่งคู่มือพิชิต Covid-19 นี้ จะช่วยป้องกันและเฝ้าระวังเพื่อให้เราได้ห่างไกลจากโควิด-19 และยังเป็นประโยชน์สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เราปลอดภัยจากโรคโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ฌอน​ บูรณะหิรัญ นักคิดนักเขียนชื่อดัง พูดถึง โคกหนองนา​ คือ​ ทางแก้ปัญหาทุกวิกฤตอย่างยั่งยืน

โคกหนองนา​ คือ​ ทางแก้ปัญหาทุกวิกฤตอย่างยั่งยืน

ออฟฟิศเมท จัด MEGA SALE ลดแรงแซงโควิด

คุ้ม 3 ต่อ ยิ่งช้อปยิ่งประหยัด!


 ออฟฟิศเมท ชวนช้อป #ฝ่าวิกฤตCOVID-19 จัดแคมเปญ “MEGA SALE” #ลดแรงแซงโควิด คุ้ม 3 ต่อ…ยกขบวนสินค้าแบรนด์ชั้นนำ ไอเทมสำคัญที่จำเป็นสำหรับธุรกิจเล็กใหญ่ มาลดราคาจัดเต็มสูงสุด 90% พร้อมแจกโค้ดส่วนลดเพิ่มให้ใช้ได้ทันที และแจก E-Voucher  สำหรับสั่งซื้อสินค้าครั้งต่อไปให้อีกรัวๆ! มาช้อปประหยัดและลดต้นทุนธุรกิจ #สู้โควิดไปด้วยกัน ได้แล้ววันนี้ – 31 พ.ค. 2563 

ต่อที่ 1 ลดราคาสูงสุด 90% ให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายสู้โควิด ออฟฟิศเมทจัดให้เน้นๆ สินค้าไอเทมเด็ดคุณภาพดีจากแบรนด์ดัง ทั้งเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน ลดสูงสุด 90% เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้สำนักงาน ลดสูงสุด 73% เสริมทัพการทำธุรกิจ ด้วยปริ้นเตอร์ หมึกพิมพ์ และโทนเนอร์ ลดสูงสุด 70% และสินค้าอื่นๆ ทั้งอุปกรณ์ไอที อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สำหรับ Work From Home จัดโปรโมชั่นพิเศษแบบคุ้มสุดๆ ให้คุณสุขจัดเต็ม ช้อปได้สะดวกทุกช่องทาง พบกันได้ที่ร้านออฟฟิศเมทและออฟฟิศเมท พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดต่อ Contact Center 1281 หรือช้อปง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ officemate.co.th, OfficeMate Mobile App และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate 

ต่อที่ 2 ลดเพิ่มอีกสูงสุด 2,000 บาท* รับโปรโมชั่น on-top ลดทันที 3% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ หรือลดทันที 5% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ (ส่วนลดสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท) *ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

พิเศษ! เอาใจสายช้อปออนไลน์โดยเฉพาะ เมื่อช้อปที่ officemate.co.th, OfficeMate Mobile App และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 2563 รับโปรโมชั่นสุดคุ้มต่อที่ 3

ต่อที่ 3 ยิ่งช้อปยิ่งได้ เมื่อช้อปออนไลน์กับออฟฟิศเมทครบ 10,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ        รับ OfficeMate E-Voucher มูลค่า 1,000 บาท หรือ ช้อปครบ 5,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ รับ OfficeMate E-Voucher มูลค่า 500 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการช้อปออนไลน์ครั้งถัดไป  (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ออฟฟิศเมทจัดเต็มความสะดวก บริการจัดส่งฟรีถึงที่เพียงช้อปครบ 499 บาท
(*ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/2Xxi9ZP

โครงการปั้นดาว ปี 2563 สสว. ผนึกกำลัง 4 มหาวิทยาลัยรัฐ ปั้นผู้ประกอบการให้เป็น “ดาว”

เร่งขยายธุรกิจหวังกระตุ้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด

สสว. จับมือร่วมกับ 
4 ศูนย์แห่งความเป็นเลิศ(Excellence Center) จากมจพ.มช.มข.และมอ.จัดงานแถลงข่าวเปิด“โครงการปั้นดาว ปี 2563” เดินหน้าพัฒนาเชิงลึก แบบครบวงจร ให้ผู้ประกอบการSME และวิสาหกิจทั่วประเทศทุกระดับไม่น้อยกว่า 180 ราย ตั้งเป้าปั้นผู้ประกอบการดาวรุ่งได้ไม่น้อยกว่า 60 ราย คาดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท 
วันนี้ (27 พฤษภาคม 2563) มีการแถลงข่าว “โครงการปั้นดาว ปี 2563”ในรูปแบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ ZOOM Meeting โดยได้รับเกียรติจากนายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)พร้อมด้วยผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยพันธมิตรทั้ง 4 แห่งร่วมกัน
แถลงข่าว
 
นายวีระพงศ์ 
เปิดเผยว่าโครงการปั้นดาวเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 โดยได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตัวทางธุรกิจได้แบบกระโดดโดยนำร่องจากวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดกาฬสินธุ์และแม่ฮ่องสอน ที่ใช้วัตถุดิบหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตสินค้าหรือบริการจนได้อัตลักษณ์ของตนเอง และกลุ่มวิสาหกิจที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้หรือประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ เช่น กลุ่ม Startup และกลุ่มสินค้าศักยภาพในตลาดต่างประเทศซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงขยายตัวเกิดเป็นโครงการส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในปี 2562โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรจัดตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศ(Excellence Center)จำนวน 8 แห่งทั่วประเทศ ทำการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็งทั้งด้านเกษตรและธุรกิจชุมชน เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 11.45 เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 317 ล้านบาท 



“ในปี
2563สสว.จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต่อยอดโครงการปั้นดาว ปี 2563ขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดูแลพื้นที่ครอบคลุม 26 จังหวัด ในกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เน้นพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น20 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รับผิดชอบใน 14 จังหวัด ในภาคใต้” นายวีระพงศ์กล่าว



รายละเอียดกิจกรรมโครงการ 
กิจกรรมที่ 1ผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 45 ราย/หน่วยร่วม เข้าการอบรมเชิงลึก หลักสูตรต่อเนื่องระยะเวลา 4 วัน ประกอบด้วย 
1.การอบรมเชิงลึกพร้อมรับคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากที่ปรึกษา (Mentor) เพื่อจุดประกายความคิด เรื่องแนวคิดและแนวโน้มความต้องการของตลาดเพื่อปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า บริการ  หรือผลิตสินค้าและบริการใหม่ๆ
2. อบรมเชิงปฏิบัติ (Workshop) ใน 4 ประเด็น ได้แก่
- ฝึกทักษะเพิ่มมูลค่า ลดความสูญเสียหรือลดค่าใช้จ่ายของสินค้าหรือบริการ
- ฝึกทักษะเพิ่มศักยภาพช่องทางการตลาดออนไลน์ 
- พัฒนาปรับปรุง Facebook , Website พร้อมนำเสนอธุรกิจ
- การประเมินศักยภาพตนเอง (Self-Assessment) 
กิจกรรมที่ 2กิจกรรมการให้คำปรึกษาและพัฒนาเชิงลึก 3 ด้าน (ผู้ประกอบการสามารถเลือกพัฒนาได้เพียง 1 ด้าน)  ได้แก่  
1. การพัฒนาหรือสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการ
          2. การออกแบบโดยใช้วิทยาศาสตร์ หรือ นวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดความสูญเสีย ลดค่าใช้จ่ายหรือพัฒนา Brand/Logo/สื่อการตลาด 
          3. นำเทคโนโลยี เครื่องจักรหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ในธุรกิจ เพื่อให้ได้มาตรฐานการผลิต การบริหาร หรือมาตรฐานสินค้าหรือบริการ
กิจกรรมที่ 3กิจกรรมส่งเสริมแนะนำในการสร้างช่องทางการค้า และสร้างโอกาสทางการค้า โดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพหน่วยละ  15 ราย เข้าร่วมกิจกรรมการขายในตลาดจริงในช่วงเดือนกันยายน 2563
ผอ.สสว. เผยอีกว่า โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการดำเนินงานพัฒนาผู้ประกอบการเชิงลึก แบบเข้มข้นครบทุกด้าน ซึ่งคาดจะสามารถพัฒนาต่อยอดผู้ประกอบการและวิสาหกิจทุกระดับจำนวน 
180 ราย เกิดผู้ประกอบการดาวรุ่งไม่น้อยกว่า 60 ราย ที่สามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ประมาณ40 ล้านบาท

ผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการอบรมหลักสูตรต่อเนื่อง 3 วันประกอบการด้วยการอบรมเชิงลึก พร้อมที่ปรึกษา (
Mentor)  จุดประกายความคิดและอบรมเชิงปฏิบัติ (Workshop)4 ด้านการฝึกทักษะเพิ่มมูลค่า ลดความสูญเสีย ช่องทางการตลาดออนไลน์ และการประเมินศักยภาพตนเอง (Self-Assessment)  และเลือกพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองแบบเชิงลึกได้อีก 1 ด้านเช่น การพัฒนาหรือสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการ  การออกแบบ การใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า ลดความสูญเสีย ลดค่าใช้จ่ายพัฒนาตราสินค้า สื่อการตลาด  มาตรฐานการต่างๆเป็นต้น ก่อนนำเข้าสู่การทดลองตลาดในช่วงเดือนกันยายน 2563

ติดตามความเคลื่อนไหวโครงการปั้นดาว ปี 2563ได้ทาง FacebookPage : Osmepสสว.







วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จัดโปรโมชั่นห้องประชุมยุค New Normal

สนองรัฐปลดล็อคระยะสอง เพื่อธุรกิจไม่มีสะดุด 
 

โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จัดโปรโมชั่นบริการห้องประชุมยุค New Normal ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ปลดล็อคมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 ซึ่งอนุญาตให้จัดประชุมขององค์กรหรือหน่วยงาน (meeting) ลักษณะนั่งประชุมแบบจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมได้ในห้องประชุมของโรงแรมหรือศูนย์ประชุม เพื่อให้องค์กรธุรกิจทั้งหลายขับเคลื่อนต่อไปอย่างไม่มีสะดุด



บริการห้องประชุมยุค New Normal ของโรงแรมในกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เริ่มตั้งแต่ตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมงานพร้อมบริการแอลกอฮอล์ตรงจุดลงทะเบียน ขอความร่วมมือลงทะเบียนออนไลน์ผู้เข้าร่วมงานเผื่อกรณีตรวจสอบประวัติผู้เข้าร่วมงาน ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมประชุมสวมใส่หน้ากากอนามัย จัดโต๊ะสำหรับการประชุมให้มีระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1 เมตร จัดเสิร์ฟอาหารว่างและอาหารกลางวันแบบ 1 ท่านต่อ 1 ชุด (Individual Set) และจัดที่นั่งรับประทานอาหารให้มีระยะห่าง พนักงานบริการทุกคนใส่หน้ากาก ถุงมือ ตลอดเวลา มีการพ่นฆ่าเชื้อห้องประชุมหลังการใช้งานและทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันทุกครั้ง เช่น ไมโครโฟน แผ่นรองเขียน โต๊ะประชุม รวมทั้งเช็ดทำความสะอาดบริเวณจุดที่มีการสัมผัสบ่อย ทุก 30 นาที นอกจากนี้ โรงแรมในกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ยังคงเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยและความสะอาดอย่างเต็มที่ทั่วทั้งโรงแรม ทั้งในส่วนของห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงสุขอนามัยของพนักงานทุกคน 




โรงแรมในกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มีอยู่ด้วยกันหลายแห่งในทำเลย่านธุรกิจใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกสบายทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา พร้อมให้บริการห้องประชุมยุค New Normal ตามนโยบายภาครัฐในราคาประชุมเต็มวันสุดพิเศษ ได้แก่ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต เพียงท่านละ 1,400 บาทเนต โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 เพียงท่านละ 1,500 บาทเนต โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ เพียงท่านละ 1,200 บาทเนต โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 เพียงท่านละ 1,200 บาทเนต และโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เพียงท่านละ 1,300 บาทเนต

โปรโมชั่นห้องประชุมราคาพิเศษนี้ ใช้ได้ถึง 31 สิงหาคม 2563
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่ www.gcpmeeting.com #gcpnewnormal

ภาพยนตร์สยองขวัญ มันอยู่ในกระจก (Mirrors) บอกเลยสายสยองขวัญต้องชม!!

การันตีความหลอนด้วยฝีมือผู้กำกับ “อเล็กซานเดอร์ เอจา”แฟนช่อง3 ใครเป็นสายโหดชอบภาพยนตร์แนวสยองขวัญชวนขนหัวลุกต้องห้ามพลาดกับภาพยนตร์
“มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ คอหนังสยองขวัญมากมายในปี 2008 เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานของผู้กำกับที่แฟน ๆ ภาพยนตร์สยองขวัญต้องรู้จักกันดีนามเขาคือ “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านหนังสยองขวัญระดับแถวหน้าของวงการ ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์สยองขวัญมาแล้วมากมาย ซึ่งผลงานล่าสุดที่เพิ่งผ่านสายตาผู้ชมไปในเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาก็คือภาพยนตร์เรื่อง “คลานขย้ำ CRAWL” หนังสยองที่เกี่ยวกับสัตว์ร้ายในน้ำอย่างจระเข้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดผู้กำกับที่แฟน ๆ สายสยองขวัญต้องจับตามองอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนในภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” ผู้กำกับอย่าง “อเล็กซานเดอร์ อาจา” ก็ได้คว้านักแสดงตัวท็อปฝีมือระดับเทพมากมาย อาทิ คีเฟอร์ ซูเธอร์แลนด์, พอลลา แพ็ทตัน, แคเมอรอน บอยซ์ และเอมี่ สมาร์ท
         
เรื่องราวอันน่าขนหัวลุกของ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)” เริ่มขึ้นเมื่ออดีตนายตำรวจผู้มีประวัติอันเจ็บปวด และความพยายามกอบกู้ชีวิตที่แตกเป็นเสี่ยงๆของเขา  เขาจึงรับงานประจำเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ถูกเพลิงไหม้ แต่ภาพหลอนสุดสยองที่เขาเห็นผ่านกระจกซึ่งใช้ตกแต่งอาคารใหม่ที่กำลังสร้างอยู่ ได้นำเขาสู่การสืบสวนชวนขนลุกเพื่อค้นหาประวัติความเป็นมาของห้างแห่งนี้ ก่อนสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์จะทำลายทุกชีวิตในครอบครัวเขา
         
หากคุณชอบหนังสยองขวัญที่พร้อมจะกระตุกขวัญ และปล่อยความหลอนใส่คุณ จนอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกในตอนกลางคืน ต้องติดตามภาพยนตร์ “มันอยู่ในกระจก (Mirrors)”

ในคืนวันเสาร์ที่  23 พฤษภาคม 2563
เวลา 22.48 – 01.15 น. ทางช่อง 3 กด 33

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

“บุ๋ม-ตรีรัก และเอ้-ชุติมา ตัวแทนเหล่าศิลปินยุค 90 ของโครงการสบู่สู้ Covid-19

นำสบู่ลดการสะสมของแบคทีเรียจำนวน 1,000 ก้อน 

โครงการสบู่สู้ Covid-19 นำโดยคุณบุ๋ม ตรีรัก รักการดี และคุณเอ้ ชุติมา นัยนา เป็นตัวแทนของเหล่าศิลปินยุค 90 ได้นำสบู่จิ๊กซอว์ มี บูล การ์เดียน โซพ ที่มีส่วนผสมของสาระสำคัญ Chloroxylenol
สามารถทำความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรีย จำนวน 1,000 ก้อน มอบให้ นพ.ชูศักดิ์ วรงค์ชัยกุล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งสบู่ที่ได้มอบให้โรงพยาบาลบางใหญ่เป็นโรงพยาบาลแรก ได้เงินสนับสนุนจากศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี รุ่น 4 นอกจากนี้ยังมี                 
เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 26 ลิตร จากบริษัท วธูธร จำกัด โดยคุณทัตภณ และคุณณภัชชา จีโชตินันท์ และน้ำดื่มตรา “ซัน-กรีน” จำนวน ขวด 1,200 ขวด จากบริษัท เค.จี.เอ็น.วอเตอร์ จำกัด โดยคุณวรพรรณ สินธุโสภณ และน้องพีช คุณพิชญ์อร วนรัตน์ (Top 10 Thai Supermodel 2019) ร่วมนำผลิตภัณฑ์มามอบให้กับโรงพยาบาลบางใหญ่ร่วมกับโครงการสบู่สู้ Covid-19 ในครั้งนี้ด้วย เพื่อให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนซึ่งระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้กับเชื้อไวรัส Covid-19
ได้ใช้ของที่ดีมีคุณภาพในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสในสถานการณ์โรค Covid-19



ร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานต่างๆ โดยการร่วมกันสมทบทุนสนับสนุน “โครงการสบู่สู้ Covid-19” เพียงบริจาคเงินคนละ 30 บาท ได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี โครงการสบู่สู้ Covid-19 เลขที่บัญชี 214-1-42581-7 ในการจัดหาสบู่ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญ Chloroxylenol และอุปกรณ์ป้องกันไวรัส Covid-19 ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโครงการแรกจะทำการมอบสบู่ให้กับ 10 โรงพยาบาล แห่งละจำนวน 1,000 ก้อน ในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ด้วยพลังน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศที่ส่งมอบให้คุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางแพทย์ด้วยหัวใจ แล้วเราจะผ่านวิกฤติไวรัส Covid-19 นี้ไปด้วยกัน

สามารถติดตามข่าวสารของ  “โครงการสบู่สู้  Covid-19”
ได้ที่ Facebook : สบู่สู้ Covid-19
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์หมายเลข 063-351-9649

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แนะการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดกิจการสปา - นวดเพื่อสุขภาพ



ดร.สุวภรณ์ แนวจำปา ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  มาดำเนิน การถ่ายทำสื่อวีดิทัศน์ ณ โอเอซิส สปา (สาขาสุขุมวิท 31 ) เพื่อประชาสัมพันธ์แนวทางการเตรียมความพร้อม

-เพื่อเปิดกิจการสถานประกอบการสปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงามในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19

-เพื่อให้ผู้รับบริการที่มาใช้บริการมั่นใจว่ามีความปลอดภัย จากการให้บริการของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ




ข่าวประชาสัมพันธ์

ดร.ลักขณา ดิษยะศริน ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชน

ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก ลงพื้นที่ชุมชนหมู่ 9 และหมู่ 10 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบถุงยังช...

โวยวายดอทคอม