วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

India Ink อยู่ในโครงการ Green Connect สุขุมวิท 31

เพราะคิ้วเป็นมงกุฎของหน้า India Ink อีกหนึ่งร้านสักคิ้วที่คิวแน่น ชอบผลลัพธ์ที่ได้ เพราะเราก็คิ้วบางสะด้วย  คิ้วโล้น คิ้วบาง คิ้วไม่มีขน และการที่มีขนคิ้วบาง ช่างเหมียวให้คำแนะนำเรื่องรูปทรง และผสมสีน้ำตาลบางเบา ให้เหมือนกับการแต่งคิ้วบาง ๆ แต่คงไว้ซึ่งกรอบคิ้วคมชัดเหมือนการแต่งคิ้วแบบธรรมชาติ เพราะเรามีขนคิ้วน้อยพอประมาณ  เป็นอีกที่ที่สักคิ้วได้ธรรมชาติและเหมือนขนจริง การออกแบบให้ดูธรรมชาติตามโครงหน้า ผลที่ได้ความสมบูรณ์แบบของคิ้ว ดูสวยรรมชาติ ดูหน้าอ่อนเยาว์ และสมบูรณ์แบบมากที่สุด

ร้าน India Ink ให้บริการดูแลเฉพาะด้านเกี่ยวกับดวงตา คิ้ว ปาก เรื่องสักคิ้วของที่นี่โด่งดังมากเนื่องจากเค้าใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะการลงสีคิ้ว การฝังเม็ดสีสู่ผิว มีความเป็นธรรมชาติช่างที่นี่ใช้เทคนิคในการไล่สีทำให้ดูมีมิติกว่าการสักคิ้วแบบธรรมดา ใช้อุปกรณ์นำเข้าจากต่างประทเศ ที่มีความแม่นยำสูง โดยช่างของร้านออกแบบดีไซน์ทรงคิ้วให้เข้ากับรูปหน้าและการฝังสีคิ้ว ส่วนใครที่กลัวเจ็บที่นี่เค้ามีการลงยาชาก่อน

**อุปกรณ์ใหม่ทุกเคส เน้นความสะอาด

**เทคนิคบางเบา ไม่บวม ไม่ช้ำ รับรองเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และความชำนาญ

**เข็มคือตัวช่วยพรีเมี่ยมแทบไม่รู้สึก สีสวยน้ำตาลละมุน

**เป๊ะปังกันไปแบบมั่นหน้ากัน สีออแกนิคนำเข้า สีติดทุกเคส

**ร้านมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

**ช่างมีใบประกอบวิชาชีพช่างสักคิ้วโดยตรง

**ทำกับช่างเหมี่ยว ที่มีประสบการณ์สูง

**แค่สักคิ้วชีวิตก็เปลี่ยน สวยธรรมชาติ แถมราคาไม่แพงอีกด้วย 

ใครที่เคยสักคิ้วมาแล้วไม่สวยไม่พอใจ หรือสักมานานอยากเปลี่ยน อยากปรับแก้ ปรึกษาช่างเหมี่ยว ร้าน India Ink สามารถแก้ไขหรือให้ออกแบบคิ้วใหม่ ออกแบบโดยโดยยึดหลักธรรมชาติ หรือใครคิ้วบาง ก็แก้ไขปัญหาด้วยการสักคิ้วง่าย ๆ ขอบอกว่า สักเถอะ! แต่งหน้าได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลากับคิ้ว! อีกต่อไป

ใครที่สนใจติดต่อเข้าไปจองล่วงหน้า
ร้าน India Ink อยู่ในโครงการ Green Connect สุขุมวิท 31
(ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ มีที่จอดรถสะดวกสบาย)

ปรึกษา Line: @indiaink
Tel: 098 4242694, 088 6554194

#indiaink #ริมฝีปาก #สักคิ้ว #สักปาก #อาจารย์หมึก 

ปฏิวัติวงการไข่ไก่ไทย! “ชัยพรฟาร์ม” ทุบกรงตับ สู่ “เคจฟรีฟาร์ม”


ปฏิวัติวงการไข่ไก่ไทย! “ชัยพรฟาร์ม” ทุบกรงตับ สู่ “เคจฟรีฟาร์ม” ทรานส์ฟอร์มอาณาจักร 200 ไร่ สู่ฟาร์มไก่ไม่ขังกรงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!

[สุพรรณบุรี] – ปิดตำนานฟาร์มไก่คอนโด! เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการปศุสัตว์อย่าง “ชัยพรฟาร์ม” ประกาศก้องความมุ่งมั่นครั้งประวัติศาสตร์ ตัดสินใจยุติการเลี้ยงไก่แบบกรงตับ (Battery Cage) เพื่อส่งไม้ต่อให้ “บริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด” เนรมิตพื้นที่กว่า 200 ไร่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ของไก่ไข่ภายใต้ระบบ “ไม่ขังกรง” (Cage-Free) ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย!

ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ระดับโลก
นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนวิธีเลี้ยง แต่คือการ “ปลดปล่อย” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์ (Animal Welfare) อย่างแท้จริง เคจฟรีฟาร์มประกาศโรดแมปสุดท้าทาย เริ่มต้นเดินเครื่องเลี้ยงไก่ไม่ขังกรงเฟสแรก 200,000 ตัว ภายในปี 2569 และปักธงพุ่งทะยานสู่เป้าหมายมหาศาลที่ 1,000,000 ตัว ภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในระบบการเลี้ยงแบบไร้กรงของไทย

ฟาร์มสีเขียว พลังงานสะอาดเพื่อโลกที่ยั่งยืน
โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่สวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังมุ่งเน้นการเป็น “Smart & Green Farm” ด้วยการผสานพลังงานจากธรรมชาติเข้ากับระบบการผลิต:

Solar Power Revolution: เตรียมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบ เพื่อใช้พลังงานสะอาดในการบริหารจัดการฟาร์ม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Circular Economy: การจัดการของเสียจากฟาร์มจะถูกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฟองไข่จากที่นี่ คือผลผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด

“เราไม่ได้แค่ผลิตไข่ แต่เราสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกจำ”



คุณชัยพร สีถัน ผู้ก่อตั้ง ชัยพรฟาร์ม เผยว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือการตอบสนองต่อเสียงเรียกของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการอาหารที่ปลอดภัยและมีที่มาอย่างมีจริยธรรม การเปลี่ยนจากระบบกรงตับสู่ระบบไม่ขังกรงบนพื้นที่ 200 ไร่ จะทำให้ไก่ได้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ มีความสุข และส่งต่อความสุขนั้นผ่าน “ไข่ไก่คุณภาพพรีเมียม” ถึงมือคนไทยทุกคน

นับจากนี้เป็นต้นไป ชื่อของ “เคจฟรีฟาร์ม” จะไม่ใช่แค่ฟาร์มไก่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการปฏิรูปเกษตรกรรมไทยสู่เวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ!

สำหรับบริษัท ผู้ซื้อ และธุรกิจอาหารที่สนใจจัดหาไข่ไก่ cage-free Happy Egg Connect
เป็นสะพานเชื่อมระหว่างฟาร์มที่ผ่านการรับรอง กับผู้ซื้อทั่วประเทศไทยและเอเชีย
ติดต่อเราได้ที่ info@catalystintercorp.org

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ชวนร่วมเวิร์กช็อป “The Lucky Stone Atelier”

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ชวนร่วมเวิร์กช็อป “The Lucky Stone Atelier”
ออกแบบเคสโทรศัพท์หินนำโชค เติมแรงบันดาลใจ

25 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ (Avani Ratchada Bangkok) บริหารโดย AVANI ในเครือไมเนอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPLAND ชวนสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสร้างสรรค์กับเวิร์กช็อป “The Lucky Stone Atelier” กิจกรรมที่ผสานศิลปะและความหมายไว้ในผลงานชิ้นเดียว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ออกแบบเคสโทรศัพท์เรซินในสไตล์ของตนเอง พร้อมเลือก

“หินนำโชค” ที่สะท้อนตัวตนและความตั้งใจ ระหว่างเวลา 14:00 – 16:00 น. วันที่ 25 เมษายน 2569 ณ เมโทร เลานจ์ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

ภายในเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมจะได้เลือกอัญมณีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งแต่ละชนิดมีความหมายเฉพาะตัว ทั้งด้านความรัก การปกป้อง หรือการเสริมพลังความมั่นใจ ก่อนนำมาจัดวางดีไซน์ในแบบที่สะท้อนตัวตน และปิดผลงานด้วยเรซินใส กลายเป็นเคสโทรศัพท์ชิ้นพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียว พร้อมพกพาความหมายดี ๆ ไปได้ในทุกวัน

นอกจากกิจกรรมสร้างสรรค์แล้ว ผู้เข้าร่วมยังสามารถเพลิดเพลินกับชา กาแฟ และของว่างแบบไม่อั้นตลอดระยะเวลาเวิร์กช็อป 2 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายใจกลางย่านรัชดา ในราคาเพียง 990 บาทสุทธิต่อท่า


ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account @avaniratchada หรือโทร 02 641 1500 ร่วมเปิดประสบการณ์สร้างสรรค์และเติมเต็มช่วงเวลาวันหยุดไปกับเวิร์กช็อป
“The Lucky Stone Atelier” ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่
LINE Official Account @avaniratchada หรือโทร 02 641 1500

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026

ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท


กรุงเทพมหานคร (23 มีนาคม 2569) – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง



มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย
มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ "Dual Strategy": ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจ
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):

RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle) รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท
Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง
Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ
Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน
Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู
Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย
Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป

RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use) รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท
Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%
Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง
Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป
Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท


การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)
RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น "โซลูชัน" สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:
Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง
Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี
Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
RIDDARA RD6 ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน!
RIDDARA RD6 86kWh 4WD เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท (ลด 150,000 บาท)
RIDDARA RD6 86kWh 2WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท (ลด 160,000 บาท)
RIDDARA RD6 73kWh 4WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท (ลด 150,000 บาท)
RIDDARA RD6 73kWh 2WD เหลือเพียง 869,000 บาท จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:

RIDDARA RD6
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย
แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง
รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี
ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่
ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี RIDDARA ECON
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD
รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท*
แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี
รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี

ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ "FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV" และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
Website: http://th.riddara.com
Facebook: Riddara Thailand

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

MAXUS ขนทัพไลน์อัปรถตู้ไฟฟ้าสุดล้ำเพื่อการพาณิชย์ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47


MAXUS เปิดประสบการณ์สุดยอดยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ซีรีส์ใหม่ล่าสุด สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “eDeliver เพื่อธุรกิจที่สมาร์ทไปอีกขั้น” (eDeliver for Smart Business) โดยจัดแสดงไลน์อัปรถตู้พลังงานไฟฟ้าในซีรีส์ eDeliver ครอบคลุม 4 รุ่น ได้แก่ eDeliver 3, eDeliver 5, eDeliver 7 และ eDeliver 9 เตรียมเจาะตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมโชว์นวัตกรรมรถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์รุ่นยอดนิยม eTerron9 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยทั้งในด้านสมรรถนะและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถจองรถล่วงหน้าได้ในงานนี้อีกด้วย

หวัง หยิง ผู้จัดการทั่วไป แม็คซัส ไทยแลนด์ (WANG YING, General Manager of MAXUS THAILAND) กล่าว “MAXUS เป็นแบรนด์ที่มี DNA เชิงพาณิชย์อันโดดเด่นอย่างแท้จริง เราพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จากจุดเริ่มต้นในทุกขั้นตอน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราเริ่มขยายตลาดสู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2011 โดยดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงตลาดมาตรฐานสูงอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส และชิลี ในปี 2568 เราได้ส่งมอบรถเชิงพาณิชย์ไปแล้วกว่า 222,000 คันทั่วโลก”


MAXUS เป็นแบรนด์จากจีนอันดับ 1 ที่มียอดส่งออกสูงสุดในยุโรป 2 กลุ่ม ได้แก่ รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) และรถพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (E-LCV) สำหรับตลาดเอเชีย MAXUS มียอดจำหน่ายมากกว่า 16,000 คันในปี 2568 (ไม่รวมประเทศจีน) ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากกลยุทธ์การนำเสนอไลน์อัปยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างครอบคลุม         “เราพร้อมเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อสร้างทางเลือกที่ลดต้นทุน ให้สมรรถนะและความปลอดภัยที่เหนือชั้น ตลอดจนสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานแก่โลกธุรกิจยุคใหม่” หวัง หยิง กล่าวเสริม


ทั้งนี้ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 บริษัทฯ เตรียมเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองรถล่วงหน้า (Pre-booking) ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดในประเทศไทย และเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดโชว์รูมแห่งแรกในประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ในระยะยาว

ในโอกาสนี้ MAXUS และ EVANTE ดีลเลอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยังประกาศความพร้อมการทำตลาดเต็มไลน์อัพในปี 2569 ซึ่งจะครอบคลุมรุ่น eDeliver 3, eDeliver 5, eDeliver 7 และ eDeliver 9 จากซีรีส์ eDeliver สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “eDeliver เพื่อธุรกิจที่สมาร์ทไปอีกขั้น” (eDeliver for Smart Business) เพื่อตอบรับทิศทางของไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคโลจิสติกส์ไฟฟ้าและธุรกิจที่ต้องการความยั่งยืนมากขึ้น


รถพลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในซีรีส์ eDeliver ที่จัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ได้แก่

  • eDeliver 5: รถตู้พลังงานไฟฟ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “City-Ready Efficiency” ออกแบบมาเพื่อการใช้งานขนส่งในเขตเมือง มีพื้นที่บรรทุกสูงสุด 8.7 ลบ.ม. และบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1,265 กก. ให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ รองรับได้ทั้งผู้โดยสารและการจัดส่งสินค้า ด้วยระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP 301–335 กม. นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จจาก 20% ไปถึง 80% ภายในเวลาเพียง 36 นาที ทำให้ eDeliver 5 เป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับธุรกิจต่างๆ
  • eDeliver 7: รถตู้พลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ ชูคอนเซ็ปต์ “Dual-Purpose Versatility Expert” ให้การรองรับได้ทั้งผู้โดยสารและการจัดส่งสินค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลบ. ม. และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,200 กก. ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ และระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP ที่ 310-370 กม. ตอบสนองความต้องการในการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมรัศมีการเลี้ยวที่ 6 เมตร ให้ความคล่องตัวอย่างยอดเยี่ยมสำหรับการขับขี่ในเมือง
  • eDeliver 9: รถตู้พลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ตามคอนเซ็ปต์ “Multi-Scenario Mega Platform” ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายไปจนถึงแบบสมบุกสมบัน ให้กำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ ให้ระยะที่ไกลยิ่งขึ้นด้วยระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP ที่ 275-370 กม. และมีปริมาตรบรรทุกสูงสุดถึง 12.3 ลบ. ม. บรรทุกน้ำหนักสูงสุด 1,530 กิโลกรัม และมีความสูงหลังคา 2.7 เมตร พร้อมความยืดหยุ่นที่เหนือชั้นในการปรับเปลี่ยนตัวรถเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะต่างๆ เช่น รถพยาบาล หรือรถตำรวจ สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างตรงจุด

นอกจากนี้ MAXUS ยังเตรียมเปิดตัว eDeliver 3 สู่ตลาดไทยในฐานะ “Small City-Delivery: Agile Pioneer” เหมาะสำหรับการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ในเขตเมือง ด้วยขนาดความจุ 4.8 ลบ. ม. บรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 1,045 กก. ให้กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ และมีรัศมีการเลี้ยวเพียง 5.87เมตร สร้างประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น MAXUS ยังเตรียมโชว์โฉมนวัตกรรมรถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์สมรถนะสูง eTerron9 ภายใต้แนวคิด “All-Scenario Versatility Expert” เป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายในงานมอเตอร์โชว์ในรอบบุคคลทั่วไป โดยเป็นรถกระบะรุ่นยอดนิยมในตลาดทั่วโลกที่มาพร้อมประสิทธิภาพความปลอดภัยครบครัน ให้ระยะขับขี่ยาวไกลถึง 430 กม. สามารถตอบสนองทุกการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จากซีรีส์ eDeliver พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ฟลีท และโลจิสติกส์ที่สนใจ สามารถจองรถล่วงหน้าได้แล้วที่บูธ MAXUS หมายเลข M2 อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 นี้  

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MAXUS CALL CENTER
โทร. 02-700-4199 ระหว่างเวลา 08.00 -18.00 น.

LPP รวมพลังผู้บริหารและทีมผู้บริหารระดับสูง เปิดตัว “UP” ก้าวสู่ Integrated Property Services Ecosystem

กรุงเทพฯ — บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) เดินหน้าก้าวสำคัญขององค์กร ด้วยการเปิดตัว Service Brand ใหม่ “UP” (อัพ) อย่างเป็นทางการ โดยผู้บริหารระดับสูงของบริษัท นำโดย คุณสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (กลาง) พร้อมด้วย คุณอภิชาติ เกษมกุลศิริ กรรมการบริหาร (ซ้าย) และคุณสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ (ขวา) ร่วมถ่ายภาพกับทีมผู้บริหารและบุคลากรสำคัญขององค์กร ภายหลังเสร็จสิ้นงานแถลงข่าว สะท้อนพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ทิศทางใหม่ 

การเปิดตัว “UP” ในครั้งนี้ นับเป็นการยกระดับบทบาทของ LPP จากผู้เชี่ยวชาญด้าน Community Management สู่การเป็น Integrated Property Services Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรและหลากหลายมากยิ่งขึ้น  ภายใต้แนวคิด “Smooth Up Your Living” แบรนด์ “UP” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคาร และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินในระยะยาว ผ่านการเชื่อมโยงบริการทั้ง 9 ด้านเข้าไว้ใน Ecosystem เดียว เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพในทุกมิติ 

ทั้งนี้ การผนึกกำลังของผู้บริหารและทีมงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพร้อมของ LPP ในการขับเคลื่อนแบรนด์ “UP” และยกระดับมาตรฐานการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ของไทยสู่อนาคต.

รายการใหญ่ระดับโลก บาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK”

สมาคมบาสเกตบอล-เมกาบางนา-วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ส ร่วมเปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK” รายการใหญ่ระดับโลก โดยมีทีมนานาชาติเข้าร่วมมากถึง 12 ทีม

นายนิพนธ์  ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย (ที่ 4 จากขวา) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนรายการใหญ่ระดับโลก  “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK”  โดยมี นายคิโสะ  โทโมฮิสะ รองผู้จัดการฝ่ายความสัมพันธ์นานาชาติ ลีกเซ่พรีเมียร์  โกลบอล (ที่ 3 จากขวา)   คุณวรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (ที่ 3 จากซ้าย) คุณณิชาภา ชัยยศบูรณะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ด้านสื่อสารกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการตลาด ศูนย์การค้าเมกาบางนา  (ที่ 2 จากซ้าย) และ นายพิทักษ์  สมบัติสถิตย์ (คนแรกซ้าย) กรรมการ บริษัท เอ ทีโอ สปอร์ด จำกัด พร้อมด้วย นายทศวรรษ เตลาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ส จำกัด และ เจ้าของลิขสิทธิ์รายการ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK”  ร่วมเปิดการแข่งขัน 






โดยประเทศไทยเป็นการแข่งขันสนามที่ 2 มีทีมบาสเกตบอลสามคนชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมถึง 12 ทีม จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และ ไทย  ณ ฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้ชนะในการแข่งขันสนามที่ 2 คือทีม “ชินากาวะ ซิตี้ เอ็กเซ่” ประเทศญี่ปุ่น โดยจะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่เมืองเซงกัง ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 นี้  

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมและผลการแข่งขันติดตามได้ที่
Facebook 3x3.EXE Premier Thailand

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

ก้าวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการอันแสนหวานกับ Claire and Her Chocolate Fantasy Afternoon Tea at Café Claire


เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป คาเฟ่ แคลร์ ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ
ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งความมหัศจรรย์ของช็อกโกแลตกับประสบการณ์ใหม่ล่าสุด “Claire and Her Chocolate Fantasy” Afternoon Tea เซตน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งจินตนาการอันแสนหวานและเสน่ห์อันเย้ายวนของช็อกโกแลต 

ประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้รับการออกแบบเพื่อพาแขกทุกท่านเข้าสู่สวนช็อกโกแลตในโลกแห่งความฝัน ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือด้านขนมหวาน และความสุขของการค้นพบรสชาติใหม่ ๆ โดยทุกเมนูได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตโดยทีมเชฟของ คาเฟ่ แคลร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทั้งหรูหราและสนุกสนาน พร้อมมอบความประทับใจทั้งด้านรสชาติและความงดงามของการนำเสนอ 




ไฮไลต์ของเซตน้ำชายามบ่ายนี้คือการรวมตัวของขนมหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Chocolate Macaron, Milk Chocolate Bar, White Chocolate Mousse, Caramel Waffle Cone, Blueberry Tart และ Chocolate Chip Scone อบสดใหม่ เสริมความพิเศษด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ Magic Drink ที่เพิ่มความสนุกและความมหัศจรรย์ให้กับประสบการณ์ในทุกคำ 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูของว่างคาวที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างสมดุลของรสชาติ ได้แก่ Salmon Tartare on Brioche, Shrimp Mousse Croquettes with Pesto Mayonnaise, Mini Chicken Caesar Cone, Mini Mushroom Pork Burger และ Spinach with Lemon Cream Cheese ซึ่งช่วยเติมเต็มความกลมกล่อมให้กับเซตน้ำชายามบ่ายได้อย่างลงตัว |

ทุกเซตเสิร์ฟพร้อม ชา TWG ระดับพรีเมียมหรือกาแฟ เพื่อให้แขกได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และความอร่อยอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนยามบ่าย การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ หรือการใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญอย่างน่าประทับใจ 

เซตน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษนี้ให้บริการในราคา 1,690++ บาทต่อเซต สำหรับ 2 ท่าน และสามารถเพิ่ม สโคนพร้อมชา TWG เพิ่มเติมในราคา 350++ บาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ความอร่อยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

ภายในบรรยากาศอันสง่างามของ คาเฟ่ แคลร์ บนถนนวิทยุ ประสบการณ์นี้สะท้อนเอกลักษณ์ของ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความหรูหรา ความคิดสร้างสรรค์ และการบริการอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำสำหรับแขกทุกท่าน





งานเปิดตัวสำหรับสื่อมวลชน: 13 มีนาคม 2569 ณ คาเฟ่ แคลร์

เปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไป: ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569
ราคา: 1,699++ บาท ต่อเซต (สำหรับ 2 ท่าน)
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 06:30 – 21:30 น.
เวลาน้ำชายามบ่าย: ทุกวัน เวลา 14:30 – 17:30 น.

สถานที่: โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ 110 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
สำรองที่นั่ง: โทร. +66 2125 9080
อีเมล cafeclaire@oriental-residence.com เว็บไซต์: https://www.cafe-claire.com/


วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดนิทรรศการภาพวาด “ม้า”


ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดนิทรรศการภาพวาด “ม้า” ต้อนรับปีใหม่ไทย “ปีมะเมีย” โดยศิลปิน ๒ รัชสมัย ที่สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ จีรนันท์ สกุลตั้งไพศาล จันทิมา-ภาวิณี นะวิโรจน์ กมลวัน บุณยัติฐิติ และณัฐภัทร รัตนกนกวัฒน์ ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน 



โดยมีผู้มีเกียรติหลายท่าน อาทิ อนุตรา เบรค ไทโรน มัคโดนัลด์ ลาวัณย์ฉวี สุจริตานนท์ ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา และเอิร์ธ สายสว่าง มาร่วมงาน นิทรรศการฯ ของคณะ “ศิลปิน ๒ รัชสมัย” ประกอบด้วย อภิชัย การิกาญจน์ ประพันธ์ หมื่นเผือ วรสุดา ชุมสาย ณ อยุธยา สิปปวิชญ์ พลสิงห์ ศุภสิทธิ์ วงศ์ร่มเงิน สานิต เธียรวรคุณ ชิงชัย อุดมเจริญกิจไมตรี โพธิราช ชนานุช ช่อมาลี นาวี เรืองระเบียบ ธนิตย์ ด้วงดำรงค์ พงษ์พันธ์ เกตุเจริญ   จัดระหว่างวันที่ 20 มีนาคม ถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 9.00 น. ถึง 19.00 น.




สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 099 446 4199

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

เปิดประสบการณ์ผ่อนคลายเหนือระดับที่ เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ


อีกหนึ่งจุดหมายของสายสปาที่อยากได้บรรยากาศสงบใจกลางกรุงเทพ

เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ ตั้งอยู่ที่ย่านทองหล่อ ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล  โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีดำ-แดง ที่ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย กว่า 14 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และมีบริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ สปา ความงามที่มาจากภายใน เพราะนอกเหนือสปามีบริการขัดสีฉวีวรรณให้กับผิวจากภายนอกแล้ว สปา ยังทำให้สาวๆ รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดปล่อย จนทำให้เกิดความสบายใจตามมาอีกด้วย 








เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์สปากลางเมือง ที่ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอลโดดเด่นด้วยเทคนิคพิเศษที่ทางร้านและผู้เชี่ยวชาญออกแบบท่านวดอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเติมเต็มพลังให้หยุดพักจากสิ่งต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวรักษาสมดุลธาตุในร่างกาย ที่ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ก็เป็นอย่างหนึ่งอย่างที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน ห้องสำหรับสปา สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ และเทคนิคการกดจุดอย่างอ่อนโยน ก่อนปิดท้ายด้วยการนวดศีรษะ หลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งอยู่ที่ย่านทองหล่อ ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีดำ-แดง ที่ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย กว่า 14 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และมีบริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์





การตกแต่งด้วยโทนขาว ดำ แดง ห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ  Oasis Spa  และเทคนิคการกดจุดอย่างอ่อนโยน ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความอบอุุ่น 2 ชั่วโมงแห่งการพักผ่อนด้วยหลากหลายบริการจากทางร้าน พิเศษด้วยการปรนนิบัติร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยน้ำมันกลิ่นหอมจากธรรมชาติ







𝙆𝙞𝙣𝙜 𝙤𝙛 𝙊𝙖𝙨𝙞𝙨 ศาสตร์การนวดแผนไทย 2 ชั่วโมง การนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเอซิสสปา นวดผสมระหว่างนวดแผนไทยและสวีดิช พร้อมประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรร้อน และนวดอโรมาเทอราปี ด้วยน้ำมันร้อน เน้นคลายความปวดตึงของกล้ามเนื้อชั้นลึก บรรเทาอาการออฟฟิสซินโดรม คืนสมดุลให้ร่างกาย รักษาสมดุลธาตุในร่างกาย ที่ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร บรรยากาศในห้องสำหรับสปา สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สวยงาม และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

พาร่างกายไปคลายความเหนื่อยล้าและชาร์จแบตร่างกายให้เต็มที่ โอเอซิสสปาบรรยากาศสวนสวยที่ร่มรื่นซ่อนอยู่ใจกลางเมือง นอกจากโปรแกรมที่ได้ลอง ที่นี่ยังมีหลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ความผ่อนคลาย ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ไม่ว่าสาขาใดของ โอเอซิส สปามั่นใจได้ถึงมาตรฐานและบริการที่เหนือระดับ แต่ละสาขาตกแต่งอย่างสวยงาม




เออเบิ้ล โอเอซิส สปา

59 ซอยทองหล่อ 20 (เอกมัย 21) คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ 10110

Line ID : @oasisspa

Facebook : @OSBangkokUrbanSpa

www.oasisspa.net


ข่าวประชาสัมพันธ์

India Ink อยู่ในโครงการ Green Connect สุขุมวิท 31

เพราะคิ้วเป็นมงกุฎของหน้า India Ink อีกหนึ่งร้านสักคิ้วที่คิวแน่น ชอบผลลัพธ์ที่ได้ เพราะเราก็คิ้วบางสะด้วย  คิ้วโล้น คิ้วบาง คิ้วไม่มีขน และ...

โวยวายดอทคอม