วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567

ทานได้ไม่อั้นกับ "สามสหายซาชิมิพรีเมียม"


ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะสายปลาดิบกับเมนูพิเศษ “Trio Premium Sashimi” ความอร่อยที่พลาดไม่ได้ ตลอดเดือนเมษายน 2567 นี้เท่านั้น                   


เชิญลิ้มลองความพรีเมียมกับ “เซตสามสหายซาชิมิพรีเมียม” ด้วย “โอโทโร่” ลายไขมันสวยงาม สัมผัสเนียนนุ่มละมุนลิ้น “ฮามาจิ” เนื้อแน่น หวานฉ่ำ สดใหม่ “แซลมอน” ชิ้นหนา ลายสวย อร่อยเต็มคำ บริการรวมในบุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็น ทั้งซีฟู้ด ซูชิพรีเมียม พาสต้า ขาหมู ข้าวต้มปลากะพง ขนมหวาน ผลไม้ ไอศกรีม เครื่องดื่มชา-กาแฟ น้ำอัดลม ระหว่างเวลา 18.00 – 22.00 น.


                                                                                            

พิเศษ! เพียงท่านละ 1,299 บาทสุทธิ (จากราคาปกติ 1,700 บาท) ทานได้แบบไม่จำกัดเวลา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8429-30
หรือ ไลน์ @theemeraldhotel  และ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop

ยอดขาย STYLE Bangkok 2024 ทะลุเป้าเกินความคาดหมาย

สร้างรายได้กว่า 1,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 นักธุรกิจ 49 ประเทศชมงาน

ประสบสำเร็จอย่างงดงามสำหรับ STYLE Bangkok 2024 มหกรรมแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นชั้นนำของเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่่ 20-24 มีนาคม 2567 โดยประกาศความสำเร็จที่เหนือความคาดหมายด้วยมูลค่าการค้าและจำนวนผู้เข้าชมงาน

โดยมูลค่าการค้าตลอด 5 วัน สามารถสร้างรายได้กว่า 1,756 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่คาดไว้ที่ 1,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 จากมูลค่าการค้าของครั้งก่อน ในส่วนของมูลค่าการค้าวันเจรจาธุรกิจ ทั้งมูลค่าจากยอดสั่งซื้อทันทีและจากที่จะสั่งซื้อภายใน 1 ปี อยู่ที่  กว่า 1,732 ล้านบาท ยอดขายในวันสำหรับประชาชนทั่วไปอยู่ที่  กว่า 24 ล้านบาท ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย   


นอกจากนี้ จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมงานตลอด 5 วัน กว่า  25,000ราย จาก 49 ประเทศ/เขตการค้า เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนร้อยละ 4.40 ทำให้ประจักษ์ได้ถึงศักยภาพของงาน STYLE Bangkok ในการเป็นศูนย์รวมการค้าและโอกาสในการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ  ในงาน STYLE Bangkok ปีนี้ หมวดสินค้าที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ได้แก่ หมวดสินค้าแฟชั่นซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาก โดยมูลค่าการค้าของสินค้าในหมวดแฟชั่นเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน ร้อยละ  40.6 ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะเวทีการค้านานาชาติที่สำคัญของภูมิภาค                                                                                      

ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) จำนวน 2 คู่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน SMEs และ OTOP ภายใต้โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพ และส่งเสริมต่อยอดด้านตลาดทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย (1) MOU ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ กระทรวงมหาดไทย และ (2) MOU ระหว่าง บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับ วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (ศูนย์การเรียนรู้ออกแบบขวัญตา)



นอกจากนี้ยังมีการเจรจาการค้า ระหว่าง MUJI (มูจิ) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น กับผู้ประกอบการไทย 5 ราย  ประกอบด้วย Prodpran Craft, Boonyarat Thaicrafts, Mallavi Limited Partnership,  Deesawat Industries Co., Ltd และ Divana Global Co., Ltd. ซี่งจะช่วยส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการของไทยในตลาดโลก โดยความร่วมมือนี้เป็นการต่อยอดจากการเยือนประเทศญี่ปุ่นของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ เมื่อเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับนักธุรกิจ ผู้เข้าเยี่ยมชมจากต่างประเทศ 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในระดับโลกของงานนี้และผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดในระดับภูมิภาค  นายภสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวชื่นชมความสำเร็จของงานว่า “STYLE Bangkok 2024 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยสามารถยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมสู่มิติใหม่ของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Soft Power
ของไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

STYLE Bangkok 2024 ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้แสดงสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดโลก SMEs รวมถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ ต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีอัตลักษณ์ของมรดกวัฒนธรรมผสมผสานกับกลิ่นอายความร่วมสมัย

                                                                                                                                                                      นายภูสิตกล่าวถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมและความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ว่า “มองไปข้างหน้า เราวางเป้าหมายที่จะทำให้งาน STYLE Bangkok มีส่วนช่วยยกระดับประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับโลก การเป็นแหล่งรวมของความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอสินค้าที่มีดีไซน์ การทำงานร่วมกัน และการเข้าถึงตลาด คาดว่าจะช่วยส่งผลให้งาน STYLE Bangkok ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต”



STYLE Bangkok 2024 ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้เยี่ยมชมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ซื้อชาวต่างประเทศ เช่น Ms. Takako Kondo กล่าวว่า “มางาน STYLE Bangkok 2024 ได้รับประสบการณ์ที่ดี มีค่ามาก ได้พบสินค้าถูกใจมากมาย และพบว่า  STYLE Bangkok ให้ความสําคัญกับเรื่อง SDGs ซึ่งสำคัญมาก และให้มุมมองที่แตกต่าง” มร. David Tucker ผู้ซื้อจากซิดนีย์ ออสเตรเลีย บอกว่าเขาตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของงาน  STYLE Bangkok ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปในฮอลล์ด้วยซ้ำ  ที่จริงเขาและเจ้านายต่างมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ประเภทของตกแต่งบ้านจากประเทศไทยมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สินค้าทำมือ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีความยั่งยืน “ผมคิดว่า เมื่อเราขายสินค้าให้ใคร เราจำเป็นที่จะต้องบอกเค้าได้ว่านี่เป็นสินค้าประเภทที่มีความยั่งยืนผลิตแบบออร์แกนิก ไม่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม”



นอกจากสินค้าที่โดดเด่น มากมายที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อผู้ชมงานแล้ว STYLE Bangkok 2024 ยังได้รับการตอบรับในแง่การจัดนิทรรศการที่หลากหลาย การสัมมนาให้ความรู้เชิงลึก และกิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจที่คึกคัก ความสำเร็จของงานเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานในความมุ่งมั่นของไทยบนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและบทบาทของสินค้าไทยในเวทีระหว่างประเทศ

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2567

กายา สปาหรู ราคาไม่แพง GAAYA by Oasis Spa Sukhumvit 39


ใครอยู่ใกล้ย่าน สุขุมวิท 39 แวะมาที่ GAAYA by Oasis Spa อีกหนึ่งสปาหรูที่อยู่กลางใจเมือง
แค่เดินเข้ามารู้สึกผ่อนคลายกับบรรยากาศแล้ว แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ามีสปาที่บรรยากาศดีและสงบ สปาบรรยากาศอบอุ่น เหมาะกับการหลีกเร้นความวุ่นวายมาพักใจอย่างยิ่ง หากใครที่ชอบทั้งนวดไทยและน้ำมัน แนะนำสาขายน้องใหม่กายา บาย โอเอซิสสปา





GAAYA
อีกหนึ่งสปาภายใต้ Oasis Spa โปรแกรม Office Syndrome Massage ของที่นี่น่าจะตอบโจทย์มนุษย์หน้าจอกันไม่น้อย ด้วยการเน้นนวดคลายความตึงกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่จากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือถ้าใครที่อยากเน้นนวดน้ำมันที่นี่ก็มีโปรแกรม Relax GAAYA (60 นาที) ที่นวดครบจบทั้งผิวหน้าและผิวกายในหนึ่งเดียว กายาสปาสุดหรู นวดเพื่อสุขภาพ เปิดให้บริการทั้งหมด 11 ห้อง /นวดสปาสองชั้น ทั้งเตียงคู่ เตียงสำหรับนวดไทย ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ ในตัว รองรับลูกค้าได้สูงสุด 18 ท่าน ภายใน ห้องคือไพรเวท ถูกออกแบบและตกแต่งในโทนสีที่ช่วยมอบความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเป็นส่วนตัว ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวต่างชาติเเละคนไทย เรียกว่ามาทีเดียวได้ดูแลครบจบตั้งแต่หัวจรดเท้าใครเริ่มมองหาสปาไทยแท้ๆ ชวนไปนวดผ่อนคลายจากงานผสมผสานกับที่เป็นการผสมผสานทั้งการนวดแผนไทยกับการนวดอโรมาเข้าด้วยกัน ความโดดเด่นการตกแต่งร้านสวยแบบฉบับโอเอซิสสปา



สปาตกแต่งสไตล์เป็นสไตล์ Thai Contemporary & Modern ตอบโจทย์ใครที่มองหาประสบการณ์สปารูปแบบใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ - น้ำมันนวด Gaaya by Oasis Spa มีส่วนผสมหลัก (Base oil) คือ Jojoba oil, Sweet almond, Safflower oil เพื่อบำรุงผิว ช่วยทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น บรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและอาการบวมช้ำ คุ้มค่ากับเวลาที่มาแน่นอน - กลิ่นของน้ำมันนวดมีให้เลือก 5 กลิ่น ได้แก่ 1. Oriental Beauty 2. Uniquely Thai 3. Lanna Exotic

4. Full Bloom 5. Be Organic Coconut 100% GAAYA by Oasis Spa

บริการทรีตเมนต์สำหรับผิวกาย นวดตัว นวดหน้า แถมบรรยากาศยังผ่อนคลายสบายตา ที่ให้คุณเลือกโปรแกรมที่ชอบได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น แพคเกจแนะนำ

1. Relax Gaaya 2 hrs ผสมผสานเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายในแบบกายาด้วยการนวดน้ำมันหอมระเหยอุ่นๆ และการนวดใบหน้า เสร็จสิ้นด้วยการนวดแบบกดจุดสร้างความผ่อนคลายให้ลูกค้าให้ความรู้สึกผ่อนคลายจนเคลิ้มหลับไปเลย

2. Release Gaaya 2.5 hrs เน้นคลายกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้า การนวดออฟฟิศซินโดรมเพื่อให้บริเวณกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆของออฟฟิศซินโดรมได้คลายจากการหดเกร็งและความตึงเครียดสะสมที่มีมานาน ได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริงและยังมีการประคบเพื่อช่วยลดการปวดบวมได้เป็นอย่างดี

3. Stress away Gaaya 3 hrs ผสมผสานการนวดเท้าเพื่อสุขภาพและการยืดเส้นด้วยการผสมผสานการนวดไทยโยคะและการนวดออฟฟิศซินโดรม สำหรับคนที่ต้องการนวดผ่อนคลายทุกส่วน และใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก

4. Sabai Sabai Gaaya 3 hrs ปรณิบัติกายา ด้วยการผสมผสานการนวดไทยเพื่อสุขภาพ เน้นการ กด คลึง บีบ กดจุด ประคบด้วยสมุนไพร และการนวดน้ำมัน เป็นการนวดผ่อนคลายด้วยมือผสานกับประสิทธิภาพของน้ำมัน ผ่อนคลายทั่วร่างกาย เสร็จสิ้นด้วยการทำหน้ากดจุดนวดหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ซึ่งมีประโยชน์ในการขจัดความเครียดและกระตุ้นการเติมออกซิเจนของผิวด้วยการต่อต้านริ้วรอย

กายา บายโอเอซิสสปา
สถานที่ : ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ - มีที่จอดรถให้บริการ 8 คัน - ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ - เปิด/ปิด บริการทุกวัน 10.00-22.00

ช่องทางการติดต่อ กายา บายโอเอซิสสปา Gaaya by Oasis Spa
เบอร์โทร 02-262-2133
Facebook Fanpage : Gaayaspabyoasis
Website: https://oasisspa.net/destination/bangkok/gaaya39/
Instagram: https://www.instagram.com/gaayabyoasis/

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567

สารส้ม นวตกรรม ภูมิปัญญาไทยยกระดับเทียบเท่านานาชาติ

เพราะแนวคิดกล้าคิด กล้าทำ กล้าเล่น ของคนขี้แพ้ รติรส จุลชาติ สาววิศวกรเคมี จึงนำธุรกิจเดิมของครอบครัวที่รู้จักดี คือสารส้ม มาต่อยอดทางธุรกิจ สร้างแบรนด์รติ ที่เป็นผลิตภัณธ์ในกลุ่มดูแลรักษาสุขภาพที่รักษาภูมิปัญญาไทยและสิ่งแวดล้อมสร้างแบรนด์  RATI (ระ-ติ) ที่แปลว่าความรัก สร้างผลิตภัณฑ์จากความรัก ด้วยส่วนผสมที่ดีที่สุดจากธรรมชาติ ที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองต่อร่างกายของเราและทุกคนที่เรา “รัก”



รติรส จุลชาติ Founder & Chief Executive Officer เล่าถึงที่มาของการนำสารส้มมาผสมผสานนวตกรรมใหม่ ใช้เวลาทดลองนานกว่า 3 ปี เพื่อปรับปรุงให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกะบผู้ใช้และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ”ครอบครัว ทำโรงงานเคมีและแร่ธาตุ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีและแร่ธาตุต่างๆ และสารส้มก็เป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่คุ้นเคยมาตลอด ตัวเองเป็นคนที่ชื่นชอบใช้สารส้มเองจริงๆแต่เขินทุกครั้งที่เวลานำสารส้มเป็นก้อนพกติดตัวเวลาเดินทางกับเพื่อนไปยังที่ต่างๆ ประกอบกับสังเกตเห็นว่า ผลิตภัณฑ์จากสารส้มระงับกลิ่นกายในท้องตลาดส่วนใหญ่นั้น จะเป็นเกรดที่ใช้บำบัดน้ำ ไม่ใช่เกรดที่สัมผัสอาหารได้ (Food Grade) ที่มีความปลอดภัยสูงกว่า  จึงได้คิดค้นและพัฒนาสเปรย์ระงับกลิ่นกายจากสารส้มขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์อย่างแรก จากการทดลองใช้เองและคำแนะนำจากผู้ใช้จริง จึงเกิดความคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุด โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติและความปลอดภัยต่อร่างกายเป็นหลัก  เพราะรติ (RATI) เชื่อว่า อะไรที่เราทานได้ก็ย่อมต้องปลอดภัยต่อผิวหนังและร่างกายของเรา

ดังนั้น วัตถุดิบที่เราได้เลือกนำมาใช้นั้นจึงเป็นเกรดที่ดีที่สุด สามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้ (Food Grade) ทำให้ปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง และระงับกลิ่นได้ดีที่สุด โดยไม่มีส่วนผสมอื่นที่ก่อให้อันตรายต่อร่างกายของคุณ เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือ น้ำมันสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองภายใต้วงแขนและเกิดรอยดำที่ไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้เกิดคราบเหลืองบริเวณเสื้อผ้า รวมถึงไม่มีกลิ่นที่จะรบกวนน้ำหอมราคาแพงที่ฉีดลงบนตัวอีกด้วย ทั้งนี้จากแนวคิดทั้งหมดของรติ จึงได้พัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ rati Natural Deodorant Spray สเปรย์ระงับกลิ่นกายสูตรธรรมชาติ และ rati Happy Feet สเปรย์ระงับกลิ่นกายบริเวณเท้าและรองเท้า ที่ได้คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายของผู้บริโภค



RATI Natural Deodorant Spray สเปรย์ระงับกลิ่นกายสูตรธรรมชาติ จากสารส้มเกรดที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งแบคทีเรีย พร้อมความรู้สึก สดชื่น จากว่านหางจระเข้ และสารสกัดใบเปปเปอร์มิ้นออร์แกนิค  ที่ช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคือง พร้อมถนอมความชุ่มชื้น ให้ผิวเนียนนุ่ม สุขภาพดี ด้วยความสดชื่นจากน้ำแร่ธรรมชาติของผืนป่าเชียงใหม่ โดยปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้และการระคายเคือง "ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น" จึงไม่ทิ้งคราบเหลืองบนเสื้อผ้าและไม่มีกลิ่นรบกวนน้ำหอมที่คุณใช้

RATI Happy Feet  สเปรย์ระงับกลิ่นกายบริเวณเท้าและรองเท้า สูตรธรรมชาติ จากสารส้มเกรดที่ปลอดภัยที่สุด ประกอบด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นจากส่วนผสมของสารสกัดน้ำมันจากใบเปปเปอร์มิ้น และสารสกัดจากชาดำ ที่มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant  ยับยั้งแบคที่เรียที่เป็นแหล่งกำเนิดของกลิ่นบริเวณเท้า โดยปราศจากส่วนผสม ของแอลกอฮอล์และสารเคมี สังเคราะห์ทำให้ไม่ทำให้เกิด คราบสกปรกและความเสียหายแก่หนังและรองเท้าที่มีความบอบบางสูงของคุณ นอกจากสารส้มจะช่วยยับยั้งแบคทีเรียแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยในเรื่องป้องกันการส้นเท้าแตกได้อีกด้วย 

RATI เชื่อว่าภูมิปัญญาสารส้มในเรื่องการระงับกลิ่นกายที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยตามแบบธรรมชาติที่ดีมากอยู่แล้ว RATI จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่นำวิถีภูมิปัญญาบรรพบุรุษไทย มาเล่าใหม่ในยุคโมเดิร์น และมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากธรรมชาติ “เพราะร่างกายที่ธรรมชาติให้มา ให้ธรรมชาติดูแล”



พบกับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รักโลก รักสุขภาพ ในงาน STYLE Bangkok 2024 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้ธีม “CHIC NATURE” ตั้งแต่วันนี้ – 24 มีนาคม 2564 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบกับสุนทรียภาพและการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนผสมผสานกันอย่างลงตัวในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของแต่งงานบ้าน แฟชั่น ไปจนถึงหัตถกรรมท้องถิ่นที่ประณีตและมีเอกลักษณ์โดดเด่น

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2567

sacit องค์กรมหาชน ร่วมโชว์งานฝีมือระดับประเทศในงาน The Style Bangkok 2024

ผ่านพ้นไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม งาน The Style Bangkok 2024 มหกรรมแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นชั้นนำของเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่่ 20-24 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยประกาศความสำเร็จที่เหนือความคาดหมายด้วยมูลค่าการค้าและจำนวนผู้เข้าชมงาน

 “STYLE Bangkok 2024 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยสามารถยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมสู่มิติใหม่ของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Soft Power ของไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

STYLE Bangkok 2024 ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้แสดงสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดโลก SMEs รวมถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ ต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีอัตลักษณ์ของมรดกวัฒนธรรมผสมผสานกับกลิ่นอายความร่วมสมัย

ขณะที่ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์กรมหาชน) โดย นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย นำผลงานจากสถาบัน ฯ ที่ได้รับรางวัลจากแขนงต่าง ๆ อาทิ  sacit master pleace ผลงานชิ้นเอก , sacit Excellence ผลงานประณีตศิลป์ที่อนุรักษ์ เชิดชู , sacit Globalize ผลงานที่โด่งดังไปทั่วโลก , sacit Trend ผลงานสมัยนิยม , sacit Dream ผลงานสานฝัน เข้าร่วมแสดงงาน และจัดกิจกรรมตลอดงาน ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เยี่ยมชมงานจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ซื้อชาวต่างประเทศ 


โดย นางสาวณิร์ภาวรรณย์ แตงเอี่ยม เจ้าของรางวัล SACIT Excellence ผลงานประณีตศิลป์ที่อนุรักษ์ เชิดชู หนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงงาน กล่าวว่า “ขอขอบคุณ sacit ที่ให้ความสำคัญและมอบโอกาสให้นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล   แบรนด์ sacit Excellence ผลงานประณีตศิลป์ที่อนุรักษ์ เชิดชู แบรนด์ในรูปแบบที่เข้าใจงานฝีมือ ซึ่งมาร่วมแสดงงานที่ The Style ครั้งนี้ ร่วมกับผลงานในแขนงต่างๆ ด้วย ตลอดงานนอกจากจะมีการนำผลงานมาจัดแสดง ยังมีการจัดกิจกรรมการสัมมนา การเวิร์คช็อปต่างๆ 

ในวันนี้เป็นวันเจรจาธุรกิจ ซึ่งมีนักธุรกิจต่างชาติและท่านทูตจากหลายประเทศเข้าชมงาน ทำให้มียอดการสั่งออเดอร์ไม่ขาด ส่วนใหญ่ที่นิยมจะเป็น กาน้ำชาสไตล์ญี่ปุ่น กาอาดินทองคำแท้สไตล์ตะวันออกกลางและผลิตภัณฑ์ได้ตอบโจทย์ทูตจากประเทศดูไบ สั่งออเดอร์ตามกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ดีใจมากๆ และขอขอบคุณทางสถาบัน ฯ มากๆ อีกครั้ง”




ด้านผู้มาร่วมงาน Ms. Takako Kondo กล่าวว่า “มางาน STYLE Bangkok 2024 ได้รับประสบการณ์ที่ดี มีค่ามาก ได้พบสินค้าถูกใจมากมาย และพบว่า STYLE Bangkok ให้ความสําคัญกับเรื่อง SDGs ซึ่งสำคัญมากและให้มุมมองที่แตกต่าง”

สำหรับนักธุรกิจผู้เข้าเยี่ยมชมจากต่างประเทศ 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในระดับโลกของงานนี้และผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดในระดับภูมิภาค

นอกจากสินค้าที่โดดเด่นมากมายที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อผู้ชมงานแล้ว STYLE Bangkok 2024 ยังได้รับการตอบรับในแง่การจัดนิทรรศการที่หลากหลาย การสัมมนาให้ความรู้เชิงลึก และกิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจที่คึกคัก ความสำเร็จของงานเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานในความมุ่งมั่นของไทยบนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและบทบาทของสินค้าไทยในเวทีระหว่างประเทศ

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567

ทิมพู ภูฏาน, ‘ภูฏาน’ ราชอาณาจักรกลางขุนเขา


ทิมพู ภูฏาน,  ‘ภูฏาน’ ราชอาณาจักรกลางขุนเขา โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันล้ำค่า ประเทศแรกของโลกที่จำกัดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ และให้ความสำคัญกับนโยบายที่เน้นเรื่องความยั่งยืนและการอนุรักษ์มาอย่างยาวนาน ผ่านโครงการริเริ่มมากมายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันน่าทึ่งของภูฏานให้ยังคงอยู่ จนมีป่าเขียวชอุ่มปกคลุมพื้นที่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์บนทิวเขาซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากที่กำลังจะสูญพันธุ์ นอกจากนี้ ภูฏานยังมีอุทยานแห่งชาติ 5 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 แห่ง และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติยังครอบคลุมพื้นที่มากถึง 42 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ 

การปกป้องคุ้มครองพื้นที่ธรรมชาติให้ยังคงเป็นภูมิประเทศอันบริสุทธิ์มีจุดประสงค์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดได้อย่างอุ่นใจ ทำให้นักเดินทางที่หลงใหลในธรรมชาติสามารถพบเห็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์มากกว่า 25 สายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงนกกระเรียนคอดำที่หลายคนตามหา แพนด้าแดง ค่างสีทอง และเสือภูเขาที่น่าเกรงขาม ภูฏานยังเป็นประเทศเดียวในโลกที่สามารถพบเห็นเสือภูเขาและเสือดาวหิมะได้ในพื้นที่เดียวกัน จนกำลังจะกลายเป็นแชมป์การอนุรักษ์เสือในไม่ช้านี้ อ้างอิงจากรายงานการสำรวจจำนวนประชากรเสือในประเทศภูฏานล่าสุดซึ่งพบว่าจำนวนมีเสือโคร่งเพิ่มขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ โดยในจำนวนนี้เป็นเสือโตเต็มวัยมากถึง 131 ตัว

ประเทศภูฏานยังได้จัดงานเทศกาลเกี่ยวกับสัตว์ป่าอีกมากมาย เพื่อเฉลิมฉลองให้กับสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักร พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและดีต่อใจนักเดินทาง เพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจราชอาณาจักรแห่งนี้ เทศกาลเกี่ยวกับสัตว์ป่าต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปียังถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้มาเยือนจะได้สำรวจความหลากหลายของระบบนิเวศของประเทศภูฏาน รวมถึงได้ชมความงามของสัตว์หายากอีกหลายชนิดที่อาจหาดูจากไหนไม่ได้อีกแล้ว

เทศกาลนกกระเรียนคอดำ
เทศกาลนกกระเรียนคอดำถือเป็นไฮไลท์ของงานที่ไม่ควรพลาด จะจัดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ที่อารามกังเต กอนปา (Gangtey Goenpa) ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาในภาคกลางของภูฏาน ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากทิมพูไม่ถึง 4 ชั่วโมง เทศกาลนี้เป็นการเฉลิมฉลองการกลับมาภูฏานของนกกระเรียนคอดำ ที่บินอพยพมาจากทิเบต จีน และรัฐอรุณาจัลประเทศ ของประเทศอินเดีย เพื่อมาอาศัยอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ในช่วงฤดูหนาว

การจัดเทศกาลนกกระเรียนคอดำถือเป็นการยกย่องหนึ่งในสัตว์ที่ชาวภูฏานรักมากที่สุด และยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการตระหนักรู้ภายในพื้นที่เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์นกสายพันธุ์สำคัญนี้ มากไปกว่านั้น เทศกาลนี้ยังช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงทรัพยากรอันล้ำค่าซึ่งซ่อนอยู่ในหุบเขากังเต (Gangtey) และหุบเขาผอบจิกะ (Phobjikha) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งนักเดินทางจะได้สำรวจความสวยงามของภูมิทัศน์ทั้งระหว่างการเดินทาง และตอนเข้าร่วมเทศกาล ผู้ร่วมงานยังจะมีโอกาสพิเศษได้รับชมการเต้นรำสวมหน้ากากหลายรูปแบบ เช่น Drametse Ngacham (ระบำหน้ากากพร้อมการตีกลอง การแสดงของชาวภูฏานภาคตะวันออก) Pachham (การเต้นรำของวีรบุรุษ) และ Zhanag Ngacham (ระบำหมวกดำ) เทศกาลนี้ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ โดยนักเรียนในท้องถิ่น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อนกกระเรียนคอดำทั่วโลกที่ใกล้จะสูญพันธ์

หุบเขากังเตที่ยิ่งใหญ่ตระการตาจะกลายเป็นหนึ่งในที่พักของนกกระเรียนคอดำในช่วงฤดูหนาว ทำให้ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นความสง่างามของนกสายพันธุ์นี้ได้อย่างใกล้ชนิด ขณะเดียวกันนั้น นักเดินทางยังมีโอกาสได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมทางศาสนาอย่าง อารามกังเต เกนปา ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไป เพื่อเป็นการสำรวจวิถีชีวิตท้องถิ่น และจิตวิญญาณของตนเองในเวลาเดียวกัน

เทศกาลโจโมลฮารี หรือ เทศกาลเสือดาวหิมะ
เทศกาลเสือดาวหิมะจัดขึ้นในเมืองโซ (Soe) ที่จังโกทัง (Jangothang) เป็นเทศกาลในชุมชนโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างหัวใจแห่งการอนุรักษ์เสือดาวหิมะ กิจกรรมจะจัดขึ้น 2 วัน ซึ่งจะมีการประดับตกแต่งสถานที่อย่างสวยงาม ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ถึง 15 ตุลาคม พ.ศ. 2567 โดยจะมีการเฉลิมฉลองที่เชิงเขาโจโมลฮารี ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดเล็กซึ่งอยู่ในเส้นทางเดินป่าผ่านเทือกเขาหิมาลัยที่ได้รับการขนานนามว่ามีทิวทัศน์สวยงามที่สุดเส้นทางหนึ่งของโลก

การเฉลิมฉลองในเทศกาลโจโมลฮารีจัดขึ้นเพื่อสร้างการตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมเมืองแห่งนี้และความงดงามในธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่ ซึ่งรวมถึงเสือดาวหิมะที่เป็นสัตว์ท้องถิ่นหายาก และมีรูปทรงอันสง่างาม โดยไฮไลท์ของเทศกาลมีตั้งแต่การเต้นรำสวมหน้ากากอันน่าสนุก บทเพลงพื้นบ้านที่หลากหลาย การเต้นรำที่สวยงามของชาวบ้าน และโอกาสที่จะได้พบกับชาวเขาในประเทศภูฏานและชมสัตว์ในท้องถิ่นที่งดงามน่าทึ่ง

จังโกทัง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศภูฏาน เป็นพื้นที่เชิงเขาโจโมลฮารีซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีประชากรเสือดาวหิมะจำนวนมาก ผู้มาเยือนสามารถออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวที่ผสมผสานไปกับเทศกาล เช่น การเดินป่าผ่านเทือกเขาหิมาลัยเพื่อสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำไม่เหมือนใคร เทศกาลเสือดาวหิมะจึงไม่เพียงแต่มอบโอกาสในการชื่นชมภูมิประเทศที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจอัตลักษณ์แห่งชุมชนโดยรอบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังเป็นการสนับสนุนการอนุรักษ์เสือดาวหิมะที่ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย


เทศกาลทาคิน
สำหรับนักเดินทางที่กำลังวางแผนเดินทางมายังประเทศภูฏานในปี 2568 ต้องไม่พลาดการเข้าร่วมเทศกาลทาคิน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 21 – 23 กุมภาพันธ์ ที่มณฑลกาซา ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ทาคิน เป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน มีรูปร่างหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ที่มักทำให้นักชีววิทยาต้องตะลึง เพราะมีจมูกคล้ายกวางมูส มีเขาเหมือนตัววิลเดอบีสต์ และลำตัวคล้ายกระทิง โดยทาคินถูกจัดให้อยู่ในพวก แอนทิโลป เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกหนึ่งที่มีความคล้ายกับแพะ

นอกจากเทศกาลทาคินจะเป็นการเฉลิมฉลองให้กับสัตว์ประจำชาติแล้ว ยังเป็นการนำเสนอมรดกทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูฏาน  มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นโอกาสพิเศษในการชมสัตว์แปลกแห่งภูฏานได้อย่างใกล้ชิด เทศกาลนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการเงินสำหรับการจัดการภายในอุทยาน และสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศนอกฤดูกาล ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนชุมชนบนที่สูงอีกด้วย

เขตบริหารแห่งมณฑลกาซา เป็นพื้นที่อันเงียบสงบและรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรม มีความหลากหลายของพืชและสัตว์มากที่สุดในภูมิภาค ตั้งอยู่ห่างจากปูนาคาเพียง 3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ เทศกาลทาคินที่จัดขึ้นในบริเวณนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้นักเดินทางได้สำรวจความเรียบง่ายในท้องถิ่น และซึมซับไปกับวิถีชีวิตและประเพณีแบบดั้งเดิม บริเวณนี้ยังโด่งดังเรื่องบ่อน้ำพุร้อนและการแช่น้ำสมุนไพรออร์แกนิก ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ไม่เหมือนใครสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะปรนนิบัติร่างกายให้กลับมามีชีวิตชีวาอย่างเต็มที่อีกครั้ง

สามารถศึกษาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศภูฏานได้ที่เว็บไซต์ https://bhutan.travel/ และติดตามข่าวสารอีกมากมายได้ที่ Facebook และ Instagram ของกรมการท่องที่ยวแห่งประเทศภูฏาน

STYLE Bangkok 2024 เป็นยิ่งกว่างานแสดงสินค้า

เตรียมพบกับความงามที่มีสไตล์และความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรมในงาน STYLE Bangkok 2024 ตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 24 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชื่นชมกับแก่นแท้ของงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของไทย ที่จะบรรจบกับความทันสมัยในผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และงานคราฟท์ฝีมือระดับโลกผู้ประกอบการมากกว่า 500 รายจากทั่วประเทศ และทั่วโลก นำผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงของขวัญ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพไปจนถึงเครื่องครัว และอื่นๆ อีกมากมาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการในงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของเอเชีย STYLE Bangkok 2024

สำหรับผู้ชื่นชอบมวยไทย STYLE Bangkok 2024 นำเสนอผลิตภัณฑ์จากนักมวยไทยชื่อดังระดับโลกอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ ภายใต้แบรนด์ "บัวขาว แกลลอรี่" ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของกีฬาอันเป็นเอกลักษณ์ไทย มาอวดโฉมชาวไทยและชาวโลกเมื่อ ซอฟต์พาวเวอร์ของกีฬาและแฟชั่นมาบรรจบกันได้อย่างน่าทึ่งแต่ไฮไลท์ยังไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ยังมีมรดกสิ่งทอไทยอันน่าชื่นชมที่บูธ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" โครงการตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ฟื้นคืนความรู้จากภูมิปัญญาพื้นถิ่นมาบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดเป็นผลงานการถักทอผืนผ้าและงานหัตถศิลป์ไทยที่มีความร่วมสมัยเป็นสากล ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เป็นที่ยอมรับของตลาดภายในและต่างประเทศ

STYLE Bangkok 2024 จึงไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้าเท่านั้น แต่เป็นการเชิดชูเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นในมิติต่างๆ  จากผู้ผลิตรายใหญ่ในอุตสาหกรรมไปจนถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ จากความคิดริเริ่มระดับรากหญ้าไปจนถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บทพิสูจน์ถึงความหลากหลายและความคิดสร้างสรรค์ของหัตถศิลป์ไทย ที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาที่สืบทอดมานานต่อยอดกับแนวคิดสมัยใหม่และความยั่งยืนที่กำหนดทิศทางอนาคตของแฟชั่นไทย ที่ STYLE Bangkok 2024

STYLE Bangkok 2024 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้ธีม  “ChicNature’' ตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 24 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ www.stylebangkokfair.com 


“วราวุธ” ดัน ศพอส.-โรงเรียนผู้สูงอายุ พัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่ จ.พะเยา เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) และโรงเรียนผู้สูงอายุวัดร่องคือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยพระครูประยุต ศุภการ เจ้าอาวาสวัดร่องคือ กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมมอบความช่วยเหลือต่างๆ ให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับผู้สูงอายุ รถสามล้อโยกสำหรับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ทั้งนี้ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และทีม One Home พม.หนึ่งเดียว จ.พะเยา ร่วมลงพื้นที่
นายวราวุธ กล่าวว่า “วัดร่องคือ” เป็นวัดที่อยู่สุดเขตอำเภอเมืองจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่มากกว่า 2 ไร่ โดยมีพระครูประยุตศุภการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อปี 2556 ได้ระดมทุนซื้อที่ดิน จำนวน 9 ไร่ ให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ และเมื่อปี 2563 ทางวัดได้ระดมทุนจัดซื้อที่ดิน โดยอุทิศให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และได้งบประมาณจากกระทรวง พม. ในการ จัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) อีกทั้งเมื่อปี 2560 คณะสงฆ์ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้จัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุวัดร่องคือ ปัจจุบัน มีครูจิตอาสา 10 รูป/คน มีนักเรียน 164 คน เปิดการเรียนทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น. โดยมีการเรียนธรรมะ การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ กิจกรรมนันทนาการ ร้องเพลง ออกกำลังกาย ฝึกฟ้อนรำ รำไม้พลอง เต้นตารางเก้าช่อง เพื่อฝึกสมองและกล้ามเนื้อ ฝึกทักษะทำอาหาร ขนม งานฝีมือเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม โดยเฉพาะการเต้นบาสโลบ เป็นกิจกรรมที่ขึ้นชื่อที่สุดของนักเรียน

นายวราวุธ กล่าวว่า และมีการสอบวัดผลการศึกษา 2 ครั้งต่อปี มีการเข้าค่ายปฏิบัติธรรม 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน และเมื่อเรียนครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรชั้นต้น หากเรียนต่ออีก 2 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรชั้นกลาง และเรียนต่ออีก 2 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง ซึ่งเมื่อเรียนครบ 7 ปี มีสิทธิเข้าสอบคัดเลือกเป็นครูจิตอาสา และสามารถออกไปเยี่ยมให้ความรู้ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เป็นการทำงานเชิงรุกอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร "พลังผู้สูงอายุ" ที่ให้การศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งหวังให้นักเรียนผู้สูงอายุทุกคน มีการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่เป็นภาระสังคม และที่สำคัญที่สุด คือการได้เป็นที่พึ่งของสังคม


นายวราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา นักเรียนผู้สูงอายุต่างมีความสุขกับทุกกิจกรรม และมีความภูมิใจในศักยภาพของตนเอง ที่สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ ซึ่งมุ่งเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ จากการวัดผลของการสังเกตการณ์และสอบถามความเป็นอยู่ของนักเรียนผู้สูงอายุเอง เช่น นักเรียนที่ป่วยด้วยโรคประจำตัว กลับมามีสุขภาพแข็งแรงร่าเริงแจ่มใสมากขึ้น การปรับบุคลิกภาพให้เข้ากับคนในครอบครัวและสังคมได้ดีขึ้น อยากมาโรงเรียน จากเดิมที่มีการปิดภาคเรียนปีละ 2 เดือน ปัจจุบัน นักเรียนขอให้มีการเรียน โดยไม่ต้องปิดภาคเรียน นอกจากนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ได้สนับสนุนวัดร่องคือ สร้างบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุภายในบริเวณวัด เพื่อดูแลผู้สูงอายุและคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งปัจจุบัน มีผู้สูงอายุเข้ามาพักอาศัยเรียบร้อยแล้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์

‘กลุ่มธนบุรี’ เปิดตัว ‘smart’ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ถ่ายทอด DNA จาก Mercedes-Benz สะท้อนตัวตนที่แตกต่างอย่างมีสไตล์

ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองไม่ได้มองหาแค่ “ยานพาหนะ” สำหรับการเดินทาง แต่รถยนต์คู่ใจต้องสะท้อนตัวตน รสนิยม และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างล...

โวยวายดอทคอม