วันจันทร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567

พม. จับมือเครือข่าย สอนหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ”

ป้องกันตกเป็นเหยื่อ สแกมเมอร์ - แก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว - หลอกให้ซื้อของไม่ได้คุณภาพ 

วันนี้ (8 ม.ค. 67) เวลา 11.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” รูปแบบออนไซต์และออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับประชาชนในสังคม เพื่อการสื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ป้องกันการตกเป็น “เหยื่อ” ของผู้ไม่หวังดีในกระบวนการสื่อสาร โดยนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ โดยมี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ รศ.ดร.ภก.สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนพัฒนาคุณภาพและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล นายวันชัย บุญประชา ที่ปรึกษา “กลุ่มคนตัว D” บริษัท ทำมาปัน จำกัด และนางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมเปิดงาน ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายวราวุธ กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุตั้งแต่ปี 2548 และจากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566 พบว่าผู้สูงอายุไทยมีจำนวน 13 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ นับว่าเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ และจากข้อมูลผลการสำรวจสถานการณ์และผลกระทบจากการเปิดรับสื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2566 โดยการเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน ของศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (Intelligence Center for Elderly Media Literacy – ICEML) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2566 มีจำนวนผู้สูงอายุไทยที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงผ่านสื่อมากถึง 22.40% โดยตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้ซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ มีจำนวนมากถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ผู้สูงอายุยังคงถูกหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 14 และจากข้อมูลมติสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติรองรับสังคมสูงวัย ปี 2566 ยังพบอีกว่าความสามารถในการใช้งานสื่อเทคโนโลยีและการรู้เท่าทันภัยจากเทคโนโลยีดิจิทัลของผู้สูงอายุอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงและเป็นเป้าหมายต่อการถูกหลอกลวงจากโลกออนไลน์ได้ง่าย ทั้งจากเรื่องโรมานซ์สแคม (Romance Scam) และแก๊งคอลเซนเตอร์ (Call Center) ซึ่งเป็นการถูกหลอกลวงที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน


นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย 3 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” เพื่อนำมาใช้เป็นหลักสูตรแกนกลางของโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 2,456 แห่งทั่วประเทศ ผ่านหลักการสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ 1) การรู้จักและเข้าถึงสื่อ ผู้รับสารสามารถเลือกใช้สื่อได้ตามที่ต้องการ 2) การวิเคราะห์ทำความเข้าใจสื่อ ผู้รับสารสามารถทำความเข้าใจหรือตีความข้อมูลที่สื่อส่งมาได้  3) การประเมินผลกระทบจากสื่อ ผู้รับสารสามารถประเมินผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบได้ และ 4) การใช้สื่ออย่างปลอดภัย ผู้รับสารสามารถใช้ข้อมูลนั้นต่อไปอย่างปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทดลองหลักสูตรโดยจัดอบรมวิพากษ์หลักสูตรในพื้นที่โรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ครั้งที่ 2 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี  



นอกจากนี้ กระทรวง พม. โดย ผส. และภาคีเครือข่ายทั้ง 3 หน่วยงาน ได้ผลิตเล่มหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ (E – book) รวมทั้งการจัดทำเว็ปไซต์ (Website) เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ มีแผนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสูงวัยรู้ทันสื่อ 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย 1. ภาคกลาง ณ จังหวัดสุพรรณบุรี 2. ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย 3. ภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา และ 4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด 


นายวราวุธ กล่าวต่อไปอีกว่า จากสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้ว วันนี้เกิดมิจฉาชีพมากมายที่เริ่มเข้ามาหาผลประโยชน์จากผู้สูงอายุ แม้จะเป็นผู้มากประสบการณ์ แต่ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเล่ห์กลทั้งหลายที่มาในรูปแบบของออนไลน์ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถึงแม้ว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้สูงอายุได้ใช้เทคโนโลยีเทคโนโลยีใหม่ ๆ และโซเชียลมีเดีย แต่เปรียบเหมือนดาบสองคม ที่นำเอามิจฉาชีพมาถึงประตูบ้าน ทำให้เงินจำนวนมากต้องสูญเสียไปไม่ว่าจะเป็น เงินออม เงินบำนาญ ดังนั้น วันนี้ หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัวดี เพราะว่าการที่ร่วมมือกันทำงานทำให้พี่น้องประชาชนในส่วนของผู้สูงอายุจะมีองค์ความรู้ มีเกราะป้องกัน ไม่เสียรู้ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป และหวังว่าโครงการที่ดีเช่นนี้ จะได้รับการต่อยอดและขยายผลไปยังผู้สูงอายุกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ และในอนาคตจากนี้ไป ผู้สูงอายุในประเทศประเทศไทยจะไม่หลงกลให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่หากินกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าหากได้รับข้อความ SMS หรือทางแอปพลิเคชัน LINE หรือ WhatsApp อย่าพึ่งเชื่อ และขอให้ลบทิ้งไปจะปลอดภัยที่สุด

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรนี้ จะมีทั้งที่เป็นรูปเล่มหนังสือให้อ่าน และ E – book อีกทั้งจะมีวิทยากร ซึ่งจริง ๆ แล้ว การทำความเข้าใจกับหลักสูตรที่ว่า “หยุด คิด ถาม ทำ” หากว่าได้มีการพูดคุยและฟังจากประสบการณ์จริง ตนเชื่อว่าจะสอนผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวได้อย่างชัดเจน และจำแม่นขึ้น ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทางออนไลน์ โดยจะมีทั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล สสส. และกลุ่มคนตัวดี รวมทั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ จะมีการส่งข้อมูลไปยังโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศอีกด้วย

#ช่วย24ชั่วโมง #พม24ชม #ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #พมหนึ่งเดียว #ศรส #พม #ผู้สูงอายุ #หยุดคิดถามทำ #ผส

วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2567

“คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รสชาติ อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์ที่หลากหลาย

โปรพิเศษ "Happy Children's Day 2024" ซื้อ 1 แถม 1 ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา

“คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว มี 2 สูตร 2 รสชาติ หอมอร่อย อัดแน่นไปด้วยคุณภาพพร้อมประโยชน์เน้นๆ ตัวช่วยของคุณพ่อคุณแม่เพื่อการดูแลหนูๆ น้องๆ อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนในแต่ละวัน สูตรแรก “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” รสส้ม ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และสูตรที่ 2 “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” รสมิกซ์เบอร์รี่ บำรุงสมองและสายตา หนูๆ น้องๆ ทานดี มีสารอาหารเสริมสร้างพัฒนาการเติบโตต่อร่างกาย ทุกคนในครอบครัวทานได้ มีประโยชน์ทุกช่วงวัย ปลอดภัย มีงานวิจัยรองรับ และการรับรองจาก อย. ประเทศไทย

“คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Mutivitamin) วิตามินเม็ดเคี้ยว รสส้ม ประกอบด้วย วิตามินซีจากธรรมชาติ อะเซโรลา เชอรี่ สกัด นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีงานวิจัยรับรองว่าเป็นวิตามินซีที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว และคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ทั่วไป  โดยวิตามินซีธรรมชาตินี้จะไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและไต และไม่ทำลายสารเคลือบฟัน ผสานกับ ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์, ซิงค์ และวิตามินรวม 13 ชนิด เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อหวัด ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด ลดอาการภูมิแพ้ และป้องกันการขาดวิตามินในร่างกาย เพิ่มความแข็งแรง 

“คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA plus Bilberry) วิตามินเม็ดเคี้ยว รสมิกซ์เบอร์รี่ ประกอบด้วย น้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ นำเข้าจากออสเตรเลียที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 (Omega 3) ได้แก่ ดีเอชเอ (DHA) ที่มีคุณสมบัติทำให้การเชื่อมต่อและสื่อสารระหว่างเซลล์สมองมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเซลล์สมองมีการเชื่อมต่อได้มากขึ้น ส่งผลให้การเรียนรู้เร็วขึ้นและความจำดีขึ้น ผสานกับ โคลีน ที่ช่วยเพิ่มสารสื่อนำประสาท พร้อมด้วย แอล-ไลซีน และ วิตามินบีรวม 7 ชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1, วิตามินบี 3, วิตามินบี 5, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, กรดโฟลิค และไบโอติน ผสานกับ สารสกัดจากบิลเบอร์รี่, เบอร์รี่รวม 6 ชนิด และวิตามินเอ เพื่อการดูแลสมองและสายตา เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง บำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็น ลดอาการตาแห้ง ลดความอ่อนล้าจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน


เพื่อให้ร่างกายได้รับปริมาณสารอาหารและวิตามินครบถ้วนในแต่ละวัน แนะนำให้รับประทานสูตรละ 1-3 เม็ดต่อวัน เม็ดเคี้ยว อร่อยดีมีประโยชน์ ทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารกันเสีย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว 

พิเศษกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม สุขสันต์วันเด็กแห่งชาติ "Happy Children's Day 2024" ไปกับคิทโด้ วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รส เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง บำรุงสมองและสายตาที่ดีของน้องๆ หนูๆ ด้วยราคาพิเศษ คิทโด้ 1 ซอง บรรจุ 12 เม็ด แถมฟรีอีก 3 เม็ด (แถมในซอง) รวมเป็น 15 เม็ด/ซอง “ซื้อ 1 แถม 1” คละรสชาติได้ เพียง 49 บาท จากปกติ 98 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 23 มกราคม 2567 สามารถซื้อได้ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ 

“คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว เคี้ยวอร่อย ประโ ยชน์เน้นๆ 2 สูตร 2 รสชาติ จัดจำหน่ายโดย บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด

สามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/
FB : https://www.facebook.com/kitdoclub และ Line : @Kitdo


วันเสาร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2567

พาณิชย์ชวนเที่ยว...ตลาดต้องชม “ตะลอนเที่ยววิถีไทเลย ตะลุยตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง”

วันเสาร์ที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ ตลาดต้องชม ตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง จังหวัดเลย


​นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะให้เกียรติเยี่ยมชมตลาดเย็นชมวิถีไทเลย ในกิจกรรม พาณิชย์ชวนเที่ยวตลาดต้องชมทั่วประเทศ “ตะลอนเที่ยววิถีไทเลย ตะลุยตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง” หนึ่งในตลาดต้องชม 251 แห่ง ทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเลย ผู้บริหารตลาดให้การต้อนรับพร้อมรับชมการแสดงต้อนรับจากนางรำร้อยปี เอกลักษณ์ของชาวเชียงคาน ชื่อชุดการแสดง “ฟ้อนเบิ่งโขง” พร้อมมอบผ้าฝ้ายทอมือ ผูกเอวให้ท่านรองนายกฯ แสดงถึงความเคารพ และการต้อนรับของชาวบ้านเชียงคานต่อผู้มาเยือนเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเที่ยวตลาดต้องชม เน้นให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่แสดงออกในรูปแบบของสินค้าพื้นเมือง การละเล่น และการแสดง รวมไปถึงทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อเป็นการดึงดูดให้กลุ่มคนและนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้เข้ามาสัมผัสท่องเที่ยวพักผ่อน และได้มีโอกาสไปเที่ยวตลาดต้องชมทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดการ เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ให้กับชุมชนให้มากที่สุด


อีกทั้งมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวร่วมถ่ายภาพ ณ จุด Landmark เช็คอินพร้อมแชร์ผ่านช่องทางสื่อโซเซียลมีเดีย เพื่อรับคูปองชวนช้อป 50 บาททันที จาก DIT GO เมื่อมาเที่ยวตลาดต้องชมทั่วประเทศ ถึงวันที่ 7 มกราคม 2567 กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในช่วงปีใหม่ให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นการบริโภค สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและคณะคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เดินเที่ยวชม ชิม ช้อป สินค้าตลาดต้องชม “ตะลอนเที่ยววิถีไทเลย ตะลุยตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง”พร้อมผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเลย และผู้บริหารตลาด แวะชมนวดยองเส้น ร้านยายคำก้อย แวะชมร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมจากชุมชนเชียงคาน ณ ร้านมักเลาะ แวะชิมร้านมะพร้าวแก้วทำสด น้ำตาลมะพร้าวปั้น ณ ร้านวรรัตน์มะพร้าวแก้ว แวะเยี่ยมชมกิจกรรมการแสดงระหว่างทาง ได้แก่ โปงลาง ชุดผีขนน้ำ  แวะเยี่ยมชม และลงชื่อเป็นที่ระลึกกระเป๋าผ้าฝ้ายดิบของที่ระลึกเชียงคาน แวะชิมร้านผัดไทยห่อใบบัว ณ ร้านเหลียวแล  แวะชิมร้านไอติมบาหยันเสิร์ฟบนผลแคนตาลูปสดทั้งลูก  แวะชิมร้านโรตีผีตาโขน @เชียงคาน แวะร้านขนมบัวลอย ร้านบัวลอยโรจน์เลย และแวะชมร้านเสื้อผ้าพื้นเมือง ร้านนิยมไทย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า  รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการดำเนินการด้านการตลาดภายในประเทศ โดยตั้งเป้าให้มีตลาดชุมชนเกิดขึ้นในทุกมุมเมือง เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าโดยตรงแก่ประชาชน  กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์จึงได้ดำเนินโครงการตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่นขึ้น ภายใต้ชื่อ “ตลาดต้องชม” ดำเนินการพัฒนาหรือยกระดับตลาดที่จำหน่ายสินค้าเกษตร หัตถกรรม งานศิลปะ สินค้า OTOPs และสินค้าอุปโภคบริโภคของชุมชนที่ผลิตโดยเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs และคนในชุมชนหรือพื้นที่ใกล้เคียง และส่งเสริมเป็น “ตลาดต้องชม” ที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีการจำหน่ายสินค้าที่มีความเที่ยงตรง เที่ยงธรรม โปร่งใส มีการปิดป้ายแสดงราคา เครื่องชั่งเที่ยงตรง และจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพดี ตามเอกลักษณ์พาณิชย์ ควบคู่ไปกับการรักษาศิลปวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์วิถีของชุมชน

โดย “ตลาดต้องชม”  นี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้กับชุมชน เป็นสถานที่ที่ไม่ว่าจะเป็นคนในท้องถิ่นหรือผู้มาเยือนจากต่างถิ่น ต่างต้องแวะชม แวะเวียนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ศิลปะ วิถีชีวิต อัตลักษณ์และความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งล้วนแล้วเป็นอำนาจแห่งการสรรค์สร้างเศรษฐกิจชุมชน หรือ ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่กระจายไปทั่วประเทศ   ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยประชาชนสามารถ เที่ยวชม ช้อป ชิม สินค้าในตลาดต้องชมได้ โดย “ตลาดต้องชม” ได้แก่

ภาคกลาง 5 จังหวัด 5 ตลาด  

1.จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่  ร้านค้าชุมชนริมคลองพระยาสุเรนทร์

2.จังหวัดนครปฐม ได้แก่ ตลาดน้ำดอนหวาย

3.จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ ตลาดน้าไทรน้อย

4.จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ ตลาดชุมชนวัดโบสถ์

5.จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ภาคเหนือ 4 จังหวัด 6 ตลาด

1.จังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ ตลาดย้อนยุคนครชุม

2.จังหวัดน่าน ได้แก่ 1)  กาดข่วงเมืองน่าน
2) กาดแลงเมืองปัว มาม๋วนใจ๋ 3) ร้านค้าชุมชนวัดพระธาตุแช่แห้ง

3.จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ ตลาดวิถีชุมชน ฅนพิษณุโลก

4.จังหวัดพะเยา ได้แก่ ตลาดบ้านบัว


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด 5 ตลาด

1.จังหวัดขอนแก่น ได้แก่ ตลาดสีเขียวขอนแก่น (Green Market)

2.จังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ ตลาดสะพานไม้แกดำ

3.จังหวัดสกลนคร ได้แก่ ตลาดย่านเมืองเก่าสกล ถนนผ้าคราม

4.จังหวัดหนองคาย ได้แก่ ตลาดแคมของหนองคาย

5.จังหวัดเลย ได้แก่ ตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง

ภาคใต้ 4 จังหวัด 4 ตลาด

1.จังหวัดตรัง ได้แก่ ตลาดนาปด

2.จังหวัดพังงา ได้แก่ ถนนวัฒนธรรมเมืองเก่าตะกั่วป่า

3.จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ ตลาดนัดวัดเทพ

4.จังหวัดสงขลา ได้แก่ หลาดริมเล @ เกาะยอ 

สามารถเที่ยวชมตลาดต้องชมทั่วประเทศเพิ่มเติมได้ที
https://www.google.com/maps/d/edit?mid=17N84bs45jrrwvC-EgBWWT5tAViy-stw&usp=sharing  

 

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จาก กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่

563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี  11000
โทรศัพท์ : 0 2507 5530 , สายด่วน 1569

ช่องทางออนไลน์: https://www.facebook.com/ditfamilyhomes

มูลนิธิสังคมสุขใจ ผนึกกำลังภาคี เตรียมจัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9

ชูคอนเซ็ปต์ “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” ตอบโจทย์เทรนด์โลกสายกรีน 26 – 28 ม.ค.นี้ ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม เข้างานฟรี!!


นครปฐม 6 มกราคม 2567 : มูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ องค์การมหาชน (สสปน.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กลุ่มเซ็นทรัล Rxv Wellness Village PTTGC SCGP สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ภาคีภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ เตรียมจัดยิ่งใหญ่ งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด "รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” ร่วมผลักดันเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตอบโจทย์เทรนด์โลกสายกรีน ในงานช้อปจุใจ กับ 9 ไฮไลท์สุดปัง ทั้งความรู้ เวิร์คช็อป เครือข่าย และสินค้าเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรเครือข่ายทั่วประเทศ กว่า 200 บูธ ตั้งแต่ 26-28 มกราคม 2567 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม เข้างานฟรี!! 



นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่มูลนิธิสังคมสุขใจมุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน สามารถขยายเครือข่ายออกไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย เชื่อมโยงคนทุกกลุ่มตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จนทำให้เรื่องเกษตรอินทรีย์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และกลายเป็นต้นแบบเกษตรยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดนครปฐม  ที่กำหนดให้การเกษตรเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ  มีการส่งเสริม และสนับสนุน ให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยเชิงรุก ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ในเรื่องอาหาร แต่ยังเชื่อมโยงเรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ เช่น ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ  ทางจังหวัดจึงยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีการจัดงานสังคม สุขใจอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่า ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชน  จะได้รับแรง บันดาลใจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์






นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ประธานจัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 9 กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ  จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 เป็นงานที่มีการรวมตัวของคนขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ทั้งห่วงโซ่มากที่สุด ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลาย ที่จะได้มาเจอกันปีละครั้ง เพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งด้านการผลิต การจำหน่าย การตลาด นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงพันธมิตรใหม่ๆ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจโดยเฉพาะเกษตรกรต้นน้ำ ขณะที่ผู้ประกอบการจะได้พบกับผู้ผลิตที่หลากหลาย ส่วนผู้บริโภคก็จะได้มาเลือกซื้อสินค้าอินทรีย์ที่มีคุณภาพดีจากเกษตรกรตัวจริงที่มาจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในงานยังมีความรู้ดีๆ มากมายให้เลือกช้อป ทั้งรูปแบบของงานวิจัย เวทีเสวนาหัวข้อต่างๆ  จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงนิทรรศการ เรียกว่างานเดียวช้อปได้ครบครัน 

“งานสังคมสุขใจครั้งนี้ เราออกแบบกิจกรรมต่างๆ ให้ตอบโจทย์ Sustainability หรือความยั่งยืน และได้ร่วมผลักดันซอฟท์พาวเวอร์ การกินอยู่แบบวิถีอินทรีย์ ที่ทุกคนจะเห็นความเชื่อมโยงของสังคมอินทรีย์ สังคมแห่ง ความเกื้อกูล อันเป็นวัฒนธรรมไทยที่ดีงามและมีคุณค่า ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น อาหารไทย และสมุนไพรไทย ที่มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาและความเป็นไทย อีกทั้งการสนับสนุน BCG Economy ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศไทย และกระแสโลก  ที่ให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม”  นายอรุษ กล่าว    

โดยในงานพบกับ 9 กิจกรรมไฮไลท์สุดปัง!!  ได้แก่

1. ช้อปจุใจ สินค้าเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล เครือข่ายเซ็นทรัลทำ เครือข่าย ส.ป.ก. และกลุ่มเกษตรกร จากทั่วประเทศกว่า 200 บูธ ครอบคลุมสินค้า ข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล อาหารปรุงสด สินค้าแปรรูป งาน Art & Craft เก๋ๆ มากมาย

2. เวิร์คช็อปความรู้น่าสนใจหมุนเวียนกันมาให้สนุกทุกวัน เช่น การย้อมผ้าจากเปลือกไม้   การทำน้ำยาบ้วนปากสมุนไพร การทำเส้นบุก การทำเครื่องดื่มแห่งกายะ สาธิตการทำขนมอินทนิล การทำน้ำอ้อยแฟนซี เป็นต้น 

3. Kids zone โซนสนุกของวัยซน กับกิจกรรม DIY ถุงผ้าจากสีธรรมชาติ อโรม่าออย ยาดมสมุนไพร ตะลุยแปลงนา เรียนรู้วิถีชาวนาไทย ดำนา สีข้าว ฝัดข้าว 

4. เปิดประสบการณ์รักษ์โลกกับ ลุงรีย์ “อังเคิลรีย์แก๊ง” กับกิจกรรม โอมากาเสะเห็ด × สังคมสุขใจ เมนูเด็ดจากเห็ดมิลกี้ การเลี้ยง ไส้เดือนและหนอนแมลงวันลาย และ Rethink & Upcycling พลาสติก (**เฉพาะ ศุกร์ 26 มกราคม 2567 วันเดียวเท่านั้น) 

5. Business Matching โครงการ Farm to Functions Plus ร่วมกับ TCEB เปิดพื้นที่จับคู่ธุรกิจ ส่งเสริมผู้ประกอบการไมซ์  ซื้อสินค้าอินทรีย์ตรงจากเกษตรกร กว่า 30 ราย 

6. Zero Food Waste ถ่ายทอดความรู้พร้อมสาธิตการจัดการขยะอาหาร ด้วยนวัตกรรมเครื่องย่อยเศษอาหารเป็นปุ๋ยภายใน 24  ชั่วโมง  

7. คลินิกเกษตรครบวงจร ให้คำปรึกษาฟรี โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

8. นิทรรศการตามเทรนด์ เช่น Amazing Organic ท่องเที่ยววิถีออร์แกนิก ของดีไม่ต้องพ'ยาม แนะนำแหล่งเที่ยววิถีชีวิต แหล่งเที่ยวคาร์บอนต่ำ กับ ททท. และ TEATA และเวทีเสวนาความรู้มิติต่างๆ จากคนต้นแบบวงการเกษตรอินทรีย์ และเกษตรกรกูรูที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 

9. สนุกกับกิจกรรม TOCA Earth Points Promotions สะสมคะแนนแลกรับสิทธิพิเศษมากมายภายในงาน 



นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมรักษ์โลกอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลากหลายกิจกรรม เช่น โครงการ “วน” เปิดบูธรับบริจาคถุงและฟิล์มพลาสติกยืด เพื่อนำกลับมารีไซเคิล และโครงการร้านปันกัน ของมูลนิธิยุวพัฒน์ ที่ชวนทุกคนร่วมแบ่งปันรอยยิ้มให้เด็กๆ ด้วยการอุดหนุนสินค้ามือสอง อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของใช้  ของตบแต่ง งานแฮนด์เมด และงาน Art & Craft ต่างๆ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับน้องๆ นักเรียน เรียกว่า งานเดียวช้อปได้ครบครัน นอกจากสินค้าดีๆ มากมาย หลากหลาย ให้ซื้อหา ยังมีความรู้ มีเครือข่าย มีพันธมิตรทางธุรกิจ จัดมารวมไว้ให้ช้อปแบบจุใจ       อีกทั้ง พื้นที่จัดงานร่มรื่น ใกล้ชิดธรรมชาติ โอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวเย็นตา มีจุดถ่ายรูปสวยๆ ให้เช็คอิน และฟินกับ มุมผ่อนคลาย ทั้ง ตอกเส้น และ นวดเท้า เป็นต้น


ต้องห้ามพลาด!! งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2567
ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่ เวลา 09.00-17.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ข้อมูลการเดินทางสอบถามได้ที่ โทร 034 322 588-93
หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook/งานสังคมสุขใจสวนสามพราน https://www.facebook.com/SangkomSookjai

วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567

ไ ป ล อ ง ม า แ ล้ ว มีอยู่มีกิน หมูกระทะคุ้มๆ ฟิวธรรมชาติ แคมปิ้งกางเต็นท์

วันนี้โวยวายดอทคอม อยู่ที่ บุฟเฟต์หมูกระทะย่านสายไหมที่สายเนื้อต้องโดน ร้านนี้ชื่อ  มีอยู่มีกินสำหรับใครที่อยากได้ฟิวธรรมชาติ แคมปิ้งกางเต็นท์ นั่งกินกมูกะทะแนะนำที่นี่เลย นั่งชิล เพลินๆ หมูกระทะบุฟเฟ่ต์ปาร์ตี้ปิ้งย่าง ราคา 189 บาท ไม่จำกัดเวลา มาเอาพิกัดนี้ไปเลย บรรยากาศปังมาก ร้านน่ารักบรรยากาศดีมากกกเต็ม10 ให้ 100 เลย




ร้านหมูกะทะสไตล์แคมป์ปิ้ง บรรยากาศดี เหมาะกับไปปาร์ตี้ชิลล์ๆ หรือทานข้าวกับครอบครัว บรรยากาศร้านมีทั้งโซนด้านหน้าให้อารมณ์ ส่วนด้านใน ไลน์อาหารทางร้านมีบริการเสิร์ฟให้ที่โต๊ะแบบไม่อั้น เตาใหญ่ ถ่านแรง นั่งปิ้งสบายๆ โดยทางร้านก็มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทีเด็ดคือวัตถุดิบที่เลือกใช้ของดี มีไส้เป็ดด้วย ทุกจานดีเกินราคาบุฟเฟต์ สด สะอาด บอกเลยว่าน้ำจิ้ม (สูตรลับๆ )เด็ดมากและน้ำจิ้ม นอกจากนี้ยังมี ของทอด ผักสด 

🐮 #สายเนื้อ มีเนื้อสไลซ์นุ่มๆ 

🦐 #สายซีฟู้ด  ปลาหมึกกรอบ แมงกะพรุน 

🐷 #สายหมู สามชั้นสไลซ์ เบคอน และหมูหมัก

นอกจากนี้ยังมี ของทอด ผักสด มีที่นั่งให้เลือกเยอะ นั่งสบายๆ แบบไม่จำกัดเวลาสายบุฟเฟต์หาร้านฉลองหลังปีใหม่ หรือใครอยากโดนหมูกระทะคุ้มๆ ในบรรยากาศสุดชิล มาลองชิมแล้วจะติดใจ บรรยากาศดีมาก

หิวมากโทร 096 269 6999
หิวนิดหน่อยทักเพจเลยจ้า FB: มีอยู่ มีกิน
 

#บุฟเฟต์หมูกระทะ #มีอยู่มีกิน #กินหมูกะทะ

ฉลองรับเดือนแรกแห่งปี 2567 หรือปีมะโรง ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์

                                                                 

                           
ฉลองรับเดือนแรกแห่งปี 2567 หรือปีมะโรง โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนคุณพาครอบครัวหรือนัดก๊วนเพื่อนสนิทมิตรสหายมาสังสรรค์ ทานบุฟเฟต์ดินเนอร์ที่รวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียมไว้กับอาหารนานาชาติได้ไม่อั้นสำหรับมื้อเย็น เมนูพิเศษที่ไม่ควรพลาดคือ ซูชิฟัวกราส์ ซาชิมิกุ้งหวาน ข้าวหน้าเป๋าฮื้อซอสมันปูญี่ปุ่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว ซุปเห็ดทรัฟเฟิล แซลมอน-กุ้งดองซีอิ๊วเกาหลี และ เทปปันยากิกุ้งแม่น้ำ ที่ห้องดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ ราคาท่านละ 1,700 บาท 




โปรโมชั่นพิเศษ “ตลอดเดือนมกราคมนี้ เหลือเพียงท่านละ 1,111 บาทเท่านั้น” 

บุฟเฟต์มื้อเย็นเปิดบริการเวลา 18.00 – 22.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8429-30
หรือ ไลน์ @theemeraldhotel  และ www.facebook.com/theemeraldhotel

วันอังคารที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2567

ททท.เผยเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567

สุดคึกคัก ดันนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 28 ล้านคน ทะลุเป้าปี 2566 


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ทั่วประเทศไทย สุครึกครื้น ดันประเทศไทยสู่ Global Countdown Destination พร้อมแย้มข่าวดีนักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2566 สูงถึง 28 ล้านคน ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 




นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า การจัดงานเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 ของพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยในปีนี้มีความคึกคักเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานครที่มีการจัดงาน เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่และวิจิตรตระการตาด้วยการแสดงพลุและแสงสีเสียงในหลายพื้นที่ รวมถึง Amazing  Thailand Countdown 2024 วิจิตร อรุณ ที่มีฉากแลนด์มาร์กอันสวยงามของวัดอรุณราชวราราม ซึ่งได้รับ การถ่ายทอดสดผ่านรายการ“New Year’s Eve Live” ของสถานีโทรทัศน์CNN สู่สายตากว่า 347 ล้านครัวเรือน ทั่วโลก สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น Global Countdown Destination อย่างแท้จริง ในขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นงาน Korat Winter Festival & Countdown 2024 จ.นครราชสีมา งาน Amazing Chiang Mai Countdown 2024 จ.เชียงใหม่ งาน AWAKEN KHONKAEN COUNTDOWN  2024 จ.ขอนแก่น รวมทั้งงานเค้าท์ดาวน์ที่จัดขึ้นในจ.นครพนม ร้อยเอ็ด สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต  และสงขลา ต่างมีคนเข้าร่วมงานหนาแน่น ช่วยสร้างสีสัน ดึงดูดการเดินทางท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ในประเทศ ซึ่ง ททท.ประเมินว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทย 54,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 เมื่อเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองนี้ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ในปี 2566 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจ านวน 28 ล้านคน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 25 ล้านคน  





โดยมีแรงส่งในช่วงปลายปีจากนโยบายของรัฐบาลในการออกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย ขยายวันพ านักให้นักท่องเที่ยวรัสเซีย การอ านวยความสะดวกการผ่านแดนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย  รวมถึงการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ Thailand Winter Festival ด้วยความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ททท. หน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน จากข้อมูลสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2566 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจ านวน 28,042,131 คน เติบโตร้อยละ 151 เมื่อเทียบกับปี  2565 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1,201,518 ล้านบาท 


โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 4,563,020 คน จีน 3,519,735 คน เกาหลีใต้ 1,658,688 คน  อินเดีย 1,626,720 คน และรัสเซีย 1,481,878 คน

ข่าวประชาสัมพันธ์

“เมเปิ้ล พัชชุดาญ์” กระเดงลูกสาว ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ค่าย IDX

ในงาน Thai Content Experience 2026 (TCX) ปีนี้ธรรมดา ที่ไหน เพราะนี่คือการ รวบรวมและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในทุกมิติ ตั้งแต่ ภาพยนตร...

โวยวายดอทคอม