วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562

“The Simply Exceptional 2019 Gala Dinner” (เดอะ ซิมพลี เอ็กซ์เซปชั่นนอล 2019 กาลา ดินเนอร์)

งานกาลาดินเนอร์ที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simply Exceptional”

เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจเป็นเจ้าภาพสืบสานความสัมผัสระหว่างประเทศไทย-เบลเยียม-เลโซโท จัดงานใหญ่พร้อมโชว์เครื่องเพชรหายากมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท

เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ เป็นเจ้าภาพในการจัดงานสืบสานความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานของ 3 ราชอาณาจักร “ไทย-เบลเยียม-เลโซโท” ภายใต้ชื่องาน “The Simply Exceptional 2019 Gala Dinner” (เดอะ ซิมพลี เอ็กซ์เซปชั่นนอล 2019 กาลา ดินเนอร์) งานกาลาดินเนอร์ที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simply Exceptional”
มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551 โดยชื่อของมูลนิธิถูกตั้งขึ้นตามชื่อของเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ หรือชื่อจริงว่า กุสตาฟว์ รอแล็ง-ฌักแม็ง (Gustave Rolin-Jacquemyns) หรือที่รู้จักในนาม โรลังยัคมินส์ นักกฎหมายและนักการเมืองชาวเบลเยี่ยมที่เข้ามารับราชการในตำแหน่งที่ปรึกษาราชการแผ่นดินทั่วไปสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ระหว่างปี พ.ศ. 2435-2444) ด้วยความสามารถรอบด้านและคุณูปการของโรลังยัคมินส์ที่มีต่อประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้โรลังยัคมินส์เป็นเจ้าพระยาอภัยราชา สยามานุกูลกิจ สกลนิติธรรมศาสตราจารย์ มหิบาลมหาสวาภักดิ์ ปรมัคราชมนตรี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เป็นที่ปรึกษาราชการทั่วไป นับเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งชาวต่างชาติเป็นเจ้าพระยาเทียบชั้นเสนาบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดทางราชการในสมัยนั้น มูลนิธินี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ ระลึกถึงคุณงามความดีรวมถึงผลงานของท่านที่มีต่อประเทศไทยไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์และเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรเบลเยียมและราชอาณาจักรไทย รวมถึงให้ความช่วยเหลือสังคม โดยที่ผ่านมาได้ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแก่เยาวชนที่ด้อยโอกาสให้มีอนาคตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปของทุนการศึกษา โครงการส่งเสริมทักษะความรู้และสร้างอาชีพ โครงการล่าสุดของมูลนิธิฯ คือ การก่อสร้างสนามฟุตบอลทั้งสนามในจังหวัดเชียงราย ซึ่งปัจจุบันได้สร้างงานให้เยาวชนคนหนุ่มสาวผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก




โดยได้รับเกียรติจาก สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 และสมเด็จพระราชินีมาเซเนต โมฮาโต เซเอโซ แห่งเลโซโท เจ้าหญิงเลอา แห่งเบลเยียม พร้อมด้วย หม่อมหลวงสราลี กิติยากร ผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาท เสด็จเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีราชวงศ์จากราชอาณาจักรภูฏาน มาเลเซีย และสหพันธรัฐรัสเซีย เสด็จร่วมงาน พร้อมร่วมมือกับ Mouawad (โมอาว็าด) แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำระดับโลกแห่งราชวงศ์ จัดแสดงเครื่องเพชรสุดล้ำค่าและหาชมยากที่สุดกับการรังสรรค์โดยช่างฝีมือไทย มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท ในวันที่ 11 กันยายน 2562 ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้

เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ กล่าวว่า “ประเทศไทย เบลเยียม และราชอาณาจักรเลโซโท ถือเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ประเทศไทยได้มีการนำเข้าอัญมณีรวมถึงเพชรดิบจากราชอาณาจักรเลโซโทเพื่อนำมาใช้ในการทำเครื่องประดับเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะเลโซโทมีเหมืองเพชรและอัญมณีที่มีคุณภาพสูงที่สุดในโลก ซึ่งในปี พ.ศ. 2561 เคยขุดพบเพชรดิบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก มีน้ำหนักรวมกว่า 911 กะรัต ส่วนประเทศเบลเยียมกับประเทศไทยนั้นมีสัมพันธภาพอันดีงามทั้งด้านการทูตและเศรษฐกิจ มายาวนานกว่า 151 ปี รวมถึงประเทศเบลเยียมที่มีเมืองแอนท์เวิร์ปซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรระดับโลก เพชรมากกว่า 85% มีการซื้อขายกันที่เมืองแห่งนี้ นอกจากนี้ยังได้นำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเครื่องประดับจากประเทศไทยมีความงดงามผ่านการรังสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่มีประณีต จนได้รับการไว้วางใจจากผู้บริโภคและ แบรนด์ต่างๆ ทั้งในระดับอาเซียนและระดับโลกที่มาใช้บริการช่างฝีมือไทยในการสร้างสรรค์ผลงานจิวเวลรี่
ดังนั้น เพื่อการตอยย้ำความสัมพันธ์อันดีของทั้ง 3 ราชอาณาจักร เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ 


จึงได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน “The Simply Exceptional 2019 Gala Dinner” (เดอะ ซิมพลี เอ็กซ์เซปชั่นนอล 2019 กาลา ดินเนอร์) ซึ่งถือเป็นงานกาลาดินเนอร์ที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทยเพื่อเฉลิมฉลองความสัมผัสที่มีมาอย่างยาวนาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simply Exceptional” โดยได้รับเกียรติจาก สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 และสมเด็จพระราชินีมาเซเนต โมฮาโต เซเอโซ แห่งเลโซโท เจ้าหญิงเลา แห่งเบลเยียม พร้อมด้วย หม่อมหลวงสราลี กิติยากร ผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาท และที่พิเศษเพิ่มเติมคือมี ราชวงศ์จากราชอาณาจักรภูฏาน มาเลเซีย และสหพันธรัฐรัสเซีย เสด็จร่วมงานอีกด้วย


ภายในงานได้รวบรวมความพิเศษในด้านต่างๆ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ดังกล่าว ผ่านแนวคิด “Simply Exceptional” ได้แก่ Exceptional Diamonds โดยร่วมมือกับ Mouawad (โมอาว็าด) แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำระดับโลก จัดแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรสุดล้ำค่าและหาชมยากที่สุดในโลก มากกว่า 20 ชุด อาทิ ชุดเครื่องประดับ Mouawad Dragon Suite กับความพิเศษที่ประดับอยู่บนสร้อยคอ Dragon ซึ่งใช้เพชรสีเหลืองเข้มทรงกลมเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก หนัก 54 กะรัต ชุดเครื่องประดับ Mouawad Majestic มูลค่า 780 ล้านบาท โดยใช้เพชรที่ได้จากราชอาณาจักรเลโซโท และ Dynasty Ring ซึ่งเป็นเพชรที่ทำลายสถิติระดับโลกจากสหพันธ์รัฐรัสเซีย เป็นต้น โดยเครื่องเพชรที่นำมาจัดแสดงโชว์ทั้งหมดมีมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี Exceptional People การรวมตัวของบุคคลสำคัญในแวดวงสังคมไทยและระดับโลกมากมายที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานในครังนี้ และยังได้รับเกียรติจาก ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ดร. จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร ขับร้องเพลงอันไพเราะ นอกจากนี้ ยังมี Exceptional Fashion and Beauty Show การแสดงพื้นเมืองร่วมกันระหว่าง ราชอาณาจักรไทย (ชาวอาข่า) และราชอาณาจักรเลโซโท โดยมีชาวอาข่า 9 ท่าน จากจังหวัดเชียงราย ร่วมกันกับนักเรียนชาวบาโซโท 9 ท่าน ตามด้วยการจัดแสดงแฟชั่นโชว์สุดคลาสสิค จากดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง ธรณ ชัชวาลวงศ์ เจ้าของแบรนด์ TAWN C. (ธรณ.ซี) ที่มีผลงานโดดเด่นระดับโลก นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก Miss Lesotho 2019 ร่วมเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ เดินแบบในชุด “Dress of their dreams” หรือ ชุดในฝันของเด็กชาวเขา ที่ได้รับการออกแบบจากดีไซเนอร์ชื่อดัง วรวรรธน์ วราสถิรวัฒน์ เจ้าของ แบรนด์ Voravaj Bangkok ร่วมกับนักเรียนชาวไทยภูเขา จังหวัดเชียงราย โดยการร่วมมือกันออกแบบชุด ในครังนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนชาวไทยภูเขาที่มีใจรักด้านงานแฟชั่น ได้มาสัมผัสการสร้างสรรค์ผลงานจริง เพื่อสร้างประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ในอนาคต ปิดท้ายด้วย Exceptional Food เมนูสุด พิเศษที่รังสรรค์ด้วยไข่ปลาคาเวียร์ในทุกเมนู”

สำหรับงาน “The Simply Exceptional 2019 Gala Dinner” (เดอะ ซิมพลี เอ็กซ์เซปชั่นนอล 2019 กาลา ดินเนอร์) จะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2562 ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ โดยได้รับเกียรติจากราชสกุลพร้อมด้วยบุคคลสำคัญของประเทศไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานอีกมากมาย

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562

ราชภัฎฯ เชียงใหม่ ชวนร่วมบริจาค ถุง ขวด และหลอดพลาสติก รีไซเคิล "โครงการบล็อกปูถนนรีไซเคิล"





ขอรับบริจาคถุง ขวด และหลอดพลาสติกเหลือใช้ที่ไม่ปนเปื้อนเศษอาหารหรือสารเคมี เพื่อนำไปใช้ในการรีไซเคิลเป็นบล็อกปูถนน ใน โครงการบล็อกปูถนนรีไซเคิล ของภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในความดูแลของ ผศ. ดร.เวชสวรรค์ หล้ากาศ หรือ อาจารย์เป้า
โดยนักศึกษาใช้โครงการ ‘ถนนรีไซเคิล’ ผลงานของอาจารย์ มาต่อยอดจนกลายเป็นอีกนวัตกรรมซึ่งช่วยจัดการขยะพลาสติกที่ล้นโลกให้หมุนเวียน และเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยเมื่อ 7 ปีที่แล้วได้เริ่มนำขยะถุงพลาสติกมาผสมในยางมะตอย ปรากฏว่ายางมะตอยมีค่าประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และดีขึ้น ประมาณสัก 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้พัฒนาให้ค่านั้นสูงกว่ามาตรฐานปกติ 300 เปอร์เซ็นต์ ยางมะตอยที่แข็งแร็งขึ้นหมายความว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และใช้ถนนได้ทนทานและยาวนานขึ้น โครงการยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างของนักศึกษาที่ทดลองและต่อยอดขยะเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น หลังคาบ้าน แผ่นพื้น ผนัง หรือทดลองใช้วัสดุอื่นๆ เป็นส่วนประกอบหลัก อย่างการเปลี่ยนจากผสมทรายขวดแก้วบดละเอียดมาผสมกับขยะพลาสติกแทน ซึ่งปัจจุบันกำลังการผลิตบล็อกปูถนนรีไซเคิลต่อวันอยู่ที่ 50 ก้อน ต้องมีขยะถุงพลาสติกซึ่งต่อวันอยู่ที่ 50 กิโลกรัม และถ้าต้องการเร่งกำลังการผลิตให้ถึงจุดคุ้มทุน ต้องมีขยะถุงพลาสติกกว่า 1 ตัน


บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน CONCRETE ASIA 2019 งานแสดงสินค้าและการประชุมด้านคอนกรีต จึงได้เรียนเชิญ ผศ. ดร.เวชสวรรค์ หล้ากาศ มาแบ่งปันเรื่องราวของโครงการบล็อกปูถนนรีไซเคิล ในวันที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 13.00 – 14.00 น. ณ เวทีกลาง อาคาร 10 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้ที่สนใจรับฟังสามารถลงทะเบียนหน้างาน CONCRETE ASIA 2019 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับการรับบริจากถุง ขวด และหลอดพลาสติก สามารถบริจาคได้ที่บูธเลขที่ L14 ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 กันยายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ขอความร่วมมือผู้เข้างานทุกท่านแต่งกายสุภาพและไม่สวมรองเท้าแตะ


ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://concrete-asia.com/ และ https://asean.intermatconstruction.com/

กรมการท่องเที่ยว จัดรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวปี 62 พร้อมชวนสถานประกอบการเข้าร่วม

กรมการท่องเที่ยว จัดงานมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2562 ให้แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจประเมิน และได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จำนวน 443 รายทั่วประเทศ ในวันที่ 2 และ 3 กันยายน 2562 ณ โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร 





นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามอบหมายให้กรมการท่องเที่ยว ดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพระดับสากล ผ่านการจัดทำมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย โดยตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา มีสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านการตรวจประเมินและรับรองแล้วมากกว่า 5,000 แห่ง

ทั้งนี้ ในการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของนักท่องเที่ยว ซึ่งได้พยายามผลักดันและเน้นเรื่องความปลอดภัย สะอาด เป็นธรรม ยั่งยืน และรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นการยกระดับการให้บริการในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและมีศักยภาพที่จะแข่งขันได้ในระดับสากล





การดำเนินการจัด “พิธีมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย” ในครั้งนี้ ได้จัดพิธีมอบเครื่องหมาย เป็น 2 วัน โดยในวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เป็นการมอบเครื่องหมายมาตรฐานให้แก่สถานประกอบการภาคธุรกิจ ส่วนในที่ 3 สิงหาคม 2562 เป็นการมอบเครื่องหมายให้แก่ภาคชุมชน โฮมสเตย์ และแหล่งท่องเที่ยว

ซึ่งในปีนี้มีผู้ที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐาน จำนวน 443 ราย เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เลือกใช้สถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและส่งเสริมให้การท่องเที่ยวของไทยมีมาตรฐานในทุกด้านอย่างยั่งยืนอีกด้วย

กรมการท่องเที่ยวจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สมัครเข้ารับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยเพื่อยกระดับสถานประกอบการ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย ให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก www.thaits.org



สีฟ้า กับเมนูยั่วๆ พลาดไม่ได้


วันนี้ โวยวายดอทคอม ขอแวบมากินเมนูต้นตำรับของ สีฟ้า ร้านนี้เป็นร้านดังของชาวไทย เรียกได้ว่า
เป็นความอร่อยแสนยาวนานกว่า 83 ปี ของความตั้งใจ พิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ผ่านกรรมวิธีการผลิตอันเป็นเอกลักษณ์ ปรุงด้วยสูตรต้นตำรับสีฟ้า กลายเป็นที่มาของความอร่อสีฟ้าร้านนี้ถือเป็นอีกร้านเด็ด เป็นอาหารจานโปรดของคนไทย ความใส่ใจในคุณภาพของวัตถุดิบ เครื่องเทศ และการปรุงอาหาร คือหัวใจสำคัญที่สีฟ้ายึดถือ

อย่าลืม…สีฟ้า…เวลาหิว... เลือกสรรวัตถุดิบชั้นดี ใส่ใจในทุกขั้นตอน  รสชาติอันยอดเยี่ยมและความ
ชิคมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุดิบดีพิถีพิถันการทำ แถมโปรก็มีมาให้ตลอด สีฟ้าอยู่คู่กรุงมากว่า 83 ปี ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น อร่อยเด็ดระดับตำนาน




เรื่องบะหมี่ ไว้ใจสีฟ้า
อย่าถามว่าร้านไหนอร่อย?  วันนี้ โวยวายดอทคอม มาทานบะหมี่ที่ร้านสีฟ้า สาขาเซ็นทรัลเวิลดิ์ ที่นี่เค้ามีชื่อเรื่องบะหมี่  แอบไปสืบเคล็ดลับความอร่อย ว่าทำอย่างไรทำไม เริ่มต้นกัน ที่มื้อง่าย บะหมี่สีฟ้า - บะหมี่ไข่แท้สีเหลืองทองที่ทางสีฟ้าทำเอง ใช้ไข่เป็ดคุณภาพ ผสมให้เข้ากับแป้งสาลีอย่างดีบะหมี่เส้นเล็กเรียวสูตรดั้งเดิมของสีฟ้า บะหมี่ของที่นี่มีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ แบนๆ เหมือนกับเส้นทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่แตกต่างจากที่อื่นๆ เลย คือว่าที่นี่ใช้ไข่ทำบะหมี่อย่างแท้จริง และใช้ไข่เยอะและใส่ด่างน้อยกว่าท้องตลาดทั่วไป ทำให้เวลารับประทานจะได้กลิ่นความหอมของไข่ ที่มีมานานกว่า 80 ปี ใช้ไข่เป็ดคัดเกรด คือวัตถุดิบหลักในการทำเส้นบะหมี่ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนรสชาติก็คงตามสูตรเดิมมาตั้งแต่แรก ทำให้เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม สีเหลืองทอง คลุกเคล้ากับกระเทียมเจียว กลิ่นหอมเตะจมูก ชูความโดดเด่นให้เส้นบะหมี่หอมน่ารับประทาน เปลี่ยนแค่วัตถุดิบที่คุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ




โวยวายสั่ง เมนู The Signature Dishes 
ขอรวมเน้นๆ กันไปเลย เอาแบบจุกๆ จัดหนักๆ กับของกินจากร้านสีฟ้า ฟ้า ให้บริการอาหาร และเครื่องดื่ม โดยเปิดให้บริการในสถานที่ ต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า, โรงพยาบาล และแหล่งธุรกิจต่างๆ เป็นต้น โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็น กลุ่มครอบครัว, วัยรุ่น, วัยทำงาน รวมถึงกลุ่มลูกค้าเก่าดั้งเดิมของสีฟ้า ราคา
ไม่แพง กินได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อบะหมี่แห้งอัศวินลายเสือ คือ การรวมตัวของบะหมี่แห้งอัศวิน  วันนี้เรามีเมนูยอดนิยมที่ใครได้กินแล้วต้องติดใจ




บะหมี่แห้งอัศวิน
คำว่า “อัศวิน” มีที่มาตั้งแต่สมัยสีฟ้าบนถนนราชวงศ์  เป็นคำที่ใช้เรียกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสมัยนั้น  เมื่อกลุ่มอัศวินแวะมากินที่ร้านสีฟ้า  ก็นิยมสั่งรายการเป็นพิเศษเพิ่มเครื่องเยอะๆ  อาหารชามที่อัศวินสั่งจึงแน่นไปด้วยเครื่องตั้งแต่  เซี่ยงจี้  กุ้ง  หมูแดง  หมูหวาน  ลูกชิ้นปลา  ลูกชิ้นกุ้ง  ฮื่อก้วย  เนื้อไก่  และก้ามปู  ลูกค้าอื่นเห็นแล้วอยากกินแบบที่อัศวินกินบ้าง  จึงสั่งตาม  และเป็นที่มาของอัศวินสีฟ้า เช่น เมนูบะหมี่แห้งอัศวิน เครื่องแน่นแบบสาแก่ใจ ประทับใจจานนี้มากที่สุดเพราะรสชาติเข้มข้นและมีผักสดๆ ใส่มาให้เยอะ 



บะหมี่ราชวงศ์ บะหมี่จากไข่
สุดยอดบะหมี่ราชวงศ์ในตำนาน เมนูที่สีฟ้าภูมิใจ บะหมี่ชามนี้ สีฟ้าทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่เส้นบะหมี่ที่
ใช้ไข่เป็ดเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้เส้นเหนียวนุ่ม สีเหลืองทอง กลิ่นหอม ลูกชิ้นปลาปั้นด้วยมือ ใช้เนื้อ
ปลาทะเลแท้ 100% ลูกชิ้นกุ้งปั้นสด สัมผัสได้ถึงเนื้อกุ้งเต็มๆ คำ ฮื่อก๊วยทอดเนื้อแน่นแบบดั้งเดิม
ลูกชิ้นปลา & เกี๊ยวปลา สีฟ้าปั้นด้วยมือ เราเลือกใช้เนื้อปลาทะเลแท้ 100% ไม่มีส่วนผสมของแป้ง
ซึ่งนอกจากความพิเศษที่สี เส้นเหนียวนุ่ม หม่ำคู่ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง เนื้อปลาทะเล 




ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากระพง
ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากะพงจานนี้ถือเป็นน้องใหม่แต่ก็มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีแล้ว เมื่อก่อนจะมีเมนูปลากะพงน้ำแดงเป็นเมนูโต๊ะจีน  จนเริ่มเข้าสู่ยุคหม้อดินที่กำลังฮิตเอาใจคนชอบกินขิง ให้ความรู้สึกอุ่นชุ่มคอปลากะพงน้ำแดงหั่นเป็นชิ้นพอประมาณทอดให้เหลืองกรอบ นำมาผัดกับขิงซอย กระเทียม พริกแดง
หมู เห็ดหอม ปรุงด้วยซีอิ้ว เหล้าจีน ใส่แป้งให้เหนียว นำหม้อดินมา รองชั้นล่างด้วยผักบุ้งไฟแดง ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ และปลากะพงน้ำแดงลงไป ตุ๋นบนเตาให้เดือดปุด ๆ ก่อนเสิร์ฟร้อน ๆ จะได้กลิ่น
หอมฟุ้งมาแต่ไกลทีเดียว




อีหมี่ ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า อีหมี่ 15 นาที
ด้วยความอร่อยที่คุ้มค่าแก่การรอคอย ใครห้ามย่างก้นหม้อ บะหมีจะกรอบๆไหม้นิดๆ ห้อมหอม 

นำเส้นไปทอดกรอบ แล้วอบพร้อมน้ำซุปในหม้อดิน ทำให้เส้นชุ่มฉ่ำนุ่มเหนียว ตัดกับความกรอบของเส้นที่ก้นหม้อดิน โรยหน้าด้วยแฮมและไก่ฉีก เสิร์ฟในหม้อดินที่เก็บความร้อนได้ดี มีซอสเปรี้ยวให้ปรุงเพื่อความอร่อยจานนี้เป็นเมนูโปรดสุดของ โวยวาย แท้จริงแล้วความเด็ดมันอยู่ที่ก้นหม้อ สะใจมาก เติมพริกไทย อร่อยเหาะเหมือนเดิม  ‘อีหมี่’ ก็เหมือนกัน สูตรจะคล้ายกัน แต่ต่างจากเส้นบะหมี่ตรงที่ว่า ส่วนผสมของเส้นอีหมี่จะไม่ใส่ด่าง และตัวเส้นจะโตกว่า เพื่อสร้างความหลากหลายในคุณสมบัติของตัวเส้นแต่ละแบบนั่นเอง ทำให้คุณได้รสสัมผัสที่แตกต่างกัน



หมูสะเต๊ะสูตรต้นตำรับ 
หมูสะเต๊ะเนื้อหนานุ่มนิ่มมากๆ และที่รู้สึกชอบและพิเศษกว่าร้านอื่นๆ คือ หมูของร้านนี้ไม่ค่อยมีมัน นุ่มหอมอร่อยในตัวเอง เมนูที่มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของสีฟ้าที่ใช้เนื้อหมูสันนอกพอติดมันนิดๆ หมักเครื่องเทศเสียบไม้แบบหนานุ่มเต็มชิ้น ย่างกับไฟแรงพร้อมชโลมกะทิสดไปด้วย กินคู่กับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
สูตราสุดเข้มข้น




อีกหนึ่งเมนูทีี่ต้องห้ามพลาด เมนูลาบเป็ดย่าง ***
เป็ดย่างสีฟ้า 
หนังบางเนื้อนุ่มๆ ชุ่มด้วยน้ำราดรสหวานนำตัดเปรี้ยวเค็มด้วยน้ำจิ้ม เนื้อเป็ดค่อนข้างหนา ไม่มีกลิ่นสาบและไม่แห้ง คลุกเคล้ากับน้ำปรุงรสสูตรเฉพาะต้นตำรับกวางตุ้งแท้ เนื้อนุ่มกลิ่นห้อมหอม สีจะออกดำนิดๆ ทีเด็ดอยู่ที่น้ำราดและน้ำจิ้ม รสชาติกำลังดี






ขนมจีบปั้นสด/ขนมจีบทอด
ขนมจีบแป้งเกี๊ยวกรอบอร่อยเห็นลูกเล็กๆ แบบนี้ แต่ความอร่อยไม่เป็นสองรองใคร ทั้งไส้ที่อัดแน่นไปด้วยหมู กุ้ง หน่อไม้ และต้นหอมและการปั้นที่ทำสดใหม่จานต่อจาน อยากกินขนมจีบกุ้ง หมู หากเป็นที่อื่นคงจะต้องสั่งแยกเป็นอย่างๆ แต่สีฟ้าได้รวมเอาทั้งหมูเนื้อนุ่ม และเนื้อกุ้งสดกรอบสับมารวมไว้ในลูกเดียว บดคลุกเคล้ากับหน่อไม้และต้นหอม ปรุงรสด้วยเครื่องเทศตำหรับพิเศษสูตรเฉพาะของสีฟ้าที่บอกต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ ห่อด้วยแป้งห่อเกี๊ยวที่มีสัดส่วนของไข่สดมากกว่าแป้งหลายเท่า เมื่อนึ่งออกมาแล้ว แป้งไข่แผ่นหนาจะละลายเคลือบขนมจีบทั้งลูก ให้สัมผัสที่หนา นุ่ม รสชาติที่เข้มข้นจากน้ำเครื่องเทศของใส้ที่ละลายเคล้ากันอย่างลงตัว แซมด้วยกลิ่นหอมของแป้งไข่สด ไม่เหม็นหืน
หรือถ้าจะทอด ก็จะได้ขนมจีบแป้งเกี๊ยวกรอบอร่อย ที่สำคัญขนมจีนสีฟ้าของแท้ต้องลูกเล็กพอดีคำ




เกี๊ยวกรอบ
ขอยกให้เป็นเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดาที่สุดของสีฟ้า สำหรับเกี๊ยวกรอบที่ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ ด้วยความกรอบเบาอร่อยของแป้งเกี๊ยวจากแป้งบะหมี่ที่ทำจากไข่ล้วนๆ ได้กลิ่นความหอมของไข่
ที่เผลอแป๊บเดียวก็หยิบจิ้มกับน้ำจิ้มบ๊วยสูตรพิเศษจนหมดจาน เกี๊ยวกรอบ ที่ไม่ได้มีแค่ความกรอบเพราะแป้งที่ใช้ทำเกี๊ยวนั้น คือแป้งชนิดเดียวกับแป้งบะหมี่ของสีฟ้า มีส่วนผสมที่ทำจากไข่เป็นส่วนใหญ่ ตัวแป้งจึงมีความนุ่มละมุน ต่างจากเกี๊ยวกรอบทั่วไป เกี๊ยวกรอบสีฟ้า กรอบอร่อย ชิ้นเดียวไม่เคยพอ


คาวแล้วต้องตามด้วยหวาน 
ร้านนี้จัด ไอศกรีมกล้วยไข่เชื่อม เรื่องกล้วยๆ แต่วิธีทำไม่กล้วยเหมือนชื่อนะคะ กล้วยไข่เชื่อมของ
สีฟ้า เลือกมาต้องเป็นกล้วยไข่ที่แก่จัด เชื่อมด้วยน้ำเชื่อมเข้มข้น ทำให้เนื้อสัมผัสของกล้วยไข่เชื่อม
เนื้อกล้วยเชื่อม มีความนุ่มหนึบ ราดด้วยหัวกะทิรสชาติเค็มเล็กน้อยเพื่อตัดหวาน ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม กำลังดี ฟินสุดๆ








สีฟ้า มีสาขาทั้งหมด 20 สาขา
ร้านนี้ราคากับคุณภาพถือว่าไปในทิศทางเดียวกันดี สีฟ้า มีหลายสาขาเลย บริการอาหารและเครื่องดื่ม
สีฟ้า บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีสาขาทั้งหมด 20 สาขา  สยาม, ธนิยะ, เมเจอร์รัชโยธิน, ทองหล่อ, แฟชั่นไอส์แลนด์, โลตัสพระราม 4, โลตัสพระราม 3, เทอร์มินัล 21, โลตัสประชาชื่น, โลตัสลาดพร้าว, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เซ็นทรัลเวิลด์, เอสพลานาด รัชดา, เอสพลานาด งามวงศ์งาน-แคราย, เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี, สาธร, เมกาบางนา,เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต 




สำหรับ โปรโมชั่น! พิเศษสุด
เมื่อสั่งเมนู The Signature Dishes เพิ่มความอร่อยด้วยเมนู Signature Snackเพียง 59.- เท่านั้น!

เลือกรับความอร่อยจากเมนู Signature Appetizer
เกี๊ยวกรอบ (ราคาปกติ 70.-)
ขนมจีบนึ่ง (ราคาปกติ 85.-)
ปอเปี๊ยะสด (ราคาปกติ 80.-)






โปรโมชั่นเริ่ม ตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2562 
โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://seefah.com/the-signature-appetizer-59-baht/

อิ่มอร่อยได้ที่ร้านสีฟ้า ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ
#อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว
#5TheSignature #SEEFAHTheSignat







วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562

พม. จัดงาน “17 ปี มิติใหม่แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

พร้อมประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมดีเด่น



วันนี้ (1 ก.ย. 2562) เวลา 09.45 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพฯ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “17 ปี มิติใหม่แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” พร้อมมอบโล่เกียรติคุณใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่ายด้านการจัดสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ พร้อมทั้งมอบเข็มและใบรับรองมาตรฐานแก่นักสังคมสงเคราะห์ และทุนการศึกษามูลนิธิลูกประชาสงเคราะห์ โดยมี นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติ






นางนภา กล่าวว่า วันที่ 1 กันยายน ของทุกปี เป็นวันสถาปนากรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งปัจจุบัน คือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีการขับเคลื่อนภารกิจด้านสวัสดิการสังคมเป็นระยะเวลากว่า 17 ปี

โดยมุ่งมั่นในการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคม คนไร้ที่พึ่ง ผู้ทำการขอทาน สมาชิกนิคมสร้างตนเอง ราษฎรบนพื้นที่สูง และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ด้วยการขับเคลื่อนองค์ความรู้ นวัตกรรมการพัฒนาสังคมและสวัสดิการใหม่ๆ อาทิ Productive Welfare สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน Family Data เปิดประตูเยี่ยมบ้านสร้างสะพาน สู่สวัสดิการสังคม และการสร้างความร่วมมือภาคเอกชนและภาคประชาชน เช่น การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR) การขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคม (SE) การขับเคลื่อนงาน อพม. และการสร้างจิตอาสาแก่ประชาชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกัน “เหลียวหลังแลหน้า สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต และความมั่นคงอย่างยั่งยืน”




 นางนภา กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2562 กระทรวง พม. โดย พส. ได้กำหนดจัดงาน “17 ปี มิติใหม่แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภารกิจด้านสวัสดิการสังคมของ พส. ตลอดจนนวัตกรรมทางสังคมที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน โดยมีการจัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ ใบประกาศเกียรติคุณ และรางวัล เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่ายด้านการจัดสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์

ประกอบด้วย 1) การมอบรางวัล “คนดี ศรี พส.” ประจำปี 2562 จำนวน 3 รางวัล ให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ พส. ซึ่งเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตจนเป็นที่ประจักษ์ 2) การมอบโล่เกียรติคุณข้าราชการและลูกจ้างประจำดีเด่น ประจำปี 2561 จำนวน 10 รางวัล ซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์และเกิดประโยชน์ต่อองค์กรและกลุ่มเป้าหมาย และ 3) การมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้แทนองค์การสวัสดิการสังคมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม จำนวน 7 องค์กร





นอกจากนี้ ยังมีการมอบเข็มและใบรับรองมาตรฐานแก่นักสังคมสงเคราะห์ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม จำนวน 53 คน และการมอบทุนการศึกษามูลนิธิลูกประชาสงเคราะห์ ประจำปี 2562 ให้แก่บุตรของเจ้าหน้าที่ พม. จำนวน 124 ทุน


“ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นจิตอาสาพัฒนาสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวย่างสู่ “17 ปี มิติใหม่   แห่งการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” เนื่องจากกระทรวง พม. มิอาจสร้างสังคมคุณภาพได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัย การมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม รวมทั้งประชาชน

โดยการเป็นเจ้าของสังคมร่วมกันและเป็น “วิศวกรทางสังคม” เพื่อร่วมกันออกแบบซ่อมและสร้างสรรค์สังคมที่เปรียบเสมือนบ้านให้มีความ   น่าอยู่และเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เพื่อคลอบคลุมประชาชนทุกคนทุกกลุ่มเป้าหมาย ต่อไป นางนภา กล่าวในตอนท้าย


ข่าวประชาสัมพันธ์

กรมการท่องเที่ยว จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart”

“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” นครราชสีมา – นครนายก กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE A...

โวยวายดอทคอม