วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน” จัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 93 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 47 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2568 


โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กราบบังคมทูลรายงานการจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568  และนางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กราบบังคมทูลวัตถุประสงค์การจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 และกราบบังคมทูลเบิกผู้ทำคุณประโยชน์ และสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี




นายวราวุธ กล่าวว่า ข้าพระพุทธเจ้า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภาคีเครือข่าย และองค์กรสมาชิกสตรีจากทั่วประเทศ รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงานวันตรีไทย ประจำปีพุทธศักราช 2568 ในวันนี้




ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระราชวโรกาส กราบบังคมทูลความเป็นมาของวันสตรีไทย กล่าวคือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาต ให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2546 เป็นต้นมา และพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ดอกกล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย ตลอดจนทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับหน้าที่ของสตรีไทยไว้ 4 ประการ คือ ประการที่ 1 พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ ประการที่ 2 พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้ดี ประการที่ 3 พึงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นสตรีไทย และประการที่ 4 พึงฝึกฝนตนเอง  




สำหรับงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 มีการจัดนิทรรศการสำคัญให้เยี่ยมชม ได้แก่ 1) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 3) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ
พระบรมราชินี 4) นิทรรศการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 5) ผลิตภัณฑ์ 904
และร้านโกลเด้นเพลส  6) นิทรรศการมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ 7) นิทรรศการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568

กิจกรรม "ทำความดีบูชาคุณพระพุทธเจ้าและแทนคุณแผ่นดิน"


วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5(หน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร) จังหวัดสกลนคร นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานจัดกิจกรรม  "ทำความดีบูชาคุณพระพุทธเจ้าและแทนคุณแผ่นดิน" ดังนี้

-มอบโลงศพและผ้าขาวห่อศพให้กับคนยากจน  คนตกทุกข์ได้ยากหรือศพไม่มีญาติ จำนวน 351 โลง  

-พิธีทักษิณานุปทาน อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้บริจาคโลงศพและผู้ที่มาร่วมงานได้อุทิศส่วนกุศลให้ 

-โดยมีพระราชวชิรโสภณ(วิ) (หลวงปู่หลอ นาถกโร) เจ้าอาวาสวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เป็นประธานสงฆ์ 

รายนามวัด/องค์กรที่รับบริจาคโลงศพและผ้าห่อศพ สำหรับคนยากจน  คนตกทุกข์ได้ยากหรือศพไม่มีญาติ ดังนี้

1.โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร จำนวน 50 โลง

2. วัดโนนสว่าง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จำนวน 50 โลง

3.วัดป่าคำสว่าง  จังหวัดนครพนม จำนวน 30 โลง

4.วัดป่าโยธาพิทักษาราม จังหวัดนครพนม จำนวน 30 โลง

5.วัดจันทรังษี อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 30 โลง

6.วัดท่าแร่ (ศาสนาคริสต์) บ้านท่าแร่ จังหวัดสกลนคร จำนวน 30 โลง(โลงไม้กางเขน)

7.มูลนิธิรัตนกตัญญู ต.ขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร  จำนวน 30โลง

8.สมาคมกู้ภัยมิตรภาพร่วมใจ จังหวัดสกลนคร จำนวน 30 โลง

9.สมาคมกู้ภัยพิทักษ์สกลนคน จำนวน 30 โลง



แจกสิ่งของให้กับคนพิการ คนยากจน จำนวน 100 ชุดประกอบด้วย

• ข้าวสาร ถุงละ 5 กิโลกรัม คนละ 1 ถุง

• ยาพาราเซตามอลแก้ปวดลดไข้

• ยาสระผมสมุนไพรออแกนิค

• สบู่สมุนไพรออแกนิค

เงินสงเคราะห์สำหรับสามล้อถีบ 

ตัดผมฟรี

แจกอาหาร น้ำดื่ม สำหรับคนยากจน คนทุกข์ยากมีความลำบาก คนที่มีความเดือดร้อน คนหาเช้ากินค่ำ

SACIT พาสื่อมวลชนสัมผัสเสน่ห์งานหัตถกรรมจาก “กก” จันทบุรี เสริมความยั่งยืนให้ชุมชน

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัดกิจกรรมพิเศษพาสื่อมวลชนร่วมทริปเรียนรู้เส้นทางหัตถศิลป์และท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดจันทบุรี ตลอดทั้งวันคณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์จาก “กก” ชื่อดังของท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จันทบุรี




โดยคณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมเยียนกลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม หมู่ 10 ชมกรรมวิธีการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมจาก นางจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่าศิลปหัตถกรรม ปี 2558 ประเภทเครื่องจักสาน พร้อมพาคณะลงพื้นที่ต้นน้ำ บริเวณปลูกกกวัตถุดิบสำคัญของงานหัตถกรรมสร้างสรรค์อันเลื่องชื่อของขังหวัดจันทบุรี ชมกรรมวิธีการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมการย้อมสีกกจากนางมะลิ เพชรกุล ประธานกลุ่มประเภทเครื่องจักสาน เพื่อสร้างสรรผลงานให้มีความทันสมัยรองรับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันตลอดจนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกหลากหลายรูปแบบ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากนายอิสระ ชูภักดี ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะหัตถกรรคนรุ่นใหม่ (New Young Craft) ปี 2567 เจ้าของแบรนด์ “กอกก” (KORKOK) พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กชอป       
ชมการสาธิตงานฝีมือจากครูศิลป์และคนรุ่นใหม่ 






ดร.พิณทิพย์ วัชโรทัย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมศักยภาพ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) SACIT กล่าวว่า  “โครงการนี้ไม่เพียงต้องการให้สื่อมวลชนได้เห็นความงามของผลิตภัณฑ์ จาก “กก” ของจังหวัดจันทบุรี แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ กระตุ้นให้เกิดการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้หัตถกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน”




นอกจากเรียนรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมผลิตภัณฑ์จาก “กก” คณะสื่อมวลชนยังได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อาทิสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนฯ และชุมชนริมแม่น้ำจันทบุรีที่สะท้อนวิถีชีวิตผู้คนกับธรรมชาติ สร้างมุมมองใหม่ให้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสานกับงานศิลป์ไทยอย่างลงตัว




#SACIT #kokcommunity #จันทบุรี #สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
#ครูช่าง #กก #KORKOK

3 ยักษ์ใหญ่ขนส่ง ผนึกจุดแข็งส่ง Fuze Post บุกตลาด Cold Chain


บริษัทขนส่งโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ SCGJWD ผนึกแนวร่วม Flash Express และไปรษณีย์ไทย ผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่แตกต่าง ก่อตั้ง Fuze Post ให้บริการ Cold Chain Logistics แบบส่งด่วนครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมระบบขนส่งที่เปี่ยมประสิทธิภาพ  เปิดโลกขนส่งสินค้าเย็นและสินค้าแช่แข็งให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงและขยายตลาดสร้างฐานลูกค้าเพิ่ม  ตอกย้ำกลยุทธ ส่งเย็น ส่งเร็ว ส่งฟิ้วซ์  พร้อมก้าวสู่ผู้นำการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วไทยและอาเซียนต่อไป   

คุณบดินท ตัณฑไพบูลย์ Managing Director บริษัท Fuze Post จำกัด กล่าวถึงที่มาของ Fuze Post ว่า “Fuze Post  เป็นบริษัทร่วมทุนที่ผนึกแนวร่วมบริษัทพันธมิตรด้านขนส่ง 3 รายใหญ่ของไทย ได้แก่  SCGJWD  ที่เป็นผู้ชำนาญด้านคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิและโลจิสติกส์ครบวงจร  ร่วมด้วยไปรษณีย์ไทยที่มีโครงข่ายทั่วไทย และจำนวน Drop off ครอบคลุมเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ  และ Flash Express ที่เป็นผู้ชำนาญด้าน อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีด้านการขนส่ง  โดยเป็นการรวมจุดเด่นและความชำนาญทั้งสามด้านเข้าด้วยกันสู่บริการของ Fuze Post  ที่มุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารแปรรูป สินค้าทะเล สินค้าแช่เย็น สินค้าแช่แข็ง และสินค้าอื่น ๆอีกมากมาย ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑลและทุกภูมิภาคทั่วไทย ด้วยทีมงานและระบบการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าปลายทางจะได้รับสินค้าที่สดใหม่เสมอ”  

คุณเกรียงศักดิ์  ธนาศิรนนท์ ผู้บริหาร บริษัท Fuze post จำกัด กล่าวเสริมเรื่องบริการของ Fuze Post ว่า “เราให้บริการเรื่องขนส่งเย็นตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบกระบวนการ  ด้วยทีมงานไปรษณีย์ในพื้นที่ช่วยสนับสนุนเรื่องรถจัดส่งไปยังสถานประกอบการ และจุดรับสินค้า นอกจากนี้ยังมีทีมงานหลังบ้านที่ช่วยติดตามเรื่องการขนส่งในแต่ละวันให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่รวดเร็วและยังคงสภาพสดใหม่  สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องข้อมูล เรามีการรวบรวมข้อมูลด้วยเทคโนโลยีดาต้าเบส ที่เป็นระบบหลังบ้านเชื่อมโยงการจัดส่งข้อมูลของลูกค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง  ปัจจุบัน Cold Chain Logistics เข้ามายกระดับทำให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดตลาดได้ทั่วไทย  และยังช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน            

คุณคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด  ผู้นำด้านธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ระดับมืออาชีพ ให้บริการครบวงจร ครอบคลุมทั่วไทย และเซาท์ อีส เอเชีย กล่าวถึงความท้าทายของตลาด Cold Chain Logistics ว่า "ตลาด Cold Chain เป็นตลาดที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารทะเล อาหารแช่แข็ง และอาหารอื่น ๆ ส่งผลให้ตลาด Cold Chain ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ที่สำคัญตลาดอีคอมเมิร์ซปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่สินค้าอุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังมีสินค้าแช่เย็นที่กำลังมาแรงได้รับความนิยม และเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตา และท้าทายให้ผู้สนใจก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด สำหรับ Flash Express ด้วยความที่เราเป็นผู้ให้บริการ  อีคอมเมิร์ซครบวงจรที่มีบริษัทในเครือหลากหลายธุรกิจเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงได้ร่วมมือกับ SCG JWD และไปรษณีย์ไทย พัฒนาระบบขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิในประเทศไทยให้เติบโตต่อไป โดยการนำเอาศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เรามี เข้ามาขับเคลื่อนในธุรกิจ Cold Chain เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน”    

อีกหนึ่งหน่วยงานพันธมิตร SCGJWD  คุณชวนินทร์  บัณฑิตกฤษดา  CO-CEO SCGJWD  ย้ำจุดเด่นธุรกิจส่งเย็นของ Fuze Post ว่า  “ธุรกิจ Cold Chain เราทำครบวงจรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง แตกต่างจากธุรกิจขนส่งเย็นทั่วไปที่ทำเฉพาะขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่เรามีศักยภาพในการขยายบริการทั้งเรื่องการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปในประเทศต่าง ๆในภูมิภาค  ด้วยประสบการณ์ในวงการโลจิสติกส์กว่า 46 ปี ที่เรามีความชำนาญและมีฐานลูกค้าในตลาด B2B ด้านขนส่งเย็นเป็นจำนวนมาก  ผนวกกับไปรษณีย์ไทยและ Flash Express ที่มีประสบการณ์ในตลาด B2C  การผนึกความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเสริมศักยภาพเรื่องการขนส่งให้ Fuze Post เจาะกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุมทั้ง B2B และ B2C”  

ด้านคุณนเรศ  ไชยวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานระบบไปรษณีย์และปฏิบัติการนครหลวง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พูดถึงจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยที่มาสู่บริการของ Fuze Post ว่า “ไปรษณีย์ไทยมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ เราจึงใช้โครงข่ายมาเป็นจุดแข็งในการให้บริการ Cold Chain   โดยมีการปรับ 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือกระบวนการเรื่องของการรับฝาก ส่งต่อ และนำจ่าย ให้สอดคล้องกับบริการขนส่งเย็น   สองเรื่องการวางแผนเรื่องเส้นทางการขนส่ง จุดรับส่ง การขนส่งระหว่างจุดต่อจุด ให้ใช้ระยะทางที่สั้นที่สุด และมีความรวดเร็วมากที่สุด และข้อสามเรื่องบรรจุภัณฑ์ โดยนำแพคเกจจิ้งที่เหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยรักษาสินค้าภายในให้เหมาะสมกับการขนส่งเย็น เรามองว่า Fuze Post เป็นโอกาสที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานด้านส่งเย็นได้อย่างทั่วถึง” 

ล่าสุด Fuze Post ร่วมออกบูธเพื่อแนะนำบริการขนส่งเย็นในงาน Smart SME EXPO 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 สิงหาคม 2568 ณ ฮอลล์ 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยนำบริการขนส่งเย็นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เจาะโอกาสทางธุรกิจขยายตลาดลูกค้าได้กว้างไกลยิ่งขึ้น พร้อมยังให้คำปรึกษาในเรื่องโซลูชั่นส์การขนส่งตั้งแต่ต้นจนจบ ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้ามาลงทะเบียนที่ Fuze Post  บูธ B22  กับแคมเปญส่วนลดและบริการพิเศษมากมาย  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2055-6787 

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

กรมการค้าต่างประเทศจับมือกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เปิด Pop Up Counter

กรมการค้าต่างประเทศจับมือกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เปิด Pop Up Counter  โชว์สินค้าเกษตรนวัตกรรมมุ่งเจาะนักท่องเที่ยวและต่างชาติเล็งขยายสู่ตลาดโลก

นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นประธานในพิธีเปิด Pop-up Counter ในธีม “Nature for Future: Agriculture + Innovation” ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ  ในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30 น. ทั้งนี้โดยมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยกว่า 60 รายการ จากผู้ประกอบการกว่า 30 ราย ไปจนถึงวันที่  21 กันยายน 2568 นี้                                                                                                                                                                                                                                                                                         ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นาง อารดา เฟื่องทอง คณะผู้บริหารจากกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้ร่วมให้การต้อนรับ โดยมี แอนโทเนีย โพซิ้ว รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 และ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ให้เกียรติมาร่วมงานในฐานะพรีเซนเตอร์โครงการ     
 




กิจกรรม Pop-up Counter “Nature for Future: Agriculture + Innovation” ดำเนินการโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ที่มีศักยภาพทั้งสำหรับกลุ่มผู้ซื้อ ชาวไทย และ กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ทั้งสินค้าเกษตรนวัตกรรมอาหารและสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยได้มีการคัดสรรจากสินค้าที่ได้รับรางวัล “Agri Plus Award” และสินค้าอื่นที่แสดงถึงความเป็นนวัตกรรม เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรไทย แต่ละผลิตภัณฑ์  สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยี ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ความยั่งยืน และมีสไตล์ ในขณะที่เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับ เกษตรกร และผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน   

Pop-up Counter “Nature for Future: Agriculture + Innovation” เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวนานาชาติ เข้าชม ชิม ช้อป ใช้ และร่วมภาคภูมิใจกับสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย พร้อมร่วมสนุก เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกและคูปอง ส่วนลดสุดพิเศษได้ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ไปจนถึงวันที่ 21 กันยายน 2568


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม (สกน.) กรมการค้าต่างประเทศ 
โทร. 0 2547 4744 อีเมล apiinspire@gmail.com, api.dft@moc.go.th
หรือกดติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Facebook: Institute for Agricultural Product Innovation (APi)

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เชียงรายเร่งศักยภาพไมซ์เดินหน้าสู่เมืองประชุมนานาชาติ

ประสบผลสำเร็จการจัดงาน Global Coffee and Tea Association Forum 2025

เชียงรายเร่งเครื่องพิสูจน์ศักยภาพไมซ์ เป้าหมายจุดหมายปลายทางด้านชาและกาแฟระดับโลก ประสบความสำเร็จเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Global Coffee and Tea Association Forum 2025: Shaping the Future Together” ผสานงานประชุม นิทรรศการและการลงพื้นที่ครบจบในงานเดียว ดึงผู้ร่วมงานนานาชาติ 46 คนจาก 11 ประเทศ/เขตปกครองเข้าร่วมงาน ออสเตรเลีย กัมพูชา จีน โคลอมเบีย เดนมาร์ก อินโดนีเซีย ฮ่องกง เมียนมา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเวียดนาม จากยอดผู้ร่วมงานทั้งสิ้น 211 คน



ในงานนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพ พร้อมทั้งลงพื้นที่เยี่ยมชมไร่ชาและกาแฟ โรงงานแปรรูป และลิ้มรสผลิตภัณฑ์ต้นตำรับ สร้างโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมชาและกาแฟในเชียงราย

งาน Global Coffee and Tea Association Forum 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 20 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือระหว่างหลายองค์กร ได้แก่ สถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ 

ทีเส็บ เป็นการต่อยอดจากการจัดงาน Symposium นานาชาติด้านชาและกาแฟในปี 2566 และ 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมชาและกาแฟในระดับนานาชาติและการเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการชาและกาแฟในเชียงราย โดยเฉพาะกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพจากต่างประเทศที่มาร่วมงาน ซึ่งเป็นการนำเสนอพลังทางธุรกิจของอุตสาหกรรมชาและกาแฟของเชียงราย



นายภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการ และรักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “เชียงรายได้แสดงศักยภาพของเมืองที่สามารถเป็นเจ้าภาพงานไมซ์ระดับสากลได้อย่างดีเยี่ยม งานนี้คือตัวอย่างของการใช้ไมซ์เป็นเวทีและเครื่องมือส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรอย่างชาและกาแฟของจังหวัด ผลักดันให้เชียงรายกลายเป็นศูนย์กลางการผลิต แปรรูป และซื้อขายชาและกาแฟทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค รวมถึงเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลชาและกาแฟระดับประเทศและนานาชาติในอนาคต”

เวทีส่งเสริมความรู้ เปิดประเด็นระดับโลก งานครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการประชุมและการเสวนาโต๊ะกลมที่โรงแรมเลอเมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท โดยมีวิทยากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการด้านชาและกาแฟจาก จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เมียนมา สิงคโปร์ เดนมาร์ก ออสเตรเลีย เวียดนาม และไทย ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนประเด็นที่หลากหลาย ทั้งความท้าทายของอุตสาหกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความยั่งยืน การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การผสมและปรุงแต่งรส และแนวโน้มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ พร้อมนำเสนอผลงานวิจัย การแปรรูป และนวัตกรรมการผลิต

นิทรรศการพลังและศักยภาพของผู้ประกอบการ
การจัดนิทรรศการ “Chiang Rai Brewtopia Green Season” ที่อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายภูริพันธ์ บุนนาค และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยาภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล หัวหน้าสถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นประธานเปิดงาน ภายในนิทรรศการมีผู้ประกอบการชาและกาแฟกว่า 40 ราย นำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะถิ่นทั้งจากชนเผ่าบนดอย ผู้ประกอบการหน้าใหม่ และช่างฝีมือท้องถิ่น ให้กับผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้เลือกซื้อ ลิ้มลอง และพูดคุยโอกาสทางธุรกิจ พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอป เสวนาธุรกิจ และการสาธิตผลิตภัณฑ์

เยี่ยมชมพื้นที่ต้นแบบ ชูจุดแข็งด้านการผลิต

เพื่อตอกย้ำจุดแข็งของการเป็นจุดหมายด้านชาและกาแฟ มีการจัดกิจกรรม “A Cup to Village” พาผู้ร่วมงานชาวต่างประเทศลงพื้นที่ไร่และโรงงานต้นแบบ อาทิ ไร่ชาฉุยฟง อ.แม่จัน ชมการปลูกชาระบบขั้นบันไดแบบออร์แกนิก พร้อมกระบวนการผลิตและชิมชาอู่หลงที่คว้ารางวัล ไร่ชาวังพุดตาล ดอยแม่สลอง เยี่ยมชมเส้นทางการพัฒนาชุมชนด้วยชาอู่หลงและชาดำคุณภาพสูง โดยชาดำคว้ารางวัล Grand Gold Prize ในงาน World Green Tea Contest 2021 กาแฟดอยช้าง อ.แม่สรวย แสดงผลสำเร็จของการปลูกกาแฟอาราบิก้าภายใต้โครงการหลวงแทนการทำไร่เลื่อนลอยในปี 2512 ปัจจุบันมีแบรนด์เป็นที่ยอมรับส่งออกกว่า 10 ประเทศ ได้รับ GI จากสหภาพยุโรป และจบด้วยกิจกรรม Coffee Cupping ให้กับผู้ร่วมงาน ณ ร้าน “Queen of Coffee”


การเป็นเจ้าภาพงาน Global Coffee and Tea Association Forum 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเชียงรายในการพัฒนาเมืองเป็นจุดหมายการจัดงานไมซ์ อีกทั้งในปี 2567 เชียงรายติดอันดับเมืองไมซ์ของ ICCA เป็นครั้งแรกจากการจัดงานที่เข้าเกณฑ์ ICCA จำนวน 2 งาน และในปี 2568 ยังเป็นเจ้าภาพประชุม AIPH Spring Meeting 2025 & Green City Conference 2025 ของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และเตรียมต้อนรับงาน PATA Destination Marketing Forum ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ตามยุทธศาสตร์ของทีเส็บ ที่ต้องการกระจายงานไมซ์ไปยังเมืองรองที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว เชียงรายคือหนึ่งในเมืองที่มีมรดกชาและกาแฟเข้มแข็ง เป็นตัวอย่างของความสามารถในการดึงดูดงานระดับนานาชาติ และวางตำแหน่งเมืองบนแผนที่ไมซ์โลกได้อย่างแท้จริง นายภูริพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์

Sheep ปลุกความน่ารักจากญี่ปุ่นสู่หัวใจคนไทย

  ผ่านคอนเซ็ปต์  “Monchhichi in Thailand” พามาสคอตดัง ตะลุยย่านทรงวาด                 แบรนด์เคสมือถือแฟชั่นสัญชาติไทย Sheep  สร้างกระแสส่งคว...

โวยวายดอทคอม