วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

วิริยะประกันภัย นำวิริยะจิตอาสาร่วมส่งกำลังใจผู้ประสบภัย กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา

นายธีราทร แสงเงิน ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนศรีสะเกษ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำกลุ่มวิริยะจิตอาสา มอบถุงยังชีพและเครื่องอุปโภค – บริโภค แก่ศูนย์รับบริจาคที่ว่าการอำเภอโนนคูณ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และอำนวยความสะดวกด้านการดำรงชีวิตให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกภาคส่วน ในการทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ณ ที่ว่าการอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ 








นอกจากนี้ กลุ่มวิริยะจิตอาสา และตัวแทนสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ยังได้ร่วมสนับสนุนเครื่องอุปโภค – บริโภค และจัดเตรียมอาหารปรุงสุก แก่ผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

SACIT ปลุกชีพ “งานกกและเสื่อจันทบูร” สู่งานสร้างสรรค์ร่วมสมัย

จันทบุรี : 24 – 25 กรกฎาคม 2568: ที่ผ่านมา สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัดงาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จันทบุรี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากครูช่างศิลป์และคนรุ่นใหม่ พร้อมเสวนาสุดเข้มข้นที่จะทำให้มองเห็นอนาคตใหม่ของงานหัตถกรรมไทย และส่งเสริมการเยี่ยมชมแหล่งผลิตเสื่อกกและผลิตภัณฑ์จากกก แหล่งเพาะปลูกกก และศูนย์หัตถกรรม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี 




ภายในงาน  “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสเบื้องหลังความงามของงานศิลปหัตถกรรมไทย และเรื่องราวของการทอเสื่อกกอันเป็นเอกลักษณ์ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากเส้นกกที่ผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและการออกแบบสมัยใหม่ พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปผ่านการสาธิตจริงจากช่างฝีมือท้องถิ่นที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง




ไฮไลต์กิจกรรมภายในงาน วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้แก่ การสาธิตการทอเสื่อกกแบบดั้งเดิม โดยช่างฝีมือท้องถิ่น, เวิร์กชอปเรียนรู้การออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานจากกก, นิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกจันทบูร ทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย และการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์และช่างฝีมือท้องถิ่นในหัวข้อ “ต้นน้ำที่กำลังจะสูญหาย” และ “โอกาสของกกในมิติต่างๆ” ที่จะทำให้มองเห็นศักยภาพและอนาคตใหม่ของงานหัตถกรรมไทย โดยครูจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 และคุณอิสระ ชูภักดี คนรุ่นใหม่ New Young Craft 2567   



นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า SACIT มุ่งเน้นที่จะสร้างความยั่งยืน และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทย จึงได้มีการส่งเสริมงานช่างฝีมือดั้งเดิมให้มีการประกอบอาชีพ และพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมไทย ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ในทุกประเภทของงานหัตถกรรม และทั่วทุกภาคของประเทศ 

โครงการ “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี นี้ จึงจัดขึ้นเพื่อต่อยอดและส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชน สนับสนุนการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ สืบสานภูมิปัญญาการทอเสื่อกกของชุมชนจันทบุรี และสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมายาวนาน รวมทั้งการต่อยอดงานหัตถศิลป์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วม และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นได้ในระยะยาว  



เสน่ห์ “กก” และ “เสื่อจันทบูร” หัตถศิลป์ทรงคุณค่าคู่ชุมชนจันทบุรี
“กก” คือพืชท้องถิ่นที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านนำมาผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยว ตากแห้ง จัดเส้น และย้อมสีอย่างประณีต ก่อนนำมาทอเป็นเสื่อและของใช้ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน

จุดเด่นของ “เสื่อจันทบูร” อยู่ที่ความละเอียดในการทอ ลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และสีสันที่สดใสไม่ซ้ำใคร โดยฝีมือช่างผู้มีประสบการณ์ ประกอบกับคุณสมบัติของต้นกกในพื้นที่จันทบุรีที่มีลักษณะเฉพาะ มีความแข็งแรง คงทน ทำให้เสื่อมีความทนทาน มันวาว เหมาะสำหรับการใช้งานจริง และยังเป็นงานศิลป์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและอัตลักษณ์ของชุมชน จากสิ่งของที่เป็นเพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน วันนี้เสื่อจันทบูรถูกพัฒนาต่อยอดเป็นของตกแต่ง ของที่ระลึก และสินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย อาทิ กระเป๋า พรม ปลอกหมอน และของประดับบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอีกด้วย




งาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ที่ต้องการส่งเสริม สืบสานงานหัตถศิลป์ไทยร่วมกับชุมชน และนำไปสู่การร่วมกำหนดทิศทางและการดำเนินการร่วมกันในทุกภาคส่วน  เพื่อให้การเชื่อมโยงงานศิลปหัตถกรรมเข้ากับมิติต่างๆ ของสังคม และการท่องเที่ยว 

โดยมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน "ครูศิลป์ของแผ่นดิน และครูช่างศิลปหัตถกรรม"  และมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น  มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้กับเครือข่ายต่างๆ ให้ได้ร่วมคิด ร่วมทำ เกิดความคิดและทางเลือกใหม่ ๆ เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็งจากฐานราก  มีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมในพื้นที่ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม วิถีชุมชน กับการท่องเที่ยวได้อย่างสมดุล ซึ่งช่วยให้ชุมชนสามารถพัฒนาสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศิลปหัตถกรรมไทย ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ดร.พิณทิพย์ วัชโรทัย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมศักยภาพ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) Sacit ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมงานของกลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม ชมวิธีสร้างสรรค์หัตถกรรม จากนางจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 ประเภทเครื่องจักสาน และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม ชมวิธีสร้างสรรค์หัตถกรรมจาก นางมะลิ เพชรกุล ประธานกลุ่ม และ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จาก  นายอิสระ ชูภักดี ( New Young Craft ) ปี 2567 เจ้าของแบรนด์ กอกก ( korkok) จังหวัดจันทบุรี พร้อมพาคณะลงพื้นที่ต้นน้ำ บริเวณปลูกกกวัตถุดิบสำคัญ ขั้นตอนการผลิตภัณฑ์จากต้นกกอีกด้วย 


#SACIT
#kokcommunity
#จันทบุรี
#สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย #ครูช่าง #กก

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลจัดโครงการ "ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อเธอ มอบด้วยใจ ให้ด้วยรัก" ปีที่ 10


เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลจัดโครงการ "ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อเธอ มอบด้วยใจ ให้ด้วยรัก" ปีที่ 10 
ณ สถานสงเคราะห์คนชราวาสนะเวศม์ เพื่อตอบแมนดูแลสังคมให้น่าอยู่มีความสุข รอยยิ้ม และความอบอุ่นใกล้ชิดกับสังคมไม่ถูกทอดทิ้ง



โดยมีสื่อมวลชนมาร่วม ไทยรัฐ เดลินิวส์ สยามรัฐ MVTV ครอบครัวข่าว 3 Nation ในการกุศลครั้งนี้ดั่งเช่นทุกปี ขอขอบคุณ นพ.อภิรักษ์  ปาลวัฒน์วิไชย ผอ.โรงพยาบาลพญาไท 1 ท่านมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิ และที่ต่างๆ ตลอดเวลาที่ทำกันมา และ พญ.สุขุมาลย์  สว่างวารี แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน และนายธัชธรรม์  ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการกลยุทธ์การตลาดสร้างความผูกพันลูกค้าอาวุโส โรงพยาบาลพญาไท 1. เจ้าของโครงการและร่วมสนับสนุน จัดขนมอาหาร มาดูแล 

ทั้งนี้ทีมงานพันธมิตร อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์นมโอ๊ต goodmate และผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตธรรมชาติ Butterfly พร้อมดูแลช่วยเหลือสังคมในงานนี้ด้วยร่วม  221 ชุด รวม 442 ชุด

SACIT ร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน”

สืบสานหัตถศิลป์ถิ่นสีสันชุมชน” SACIT ร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยผ่านงานกกและเสื่อจันทบูร  สู่ผลงานสร้างสรรค์ร่วมสมัย

จันทบุรี 24 กรกฎาคม 2568: งาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จันทบุรี จัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากครูช่างศิลป์และคนรุ่นใหม่ พร้อมเสวนาสุดเข้มข้นที่จะทำให้มองเห็นอนาคตใหม่ของงานหัตถกรรมไทย และส่งเสริมการเยี่ยมชมแหล่งผลิตเสื่อกกและผลิตภัณฑ์จากกก แหล่งเพาะปลูกกก และศูนย์หัตถกรรม จัดโดย สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT





ภายในงาน  “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสเบื้องหลังความงามของงานศิลปหัตถกรรมไทย และเรื่องราวของการทอเสื่อกกอันเป็นเอกลักษณ์ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากเส้นกกที่ผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและการออกแบบสมัยใหม่ พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปผ่านการสาธิตจริงจากช่างฝีมือท้องถิ่นที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเองไฮไลต์กิจกรรมภายในงาน วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้แก่ การสาธิตการทอเสื่อกกแบบดั้งเดิม โดยช่างฝีมือท้องถิ่น, เวิร์กชอปเรียนรู้การออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานจากกก, นิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกจันทบูร ทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย และการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์และช่างฝีมือท้องถิ่นในหัวข้อ “ต้นน้ำที่กำลังจะสูญหาย” และ “โอกาสของกกในมิติต่างๆ” ที่จะทำให้มองเห็นศักยภาพและอนาคตใหม่ของงานหัตถกรรมไทย โดยครูจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 และคุณอิสระ ชูภักดี คนรุ่นใหม่ New Young Craft 2567   

นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า SACIT มุ่งเน้นที่จะสร้างความยั่งยืน และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทย จึงได้มีการส่งเสริมงานช่างฝีมือดั้งเดิมให้มีการประกอบอาชีพ และพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมไทย ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ในทุกประเภทของงานหัตถกรรม และทั่วทุกภาคของประเทศ โครงการ “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี นี้ จึง
จัดขึ้นเพื่อต่อยอดและส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับชุมชน สนับสนุนการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ สืบสานภูมิปัญญาการทอเสื่อกกของชุมชนจันทบุรี และสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมายาวนาน รวมทั้งการต่อยอดงานหัตถศิลป์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วม และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นได้ในระยะยาว  เสน่ห์ “กก” และ “เสื่อจันทบูร” หัตถศิลป์ทรงคุณค่าคู่ชุมชนจันทบุรี





“กก” คือพืชท้องถิ่นที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านนำมาผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยว ตากแห้ง จัดเส้น และย้อมสีอย่างประณีต ก่อนนำมาทอเป็นเสื่อและของใช้ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน

จุดเด่นของ “เสื่อจันทบูร” อยู่ที่ความละเอียดในการทอ ลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และสีสันที่สดใสไม่ซ้ำใคร โดยฝีมือช่างผู้มีประสบการณ์ ประกอบกับคุณสมบัติของต้นกกในพื้นที่จันทบุรีที่มีลักษณะเฉพาะ มีความแข็งแรง คงทน ทำให้เสื่อมีความทนทาน มันวาว เหมาะสำหรับการใช้งานจริง และยังเป็นงานศิลป์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและอัตลักษณ์ของชุมชนจากสิ่งของที่เป็นเพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน วันนี้เสื่อจันทบูรถูกพัฒนาต่อยอดเป็นของตกแต่ง ของที่ระลึก และสินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย อาทิ กระเป๋า พรม ปลอกหมอน และของประดับบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอีกด้วย

งาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จังหวัดจันทบุรี เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ที่ต้องการส่งเสริม สืบสานงานหัตถศิลป์ไทยร่วมกับชุมชน และนำไปสู่การร่วมกำหนดทิศทางและการดำเนินการร่วมกันในทุกภาคส่วน  เพื่อให้การเชื่อมโยงงานศิลปหัตถกรรมเข้ากับมิติต่างๆ ของสังคม และการท่องเที่ยว โดยมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน "ครูศิลป์ของแผ่นดิน และครูช่างศิลปหัตถกรรม"  และมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น  มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้กับเครือข่ายต่างๆ ให้ได้ร่วมคิด ร่วมทำ เกิดความคิดและทางเลือกใหม่ ๆ เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็งจากฐานราก  มีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมในพื้นที่ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม วิถีชุมชน กับการท่องเที่ยวได้อย่างสมดุล ซึ่งช่วยให้ชุมชนสามารถพัฒนาสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศิลปหัตถกรรมไทย ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

Finch Bangkok เปิดประสบการณ์อาหารอินเดียสไตล์พรีเมี่ยม ผสานค่ำคืนที่ลงตัว ณ ใจกลางสุขุมวิท

 

ฟินซ์ (Finch Bangkok) หนึ่งในร้านอาหารอินเดียพรีเมี่ยม ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 บนโลเคชันที่รายล้อมด้วยไลฟ์สไตล์ของเมืองใหญ่ เป็นจุดนัดพบใหม่ของสายชอบลิ้มลองอาหาร พร้อมมอบประสบการณ์อาหารอินเดียสุดพรีเมี่ยมที่ไม่เหมือนใคร
บรรยากาศด้านในที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ สไตล์โมเดิร์น หรูหราแต่ยังคงความเป็นกันเอง ทั้งบทสนทนา เสียงดนตรี และบรรยากาศภายในร้าน ทำให้เป็นความทรงจำที่ดีของทุกคน โต๊ะนั่งแต่ละมุมมองเห็นดีเทลของการตกแต่งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมสมัย แต่ไม่ทิ้งความอบอุ่นของความรู้สึก มาพร้อมกับโซนบาร์ที่เปิดกว้างที่เชื่อมต่อกันได้อย่างไหลลื่น ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเพื่อน และครอบครัว ที่แวะมาหาอาหารดี ๆ ไปจนถึงจัดงานฉลองในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เครื่องดื่มที่คัดสรรค์มาอย่างมีคลาส และเสียงดนตรีสดที่ทำให้ทุกมื้อค่ำรู้สึกพิเศษ โดยไม่ต้องฝ่ารถติดไปย่านอื่น เพราะที่นี่คือจุดหมายที่ครบในตัวเอง




อีกหนึ่งเสน่ห์ของ ฟินซ์ (Finch Bangkok) ในแต่ละเมนูถูกรังสรรค์โดยเอกลักษณ์เฉพาะของอาหารอินเดีย อย่างเมนูคลาสิค Butter Chicken, Mutton Rogan Josh, และ Dal Makhani ที่โดดเด่นด้วยรสชาติอันเข้มข้น และนำเสนอการจัดจานเสิร์ฟในรูปแบบที่โมเดิร์นยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่ 3 เมนูนี้ Finch ยังมีเมนู และรสชาติที่หลากหลายตั้งแต่ appetizer และ main course ได้แก่ Chole Bhature Taco, Truffle Mushroom Kulcha, Rara Chicken Paratha Pizza, Laal Maans Risotto, Paneer Tikka Makhani Ravioli และ Butter Chicken Hummus ไปจนถึง dessert ได้แก่ Gulab Jamun Carpaccio Cheesecake, Imitation of Ras Malai (เสิร์ฟบนโต๊ะ) และ Chaat Highway (เสิร์ฟบนโต๊ะ) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การทานที่เต็มไปด้วยรสชาติชั้นเลิศและการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร ชวนให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ

ข่าวประชาสัมพันธ์

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

  บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ...

โวยวายดอทคอม