มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชูความสำเร็จงานวิจัยนวัตกรรมการแพทย์ เปิดตัว “LEPSIA” ยากันชักในเด็กจากช่อดอกกัญชา (Pure CBD) ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานระดับสากลเทียบเท่ายานำเข้าประหยัดกว่า 64.8% มุ่งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาแผนปัจจุบันให้ผู้ป่วยไทย
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการนำผลงานวิจัยระดับแนวหน้ามาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เปิดตัว "LEPSIA" ผลิตภัณฑ์ยากันชักสำหรับเด็กจากสารสกัดช่อดอกกัญชา (Pure CBD (Cannabidiol)) เกรดการแพทย์ ชูจุดเด่นนวัตกรรมยาแผนปัจจุบันที่ผลิตจากงานวิจัยคุณภาพ ได้มาตรฐานระดับโลก เทียบเท่า ยานำเข้าจากต่างประเทศ และสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ถึง 64.8% เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเด็กไทยสามารถเข้าถึงการรักษา ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึงการต่อยอดงานวิจัยครั้งนี้มีการจัดงานแถลงข่าวและเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ “LEPSIA” เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด คณะนักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องร่วมถ่ายทอดถึงที่มาและความสำคัญของการพัฒนาผลงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพสำหรับผู้ป่วยเด็กไทย
ศ.ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีนโยบายชัดเจนในการมุ่งเน้นการศึกษา วิจัย และพัฒนาสารสกัด Pure CBD เพื่อใช้เป็นยาแผนปัจจุบันในทางการแพทย์โดยเฉพาะ โดยได้ริเริ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกับภาคเอกชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ผลิตภัณฑ์ LEPSIA จึงเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นในโครงการวิจัยกัญชาทางการแพทย์แบบครบวงจร (Comprehensive Integrated Medical Cannabis Research Project) ที่อาศัยทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ (Upstream) โดยคณะเกษตรศาสตร์, กลางน้ำ (Midstream) โดยคณะเภสัชศาสตร์ และปลายน้ำ (Downstream) นำไปใช้ในการทดสอบทางคลินิกและการรักษาผู้ป่วยจริง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก)"
ด้าน คุณศุภเดช อำนวยสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด เปิดเผยถึงการยกระดับ สู่มาตรฐานอุตสาหกรรมว่า "การสกัดสารจากธรรมชาติในสเกลอุตสาหกรรม มีความท้าทายที่สุดคือ 'Quality Consistency' หรือความสม่ำเสมอของคุณภาพทุกล็อตการผลิต เราจึงลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับ Pharma Grade ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในศักยภาพของทีมนักวิจัย มช. ทำให้เราสามารถคงความบริสุทธิ์ของสารสกัด Pure CBD ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนนำผลิตภัณฑ์ ก้าวข้ามความท้าทายและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกได้สำเร็จ"


