วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567

"Thailand Halal Assembly 2024" โชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล

 "Thailand Halal Assembly 2024" โชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล หวังสร้างโอกาสที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมฮาลาลไทย

เมื่อโลกก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิตอล ทิศทางฮาลาลจะเป็นอย่างไร พร้อมค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจและ เทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคตได้ กับงานฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย “ #ThallandHalalAssembly2024 " ภายใต้แนวคิด "Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 AIs" หรือ "ความไว้วางใจด้านฮาลาล ผ่านเทคโนโลยี ดิจิทัลสองเอไอ” หวังสร้างโอกาสที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมฮาลาลไทย อีกทั้งช่วยให้ประเทศ ไทยได้ขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในเศรษฐกิจฮาลาลโลก โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน


เมื่อโลกก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิตอล ทิศทางฮาลาลจะเป็นอย่างไร พร้อมค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจและ เทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคตได้ กับงานฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย “ #ThallandHalalAssembly2024 " ภายใต้แนวคิด "Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 AIs" หรือ "ความไว้วางใจด้านฮาลาล ผ่านเทคโนโลยี ดิจิทัลสองเอไอ” หวังสร้างโอกาสที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมฮาลาลไทย อีกทั้งช่วยให้ประเทศ ไทยได้ขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในเศรษฐกิจฮาลาลโลก โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน



รศ.ดร.วินัย ตะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธาน จัดงาน Thailand Halal Assembly 2024 กล่าวว่า # ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( #ศวฮ.) เป็น เจ้าภาพหลักในการจัดงาน "Thailand Halal Assembly 2024 ( #THA2024 )" การประชุมวิชาการด้าน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมฮาลาลนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ใหม่และนวัตกรรมใหม่ๆ ในโลกฮาลาล ให้กับมุสลิมด้วยกันเอง และผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมที่มีความสนใจใน อุตสาหกรรมสาลาล โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 AIs" หรือ “ความไว้วางใจด้านฮาลาลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสองเอไอ" ซึ่งปฏิเสรไม่ได้ว่าปัจจุบันโลกของเราก้าวสู่การ เป็นโลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ #2AIs ที่ต้องการนำเสนอในงานครั้งนี้ได้แก่ เลโอที่ หนึ่ง คือ Actual Implementation ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานผ่านการอัพสกิล ฝึกปฏิบัติด้วยหนึ่งสมองสองมือในการ ทำงาน เช่น งานการมาตรฐานฮาลาล, การวางระบบ HAL-Q. งานห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล, งานพัฒนา นวัตกรรม, งานพัฒนาฐานข้อมูล H numbers, การตัดสินทางศาสนา (ฟุตวา) เพื่อให้มนุษย์หรือคนยังคงสภาพผู้นำ โดยมีเครื่องจักรและเอไอเป็นผู้ตาม และเอไอที่สอง คือ Artificial Intelligence โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อบริหาร จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต และช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ฮาลาล"





ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ งาน IHSATEC (International Halal Science and Technology Conference) ครั้งที่ 11 และงาน HASIB (Halal Science, Industry and Business) งานประชุมวิชาการ ฮาลาลนานาชาติ ครั้งที่ 17 โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “2 AIs for Thailand's Halal Trust & Confidence" และหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ สาสาลกับสุขภาพและความงาม, ฮาลาลกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม และ Halal Route Workshop ซึ่งทั้งสองงานประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการจัดการประชุมระดับ นานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และธุรกิจฮาลาล โดยมีผู้เข้าร่วมจากมากกว่า 40 ประเทศ บทความวิชาการที่นำเสนอในการประชุม จะได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการนานาชาติ JHASIB หรือ Journal of Halal Science, Industry and Business ซึ่งจะเผยแพร่ปีละสองฉบับ เพื่อส่งเสริม งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สา ลาลในระดับสากล




รวมถึง โซน SMEs ฮาลาล การจัดแสดงศักยภาพผู้ประกอบการในการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ร่วม พัฒนาโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีพัฒนาการทั้งกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ และ การตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการที่นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมนี้ ซึ่งได้รับการคัดเลือก จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะได้รับรางวัลนวัตกรรม SMEs ฮาลาล รวม 18 สถานประกอบการ จากผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น Suwirun Tea Shop Thailand Premium Organic Tea, Madi Kombucha, Vanapan Vegan Nail Care และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย และที่ห้ามพลาดกับ นิทรรศการ "Halal Trust Through Digital Technology 2AIs" ที่ผสานการนำไปปฏิบัติจริงกับปัญญาประดิษฐ์ (Al) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและอุตสาหกรรมฮาลาลในประเทศไทย เกิดความน่าเชื่อถือและเสริมสถานะ บนเวทีโลก ซึ่งการประชุมในครั้งนี้คาดว่าจะมี ประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และธุรกิจ ฮาลาล ช่วยให้ประเทศไทยขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในเศรษฐกิจฮาลาลจากมูลค่าปัจจุบัน 6.1 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐ โดยไม่รวมการท่องเที่ยวฮาลาล ยา และโลจิสติกส์ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะนี้


สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลและนวัตกรรมฮาลาล ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ทาง ธุรกิจและเทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงติดตามข่าวสารต่างๆ ของงานเพิ่มเติมได้ที่ www.Thailandhalalassembly.com, Facebook: Thailand Halal Assembly โทร. 02-218-0618 

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567

โรงพยาบาลพระรามเก้า ผนึกกำลัง SCGC ขับเคลื่อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

เปลี่ยนแกลลอนน้ำยาล้างไตเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิลสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เดินหน้าดูแลสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความยั่งยืน 


โรงพยาบาลพระรามเก้า ผู้ให้บริการทางการแพทย์ชั้นนำ ผนึกกำลัง เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการจัดการแกลลอนน้ำยาล้างไตใช้แล้วให้กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลระบบปิดอย่างครบวงจร เปลี่ยนเป็น Green Polymer เม็ดพลาสติกคุณภาพสูงด้วยนวัตกรรมรีไซเคิลจาก SCGC เพื่อผลิตเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิลสำหรับใช้ในโรงพยาบาลทั้งในพื้นที่ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ช่วยคืนคุณค่าให้พลาสติกใช้แล้ว ลดการใช้ทรัพยากรใหม่อย่างยั่งยืน พร้อมปลุกจิตสำนึกรักษ์โลกและสร้างวิถีใหม่สู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าขยายผลนำเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงจากโครงการฯ ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกอื่น ๆ เพื่อใช้ภายในโรงพยาบาลพระรามเก้าต่อไปในอนาคต




นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า “โรงพยาบาลพระรามเก้าเล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ตามแนวทาง ESG คือ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และหลักธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของโรงพยาบาลฯ เราวางรากฐานด้วยการทำ Digital Transformation สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อบุคลากรของเรา ซึ่งนอกจากการมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพแล้ว เรายังมุ่งให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย 

พญ.กีรติ์นุช เรียวโชติสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงพยาบาลยังมุ่งเน้นหลักการ 1A3Rs ภายในองค์กร คือ Avoid, Reduce, Reuse, Recycle เพื่อให้เกิดการจัดการที่มีประสิทธิภาพ             และสำหรับโครงการ “เปลี่ยนแกลลอนน้ำยาล้างไตเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิล” ในครั้งนี้ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคไตที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีฟอกไตที่โรงพยาบาลพระรามเก้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการใช้น้ำยาล้างไตก็มากขึ้นด้วย ส่งผลให้แกลลอนน้ำยาล้างไตที่อยู่ในกลุ่มขยะรีไซเคิลมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนั้นด้วยนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมมือกับ SCGC นำแกลลอนเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกสำหรับใช้ภายในโรงพยาบาล  โดยโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา” 

นายชาตรี เอี่ยมโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพาณิชย์ SCGC เผยว่า “SCGC ได้นำแนวทาง ESG มาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมุ่งสู่ Low Waste, Low Carbon เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน พร้อมสร้างวิถีใหม่สู่สังคมคาร์บอนต่ำ หัวใจสำคัญของหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ การบริหารจัดการให้พลาสติกใช้แล้วหมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างครบวงจร


ซึ่ง SCGC มีความเชี่ยวชาญและได้คิดค้นพัฒนานวัตกรรมรีไซเคิลขั้นสูงมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับจากแบรนด์ต่าง ๆ สามารถผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ SCGC Green PolymerTM เพื่อป้อนตลาดรักษ์โลก เช่น บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและบำรุงผิว แกลลอนน้ำยาล้างจาน ขวดน้ำมันหล่อลื่น และ ถังสีทาอาคาร เป็นต้น สำหรับความร่วมมือกับโรงพยาบาลพระรามเก้าในครั้งนี้ เป็นการนำแกลลอนน้ำยาล้างไตใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลระบบปิดอย่างครบวงจร เปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (High Quality PCR HDPE Resin)              

เพื่อนำไปผลิตเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิลกลับมาใช้ภายในโรงพยาบาล โดยถุงพลาสติกรีไซเคิลนี้มีส่วนผสมของเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูงถึง 30%”

เครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล พร้อมขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ชุมชน

ภายใต้แนวคิด “ใกล้ที่ทำงาน ใกล้บ้าน ใกล้คุณ”

การพัฒนาบริการทางการแพทย์เพื่อส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีในการรักษาถือเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาการเข้าถึงรักษาในทุกมิติ เพื่อเชื่อมโยงประสิทธิภาพ ของ Healthcare Network ที่สามารถประสานงานผ่านโครงข่ายที่มีระบบ บริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้ผู้รับบริการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว จนปัจจุบันมีจำนวนคลินิกมาก กว่า 20 สาขาทั้งในอาคารสำนักงานและชุมชน โดยมีเป้าหมายขยายจำนวน สาขาต่อไป





นพ.ดุสิต ปัญญาประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล เกษตร กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ของโรงพยาบาลเปาโล เกษตร ที่นำร่องรูปแบบบริการ ดังกล่าวก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ของการจัดตั้งคลินิกเวชกรรมสู่ชุมชนและอาคาร สำนักงานขององค์กรพันธมิตร โดยโรงพยาบาลใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ และความเชี่ยวชาญตอบโจทย์ความต้องการเรื่องสุขภาพอย่างยั่งยืน ร่วมตอบสนองความต้องการของผู้เช่าในอาคารที่เสมือนมีสถานพยาบาลคอยดูแลใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยและรักษา ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน บริการกายภาพบำบัดฟื้นฟู โดยกำหนดผลลัพธ์คุณภาพตามมาตรฐาน HA Quality of Patient Care ต่อยอดบริการด้วยการตรวจเชิงป้องกัน ชะลอความเสื่อม ฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล และรองรับการสนับสนุนบริการ ให้คำปรึกษาทางการแพทย์สำหรับการตรวจสุขภาพหมู่คณะ สำหรับความร่วมมือองค์กรพันธมิตรสำคัญ ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลเปาโล เกษตร มีคลินิกเวชกรรมและสหคลินิก ที่ตั้งในอาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ และ อาคารสำนักงานสิงห์ คอมเพล็กซ์ ของกลุ่ม บมจ.สิงห์ เอสเตท ซึ่งนับเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนระดับสากล ที่เรามีความตั้งใจสร้างประสบการณ์สุขภาพเข้าถึงพื้นที่ในองค์กรที่หลากหลาย




นพ.ดุสิต กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล ยังนำความโดดเด่นของนวัตกรรมทางการแพทย์มาเพิ่มประสิทธิภาพ และส่งมอบประสบการณ์การรักษาสุขภาพวิถีใหม่ อาทิ Health Up เป็น Digital Health Platforms ช่วยจัดการข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงบริการ Telemedicine การแพทย์ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถทำนัดหมายแพทย์ ดูผลการตรวจสุขภาพ และแม้แต่ส่งยาถึงบ้านได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งโปรแกรม Healthy Together Model การดูแลสุขภาพระดับองค์กรเพื่อร่วมสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้บริการของเราทุกระดับมั่นใจได้ถึงมาตรฐานการรักษา ที่สะดวกรวดเร็ว ลดข้อจำกัดเรื่องการเดินทางเข้ามายังโรงพยาบาล คลินิกเวชกรรมและสหคลินิกเครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล จึงพัฒนาบริการทางการแพทย์เข้าถึงพื้นที่ด้วยระบบเครือข่าย “ใกล้ที่ทำงาน ใกล้บ้าน ใกล้คุณ” ส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีในการรักษา ร่วมสร้างความยั่งยืนเติบโตไปพร้อมกันกับพันธมิตรและชุมชน





วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567

“อิงฟ้า-ชาล็อต” เผย “จูบแรก” แล้วยังไงต่อ….!?

“บอสณวัฒน์” ปิดโรงหนังสปอยด์ซีรีส์ “หยดฝนกลิ่นสนิม” ให้ลุ้น EP5


เปิด “จูบแรก” เอาไว้ใน EP 4 กับตอนที่มีชื่อว่า ความจริง ความหวัง และ จูบแรก เล่นเอาแฟนคลับของ สารวัตรตุลย์ กับ คุณหมอ เฌอรัญชน์ ใน ซีรีส์ “หยดฝนกลิ่นสนิม (PETRICHOR THE SERIES)”  นั่งไม่ติดที่ มีอาการลุ้นแทบลืมหายใจ ขอให้ทั้งคู่ไปต่อมากกว่าจูบ…แต่ 2 ผู้กำกับ พงศธร ทองเจริญ  และ พรรณนเรศ รุจิยะนันท์  กลับไม่ตามใจ ให้ไปลุ้นกันใน EP 5 อาทิตย์หน้าโน่น

ทว่างานนี้ ผู้อำนวยการสร้าง อย่าง บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ทีมผลิต บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน)  ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว ยอมนัดสปอยด์ตอนสำคัญนี้ด้วยการสั่งปิด โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ชั้น 6 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ให้แฟนคลับไทยและอินเตอร์แฟนได้ชมก่อนใคร พร้อมทัพนักแสดงมากันครบทีม ทั้ง  อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน , มีนา ริณา ฉัตรอมรชัย,  หลิน มาลิน ชระอนันต์ พร้อมผู้กำกับ พรรณนเรศ รุจิยะนันท์ แฟนคลับมากันแน่นโรง เพราะทุกคนอยากรู้ต่อจาก “จูบ” แล้วเป็นยังไงต่อน๊า! บอกใบ้ให้ว่า ตอนที่ 5 ความสัมพันธ์ของตุลย์และรันคืบหน้าไปมาก แต่ในระหว่างที่ความสัมพันธ์กำลังชื่นมื่นอยู่นั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่จะเป็นยังไง ต้องไปติดตามกัน ส่วนที่ยืนภาคภูมิใจในลูกสาวบ้านแกรนด์มากกว่าใคร เห็นจะเป็น บอสณวัฒน์ เพราะทุ่มเทและจัดเต็มให้กับซีรีส์ หยดฝนกลิ่นสนิม อย่างสุดๆ 



ซึ่งความพิเศษหลังได้ชมซีรีส์ฯ ที่มีแต่รอยยิ้มและความตื่นเต้น แฟนคลับยังได้ชมโชว์พิเศษ อิงฟ้า & ชาล็อต ควงคู่ร้องเพลง "ความเชื่อใจครั้งสุดท้าย" ฟากคู่ หลิน & มีนา มาพร้อมเพลง "Form" ก่อนได้ร่วมพูดคุยสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับนักแสดงและผู้กำกับ ถึงเบื้องหลังซีนสำคัญนี้ ที่บอกเลยว่าลึกซึ้งถึงขั้นที่ทำแฟนคลับ ฟังไปก็เขินแทนเชียวล่ะ 

ส่วนใครอยากชมซีนรักฉบับเต็มในซีรีส์ “หยดฝนกลิ่นสนิม (PETRICHOR THE SERIES)” ตอนที่ 5 : เพราะรัก เพราะโลภ เพราะทระนง (In The Name of Lust, Greed and Pride) ห้ามพลาด เสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2567 เวลา 21:00 น. ทางช่องวัน 31 และ ออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียว เวลา 22:00 น.

ติดตามความเคลื่อนไหวของซีรีส์ได้ทาง X: @SERIESPETRICHOR , @MissGrandTH , @tvthunderseries

#iQIYIOriginal #ซีรีส์หยดฝนกลิ่นสนิม #PetrichorTheSeries

30 ผู้ประกอบการชื่นมื่น โลตัสเปย์หนัก ทุ่ม 4.5 ล้านบาท อัปสกิล หนุนธุรกิจโตไร้ขีดจำกัด

โลตัสมอบของขวัญพิเศษแก่ผู้ประกอบการ ด้วยแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี กับ"โครงการ SMEs มีดี 30 ปี โลตัสพร้อมเปย์" หนุนผู้ประกอบการ 30 กิจการโตเร็วติดสปีด  จัดเต็มกับองค์ความรู้ครบเครื่อง  เติมเงินทุนสนับสนุนธุรกิจ  พร้อมมอบโอกาสทางการตลาดกับพื้นที่ทดลองจำหน่ายสินค้า ในโลตัส  มูลค่ารวมกว่า 4.5 ล้านบาท 

คุณวรรณดี รังษีสุกานนท์  ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารประสบการณ์และการดำเนินงานศูนย์การค้า กล่าวถึงความสำเร็จของ "โครงการ SMEs มีดี 30 ปี โลตัสพร้อมเปย์" ว่า "โลตัส รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 30 กิจการ ให้มีความพร้อมในการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการเติมองค์ความรู้ในรูปแบบปฎิบัติการและเวิร์กชอปเข้มข้น รวม 30 ชั่วโมง  ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการบริหาร การตลาดเชิงรุก การบัญชี  การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI
รวมทั้งกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่แน่นแฟ้น” 


“นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบเงินทุนสนับสนุนธุรกิจมูลค่าธุรกิจละ 50,000 บาท  และเพิ่มโอกาสทางการตลาดในการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้าในแม็คโคร หรือโลตัส  รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,500,000 บาท  เพื่อเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณจากใจโลตัสในวาระครบรอบ 30 ปี  ส่งความสุขให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่ไปพร้อมกันกับโลตัส  โดยหลังจากนี้จะเป็นกิจกรรมทดสอบตลาด  ด้วยการนำเหล่าผู้ประกอบการ 30 ธุรกิจ ทดลองออกบูธจำหน่ายสินค้าและบริการ ที่โลตัส สาขาสุขุมวิทต่อไป” คุณวรรณดี กล่าวทิ้งท้าย

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567

วัดจองกลาง แสงเงาสะท้อนน้ำ ถนนคนเดินแห่งเดียวในประเทศไทย


วัดจองคำ จ.แม่ฮ่องสอน

วัดคู่แฝดเก่าแก่แห่งเมืองสามหมอก ที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์และความวิจิตรงดงาม ชมความสวยงามยามเย็น ของวัดจองคำ-วัดจองกลาง แสงเงาสะท้อนน้ำ มาพร้อมแสงสุดท้ายของวันกระทบยอดเจดีย์ เปล่งประกายสีทอง ประหนึ่งงานศิลปะ ที่ธรรมชาติที่งดงามผ่านการสะท้อนของหนองจองคำวัดอยู่ติดกับหนองจองคำ หนองน้ำสาธารณะกลางเมืองแม่ฮ่องสอน สร้างตามแบบศิลปะไทยใหญ่ โดดเด่นด้วยหลังคาทรงประสาท 9 ชั้น และ วิหารหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน  


ถนนคนเดินหนองจองคำ แม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ฝั่งริมวัดจองกลาง-จองคำ เป็นถนนคนเดินเล็กๆ ที่นี่มีทั้งอาหารพื้นเมือง เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าพันคอ เครื่องประดับ ของที่ระลึกให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน โดยมี ชาวเขา ชาวไทใหญ่ มาตั้งร้านค้ามากมาย นักท่องเที่ยวมาเดินและเช่าชุดที่ถนนคนเดินหนองจองคำ แม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวต่างถิ่นชื่นชอบกับบริการที่เทศบาลจัด..ให้มีร้านเช่าชุด..ให้นักทองเที่ยวต่างถิ่นได้สวมใส่ชุดไทยใหญ่เดินถ่ายรูปและจับจ่ายใช้สอยซื้อของ บริเวณในถนนคนเดิน ริมหนองจองคำแม่ฮ่องสอน..สร้างบรรยากาศและสีสรรค์ให้ถนนคนเดิน...นอกจากนี้ยังเป็นที่สนใจของท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก



ที่นี่ถึงแม้ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอนจะเป็นถนนคนเดินเล็กๆ แต่ว่ามีเสน่ห์ตรงทำเลที่ตั้งและบรรยากาศการ ซื้อขายที่ไม่ดูเต็มแน่นเบียดเสียดเกินไปไม่ดูเป็น ธุรกิจเกินไป เป็นถนนคนเดินที่มีคกลิ่นไอของความเป็นชาวนักท่องเที่ยวมาเดินและเช่าชุดที่ถนนคนเดินหนองจองคำ แม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวต่างถิ่นชื่นชอบกับบริการที่เทศบาลจัด..ให้มีร้านเช่าชุด..ให้นักทองเที่ยวต่างถิ่นได้สวมใส่ชุดไทยใหญ่เดินถ่ายรูปและจับจ่ายใช้สอยซื้อของ บริเวณในถนนคนเดิน ริมหนองจองคำแม่ฮ่องสอน..สร้างบรรยากาศและสีสรรค์ให้ถนนคนเดิน...นอกจากนี้ยังเป็นที่สนใจของท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่นี่ถึงแม้ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอนจะเป็นถนนคนเดินเล็กๆ แต่ว่ามีเสน่ห์ตรงทำเลที่ตั้งและบรรยากาศการ ซื้อขายที่ไม่ดูเต็มแน่นเบียดเสียดเกินไปไม่ดูเป็น ธุรกิจเกินไป เป็นถนนคนเดินที่มีคกลิ่นไอของความเป็นชาวบ้านของเมืองแม่ฮ่องสอนอย่างแท้จริง



วัดจองคำ วัดจองกลาง แม่ฮ่องสอน
ที่อยู่ : ถนนชำนาญสถิตย์ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/7sWys4zrx494ktdZA 
เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.30 น. (หยุดทุกวันนักขัตฤกษ์)


ซุปเปอร์โมเดลดังหลายยุค ลูกหมี รัศมี โดดไปเป็นนักร้อง ‘นะจ๊ะ นะจ๊ะ’

ต้องจับตา! มีแววฮอตแรงสนั่นประเทศ! แรงยาวไปๆ ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี ที่ช่วงนี้งานแน่น ทั้งสอนบุคลิกภาพ เดินแบบ รับงานอีเวนต์ แต่อีกหนึ่งงานที่เธอรอมานาน กับบทบาทใหม่สุดไฉไลกับการเป็นนักร้องครั้งแรก พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลแรก ชื่อเพลง ‘นะจ๊ะ นะจ๊ะ’ ที่จะมากระแทกหูแบบขีดสุด!!!

ลูกหมี เปิดใจดังๆ ไว้ว่า ‘หมีเต็มที่กับการเป็นนางแบบ เป็นครูสอนบุคลิกภาพมานานแล้วค่ะ อีกงานที่ใฝ่ฝันมากๆ อยากจะทำมานานแล้ว คือการเป็นนักร้อง และเป็นงานที่หลายคนถามมาเยอะว่าเมื่อไหร่จะทำเพลง บังเอิญหมีได้มีโอกาสได้ รู้จักกับ พี่กฤต โปรดิวเซอร์ พี่เขาก็มีเขียนเพลงดีๆ น่ารักๆ ชื่อเพลง นะจ๊ะ นะจ๊ะ เป็นเพลงสไตล์ Disco pop สนุกสนาน เนื้อเพลงน่ารัก ๆ สดใส หมีใช้เวลาเกือบ 2 เดือน ในการทำงาน ในเอ็มวีก็จะมีการเต้นคัฟเวอร์ สนุกสนาน อยากให้ติดตามฟัง เป็นเพลงน่ารักส่งท้ายปีใหม่ และอยากให้ทุกคนดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และหมี ชวนเพื่อนนางแบบ กิ้บบี้ ริญญาภัทร์ รังสิมาภิวัฒน์ มาร่วมคอรัสในเพลงนี้ หมีเต็มที่ทุ่มสุดตัวจริงๆ อยากให้งานออกมาดี โดนใจคนฟัง ชอบไม่ชอบ หมีอยากให้เปิดใจฟังกันก่อนนะจ๊ะ นะจ๊ะ ฝากติดตามหมีได้ทางช่องทาง Tiktok : Lookmeechannel https://www.tiktok.com/@lookmeechannel?_t=ZS-8ryn4YMNEeu...



ไม่ได้มาร้องเล่นๆ เพราะลูกหมี จริงจังอย่างแรง เป็นคนที่ทำอะไรแล้วต้องทำให้ดี ทำให้สุดๆ ไปเลย ระดมทีมงานฝีมือเฉียบมาเพียบ เช่น Executive Producer and Additional by จอห์นนี่ บุญพละ Produced ,Arranged and Mastered by ปัณณ์ วีรกิตติ Composed and Written and Violin by กฤตพล คุรุศักดาพงศ์ Guitar by พิชญ์พล วัชรธนบดีวงศ์ Vocal by รัศมี ทองสิริไพรศรี (ลูกหมี) Rap and Chorus by ริญญาภัทร์ รังสิมาภิวัฒน์ (กิ๊บบี้) Videographer and Video Editor by หนุ่ย วิเชียร สิมมา
ต้องฟังเต็มๆ บอกเลยว่าสะพรึงแน่นอน ส่วนเพลงนี้จะโดนใจใครหรือไม่ กดฟังได้เลย นะจ๊ะ นะจ๊ะ https://youtu.be/AsFjDisQw5I?si=HlhHIIt7KGZZLA7K

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567

สวนสนบ่อแก้ว แลนด์มาร์คที่สำคัญ สำหรับสายถ่ายรูป


สวนบ่อแก้ว  แลนด์มาร์คที่สำคัญ สำหรับสายถ่ายรูปไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าใครได้มีโอกาสมาที่ เชียงใหม่ ก็อย่าลืมปักหมุด แวะมาแชะ ที่ สวนสนบ่อแก้ว ทิวสนที่ปลูกอย่างเป็นระเบียบงามตาจึงทำให้บริเวณสถานีกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง






สถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้ว หรือที่คนนิยมเรียกกันว่าสวนสนบ่อแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2,072 ไร่ โดยภายในสถานี มีการทำแปลงทดลองปลูกพืชจำพวกสน และยูคาลิปตัสที่สวยงดงาม  ด้วยทิวสนที่ปลูกเรียงรายร่มรื่น กันอย่างเป็นระเบียบราวกับฉากในภาพยนตร์รักโรแมนติกในต่างประเทศ  นอกจากวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสภูมิอากาศยังชื้นและเย็นสบายตลอดปี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 25-27 องศาเซลเซียส และอุณหภมิเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 16 องศาเซลเซียส ทำให้ในช่วงฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจและถ่ายรูปกันมากมาย นอกจากนี้ สวนสนบ่อแก้วยังเป็นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำสำหรับปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ทั้งนี้ ต้นสนที่นำมาปลูกนั้นมีอายุกว่า 30 ปี ส่วนมากเป็นสนสามใบซึ่งขึ้นอยู่ในที่สูงกว่า 500 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ริมเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กิโลเมตรที่ 36-37 อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ 






ใครที่ผ่านมายังถนนเส้นทางนี้ จะมองเห็นต้นสนสวยแนวต้นสนด้านหน้าถนนทางเข้าฝั่งซ้าย ที่ปลูกเรียงไว้เป็นแถวอย่างสวยงาม เลยมีนักท่องเที่ยวแวะมาถ่ายภาพสวยๆ กันอย่างไม่ขาดสายสวนสนบ่อแก้ว อยู่ที่ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง เป็นบริเวณของพื้นที่ใช้สำหรับทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่างๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์จาก ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ หรือ ไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมกับการเป็นไม้เบิกนำที่จะปลูกบนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ

ข้อมูล สวนสนบ่อแก้ว เชียงใหม่
ที่อยู่ : ถนนฮอด-แม่สะเรียง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

พิกัด : https://goo.gl/maps/dkYAovJmmnSR5EDc6  
เปิดให้เข้าชมฟรี : 08.00-17.00 น.

#เชียงใหม่ #แม่ฮ่องสอน #ชสท #สุขทันทีที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน #ททท #โวยวายดอทคอม

ข่าวประชาสัมพันธ์

พม. ยกย่องคนรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ สร้างสรรค์ "ผ้าไทย" ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ชุดแต่งกายร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าเศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรมยั่งยืน

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ...

โวยวายดอทคอม