วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565

ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ ดื่มด่ำวิถีระยองในมุมมองน่ารัก สไลว์ไลฟ์ริมชายหาด อัศจรรย์ป่าชายเลน เดินเล่นสวนไม้หอม

หาดใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวได้แบบไม่ต้องนั่งเรือข้ามเกาะ  ได้ประหยัดงบแถมประหยัดเวลาไปในตัว บอกเลยใครมีโอกาสมาเที่ยวที่จังหวัดระยอง ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ที่ขับรถออกจากบ้านมาไม่กี่ชั่วโมงก็จะพบกับความสงบ และความชิล.......สุดๆ

ความเร่งรีบกดดันในแต่ละวัน อาจทำให้คนเราสะสมความเครียดไว้โดยไม่รู้ตัว ทางออกที่ดีคือการได้หยุดพักผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ พาตัวเองออกไปพบเจอกับมุมมองที่โล่ง โปร่ง สบายตา พร้อมเติมเต็มแรงบันดาลใจจากผู้คนรอบข้าง อย่างที่จังหวัดระยอง แม้จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ก็มีมุมสโลว์ไลฟ์ให้เลือกชิลอยู่หลายจุด ภายใต้บรรยากาศของท้องทะเลชายฝั่ง ที่ยังคงความเงียบสงบ

โครงการ “Refresh life ...by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 
ชวนออกเดินทางไปผ่อนคลายในมุมที่น่าชื่นตาชื่นใจ ในจังหวัดระยอง ขับรถออกจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร ก็จะได้พักสายตาไปกับชายหาดที่ทอดยาว ไล่เรียงตั้งแต่หาดแหลมเจริญ หาดแสงจันทร์ ไปถึงหาดสุชาดา โดดเด่นด้วยโค้งเว้าของแนวกำแพงหินที่สร้างไว้เพื่อป้องกันการกัดเซาะของชายฝั่ง และทำให้การลงเล่นน้ำเป็นไปอย่างปลอดภัย เรียงรายด้วยที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ผสมผสานเรื่องราวของวิถีชาวประมงชายฝั่ง ที่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย

หาด Coffee Truck เพียงแรกพบก็ตกหลุมรัก
ประโยคที่ว่า “อยากไปนั่งโง่ ๆ ริมทะเล” แม้จะออกแนวประชดประชัน แต่สะท้อนภาพความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี การได้นั่งเฉย ๆ สบาย ๆ ไม่ต้องคิดกังวลใด ๆ กลายเป็นเทรนด์ฮิตบนชายหาดแหลมเจริญ บรรดา Food Truck และ Coffee Truck พร้อมบูทจำหน่ายสินค้าและอาหารแบบดั้งเดิม เรียงรายไปตลอดทาง แต่ก็ทิ้งระยะห่างเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ทุกคนได้สัมผัส บรรยากาศริมทะเลดีต่อใจ น้ำทะเลสีสวย นั่งจิบกาแฟ ฟังเพลงเบาๆ  หาดใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวได้แบบไม่ต้องนั่งเรือข้ามเกาะ  ได้ประหยัดงบแถมประหยัดเวลาไปในตัว บอกเลยว่าใครมีโอกาสมาเที่ยวที่จังหวัดระยอง ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ที่ขับรถออกจากบ้านมาไม่กี่ชั่วโมงก็จะพบกับความสงบ และความชิล





ดูแล้วโดดเด่นสนุกสนานมากมาก ในตอนนี้คือบรรดา Coffee Truck คาเฟ่เคลื่อนที่สไตล์มินิมอล
Coffee Truck กำลังมาแรง กับหลายๆ ร้านกาแฟที่มีไอเดียเก๋มากให้บริการกาแฟและเครื่องดื่มแบบต่าง ๆ มาพร้อมสไตล์ของตัวเอง เป็นสีสันใหม่ของการนั่งเล่นริมชายหาด นอกจากเมนูเด็ดของแต่ละร้านแล้ว การเลือกเก้าอี้ชายหาดเก๋ ๆ มาให้บริการฟรีสำหรับลูกค้า เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวและชาวระยอง  เข้ามานั่งเล่นกันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือจะฉายเดี่ยว ต่างก็นั่งหันหน้าทิ้งสายตาไปกับทะเลกว้าง นับเป็นบรรยากาศการพักผ่อนที่ดีต่อใจสุด ๆ 

จะดีแค่ไหนถ้าร้านอร่อยไม่ได้มีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่อีกต่อไป  Coffee Truck กำลังมาแรง กับหลายๆ ร้านกาแฟที่มีไอเดียเก๋มากตัวร้านก็คือตัวรถ อยู่ที่เลียบชายหาด มานั่งชิลๆ จิบอะไรเย็นๆ หลีกหนีความวุ่นวาย  หาที่ถ่ายรูปสวยๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แถมยังมีพร็อบถ่ายรูปอีกเพียบ เอาลงไปถ่ายที่ชายหาดได้รูปอีกเพียบ ส่วนเมนูก็มีให้เลือกเยอะ ราคาไม่แรง ที่สำคัญ มีการตกแต่งบนแก้วมา มีชิ้นผลไม้วางท็อปมาอีก คือดีมาก บริการก็ดีมาก มีเบาะมาให้รองนั่งด้วย

วิถีชาวเล กลุ่มประมงพื้นบ้านตำบลปากน้ำ
บริเวณชายหาดแหลมเจริญ เป็นที่ตั้งของชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ภาพที่ทุกคนจะได้เห็นคือเรื่องราวชีวิตชาวประมงที่ยังคงสืบสานวิถีชีวิตของชาวบ้านชายทะเลที่มีมาอย่างยาวนาน คนเฒ่าคนแก่ไปจนถึงลูกเด็กเล็กแดง ยังทำประมงพื้นบ้านแบบดั้งเดิม และเต็มไปด้วยเสน่ห์เรียบง่าย อบอุ่นใจเมื่อได้พบเจอ

“ส้ม-กุสุมา ชูทอง ทรัพย์ประเสริฐ” สมาชิกวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยอง เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านบริเวณนี้เป็นประมงเรือเล็กพื้นบ้านที่ผูกพันกับทะเลมานาน ในทุกวันสามีของเธอจะออกไปวางอวนทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงบ่าย วันรุ่งขึ้นก็จะออกไปเก็บอวนกันตั้งเช้ามืด จากนั้นเธอและลูก ๆ ก็นำมาคัดเลือกด้วยความระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ติดอวนมาจะค่อนข้างพัลวัน หากเส้นอวนขาดก็ต้องเสียเวลาซ่อม จึงต้องใช้เวลานาน สมาชิกในบ้านก็ต้องมาช่วยกันทั้งหมด



ผลผลิตที่ได้ก็คละ ๆ กันไป ทั้งปูดำ ปูม้า ปูแป้น หอย ปลา รวมทั้งขยะที่ติดมากับอวน จึงต้องใช้เวลาทำความสะอาดเป็นอย่างดี ก่อนจะนำไปวางในทะเลอีกครั้ง เป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน  สนใจมาชมแนะนำว่าให้มาประมาณแปดโมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่มีผลผลิตมาก หากต้องการซื้อก็สามารถติดต่อได้ทันที บางเจ้าก็นำไปส่งให้ร้านอาหาร บ้างก็ส่งตลาดในระยอง บางส่วนก็วางขายกันหน้าหาด ในราคาแบบชาวบ้าน และรับประกันความสด นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง หมึกแดดเดียว ฯลฯ
วางจำหน่ายริมสองข้างทางบริเวณหน้าหาด

ล่องเพลิน เดินชิล ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ
ระยองเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ที่จับต้องได้ไม่ยาก จากเอกลักษณ์ของตัวเมืองที่ติดทะเล โดดเด่นด้วยทรัพยากรอันสมบูรณ์  ชื่นตาชื่นใจจากความอลังการของผืนป่าชายเลนขนาดใหญ่ขนาด 500 ไร่ ครอบคลุม ต.ปากน้ำ และ ต.เนินพระ เป็นผืนป่าที่อยู่คู่เมืองระยองมาอย่างยาวนาน ประกอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นแสม โกงกาง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลากชนิด จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพ ที่สำคัญคือสวยงามมาก

 ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ



ความอลังการของผืนป่ากว้างที่มองได้จากมุมสูง นอกจากการขึ้นหอชมวิวแล้ว สามารถเลือกที่พักริมชายหาดที่มองเห็นผืนป่าได้อย่างอลังการ เช่น หาดแสงจันทร์ อันเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและที่พักสวยหลายแห่ง รวมทั้ง “โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์บีช ระยอง” ระเบียงของทุกห้องจะมองเห็นความอัศจรรย์ของสองฝั่ง ทั้งฝั่งชายทะเล และฝั่งของคลองที่ลัดเลาะเลียบแนวป่าชายเลน เป็นภาพประทับใจ ท่ามกลางการเข้าพักที่แสนสะดวกสบาย

นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือหรือเดินเล่นบนสะพานเลียบป่าชายเลนระยะทางยาวกว่า 7 กิโลเมตร เพื่อชื่นชมความงดงามของ “ป่าในเมือง” หรือทีเรียกกันว่า “ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ” ด้วยความโดดเด่นของเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ  ล้อมด้วยป่าชายเลนท่ามกลางอากาศอันบริสุทธิ์  สร้างขึ้นตั้งแต่งปี พ.ศ. 2416 เพื่อแสดงให้ผู้ที่เดินเรือรู้ว่ามาถึงระยองแล้ว สามารถเดิน ล่องเรือ หรือขับรถเข้าไปชมได้อย่างสะดวก


กรุ่นกลิ่นกฤษณา กับช่วงเวลาแสนผ่อนคลายเพราะกลิ่นเป็นส่วนประกอบหนึ่งของความผ่อนคลาย ในเส้นทางเที่ยวระยองครั้งนี้ จึงขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สอดแทรกความรู้เรื่องไม้กฤษณา พร้อมช่วงเวลาอันน่าประทับใจ ในพื้นที่ของ “มีสุข ฟาร์ม” (Mesook Farm) ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง  

 “มีสุข ฟาร์ม”

“พิกุล กิตติพล” ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา เล่าว่า ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกป่าเบญจพรรณ เช่น ไม้สักยางนา มะค่าโมง มะค่าแต้ รวมทั้งประดู่ กระถินณรงค์ และต้นไผ่กว่า 180  ชนิด นับเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกไม้กฤษณาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์  ปัจจุบันมีการส่งออกไม้ น้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากกฤษณา ไปกว่า 10 ประเทศ



มาแล้วต้องแวะร้านจำหน่ายสินค้า “บ้านมีสุข” มีผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณากว่า 40 ชนิด เช่น ธูปปั้น ธูปหอม น้ำมันหอม น้ำหอมระงับกลิ่นกาย โลชั่น แชมพู เซรั่ม โฟมล้างหน้า ฯลฯ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาอุดหนุนสินค้า จะได้สัมผัสกับน้องหมาซามอยด์แห่งผืนป่ากฤษณาที่จะร่วมแอคท่าถ่ายรูปกับทุกคน 

 “มีสุข ฟาร์ม” ยังนำเสนอความสุขของการเข้าพักในสวนป่าที่รายล้อมบึงน้ำขนาดใหญ่  มีบริการทั้งที่พัก และร้านอาหาร “คาเฟ่ มีสุข” ให้บริการอาหารท้องถิ่นเมนูเพื่อสุขภาพที่ได้รับรางวัลเชฟชุมชน  พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิด พร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันกฤษณาที่ให้ความหอมและผ่อนคลาย อาทิ กาแฟน้ำผึ้ง กฤษณามรกต กฤษณารัญจวน ฯลฯ อิ่มแล้วก็ไปพบกับฐานการเรียนรู้แนวแอดเวนเจอรอีก 14 ฐาน หรือจะออกไปพายเรือ เดินชมน้องควาย น้องแพะ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนทุกวัย



  ใครที่อยากเติมพลังรับพลังธรรมชาติตามศาสตร์ฮวงจุ้ย แนะนำได้เดิมข้าม “สะพานเปี่ยมสุข” และ “สะพานแขวน” ที่ได้รับการยืนยันจากปากของซินแสขาวสิงคโปร์ว่า สายลมที่พัดโชยในผืนป่ากว้าง พร้อมอากาศอันบริสุทธิ์ ถือเป็นแหล่งรับพลังที่ดีมาก

ออกไปผ่อนคลายในบรรยากาศอันน่าชื่นใจที่จังหวัดระยอง กับโครงการ “Refresh life ...by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” ชวนท่องเที่ยวเมืองไทย ไปซบไหล่ธรรมชาติ รับพลังอันแสนบริสุทธิ์  พร้อมสนับสนุนแง่มุมดี ๆ ให้กับชุมชน ถือเป็นเส้นทางแห่งความสุขและการส่งต่อแรงบันดาลใจ เติมพลังจิตพลังใจก่อนที่จะกลับมาต่อสู่กับงานอีกครั้ง

มีสุขฟาร์ม จังหวัดระยอง

วิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ต.ปากน้ำระยอง
กุสุมา ชูทอง  โทร.08 2461 8933 
(มีบริการปูนึ่งพร้อมน้ำจิ้ม-หากต้องการเนื้อปูแกะต้องสั่งล่วงหน้า)

ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ
เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน  เวลา 06:00 – 18:00 น.
สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1  โทร. 038 020 070
ติดต่อเรือ โทร. 09 5225 7993 (เรือออกช่วงบ่าย ค่าบริการรอบละ 300 บาท นั่งได้ 6 ท่าน)

มีสุขฟาร์ม
(ห่างจากตัวเมือง 42 กิโลเมตร) เปิดบริการทุกวัน : 09.00 - 17.00 น.
โทร. 08 2898 7886
(กรุณาติดต่อล่วงหน้า สำหรับกิจกรรมฐานเรียนรู้ และการเข้าชมเป็นหมู่คณะ)


ททท.สำนักงานระยอง โทร : 038 655 420

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 


LAB Future & BIO Expo 2022 งานแสดงเครื่องมือแล็บและไบโอเทคแห่งลุ่มน้ำโขง ยกระดับ R&D พร้อมขับเคลื่อน BCG อีสาน

กรุงเทพ, 21 กันยายน 2565 – ขอนแก่นอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ โดยบริษัท แอดลิบ แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นและประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ประกาศความภาคภูมิใจ แถลงข่าวเตรียมจัดงาน LAB Future & BIO Expo 2022: โอกาสเติบโตเครื่องมือแล็บ  และไบโอเทคอีสานสู่มาตรฐานและเศรษฐกิจใหม่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งแรกกับงานแสดงเทคโนโลยี เครื่องมือและบริการ เคมีภัณฑ์และสารมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อการพัฒนาและการลงทุนสำหรับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ระหว่างวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนเเก่น (ไคซ์)

คุณกวิน ว่องกุศลกิจ ในนาม ขอนแก่นอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ ผู้จัดงานหลัก เล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่ภาคอีสานและลุ่มน้ำโขงที่สามารถผลักดันให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ผ่านการจัดงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงเครื่องมือและบริการด้านการพัฒนาไบโอเทค ที่จะจัดขึ้นครั้งแรกในปีนี้ พร้อมส่งเสริมให้เป็น BIO HUB ของภูมิภาคด้วยการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสให้เป็นศูนย์นวัตกรรมนานาชาติ               ไบโอเทค ที่ประกอบด้วย ศูนย์นวัตกรรมและวิจัย ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมบีซีจี รวมถึงเป็นพื้นที่การประชุมสัมมนา โดยคาดว่า ขอนแก่นอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ จะส่งเสริมให้เกิดโครงการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ                 ในอนาคตเพิ่มมากขึ้น    



ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นายประวิทย์ ประกฤตศรี ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล ร่วมแชร์มุมมองจากภาคเอกชน ด้านโอกาสของเศรษฐกิจฐานชีวภาพและการลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่มีโอกาสเติบโตจากจำนวนประชากร 326 ล้านคน และด้วยศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นแหล่งผลิตอาหารและสินค้าทางด้านเกษตรที่สำคัญของประเทศ ประกอบกับ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ ความพร้อมด้านกำลังคน กลไกการพัฒนาเชิงพื้นที่ การสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตร ทั้งหมดมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโต และศักยภาพด้านไบโอเทคของภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม  

ความร่วมมือการจัดงานของภาคธุรกิจ ได้รับการสนับสนุนจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นและหอการค้าจังหวัดขอนแก่น นำโดย นายชาญณรงค์  บุริสตระกูล ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น และ ดร. เทพวรรณ์ เตียมไธสง รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ที่ร่วมผลักดันภาคเอกชนในพื้นที่ พร้อมเชิญชวนกลุ่มสมาชิกธุรกิจเร่งพัฒนาศักยภาพของตนเอง ขยายโอกาสการเรียนรู้ เปิดช่องทางธุรกิจ และสร้างความพร้อมผนึกกำลังส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคร่วมกัน



สำหรับแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีและความพร้อมของภูมิภาค นายยงยุทธ กิดาธนพนต์ นายกสมาคมการค้าวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี และ ศ.ดร.เพ็ญจิตร ศรีนพคุณ นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย เผยถึงโอกาสที่น่าสนใจของเครื่องมือแล็บในภาคอีสานที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 15% ต่อปี จากมูลค่าตลาดเครื่องมือแล็บรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ขอนแเก่น  กลายเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของประเทศลุ่มน้ำโขง เป็นศูนย์กลางการศึกษาและคมนาคม รวมทั้งการมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนการสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์อุตสาหกรรมไบโอเทคโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผลักดันให้ตลาดเครื่องมือแล็บอีสานเติบโต     เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 25-30% อย่างชัดเจน

ในส่วนของภาครัฐ ดร. สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวสนับสนุนการจัดงานและเผยถึงความพร้อมของจังหวัดขอนแก่น ในฐานะไมซ์ซิตี้ ซึ่งเชื่อว่าการจัดงาน LAB Future & BIO Expo 2022 จะมีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดเครือข่ายการค้าการลงทุน การพัฒนาและการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีชีวภาพในทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการและภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคได้

นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวยังมี พิธีลงนามความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 องค์กร เพื่อบูรณาการความร่วมมือผ่านกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ ผ่านเครือข่ายหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคม ฯลฯ   และปิดท้ายด้วยเสวนาในหัวข้อ บริบทอีสานใหม่ ขับเคลื่อนศูนย์กลางไบโอเทคแห่งใหม่ของเอเชีย โดยกลุ่มผู้บริหารจากภาคเอกชนที่ช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค และร่วมกันจัดงานในครั้งนี้


งาน LAB Future & BIO Expo 2022: โอกาสเติบโตเครื่องมือแล็บและไบโอเทคอีสานสู่มาตรฐานและเศรษฐกิจใหม่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง คาดจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 4,000 คน ทั้งสายงานบริหารและปฏิบัติการจากภาครัฐและเอกชน โดยไฮไลต์ภายในงานประกอบด้วย การแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการ ฯ และเทคโนโลยีชีวภาพทั้งในและต่างประเทศ กว่า 80 บริษัท 200 คูหา        450 แบรนด์ ครอบคุมพื้นที่แสดงงานกว่า 3,500 ตารางเมตร รวมถึงการประชุมสัมมนา และการจับคู่ธุรกิจ งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมฯ ไคซ์ ขอนแก่น สามารถลงทะเบียน    เข้าชมงานและติดตามข้อมูลได้ที่ www.labfutureexpo.com หรือ www.bioexpo.asia

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565

รฟฟท.จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ ชุมชนตลาดล่าง เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565





นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์วิกฤติอุทกภัยในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ทั้งในต่างจังหวัดและในพื้นที่เขตปริมณฑล บริษัทฯมีความตระหนักและห่วงใยในความเป็นอยู่รวมถึงสุขอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งวิกฤติอุทกภัยที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้เกิดจากปริมาณน้ำสะสมที่ไหลเข้าท่วมอาคารบ้านเรือน ซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วย 





บริษัทฯ จึงได้ลงพื้นที่สำรวจชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วเห็นว่า ชุมชนตลาดล่าง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีหลักหก ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนหลายครัวเรือน จึงดำเนินการจัดทำถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด ประกอบด้วยสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นการเร่งด่วน โดยนำไปมอบให้แก่ชุมชนตลาดล่าง ตำบลบางพูน จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงได้น้อมนำพระราชปณิธานการบำเพ็ญตนเป็นผู้ให้ และการทำความดีด้วยหัวใจของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการร่วมกันทำประโยชน์และพัฒนาสังคมเพื่อประเทศชาติ อีกทั้งโครงการดังกล่าวนั้น ยังถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม(CSR) อีกด้วย

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตคนชานเมือง Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565

CP LAND จับมือ ธอส. ขนทัพ 21 โครงการคอนโดพร้อมอยู่ทั่วไทย

จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ Variety Home Virtual Fair2565 ระหว่างวันที่ 21 – 25 กันยายนนี้   


บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขนทัพ 21 โครงการคอนโดพร้อมอยู่ทั่วไทย จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ จองเริ่มต้นเพียง 5,000  บาท รับส่วนลดพิเศษ 50,000 – 200,000 บาท  พร้อมรับฟรี ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าส่วนกลาง 1 ปีแรก ค่ากองทุน ค่ามิเตอร์ไฟฟ้า ในงาน Variety Home Virtual Fair มหกรรมที่อยู่อาศัยและการเงินออนไลน์ ระหว่างวันที่ 21 - 25 กันยายน 2565  ทาง https://virtualfair.ghbank.co.th/ 

สำหรับ 21 โครงการคอนโดพร้อมอยู่ทั่วไทย จาก CP LAND ที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย ภาคเหนือ 1.พาร์ค คอนโด ดรีม นครสวรรค์ 2.พาร์ค คอนโด ดรีม พิษณุโลก  3.กัลปพฤกษ์ ซิตี้พลัส พิษณุโลก
4.พาร์ค คอนโด ดรีม แม่สอด 5.กัลปพฤกษ์ แกรนด์พาร์ค เชียงราย 6.พาร์ค คอนโด ดรีม ลำปาง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7.กัลปพฤกษ์ ซิตี้ พลัส สกลนคร 8.กัลปพฤกษ์ แกรนด์ พาร์ค อุดรธานี 9.กัลปพฤกษ์ แกรนด์ อุบลราชธานี 10.กัลปพฤกษ์ มหาสารคาม 11.เดอะ คอร์ทยาร์ด เขาใหญ่ 12.บ้านเขาใหญ่ 13.พาร์ค คอนโด ดรีม นครราชสีมา 14.พาร์ค คอนโด ดรีม บุรีรัมย์

ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก 15.เดอะซีซั่น ศรีนครินทร์ 16.เอส คอนโด สมุทรสาคร 17.พาร์ค คอนโดดรีม กาญจนบุรี 18.พาร์ค คอนโด ดรีม ปราจีนบุรี 19.เดอะ คอร์ทยาร์ด ระยอง

ภาคใต้ 20.กัลปพฤกษ์ แกรนด์ สุราษฎร์ธานี 21.พาร์ค คอนโด ดรีม ตรัง 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cplandproperty.com/variety-home-virtual-fair-2565/ 
Line OA: @cpland คลิกลิงก์ https://lin.ee/ySC2hK0  หรือ โทร. 020708888 

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLandProperty #บ้านหลังแรก #บ้านเพื่อครอบครัว #อสังหาเพื่อลงทุน #คอนโดเพื่อลงทุน #คอนโดพร้อมอยู่ #บ้านคุณภาพดี #ใครก็กู้ได้ 


#CPLand #CPLandProperty #Home #Condominium #Condo #Townhome #CondoForInvest
#Invest #VarietyHomeVirtualFairbyGHBank #มหกรรมที่อยู่อาศัยและการเงินออนไลน์ #ธอส
#ธนาคารอาคารสงเคราะห์

14 จุดเช็คอิน ฟินทั้งกายและใจ เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”


อุทัยธานีอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี ภายใต้วิถีอันเรียบง่าย  พร้อมความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงาม ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ต่างอาศัยพื้นที่ทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงชีวิต ชาวอุทัยธานีจึงมีใจ “รักษ์” ในทรัพยากรในถิ่นอาศัย กิน ใช้ ในวิถีปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ทุกคนไปสัมผัส กับเส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”  นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ทั้งจุดเช็คอิน ที่กิน ที่พัก ที่ผ่อนคลายทั้งกายใจ เปิดมุมมองกว้างใหญ่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ ท่ามกลางวิถีชุมชนอันน่าชื่นชม

เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้คัดสรร14 จุดเช็คอินฟินทั้งกายและใจ ในอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอทับทัน อำเภอลานสัก และอำเภอบ้านไร่ มาให้ทุกคนได้ชื่นใจ ก่อนจะไปสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นด้วยกัน

1.ล่องวิถีสะแกกรัง ฟังเรื่องราววิถีชาวแพ
เริ่มต้นจาก แม่น้ำสะแกกรัง อ.เมืองอุทัยธานี เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำสะแกกรัง คือ วิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรังใน อ.เมืองอุทัยธานี ที่อยู่มานานกว่า 100 ปี ส่งต่อภูมิปัญญาวิถีชาวเรือนแพจากรุ่นสู่รุ่น ชาวแพในปัจจุบันมีอาชีพที่หลากหลายทั้งงานรับจ้าง เลี้ยงปลา หาปลา ค้าขาย รวมทั้งภูมิปัญญาการทำเกษตรลอยน้ำ ทั้งการปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด และเตยหอม โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาประชังน้ำจืด ซึ่งมีจุดกำเนิดที่แม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้ 


แน่นอนว่าเมื่อมาเยือนสะแกกรังแล้ว จะต้องได้ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์จากสายน้ำ อาทิ ปลาย่าง ปลาจ่อม และน้ำพริกปลาย่าง ที่ “แพป้าแต๋ว”จากนั้นเมื่อขึ้นฝั่งแล้วยังมีเวลา สามารถแวะชมความงดงามของ “วัดโบสถ์”ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเมืองอุทัยธานี ชาวบ้านจึงได้ทำแพรับเสด็จที่วัดแห่งนี้ ปัจจุบันยังมีสิ่งของพระราชทานจัดแสดงอยู่ภายในวัดอีกด้วย

2.แรดได้ใจ ต้อง ปลาแรด GI อุทัยธานี
ชุมชนริมแม่น้ำสะแกกรัง บนเกาะเทโพ มีการรวมตัวของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลาแรดสะแกกรังตำบลท่าซุงซึ่งได้การรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา  จึงเป็น “ปลาแรด GI” หนึ่งเดียวในเมืองไทยจุดเด่น คือ “เกล็ดหนา หน้างุ้ม เนื้อนุ่ม แน่นหวาน”ด้วยการเลี้ยงแบบผสมผสานกับพืชผัก ผลไม้นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแรดให้เลือกซื้ออีกมากมาย




หากอยากชิมเมนูปลาแรด ของดีจังหวัดอุทัยธานี ที่การันตีได้ว่าไม่มีกลิ่นสาบโคลนแน่ ๆ เพราะเลี้ยงในกระชังที่มีน้ำไหลเวียนตลอดเวลา บนเกาะเทโพยังมีร้านอาหารให้เลือกชิมหลายร้าน อาทิ ร้านป้าสำราญ ที่มีสารพัดเมนูปลาแรด ปลาในท้องถิ่น รวมทั้งเมนูพื้นบ้านต่าง ๆ ให้เลือกชิม ในบรรยากาศริมน้ำอันแสนสดชื่น

Facebook/กลุ่มแปรรูปปลาตำบลท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี

3.วันวานยังชื่นใจ “อุไทย เฮอริเทจ” 
ในตัวเมืองอุทัยธานี ยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตเรียบง่าย มีวิถีสโลว์ไลฟ์แบบที่หลายคนชื่นชอบ ท่ามกลางกลิ่นอายของวันวานจากตึกรามและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เช่นที่“อุไทย เฮอริเทจ” โรงแรมที่ได้รับการออกแบบปรับโฉมจากอาคารโรงเรียนเก่าที่มีอายุราว 80 ปี จึงคงกลิ่นอายแบบวินเทจให้ผู้ที่คิดถึงวัยเด็กเข้ามาชื่นชม

 

ปัจจุบัน “อุไทย เฮอริเทจ” เปิดให้บริการห้องพักหลายรูปแบบ ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น สะท้อนคุณค่าของเมืองอุทัยธานีผ่านเรื่องราวของโรงเรียน ข้าว และงานไม้ ทุกเช้าและเย็น ยังมีกิจกรรมเคารพธงชาติในทุกวัน นอกจากการเข้าพักแล้ว สามารถแวะมาจิบกาแฟและเครื่องดื่มในคาเฟ่ของโรงแรมได้

Facebook/uthaiheritage


4. ส่งต่อสิ่งดี ๆ สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท
มาถึง อ.ทัพทัน นักท่องเที่ยวจะเห็นภาพของพื้นที่ทางการเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีการทำนาทำไร่กันมาอย่างยาวนาน และมีการพัฒนาผสมผสานเป็นการเกษตรยุคใหม่ที่น่าสนใจ เปิดให้ทุกคนเข้าชม ในบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนสไตล์บ้านไร่บ้านสวนอย่างแท้จริง   



ทริปนี้ขอแนะนำ “สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ท” พื้นที่เกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชาที่ว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียงปลูกผัก ทำสวน เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ในพื้นที่กว่า 26 ไร่ มีที่พักสไตล์ลอฟท์พร้อมสระว่ายน้ำเพื่อต้อนรับผู้ที่ต้องการเข้ามาชื่นชมธรรมชาติ ตื่นมาพร้อมบรรยากาศอันแสนสดชื่น และการรับประทานอาหารอร่อย ๆ จากวัตถุดิบปลอดภัยภายในสวน

Facebook/สวนเกษตรอินทรีย์ รีสอร์ทอ.ทัพทัน อุทัยธานี

5.บ้านไร่วรัญญ์รัช มุมของคนรักแคคตัส
หรือจะแวะไปที่ “บ้านไร่วรัญญ์รัช” ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฟาร์มแคคตัสและบอนสี ตั้งอยู่กลางทุ่งนากว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะได้เรียนรู้การเลี้ยงแคคตัสและบอนสี  ภายในไร่ยังปลูกผักปลอดสารพิษ และการเลี้ยงปลา ส่วนของคาเฟ่มีวิวชมนาข้าวที่จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล แวะมาจิบกาแฟ หรือกินก๋วยเตี๋ยวอร่อย ๆ สูตรของทางร้าน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ยังมีแพทย์แผนจีนมาเปิดให้บริการตรวจรักษาในราคาย่อมเยาอีกด้วย

Facebook/banraiwaranrach



6.หุบป่าตาด ดินแดนแห่งความเร้นลับ
จาก อ.ทับทัน เข้าสู่ อ.ลานสัก กับบรรยากาศแห่งขุนเขาและทุ่งกว้าง หันไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความชื่นใจจากบรรยากาศที่เขียวชอุ่มใน อ.ลานสัก มีผืนป่าโบราณ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “อันซีนไทยแลนด์” นั่นคือ “หุบป่าตาด” ดินแดนอันเร้นลับที่ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2522 โดย พระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง จากสภาพป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาด ไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม ด้วยลักษณะของป่าที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอันลึกลับ จึงเรียกที่นี่ว่า “หุบป่าตาด” 

หุบป่าตาด อยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ได้รับการประกาศจากกรมอุทยานแห่งชาติ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้หายากหลากชนิด  รวมทั้ง “กิ้งกือมังกรสีชมพู” ที่จะพบได้ในช่วงฤดูฝนนับเป็นสัตว์หายากพบได้ที่หุบป่าตาดเท่านั้น



7.เช็คอินสุดว้าว ที่จุดชมวิวบ้านชายเขา  
ห่างจากหุบป่าตาดเพียง 2 กิโลเมตร บรรยากาศแห่งขุนเขาที่โอบล้อม ท่ามกลางแปลงเกษตรผืนใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง เป็นที่ตั้งของจุดชมวิวบ้านชายเขา มีลานกางเต้นท์และร้านอาหารเล็ก ๆ ให้บริการ ด้วยความสดชื่นในมุมมองอลังการ จึงถูกเปรียบเทียบว่า “สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย” 


8.ต้นไม้ยักษ์ คุณทวดแห่งป่า อ.บ้านไร่
มาถึง อ.บ้านไร่ เป็นอีกดินแดนของความ “อยู่ดี Green ดี” ท่ามกลางวิถีทางวัฒนธรรมอันงดงาม เมื่อมาถึงแล้ว ต้องไปรายงานตัวกับคุณทวดแห่งผืนป่า “ต้นไม้ยักษ์” ขนาด 40 คนโอบ อายุราว 300-400 ปี ยืนต้นตระหง่านท่ามกลางป่าหมากและป่าสมุนไพร มาแล้วยังแวะอุดหนุนผลผลิตจากชาวสวนชาวไร่และของดีจากชุมชนในตลาดต้นไม้ยักษ์ได้อีกด้วย


9.แจ่ว 100 สำรับ ชุมชนลาวครั่ง
ชาวบ้านลาวครั่งอาศัยอยู่ในบ้านสะนำ อ.บ้านไร่ มาอย่างยาวนาน และมีภูมิปัญญาการกินอยู่ที่เรียบง่าย
แต่ก็มีสไตล์ ตั้งแต่การกินน้ำพริก หรือ แจ่ว ซึ่งดัดแปลงสูตรเป็น “แจ่ว 100 สำรับ” นั่นมาจากการผสมผสานวัตถุดิบต่าง ๆ ในหมู่บ้าน รวมทั้งวัตถุดิบตามฤดูกาล อาทิ “แจ่วมะเขือด้าน” ที่จะใช้มะเขือเจ้าพระยาลูกใหญ่“แจ่วบักเขียเคีย” ทำจากมะเขือส้ม หรือมะเขือเครือ“แจ่วน้ำข้าวใส่หมู”ที่มีส่วนผสมของน้ำซาวข้าว ฯลฯ



10.จานใบไม้ รวมใจรักษ์บ้านสะนำ
ในละแวกบ้านสะนำ มีป่าหมากรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่า “ป่าหมากล้านต้น”ชาวบ้านยังเห็นว่ากาบหมากที่ร่วงหล่นลงมาเป็นขยะ น่าจะนำมาปรับโฉมเป็นของใช้ได้ จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มผลิตจานจากใบไม้ นอกจากกาบหมากยังใช้ใบไม้ขนาดใหญ่นำมาแปลงเป็นภาชนะ เช่น ใบไม้สัก ใบตองตึง ใบมะเดื่อกวาง ที่อยู่ในละแวกหมู่บ้าน นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกแล้ว ชาวบ้านก็กลับมาปลูกต้นหมากกันมากขึ้น ส่งผลต่อระบบนิเวศที่ดีสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นให้กับหมู่บ้าน (ติดต่อวิถีลาวครั่งบ้านสะนำ โทร. 06 2259 1285)



11.บ้านไร่สไตล์อินเตอร์ พิซซ่าหน้าผักกูด
เดิมทีผักกูดเป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หาเก็บได้จากป่า แต่ปัจจุบันชาวบ้านใน อ.บ้านไร่ ได้หันมาปลูกผักกูด เพื่อป้อนให้กับร้านอาหาร ปรุงเป็นเมนูโปรดของนักท่องเที่ยว  เพราะเป็นผักที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีในการปลูก จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย แถมรสชาติยังกรอบอร่อย ปัจจุบันร้านพิซซ่าห้วยป่าปก อ.บ้านไร่ ได้นำมาต่อยอดเป็น “พิซซ่าหน้าผักกูด”และ “ผักกูดอบชีส” ใช้เป็นส่วนผสมหนึ่งของหน้าพิซซ่า กลายเป็นซิกเนเจอร์ที่ขายดิบขายดี เพราะอร่อยและเข้ากันได้ดี แถมยังใช้เตาฟืนในการอบพิซซ่าจึงหอมเป็นพิเศษใครอยากมาชิม ต้องมาวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น และทางร้านใช้แป้งสดแบบวันต่อวัน จำกัดเพียงวันละ 50 ถาดเท่านั้น



Facebook/พิซซ่าห้วยป่าปก


12.ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ มุมเช็คอินสุดสร้างสรรค์
เดิมทีฝายปูนกั้นน้ำแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นเพื่อชะลอการไหลของน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการเกษตร แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งอันเขียวขจี มีฉากหลังเป็นภูเขาอยู่ไกล ๆ ในช่วงหน้าฝนที่มีปริมาณน้ำมากจนเอ่อล้น เกิดเป็นม่านน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมาจากทั้งสองฝั่งของฝายกั้นน้ำ สามารถลงไปเพื่อเล่นน้ำหรือถ่ายรูปได้ บริเวณฝายมีตลาดนัดชุมชนเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้อุดหนุนสินค้าจากชาวบ้าน 


13.ไร่ลูกรักของพ่อ ในอ้อมกอดของขุนเขา
แม้ไม่ใช่คนอุทัยธานีโดยกำเนิด แต่ด้วยความหลงใหลในอ้อมกอดของธรรมชาติใน อ.บ้านไร่ ทำให้หนุ่มบ้านไกล มาปักหลักสร้างบ้านพักสำหรับครอบครัว จากนั้นได้ขยายเป็นที่พักสำหรับต้อนรับเพื่อนฝูงและผู้ที่หลงรักในไอดินกลิ่นทุ่ง ที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ตั้งชื่อตามไอเดียของลูกชายคนเล็ก ที่เขามักจะได้ยินคุณพ่อเรียกเขาว่า “ลูกรัก” จึงเป็นที่มาของ “ไร่ลูกรักของพ่อ” ปัจจุบันมีที่พักให้บริการหลายสไตล์ พร้อมต้อนรับอย่างไมตรี แต่ใครที่สนใจจำเป็นต้องติดต่อล่วงหน้า 


(Facebook/ railookrakkongpor)

14.ตลาดซาวไฮ่ บ้านไฮ่ บ้านเฮา
“ตลาดซาวไฮ่” แหล่งรวมคนมีใจแบบฉบับบ้านไร่ เป็นตลาดที่ชาวบ้านทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งใจนำเสนอวิถีชีวิตแบบเกษตรพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น พืชผักปลอดสารพิษ แหล่งรวมของกินของใช้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านจะนำสินค้าทางการเกษตร ทั้งของกิน ของใช้ รวมทั้งไอเดียหลากสไตล์ของผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ และผ้าทอบ้านไร่ วางจำหน่ายกันทุกวันเสาร์และอาทิตย์ พร้อมกิจกรรมน่ารัก ๆ ที่ทางชุมชนเตรียมให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม 



Facebook/sawhai2018

อุทัยธานี เป็นดินแดนแห่งความสุขใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความเขียวขจี ผู้คนอยู่อย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์ แต่ละจุดหมายเต็มไปด้วยความ “อยู่ดี Green ดี” ที่อยากให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสความรู้สีกดี ๆ นี้ไปด้วยกัน 



เส้นทางท่องเที่ยว “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”สร้างสรรค์โดย MEETTHINKS (www.meetthinks.com) ติดตามภาพแห่งความสุขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
e-book “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้ที่ https://online.anyflip.com/maibb/zrfn/mobile/ หรือQRCode ด้านล่างนี้(สำหรับการเปิดด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถรับชมได้ทั้งแบบหน้าเดี่ยวในแนวตั้ง และการแสดงผลแบบหน้าคู่ในแนวนอน) 

คลิปวิดีโอเส้นทางอยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี ตามลิงค์ด้านล่างนี้
https://www.youtube.com/watch?v=oz3p4FCJzbQ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานีโทร.056514651
Facebook/TAT.Uthai


ข่าวประชาสัมพันธ์

สจล. จัด “KMITL Team Meet & Talk ปี 4” เปิดพื้นที่รับฟังทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนนิเวศนวัตกรรม

ในโอกาสครบรอบ 66 ปี พระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดกิจกรรม “KMITL Team Meet & Talk ปี 4” ...

โวยวายดอทคอม