วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ผู้บริหารบริษัทเฟอร์นิช ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด เข้า มอบหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์และถุงมือยาง ให้แก่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19ภายในมหาวิทยาลัยรังสิต


วันที่ 9 มิถุนายน 2564 คุณธีรภัทร์ มีเดช ประธานกรรมการ บริษัท  เฟอร์นิช  ดีไซน์  กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย คุณวศิน  วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร  บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด  เข้ามอบหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์  และถุงมือยาง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ภายในมหาวิทยาลัยรังสิต โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคมและศิลปวัฒนธรรม ผศ.ดร.สุพัฒนา นิรัตฆนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทะเบียน




ผศ.นพ.ชัยสิทธิ์ แสงทวีสิน รองคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.สมชาย เล็กเจริญ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี ผศ.สุเทพ มงคลเลิศลพ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้รับมอบ และนำเยี่ยมชมการดำเนินงานภายในศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยรังสิต  และนำเยี่ยมชมการดำเนินงานภายในศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ภายในอาคารนันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต

LT by COTTO สุดยอดนวัตกรรมวัสดุแผ่นปูพื้นส่งชุดลิมิเต็ด อิดิชั่น

เสริมความงามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับบ้านเดี่ยวสุดหรูทุกหลังใน โครงการบ้าน มัณฑนา บางนา-วงแหวน ตอบโจทย์ทุกความต้องการวัสดุตกแต่งระดับพรีเมี่ยมลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

เพื่อให้เป็นวัสดุแผ่นปูพื้นที่สุดพิเศษ ด้วยการคัดสรรลายไม้ นานาชนิด จนได้ ลายไม้โอ๊คสีโทนอ่อน มาเปิดพื้นผิวของบ้าน ให้สอดรับกับบรรยากาศสวนสวยระดับรีสอร์ทชั้นนำของโครงการ  ให้ทุกพื้นผิวสัมผัสสวยสมจริง เหมือนเป็นไม้โอ๊คจริงจากธรรมชาติ สมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับบ้านเดี่ยวสุดหรู ทุกหลังในโครงการบ้าน มัณฑนา บางนา-วงแหวน พร้อมระบบติดตั้งแบบ Click Lock  ช่วยเพิ่มความสวยเนี้ยบให้ทุกพื้นที่ได้ติดตั้งอย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมมั่นใจได้ในความปลอดภัยทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม (Premium Healthy Grade) ด้วยรางวัลการันตีในระดับ World-Class Designed for All Members 

นอกจากนี้ เพื่อให้สอดรับกับแนวคิดการออกแบบบ้านให้พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของการอยู่อาศัยทุกช่วงชีวิต  ของทุกคนในครอบครัวทั้งวันนี้และในอนาคต แผ่นปูพื้น Smart Flexible ของ LT by COTTO  ยังสามารถรองรับ การออกแบบของห้องที่เป็น Multipurpose  ได้อย่างหลากหลายด้วยเช่นกัน อาทิ การใช้งานในพื้นที่ ที่เป็นส่วนรวม รองรับการใช้งานเฉพาะ อย่างห้องออกกำลังกาย ทั้งประเภท ที่มีเครื่องคาร์ดิโอ  เวทเทรนนิ่ง หรือโยคะ  ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่น ในการยืดหยุ่น  แต่แข็งแรง สามารถป้องกันน้ำได้ถึง 100%  พร้อมป้องกันการกระแทกและรอยขีดข่วน อีกทั้งยังช่วยดูดซับเสียงและลดแรงกระแทกที่กระทบกับพื้นเวลาออกกำลังกายได้ เป็นอย่างดีด้วย






จึงไม่ต้องแปลกใจเลย ที่วันนี้ LT by COTTOได้เป็นส่วนหนี่งของการพัฒนาสังคมคุณภาพในโครงการระดับพรีเมี่ยม จากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย  เพราะนอกจากความตั้งใจที่จะรังสรรค์ให้ทุกพื้นที่ในการใช้ชีวิตเป็นพื้นแห่งคุณภาพแล้ว  งานปูพื้นนับเป็นส่วนสำคัญของการปูพื้นฐานแห่งความสุขของการอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในสังคมที่พร้อมเพื่อวันนี้ และอนาคต 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมสัมผัส LT แผ่นปูพื้น Smart Flexible by COTTO แบบต่าง ๆ  ได้ที่ www.LTbyCOTTO.com  หรือที่ www.cottolife.com    Line Official Account  : @LTbyCOTTO>>

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564

มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ วัดธรรมปัญญารามบางม่วง

มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ วัดธรรมปัญญารามบางม่วง อนัมนิกาย คณะสงฆ์มหายานที่เดินทางมาศึกษาในประเทศไทยจากประเทศไต้หวันและประเทศเวียดนามรวมไปถึงผู้มีจิตศรัทธา ร่วมมอบเงินสนับสนุนและเวชภัณฑ์สมุนไพร เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลสนามโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19


องพจนกรโกศล ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์และเจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วงได้นำเวชภัณฑ์สมุนไพรและเงินทุนสนับสนุนเพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 
ในการนี้ได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร และเจ้าคณะแขวงช่างหล่อ เขต2
 ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ประธานการดำเนินการจัดสร้างโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ มารับถวายและอนุโมทนาให้กับผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมทำบุญมาทุกท่าน อีกด้วย


สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความรุนแรงและแพร่ระบาดไปทั่วทุกมุมในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จึงได้ทำการเปิดโรงพยาบาลสนามจำนวน 2 แห่ง คือ


1.โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร(200 เตียง)
2.วัดศรีสุดารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร (200 เตียง)

เพื่อรองรับผู้ป่วย รวมกว่า400 เตียง จึงเป็นเหตุให้สถานพยาบาลขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ในการรองรับผู้ป่วย เป็นจำนวนมากด้วยเหตุนี้ทางมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์จึงได้มอบสิ่งของเครื่องใช้ เวชภัณฑ์และทุนสมทบโรงพยาบาล โรงพยาบาลราชพิพัฒน์   (โรงพยาบาลสนาม วัดศรีสุดาราม) 
ครีมอาบน้ำสะอาด แชมพูสระผมสะอาด เจลแอลกอฮอล์ สเปรย์ฆ่าเชื้อสูตรฟ้าทะลายโจร ครีมอาบน้ำฆ่าเชื้อโรค   สปาสเปรย์คลายปวดเมื่อย  สเปรย์ปรับอากาศ  สบู่สมุนไพร แป้งเย็น ยาสีฟัน แปรงสีฟัน สารสกัดกระชายขาวบรรจุแคบซูลและสารสกัดฟ้าทะลายโจรบรรจุแคบซูล






และในครั้งนี้มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ วัดธรรมปัญญารามบางม่วง ได้มอบทุนสนับสนุนให้กับโรงพยาบาล จำนวน 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาท) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ในการช่วยผู้ป่วยโควิดที่มีอาการปอดอักเสบในภาวะขาดอากาศหายใจอีกด้วย และนี่ก็เป็นอีก1กิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันเพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

โครงการตามรอยพ่อฯก้าวสู่ปีที่9 ตอกย้ำบทบาท “สื่อพอดี”

เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและองค์ความรู้ศาสตร์พระราชา ให้คนไทยสู้ทุกวิกฤตอย่างยั่งยืนจัดกิจกรรมรณรงค์ควบคู่การสร้างองค์ความรู้ผ่านบทเรียนออนไลน์ “คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติ”


​โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เดินหน้าสู่ปีที่ 9 ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 มุ่งทำหน้าที่ “สื่อพอดี” ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชาวไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่การลงมือปฏิบัติ อันจะเป็นเกราะป้องกันจากวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน” ด้วยการจัดทำบทเรียนออนไลน์ “คู่มือสู่วิถี     กสิกรรมธรรมชาติ” เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาทฤษฎีและแนวทางการปฏิบัติ พร้อมด้วยคลิปให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจจาก 7 บรมครู เผยแพร่บนเว็บไซต์ของและเฟซบุ๊กของโครงการฯ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีที่จังหวัดนครราชสีมา และพระนครศรีอยุธยา และกิจกรรมประกาศความสำเร็จ 9 ปีของโครงการที่จังหวัดสระบุรี และรายการ “เจาะใจ” โดยวางมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้น 



จัดทัพรับมือโรคระบาด
​ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “พระบาทสมเด็จ    พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความ ‘สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ เตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะทำงานยึดมั่นถือมั่นในการทำงานอย่างมีสติมาตลอดระยะเวลา 9 ปี ของการดำเนินโครงการตามรอยพ่อฯ ซึ่งไม่ว่าจะเกิดปัญหาหรือวิกฤตใดก็ตาม ทั้งวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยแล้ง หมอกควัน วิกฤตด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และวิกฤตด้านการเมือง ศาสตร์พระราชา คือ องค์ความรู้ในการจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน ก็จะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนในทุกวิกฤต ทำให้เราสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างพอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น ทั้งยังสามารถแบ่งปันและสร้างรายได้ เป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก ความอดอยากขาดแคลนอาหารในโลกจะมีขึ้นอย่างแน่นอน คนที่แม้ไม่เจ็บป่วยก็จะได้รับผลกระทบจากการไม่มีอาหารกิน ฉะนั้นจึงต้องสร้างฐาน 4 พอ คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น ให้แน่น ให้พึ่งตนเองให้ได้จริง ต้องมั่นคงแข็งแรงพอ จึงจะมีกำลังไปช่วยคนอื่นให้รอดไปด้วยกัน โดยเชื่อมั่นว่าความสามัคคีของเครือข่ายและคนไทยทุกคนจะเป็นพลังให้เรารอดจากทุกวิกฤตได้อย่างยั่งยืน”

​นายไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างยิ่งกับคนไทยทุกคน มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติและเครือข่ายจึงได้เตรียมการวางแผนรับมือกับวิกฤตในครั้งนี้ เบื้องต้นได้จัดทัพรับมือโรคระบาด โดยแบ่งทีมทำงานออกเป็น 5 ทีม ได้แก่

1. ทีมบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) มีหน้าที่รวมรวมข้อมูลแปลงของสมาชิกเครือข่ายทั้งหมดในแต่ละจังหวัด รวมทั้งวัด โรงเรียน ชุมชน เพื่อเก็บข้อมูลของทุกศูนย์และแปลงของสมาชิกเครือข่าย หากเกิดการล็อกดาวน์จะใช้ข้อมูลนี้ให้ความช่วยเหลือกันได้ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับลุ่มน้ำ  

2. ทีม CMS (Crisis Management Survival Camp) มีหน้าที่เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข่าวสารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์  แจ้งเตือนภัย เพื่อพัฒนาและเตรียมพร้อมไปสู่ขั้นการเป็นศูนย์พักพิงหลุมหลบภัย หรืออาจไปถึงขั้นเป็น Hospitel ทั้งในระดับ เล็ก(บ้าน) กลาง ใหญ่ โดยยึดหลักป้องกันบำบัด ฟื้นฟู  

3. ทีมพอรักษา มุ่งเป้าเร่งด่วนเรื่องโควิด-19 โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ป้องกัน (ผู้ไม่ป่วย) บำบัด (ผู้ที่ป่วยอยู่) และฟื้นฟู (ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว) โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและยาที่ควรใช้ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ตามข้อมูลจากทางแพทย์แผนปัจจุบัน-ไทย-จีนและทางเลือกอื่น ๆ  

4. ทีมสื่อพอดี มีหน้าที่นำข้อมูลของทั้ง 3 ทีม มาสื่อสารต่อยอดและเผยแพร่ เพื่อให้ข้อมูล ให้ความรู้ แนะทางออก ผ่านช่องทางทางการเผยแพร่ต่าง ๆ

5. ทีมข้อมูล มีหน้าที่จัดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และออกแบบการจัดเก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนเครือข่าย เพื่อฝ่าวิกฤตที่กำลังเผชิญในปัจจุบันและอนาคต ในภาวะวิกฤตเช่นนี้เราไม่ควรรอความหวังหรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานไหน ต้องพึ่งพาตัวเองและพึ่งพากันเองให้ได้มากที่สุด เชื่อมั่นว่าความสามัคคีของเครือข่ายและคนไทยทุกคนจะเป็นพลังให้เรารอดจากทุกวิกฤตได้อย่างยั่งยืน​

โดยที่ผ่านมาเราได้เปิดรับศิษย์ เครือข่าย คนมีใจ และประชาชนที่สนใจมาเป็นอาสาสมัครให้กับทีมงานขับเคลื่อนทั้ง 5ทีม ตามความถนัดเฉพาะด้านของแต่ละคน ซึ่งการรวมกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและพึ่งพากันในยามวิกฤตด้วยองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาจะทำให้เราทุกคนอยู่รอดปลอดภัย”


ตามรอยพ่อฯ ปี 9 เดินหน้าภารกิจ “สื่อพอดี”
ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด เปิดเผยว่า “โครงการตามรอยพ่อฯ พร้อมที่จะเข้าไปเสริมและสนับสนุนยุทธศาสตร์การเตรียมการรับมือวิกฤตโควิด-19 ของมูลนิธิฯ อย่างเต็มที่ ในฐานะสื่อพอดี เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกิดการนำองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาไปลงมือปฏิบัติจนเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่โครงการตามรอยพ่อฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 9 ผ่านกิจกรรมลงพื้นที่และการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศกว่า 20,000 คน และยังมีผู้ที่ได้รับความรู้และแรงบันดาลใจจากสื่อที่โครงการผลิตขึ้นอีกมากมาย โดยเราจะมุ่งทำหน้าที่นี้อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องเพื่อสื่อสารว่าศาสตร์พระราชาคือทางรอดจากทุกวิกฤตอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ โครงการตามรอยพ่อฯ ปี 9 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน’ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยเน้นช่องทางออนไลน์เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีไฮไลท์คือการจัดทำบทเรียนออนไลน์คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติในรูปแบบบทความและวีดิทัศน์ บอกเล่าเนื้อหาเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ รวม 14 บท เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำองค์ความรู้ไปลงมือทำเองได้ หากติดขัดหรือสงสัยเรามีช่องทางถามตอบในสื่อออนไลน์ของโครงการทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊กและไลน์ (@inspiredbytheking)

นอกจากนั้น โครงการตามรอยพ่อฯ ปี9 ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีที่ จ.นครราชสีมา และพระนครศรีอยุธยา ณ พื้นที่ของคนมีใจที่นำศาสตร์พระราชาไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ เพื่อให้ผู้สนใจได้มาเรียนรู้และเกิดแรงบันดาลใจผ่านการทำกิจกรรมลงแขกอย่างโบราณ และยังกำหนดจะจัดงานสรุปผลการดำเนินโครงการ 9 ปี ที่   สวนล้อมศรีรินทร์ จ.สระบุรี ที่เป็นจุดเริ่มต้นโครงการอีกด้วย โดยจะวางมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและ       การเว้นระยะห่างของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้น และส่งท้ายด้วยการรวบรวมคนต้นแบบและบรมครูผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการฯ ตลอดทั้ง 9 ปี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจในรายการเจาะใจซึ่งจะออกอากาศทางช่อง MCOT HD”

สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู้วิกฤตด้านนายโจน จันใด ผู้ก่อตั้งสวนพันพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ และประธานธรรมธุรกิจ กล่าวแนะนำการดำเนินชีวิตในช่วงวิกฤตโรคระบาดนี้ว่า “เราประเมินไม่ได้ว่าเหตุการณ์จะยาวนานขนาดไหน การรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วหวังว่าเราจะดีขึ้นเอง ก็ดูจะเป็นความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่แทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำ คือ การกลับมาคิดถึงการพึ่งตนเองในเรื่องของอาหารเป็นอันดับแรก เราจะหาอาหารมาจากไหน ถ้าอยู่ในเมืองก็อาจต้องคิดถึงการปลูกอาหารเองง่าย ๆ เช่น การเพาะถั่วงอก หรือการปลูกผักแนวตั้ง อีกวิธีหนึ่งคือการเชื่อมต่อกับกลุ่มเกษตรกรที่เขาทำอยู่แล้ว ให้เขาส่งวัตถุดิบมาให้ ซึ่งควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสภาวะปกติด้วย ที่เราควรจะรู้แหล่งที่มาของอาหารที่เราบริโภค ฉะนั้นการเชื่อมต่อกันอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในสภาวะปัจจุบัน การหันกลับมาพึ่งตนเองมากขึ้น กลับมาพึ่งกันเองมากขึ้น ต่อให้ระบบพังหรืออะไรจะเกิดขึ้นเราก็ยังอยู่ได้ นี่คือแนวทางที่เราควรจะต้องกลับมาใคร่ครวญพิจารณา เครือข่ายของเรามีครบทุกอย่างไม่ว่าจะข้าว ปลา กะปิ เกลือ ผัก ฯลฯ และยิ่งถ้าคนสนใจทำแบบนี้มากขึ้นจะทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจแนวใหม่ ระบบการค้าแนวใหม่ ที่ทำให้คนได้คุยกันตรงมากขึ้นโดยไม่อ้อม นี่คือสิ่งที่ผมเห็นว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ นี่คือแนวโน้มที่จะทำให้เราอยู่ได้ในช่วงโควิด-19” 


​ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”
 ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking
ดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

ศิลปิน ๒ รัชสมัย

จัดแสดงนิทรรศการ (ครั้งที่ 8) "สัมผัสแห่งความสุข"

ศิลปิน ๒ รัชสมัย จัดแสดงนิทรรศการ (ครั้งที่ 8) สัมผัสแห่งความสุข
โดยมีบุญเกียรติ และทิพาภรณ์ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ อิสริยาภรณ์ อุวรรณโณ ประธานมูลนิธิเฉลิมขัวญ ชุมสาย ณ อยุธยา, ริญญาภัทร์ รังสิมาภิวัฒน์ และเอิร์ธ สายสว่าง เข้าร่วมงาน 

ที่บ้านอาจารย์ฝรั่ง "ศิลป์ พีระศรี" เมื่อวันก่อน






นิทรรศการฯจัดถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564
ทุกวัน/เวลา  8.00น - 18.00น
สถานที่ : บ้านอาจารย์ฝรั่ง "ศิลป์ พีระศรี" ถ.ราชวิถึ กรุงเทพฯ

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รู้ยัง? วันนี้โอเอซิสสปา เชียงใหม่ และภูเก็ต เปิดให้บริการแล้ว

รู้ยัง? วันนี้โอเอซิสสปา เชียงใหม่ และภูเก็ต เปิดให้บริการแล้ว หลังจากที่เมื่อยและรอมานาน
วันนี้เราเปิดให้บริการคุณลูกค้าแล้วนะคะ   จองกันเข้ามาเลยเราพร้อมมาก

.
อย่าพลาด นวดน้ำมันอโรม่าฟรี 1 ชั่วโมง เมื่อซื้อพร้อมกับชั่วโมงที่ 2 เพียง 699.- บาทเท่านั้น
คลิ๊กเลย de1.us/s699LiTh 

.
หากลูกค้าที่มี eGift ว้าวเชอร์ หรือ คูปองสปาที่หมดอายุหลังวันที่ 26 เมษายน 2564
ทางโอเอซิสสปาจะต่อวันหมดอายุให้อีก 60 วันค่ะ
สอบถามโทร ☎️ +6653920111 (เชียงใหม่) ☎️ +6676337777 (ภูเก็ต) หรือทักไลน์

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

"มณฑล" นำตัวแทนพรรค"ภูมิใจ"และสมาชิกในเขตกทม. ออกรณรงค์ชวนประชาชนฉีดวัคซีนป้องโควิด 19

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ สส.และสมาชิกพรรคออกประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนคนไทย “ฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด ชีวิตปลอดภัย”

โดย นายมณฑล โพธิ์คาย สส.เขตสวนหลวง ประเวศ จัดขบวนรถรณรงค์ออกวิ่งประชาสัมพันธ์พร้อม สมาชิกพรรค “ภูมิใจไทย” ในเขตกทม.ได้แก่ นางสาวณิฐ์ภาวรรณ์ แตงเอี่ยม เขตดอนเมือง ดร.จิณณา สืบสายไทย เขตลาดพร้าว นายพงษ์เพชร เพชรสุวรรณดี นายสำคัญต่อชาติ เอี่ยมอ่ำ เขตมีนบุรี นายศิลปชัย บุญราย นายอัมพร ขำวิไล เขตบางกะปิ นายสมัย โกกเจริญพงศ์ เขตบางนา นายพิชิตชัย รัชตามพร

โดยขบวนรถรณรงค์ออกวิ่งประชาสัมพันธ์ ในเขตพื้นที่ มีนบุรี ลาดกระบัง ลาดพร้าว ดอนเมือง วังทองหลาง บางกะปิ บางนา พระโขนง สวนหลวง ประเวศ

ซึ่งนอกเหนือจากการเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน “ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด เพื่อชีวิตกลับมาเหมือนเดิม” ยังได้มีการแจกแมสค์และของบริโภคจำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย



ส่วนประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 18-59 ปี จะสามารถเริ่มลงทะเบียนเพื่อกำหนดวันและสถานที่รับวัคซีนได้ตั้งแต่ 31 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไปที่แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หรือ Line official account “หมอพร้อม“

เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ในภาวะปกติโดยเร็ว และยังร่วมกันแจกหน้ากากอนามัยแก่พี่น้องชาวมีนบุรีเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต





"มณฑล โพธิ์คาย " พร้อมสมาชิกพรรคภูมิใจไทย รณรงค์ชวนชาวมีนบุรี ฉีดวัคซีนป้อง covid

วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา สส.มณฑล โพธิ์คาย  พรรคภูมิใจไทยพร้อมนายพิชิตชัย รัชตามพร และเหล่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่เขตมีนบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวมีนบุรีลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิค ผ่านแอปฯ"หมอพร้อม" ให้เร็วที่สุด ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวคุณเอง ครอบครัวและคนที่เรารัก

ซึ่งการฉีดวัคซีนยังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้ารับการฉีดวัคซีนในหัวข้อต่างๆ เริ่มจาก 1.ใครรับวัคซีนได้แล้วบ้าง? คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ป่วยที่มีโรคเสี่ยง 7 โรค สามารถลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนได้แล้วที่แอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” หรือสามารถโหลด Line official account “หมอพร้อม” ในไลน์แอปพลิเคชั่นได้เลยวันนี้เพื่อเลือกวันและจุดเพื่อรับวัคซีน

ส่วนประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 18-59 ปี จะสามารถเริ่มลงทะเบียนเพื่อกำหนดวันและสถานที่รับวัคซีนได้ตั้งแต่ 31 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไปที่แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หรือ Line official account “หมอพร้อม“

เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ในภาวะปกติโดยเร็ว และยังร่วมกันแจกหน้ากากอนามัยแก่พี่น้องชาวมีนบุรีเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต









วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

DITP ยกระดับการส่งออกผลไม้เข้าสู่ตลาดชิงต่าว


 

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดโครงการยกระดับการส่งออกผลไม้เข้าสู่ตลาดชิงต่าว ภายใต้ธีมงาน “Qingdao Thai Fruits Golden Months 2021” พบว่าผลไม้สดที่ขายดีที่สุด ได้แก่ ทุเรียน มะพร้าว และส้มโอ โดยเฉพาะหมอนทองและก้านยาว ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างท่วมท้น คาดการณ์สั่งซื้อภายใน 1 ปี คิดเป็นมูลค่า 196 ล้านบาท

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เดินหน้าหาช่องทางใหม่ๆ ในการขยายตลาดส่งออกให้กับผลไม้ไทย ตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยได้ดำเนินโครงการยกระดับการส่งออกผลไม้เข้าสู่ตลาดชิงต่าว ภายใต้ธีมงาน “Qingdao Thai Fruits Golden Months 2021” ร่วมกับห้างสรรพสินค้า Hisense Plaza และผู้นำเข้าผลไม้ไทยเมืองชิงต่าว บริษัท Shangri Fruit




ทั้งนี้ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมทผลไม้ไทยโดยใช้ชื่องาน 水果1+N (แปลว่า “ผลไม้ 1+ N” ซึ่งหมายถึง ทุเรียนที่เป็น King of Fruits และขวัญใจชาวจีน + ผลไม้ไทยอีกหลายชนิด) ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์  ระหว่างวันที่ 15 – 23 พฤษภาคม 2564 ณ ซูเปอร์มาเก็ต Gran Vida ภายในห้างสรรพสินค้า Hisense Plaza เมืองชิงต่าว มณฑลซานตง ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงของเมืองชิงต่าว คาดว่ามูลค่าที่ได้จากการจัดงานครั้งนี้คิดเป็น 31.5 ล้านบาท และคาดการณ์การสั่งซื้อภายใน 1 ปี จำนวน 1,200 ตัน คิดเป็นมูลค่า 196 ล้านบาท

ซึ่งภายในพิธีเปิดงานเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 มีการแสดงวัฒนธรรมไทย การร้องเพลง การเล่นเกมชิงรางวัลผลไม้ไทย และการแนะนำอาหารไทยและประชาสัมพันธ์ร้านอาหารไทยที่ได้รับตรา “Thai SELECT” รวมทั้งแจกชิมอาหารไทยที่ทำจากผลไม้ ได้แก่ ส้มตำ และพัฟ “ทุเรียน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคชาวชิงต่าวได้เป็นจำนวนมาก

 

นางสาวชนิดา อินปา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว กล่าวว่า เบื้องต้นภายในงานพิธีเปิดงานที่ผ่านมา พบว่าผลไม้สดที่ขายดีที่สุด ได้แก่ ทุเรียน มะพร้าว และส้มโอ โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทองและก้านยาว ที่ปีนี้ห้างฯ ได้นำมาจัดโปรโมชั่นลดราคาถูกลงมากกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวจีนเป็นจำนวนมาก





นอกจากนี้ สคต.ชิงต่าวยังได้ร่วมกับผู้นำเข้า เชิญ KOL ด้านอาหารชื่อดังของเมืองชิงต่าว ชื่อ Hounengchi (โหวเหนิงชือ) ซึ่งมีผู้ติดตามในแอปพลิเคชัน Douyin (Tiktok) มากกว่า 690,000 followers มาร่วมไลฟ์สดภายในงาน และทำคลิปเชิญชวนผู้บริโภคชาวชิงต่าวให้ไปเลือกซื้อผลไม้ไทยที่ซูเปอร์มาเก็ตฯ ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยในเมืองชิงต่าวให้มากขึ้น

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169











ข่าวประชาสัมพันธ์

อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a pre-release listening experience

“อะตอม - ชนกันต์” ชวนแฟนเพลงร่วมเดินทางออกจากเขาวงกตทางความคิด ผ่าน 11 เพลง ในอัลบั้มใหม่ “exit”  ฟังก่อนใคร! ในงาน อะตอม ชนกันต์ เอ็กซิท a ...

โวยวายดอทคอม