วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568

โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา เห็นวิวทะเลที่สวยที่สุด


โรงแรมหรู ชื่อดัง สุด Exclusive แ ทำเลที่ตั้ง เห็นวิวทะเลที่สวยที่สุด และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราเลือกพักที่โรงแรม โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา เห็นวิวทะเลที่สวยที่สุด และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราเลือกพักที่โรงแรมแห่งนี้ 




ตื่นเช้า รับแสงแดดพร้อมวิวทะเลพัทยาแบบพาโนรามาห้อง Deluxe Sea View คือห้องพักยอดนิยมที่ใครมาพัก ต้องหลงรัก ที่นี่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น พร้อมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทะเลเต็มตาเหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนแบบสบายๆ และใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ ไม่ว่าจะนั่งอ่านหนังสือริมหน้าต่าง จิบกาแฟตอนเช้า หรือชมพระอาทิตย์ตกจากเตียงนุ่มๆ หมอนนุ่มฟูๆ ทุกโมเมนต์ คือความสุขที่แท้จริง





สระว่ายน้ำของโรงแรมสวยขนาดใหญ่ และยังมีบาร์ริมสระ เลือกสั่งค็อกเทลแล้วแช่น้ำไปจิบไป บรรยากาศคือดี  อาหารเช้าก็จัดเต็มมีทั้งอาหารไทย ฝรั่ง ขนมปัง โยเกิร์ต ครัวซองต์หรืออยากไปสปาผ่อนคลายชิลๆ ที่นี่ก็มีให้ ฟิตเนส จะมากับครอบครัว มีเด็กๆ ก็มี Kids Club และที่สำคัญคือพนักงานน่ารักเว่อร์ ยิ้มแย้มคอยช่วยเหลือตลอดทุกอย่างจองเลยวันนี้ แล้วให้การพักผ่อนของคุณ...พิเศษยิ่งกว่าครั้งไหนแน่นอน 

ห้องพัก ที่ต้องบอกว่า ในช่วงพีคนี้ เต็มตลอด ด้วยการรังสรรค์ พื้นที่ส่วนตัวของโรงแรม ตั้งแต่การตกแต่งส่วนล็อบบี้ ทอดยาวไปจนถึงสระว่ายน้ำ โซนนั่งเล่น ด้วย Theme ยกระดับคุณค่าของความเป็นไทย และ ความงดงามของสยามประเทศ ในรูปแบบของการตกแต่ง ห้องพักก็มีให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ ทั้ง Sea View Mountain View ห้อง Family Room หริอ Siam Suite ก็น่าสนใจไม่น้อย





Exotica Bar & Lounge

พิเศสุดด้วย Cocktail Wine ในบรรยากาศสุดคลาสสิค ทั้งโต๊ะพูล บอร์ดเกมส์ ให้ความรู้สึกถึง Lounge ในยุค 90 นั่งเล่นทั้งวันก็ไม่เบื่อ

Garden Terrace Cafe
พร้อมเสริฟอาหารเช้า เริ่ม หกโมงเช้า-สิบเอ็ดโมงเช้า อาหารนานาชาติ ในระดับพรีเมียม ตั้งแต่เช้าตรู่ All day dining ด้วยเมนู a la cart ที่ให้ความสำคัญเรื่องวัตถุดิบ ทุกมื้ออาหาร โดย Executive chef เลือกนั่งชิลล์ได้ ทั้ง โซน Indoor และ Outdoor


สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ขนาดใหญ่ ถึง 2 สระ ด้วยการจัดวางให้ล้อกับธรรมชาติ ดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองชายทะเล


FITNESS เครื่องไม้เครื่องมือครบ เอาใจสายสุขภาพ รวมถึงลูกค้าที่ต้องการพักผ่อนปลดปล่อยพลังงาน 

ใครกำลังมาเที่ยวพัทยา แล้วอยากได้ที่พักสงบ สะดวกสบาย บริการดี ส่วนตัว แต่ยังดูดีมีระดับแนะนำที่นี่เลย และที่สำคัญคือ ใกล้แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย  Central Pattaya ทั้งในพัทยา และใกล้เคียง ที่จอดรถกว้างขวาง สะดวกสบายในด้านการเดินทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการบริการและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บรรยากาศริมทะเลสุดชิลล์เดินทางง่าย ชิล ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง


For more information : The Bayview Pattaya 

🗨 LINE : @thebayviewpattaya

📲 : +66 38 423 877

🌎 : www.thebayviewpattaya.com

📧 : thebayview@sukosolhotels.com

➡️ 📌Location: https://maps.app.goo.gl/h3no31LUq1HGTGvj6?g_st=ic 

#thebayviewpattaya #thebayviewhotel #sukosolhotels #ที่พักติดทะเลพัทยา #โรงแรมติดทะเลพัทยา #ที่พักมีสระว่ายน้ำ #ห้องประชุมพัทยา #สัมมนาโรงแรม #ประชุมติดทะเล #DeluxeSeaView #PattayaStaycation

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ช.ส.ท. ขอบคุณผู้ประกอบการร่วมสนับสนุน กิจกรรม “สุขทันทีที่เที่ยวอุตรดิตถ์”

ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว นำโดย นางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมฯ ขอบคุณพันธมิตร จาก กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ ในการร่วมสนับสนุนกิจกรรม สุขทันทีที่เที่ยวอุตรดิตถ์ ระหว่างวันที่ 7 – 10 สิงหาคม 2568 เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกแก่ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ และนายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ภูมิภาค ภาคเหนือ ททท. สื่อมวลชนและคณะนักท่องเที่ยววัยเก๋า กว่า 100 คน 



Artiva ผลิตภัณฑ์งานคราฟต์เครื่องหอมเมืองจันท์ น้ำหอมฉีดกาย Eau de patfum (EDP)
กลิ่นนวลจันทร์และตะวันฉาย ขนาด 15 มล.



โดยผลิตภัณฑ์คุณภาพจากพันธมิตรผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว ได้แก่ 

‎เพียงใจไทยสปา – ผลิตภัณฑ์สปาสมุนไพรแท้ บำรุงผิวพรรณและช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ

‎วิสาหกิจชุมชนเย็บผ้าเครื่องนอนยางพาราเขาคีริส – เครื่องนอนจากยางพาราธรรมชาติ ปลอดสารเคมี รองรับสรีระดีเยี่ยม ช่วยให้นอนหลับสบาย

‎สเปรย์เย็น “เย็นดี” – เติมความสดชื่น ลดความร้อนและความเมื่อยล้า เหมาะกับอากาศเมืองไทย

‎สเปรย์ฉีดหน้าน้ำกุหลาบ Rose Water Face Mist – เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ
ช่วยผ่อนคลาย

‎น้ำมันหอมระเหยสายมู สูตรแพทย์แผนโบราณระดับพรีเมี่ยม – ผสมผสานสมุนไพรและศาสตร์แพทย์แผนไทย เสริมสิริมงคลและพลังบวก

‎หลวงปู่ทวดแกะสลักจากนิลแท้ จังหวัดกาญจนบุรี – พระเครื่องอันทรงคุณค่า เชื่อว่ามีพลังปกป้องและเสริมดวงชะตา

Artiva ผลิตภัณฑ์งานคราฟต์เครื่องหอมเมืองจันท์ น้ำหอมฉีดกาย Eau de patfum (EDP) กลิ่นนวลจันทร์และตะวันฉาย ขนาด 15 มล.

Shop Chic กระเป๋าหนังวัวแท้ Handmade กระเป๋าหนังวัวแท้ Shop Chic กระเป๋าหนังวัวแท้ Handmade



ทั้งนี้ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นการมอบของที่ระลึกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่ถือเป็นการแสดงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยควบคู่กับการผลักดันสินค้าไทยคุณภาพสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่ช่วยสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักและน่าจดจำยิ่งขึ้น

‘รมช.ฉันทวิชญ์’ นำพาณิชย์เดินหน้าลุยโปรโมทสินค้าเกษตรนวัตกรรม

ต่อยอดขยายตลาด เปิด Pop-up store เน้นกลุ่มต่างชาติพาสินค้าไทยโกอินเตอร์ สร้างที่ยืนในตลาดโลก

​กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ยกระดับสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสู่ต่างประเทศ โดยร่วมกับ คิง เพาเวอร์ เปิด Pop-up counter “Nature for Future: Agriculture + Innovation” จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ หวังจับกลุ่มชาวต่างชาติให้รู้จักสินค้าเกษตรนวัตกรรมให้แพร่หลายยิ่งขึ้น




นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการจัด Pop-up counter “Nature for Future: Agriculture + Innovation” ซึ่งจัดขึ้นภายในแนวคิด Cultivated in Thailand, Innovated for the World มุ่งส่งเสริมภาพลักษณ์และช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสู่ต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจาก คิง เพาเวอร์ ในการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยที่มีศักยภาพ ทั้งสำหรับกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติรวมถึงชาวไทย ทั้งสินค้าอาหารและสินค้าไลฟ์สไตล์ ที่ได้คัดสรรจากสินค้าที่ได้รับรางวัล “Agri Plus Award” และสินค้าศักยภาพที่แสดงถึงความเป็นนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรไทย

​Pop-up counter “Nature for Future: Agriculture + Innovation” จำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมครั้งนี้มีกำหนดจัดตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 กันยายน 2568 ณ ชั้น 1 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์

โดยกรมการค้าต่างประเทศได้คัดสรรสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยที่ได้รางวัลและผ่านเข้ารอบตัดสิน Agri Plus Award รวมถึงสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกกว่า 60 รายการ จากผู้ประกอบการกว่า 30 ราย มาร่วมจัดจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นข้าวไร้แป้งจากไฟเบอร์สาหร่าย เม็ดฟู่สมุนไพรกลิ่นผลไม้ GI ของไทย กราโนลาข้าวก่ำล้านนาอินทรีย์ ข้าวเหนียวมะม่วงอัดเม็ด นวัตกรรมครีมเจลจากลูกประคบไทย ยาสีฟันสมุนไพรไทยอัดเม็ด กระเป๋ารองเท้าจากวัสดุ Upcycling จากฟางข้าว และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสานธรรมชาติกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทยให้สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และมีสไตล์ ในขณะที่เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน


​​นายฉันทวิชญ์ฯ กล่าวย้ำว่า “กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาต่อยอดสินค้าเกษตรไทยจากสินค้า ‘โภคภัณฑ์’ ไปสู่สินค้า ‘นวัตกรรม’ ตามแนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ โดยพร้อมเดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และพัฒนาผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้แข็งแกร่งพร้อมโกอินเตอร์ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้าไทยมี

ที่ยืนในตลาดโลกมากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่สอดรับกับเทรนด์โลก ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทย และส่งผลให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาดี ทั้งนี้ ในปี 2567 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมขยายตลาดสินค้าเกษตรนวัตกรรมสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมีมูลค่าการค้าที่ได้รับ การส่งเสริมฯ รวม 367 ล้านบาท และมั่นใจว่ามูลค่าการค้าสินค้าเกษตรนวัตกรรมจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับกิจกรรม Pop-up counter นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพดีในการเป็นของขวัญของฝากจากเมืองไทย ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมสำคัญที่นำสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากล และสร้างมูลค่าการค้าได้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”

​ในการนี้ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญชวนร่วมชม ชิม ช้อป แชะ แชร์ ใน Pop-up counter “Nature for Future: Agriculture + Innovation” มาเลือกชมเลือกซื้อสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย เพื่อสุขภาพและเพื่อโลกที่ยั่งยืน พร้อมร่วมสนุก ร่วมลุ้นรับของที่ระลึกและรับคูปองส่วนลดสุดพิเศษ และช่วยกันบอกต่อกิจกรรมดีๆ ผลักดันสินค้าเกษตรนวัตกรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักไปด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 กันยายน 2568 ณ ชั้น 1 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม กรมการค้าต่างประเทศ โทร 0 2547 4744 หรือ Facebook Page: กรมการค้าต่างประเทศ DFT

“วราวุธ-พม.-ชาวสุพรรณบุรี“ น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

“วราวุธ-พม.-ชาวสุพรรณบุรี“ น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชกรณียกิจ ส่งเสริมบทบาทสตรี-สถาบันครอบครัว-ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อนนโยบายการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวทุกช่วงวัยในชุมชนระดับจังหวัด : กิจกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามแนวพระราชดำริ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และส่งมอบกล่องของขวัญ Pink Box แก่ครอบครัวสตรีกลุ่มเปราะบาง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี ดร. สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ นายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ดร.สุจิตรา ทรงมัจฉา เลขานุการนายก อบจ. สุพรรณบุรี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมงาน 



นายวราวุธ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระมหากรุณาธิคุณแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อการอยู่ดีกินดีของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ทรงเป็นแบบอย่างของ “แม่” ที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่ยึดมั่นในคุณงามความดี และทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ เนื่องในโอกาสเดือนสิงหาคมเป็นเดือนพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมบทบาทสตรีและธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันครอบครัว อีกทั้งทรงอุทิศพระองค์ในการช่วยเหลือครอบครัวและสตรีกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิตประจำวันและเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้อย่างมีความสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้มีการจัด 2 กิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย 




1. กิจกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวทุกช่วงวัยในชุมชนระดับจังหวัด ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 10 ส.ค. 68 นี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัวทุกช่วงวัยในชุมชนระดับจังหวัดให้เกิดการพัฒนารูปแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมความรัก ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในครอบครัว พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการส่งเสริมและพัฒนากลไกการดำเนินงานด้านสถาบันครอบครัวในระดับพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ มีการจัด 3 กิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ กิจกรรม “สานสัมพันธ์ชุมชนล้อมรักให้ครอบครัว” โดยนำเสนอเรื่องราวครอบครัวเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว , กิจกรรม“น้อมรำลึกพระคุณแม่” โดยถ่ายทอดความรู้สึกต่อแม่ผ่านตัวอักษร  และกิจกรรม “เชื่อมใจ สายใยครอบครัว” โดยเรียนรู้แนวทางสร้างครอบครัวเข้มแข็งตามแนวพระราชดำริ



นอกจากนี้ มีการมอบกล่องของขวัญ Pink Box แก่ครอบครัวสตรีกลุ่มเปราะบางในจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 10 อำเภอๆ ละ 30 คน รวม 300 คน ซึ่งบรรจุสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน และให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาและความต้องการของสตรีกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ โอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

2. กิจกรรมฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติหรือเครื่อง AED (Automatic External Defibrillator) โดยจัดอบรมจำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นที่ 1 วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดศรีสะเกษ สำหรับผู้รับการฝึกอบรมอาชีพหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ บุคลากรของหน่วยงานทีม พม. หนึ่งเดียวจังหวัดศรีสะเกษ เครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเครือข่ายภาคประชาชน จำนวน 100 คน ส่วน รุ่นที่ 2 วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่กระทรวง พม. สะพานขาว กทม. สำหรับบุคลากร กระทรวง พม. จำนวน 100 คน ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ประสานความร่วมมือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติของพระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐและเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความจงรักภักดีจากรัฐบาล โดยผลสัมฤทธิ์ไปสู่ประชาชน “ครอบครัว สตรีกลุ่มเปราะบาง” ที่อยู่ภายใต้พระบารมีของพระองค์อย่างแท้จริง

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

SACIT ยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืนตามแนวคิด ESG

มอบใบประกาศเจตนารมณ์แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน

SACIT ขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืนตามแนวคิด ESG ผู้อำนวยการ สศท. มอบใบประกาศเจตนารมณ์แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน     

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เป็นประธานมอบ “ใบประกาศเจตนารมณ์การร่วมเป็นผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน” แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมแบ่งปันองค์ความรู้การนำแนวคิด ESG มาใช้ในการผลิตผลงานศิลปหัตถกรรม “การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวคิด ESG” ณ ห้องสมุดบรรณศิลปาคาร ชั้น 1 อาคารพระมิ่งมงคล

โดยผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 ราย ได้นำเสนอแนวทางการปรับใช้ ESG Business Canvas ในกระบวนการผลิตผลงานศิลปหัตถกรรมของตนต่อคณะกรรมการ โดยการคัดเลือกได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านศิลปหัตถกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่

     1. คุณแสงระวี สิงหวิบูลย์ (ประธานกรรมการ) รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

     2. คุณวันวรรษา ชุนจำรัส (กรรมการ) ผู้อำนวยการสำนักพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

     3. คุณชาญชัย ฉิมพาลี (กรรมการ) ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และความยั่งยืน สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

     4. รศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง (กรรมการ) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการสิ่งแวดล้อม (VGREEN) คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

     5. คุณทศพล ศุภเมธีกูลวัฒน์ (กรรมการ) ผู้ก่อตั้ง Blue Pine Ventures Ltd.

โดยคณะกรรมการได้ใช้เกณฑ์ ESG (Environmental, Social, Governance) ในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ ทั้งในด้านการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การจ้างงานและมีส่วนร่วมของชุมชน, การถ่ายทอดองค์ความรู้, การจัดการธรรมาภิบาล และการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน จากการคัดเลือกผู้เข้าร่วมทั้งหมด 20 ราย สู่เวทีการนำเสนอ (Pitching) ในช่วงอบรมเชิงปฏิบัติการ มีผู้ผลิตจำนวน 5 ราย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ต้นแบบผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน” ซึ่งจะได้รับการติดตาม ลงพื้นที่ประเมินจริง และร่วมการถอดบทเรียน และเรียบเรียงข้อมูลองค์ความรู้เพื่อเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ของประเทศ ได้แก่

     1. นางสาว จุฑาทิพ ไชยสุระ แบรนด์ JUTATIP – จังหวัดขอนแก่น ผู้พัฒนางานผ้าย้อมสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่นที่ย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

     2. นางสาว สิริปตี พุ่มจันทร์ แบรนด์ YaiSiRi – จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มผู้หญิงผู้สร้างงานหัตถกรรมจากผ้าฝ้ายทอมือ ถ่ายทอดภูมิปัญญาและสร้างรายได้ให้ชุมชน

     3. นาย อนิรุทธิ์ รัศมีศรีตระกูล แบรนด์ HOMRAK (ห่มรัก) – จังหวัดนนทบุรีผู้นำการเขียนครามด้วยมือผสานนวัตกรรมและเทคนิคดั้งเดิม

     4. นาย มนัทพงค์ เซ่งฮวด แบรนด์ Varnicraft – จังหวัดพัทลุง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จาก “กระจูด” วัสดุพื้นบ้านที่สามารถปลูกทดแทนได้และย่อยสลายตามธรรมชาติ

     5. นาย พงษ์พันธุ์ ไชยนิล แบรนด์ PANCHANIL (พันชนิล), MUTTIKAN (มัตติกาญ) – จังหวัดนนทบุรี งานหัตถกรรมร่วมสมัยจากดินเกาะเกร็ด ยกระดับงานปั้นสู่ตลาดสากล

SACIT และผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม-ติดตาม-ถอดบทเรียนจากภาคสนาม เพื่อให้แนวคิด ESG ถูกนำไปใช้จริงในกระบวนการผลิต SACIT จึงจัดกิจกรรม ลงพื้นที่ตรวจประเมินผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 5 ราย โดยมีคณะผู้เชี่ยวชาญร่วมสังเกตการณ์ ประเมิน และสัมภาษณ์เชิงลึก พร้อมรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อนำไปถอดบทเรียนและพัฒนาเป็นองค์ความรู้ต้นแบบ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ SACIT ให้ความสำคัญกับ 3 หัวใจหลักของ ESG ได้แก่

    E: Environment (สิ่งแวดล้อม) เช่น การใช้วัสดุธรรมชาติ วัสดุหมุนเวียน การลดของเสียในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานสะอาด

    S: Social (สังคม) เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน การส่งเสริมงานแก่ผู้หญิงและผู้สูงอายุ การสืบทอดภูมิปัญญา

    G: Governance (ธรรมาภิบาล) เช่น ความโปร่งใส การตั้งราคายุติธรรม การควบคุมคุณภาพ

     กิจกรรมภาคสนามมีการใช้เครื่องมือหลายรูปแบบ ได้แก่

การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview), การสังเกตพื้นที่จริง (Observation), การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน (Document Review), การทดลองใช้ หรือชมกระบวนการผลิตจริง (Live Demo)

งานศิลปหัตถกรรมไทยต้อง “สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม” สู่ความยั่งยืน การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แนวคิด ESG ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมในชุมชน แต่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง และกลายเป็นแนวทางการพัฒนาที่ "สืบสาน" ภูมิปัญญา, "สร้างสรรค์" การออกแบบที่ตอบโจทย์ตลาด, และ "ส่งเสริม" เศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญพบว่าทั้ง 5 ชุมชนมีความเข้าใจและมีการลงมือปฏิบัติแล้วในหลายด้าน เช่น การเลือกใช้วัสดุในท้องถิ่น การคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรม

ESG กับ SDGs: เชื่อมพลังชุมชนสู่เป้าหมายระดับโลก

แนวคิด ESG ที่ SACIT นำมาใช้ในกิจกรรมนี้ มีความสอดคล้องโดยตรงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะ:

     SDG 1: ขจัดความยากจน – ด้วยการสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านงานหัตถกรรม

     SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ – การส่งเสริมบทบาทสตรีและกลุ่มเปราะบางในงานผลิต

     SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ – การสร้างงานและธุรกิจท้องถิ่น

     SDG 12: การบริโภคและผลิตอย่างยั่งยืน – การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ลดของเสียในกระบวนการผลิต

     SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ – ด้วยการลดการปล่อยคาร์บอน
จากกระบวนการผลิต

     SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน – ผ่านเครือข่ายระหว่างรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และชุมชน

จากต้นแบบ 5 ราย สู่แนวทางระดับประเทศ SACIT เตรียมจัดทำ E-BOOK และเรียบเรียงเป็นองค์ความรู้ต้นแบบ เพื่อถ่ายทอดแนวทางการนำ ESG ไปใช้กับการผลิตงานศิลปหัตถกรรมทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้ ชุมชนไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สร้างสรรค์ และยั่งยืน ทั้งในระดับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนฐานรากวัฒนธรรมที่แข็งแรงของไทย

‘เอเลี่ยนผู้น่ารัก’ เวทีเสวนาวิชาการว่าด้วยสัตว์เลี้ยงต่างถิ่น


ชวนฟังเสียง ‘เอเลี่ยนผู้น่ารัก’ เวทีเสวนาวิชาการว่าด้วยสัตว์เลี้ยงต่างถิ่น เมื่อความหลากหลายอาจท้าทายระบบนิเวศไทย



ในอดีตหากเอ่ยถึงคำว่า “สัตว์เลี้ยง” ในประเทศไทย คงหนีไม่พ้น สุนัข แมว ปลา หรือกระต่าย ทว่าปัจจุบันภาพเหล่านั้นกำลังค่อยๆ ขยายตัวไปถึงสัตว์แปลกนานา ชนิด ไม่ว่าจะเป็นกิ้งก่าคาเมเลียน งูแปลกตา นกแก้วสีสดจากต่างแดน หรือแม้แต่แมลงหน้าตาน่ารักที่กลายมาเป็นสมาชิกของครอบครัว เทรนด์การเลี้ยงสัตว์ที่เปิดกว้างนี้บ่งบอกถึงความหลากหลายของความชอบของผู้คนในยุคโลกไร้พรมแดน แต่ในอีกด้านหนึ่ง เทรนด์นี้ก็กำลังท้าทายความเข้าใจของสังคมต่อสัตว์ “ต่างถิ่น” หรือที่เรียกว่า Alien Species ทั้งในแง่ของประโยชน์ที่พวกมันอาจนำมาให้ และผลกระทบต่อระบบนิเวศที่ยังไม่อาจประเมินได้



เพื่อเปิดพื้นที่ให้สังคมได้ร่วมกันทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและหลากหลายมิติ “เครือข่ายเสียงจากป่า” จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานเสวนาวิชาการ “เอเลี่ยนผู้น่ารัก” ในวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00–17.00 น. ณ ห้อง Waiting List โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพูดคุย ถกเถียง และร่วมกันหาความสมดุลระหว่างความรักสัตว์และความรักธรรมชาติ

เบื้องหลังของการจัดงานครั้งนี้ คือแรงผลักดันจากกลุ่ม “เครือข่ายเสียงจากป่า” เครือข่ายภาคประชาชนที่รวมตัวกันด้วยจิตสาธารณะและหัวใจอนุรักษ์ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักอนุรักษ์ นักกฎหมาย นักสื่อสาร หรือชาวบ้านที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของป่าด้วยตาตัวเอง 

ดร.ชัยภัฏ  จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงในป่า กล่าวว่า เครือข่ายเสียงในป่านี้ก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะ “เป็นกระบอกเสียงแทนธรรมชาติ” โดยเฉพาะในวันที่ป่าไม้กำลังลดลงอย่างน่าเป็นห่วง สัตว์ป่าถูกเบียดขับจนออกจากถิ่นที่อยู่ และความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าเกิดถี่ขึ้นเป็นประวัติการณ์ เสียงจากป่าที่แท้จริงไม่สามารถพูดออกมาได้ เครือข่ายจึงลุกขึ้นมาสื่อสารแทน เพื่อให้ธรรมชาติไม่เงียบงันจนสายเกินไป

หัวข้อเสวนาในครั้งนี้ จะโฟกัสไปที่ “สัตว์ต่างถิ่น” หรือ Alien Species ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในฐานะสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ถูกตั้งคำถามว่าอาจเป็นภัยเงียบต่อระบบนิเวศของไทย การเสวนานี้จะพาเราไปสำรวจแง่มุมต่างๆ ของสัตว์กลุ่มนี้ ทั้งในเชิงบวก เช่น ความน่ารัก ความแปลกใหม่ ความสามารถในการสร้างรายได้ และเชิงลบ เช่น ความเสี่ยงด้านโรค การรุกรานถิ่นที่อยู่ของสัตว์พื้นถิ่น และความเข้าใจผิดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบยาวนาน

โดยในเวทีเสวนา จะมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายแวดวงมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ได้แก่

• “โปรปุ๋ย” คุณปริญญา ผดุงถิ่น ช่างภาพสัตว์ป่า ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในประเทศไทย

• คุณสุทธิลักษณ์ นากผสม นายกสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (Exotic Pet) แห่งประเทศไทย

ผู้มีประสบการณ์ตรงกับวงการสัตว์เลี้ยงต่างถิ่น

• สพ.ญ.กัณธิตา ปวีณสกล หรือ “หมอลูกเกด” สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Exotic Pet ประจำ Animal Space Rabbit and Exotic Pet Hospital

ทั้งสามท่านจะมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์จากมุมมองเฉพาะทาง เพื่อช่วยเติมเต็มภาพความเข้าใจเรื่องสัตว์ต่างถิ่นในหลากหลายมิติ พร้อมชวนสังคมตั้งคำถามสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามหากวันหนึ่งเราหมดรักหรือหมดแรงดูแลสัตว์แปลกเหล่านี้ เราจะรับมือกับผลกระทบที่ตามมาอย่างไร หากพวกมันถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ ระบบนิเวศของไทยจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร หรือแม้กระทั่งการที่กระแสนิยมพุ่งไปยังสัตว์สายพันธุ์ต่างถิ่น จะส่งผลให้สัตว์พื้นถิ่นของไทยถูกลืมหรือไม่

เสวนาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีพูดคุยเรื่องสัตว์เลี้ยงน่ารัก แต่คือพื้นที่สำคัญในการขบคิดร่วมกันว่า เราจะอยู่ร่วมกับสัตว์ต่างถิ่นอย่างเข้าใจ มีความรู้ และมีความรับผิดชอบได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ความรักของเราสร้างบาดแผลให้ธรรมชาติในระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้ว ปัญหาอาจไม่ใช่ตัวสัตว์ แต่อยู่ที่วิธีที่มนุษย์เลือกจะอยู่ร่วมกับพวกมัน

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ จัดโครงการ "เฮอริเทจ ปันน้ำใจ"



มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ (ขวา) และ วิชัย ตั้งมั่นเจริญสุข ผู้ช่วยรองประธาน ฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ (กลาง) เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือสังคม ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์จากเครือเฮอริเทจ และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ภายใต้โครงการ "เฮอริเทจ ปันน้ำใจ" เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ วัดปางค่า จังหวัดน่าน


มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ได้ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ รวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท อาทิ เครื่องดื่มน้ำนมข้าวโอ๊ต แบรนด์ ลัฟ, นัท วอล์คเกอร์ ผลิตภัณฑ์ถั่วคุณภาพพรีเมียมพร้อมทาน และเครื่องดื่มน้ำนมอัลมอนด์ “อัลมอนด์ บรีซ” รวมถึง ข้าวสาร, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารกระป๋อง, น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน และผ้าอนามัย โดยการดำเนินการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของมูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยส่งต่อทั้งความช่วยเหลือเชิงปฏิบัติและกำลังใจให้ผู้ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างมั่นคง

สิงหา’ บินลัดฟ้าไปเจอ ‘CHIIKAWA’ ในเวอร์ชั่นติ่มซำสุดน่ารักที่ ‘ฮ่องกง’!


สิงหา’ บินลัดฟ้าไปเจอ ‘CHIIKAWA’ ในเวอร์ชั่นติ่มซำสุดน่ารักที่ ‘ฮ่องกง’!ตามรอย “CHIIKAWA DAYS Exhibition” ใน 4 ย่านดังล่า e-Stamp ลุ้นรางวัลเด็ด! พร้อมแพ็กเกจเที่ยวฮ่องกงสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนๆ CHIIKAWA ทั่วโลก
   
แฟนๆ CHIIKAWA เตรียมเก็บกระเป๋าไปฮ่องกงด่วน! การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) จับมือสนับสนุน CHIIKAWA พร้อมเสิร์ฟความน่ารักแบบจัดเต็มในแคมเปญ “Hong Kong Summer Viva” กระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ชวนทุกคนมารับพลังแห่งความน่ารักกับเมกะอีเวนต์สุดคิวต์ทั่วเมือง โดยมีไฮไลต์เด็ดคือ “CHIIKAWA DAYS Exhibition” นิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ก็รอคอย! HKTB ทุ่มสุดตัวเพื่อใช้พลังความนิยมของเจ้าแก๊งตัวจิ๋วสุดน่ารักดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแบบค้างคืน ให้มาสัมผัสเสน่ห์ของฮ่องกงในอีกมุมที่น่ารักกว่าเดิม!
“CHIIKAWA DAYS Exhibition” จัดเต็มความฟิน...นิทรรศการหลักที่จิมซาจุ่ย
       
นิทรรศการ “CHIIKAWA DAYS” ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของแคมเปญ “Hong Kong Summer Viva” จะเปิดให้เข้าชมในวันที่ 1-24 สิงหาคม ณ ย่านจิมซาจุ่ย โดยมาในธีมสิ่งของในชีวิตประจำวันของน้องๆ อย่าง “เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง” คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์สุดน่ารัก พร้อมกระทบไหล่กับประติมากรรมเป่าลมขนาดยักษ์แสนมีชีวิตชีวาของ CHIIKAWA และผองเพื่อน ที่จะมาสร้างสีสันและความสนุกสนาน แต่ที่พิเศษกว่านั้น! นี่คือครั้งแรกในฮ่องกงที่คุณจะได้ชมผลงานศิลปะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ธีม “YUM CHA” (อาหารเช้าหรืออาหารว่างแบบกวางตุ้ง ประกอบด้วย การจิบชาจีนและกินติ่มซำ) ที่รังสรรค์โดย Nagano ศิลปินผู้ให้กำเนิด CHIIKAWA โดยเฉพาะ! เตรียมใจละลายไปกับ CHIIKAWA และผองเพื่อนในเวอร์ชั่นติ่มซำสุดน่ารัก อย่างเค้กพันชั้น ขนมปังไส้กรอกสไตล์จีน และขนมจีบ ที่รับรองว่าต้องถูกใจสายกินและสายคิวต์แน่นอน! E-Stamp Rally “CHIIKAWA in Hong Kong Neighbourhoods”
...ตามรอยความน่ารัก ล่า e-stamp จิคาวะลายติ่มซำ ใน 4 ย่านดัง 






ไม่หมดแค่นั้น! การท่องเที่ยวฮ่องกงยังจับมือกับ AllRightsReserved (ARR) จัดกิจกรรมสะสมแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ “CHIIKAWA DAYS: CHIIKAWA in Hong Kong Neighbourhoods” ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 24 สิงหาคม ชวนคุณออกสำรวจ 4 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วฮ่องกง ได้แก่ ท่าเรือเซ็นทรัล ไคตั๊ก สปอร์ต ปาร์ค ทางเดินเลียบชายฝั่งไซกุง และทางเดินริมทะเลอีสต์โคสต์ในย่านนอร์ธพอยต์ พร้อมชมผลงานศิลปะ “YUM CHA” สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ CHIIKAWA และผองเพื่อนจะมาในลุคติ่มซำสุดน่ารัก เข้ากับบรรยากาศของแต่ละย่านพร้อมเก็บสะสมประสบการณ์สนุก ๆ ผ่านแสตมป์แรลลีตลอดช่วงกิจกรรม! ที่แต่ละจุด คุณสามารถสแกน QR Code เพื่อเก็บสะสม e-Stamp สีพิเศษ 2 ดวง เมื่อเก็บครบทั้ง 8 ดวงจากทั้ง 4 แห่ง ก็สามารถดาวน์โหลดโปสการ์ดดิจิทัลสีสันสดใสสุดน่ารัก พร้อมปรับแต่งได้ตามใจชอบ แล้วส่งไปอวดเพื่อนๆ และครอบครัวได้เลย!




ลุ้นรางวัลสุดว้าว! ตั๋วเข้าชมนิทรรศการ CHIIKAWA DAYS ฟรี!
พิเศษสุดๆ! นอกจากโปสการ์ดดิจิตัลแล้ว สำหรับผู้ที่สะสม e-Stamp ครบทั้ง 8 ดวง ยังมีสิทธิ์ลุ้นโชคจากการจับสลาก ซึ่งจะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้ โดยรางวัลคือบัตรเข้าชมงานนิทรรศการ CHIIKAWA DAYS แบบทั่วไป จำนวน 2 ใบ! ใครอยากเป็นหนึ่งใน 50 ผู้โชคดี เตรียมตัวให้พร้อม! รายชื่อผู้โชคดีจะประกาศในวันที่ 16 สิงหาคม ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กทางการของ ARR และเว็บไซต์กิจกรรม CHIIKAWA in Hong Kong Neighbourhoods โดยบัตรเข้าชมงานใช้ได้เฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนดของวันที่ 22 สิงหาคมเท่านั้น

แพ็กเกจท่องเที่ยวตามรอยนิทรรศการ ดึงดูดแฟน CHIIKAWA จากทั่วโลกสู่ฮ่องกง
จากกระแสความนิยมของ CHIIKAWA ที่ยังคงพุ่งสูงในญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การท่องเที่ยวฮ่องกงจึงจับมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เปิดตัวแพ็กเกจท่องเที่ยวในธีม CHIIKAWA โดยได้รับการสนับสนุนจาก ARR เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาค้างคืนในรูปแบบของการ “ตามรอย CHIIKAWA” ในฮ่องกงมากยิ่งขึ้น 

สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย การท่องเที่ยวฮ่องกงก็กำลังประสานงานกับเอเจนซี่ท่องเที่ยวออนไลน์ เพื่อจัดแพ็กเกจพิเศษที่รวมบัตรเข้าชมนิทรรศการเข้ากับบริการอื่น ๆ อาทิ ระบบขนส่งภายในเมือง เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวของนักเดินทางให้สะดวกและน่าประทับใจยิ่งกว่าที่เคย ติดตามหน้าแคมเปญเฉพาะสำหรับ “CHIIKAWA in Hong Kong Neighbourhoods” โดยการท่องเที่ยวฮ่องกง

ข่าวประชาสัมพันธ์

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

  บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ...

โวยวายดอทคอม