วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568

กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA”


กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” เตรียมพร้อมผู้ประกอบการกาแฟรุกตลาดจีน ใช้ประโยชน์ FTA  อาเซียน-จีน และ RCEP จับคู่ธุรกิจ เข้าร่วมงานแสดงสินค้ากาแฟ และสำรวจศักยภาพตลาดโมเดิร์นเทรด  ณ เมืองกว่างโจวและเมือง เซินเจิ้น ในเดือนสิงหาคม นี้  



นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา กระทรวงพาณิชย์  โดยเปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกและขยายตลาดใหม่ โดยเร่งรัดการเจรจา FTA ใหม่ ๆ และปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดรับกับประเด็นสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อมและการค้าโลกยุคใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs    ให้ก้าวทันยุคดิจิทัล เข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดออนไลน์ จึงได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดำเนินโครงการ เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการสินค้ากาแฟ ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออกไปตลาดการค้าเสรี 18 ประเทศ ที่ได้ลดหรือยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้าส่วนใหญ่จากไทยแล้ว และดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับระเบียบการค้าโลกใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งกาแฟเป็นสินค้าดาวรุ่งที่มีการบริโภคเติบโตเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกและภายในประเทศ ตลาดกาแฟยังมีช่องว่าง

ในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะตลาดจีนที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน และมีแนวโน้มความนิยมบริโภคกาแฟโดยคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น ขยายตัวร้อยละ 8.55 ต่อปี ในปี 2567 ไทยส่งออกกาแฟคั่วไปจีนเป็นอันดับ 2 คิดเป็นมูลค่า 0.29 ล้านดอลลาห์สหรัฐ และส่งออกกาแฟสำเร็จรูปไปจีนเป็นอันดับ 7 คิดเป็นมูลค่า 3.79 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด 


โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” มุ่งนำเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งอะราบิก้าและโรบัสต้ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟที่หลากหลายทั้งเมล็ดกาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด แคปซูล กาแฟดริป กาแฟถุงชง กาแฟสปาร์คกิ้ง กาแฟสำเร็จรูป และลูกอมกาแฟ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และส่งออกด้วยการใช้ประโยชน์จาก FTA โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 84 ราย และผ่านการคัดเลือกรอบแรก จำนวน 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp ติวเข้มเรื่อง FTA การค้าระหว่างประเทศ มาตรการและกฎระเบียบการส่งออกกาแฟของไทยและจีน การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ กลยุทธ์การทำตลาดด้วย AI การเขียนแผนธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกกาแฟไปตลาดจีน อีกทั้งกรมได้เปิดเวทีการทำ Workshop ให้คน

วงการกาแฟได้สร้างคลัสเตอร์กลุ่มผู้ประกอบการ พร้อมจัดกิจกรรม Pitching คัดเลือกผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้าย ที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางไปสำรวจศักยภาพตลาดและจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีนทั้งผู้นำเข้า โมเดิร์นเทรด ตัวแทนกระจายสินค้า โรงแรม และร้านอาหาร พร้อมกับเข้าร่วมงานแสดงสินค้ากาแฟ CAFEEX 2025  (Café Expo China)  ณ เมืองกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนสิงหาคม 2568 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมั่นใจว่า โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” จะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการติดอาวุธ FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศภาคีและอีก 3 ฉบับ ที่ลงนามแล้ว ครอบคลุม 6 ประเทศภาคี ได้แก่ ศรีลังกา ภูฏาน ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ขยายการส่งออกกาแฟของไทยไปในตลาดจีนและตลาดโลก และที่สำคัญคือ วัตถุดิบเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกได้ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเติบโตไปด้วยกัน นายฉันทวิชญ์ กล่าว


"คิทโด้" วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รสชาติ

"คิทโด้" วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รสชาติ เติมเต็มประโยชน์เน้นๆ สำหรัลูกในช่วงเตรียมสอบพิเศษสุดคุ้ม! ซองละ 39 บาท ซื้อได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ

คิทโด้ (KITDO) วิตามินเม็ดเคี้ยวที่คุณพ่อคุณแม่เลือกสรรแล้วให้ลูกรัก เพราะคิทโด้เป็นวิตามินสูตรธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารกันเสีย รสชาติหอมอร่อย ทานง่าย และอัดแน่นด้วยสารอาหารสำคัญ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับหนูๆ น้องๆ ในช่วงเตรียมสอบ และยังดีต่อสุขภาพทุกคนในครอบครัว กลับมาพร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ! พบกับ คิทโด้ วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร 2 รสชาติ “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” สำหรับเสริมภูมิคุ้มกัน และ “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” สำหรับบำรุงสมองและสายตา ในราคาเพียงซองละ 39 บาท (จากปกติ 49 บาท) พร้อมรับเพิ่มอีก 3 เม็ดในซองทันที (มูลค่า 12 บาท) รวมเป็น 15 เม็ด! พิเศษสำหรับสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 23 สิงหาคม 2568 ซื้อได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขา

รายละเอียดผลิตภัณฑ์คิทโด้ “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Mutivitamin) วิตามินเม็ดเคี้ยว รสส้ม ประกอบด้วย วิตามินซีจากธรรมชาติ อะเซโรลา เชอรี่ สกัด นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและไต ที่มีงานวิจัยรับรองว่าเป็นวิตามินซีที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว และคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ทั่วไป และไม่ทำลายสารเคลือบฟัน ผสานกับ ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี, ซิงค์ และวิตามินรวม 13 ชนิด เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อหวัด ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด ลดอาการภูมิแพ้ และป้องกันการขาดวิตามินต่างๆ ในร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงโดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

“คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA plus Bilberry) วิตามินเม็ดเคี้ยว รสมิกซ์เบอร์รี่ ประกอบด้วย น้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ นำเข้าจากออสเตรเลียที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 (Omega 3) ได้แก่ ดีเอชเอ (DHA) ที่มีคุณสมบัติทำให้การเชื่อมต่อและสื่อสารระหว่างเซลล์สมองมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเซลล์สมองมีการเชื่อมต่อได้มากขึ้น ส่งผลให้การเรียนรู้เร็วขึ้นและความจำดีขึ้น ผสานกับ โคลีน ที่ช่วยเพิ่มสารสื่อนำประสาท พร้อมด้วย แอล-ไลซีน และ วิตามินบีรวม 7 ชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1, วิตามินบี 3, วิตามินบี 5, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, กรดโฟลิค และไบโอติน ผสานกับ สารสกัดจากบิลเบอร์รี่, เบอร์รี่รวม 6 ชนิด และวิตามินเอ เพื่อการดูแลสมองและสายตา เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง ความจำและการเรียนรู้ บำรุงสายตา เพิ่มการมองเห็น ลดอาการตาแห้ง ลดความอ่อนล้าจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน เหมาะสำหรับน้องๆ และทุกคนที่ใช้สายตาจ้องมือถือ iPad คอมพิวเตอร์บ่อยๆ ต้องลองสูตรนี้

วิธีรับประทาน แนะนำให้รับประทานคิทโด้ เคี้ยวสูตรละ 1-3 เม็ดต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับปริมาณสารอาหารและวิตามินครบถ้วนในแต่ละวัน การดูแลสุขภาพของเด็กตั้งแต่ยังเล็กเป็นรากฐานสำคัญมาก เพราะยิ่งดูแลดีเท่าไหร่ เด็กก็จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ฉลาด และเติบโตอย่างมีพัฒนาการที่ดีสมวัย

คิทโด้ วิตามินเม็ดเคี้ยว ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีสารอาหารสำคัญ ทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาลซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันผุ และไม่ใส่สารกันเสีย ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของ “คิทโด้” ทั้ง 2 สูตร 2 รสชาติ ได้ที่เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/, FB : https://www.facebook.com/kitdoclub และ Line : @Kitdo

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “สตรีไทยพร้อมใจ สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานอย่างยั่งยืน” จัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 93 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 47 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2568 


โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กราบบังคมทูลรายงานการจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568  และนางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กราบบังคมทูลวัตถุประสงค์การจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 และกราบบังคมทูลเบิกผู้ทำคุณประโยชน์ และสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี




นายวราวุธ กล่าวว่า ข้าพระพุทธเจ้า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภาคีเครือข่าย และองค์กรสมาชิกสตรีจากทั่วประเทศ รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงานวันตรีไทย ประจำปีพุทธศักราช 2568 ในวันนี้




ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระราชวโรกาส กราบบังคมทูลความเป็นมาของวันสตรีไทย กล่าวคือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาต ให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2546 เป็นต้นมา และพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ดอกกล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย ตลอดจนทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับหน้าที่ของสตรีไทยไว้ 4 ประการ คือ ประการที่ 1 พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ ประการที่ 2 พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้ดี ประการที่ 3 พึงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นสตรีไทย และประการที่ 4 พึงฝึกฝนตนเอง  




สำหรับงานวันสตรีไทย ประจำปี 2568 มีการจัดนิทรรศการสำคัญให้เยี่ยมชม ได้แก่ 1) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 3) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ
พระบรมราชินี 4) นิทรรศการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 5) ผลิตภัณฑ์ 904
และร้านโกลเด้นเพลส  6) นิทรรศการมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ 7) นิทรรศการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568

กิจกรรม "ทำความดีบูชาคุณพระพุทธเจ้าและแทนคุณแผ่นดิน"


วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5(หน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร) จังหวัดสกลนคร นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานจัดกิจกรรม  "ทำความดีบูชาคุณพระพุทธเจ้าและแทนคุณแผ่นดิน" ดังนี้

-มอบโลงศพและผ้าขาวห่อศพให้กับคนยากจน  คนตกทุกข์ได้ยากหรือศพไม่มีญาติ จำนวน 351 โลง  

-พิธีทักษิณานุปทาน อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้บริจาคโลงศพและผู้ที่มาร่วมงานได้อุทิศส่วนกุศลให้ 

-โดยมีพระราชวชิรโสภณ(วิ) (หลวงปู่หลอ นาถกโร) เจ้าอาวาสวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เป็นประธานสงฆ์ 

รายนามวัด/องค์กรที่รับบริจาคโลงศพและผ้าห่อศพ สำหรับคนยากจน  คนตกทุกข์ได้ยากหรือศพไม่มีญาติ ดังนี้

1.โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร จำนวน 50 โลง

2. วัดโนนสว่าง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จำนวน 50 โลง

3.วัดป่าคำสว่าง  จังหวัดนครพนม จำนวน 30 โลง

4.วัดป่าโยธาพิทักษาราม จังหวัดนครพนม จำนวน 30 โลง

5.วัดจันทรังษี อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 30 โลง

6.วัดท่าแร่ (ศาสนาคริสต์) บ้านท่าแร่ จังหวัดสกลนคร จำนวน 30 โลง(โลงไม้กางเขน)

7.มูลนิธิรัตนกตัญญู ต.ขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร  จำนวน 30โลง

8.สมาคมกู้ภัยมิตรภาพร่วมใจ จังหวัดสกลนคร จำนวน 30 โลง

9.สมาคมกู้ภัยพิทักษ์สกลนคน จำนวน 30 โลง



แจกสิ่งของให้กับคนพิการ คนยากจน จำนวน 100 ชุดประกอบด้วย

• ข้าวสาร ถุงละ 5 กิโลกรัม คนละ 1 ถุง

• ยาพาราเซตามอลแก้ปวดลดไข้

• ยาสระผมสมุนไพรออแกนิค

• สบู่สมุนไพรออแกนิค

เงินสงเคราะห์สำหรับสามล้อถีบ 

ตัดผมฟรี

แจกอาหาร น้ำดื่ม สำหรับคนยากจน คนทุกข์ยากมีความลำบาก คนที่มีความเดือดร้อน คนหาเช้ากินค่ำ

SACIT พาสื่อมวลชนสัมผัสเสน่ห์งานหัตถกรรมจาก “กก” จันทบุรี เสริมความยั่งยืนให้ชุมชน

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัดกิจกรรมพิเศษพาสื่อมวลชนร่วมทริปเรียนรู้เส้นทางหัตถศิลป์และท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดจันทบุรี ตลอดทั้งวันคณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์จาก “กก” ชื่อดังของท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “สืบสานสู่สานต่อหัตถศิลป์ถิ่นสีสันของชุมชน” KOK Community ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ จันทบุรี




โดยคณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมเยียนกลุ่มสตรีทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม หมู่ 10 ชมกรรมวิธีการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมจาก นางจุไรรัตน์ สรรพสุข ครูช่าศิลปหัตถกรรม ปี 2558 ประเภทเครื่องจักสาน พร้อมพาคณะลงพื้นที่ต้นน้ำ บริเวณปลูกกกวัตถุดิบสำคัญของงานหัตถกรรมสร้างสรรค์อันเลื่องชื่อของขังหวัดจันทบุรี ชมกรรมวิธีการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมการย้อมสีกกจากนางมะลิ เพชรกุล ประธานกลุ่มประเภทเครื่องจักสาน เพื่อสร้างสรรผลงานให้มีความทันสมัยรองรับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันตลอดจนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกหลากหลายรูปแบบ ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากนายอิสระ ชูภักดี ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะหัตถกรรคนรุ่นใหม่ (New Young Craft) ปี 2567 เจ้าของแบรนด์ “กอกก” (KORKOK) พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กชอป       
ชมการสาธิตงานฝีมือจากครูศิลป์และคนรุ่นใหม่ 






ดร.พิณทิพย์ วัชโรทัย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมศักยภาพ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) SACIT กล่าวว่า  “โครงการนี้ไม่เพียงต้องการให้สื่อมวลชนได้เห็นความงามของผลิตภัณฑ์ จาก “กก” ของจังหวัดจันทบุรี แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ กระตุ้นให้เกิดการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้หัตถกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน”




นอกจากเรียนรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมผลิตภัณฑ์จาก “กก” คณะสื่อมวลชนยังได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อาทิสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนฯ และชุมชนริมแม่น้ำจันทบุรีที่สะท้อนวิถีชีวิตผู้คนกับธรรมชาติ สร้างมุมมองใหม่ให้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสานกับงานศิลป์ไทยอย่างลงตัว




#SACIT #kokcommunity #จันทบุรี #สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
#ครูช่าง #กก #KORKOK

3 ยักษ์ใหญ่ขนส่ง ผนึกจุดแข็งส่ง Fuze Post บุกตลาด Cold Chain


บริษัทขนส่งโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ SCGJWD ผนึกแนวร่วม Flash Express และไปรษณีย์ไทย ผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่แตกต่าง ก่อตั้ง Fuze Post ให้บริการ Cold Chain Logistics แบบส่งด่วนครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมระบบขนส่งที่เปี่ยมประสิทธิภาพ  เปิดโลกขนส่งสินค้าเย็นและสินค้าแช่แข็งให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงและขยายตลาดสร้างฐานลูกค้าเพิ่ม  ตอกย้ำกลยุทธ ส่งเย็น ส่งเร็ว ส่งฟิ้วซ์  พร้อมก้าวสู่ผู้นำการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วไทยและอาเซียนต่อไป   

คุณบดินท ตัณฑไพบูลย์ Managing Director บริษัท Fuze Post จำกัด กล่าวถึงที่มาของ Fuze Post ว่า “Fuze Post  เป็นบริษัทร่วมทุนที่ผนึกแนวร่วมบริษัทพันธมิตรด้านขนส่ง 3 รายใหญ่ของไทย ได้แก่  SCGJWD  ที่เป็นผู้ชำนาญด้านคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิและโลจิสติกส์ครบวงจร  ร่วมด้วยไปรษณีย์ไทยที่มีโครงข่ายทั่วไทย และจำนวน Drop off ครอบคลุมเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ  และ Flash Express ที่เป็นผู้ชำนาญด้าน อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีด้านการขนส่ง  โดยเป็นการรวมจุดเด่นและความชำนาญทั้งสามด้านเข้าด้วยกันสู่บริการของ Fuze Post  ที่มุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารแปรรูป สินค้าทะเล สินค้าแช่เย็น สินค้าแช่แข็ง และสินค้าอื่น ๆอีกมากมาย ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑลและทุกภูมิภาคทั่วไทย ด้วยทีมงานและระบบการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าปลายทางจะได้รับสินค้าที่สดใหม่เสมอ”  

คุณเกรียงศักดิ์  ธนาศิรนนท์ ผู้บริหาร บริษัท Fuze post จำกัด กล่าวเสริมเรื่องบริการของ Fuze Post ว่า “เราให้บริการเรื่องขนส่งเย็นตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบกระบวนการ  ด้วยทีมงานไปรษณีย์ในพื้นที่ช่วยสนับสนุนเรื่องรถจัดส่งไปยังสถานประกอบการ และจุดรับสินค้า นอกจากนี้ยังมีทีมงานหลังบ้านที่ช่วยติดตามเรื่องการขนส่งในแต่ละวันให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่รวดเร็วและยังคงสภาพสดใหม่  สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องข้อมูล เรามีการรวบรวมข้อมูลด้วยเทคโนโลยีดาต้าเบส ที่เป็นระบบหลังบ้านเชื่อมโยงการจัดส่งข้อมูลของลูกค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง  ปัจจุบัน Cold Chain Logistics เข้ามายกระดับทำให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดตลาดได้ทั่วไทย  และยังช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน            

คุณคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด  ผู้นำด้านธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ระดับมืออาชีพ ให้บริการครบวงจร ครอบคลุมทั่วไทย และเซาท์ อีส เอเชีย กล่าวถึงความท้าทายของตลาด Cold Chain Logistics ว่า "ตลาด Cold Chain เป็นตลาดที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารทะเล อาหารแช่แข็ง และอาหารอื่น ๆ ส่งผลให้ตลาด Cold Chain ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ที่สำคัญตลาดอีคอมเมิร์ซปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่สินค้าอุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังมีสินค้าแช่เย็นที่กำลังมาแรงได้รับความนิยม และเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตา และท้าทายให้ผู้สนใจก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด สำหรับ Flash Express ด้วยความที่เราเป็นผู้ให้บริการ  อีคอมเมิร์ซครบวงจรที่มีบริษัทในเครือหลากหลายธุรกิจเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงได้ร่วมมือกับ SCG JWD และไปรษณีย์ไทย พัฒนาระบบขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิในประเทศไทยให้เติบโตต่อไป โดยการนำเอาศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เรามี เข้ามาขับเคลื่อนในธุรกิจ Cold Chain เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน”    

อีกหนึ่งหน่วยงานพันธมิตร SCGJWD  คุณชวนินทร์  บัณฑิตกฤษดา  CO-CEO SCGJWD  ย้ำจุดเด่นธุรกิจส่งเย็นของ Fuze Post ว่า  “ธุรกิจ Cold Chain เราทำครบวงจรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง แตกต่างจากธุรกิจขนส่งเย็นทั่วไปที่ทำเฉพาะขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่เรามีศักยภาพในการขยายบริการทั้งเรื่องการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปในประเทศต่าง ๆในภูมิภาค  ด้วยประสบการณ์ในวงการโลจิสติกส์กว่า 46 ปี ที่เรามีความชำนาญและมีฐานลูกค้าในตลาด B2B ด้านขนส่งเย็นเป็นจำนวนมาก  ผนวกกับไปรษณีย์ไทยและ Flash Express ที่มีประสบการณ์ในตลาด B2C  การผนึกความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเสริมศักยภาพเรื่องการขนส่งให้ Fuze Post เจาะกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุมทั้ง B2B และ B2C”  

ด้านคุณนเรศ  ไชยวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานระบบไปรษณีย์และปฏิบัติการนครหลวง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พูดถึงจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยที่มาสู่บริการของ Fuze Post ว่า “ไปรษณีย์ไทยมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ เราจึงใช้โครงข่ายมาเป็นจุดแข็งในการให้บริการ Cold Chain   โดยมีการปรับ 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือกระบวนการเรื่องของการรับฝาก ส่งต่อ และนำจ่าย ให้สอดคล้องกับบริการขนส่งเย็น   สองเรื่องการวางแผนเรื่องเส้นทางการขนส่ง จุดรับส่ง การขนส่งระหว่างจุดต่อจุด ให้ใช้ระยะทางที่สั้นที่สุด และมีความรวดเร็วมากที่สุด และข้อสามเรื่องบรรจุภัณฑ์ โดยนำแพคเกจจิ้งที่เหมาะสมที่สุดเพื่อช่วยรักษาสินค้าภายในให้เหมาะสมกับการขนส่งเย็น เรามองว่า Fuze Post เป็นโอกาสที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานด้านส่งเย็นได้อย่างทั่วถึง” 

ล่าสุด Fuze Post ร่วมออกบูธเพื่อแนะนำบริการขนส่งเย็นในงาน Smart SME EXPO 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 สิงหาคม 2568 ณ ฮอลล์ 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยนำบริการขนส่งเย็นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เจาะโอกาสทางธุรกิจขยายตลาดลูกค้าได้กว้างไกลยิ่งขึ้น พร้อมยังให้คำปรึกษาในเรื่องโซลูชั่นส์การขนส่งตั้งแต่ต้นจนจบ ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้ามาลงทะเบียนที่ Fuze Post  บูธ B22  กับแคมเปญส่วนลดและบริการพิเศษมากมาย  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2055-6787 

ข่าวประชาสัมพันธ์

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

  บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ...

โวยวายดอทคอม