วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568

Marcus Bar บาร์เปิดใหม่ใจกลางสีลมซอย 1




Marcus บาร์แห่งนี้ ตัวร้านเป็นอาคารขนาดกะทัดรัดทำให้คุณได้พบกับความอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพ Marcus Bar การออกแบบที่โดดเด่น ทั้งความมีสีสันและกลิ่นอายความสนุกที่เป็นซิกเนเจอร์ ยังให้ความพิถีพิถันใส่ใจในทุกการบริการตั้งอยู่ที่ ถนน สีลม ซอย 1 บรรยากาศเรียบหรู สบายๆ เหมาะกับการแฮงก์เอาต์กันแบบสนุก ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเข้ามาเยือน สำหรับเมนูต่าง ๆ ของทางร้าน ที่นี่เน้นเสิร์ฟหลากหลายเมนูค็อกเทลที่นำไป Infused กับผลไม้ ดื่มง่าย ได้กลิ่นหอมหวลชวนให้ลิ้มลอง เอ็นจอยไปด้วยกันกับเครื่องดื่มแก้วพิเศษและเสียงดนตรีสนุก ๆ เชื้อเชิญให้คุณแวะเวียนเข้ามาดื่มด่ำกับรสชาติของค็อกเทลแก้วพิเศษ








ด้วยขนาดพื้นที่ที่จำกัด บวกกับความชื่นชอบส่วนตัว ทำให้ที่นี่ออกมาเป็นบาร์ค็อกเทลสุดเก๋ ด้านการตกแต่งดีไซน์ออกแนววินเทจ มีมุมโซฟาและเคาน์เตอร์บาร์ให้คุณได้เลือกนังกันแบบชิลล์ สัมผัสกับเสียงเพลง Live Band คุณภาพเยี่ยม แนว Jazz , Soul และ R&B ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ทุกวันอังคารถึงวันเสาร์ นอกจากนี้ยังเปิดแผ่นมิกซ์เพลงแนวสนุกสนาน เหมาะกับสายปาร์ตี้ที่ชอบความเป็นกันเอง นั่งเล่นสบายๆ ค่ำคืนนี้เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาดื่มร่วมแจมเสียงเพลงกับนักร้องอย่างสนุกสนาน ใครที่เลิกงานแล้วแวะมาฝากท้อง หรือดินเนอร์สุดพิเศษ ที่นี่ก็เน้นเสิร์ฟอาหารฟิวชั่นทานง่าย รสชาติอร่อยถูกปากคนไทย







สำหรับเมนูอาหารของที่นี่ แนะนำหลากหลายเมนูซิกเนเจอร์ เริ่มจากเมนู  Paprika-charred Corn ข้าวโพดหมักกับโอลีฟออยส์ ปาปริก้า ผงกระเทียม น้ำผึ้งอบสไตล์อเมริกัน ทานคู่กับซอสซาวน์ครีม เป็นเมนูโปรด
ที่ทานง่ายๆ สำหรับนักดื่ม ต่อมาเป็น Escargots Elegance หอยทากฝรั่งเศส อบเนยกับสมุนไพร + ขนมปังฝรั่งเศสแผ่นบาง ส่วนถัดมาเป็นเมนูที่ผู้ชื่นชอบทานปลา Sunset citrus salmon ปลาแซลม่อน ผักโขมอบชีส ซอสเลม่อนครีม และสำหรับผู้ที่หลงใหลการทานไส้กรอก ที่มีเสริฟไส้กรอกหลายแบบในเมนูเดียวกัน Bangers&mash ไส้กรอก พริกสด พริกไทย ชีส เป็นไส้กรอกออร์แกนิค เสริ์ฟกับมันบด ทานกับซอสมะเขือเทศ และศรีราชามายองเนส ผสมเข้ากับเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่ที่ช่วยยกระดับอาหาร ตามมาด้วย สปาเก็ตตี้ Spaghetti AOP ใส่กุ้งแชบ๊วย เบค่อนกรอบ พริกแห้ง กระเทียม เบซิล ส่วนที่ออกแนว เฮลตี้เลือกทานสลัด Crispy bacon salad ผักคอส เบค่อน ชีสพาเมซาน พารม่าแฮม น้ำสลัดซีซ่าร์ พริกไทย เน้นอาหารไทยที่ปรับให้ทันสมัยและกินได้ทุกคน ไปจนถึงอาหารนานาชาติที่ทุกคนนึกถึง โดยเสิร์ฟให้นั่งกินในบรรยากาศสบายๆ  หลากหลายเมนูครบรส ชวนให้เข้ามาลิ้มลอง

อีกหนึ่งความตั้งใจของ Marcus Bar แต่ละโซนออกแบบมาให้เป็นพื้นที่สำหรับแฮงเอาต์กับแก๊งเพื่อนและคนพิเศษ ด้วยการออกแบบหน้าบาร์สุดหรู  เครื่องดื่มถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของร้านเสิร์ฟทั้งค็อกเทลและม็อกเทล ไม่ว่าจะเป็นค้อกเทลที่หลากหลาย ค็อกเทลที่ดื่มง่ายและเข้ากันได้ดีกับเมนูอาหารในร้าน ไม่ว่าจะเป็น ค็อกเทลAnniversary หรือจะเป็นค็อกเทล Jasmin moon หรือชื่นชอบการจิบไว น์ที่มีให้เลือกหลายระดับจากหลายประเทศ คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากคอไวน์ขนานแท้ของเจ้าของร้าน มาสนุกและจอยตอบโจทย์สายแฮงต์เอาต์ตลอดทั้งคืน

การเดินทางจากรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีสีลม เข้าซอยสีลมซอย 1 สองร้อยเมตร ร้านตั้งอยู่ขวามือ 

Marcus Bar บาร์กลางสีลมซอย 1
281/16 สีลม ซอย 1 บางรัก กทม.
เปิด จ- ส. เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป
โทร 09 5561 9478 

พิกัด Marcus Bar : https://maps.app.goo.gl/b23sDZwXnwPb3NDS8

Booking via Line ID : @Marcusbar | 095-561-9478


#Marcusbkk #Marcusbar #Marcusbarbkk #silom #bangkok #bar #barbkk #hangout #wine
#cocktailbar #nightlife #bkknightlife #jazzbar #jazzbarbkk #Barsilom #Dinner
#BarandRestaurant #wefiethailand 


อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ รีแบรนด์ "Electric Vehicle Asia (EVA)" สู่ "MobilityTech Asia - Bangkok"

 สร้างไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ยั่งยืนระดับภูมิภาค

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่! “MobilityTech Asia – Bangkok 2025” เตรียมปฏิวัติวงการยานยนต์ไทย ก้าวขึ้นสู่เวทีโลก ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดและการขนส่งยั่งยืน



อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลก ประกาศรีแบรนด์งาน Electric Vehicle Asia (EVA) งานแสดงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาค ก้าวสู่ชื่อใหม่ MobilityTech Asia – Bangkok 2025 (MTAB) – พลิกโฉมประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนายานยนต์ยั่งยืนในระดับภูมิภาค ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านงานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ากว่า 10 ปี พร้อมสานต่อความร่วมมืออันยาวนานกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมขยายโอกาสทางธุรกิจ ส่งเสริมการลงทุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่สู่ระดับสากล

งานนี้มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชันที่ล้ำสมัยเพื่อความยั่งยืน ตั้งแต่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ไปจนถึงระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ(ADAS)และระบบขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยAI


ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเผชิญหน้ากับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ให้ความสำคัญกับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ทางกระทรวงฯ ได้สนับสนุนการจัดงาน Electric Vehicle Asia อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเชื่อมั่นว่าการการรีแบรนด์ครั้งนี้ ทำให้งาน MobilityTech Asia – Bangkok จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่รวมทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันเป้าหมาย Net Zero และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ”

Mr.Edmund Araga ประธานสมาพันธ์ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งเอเชีย (AFEVA) กล่าวว่า “ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายของภาครัฐและความสนใจจากผู้บริโภค การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงขยายขอบเขตจาก EV ไปสู่เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างระบบขับขี่อัตโนมัติ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และ Mobility-as-a-Service (MaaS) แต่ยังตอกย้ำความสำคัญของไทยในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการขนส่ง และพร้อมร่วมมือกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักเพื่อจัดงานนิทรรศการด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และการประชุมระดับนานาชาติ iEVTech ที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างต่อเนื่อง”


นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “เราบุกเบิกการจัดงานด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้สะท้อนถึงการมองไปข้างหน้า เพื่อขยายขอบเขตจากยานยนต์ไฟฟ้าสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งในทุกมิติ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายของประเทศและภูมิภาค เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรม สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่ง และส่งเสริมโซลูชั่นที่ยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของภาคยานยนต์ยั่งยืนในภูมิภาค และวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์สำหรับการลงทุน”

งาน MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) 2025 จะจัดขึ้นภายใต้ธีม "Shaping the Regional Innovation Hub for Sustainable Mobility" หรือ "ขับเคลื่อนศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค สู่อนาคตยานยนต์ยั่งยืน" โดยตั้งเป้าเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเทคโนโลยี โซลูชัน และผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์มาร่วมแบ่งปันความรู้และสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยปีนี้คาดว่าจะมีบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมยานยนต์เข้าร่วมงานมากกว่า 350 ราย จาก 20 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 32,000 คนจาก 65 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ MTAB 2025 ยังจัดขึ้นพร้อมกับงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW) 2025 งานแสดงเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาและความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและยานยนต์ยั่งยืน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านวงการยานยนต์ กับงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2025 วันที่ 2-4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mobilitytechasia-bkk.com. 

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568

ครั้งแรกในประเทศไทย!! KANEBO PAINT HOPE ON SPACE 2025


บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด  จัดกิจกรรมเวิร์คช้อป KANEBO PAINT HOPE ON SPACE 2025 สร้างความหวังและแรงบันดาลใจผ่านการวาดภาพและระบายสีสันได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยทางแบรนด์จะช่วยส่งเสริมพลังจินตนาการของเด็กๆ มอบโอกาสให้ขยายจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแสดงความเป็นตัวเองออกมามากขึ้น 

KANEBO “I HOPE.” ไม่ได้นำเสนอเพียงความงามเท่านั้น แต่ KANEBO ยังเป็นแบรนด์ที่ส่งต่อความหวังผ่าน KANEBO 5 ACTIONS ด้วยเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ต้องการให้คนทุกคนเปล่งประกายความเป็นไปได้ในตัวเองออกมา ผ่านทางเครื่องสำอาง กลายเป็นโลกที่ทุกคนสามารถเฉิดฉายได้ในแบบของตัวเอง เป้าหมายคือ อนาคตอันน่าตื่นเต้น โดยโฟกัสไปที่ 5 ACTIONS ด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นสังคมที่ยอมรับความเป็นปัจเจกบุคคล และทุกคนสามารถเปล่งประกายได้ เริ่มจาก 3 ACTIONS “ยอมรับความแตกต่างที่หลากหลาย” “ผู้หญิงสามารถมีบทบาทในการทำงานได้อย่างปลอดภัย” “เปล่งประกายไปตลอดชีวิตในแบบของตัวเอง” เพิ่มเติมด้วย อีก 2 ACTIONS มาร่วมเป็นเสาหลัก “เบิกทางสู่อนาคตด้วยพลังของตัวเราเอง” เพื่ออนาคตอันน่าตื่นเต้น และ “มองไปเห็นถึงอนาคตที่ยั่งยืน” โดย KANEBO นั้นมุ่งมั่นที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็ตาม สามารถมีความสุขได้กับความเป็นตัวเอง ร่วมสร้างอนาคตอันสดใสมีความหวังให้เป็นจริงความพิเศษของการวาดภาพในครั้งนี้คือ สีที่ใช้มาจากการผลิตเครื่องสําอางเช่น อายแชโดว์ บลัชออน ที่ผลิตขึ้นในระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์และไม่ได้ผลิตออกจำหน่าย เพื่อไม่ให้สูญเปล่าจึงกลายมาเป็นสีสำหรับศิลปินตัวน้อยและครอบครัวได้สร้างสรรค์จินตนาการบนพื้นที่ว่างเปล่าได้อย่างอิสระ


วันเด็กปีนี้ขอเชิญชวนคุณและครอบครัวพาศิลปินตัวน้อยมาร่วมงาน KANEBO PAINT HOPE ON SPACE 2025 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ.2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ณ Metro Art สถานี MRT พหลโยธิน ร่วมงานฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

#KANEBOPaintHopeOnSpace2025 
#KANEBOTH 
#KANEBOTHAILAND

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบทุนพัฒนาเด็กนักเรียนอนุบาล มูลนิธิดวงประทีป

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์  “สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ”  นำโดย ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคม มอบเงินให้กับ ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานมูลนิธิดวงประทีป เพื่อเป็นทุนพัฒนาเด็กนักเรียนอนุบาลด้อยโอกาสในชุมชนคลองเตย





โดยกิจกรรมครั้งนี้ มอบของเล่น สมุดดินสอ และอาหารกลางวัน ขนมและไอสครีมให้กับเด็กๆ โดยมี ดร.สุเมธ-สุทธินี และดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา ,เอิร์ธ สายสว่าง,จันทิมา-ภาวิณี นะวิโรจน์ ,กมลวัน บุณยัษฐิติ ,ณัฐพัชร รัตนกนกวัฒน์ ,ฐิติภูมิ จามิกรานนท์ ,ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล และ พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร เข้าร่วมสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจให้กับเด็กๆอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568

กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่ : KanlantanSleep And Cafe

วันนี้ขอพามานั่งชิลล์ในร้าน กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่ ย่านศรีนครินทร์ เพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม สำหรับร้านกลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่  ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องสะดุดตาจนต้องอยากแวะ  เรียกว่าเป็นคาเฟ่สุดชิคของคนย่านนี้ ความเท่ของร้านกลายเป็นคาเฟ่สุดเท่น่านั่ง โอบล้อมด้วยกระจกใสเกือบรอบร้าน ตกแต่งสไตล์ลอฟท์ที่เป็นที่นิยม เมนูกาแฟของที่นี่มีหลากหลาย  เป็นร้านกาแฟที่เรียกได้ว่าทุกวัยสามารถเข้าถึง 







บอกเลยว่า ตัวร้านตกแต่งอย่างเท่ๆ เรียบง่ายด้วยผนังอิฐ สวยชิคถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง ให้ฟีลเหมือนเก่าๆ แต่บอกเลยว่าเก๋ไม่ไหว ทั้งบรรยากาศและเครื่องดื่มของที่ร้านโดดเด่น มีที่นั่งทั้งด้านใน ด้านนอก มองเห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน และมีที่นั่งให้ได้ฟินๆ เหมือนมานั่งปิกนิก ชมวิวกันไป ด้านนอกช่วงเย็นๆ แดดร่มบรรยากาศ​ดี​ ความตั้งใจของร้าน คือ อยากให้ทุกคนที่ผ่านเข้ามายังประตูบานเลื่อนนี้มีความสุขเมื่อกลับไป และเมื่อยามเย็นพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ก็จะให้บรรยากาศที่สวยชิลไปอีกแบบ มั่นใจว่าใครที่เป็นสายคอนเทนต์จะต้องถูกใจแน่นอน ส่วนเรื่องอาหารของทางร้านจะเป็นแนวรสจัด กับแกล้ม แต่มีเมนูจานหลักอีกมากมาย กลันตัน ร้านอาหาร คาเฟ่ บรรยากาศดีย่านศรีนครินทร์ ปลายปีแบบนี้ ร่างกายใครต้องการความชิลในบรรยากาศคาเฟ่ดีๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบอีสานหลากหลาย อร่อยกับเมนูเด็ด จากใจเชฟ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ, ลาบ, ต้มแซ่บ, และเมนูอื่นสุดพิเศษ ให้ได้อิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น





ที่นี่เป็นร้านกินดื่มที่ตอบโจทย์คนชอบสังสรรค์ในหลายๆ ด้าน ทั้งบรรยากาศร้านที่สบายๆ โปร่งๆ แต่อินดอร์ แถมยังมีเมนูเครื่องดื่มและของหวานโฮมเมดให้เลือกอีกเพียบ ร้านสวยบริการดีแถมที่ถ่ายรูปเยอะขนาดนี้ บอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่ อยู่ใน ซ. ศรีนครินทร์ 27 ซอยก่อนถึงปั้มบางจาก ก่อนถึงห้างธัญญะพาร์ค
(ติดกับประตูทางเข้างออกด้านหลังห้างธัญญะพาร์ค) สถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง : กลันตัน 

Google Map ที่ตั้งร้าน : กลันตัน สลีฟ แอนด์ คาเฟ่
https://maps.app.goo.gl/A2rtYLyrv237z8DBA?g_st=ic

เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด! คาเฟ่: 07:00-19:00 น.
อาหาร 11:00-24:00 น. (ครัวปิด 23.00 น.)
สอบถามเพิ่มเติมสอบถามทักแชทเพจ
https://www.facebook.com/KanlantanSleepAndCafe

โทร : 080-592-1568

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568

ผู้ช่วย รมต.วธ. จับมือผู้บริหารสายสีแดง เข้าสวัสดีปีใหม่ รมช.คมนาคม


เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568 นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย
นายกริช ธนิกุล กรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง
เข้ากราบสวัสดีปีใหม่ และ ขอพรจากนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568

ณ ฟาร์มโคนมบ้านพุประดู่ (MMilk Dairy Farm)
ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2568

Content Lab: Mid-Career พื้นที่สร้างสรรค์ของคนทำหนังและซีรีส์มืออาชีพ

กุญแจสำคัญสู่การยกระดับคอนเทนต์ไทยดันไกลสู่สากล

ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ของไทย กลุ่มบุคลากรวิชาชีพระดับกลางหรือ Mid-Career คือกลุ่มคนในอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์ในการทำงาน และมีความเชี่ยวชาญในสายอาชีพของตนเองมากพอ แต่ยังต้องการพื้นที่และโอกาสที่จะเติบโตก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพนี้อีกมาก ด้วยประสบการณ์การทำงาน ทักษะเฉพาะทาง และศักยภาพที่สามารถผลักดันและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่ม Mid-Career จึงมีความมุ่งมั่นในการกำหนดทิศทางอนาคตของตนเอง การสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ในฐานะองค์กรหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ตระหนักถึงความสำคัญในการผลักดันนักสร้างสรรค์ไทยที่มีความรู้ความสามารถด้านคอนเทนต์ ให้ได้มีโอกาสยกระดับทักษะและเติบโตในสายวิชาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการอย่าง “Content Lab: Mid-Career” โครงการพัฒนาโปรเจ็กต์ภาพยนตร์และซีรีส์สำหรับสายคอนเทนต์กลุ่ม Mid-Career ภายใต้โครงการใหญ่ “Content Lab 2024 สร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย ดันไกลสู่สากล” ขึ้นในปี 2567 โดย “Content Lab: Mid-Career” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาปีที่ 2 ในปีนี้ มุ่งส่งเสริมบุคลากรวิชาชีพระดับกลางในสายโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และนักเขียนบท ให้ได้พัฒนาทักษะและผลงาน ที่รองรับเทรนด์ความต้องการของตลาดและการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับนานาชาติ



ปีนี้นอกจาก CEA จะรักษามาตรฐานในการฝึกอบรมทีมที่เข้าร่วมโครงการ “Content Lab: Mid-Career” ให้มีศักยภาพแล้ว ยังสานฝันให้ทีมที่เข้ารอบได้มีโอกาสนำเสนอผลงานกับกลุ่มนักลงทุนด้านภาพยนตร์และซีรีส์โดยตรง ผ่านกิจกรรม Business Matching โดยหากผลงานเข้าตานักลงทุน ก็จะถูกต่อยอดเป็นผลงานที่ได้ผลิตจริงต่อไป

โครงการ “Content Lab: Mid-Career” มีทีมผู้ผลิตหนังหรือซีรีส์มืออาชีพที่มีประสบการณ์จริงในการทำงานด้านภาพยนตร์หรือซีรีส์ไม่ต่ำกว่า 5 ปี เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 18 ทีม โดยมีทีมงานที่เกี่ยวข้องที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม นำโดย คุณพิมพกา โตวิระ รับหน้าที่หัวหน้าโครงการ “Content Lab: Mid-Career” คุณอาทิตย์ อัสสรัตน์ เป็นผู้จัดทำหลักสูตร และเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์และซีรีส์ 6 ท่าน ได้แก่ คุณอมราพร แผ่นดินทอง, คุณฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์, คุณเกรียงไกร วชิรธรรมพร, คุณอดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, คุณสรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ และคุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์  ทีมผู้เข้าร่วมโครงการต่างได้เรียนรู้กระบวนการเขียนบทและแนวทางการพัฒนาโปรเจ็กต์ของตนเอง ผ่านคลาสเรียนเข้มข้นจำนวน 11 คลาส โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และการให้คำปรึกษาจากเมนเทอร์ของโครงการ หลังจากทีมผู้เข้าร่วมโครงการได้ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้นจากคลาสเรียนแล้ว จึงได้นำเสนอโปรเจ็กต์ที่ได้บ่มเพาะและพัฒนามาตลอดระยะเวลา 2 เดือน เพื่อชิงทุนสนับสนุนการผลิตตัวอย่างเนื้อหาแบบสั้น (Pilot Video) จำนวน 150,000 บาท โดยโครงการได้มีการคัดเลือกเสร็จไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง 10 ทีมสุดท้ายที่ได้รับคัดเลือก มีโอกาสได้นำเสนอ Pitch Package และ Video Pilot กับนักลงทุนเพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์ ในกิจกรรม Content Project Market ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 - 25 ตุลาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

หนึ่งในผลงานของทีมภาพยนตร์ขนาดยาวอย่างทีม คมศาสตรา ผ่าแผ่นดิน ที่มีสมาชิกในทีมประกอบด้วย อดิสรณ์ อันสงคราม, กฤษดา คะสุวรรณ์ และสุวพันธุ์ วงษ์คำอุด ได้เล่าถึงโอกาสจากการที่ได้ร่วมโครงการว่า “โครงการนี้เปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีไอเดีย มีความฝัน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทีมเรามาจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งการได้เข้าร่วมโครงการนี้ก็เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ทีมได้มีพื้นที่ในการบอกเล่าและแบ่งปันไอเดียของตัวเองที่ถ่ายทอดในรูปแบบของภาพยนตร์ รวมถึงโอกาสในการได้นำเสนอคอนเทนต์ของตัวเองให้กับแพลตฟอร์มทั้งในและต่างประเทศ เราเชื่อว่าจุดแข็งของคอนเทนต์ไทยมีอยู่แล้วแต่ยังขาดโอกาสและพื้นที่ เพราะฉะนั้นโครงการอย่าง Content Lab: Mid-Career ที่เปิดโอกาสให้เรานี้ เป็นเหมือนการยกระดับไอเดียหรือสตอรี่ของเราให้เติบโตมากขึ้น และผลักดันให้เกิดการรับรู้ทั้งในระดับประเทศไปจนระดับนานาชาติ




ทางด้านทีม ไฟต์นี้เพื่อเธอ (Fight For You) ทีมที่เกิดจากการรวมตัวกันของเพื่อนและรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัยอย่าง กมลธร เอกวัฒกิจ, วสุพล สุวรรณจูฑะ และณัฐพงศ์ พิพัฒน์ธนทรัพย์ กล่าวถึงโครงการว่า “สิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้เรื่องหลักเลยคือโอกาส ทีมเราเป็นการรวมตัวของคนที่ทํางานมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่วันที่มีโอกาสได้รับคำแนะนำกับเมนเทอร์ จนถึงวันที่ได้นำเสนอผลงานกับนักลงทุนจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ โครงการนี้ทําให้เราทําภาพยนตร์ได้ง่ายขึ้นมากกว่าที่เราจะไปเดินหาโอกาสหรือแพลตฟอร์มด้วยตัวเอง รวมถึงตอนนี้ที่ภาพยนตร์ของเราได้ผ่านการบ่มเพาะในโครงการ ก็อาจจะมีคนรู้จักมากขึ้น มีการการันตีว่าผ่านโครงการ “Content Lab: Mid-Career” มา โอกาสในการที่จะพัฒนาโปรเจ็กต์ก็ดูง่ายขึ้นกว่ายุคสมัยเมื่อประมาณ 5-10 ปีที่ผ่านมา ที่ต่อให้มีบทที่ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถสร้างขึ้นได้จริง นอกจากคอนเน็กชันแล้ว อีกมุมหนึ่งคือการที่เราได้เจอคนในวงการหรือเพื่อน ๆ ที่อยู่ในโครงการในระดับ Mid-Career ด้วยกัน ทำให้ได้เห็นวิธีการทำงาน แนวทางการพัฒนาผลงานของทั้งจากมืออาชีพและเพื่อนของเราที่พัฒนาไปด้วยกัน และสามารถนำองค์ความรู้ที่มีเพิ่มขึ้นนี้มาปรับใช้และต่อยอดผลงานได้จริงต่อไปในอนาคต”

สำหรับทีมประเภทซีรีส์ คนหนีตาย ผีหนีเกิด อนุสรา กอสัมพันธ์, บุญรักษา สาแสง และพิชชกร จารุเศรษฐการ เล่าถึงบรรยากาศและความประทับใจต่อโครงการว่า “ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณโครงการนี้ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดกับคนในสายอาชีพเดียวกัน ทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และคนเขียนบทจากหลายที่ ทั้งจากวิทยากรหรือแม้กระทั่งผู้เข้าร่วมโครงการทีมอื่น ๆ ทุกคนมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และแนวทางในการเล่าเรื่องของตนเอง ทำให้เราสามารถนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาโปรเจ็กต์ให้ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังทำให้เรามีความมั่นใจในโปรเจ็กต์ของตัวเองมากขึ้น เนื่องจากภาพยนตร์และซีรีส์ถือเป็นศิลปะประเภทหนึ่งที่ไม่มีถูกผิด ไม่มีกฎเกณฑ์ เชื่อว่าผู้เข้าร่วมโครงการหลาย ๆ คน ไม่มั่นใจว่าโปรเจ็กต์ของตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่การได้พูดคุยกับผู้คนในสายอาชีพเดียวกัน และได้รับการสนับสนุนจาก CEA ทำให้เริ่มมีกำลังใจในการไปต่อ ช่วยให้มองเห็นทางที่จะไปต่อได้ชัดเจนและไกลขึ้นกว่าเดิม

รวมถึงวิทยากรที่มาให้ความรู้ในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในวงการ มีความถนัดที่แตกต่างกันไป ทำให้เราได้รับความรู้เฉพาะด้านที่หลากหลาย และมีกำลังใจในการพัฒนาโปรเจ็กต์ นอกจากนี้กิจกรรม Content Project Market ยังเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเรานักทำหนังอิสระที่อาจมีประสบการณ์ในการเข้าถึงเหล่านักลงทุนไม่มากนัก ได้นำเสนอโปรเจ็กต์กับนักลงทุนโดยตรง ซึ่งการเข้าถึงนักลงทุนไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ได้เป็นโปรดักชันที่มีทุนหรือชื่อเสียง โครงการนี้จึงเป็นเหมือนใบเบิกทางสำหรับนักทำหนังอิสระ”งหมดนี้คือมุมมองและแรงบันดาลใจของผู้ร่วมโครงการ “Content Lab: Mid-Career” ภายใต้โครงการ “Content Lab 2024 สร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย ดันไกลสู่สากล” ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการผลักดันและสร้างโอกาสให้แก่บุคลากรวิชาชีพระดับกลางในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของบุคลากรเหล่านี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้เติบโต และก้าวสู่ความสำเร็จในระดับสากลได้ต่อไปในอนาคต

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Content Lab 2024 
เฟซบุ๊กเพจ Content Lab รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ของ CEA ได้ที่เว็บไซต์ www.cea.or.th

ข่าวประชาสัมพันธ์

พม. ยกย่องคนรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ สร้างสรรค์ "ผ้าไทย" ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ชุดแต่งกายร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าเศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรมยั่งยืน

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ...

โวยวายดอทคอม