วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

สูดกลิ่นไอทะเลพร้อมวิวทะเล โรงแรม Wave Hotel Pattaya โรงแรมสไตล์บูทีค 5 ดาว

คุยเรื่องท่องเที่ยวไทยในโลกหลังโควิด กับ อรชร ลักษณะสุต (นิ่ม) โฮเทล เมเนเจอร์
จากโรงแรมเวฟพัทยา และ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา 

วันนี้ทีมงาน  อยู่ที่ Wave Hotel Pattaya โรงแรมสไตล์บูทีค 5 ดาว ได้รับเกียรติ คุยเรื่องท่องเที่ยวไทยในโลกหลังโควิด กับ อรชร ลักษณะสุต (นิ่ม) โฮเทล เมเนเจอร์ จากโรงแรมเวฟพัทยา และ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา  เนื่องจากปัจจุบัน ยังไม่มีจีเอ็มโรงแรมเดอะเบย์วิว พัทยา ก็จึงดูแลทั้งสองที่ ซึ่งโรงแรมเวฟพัทยา เป็นโรงแรมในเครือของกลุ่มสุโกศล มีคุณกมลา สุโกศล เป็น owner คุณมาริสา บริหารเรื่อง Operation การตกแต่งเป็นอาร์ตเดคโค การตกแต่งเป็นไมอามี่ สไตล์แบบชิคๆแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งเนื่องจากว่าเจ้าของอยากมีอะไรที่แปลกใหม่ มีสไตล์ ของเราสี่โรงแรมที่ผ่านมาจะออกแนวคอนเทมโพรารี่บ้าง แบบไทยบ้าง จะมี The Siam เริ่มเป็นไทยแต่การตกแต่งเป็นอาร์ตเดคโค ของโรงแรมเวฟ เป็นน้องเล็กสุด ก็เหมือนเป็นน้องเล็กๆของเดอะสยาม โดยคุณน้อย วงพรู เป็นคนนำของตกแต่งเข้ามาของเก่า Retro, Antique สะสมไว้ค่อนข้างเยอะ และคุณน้อยแฮปปี้ที่เข้ามาทำตรงนี้ 

อรชร ลักษณะสุต (นิ่ม) โฮเทล เมเนเจอร์ จากโรงแรมเวฟพัทยา และ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา 

โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อายุ 40 ขึ้นตอนแรกเราคิดว่าเป็นวัยรุ่น 25-35 คนทำงาน ปรากฏว่าเปิดมา 6 เดือน กลายเป็นแขกผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบความเงียบและความเป็นส่วนตัว และน้องๆก็จะดูแลคล้ายๆบัดเลอร์ เราช่วยเหลือหมด ลูกค้าแต่ละคนก็จะกลับมาหลายครั้ง จะมาซ้ำไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง ช่วงนี้เมืองไม่มีเทสแอนด์โก พร้อมบินมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างกลับมามากแล้ว ของเวฟมี 18 ห้อง 3 สวีทซ์ ที่เป็นทไวไรซ์สวีทว์ 3 ห้องและห้องซันเซต 15 ห้อง ทั้งหมดทุกห้องจะเป็นวิวทะลทั้งหมด และไซส์ห้อง 45 ห้องใช้โทนสีพาสเทล เราเรียกว่า สีทิฟฟานี่บลู คือมาทันช่วงที่กำลังฮิตสร้างเสร็จก็พอดี รถคาดิแลค ที่จอดอยู่ด้านหน้าที่เป็นชื่อของห้องอาหารของเรา ตรงนี้เป็นไอเดียของคุณสุกี้ สุโกศล ทางไมอามี่จะมีรถจอดหน้าโรงแรม เราจอดข้างนอกไม่ได้จึงเข้ามาจอดหน้าตึกในรั้ว ห้องอาหารคาดิแลค คาเฟ่ เสริฟอาหารไทย เม็กซิกัน อเมริกัน เชฟอำนาจ  เป็นคนสร้างสรรเมนูหรือบางอย่างที่ลูกค้าดูแล้วทานไม่ได้ก็สามารถบอกเชฟได้ เชฟเมดทูออเดอร์ ลูกค้าต้องการทานแบบไหน ทางเชฟดูแลให้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกับอาหารเช้าที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของการเข้ามาพักที่นี่ ถือเป็นสิ่งที่ซัพพอร์ตโรงแรม เพราะจุดเด่นของโรงแรม คือ หนึ่งสไตล์ของโรงแรม สองการบริการ สามอาหารเช้า เสริฟเป็น A La Carte ลูกค้าสามารถสั่งได้ all u can eat จนกว่าคุณจะอิ่ม และอาหารสวยงามทุกจานด้วยความใส่ใจใส่รายละเอียดและอร่อย ทำสดๆใหม่ ๆ ทำเสร็จก็เสริฟเลย ลูกค้าแฮปปี้กับอาหารเช้าของเรามาก เขามาที่ห้องพักเช็คอินขึ้นไปลูกค้าส่วนใหญ่ชอบอยู่ในห้อง เงียบสงบนอนดูทะเล ก็ค่อนข้างชอบ 






คุณนิ่ม กล่าวต่อว่า “ตอนนี้เปิดเมืองพัทยา คึกคักมากขึ้น จากเดิมเมื่อสองปีที่แล้วมีแขกวันละ 10-20 ห้อง บรรยากาศก็จะเศร้าเหงาหงอย คนละเรื่องกับทุกวันนี้ แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่มีการเปิดเมือง เราเห็นนักท่องเที่ยวกลับมแทบจะเหมือนเดิม แต่ราคาเรานยังไม่สูงเท่าแต่ก่อนก็จะค่อยๆปรับไปด้านตลาดคนไทย เราจะให้ความสนใจตรงนี้เพราะเป็นตลาดเดียวที่สนับสนุนเราช่วงโควิด รวมถึงคุณกมลาย้ำเสมอว่าต้องดูแลคนไทย เพราะเกิดอะไรขึ้นคนไทยก็ยังเที่ยวในบ้านของเขา พอวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์โควิด -19 เขาก็มาจริงๆ แล้วก็สนับสนุนเรา 


ในส่วนของพนักงานตั้งแต่โควิดเข้ามา จาก 100 กว่านิดๆ ก็เหลือ 90 กว่าชีวิต ตรงนี้เราร่อนละ ทุกคนอดทน และรักที่นี่เพราะคุณกมลา ท่านดูแลเราดีมาก ทั้งหมดเรามี 3 โรงแรมในเมืองพัทยา โรงแรมสยามเบย์ชอว์ โรงแรมเดอะเบย์วิวพัทยา โรงแรมเวฟ สามโรงแรมนี้เราก็จะเกาะกลุ่มกัน หากรร.นี้ไม่พอก็จะมีการช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะแผนกจัดเลี้ยง ในช่วงโควิดที่ผ่านมา การทำงานที่นี่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้รับความไว้วางใจในการตัดสินใจเป็นของตัวเอง

หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มเข้ามาในไทย สิ่งแรกที่ต้องมีคือสติ  คิดและพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นรวมทั้งแนวโน้มที่จะตามมาในอนาคต ฅเริ่มจากการตั้งสติ ยอมรับในสิ่งที่มันเป็นก่อน และดูว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเป็นอย่างไร สถานการณ์ที่เป็นอยู่เป็นอย่างไร และสถานการณ์มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร แล้วเรามาดูว่าเราพอจะหาวิธีรองรับสถานการณ์ต่างๆ เหล่านั้นที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น

“อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน นิ่ม เป็นหนึ่งในนามผู้ประกอบการในเมืองพัทยา มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องปรับตัว หาแนวทางสร้างรายได้ที่แตกต่างจากในอดีต พัทยามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือไนท์ไลฟ์ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ สถาปัตยกรรมต่างๆ สวนน้ำ คาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ ต้องมานะคะ พัทยาตอนนี้เปิดเมืองแล้วอย่าลืมกลับมาเที่ยวพัทยานะคะ” คุณนิ่ม กล่าวในตอนท้าย







Wave Hotel Pattaya โรงแรมสไตล์บูทีค 5 ดาว มีห้องพักทั้งหมด 18 ห้อง สอง Room Type Sunset Room และ Twilight Room ตัวโรงแรมจะหันหน้าออกสู่ชายหาดพัทยากลาง ตกแต่งในสไตล์ไมอามี่ ผสมกับความเป็นไทย มีการเล่นสีสันโรงแรมให้ออกมาโมเดิร์นๆ อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือ ทุกห้องพักจะหันหน้าเข้าหาทะเล ทำให้เห็นวิวของทะเล และ Streetของเมืองพัทยาได้อย่างชัดเจน

ข้างๆล้อบบี้ มีสระว่ายน้ำ และบาร์เล็กๆ ให้ได้นั่งพักผ่อน สบายๆ มีห้องอาหาร Cadillac Cafe & Bar ตั้งอยู่ด้านหน้าของโรงแรม สามารถนั่งได้ทั้งโซน Indoor และ Outdoor มีเมนูอาหารก็มีทั้ง ไทย นานาชาติ ให้เลือกและห้องอาหาร สำหรับดินเนอร์ชั้นบนสุดของโรงแรม สามารถมองเห็นบรรยากาศยามเย็นของเมืองพัทยาได้อย่างถนัดตา

โรงแรมเวฟ
310/2 ถนนเลียบชายหาด พัทยา ชลบุรี 20150 ประเทศไทยFacebook : https://www.facebook.com/WaveHotelPattaya/

เบอร์โทรศัพท์ : 038 410 577


วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

รฟฟท. เผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงครึ่งปีแรกหลังเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงครึ่งปีแรกหลังเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ 

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูล และเข้าถึงความต้องการของผู้โดยสารสำหรับนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงได้ดำเนินการจ้างหน่วยงานภายนอกที่เชี่ยวชาญจัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสาร หลังเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมาเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยผลปรากฎว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.40 , ด้านความปลอดภัย 4.39 , ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.39 , ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.26 , ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.25 และด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.23 ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเป็นอย่างมาก 

ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นผลมาจากการที่บริษัทให้ความสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะมาตรฐานการให้บริการที่บริษัทยึดถือปฏิบัติมาตลอด โดยล่าสุดบริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ขอบเขตการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า ความปลอดภัย และวิศวกรรมซ่อมบำรุง จากหน่วยรับรอง Bureau Veritas (BV) 

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ฮอตทะลุปรอท!! ในรอบชุดว่ายน้ำสุดแซ่บของ 30 หนุ่มสาว “ซูปร้า ไทยแลนด์ 2022” ปังไม่ไหว!! เซอร์ไพร์สไม่หยุด!! ทั้งผู้เข้าประกวดและแขกรับเชิญสุดว้าว

กองเชียร์โด๊ปยาวไปไม่ต้องพัก เมื่อกองประกวดเวทีซูปร้า ไทยแลนด์ นำโดย วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ, นพ.ปรัชญ์ พึ่งเจษฎา และ พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล 3 NATIONAL DIRECTOR แห่ง พอสสิเบิลดรีม 789 เสิร์ฟความปังไม่หยุด ในรอบชุดว่ายน้ำ “Swimsuit Challenge” ณ โรงแรม ดีวาลักซ์ รีสอร์ท & สปา ซึ่งนอกจากบรรยากาศริมสระท่ามกลางสายลมแสงแดดที่เจิดจ้า ซูปร้า ไทยแลนด์ ยังเปิดโชว์ด้วยการใส่ชุดว่ายน้ำออกสื่อครั้งแรกของ ต้นกล้า-นิปุณ แก้วเรือน Mister Supranational Thailand 2021 สานฝันแฟนๆ ที่เรียกร้องและรอคอยมาตั้งแต่ปีที่แล้วให้ได้ฟิน ชุ่มฉ่ำหัวใจไปตามๆ กัน.. ตามมาด้วยผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คนที่มาอวดหุ่นเป๊ะปัง และเพอร์ฟอร์แมนซ์แบบสับๆ กับชุดว่ายน้ำและสปอร์ตแวร์สีสันสดใสจากแบรนด์ Wanna Wear, Actiff Multi-brand shop, TeamM8 Thailand และ Alexander Cobb Thailand ซึ่งชาเล้นจ์นี้ได้ผู้คุมเกมส์อย่าง MST09 ชิงหลิว-กุลวดี มารุตวงษ์ และ MST 27 โยโย่-ธีนฤปกร ม่วงไม้ เป็นผู้เลือกชุดให้ผู้เข้าประกวดทุกคนได้ออกมาพรีเซนต์กันแบบเผ็ดร้อน สู้แดดแบบไม่กลัวแดดสู้กลับ เพราะอินเนอร์ทุกคนฮอตจนต้านไม่ไหว แถมเซอร์ไพร์สเอาใจกระแสเรียกร้องจากด้อมนางงามด้วยการให้หนุ่มๆ ลงน้ำดับร้อน เรียกเสียงฮือฮา ทั้งกองเชียร์ทางบ้าน คณะกรรมการ แขกกิตติมศักดิ์ กูรูนางงาม และ บรรดาสื่อมวลชนภายในงาน สมศักดิ์ศรีหนึ่งในเวทีระดับแกรนด์สแลมของไทย

นอกจากความฮอตจากผู้เข้าประกวดแล้วนั้น ภายในงานยังมีแขกรับเชิญพิเศษสุดเซอร์ไพร์ส ให้แฟนนางงามว้าวแซ่บได้อีก นำโดย พรฟ้า-ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์, เมย์-ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์ และ นัน-นันทวัน วรรณจุฑา เจ้าของชุดว่ายน้ำแบรนด์ Wanna Wear ชุดว่ายน้ำที่ออกแบบมาเพื่อสาวๆ ในทุกรูปร่าง ให้สวยมั่นใจในแบบที่ตัวเอง แบรนด์ชุดว่ายน้ำผู้สนับสนุนผู้เข้าประกวดหญิงได้อวดความแซ่บในวันนี้ พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ มากมาย อาทิ คุณชาลอต โทณวณิก, แม่ลักษณ์-ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฎ์ชัย, คุณพัชรินทร์ อิทธิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ดีวาลักซ์ รีสอร์ท & สปา, คุณกัมพล ทองไชย, คุณคมสัน ศรีมงคลศิริ Head of Content Marketing & Brand Partnership บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), โค้ชมอส-ตรีมินทร์ เกษมวิรัติพงศ์ พร้อมด้วย ตัวแทน Supra Family ควีน-เบญรัตน์ อัครวนิชศิลป์ เอบิ และ กรรมการจากเพจนางงาม ได้แก่ คุณตี๋ จากเพจ T-Pageant, เพจพูดได้ไหมพี่จี้, เพจจ๊อกจ๊อกนางงาม, TV Pool, กระทรวงนางงาม และนางอวย พร้อมด้วสื่อมวลชนที่ให้เกียรติร่วมงานกันอย่างคับคั่ง


โดยผู้ที่ช่วงชิงสายสะพาย SUPRA FACTOR จากกิจกรรม SWIMSUIT CHALLENGE ได้แก่ MST12 แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง และ MST17 แพท-เสฎฐพันธ์ ทองสุข ซึ่งจะได้รับสิทธิ์คุมเกมส์ในรอบถัดไป และผู้ที่ได้รับรางวัล SUPRA FACTOR สูงสุด จะได้รับสิทธิ์ FAST TRACK ให้มีโอกาสเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ 

ร่วมติดตามกิจกรรม MODEL CHALLENGE ในวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2565 และ กิจกรรมการเก็บตัวตลอดเดือนพฤษภาคม 2565 ผ่านทางแฟนเพจ Facebook: SupranationalThailand Instagram: supranationalthailand และ Youtube: Supranational Thailand รับชมการถ่ายทอดสดรอบ FINAL SUPRA NIGHT ได้ทางสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ในวันที่ 20 พฤษภาคม  หรือ ร่วมโหวตส่งแรงเชียร์ให้กำลังใจผู้เข้าประกวดได้ง่ายๆ โดยลูกค้าทรูมูฟเฮช กด 302 ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวด # โทรออก.. ลูกค้าที่ใช้เครือข่ายอื่น สามารถโหวตผ่าน TRUE MONEY WALLET บนแบนเนอร์ เลือกหมายเลขผู้เข้าประกวดที่ต้องการโหวต สำหรับ Simple Vote 1 โหวต 4 บาท สำหรับ Big Vote กด 302 ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวด *10# โทรออก 10 โหวต 40 บาท, กด 302 ตามด้วยหมายเลขผผู้เข้าประกวด *20# โทรออก 20 โหวต 80 บาท, กด 302 ตามด้วยหมายเลขผผู้เข้าประกวด *50# โทรออก 50 โหวต 200 บาท และ กด 302 ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวด *100# โทรออก 100 โหวต 400 บาท เริ่มโหวตได้ตั้งแต่ 6 พฤษภาคมนี้ เวลาห้าโมงเย็น - 20 พฤษภาคม เวลาหกโมงเย็น

#IAMSUPRA #ROADTOSUPRATH #SUPRANATIONALTHAILAND #POSSIBLEDREAMTHAILAND #SUPRATH #MISSSUPRANATIONALTHAILAND #MISTERSUPRANATIONALTHAILAND

ขอขอบคุณ LOCATION: โรงแรม ดีวาลักซ์ รีสอร์ท & สปา

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ห้างเซ็นทรัล จับคู่ซุปตาร์ปะทะเชฟร้านดัง ประเดิมด้วย 5 หนุ่ม “You’re My Sky”

โชว์สกิลคุกกิ้ง ในงาน “LOFTER CENTRAL CHIDLOM CHEF CHALLENGE” พร้อมชวนนักชิมเก็บลิสต์ร้านดังระดับตำนานที่ “LOFTER @ Central Chidlom”

เอาใจสายกิน มาฟินกันให้สุด เมื่อ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือ “LOFTER @ Central Chidlom” (ลอฟท์เตอร์ แอท เซ็นทรัล ชิดลม) จัดกิจกรรมสุดครีเอตที่เหล่าฟู้ดเลิฟเวอร์ต้องไม่พลาดมาเช็คอิน อย่าง “Lofter Central Chidlom Chef Challenge” (ลอฟท์เตอร์ เซ็นทรัล ชิดลม เชฟ ชาเลนจ์) เนรมิต LOFTER @ Central Chidlom ให้กลายเป็นห้องครัวโชว์สกิลทำอาหารของเหล่าซูเปอร์สตาร์และเชฟร้านดัง ด้วยเครื่องครัวคุณภาพแบรนด์ชั้นนำจากแผนกโฮมของห้างเซ็นทรัล พร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดสูตรต้นตำรับให้ลิ้มรสความอร่อย ที่คัดสรรมาแล้วว่าทุกจานอร่อยขั้นเทพ! ตั้งแต่สตรีทฟู้ดสุดชิคไปจนถึงร้านดังระดับตำนาน กว่า 30 ร้านดัง อาทิ ร้านหลายรส, ร้านแกงป่าราม 24, ร้านแอบแซ่บ สรงประภา, ร้านต้นตำรับขาหมูตรอกซุงบางรัก นายมัก , ร้านคนชงคนปรุง, เป็ดย่างตงเพ้ง, ร้านสุกี้เมาเวอริค, ร้านขนมปังปิ้งเยาวราช, ร้านปาท่องโก๋เสวย, ร้านไก่ทอดเจ๊กี, เนื้อทอดอาลี, ร้านไทยหวาน ฯลฯ พร้อมร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยไปกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะชวนเหล่านักชิมมาสัมผัสรสชาติอาหารจานเด็ดและเคล็ดลับเมนูดัง พร้อมร่วมเป็นกรรมการโหวตตัดสินสุดยอดเมนูอาหารผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์กับการโชว์ประชันฝีมือของเหล่าเซเลบริตี้สายคุกกิ้ง และเชฟมือโปรจากร้านดัง ที่ยกทัพมาเสิร์ฟความสนุกกันแบบสดๆ ส่งตรงจาก “LOFTER @ Central Chidlom” ให้ได้ชมผ่าน Facebook Page : HappyLofter




ประเดิมกิจกรรมแรกแบบจัดเต็มความฟินมาเสิร์ฟรัวๆ จิ้นเวอร์ไปกับเหล่านักแสดงวัยรุ่นสุดฮอตจากซีรีส์วายเรื่องดัง “You’re My Sky” ทั้ง คริส – สกฤษฏิ์ สตริคแลนด์, ปอร์เช่ – ธนธรณ์ เจริญรัตนพร, จั๊มพ์ – คณนาถ ญาณสุคนธ์, บูม - ฐานัตถ์ จิรรัชชกิจ และ เสือ – กฤษณะพงศ์ ศรีภัททิยานนท์ ที่อาสามาเป็นไกด์หนุ่มหน้าใส แท็คทีมกันไลฟ์พาทัวร์ลิ้มรสความอร่อยจากร้านดังระดับตำนานทั้งอาหารคาวและหวาน ที่ยกขบวนมาให้เลือกลิ้มลองกันแบบละลานตาเริ่มตั้งแต่ Local Legend Zone โซนร้านลับ ๆ ที่จะไม่ลับอีกต่อไป ที่รวมร้านอร่อยในตำนานไว้ถึง 8 ร้านด้วยกัน  ต่อกันที่ Rice Dish Zone โซนที่รวมเมนูข้าวรสเด็ดจากร้านดังในตำนาน มาไว้ที่นี่ที่เดียว ต่อด้วย Noodle Zone ที่บอกได้เลยว่าสายชอบกินเส้นจะต้องปลื้ม พร้อมโซน Appetizer / Snack Zone กับหลากหลายเมนูของทานเล่นสุดฟิน และเอาใจคนรักของทอด กับโซน Deep-Fried Food Zone ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมหวานที่ Dessert Zone ดับร้อนด้วยของหวานชื่นใจกับ ร้านไทยหวานและร้านหวานเย็น กับอีกหลากหลายเมนูที่บ่งบอกถึงรสชาติขนมไทย

และมาถึงไฮไลต์กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทุกคนรอคอย ที่ทำเอาทั้ง 5 หนุ่ม คริส-ปอร์เช่-จั๊มพ์-บูม-เสือ ถึงกับต้องร้องว้าว! กับการได้มาเรียนรู้เคล็ดลับรสเด็ดในการทำเมนู “ยำขนมจีนปลาดุกกรอบ” เมนูซิกเนเจอร์สุดแซ่บ จากร้าน “แอบแซ่บ สรงประภา” ร้านดังระดับตำนาน ที่ยกมาเสิร์ฟความอร่อยไว้ที่ “LOFTER @ Central Chidlom” (ลอฟท์เตอร์ แอท เซ็นทรัล ชิดลม) บอกเลยว่าทั้ง 5 หนุ่มตั้งใจเรียนรู้พร้อมโชว์เสน่ห์ปลายจวัก รวมถึงประลองฝีมือการทำอาหารกันอย่างสุดฤทธิ์ด้วยเครื่องครัวคุณภาพ

แบรนด์ชั้นนำจากแผนกโฮม ของห้างเซ็นทรัล แถมท่วงท่าการทำอาหารของแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา เดบิวท์เป็นเชฟกันได้สบายเลยทีเดียว ท่ามกลางแฟนๆ ที่คอยส่งเสียงเชียร์ไม่ขาด ส่วนรสชาติไม่ต้องพูดถึง การันตีความอร่อยยั่วๆ ด้วยสูตรลับเฉพาะจากร้าน ที่แซ่บสมชื่อร้านดังในตำนานเลยจริงๆ 

ความสนุกยังไม่หมดอยู่แค่นั้น สายฟู้ดเลิฟเวอร์เตรียมปักหมุดล้อควันไว้ให้พร้อม พบกับกิจกรรม “Lofter Central Chidlom Chef Challenge” (ลอฟท์เตอร์ เซ็นทรัล ชิดลม เชฟ ชาเลนจ์) ที่จะมามอบประสบการณ์ความอร่อยแบบนี้ให้กับเหล่าฟู้ดเลิฟเวอร์ได้ชมผ่าน Facebook Page : HappyLofter อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในวันศุกร์ที่ 13 พ.ค.นี้ เวลา 16.00 – 17.00 น. พบกับชาเลนจ์การทำอาหาร จาก คุณทีม สว่างอารมณ์  ฟู้ดครีเอเตอร์ผู้โดดเด่นด้านการสร้างสรรค์เมนูอาหารที่หลากหลาย ซึ่งจะมาร่วมประลองฝีมือกับเชฟมือหนึ่งจากร้านดัง “Little Dragon” ด้วยเมนูเด็ดอย่าง “ผัดหมี่ฮ่องกงทะเล” ส่วนในวันพุธที่ 18 พ.ค.นี้ เวลา 16.00 – 17.00 น. เตรียมพบกับนักแสดงสาวสวย พาย - พิมพ์พัชร พัชรเสวี  ที่ขอมาโชว์เสน่ห์ปลายจวัก กับเมนูเลิศรสแบบไทยๆ อย่าง “ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ”  พร้อมดวลฝีมือกับเชฟจากร้าน “หลายรส” ร้านอาหารไทยโบราณที่เลื่องชื่อเรื่องต้นตำรับอาหารชาววังมาอย่างยาวนาน และในวันพุธที่ 20 พ.ค.นี้ เวลา 16.00 – 17.00 น. สาวกสายเนื้อห้ามพลาด! เมื่อ พีท-พีรพัฒน์ ตุลยาเดชานนธ์ ฟู้ดบล็อกเกอร์คิวทอง เจ้าของเพจดัง “Pete Perapat Eatwithpete – กินกับพีท” จะมาขอท้าวัดฝีมือในเมนู “เนื้ออบไออาต้า” กับเชฟจากภัตตาคาร “ไออาต้า” งานนี้เนื้ออบของใครจะเด็ดโดนใจกรรมการต้องมาลุ้นกันติดขอบเวที








และอีกไฮไลต์พิเศษที่พลาดไม่ได้ ห้างเซ็นทรัล และ LOFTER @ Central Chidlom ชวนทุกคนมาร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีเพื่อรับคูปองรับประทานอาหาร LOFTER @ Central Chidlom Cash Coupon มูลค่า 1,000 บาท ผ่านเฟชบุ๊กไลฟ์ในวันที่ 11, 13, 18, 20 พ.ค. 65 (จำนวน 3 รางวัล/วัน รวมทั้งสิ้น 12 รางวัล)สัมผัสความอร่อยจากหลากหลายร้านดังต้นตำรับ ได้ที่ LOFTER @Central Chidlom ที่ ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัล ชิดลม 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Page : Happylofter (www.facebook.com/happylofter)
และ www.instagram.com/happylofter/

ส่วนใครที่อยากลองฝึกโชว์เสน่ห์ปลายจวักแบบเหล่าบรรดาเซเลบริตี้สายคุกกิ้ง และเชฟมือโปรจากร้านดัง  ห้างเซ็นทรัล ยังมีโปรโมชั่นและดีลคุ้มที่สุดแห่งปี เอาใจคนรักการทำอาหารสุดยิ่งใหญ่ กับงาน “Central Chef & Baker 2022” (เซ็นทรัล เชฟ แอนด์ เบเกอร์ 2022) ปักหมุดเช็กอินแผนกโฮมของห้างเซ็นทรัลให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งสุดยอดนวัตกรรมเครื่องครัวของเมืองไทย ที่รวมเอาไอเทมเครื่องครัวและเครื่องครัวไฟฟ้าชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์ พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษลดสูงสุด 50% ตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 พ.ค. 65  ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปสะดวกกับทุกช่องทางการช้อปของห้างเซ็นทรัล ไม่ว่าจะช้อปผ่านแอปพลิเคชัน Central App, ช้อปผ่านแชตไลน์ Central Chat & Shop, โทรช้อปกับ Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 และ ช้อปผ่าน Facebook Live หรือ Inbox ผ่าน Facebook Page : Central Department Store

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร สร้างกลยุทธ์จากจรรยาบรรณวิชาชีพ

“หมอจะเป็นด่านแรกในการปรึกษา เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ไม่มีพนักงานขายของ เพื่อประโยชน์ของคนไข้มากที่สุด ทั้งเรื่องของการได้รับผลลัพธ์ทันที และไม่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ” เรียกว่า เป็นนิยามของ “คุณหมอแยม” หรือ พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร กับการทุ่มเทการรักษาดูแลคนไข้ หรือแม้แต่ผู้ที่เข้ามาปรึกษาด้านความงาม อย่างเต็มความสามารถ ไม่ใช่การมุ่งเน้นทำธุรกิจ

เดินขึ้นมาบนชั้น 2 ของอาคารฟิฟตี้ฟิฟทองหล่อ ติดหน้าถนนทองหล่อซอย 2 ก็จะพบ THOMAS CLINIC (โทมัส คลินิก) สถานที่ทำงานของคุณหมอแยม ซึ่งแค่เห็นชื่อคลินิก ก็รู้สึกเห็นถึงความแตกต่างแบบไม่ซ้ำใครแล้ว ยิ่งเดินเข้ามาในคลินิก ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวอย่างเห็นได้ชัด  คุณหมอแยม เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่ตั้งชื่อคลินิกแบบนี้ เพราะลูกค้าส่วนหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการนั้น เป็นผู้ชาย “ลูกค้าเกือบครึ่งหนึ่งของคลินิก เป็นผู้ชายแท้ๆ ซึ่งตอนที่คิดจะเปิดคลินิก เลยอยากได้ชื่อที่ทำให้ผู้ชายรู้สึกอยากเข้ามาใช้บริการ”

“ขณะเดียวกัน คลินิกเสริมความงามของเรา ก็ไม่ใช่คลินิกที่มีคอร์สทรีทเม้นท์เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาและบำรุงจากภายใน เช่นบางรายมีปัญหาเรื่องเส้นผม หรือ ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย บ้างก็มีปัญหาข้อเข่า เราก็จะมีบริการดูแล และหาสาเหตุอาการแต่ละจุดตามที่ลูกค้าต้องการเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลจริง”

จะว่าไปแล้ว วันนี้ผู้ชายจำนวนไม่น้อยได้หันมาให้ความสนใจเรื่องของความงามไม่ต่างจากผู้หญิง “ยิ่งเป็นผู้ชายในแวดวงธุรกิจ แล้ว ทำให้เขาเห็นความสำคัญในเรื่องภาพลักษณ์บริษัท หรือ ธุรกิจที่ทำอยู่หรือ บางราย ผู้หญิงสวยๆ ก็มักจะพาแฟน หรือ สามี มารับบริการ เพื่อให้ดูดีเหมือนกัน” ส่วนวิธีการดูแลด้านความงามของผู้ชาย คุณหมอแยม เล่าว่า แตกต่างไปจากผู้หญิง “ผู้ชายบางคน อาจมีริ้วรอยแห่งวัย ก็อยากจะให้เราช่วยรักษาให้ริ้วรอยลดลง อาจไม่ต้องให้ถึงกับหายไปเลย แต่ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องทำเยอะเหมือนผู้หญิง บางคนมาด้วยปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย เราก็จะช่วยยกกระชับใบหน้าให้ ทำให้ไม่เพียงลูกค้าจะรู้สึกใบหน้ากระชับเท่านั้น แต่ยังได้ความอ่อนวัยกลับไปด้วย”

“วันนี้จำนวนลูกค้าที่เป็นผู้ชายที่เข้ารับบริการกับทางคลินิกของเรามีถึง 40% เลยก็ว่าได้ค่ะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะชื่อของคลินิก การตกแต่ง รวมไปถึงการดูแลรักษาของเรา ที่มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก และจุดเด่นอีกอย่างของคลินิกเรา ไม่ต้องมานั่งรอคิวเยอะๆ และไม่มีเซลล์มารบกวนลูกค้าเลย เราจะทำนัดลูกค้าทุกคน พอมาถึงคลินิก ก็เข้าห้องรักษาเลย เสร็จแล้วก็กลับบ้านค่ะ” เรียกว่าตอกย้ำถึงความเป็นส่วนตัวอย่างเห็นได้ชัด

ประเด็นความยากง่ายการรักษา คุณหมอแยมเล่าว่า การดูแลรักษาผู้ชายก็ยากเหมือนกัน “ช่วงแรก ๆ ยากมากค่ะ ยิ่งผู้ชายที่ไม่เคยเข้ารับบริการด้านความงามมาก่อน ก็ยากมาก เพราะเขาจะรู้สึกว่า ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร และยิ่งกว่านั้น ผู้ชายเป็นคนกลัวเจ็บ กลัวเข็ม ต่างจากผู้หญิงที่มีความอดทน โดยเฉพาะการอดทนเพื่อความสวย แต่พอผู้ชายได้ทำไปแล้ว เขาก็จะรู้สึกดี และไม่ทำให้เขาดูเปลี่ยนแปลงเยอะ มีความเป็นธรรมชาติ ทำให้รู้สึกมั่นใจ” คุณหมอแยม บอกด้วยว่า หลังจากที่ผู้ชายเปิดใจกับสิ่งใหม่แล้ว เขาก็จะเป็นคนตัดสินใจเองว่า จะทำโปรแกรมอะไรต่อไป โดยที่ทางคลินิกไม่ต้องนำเสนอโปรแกรมอะไรเลย

ไม่ว่าจะเป็น เซเลบริตี้ หรือ ดารานักแสดง รวมถึงคนดังในแวดวงต่างๆ หากเข้ามารับบริการในคลินิก สิ่งหนึ่งที่จะไม่เจอเลยคือ การถ่ายภาพ เพื่อไปทำโฆษณา หรือแม้แต่การขายคอร์ส ขายโปรแกรม “เพราะเราไม่ทำการตลาดแบบนั้นอยู่แล้ว ยิ่งการถ่ายภาพ Before & After เรารู้สึกว่าเหมือนเป็นการทำภาพให้ดูเกินจริง ทางคลินิกของเราจึงเน้นทำให้ลูกค้าเห็นผลกันจริงๆ เลยดีกว่า แล้วแนะนำเป็นคอนเนคชั่นแบบบอกต่อกันไป”

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณหมอแยม ทำมาตลอดคือ การให้คำปรึกษากับลูกค้าโดยตรง “หมอจะเป็นคนบอกลูกค้าเองว่า เขาควรทำอะไร และดูแลจุดใดเป็นพิเศษ ขณะที่เทียบกับคลินิกอื่น ก็จะเป็นการปรึกษากับเซลล์ที่ไม่ได้จบแพทย์ หรือ พยาบาล บางทีมีการบอกคอร์สผิด ก็มาขายคอร์สเพิ่มให้ลูกค้า ทำให้สิ้นเปลือง และสร้างความสับสนให้กับลูกค้า เราเลยเน้นไปที่ การให้คำปรึกษากับลูกค้าโดยตรง เพราะเราเองก็เป็นแพทย์อยู่แล้ว จะตอบคำถามลูกค้าเองหมด แม้แต่ในไลน์ หมอก็จะเป็นแอดมิน คุยกับลูกค้าโดยตรง”

เชื่อหรือไม่ โทมัส คลินิก ไม่เคยลงโฆษณาในสื่อเลย นอกเสียจากมีสื่อเข้ามาสัมภาษณ์เอง “เนื่องจากเรามีฐานลูกค้าเป็นแบบไพรเวท วีไอพี หากเราไปลงโฆษณา ลูกค้าก็จะไปดูที่ราคาเป็นหลัก และเขาก็จะไม่ได้รู้จักเราจริงๆ ส่งผลให้เกิดความยากในการทำงาน ไปจนถึงต้นทุนค่าใช้จ่าย” ในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา คุณหมอแยม เล่าว่า ทางคลินิกแทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากวิกฤต ขณะที่บางคลินิก มุ่งแต่จะลงโฆษณา แล้วสู้กันที่ราคาว่า ใครถูกกว่ากัน “ยิ่งเราไม่มีเซลล์ ก็ไม่ต้องแบ่งรายได้ 20-30% ให้เซลล์ และเราก็สามารถลดราคาให้กับลูกค้าได้เอง ที่สำคัญเราไม่ได้ตั้งราคาสูงเกินไป ทำให้ลูกค้ามักกลับมารักษากับเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้กับเราค่ะ”

“เพราะเรามีความรู้สึกว่า ถ้าเราอยากเป็นนักธุรกิจ ก็คงจะไปประกอบอาชีพอื่นดีกว่า แต่เรามองว่า เราเกิดมาเป็นแพทย์แล้ว เราก็อยากทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งทำให้เรารู้สึกดี และภูมิใจในตัวเองมากที่สุด”

คุณหมอแยม ยังเล่าด้วยว่า แผนการ และแนวคิดที่เธอวางไว้เหล่านี้ ยังทำให้เธอ รู้สึกถึงความสมดุลในชีวิต “เรียกว่า เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ ของเราในวันนี้ดีทุกอย่าง มีเวลาส่วนตัวมากพอ ที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เช่นการทำบุญ หรือออกงานสังคม พบเพื่อนฝูง ขณะเดียวกันเรายังมีเวลาที่จะได้ดูแลลูกค้าด้วย เพราะวันนี้ การทำงาน ถือเป็นความสุขของเราจริงๆ”

กระนั้นก็ตาม ด้วยการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ในเร็วๆ นี้ ไม่แน่ว่า อาจจะได้เห็นภาพของคุณหมอแยม-พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร บนเส้นทางการเติบโตที่จะสร้างชีวิตดีๆ ให้กับทุก ๆ คน ผู้สนใจดูแลสุขภาพผิวพรรณ หรือ มีปัญหาด้านสุขภาพ 

สามารถปรึกษา คุณหมอแยม-พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร ได้ที่ THOMAS CLINIC 

(ชั้น 2)อาคารฟิฟตี้ฟิฟ ทองหล่อ (ปากซอยทองหล่อซอย 2)  สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 

โทรศัพท์ 063-5569-669 หรือ ที่ IG :@ThomasClinic  และ Facebook: Thomas Clinic (@thomasclinic.thonglor)

เชิญชวนฟังเสวนาเพื่อชาติ "Better Thailand Open Dialogue ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” 19–20 พ.ค.นี้


เชิญชวนฟังเสวนาเพื่อชาติที่ทุกคนไม่ควรพลาด ! "Better Thailand Open Dialogue 
ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” 19 – 20 พ.ค. นี้

กรุงเทพฯ – 12 พฤษภาคม 2565 – หลายคนอาจมีคำถามคาใจเหล่านี้ว่า…
ประเทศไทยหลังโควิดจะไปต่ออย่างไร
ธุรกิจอะไรจะดัง ธุรกิจอะไรจะดับ 
เมืองไทยจะน่าอยู่สำหรับทุกคนได้จริงหรือไม่ 
หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะสูงมาก จะแก้ไขอย่างไร 
ของแพงรายได้น้อย จะช่วยเหลืออย่างไร



ขอเชิญทุกคนร่วมค้นหาคำตอบในงานเสวนา "Better Thailand Open Dialogue ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” ครั้งแรกในไทย ! กับเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเชิงสร้างสรรค์โดยความร่วมมือของภาคการศึกษา ภาครัฐ เอกชนและสังคม กับ 50 ประเด็นคำตอบจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศกว่า 35 คน เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาประเทศให้ดีกว่าร่วมกัน 19-20 พฤษภาคมนี้

จัดโดย สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมนิสิตเก่าเศรษฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมกับ Knowledge Partners คือ BRANDi and Companies และหลักสูตร Innovative Engineering for Sustainability

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการกล่าวปาฐกถาพิเศษในวันที่ 19 พฤษภาคม พร้อมนำทีมคณะรัฐมนตรี ผนึกผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคการศึกษาและเอกชนร่วมเสวนาตอบคำถามค้างคาใจและแลกเปลี่ยนความคิดเชิงสร้างสรรค์ในด้านภาพรวมของประเทศไทย เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และกฎหมายที่สำคัญ ตลอดสองวัน

 
ติดตามรับชมเสวนาบนเวทีหลักในวันที่ 19 – 20 พฤษภาคม เวลา 09:00-16:30 น.
ทางช่องยูทูบ BetterThailand2022
(ลิงก์https://www.youtube.com/watch?v=FmUDRpXVXbE&ab_channel=BetterThailand2022

    
สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถรับชมนิทรรศการจากภาครัฐและเอกชน พร้อมสนุกกับกิจกรรมมากมายตลอดสองวันที่โซนนิทรรศการ ชั้น 5 รอยัล พารากอน ฮอลล์ อาทิ Workshop ปรุงอาหารกับ “เชฟชุมพล” ต่อยอดอาหารพื้นถิ่นโดยใช้วัตถุดิบแบบ Plant-Based? พบกับ “โตโน่ ภาคิน” ทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการแสดง “Thai Fighting Spirit” โดย depa และกลุ่ม “คิดบวกสิปป์” และ “Asia7” เป็นต้น

กำหนดการงานเสวนา “"Better Thailand Open Dialogue ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม”


กลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทย จากผู้ผลิตกว่า 40 โรง วอนหน่วยงานภาครัฐ Anti-Dumping ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน

หลังตลาดจีนรุกคืบจนหลังชนฝา ชี้อุตสาหกรรมโดยรวมตกอยู่ในความเสี่ยงสูง เพียง 3-4 ปี ถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดกว่า 30 % หวั่นเป็นวิกฤติยากแก้ไข

กลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทย จากผู้ผลิตกว่า 40 โรง วอนหน่วยงานภาครัฐ Anti-Dumping ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน ต่อลมหายใจเศรษฐกิจผู้ผลิตไทย หลังพบมีการเพิ่มขึ้นจากการนำเข้ามีมาร์เก็ตแชร์ 10 % โตขึ้นมากเป็น 30 % ภายในเวลาเพียง 3-4 ปี ส่งผลกระทบด้านอุตสาหกรรมผู้ผลิตอะลูมิเนียมอย่างเด่นชัดแม้สู้จนหลังชนฝา โดยทั้งนี้ นายสุพัฒน์ รัตนศิริวิไล ตัวแทนกลุ่มผู้ผลิตฯ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยเม็ททอลอลูมิเนียม จำกัด นายโฆษิต สุขก้องวารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เมืองทองอุตสาหกรรมอาลูมิเนียม จำกัด นางสาวพิมพิชา ธรรมมาภรณ์พิลาศ กรรมการบริหาร บริษัท เมืองทองอุตสาหกรรมอาลูมีเนียม จำกัด และคุณ ชิณท์ณภัทร มหรัตนวิโรจน์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สยามอินทีเกรท เอ็กทรูสชัน อินดัสทรี จำกัด ร่วมกันแสดงความคิดเห็น 

นายสุพัฒน์ รัตนศิริวิไล ตัวแทนกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเม็ททอล อะลูมิเนียม จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทยเป็นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียม ถือเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญเพื่อส่งต่อให้อุตสาหกรรมใหญ่  ในเมืองไทยมีผู้ผลิต 40 กว่าโรงงานทั่วประเทศ มียอดขายทั้งสิ้นกว่าประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี

ถึงไม่ใหญ่เท่าอุตสาหกรรมเหล็ก หากมีความสำคัญเป็นน็อตฟันเฟืองในระบบเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด เป็นชิ้นส่วนย่อยเป็นโลหะทางเลือก ใน งานยานยนต์ ขาเหยียบรถปิกอัพ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ ตัวครีบระบายความร้อนในแอร์ โครงสร้างอาคารต่างๆ งานอลูมิเนียมที่ใช้ทำเส้นประตูหน้าต่าง ด้วยคุณสมบัติมาตรฐานของอะลูมิเนียม คือน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม ทำรูปร่างที่ซับซ้อนที่ขึ้นรูปได้ยาก แต่มีความแข็งแรงสูง

นายสุพัฒน์ รัตนศิริวิไล ตัวแทนกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเม็ททอล อะลูมิเนียม จำกัด

การรวมตัวของกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อร่วมกันดำเนินการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่ออุตสาหกรรมอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปของไทย อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณของสินค้านำเข้าจากจีน และยังรวมกลุ่มกันเพื่อเป็นช่องทางการพัฒนากลุ่มร่วมกัน ในแง่การร่วมมือทางเทคโนโลยีการผลิตและการพัฒนาคุณภาพ 

โดยภัยคุกคามจากสินค้านำเข้าจากจีน มีการเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าที่ขยับมาเก็ตแชร์ 10 % โตขึ้นมากเป็น30 % ภายในเวลาแค่ 3-4 ปี นับวันจะเติบโตเร็วขึ้น ไม่มีทางเลือกที่ต้องรวมตัวดำเนินการให้เข้าสู่ระบบกฏหมายที่พึงได้ ทุกวันนี้ทุกโ รงงานอยู่ได้ลำบาก ทั้งจากโควิด-19 ตลอด 2 ปีกว่า ยิ่งเจอเรื่องนี้ที่หนักข้อขึ้นทุกวัน ความสุ่มเสี่ยงที่ล้มหายตายจากก็เพิ่มขึ้นมากจริงๆถ้าไม่ได้รับการแก้ไขในวันนี้  

ทั้งนี้หวังว่า มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดจะเป็นมาตรการทางการค้า ที่ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศให้เป็นไปอย่างเป็นธรรม หากปล่อยนานไปผลกระทบเชิงลบย่อมเพิ่มมากขึ้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องดำเนินการเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดจากจีน ที่ผ่านมาผู้นำเข้าได้ทุ่มตลาดอย่างหนักจนอุตสาหกรรมในประเทศได้รับความเสียหายอย่างมาก

นายสุพัฒน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีการนำเข้าสินค้าแฝงและอลูมิเนียมอัดขึ้นรูปโดยตรง ผลจากราคาของจีนถูก ทำให้ผู้ผลิตไทยมีปัญหา ผลที่ได้ศึกษาข้อมูลตลาดภายในประเทศไทย ขนาดตลาดอยู่ประมาณแสนห้าหมื่นตันต่อปี ขณะที่ตลาดในจีนมีขนาดใหญ่มากถึง 20 ล้านตันต่อปี หากจีนเพียงตัดกำลังผลิตโยนมาที่ประเทศไทยแค่ 1 % ก็สองแสนตัน ผู้ผลิตไทยก็อยู่กันไม่ได้แล้วทั้งตลาด ความที่เขาไซส์ใหญ่มากกินได้หมด ทุกประเทศทั่วโลกถ้าเป็น developed economy อย่างเช่นพวกประเทศร่ำรวย อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์แคนาดา ยุโรป หรือ developing economy ในแถบบ้านเรามีเวียดนาม อิรัก เลบานอน ก็มี มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดนำเข้าจากจีนหมด ตอนนี้ทุกประเทศโดนผลเสียหายหนัก จึงทำให้มีการออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดอลูมิเนียมอัดขึ้นรูปจากจีนในหลายประเทศมากดังที่ยกตัวอย่าง

ประเทศไหนที่ไม่มีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ก็เหมือนไม่มีเขื่อนกั้น สินค้าจากจีนก็จะไหลเข้ามาในประเทศนั้น ๆ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เดียว ในอดีตไทยส่งออกไปลาว กัมพูชา พม่า จำนวนมาก ตอนนี้ก็โดนน้ำไหลจากจีน ส่งออกไปไม่ได้แล้ว นี้ก็บ่งอกถึงผลกระทบที่รุนแรง 

อยากขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยมีการยื่นเอกสารไปทางกองปกป้องการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณา Anti-dumping ให้เปิดไต่สวน การไต่สวนนี้เป็นไปตามกระบวนการของ WTO ถ้าประสบความสำเร็จ รัฐบาลก็จะสามารถออกมาตรการคุ้มครองได้ โดยมีการเปิดการไต่สวนตั้งแต่เดือน ธันวาคม ปีที่ผ่านมา


นางสาวพิมพิชา ธรรมมาภรณ์พิลาศ กรรมการบริหาร บริษัท เมืองทองอุตสาหกรรมอาลูมีเนียม จำกัด

มีประเด็นหนึ่งซึ่งหลายคนคัดค้าน ไม่อยากให้ตั้งกำแพงภาษี เพราะคิดว่าผู้บริโภคในประเทศใช้ของแพงขึ้น แต่ขอชี้แจงว่าในกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมทุกบริษัท ต่างแข่งขันกันอย่างเสรี โดยสมบูรณ์ ทุกคนในเชิงธุรกิจนำเสนอกันทั้งด้านคุณภาพและราคาอยู่แล้วตรวจสอบได้

ถ้าตั้งกำแพงภาษีขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มผู้ผลิตในประเทศจะขึ้นราคาแพงได้ ไม่ใช่ลักษณะนั้น เราทำไม่ได้เพราะ เรามีผู้ผลิตในประเทศถึง 40 กว่าราย และแข่งขันกันอย่างรุนแรงอยู่แล้ว จะมาขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภค เป็นไปไม่ได้ผู้บริโภคไม่ได้เสียประโยชน์ ไม่มีใครเสียประโยชน์ แต่ถ้าไม่กันการนำเข้ามาแบบนี้ โรงงานในไทยตายหมดแน่นอน ทุกวันนี้ก็ระส่ำระสายกันอยู่แล้ว 

นางสาวพิมพิชา ธรรมมาภรณ์พิลาศ กรรมการบริหาร บริษัท เมืองทองอุตสาหกรรมอาลูมีเนียม จำกัด เปิดเผยว่า ผลกระทบที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมอะลูมิเนียม แต่กระทบทั้งระบบ ซึ่งการซื้อขายจะมาทั้งชุด มีการกำหนดสเปคต้องสินค้าจีน ผู้รับเหมาจีน ช่างจีน การก่อสร้างมาทั้งระบบ แฝงเข้ามาจากสินค้าสำเร็จรูป เป็นกึ่งผูกขาดเบ็ดเสร็จ ทั้งที่การผลิตส่วนย่อยประเทศไทยสามารถซัพพอร์ตได้ เหมือนกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่โดนซื้อที่ดินแล้วก็จะถูกผูกมัดด้วยวิธีแบบนี้ 

กลุ่มผู้ผลิตจึงขอความเห็นใจไม่ใช่เฉพาะเป็นผู้เดือดร้อน ซึ่งอยากบอกว่า เมื่อไหร่ที่ประเทศพึ่งพาตลาดจีนจะถูกผูกขาด ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว คงไม่รู้ว่าจะขึ้นหรือไม่ขึ้นราคา แต่นอกเหนือจากการผลิตที่สามารถอยู่ได้ภายในประเทศ กลายเป็นว่าต้องพึ่งพา Outsource จากต่างประเทศ ถูกกว่าจริงแต่ไม่ได้ยั่งยืน เงินในอุตสาหกรรมไทยก็ใช้กับคนในประเทศ การสร้างงานในประเทศ ครอบครัวของคน แรงงาน กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตรวมพนักงานเป็นหมื่น ผลกระทบมากมาย อย่ามองเพียงผู้บริโภคซื้อของราคาถูกแค่นั้น ในระยะยาวภายในประเทศจะกระทบแน่นอน เหมือนกับการถูกเชิญชวนด้วยสินค้าราคาถูก ดีไม่ดีอีกเรื่องหนึ่ง อยากให้พิจารณาว่า หนึ่งเป็นอุตสาหกรรมคนไทยที่มีการพัฒนาขึ้นมา ไม่ได้มาจากทุนต่างประเทศ ตลาดค่อนข้างอยู่ได้เพราะตัวมันเอง แต่ตอนนี้เจออุปสรรคใหญ่บริษัทคนไทยกำลังโดนโจมตีซ้ำเล่า มองกันว่าน่าจะกระทบกับการเติบโตของประเทศพอสมควร แต่ประเด็นนี้พูดไม่ได้  ทุกคนคงไม่อยากให้อุตสาหกรรมนี้ล่มสลายไป ปัจจุบันบริษัทต่างๆ ค่อยๆ ไล่ล้มไปเหมือนเงินศูนย์เหรียญ เงินไหลไปไหนกัน ไม่ได้เข้าประเทศเรา เท่ากับไม่ช่วยเศรษฐกิจ สังคมไทยก็ว่าได้   


นายสุพัฒน์ เสริมต่อว่า ธุรกิจผู้ผลิตอะลูมิเนียมที่ผ่านมาว่าจ้างพนักงานเป็นหมื่นคน ตอนนี้มีการลดจำนวนพนักงานลง เพราะขายของไม่ได้ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณที่ไม่ดีหลายๆอย่าง ที่ผ่านมายอมรับว่ารัฐบาลก็ได้ช่วยเหลือในระดับหนึ่ง คือการยอมรับการไต่สวน ก็คงจะต้องสู้กันด้วยข้อมูลต่อไปว่า สิ่งที่นำหลักฐานมาพิสูจน์ทั้งหมดถูกต้อง ไม่โกหก มีข้อมูลอ้างอิง ถึงการขายในประเทศเขาและประเทศเราเป็นอย่างไร ส่งข้อมูลไปทางกรมฯแล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนสืบพยาน

กลุ่มฯ คาดหวังว่า เมื่อไต่สวนจบคงได้รับชัยชนะ หากพบผู้ผลิตจากจีนมีการทุ่มตลาดจริง ต้องตั้งกำแพงภาษี ซึ่งตรงนี้เป็นไปตามกฏของ WTO รัฐบาลตั้งกำแพงภาษี โดยเราศึกษาทุกอย่างและดำเนินการภายใต้กฏหมาย เพื่อให้เห็นถึงความเดือดร้อนจริงๆที่อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมแบกรับมาหลายปีแล้วจนทนไม่ไหวจริงๆ จีนเป็นผู้ผลิตต้นน้ำ มีแหล่งวัตถุดิบแหล่งแร่ภายในประเทศ 60% จากทั่วโลก จีนมองการณ์ไกล ปี 1990 ผลิตอะลูมิเนียมเพียงหนึ่งล้านตันต่อปี ปี 2022 ผลิตเพิ่ม 45ล้านตันต่อปี ไม่มีใครทำได้ อะลูมิเนียมทั้งโลกใช้ 70-75 ล้านตันต่อปี เขาทำคนเดียว 45 ล้านตัน ขยายการเติบโตแบบทุกคนตามไม่ทัน 

รัฐบาลจีนเก็บวัตถุดิบต้นทางที่ผลิตในประเทศได้ในราคาถูกจะไม่ส่งออก เขาจะเก็บ Export Tax ถ้าจะส่งออกวัตถุดิบ ดังนั้นจึงไม่เห็นว่ามีการส่งออกวัตถุดิบอะลูมิเนียมจากจีนเลย เพื่อเก็บไว้ใช้ในประเทศ แต่เมื่ออะลูมิเนียมถูกแปรรูปแล้วเป็น เส้นอัดขึ้นรูป เป็นแผ่น ค่อยส่งออก แล้วก็ให้ tax rebate คืนภาษีให้ผู้ส่งออกแทน อย่างเช่นกรณีตลาด Textile หนึ่งในอุตสาหกรรมไทยที่ถูกปัจจัยหลักจากการนำเข้าจากภายนอกประเทศทำให้ธุรกิจผ้าล่มสลายจำนวนมาก  ธุรกิจผ้า สมัยนี้ไปเดินดูได้ ไม่มีผ้าไทยอยู่ในสำเพ็งแล้ว ผู้ผลิตแทบปิดตายไปเกือบหมด เพราะไม่มีใครที่เป็นรายใหญ่เกิน 50 % ธุรกิจผ้าเคสจะคล้ายอะลูมิเนียม สมัยก่อนคึกคักมาก โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ ต่างชาติแถบทวีปอาฟริกาแห่มาซื้อผ้าโหลที่นี่ คนไทยก็จะเป็นคนตัดเย็บ เดี๋ยวนี้มีนำเข้าจากจีนจำหน่ายในราคาถูกกว่าทั้งสิ้น 

นายสุพัฒน์ กล่าวต่อว่า เรื่องการส่งออก ตอนนี้อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมของไทย มีส่งออกไปในประเทศที่ มีการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน และเพราะคุณภาพของสินค้าไทย ทำให้สามารถส่งออกได้ แต่ทางกลุ่ม ฯ ร่วมตัวทุกขนาดออกมาต่อสู้ด้วยความตั้งใจ ต้องการทำงานให้กับประเทศ อยากขายสินค้าคุณภาพดีในประเทศ ไม่ได้มองถึงการส่งออก  

ในฐานะผู้ผลิต บริษัทคนไทยมีการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพที่ดี ถือเป็นอาวุธสำคัญ  ตอนเปิดไต่สวนก็เล่าให้เขาฟัง อยากให้รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ว่ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ต่อการพัฒนาประเทศ เพียงแต่คนยังไม่เข้าใจและมองไม่เห็นว่า อุตสาหกรรมนี้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมในประเทศ สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมฯ นี้ ถือเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐาน หากไม่มีจะส่งผลกระทบในระยะยาวอย่างแน่นอน 

ลูกหลานเราจะทำอย่างไรในอนาคตหากต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมพื้นฐานนี้จากต่างประเทศ การผูกขาดการค้าจะเกิดขึ้น ธุรกิจจากคนไทยจะดำเนินไปอย่างไร ไม่เพียงแต่กลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมแต่หมายถึงอุตสาหกรรมต่างๆ ในบ้านเรา ที่ค่อย ๆ ล้มหาย ปิดกิจการตายไปอย่างเงียบๆ เพราะโดนทุ่มตลาด 

นายชิณท์ณภัทร มหรัตนวิโรจน์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สยามอินทีเกรท เอ็กทรูสชัน อินดัสทรี จำกัด

นายชิณท์ณภัทร มหรัตนวิโรจน์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สยามอินทีเกรท เอ็กทรูสชัน อินดัสทรี จำกัด เล่าว่า ผู้บริหารรุ่นลูกที่มาสานต่อธุรกิจจากครอบครัวซึ่งกำลังถูกผลกระทบอย่างหนัก เปิดเผยว่าในฐานะเป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมตัวบาง ตัวเล็ก โดนผลกระทบจากจีนที่นำเข้ามาจากการตัดราคาโดยตรง ผลกระทบหนักมากประมาณ 3 ปีมาแล้ว 

ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้เห็นผลกระทบชัดเจนมากเพิ่มขึ้นตลอดที่ผ่านมา เคยผลิตจากโรงงาน 40-50 ตัน ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับโรงงานใหญ่ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 10 ตัน เคยสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายที่สั่งสินค้าจากบริษัทฯ ได้รับแจ้งว่า ตอนนี้นำเข้าจากจีนราคาถูกกว่า ทำให้ตลาดขยายได้เร็ว นี่ส่งผลให้ทางออกของผู้ผลิตแคบลงไปด้วย นับว่ากลุ่มผู้ผลิตฯรวมตัวขึ้นนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนช่วยเหลือรายย่อยรายเล็ก ที่สำคัญขอให้รัฐบาลมองเรื่องนี้รับรู้ความเสียหายที่ถูกซ้ำเติมมานานหลายปี ขอให้ช่วยเหลือก่อนสายเกินไป

ทางกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทย มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าพร้อมกับคืนกำไรสู่ชุมชนและสังคม ด้วยการใช้ทรัพยากรในองค์กรผ่านกิจกรรม CSR เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิต เคียงข้างชาวไทยมากว่า 40 ปี



หมายเหตุ **
กิจกรรมของกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทยกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทย มีการจัดกิจกรรม CSR เพื่อตอบแทนสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่นโยบายการจ้างงานที่เป็นธรรม รวมไปถึงโครงการต่างๆ ที่จัดทำร่วมกับภาครัฐ องค์กรการกุศล โรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ที่จัดร่วมกับคนในชุมชนเพื่อตระหนักถึงธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม

ที่ผ่านมา บริษัทในกลุ่มฯ มีการบริจาคทุนทรัพย์ อุปกรณ์การแพทย์ น้ำดื่มและสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้กับโรงพยาบาลมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงกลุ่มผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบอุทกภัย และผู้ป่วยติดเชื้อโควิด เป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการนำอลูมิเนียมอัดขึ้นรูปมาแปรรูปต่อ เช่น จัดทำโต๊ะ-เก้าอี้ ประตู-หน้าต่างสำเร็จรูป เพื่อบริจาคให้กับโรงเรียน หรือโรงพยาบาลที่ขาดแคลน


รายชื่อกลุ่มผู้ผลิตอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปไทย 

1.บริษัท ยูไนเต็ดอลูมิเนียม อินดัสตรี้ จำกัด

2.บริษัท ไทยเม็ททอล อลูมิเนียม จำกัด

3.บริษัท เมืองทองอุตสาหกรรมอาลูมีเนียม จำกัด

4.บริษัท ซิมเมอร์ เมตัล สแตนดาร์ด จำกัด

5.บริษัท โกลด์สตาร์เมททอล จำกัด

6.บริษัท อลูเม็ท จำกัด

7.บริษัท แอลเมทไทย จำกัด

8.บริษัท ฟูจิเมททอล จำกัด

9.บริษัท บีจี โฟลต กล๊าส จำกัด

10.บริษัท มหานครมิทอล จำกัด

11.บริษัท ไทยอลูเวิร์ค จำกัด

12.บริษัท สยามอินทีเกรทเอ็กทรูสชั่นอินดัสทรี จำกัด

13.บริษัท พี.แอนด์.แอล แมนูแฟคเตอร์ริ่ง จำกัด

14.บริษัท ธาราทองเมททอล จำกัด




วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ซับคอน ไทยแลนด์2022 ที่สุดแห่งเวทีจับคู่ธุรกิจระดับภูมิภาคพร้อมจัดยิ่งใหญ่ 18-21 พฤษภาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา

โชว์ศักยภาพผู้ผลิตไทย คาดเกิดการจับคู่ธุรกิจ 1,400 คู่ เงินสะพัดกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมโชว์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

บีโอไอ จับมือพันธมิตร อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยจัดงาน “ซับคอน ไทยแลนด์ 2022” (SUBCON Thailand2022) ที่สุดแห่งเวทีจับคู่ธุรกิจและงานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมคาดเกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,400 คู่ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ปักหมุดไทยศูนย์กลางของการจัดซื้อและรับช่วงการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมของอาเซียน จุดนัดพบสำหรับผู้ผลิตจากทั่วโลก 

นางสาวซ่อนกลิ่น พลอยมี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)กล่าวว่าอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตไทยมีอัตราการเติบโตในทุกปี แม้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 แต่โดยภาพรวมก็ยังคงเติบโต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มียอดขอรับการส่งเสริมในช่วงไตรมาสแรกของปี (ม.ค.-มี.ค.) เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมีมูลค่ากว่า 78,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 71 ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมทั้งสิ้น ทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลค่าขอรับการส่งเสริมในอุตสาหกรรมเป้าหมายมีมูลค่าประมาณร้อยละ 50 ของมูลค่าทั้งสิ้นมาโดยตลอด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมสำหรับการอุตสาหกรรมในกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก


นางสาวซ่อนกลิ่น พลอยมี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

บีโอไอ จึงได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 กับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยจัดงาน “ซับคอนไทยแลนด์ 2022”เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะในด้านของผู้ผลิตไทยที่พร้อมแล้วสำหรับการเข้าสู่การรับช่วงการผลิตกับบริษัทใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะเข้ามาเป็นผู้ซื้อซึ่งบีโอไอได้เชิญมาร่วมงาน ในปีนี้คาดว่าจะมีเกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,400 คู่ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท

“สำนักงานบีโอไอในส่วนกลางร่วมกับสำนักงานบีโอไอในต่างประเทศทั้ง 16 แห่งได้เชิญผู้ซื้อรายสำคัญที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยคาดว่าจะมีผู้ซื้อจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน กว่า400 บริษัทจาก 10 ประเทศเช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย อังกฤษ เยอรมนี เบลเยี่ยมสเปน โดยมีบริษัทชั้นนำตอบรับที่จะเข้าร่วมเจรจาธุรกิจอาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ / ดูคาติ /อีซูซุ / สยามโตโยต้า / ไทยซัมซุง / โรเบิร์ต บอร์ช ออโตโมทีฟ เป็นต้น” นางสาวซ่อนกลิ่น กล่าว

นายเกียรติศักดิ์ จิระขจรวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมี โซนการจัดแสดง Buyer’s Villageหรือพื้นที่จัดแสดงชิ้นส่วนหรือชิ้นงาน จากบริษัทผู้ซื้อชิ้นส่วนชั้นนำเช่น เมอร์เซเเบนซ์/ โรเบิร์ต บอร์ช ออโตโมทีฟ / EG Group ผู้ผลิตถุงมือทางการแพทย์ / ผู้ผลิตจากประเทศเบลเยี่ยมในอุตสาหกรรม IoT และซอฟต์แวร์ และผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศจากประเทศอังกฤษ เป็นต้น” นางสาวซ่อนกลิ่นกล่าวเสริม

ด้าน นายเกียรติศักดิ์ จิระขจรวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย กล่าวว่า  ในปีนี้ จะมีการจัดงานซับคอนไทยแลนด์ อย่างเต็มรูปแบบขึ้นอีกครั้ง สมาคมมีความยินดีที่จะนำพาผู้ประกอบการรับช่วงการผลิตไทยเข้าร่วมอย่างเต็มศักยภาพ เพราะถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ซึ่งสมาคมฯ ได้นำเสนอโซนS-Curveส่วนจัดแสดงพิเศษ นำเสนอชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมได้พัฒนา

ขั้นตอนการผลิตเพื่อรองรับการผลิตในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิอุตสาหกรรมยานยนต์ และยานยนต์สมัยใหม่ / อุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ / อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ / อุตสาหกรรมดิจิทัลและซอฟต์แวร์ / อุตสาหกรรมเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ / อุตสาหกรรมอากาศยานและอุตสาหกรรมระบบราง เป็นต้น เวทีการจัดงานซับคอนไทยแลนด์ ในทุก ๆ ปี เป็นเสมือนสะพานเชื่อมต่อสายการผลิต ไปยังผู้ผลิตในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งยังช่วยก่อให้เกิดโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ จากกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ผู้ประกอบการต่างเฝ้ารอคอย” 

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่าอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ 

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่าอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ร่วมกับ บีโอไอ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มั่นใจงาน ซับคอนไทยแลนด์ 2022 จะเป็นเวทีคุณภาพในการเชื่อมโยงทางธุรกิจและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมชั้นนำ และผู้ผลิตชิ้นส่วนจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้พบปะสร้างเครือข่ายธุรกิจกับผู้ประกอบการจากทั่วโลก โดยในปีนี้ยังคงรูปแบบการจัดงาน “ซับคอนไทยแลนด์ 2022”ควบคู่ไปกับงาน “อินเตอร์แมค 2022”อย่างเต็มรูปแบบครอบคลุมพื้นที่การจัดแสดงกว่า 15,000 ตร.ม. ผู้ร่วมจัดแสดงกว่า 500 บริษัทชั้นนำจาก 20 ประเทศโดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คนนอกจากนี้ ยังมีงานสัมมนาที่จัดร่วมกับหน่วยงานในเครือข่ายเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรม ภายใต้หัวข้อที่น่าสนใจกว่า 30 หัวข้อ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ องค์การมหาชน (Gistda) สภาอุตสาหกรรมกลุ่มเครื่องมือแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกลุ่มผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย หรือ TARA เป็นต้น

ทั้งนี้ งานซับคอนไทยแลนด์ 2022จัดควบคู่ไปกับงาน อินเตอร์แมค 2022 (INTERMACH 2022) สุดยอดงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องจักร ภายใต้ธีมงาน “สมาร์ทเทคโนโลยี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม” (SMART TECHNOLOGY FOR MANUFACTURING) จะเป็นงานที่ช่วยเสริมแกร่งห่วงโซ่สายการผลิตของอุตสาหกรรมไทยอย่างครบวงจร เติมเต็มศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมเครื่องจักรพร้อมทดสอบประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วยตนเองภายในงาน นายสรรชายกล่าวเสริม

พบกับที่สุดของเวทีจับคู่ธุรกิจระดับภูมิภาคที่ไม่ควรพลาดไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้ซื้อชิ้น
ส่วนอุตสาหกรรม ในงานSUBCON THAILAND 2022 ระหว่างวันพุธถึงวันเสาร์ที่ 18-21 พฤษภาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของการจัดงานได้ที่ www.subconthailand.com


ข่าวประชาสัมพันธ์

ก้าวแรกของผู้หญิงที่กล้าฝัน...สู่ Miss Wellness 2 Samut ปี 2026 พร้อมส่งต่อสู่ เวที Miss Wellness World Thailand 2026

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569  คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน  Production Dirctor 2 Samut ร่วมกับพันธมิตร จัดการประกวดคัดเลือก Miss Wellness 2 Samut ...

โวยวายดอทคอม