วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

“เสริมศักดิ์” รมว.วัฒนธรรม เปิดนิทรรศการผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย

ภายใต้แนวคิด “เมือง นคร บุรี” ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่นสร้างเศรษฐกิจสู่ชุมชน 

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดนิทรรศการผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายใต้แนวคิด “เมือง นคร บุรี” โดยได้รับเกียรติจาก นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการฯ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 เวลา 14.00 – 16.00 น. ณ Creative Lab ชั้น 3  ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ กรุงเทพฯ



การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ โดยกระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพหลักในการนำทุนทางศิลปวัฒนธรรมมาพัฒนาต่อยอดและสร้างสรรค์เป็น Soft Power เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว และช่วยเผยแพร่ภาพลักษณ์ความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากยิ่งขึ้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้ดำเนินโครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม 





โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศิลปากร นำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาประยุกต์กับองค์ความรู้ทางด้านศิลปะร่วมสมัยเป็นแนวคิดในการออกแบบสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมประเภทต่าง ๆ และนำไปขยายผลให้แก่ชุมชนเพื่อปรับใช้ทุนทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นผลงานเชิงประจักษ์  ในการพัฒนาชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจในระดับฐานรากอย่างแท้จริงโครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561


โดยได้ค้นหาและสร้างสรรค์อัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กับชุมชนต่าง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 221 อำเภอ ใน 21 จังหวัดเป้าหมาย โดยมุ่งส่งเสริมและเผยแพร่องค์ความรู้ศิลปะร่วมสมัยด้านการออกแบบ การสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อเป็นต้นแบบให้ประชาชนได้ศึกษา ค้นคว้าและตระหนักถึงความสำคัญของงานออกแบบที่ช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ โดยในปี พ.ศ. 2566 นี้ได้คัดเลือกจังหวัดเพิ่มเติม ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น และมีศักยภาพในการพัฒนา ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครปฐม นำมาต่อยอดทางความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาการออกแบบที่แสดงถึงอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัด และช่วยสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนได้ในอนาคต

ภายในงานพบกับผลงานการออกแบบสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นจาก 22 อำเภอ ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครปฐม เป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาต่อยอดด้านการออกแบบอัตลักษณ์ของชุมชนในรูปแบบร่วมสมัย   สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน เช่น ตราสัญลักษณ์ (logo) ลายต้นแบบ ตัวอย่างการวางกราฟิกลวดลายบนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โทนสีอำเภอ ชุดอักษร (fonts) ผ้าลายอัตลักษณ์ของแต่ละอำเภอ เป็นต้น นอกจากนี้ สศร. ยังได้เพิ่มตัวอย่างการออกแบบบริการและประสบการณ์ (Service Design) เพื่อเป็นแนวทางในการนำอัตลักษณ์จากทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นไปปรับใช้กับธุรกิจ อันจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวท้องถิ่นได้ในอีกทางหนึ่ง



นิทรรศการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายใต้แนวคิด “เมือง นคร บุรี” จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ณ Creative Lab ชั้น 3  ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ กรุงเทพฯ เวลา 10.00 – 22.00 น.

วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

เด็กไทยคว้า3แชมป์ บาตัม จูเนียร์ ที่อินโดนีเซีย


โปรลิขิต ชัยกิจ ผู้อำนวยการแข่งขัน ชมรมนักกอล์ฟเยาวชนไทย(JGTC) นำทีมเด็กไทยคว้า 3 แชมป์ 1 รองแชมป์ จากการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนนานาชาติ Batum Kepri International Junior Golf Championship 2023 ณ สนามปาล์มสปริง กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ เกาะบาตัม ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยแชมป์คลาสบี ชาย ได้แก่ โจเอล ฟรานซิส ฟิชเชอร์ (230)82-75-73

แชมป์คลาสซี ชาย ได้แก่ ธนกฤต เจริญเมือง (248)82-87-79

แชมป์คลาสดี ชาย ได้แก่ ณัฎฐ์ ธีร์รัตน์พงษ์ (146)72-74

รองอันดับ1 คลาสซีหญิง ได้แก่ อรภิชา ตันจันทร์พงศ์ (255)82-90-83

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

10 ปี แห่งความยิ่งใหญ่กับงานวิชาการฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย “Thailand Halal Assembly 2023”

งานวิชาการฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย งานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลและนวัตกรรมฮาลาลนานาชาติ 

จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 จนได้ชื่อว่าเป็นงานฮาลาลที่ดีที่สุดในประเทศไทยกับ “งานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลและนวัตกรรมฮาลาล ปีที่ 10” หรือ “Thailand Halal Assembly 2023” ภายใต้ธีมงาน “ฮาลาลจากแนวคิดสู่ดิจิทัลสู่ความวางใจ” (Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust) ระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคม 2566 ณ โรงแรมนูโว ซิตี (ซอยสามเสน 2) ซึ่งงานนี้จะถือได้ว่าเป็นเวทีนำเสนอแนวคิดฮาลาลในโลกยุคดิจิทัลที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงฮาลาลได้มากขึ้น !!

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2023 กล่าวว่า ตลอด 10 ปี .. ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) เป็นเจ้าภาพหลักจัดงานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย จนเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ปลายปีที่ไม่ควรพลาด ... โดยปีนี้ “Thailand Halal Assembly 2023”
ภายใต้ธีมที่โด่ดเด่นและทันยุคทันสมัย กับธีม “ฮาลาลจากแนวคิดสู่ดิจิทัลสู่ความวางใจ” (Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust) เป็นการแสดงจุดเด่นของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล และผู้พัฒนาระบบฮาลาลดิจิทัลอันเป็นไปตาม 3 มติคณะรัฐมนตรี ได้แก่ มติวันที่ 2 มิถุนายน 2558, วันที่ 10 กันยายน 2562 และวันที่ 8 สิงหาคม 2566

ภายในงานประกอบด้วย 3 การประชุมวิชาการ ได้แก่ 1) งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล The International Halal Science and Technology Conference 2023 (IHSATEC 2023) เป็นการนำเสนอผลงานวิชาการและวิจัยเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ใน วารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งในงานปีนี้ วารสาร JHASIB ฉบับปฐมฤกษ์ ค.ศ.2023 จะเปิดตัวผ่านทางออนไลน์รวมทั้งตีพิมพ์บางส่วน นับจากนี้ ศวฮ.จะนำเสนอวารสาร JHASIB ปีละ 2 ฉบับโดยรวบรวมบทความวิจัยและวิชาการที่นักวิจัยและนักวิชาการชาติต่างๆ นำเสนอในงาน THA แต่ละปี 2) The 16th Halal Science and Business International Conference (HASIB) พบกับ SPEAKER มากความสามารถจากนานาชาติ มากกว่า 10 ประเทศ กับหัวข้อน่าสนใจหลากหลายแขนง 3) การประชุมนานาชาติว่าด้วยมาตรฐานและการตรวจรับรองฮาลาล : The 9th International Halal Standards Convention และการจัดนิทรรศการ showcase นวัตกรรมดิจิทัล 3 ชิ้น ได้แก่ (1) Thailand Diamond Halal Through HAL-Q Plus Halal Standardization System อันเป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 2 มิถุนายน 2558, (2) Diamond Halal Blockchain อันเป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 กันยายน 2562, (3) Halal Route อันเป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ซึ่งจากการจัดนิทรรศการทั้ง 3 ชิ้นนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่า ศวฮ.ยังคงมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้านฮาลาล (Halal Trust) เป็นปณิธานที่ไม่เคยสิ้นสุด นับเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 13 สิงหาคม 2546 อันเป็นวันที่ ศวฮ.ถือกำเนิดขึ้นมาโดยตลอดอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง และการจัดงานครั้งนี้เราเชื่อว่าจะเป็นการเปลี่ยนแนวคิดวิถีฮาลาลแบบเดิมๆ ให้ทันสมัยและล้ำกว่าใคร เพราะ Thailand Halal Assembly เป็นเสมือนเวทีนำเสนอแนวคิดฮาลาลในโลกยุคดิจิทัลที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงฮาลาลได้มากขึ้น



ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะไม่พลาดงานครั้งนี้ ที่จะทำให้เราเติบโต และเป็นผู้นำในการส่งออกด้านผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล ที่ไม่ได้นับเฉพาะผู้บริโภคมุสลิมเท่านั้น แต่รวมไปถึงประชากรโลกกว่าสองพันล้านคน และสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงาน

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ Website: https://thailandhalalassembly.com/
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-218-0618 และ info.thailandhalalassembly@gmail.com
รวมถึงติดตามข่าวสารต่างๆ ของงานได้ที่ www.Thailandhalalassembly.com , Facebook : Thailand Halal Assembly รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

Thailand Halal Assembly 2023

An International Conference on Halal Science and Innovations.


The event marks its 10th year and has been recognized as the premier Halal conference in Thailand, named "Thailand Halal Assembly 2023 (THA2023)" The conference will be held under the theme "Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust." It is scheduled to take place on December 2 – 3, 2023 at Nouvo City Hotel (Soi Sam Sen 2), Bangkok, Thailand. This event will serve as a platform for presenting Halal concepts in the digital era, aiming to make Halal more accessible to everyone!!

Assoc.Prof.Dr.Winai Dahlan, Director of The Halal Science Center Chulalongkorn University and the Chairman of THA2023 states that for 10 consecutive years, the Halal Science Center Chulalongkorn University (HSC-CU) has been the leading host of the most remarkable Halal Science conference in Thailand, earning accolades as an event not to be missed at the year's end. This year's "Thailand Halal Assembly 2023" under the visionary and contemporary theme of "Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust" showcases Thailand's strengths as a frontrunner in Halal science and as a developer of digital Halal systems, in alignment with three cabinet resolutions on June 2, 2558 (2015), September 10, 2562 (2019), and August 8, 2566 (2023). 

there will be three academic conferences to be highlighted:

1. The 10th International Halal Science and Technology Conference 2023 (IHSATEC 2023) is a program for presenting academic research and studies for publication in an international academic journal. In this year's event, the inaugural edition of the Journal of Halal Science, Industry, and Business (JHASIB) for the year 2023 will be launched online and partially printed. Going forward, the Halal Science Center will present two issues of the JHASIB journal annually, consolidating research articles and academic contributions presented by researchers and scholars at the THA event each year.

2. The 16th Halal Science and Business International Conference (HASIB) features highly prominent speakers from more than 10 countries, addressing a variety of intriguing topics.

3. The 9th International Halal Standards Convention, focusing on standards and certification in Halal, will be part of the conference. 


Another highlight features the showcase of 3 digital innovations (1) Thailand Diamond Halal Through HAL-Q Plus Halal Standardization System a result of the cabinet resolution on June 2, 2015., (2) Diamond Halal Blockchain stemming from the ministerial resolution on September 10, 2019, (3) Halal Route a consequence of the cabinet resolution on August 8, 2023. From the exhibition of these three pieces, it is evident that the Halal Science Center remains steadfast in creating Halal Trust, a commitment that has persisted since the cabinet resolution on August 13, 2003. This commitment has been unwavering and unchanged, and we believe this event will revolutionize traditional perceptions of Halal, making them contemporary and more advanced. The Thailand Halal Assembly 2023 will serve as a stage for presenting Halal concepts in the digital era, aiming to make Halal more accessible to everyone. 

We earnestly hope that everyone will not miss this event, which will contribute to our growth and leadership in exporting Halal products and services. These are not only for Muslim consumers but also for the global population of over two billion. For those interested in participating in the event, registration is available at Website: https://thailandhalalassembly.com/, for more information please call +6602-218-0618 and info.thailandhalalassembly@gmail.com, Facebook: Thailand Halal Assembly..Dr.Winai ends the remark.

ส.ว. และคณะ ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566

ณ วัดราชสิงขร (พระอารามหลวง) กทม.ยอดเงินถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน 1.9 ล้านบาท


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน สมาชิกวุฒิสภาและคณะ นําไปถวายพระภิกษุสงฆ์ จําพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดราชสิงขร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน สมาชิกวุฒิสภาและคณะ นําไปถวายพระภิกษุสงฆ์ จําพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดราชสิงขร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา 

โดยมี ศ.(พิเศษ) วิชา มหาคุณ พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ เอี่ยมสุนทร พล.ร.อ.นพดล โชคระดา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ นายจิรชัย มูลทองโร่ย นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย นายวงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม และ ดร.ชญาน์นันท์  ติยะตระการชัย เข้าร่วมในพิธี   ดร.ชญาน์นันท์  ติยะตระการชัย กรรมการวัดราชสิงขร พระอารามหลวง เปิดเผยยอดปัจจัยในวันงานจากผู้มีจิตศรัทธาในครั้งนี้จำนวน 1,930,260.67  บาท  ซึ่งนอกจากจะได้นำปัจจัยดังกล่าวไปทำนุบำรุงพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองแล้ว ยังจะต่อยอดเพื่อพัฒนาชุมชนโดยรอบวัดอีกด้วย

โอกาสนี้ นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน ประธานในพิธี ได้สมทบทุนบริจาคเงินเพื่อบำรุงสำนักเรียนพระปริยัติธรรมวัดราชสิงขร และโรงเรียนวัดราชสิงขรเพิ่มเติมอีกแห่งละ 10,000 บาท ด้วย 

COTTO คว้ารางวัลเกียรติยศ “Best Thai Brand” Prime Minister’s Export Award 2023


COTTO ตอกย้ำผู้นำเทรนด์ ด้วยนวัตกรรมที่มาพร้อมโซลูชั่น ภายใต้ SCG Decor คว้ารางวัล Prime Minister’s Export Award 2023 ประเภท BEST THAI BRAND แบรนด์ไทยยอดเยี่ยม โดยมี นายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ CMO (Chief Marketing Officer) บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนขึ้นรับรางวัลจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล ตอกย้ำความสำเร็จและศักยภาพด้านมาตรฐานส่งออกระดับโลก ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับรางวัล Prime Minister’s Export Award 2023 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้แนวคิด “Better Vision Brighter Future: เปิดมุมมองใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต อย่างเต็มภาคภูมิ เป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดีเด่น เพื่อแสดงถึงมาตรฐานคุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในตลาดโลก รวมทั้งเป็นแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อ สิ่งแวดล้อมและสังคม ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย สามารถเป็นตัวแทนของสินค้าไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกจัดงาน Open House

เชิญชวนร่วมกิจกรรมความรู้คู่ความสนุกชิงรางวัลทุนการศึกษากว่า 150,000 บาท


มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก หรือ Southeast Bangkok University - SBU "มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่สู่สังคม" รวมพลังนักศึกษาและคณาจารย์ ทั้ง 12 สาขาวิชา จัดงาน Open House 2023 ระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2566 นี้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เข้าไปทำความรู้จักสถาบันการศึกษา ตลอดจนบริการทางการศึกษาของคณะวิชาต่างๆ พร้อมร่วมสนุกกับหลากหลายกิจกรรม ณ มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกที่ตั้งบางนาบนถนนสรรพาวุธ ชิงรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท รีบลงทะเบียนด่วน! ฟรี!

SBUสถาบันที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางถึงความเชี่ยวชาญในการผลิตมืออาชีพป้อนตลาดงานมาเป็นเวลากว่าสองทศวรรษเปิดประตูรับผู้ปกครองและน้องๆเยาวชนสู่ทั้งสองวันที่อัดแน่นไปด้วยสาระเพื่อตอกย้ำความเป็นมืออาชีพมากกว่า  เดิม  และความบันเทิงจุกๆ อาทิ การแข่งขัน ROV ชิงโล่รางวัลจาก ฯพณฯ องคมนตรี นายพลากร สุวรรณรัฐ การแข่งขันการนำเสนอการขาย “ขายอย่างไรให้ปัง” การแข่งขันประกวดการแต่งกาย Cosplay สุดล้ำ การแข่งขันการจัดการสินค้า คงคลัง “Box on the Pallet Game” และการแข่งขันการพัฒนาความผู้ประกอบการ Start Up ด้วย Board game

นอกจากนั้นยังมี การแข่งขันผสมเครื่องดื่ม “Let’s Mix” ที่ปีนี้ได้ร่วมมือกับบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก อย่าง DIAGEO Moet Hennessy ให้เกียรติมาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน พร้อมกับจัดให้มีการจัดฝึกอบรมความรู้ พื้นฐานการผสมเครื่อง ไปเมื่อเร็วๆนี้ การแข่งขันการปฏิบัติการขนส่งทางถนน การประกวดดนตรี และกวดร้องเพลงภาษาอังกฤษ และการแข่งขันโต้วาที “โต้คารมอุดมศึกษา” รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายจากทุกคณะ ทุกสาขาวิชา


นักเรียน นักศึกษา โรงเรียน และผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้ที่ https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=azr9795q แล้วมาเจอกันในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน นี้ @มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก

ศูนย์รับสมัครและแนะแนวการศึกษา อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบฯ
โทร 02 744 7356-65 ต่อ 100-106 หรือรับชมรายละเอียดที่ www.southeast.ac.th


DIPROM Connext อีกหนึ่งความสำเร็จ สร้างโอกาส สร้างช่องทางดันสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไทย ก้าวสู่ตลาดสากล

กรุงเทพฯ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 – นางสาวอังสนา โสมาภา ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานมอบวุฒิบัตรกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายดีพร้อมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล (DIPROM Connext) พร้อมดันผู้ประกอบการไทยสู่สากล ณ ห้องบอลรูม 2 โรงแรม เอส 21 สุขุมวิท

นางสาวอังสนา โสมาภา เผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายหลากหลายประการ ทั้งทรัพยากรที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตมีปริมาณจำกัดลง ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกซื้อสินค้า การแข่งขันทางด้านการค้าทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มสาขาแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน สินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  ดังนั้นผู้ประกอบการ SME ยุคใหม่ ต้องมีความพร้อมทั้งองค์ความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการ 

การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ ทั้งในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าสินค้าและพัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาดต่างประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น ยังสามารถขยายมูลค่าส่งออกได้อีกด้วย  ซึ่งการพัฒนาศักยภาพครบทุกมิตินี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน 




กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ดำเนินกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายดีพร้อมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล (DIPROM Connext) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มเครือข่ายทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นรูปธรรม มีศักยภาพ ตลอดจนให้ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด จนสามารถเชื่อมโยงสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างแท้จริง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีผู้ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวน 15 กิจการ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ผ่านการฝึกฝนจากกิจกรรมหลากหลายที่เป็นประโยชน์ อาทิ เช่น กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนองค์ความรู้ทั้งด้านวิชาการ และ การส่งเสริมการตลาดด้วย Digital Marketing เพื่อให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่าง AR, VR, Metaverse เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ และสร้างการเครือข่ายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมให้มีความเข้มแข็ง และความร่วมมือในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้เรียนรู้กระบวนการสร้างโมเดลธุรกิจ (Business Model Canvas: BMC) และ กลยุทธ์การสร้างโมเดลธุรกิจแบบ Collaboration Marketing พร้อมนำเสนอ (Pitching) ต่อผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขาเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้เข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ JACOB JENSEN DESIGN ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นแบบที่ได้มีการนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี มาใช้ในการประกอบธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดแนวคิดให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการอบรมได้อย่างมาก 

นอกจากนี้ ดีพร้อม ได้ลงพื้นที่พร้อมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำเชิงลึกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหาร การจัดการธุรกิจ และการตลาด แก่ผู้ประกอบการ ทำให้ได้คำแนะนำที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์กับความต้องการตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนมาถึงส่วนที่เป็นไฮไลท์ของกิจกรรม โดยดีพร้อมได้นำผู้ประกอบการทั้ง 15 กิจการไปทดสอบตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียง อาทิ eBay Amazon และ etsy ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าต่างประเทศเป็นอย่างดี ทางดีพร้อมหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต 

รายชื่อผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม DIPROM Connext มีดังนี้

1. นายสนธยา  ปั้นสุภา  แบรนด์ Grajang

2. นายวิเชียร  ตั้งปัญญาพินิจ แบรนด์ Vin Jewel Shop

3. นางสาวภคินี  ศรีพงษ์ธนากุล แบรนด์ KAYA Craft

4. นางสาวภูริชนรดา มากอำไพ แบรนด์ Twotwice

5. นางสาวศุภลักษณ์  เศวตกิติธรรม แบรนด์ Malin Jewelry

6. นางสาวพัชราวรรณ  สะเอียบคล แบรนด์ Pha ภา ผ้าฝ้ายมัดย้อม

7. นางสาวเพ็ญพันธุ์  เกยูรพันธุ์ แบรนด์ สานศิลป์

8. นางสาวณัฏฐิรา  ปกรณ์แก้ว แบรนด์ Give A Wish Jewelry

9. นางสาวจิรัชญา  วงศ์อริยะกวี แบรนด์ Siri Shaya

10. นางสาวอารียา  บุญช่วยแล้ว แบรนด์ INTHAI

11. นายณัฐพงศ์  โภคาเจริญวัจนะ แบรนด์ เพลินใจ 

12. นายเงิน สมบูรณ์กุลวุฒิ แบรนด์ Ekko

13. นางสาวธวัลรัตน์  สิทธิชัย แบรนด์ Butterfliesn.co 

14. นางสาวลลิลดา  ศิริสุขกมล แบรนด์ Rock Me Jewelry

15. นางสาวธิดารัตน์ คงวิทยากิจจ์ บริษัท เรฟโวเทคโนโลยี จำกัด

อย่างไรก็ดี ดีพร้อม เราไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เราพร้อม และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไทยในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับฐานราก สู่ระดับสากล เพื่อสร้างความเข้มแข็ง มั่นคง และ ยังยืน
ให้แก่ประเทศต่อไป นางสาวอังสนา โสมาภา กล่าวปิดท้าย

วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

“ห้างเซ็นทรัล” ชวนจัดกระเช้าเอาใจตัวเอง เลือกของชอบ ช้อปของที่ใช่ กับงานเซลยิ่งใหญ่ “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” ครั้งสุดท้ายของปี 2023

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “GIFT IT YOURSELF” 

หมดยุคนั่งรอของขวัญจากใครๆ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ส่งท้ายปี 2023 ด้วยแคมเปญซิกเนเจอร์ระดับตำนานอย่าง “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “GIFT IT YOURSELF” ชวนทุกคนจัดกระเช้าเอาใจตนเอง มาช้อปของขวัญตอบแทนตัวเองที่ตั้งอกตั้งใจเรียนหรือทำงานอย่างเต็มที่มาตลอดทั้งปี ฮีลหัวใจ ด้วยกระเช้าของขวัญที่ให้สายช้อปทุกสไตล์สามารถหยิบเพลินทุกไอเทมที่ชอบกับแบรนด์ที่ใช่จากทุกหมวดหมู่สินค้า ทั้งจากแผนกบิวตี้ แฟชั่น แอคเซสเซอรี่ แก็ดเจ็ด โฮม และอีกมากมาย มาพร้อมดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี ลดสูงสุด 70% ตลอดจนความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์บัตรเครดิตชั้นนำ มอบข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะแคมเปญนี้ ระหว่างวันที่ 24 พ.ย. 66 –  5 ธ.ค. 66 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปสะดวก 24/7 ผ่านช่องทางออมนิแชแนลของห้างเซ็นทรัล

งานนี้ พลาดไม่ได้ กับมุมเช็คอินสุดคูล “MIDNIGHT CAFÉ” และรับเครื่องดื่มสุดพิเศษ จากร้าน CAFÉ ชั้นนำ เมื่อช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไปตามเงื่อนไข เฉพาะที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ ชิดลม, ลาดพร้าว, เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, ปิ่นเกล้า, บางนา, เฟสติวัลเชียงใหม่, อุดรธานี  

จดลิสต์! เตรียมช้อป ในแคมเปญ “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” อาทิ

•สินค้าแบรนด์ชั้นนำ ทั้งไทยและต่างประเทศ สินค้าคอลเลกชั่นใหม่ ลดสูงสุด 30% และสินค้าเฉพาะรุ่นลดสูงสุด 70% 

•ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 30% จากเดอะวัน และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

•รับ Digital Coupons หรือคูปองแทนเงินสดและเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 21% ตามเงื่อนไข

•รับ Card Holder มูลค่า 295 บาท หรือกระบอกน้ำ G.I.Y มูลค่า 490 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

•พิเศษ! ช้อปผ่าน Central App และ www.central.co.th ลูกค้าใหม่ช้อปครั้งแรกลดเพิ่ม 12% และเมื่อ ช้อปครบ 8,000  บาท ลดสูงสุด 1,000 บาท พร้อมส่งฟรีทุกออเดอร์ เมื่อช้อป 699 บาทขึ้นไป และอีกมากมาย 

พบกับงาน “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา Central App และหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างเซ็นทรัล อาทิ www.central.co.th, แชทมาช้อปที่ Central Chat & Shop, Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือช้อปผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และอินบ็อกซ์ของห้างเซ็นทรัล Facebook Page : Central Department Store คลิก https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore

เครือ รพ. พญาไท–เปาโล ร่วมกับ SCG พัฒนามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยภายในอาคาร

ได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL Health and Safety Rating System เป็นกลุ่มโรงพยาบาลแห่งแรกของโลก

การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในสถานพยาบาลไม่ใช่เพียงการดูแลเฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น หากยังต้องครอบคลุมไปถึงบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย การใช้มาตรฐานความสะอาดมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่อาจเกิดขึ้นในโรงพยาบาลซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังชุมชน และอาจส่งผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ และเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลในสังคม

คุณศศิธร มูลสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่ม โรงพยาบาลพรีเมี่ยม เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล รักษาการผู้อำนวยการสายจัดซื้อ บริหารสัญญา บริหารสินค้าคงคลังและโลจิสติกส์ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลผู้อำนวยการประจำสำนักประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวในฐานะตัวแทนทีมแพทย์ และผู้บริหาร รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลฯ ว่า “ในฐานะโรงพยาบาลไทย พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Well Health and Safety Rating System เป็นกลุ่มโรงพยาบาลแห่งแรกของโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาต่อเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และการเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั้งบุคลากรของโรงพยาบาลและลูกค้าที่มารับบริการ” 

คุณศศิธร กล่าวต่อว่า “เราให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคน โดยฐานลูกค้าหลักของของเครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล มีทั้งกลุ่มชาวไทย และชาวต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในไทยและบินมาเพื่อใช้บริการทางการแพทย์ การที่เครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 1 โรงพยาบาลพญาไท 2 โรงพยาบาลพญาไท 3 และโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้รับการรับรอง WELL Health and Safety Rating System เป็นกลุ่มโรงพยาบาลแรกของโลกที่ได้รับการรับรองนั้น  ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยเทียบเท่าตามมาตรฐานในระดับนานาชาติ ซึ่งเราตั้งใจที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่หลากหลายของเรา”

WELL Health and Safety Rating System เป็นมาตรฐานการรับรองอาคาร ที่เราได้รับการให้คำปรึกษาจากทาง SCG ในการดำเนินการยื่นขอคำรับรองจาก IWBI (International Well Building Institute) องค์กรที่ให้การรับรองอาคารเพื่อสุขภาวะที่ดี ที่ยึดถือข้อมูลตามหลักการทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกอาคารและการใช้งาน สามารถตรวจสอบนโยบายการบริหารจัดการ มาตรการการดูแลพื้นที่ การมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานอาคารและแผนรับมือฉุกเฉินต่าง ๆ โดยประกอบด้วย 23 มาตรการ ที่จะคำนึงถึงเรื่อง กระบวนการดูแลเรื่องความสะอาดและอนามัย แผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การเข้าถึงการดูแลเรื่องสุขภาพต่าง ๆ การดูแลคุณภาพของน้ำและอากาศ และการสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม

ประโยชน์ของการดำเนินการสำหรับโรงพยาบาล ได้แก่

● เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่น ให้กับผู้ใช้บริการ โรงพยาบาลที่ดำเนินการเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยจะได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจมากกว่า

● ส่งเสริมสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร การที่โรงพยาบาลให้พื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยและมีมาตรการดูแลให้บุคลากรมีสุขภาพดี เป็นการส่งเสริมสุขภาวะให้กับบุคลากร ซึ่งส่งผลดีในระยะยาวกับองค์กร

● ประหยัดค่าใช้จ่ายจากประสิทธิภาพของอาคารที่ดีขึ้น พื้นที่ที่มีการออกแบบ คำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัย สามารถทำให้ องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายจากประสิทธิภาพขององค์กรที่ดีขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายพนักงานและทรัพยากรต่าง ๆ ที่ลดลงสำหรับบางส่วนของมาตรการที่ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ดำเนินการ ได้แก่

● คุณภาพของน้ำที่ใช้ในโรงพยาบาล การดำเนินการ WELL Health and Safety ทำให้ทุกโรงพยาบาลได้ ตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น ผู้ใช้งานสมารถมั่นใจในความสะอาดสำหรับ การประกอบอาหารและบริโภค

● ความปลอดภัยทางด้านอาหาร โดยผู้มีการตรวจสอบผู้ให้บริการ อาหารและเครื่องดื่มภายในทุกโรงพยาบาล ว่าได้รับตรารับรองเรื่องสุขอนามัย เช่น ตรา Clean food Good Taste โดยกระทรวงสาธารณสุข

● นโยบายการดูแลสุขภาวะของพนักงานทุกด้านทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น การสนับสนุนให้มีการฉีดวัคซีน การดูแลความเป็นอยู่และสภาพจิตใจกรณีได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันไม่คาดคิดต่างๆ (ไฟไหม้ สภาวะโรคระบาด ความรุนแรงในครอบครัวและที่ทำงาน)

● การดูแลความสะอาดในพื้นที่ โดยมีการดูแลพื้นที่ที่มีการสัมผัสสูง เช่น ปุ่มลิฟต์ ประตู ราวบันได ทุกครึ่งชั่วโมง รวมถึง ส่งเสริมให้ ผู้ใช้งานอาคารรักษาความสะอาด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ เช่น จัดวางจุดล้างมือหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย และสื่อสารเพื่อส่งเสริมให้เกิดการ ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ


Rachel Hodgdon, President and CEO, IWBI กล่าวว่า The WELL Health-Safety Rating คือมาตรฐานสำหรับการจัดการอาคาร และดูแลสุขภาวะที่ดีแก่ผู้คน บุคลากรในองค์กร ตลอดจนผู้ใช้บริการให้ปลอดภัย ทั้งนี้ผมขอแสดงความยินดีกับกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กับความสำเร็จในครั้งนี้ ในการเป็นผู้นำด้าน Healthcare 

นายวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Smart System Solution Business บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จํากัด เปิดเผยว่า “ทางSCG มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนในการให้คำปรึกษาแก่ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จนได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก IWBI โดยความร่วมมือในครั้งนี้  ถือเป็นการยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ของสุขอนามัยภายในอาคารโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นที่แรกของโลกที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว  และหวังว่าการรับรองมาตรฐานในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นให้องค์กรต่าง ๆ เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับคุณภาพการใช้ชีวิตในอาคารอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น


TikTok Shop เปิดตัวแคมเปญ “เทรนด์มา กดตะกร้า TikTok Shop”

TikTok Shop เปิดตัวแคมเปญใหม่ “เทรนด์มา กดตะกร้า TikTok Shop” ตอกย้ำความเป็น Trendy E-Commerce Platform ในงาน “Trendshopper Event เทรนด์มา กดตะกร้า TikTok Shop” เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ณ สามย่านมิตรทาวน์ 

บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีการแจกคูปองสุดพิเศษจากทาง TikTok Shop เป็นส่วนลดสูงสุด 500 บาท มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ให้แก่นักช็อปทุกคน เพียงแค่สแกน QR Code ที่ตะกร้า TikTok Shop Installation ยักษ์ที่เป็นพระเอกของงาน 



พร้อมทั้งเหล่า Content Creator ชื่อดังที่มาร่วมพูดคุย แชร์ประสบการณ์การช้อปของอินเทรนด์สุดคุ้มบน TikTok Shop นำโดย คุณมิลค์ เจ้าของช่องแมวสุดป่วนชื่อดังอย่าง Albo and Jerry, คุณอิ๊งค์ เจ้าของแบรนด์ ingu (อิงกุ) และ คุณเป๊ป เขมิกา เจ้าแม่ไลฟ์สดบนแพลตฟอร์ม Tiktok เสริมทัพด้วย Creator ชื่อดังอีกมากมายที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับผู้ร่วมงาน


ในงานยังมีมินิคอนเสิร์ตสุด Exclusive จากศิลปินรุ่นใหม่ขวัญใจวัยรุ่นอย่าง “DIDIxDADA” “Praesun (แพรซัน)” และ “PERSES” ที่เตรียมโชว์พิเศษมาเซอร์ไพรส์ชาว TikTok Shop โดยเฉพาะ 






ติดตามโปรโมชันพิเศษ สินค้าอินเทรนด์ และดีลดี ๆ จาก TikTok Shop ได้เพิ่มเติมที่:  https://www.facebook.com/tiktokshopthailandofficial

ข่าวประชาสัมพันธ์

พม. จับมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ “ทอฝัน” สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นาง...

โวยวายดอทคอม